Trade
Hot News: เดินหน้า 'กฎเหล็ก' ละเมิดลิขสิทธิ์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เดินหน้า 'กฎเหล็ก' ละเมิดลิขสิทธิ์
นางสาวนุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่) พ.ศ.... และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเสร็จสิ้น ล่าสุดได้เสนอให้รมว.พาณิชย์ พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว คาดว่า ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบได้ ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้ เพื่อทำให้การปกป้อง คุ้มครองการละเมิดบนอินเตอร์เน็ตมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการแก้ไขใน 3 ประเด็นคือ ความรับผิดชอบผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ในกระบวนการระงับการละเมิดลิขสิทธิ์บนอินเตอร์เน็ตแบบแจ้งเตือนและเอาออก (Notice and Takedown), การปรับปรุงบทบัญญัติมาตรการที่เกี่ยวกับละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WCT)
สำหรับ Notice and Takedown ได้แก้ไขให้หากเจ้าของสิทธิ์พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ของตนเองบนอินเตอร์เน็ตในประเทศ เช่น มีการโหลดเพลง ภาพยนตร์ ละคร ฯลฯ มาโพสต์บนเว็บไซต์ต่างๆ ก็สามารถส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยัง ISP เพื่อให้ถอดเนื้อหาที่ละเมิดออกจากเว็บไซต์ได้ทันที จากพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับปัจจุบัน เจ้าของสิทธิ์ต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ISP ถอดเนื้อหาการละเมิดออก ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลานาน จนอาจทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับความเสียหายทางธุรกิจ ส่วนหากละเมิดบนเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ก็ต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ กฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบัน กว่าจะถอดเนื้อหาละเมิดออกจากอินเตอร์เน็ตได้ ต้องใช้เวลานาน ไม่ทันกับการแก้ปัญหา กรมฯจึงแก้ไขใหม่ เพื่อให้การยับยั้งการละเมิดทำได้รวดเร็วมากขึ้น โดยหากเจ้าของสิทธิ์พบว่างานตนเองถูกละเมิดบนอินเตอร์เน็ต ก็ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยัง ISP โดยระบุว่า ตนคือใคร เป็นเจ้าของงานอะไร พบการละเมิดที่ใด เมื่อ ISP เชื่อตามนั้นก็ต้องถอดออกทันที จากนั้น ISP ต้องแจ้งไปยังคนที่เอางานชิ้นนั้นขึ้นเว็บว่ามีผู้แจ้งเป็นเจ้าของสิทธิ์ตัวจริง แล้วให้ถอดงานชิ้นนั้นออก ถ้าคนเอางานขึ้นเว็บเป็นโจรจริง คงไม่มีอะไรโต้แย้ง แต่หากคนที่เอางานขึ้นเว็บยืนยันว่า ตนเองก็เป็นเจ้าของสิทธิ์เหมือนกันก็สามารถโต้แย้งกลับไปยัง ISP เพื่อให้ ISP เอางานชิ้นนั้นกลับขึ้นมาบนเว็บไซต์ได้ โดย ISP ก็ต้องแจ้งไปที่คนที่ยื่น notice จากนั้นก็ต้องพิสูจน์กันในศาล หากคนยื่น notice ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของตัวจริง ISP ก็จะเอางานที่ถูกกล่าวหาละเมิด กลับขึ้นมาอยู่บนเว็บไซต์เช่นเดิม
ส่วนประเด็นการปรับปรุงบทบัญญัติมาตรการที่เกี่ยวกับละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีนั้น กำหนดว่า บุคคลใดผลิต ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า จัดหา นำเข้า หรือการค้าโดยวิธีอื่นใด ซึ่งอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการแฮ็กบนอินเตอร์เน็ต เช่น กล่องปลดล็อครหัสเข้าอินเตอร์เน็ต ให้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี จากกฎหมายปัจจุบัน ยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ผลิต และผู้ขายอุปกรณ์เหล่านี้ การเข้าเป็นสมาชิก WCT นั้น กรมฯอยู่ระหว่างการสมัครเข้าเป็นสมาชิกดังกล่าว แต่กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยบางประเด็นยังไม่สอดคล้องกับสนธิสัญญานี้ จึงต้องแก้ไขให้สอดคล้องกัน โดยได้ขยายระยะเวลาการคุ้มคอรงงานภาพถ่าย จากกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยปัจจุบัน คุ้มครอง 50 ปีหลังจากสร้างสรรค์ แต่จะขยายเป็นคุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และเพิ่มอีก 50 ปีหลังจากเสียชีวิตตาม WCT ซึ่งจะทำให้การคุ้มครองต่อเนื่อง และยาวนานมากขึ้น

Go To Lead


ซีพีเอฟเดินหน้ามาตรฐาน CPF SHE&En Standard
นายวีรชัย รัตนบานชื่น ประธานคณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (Safety Health Environment & Energy : SHE&En) เปิดเผยว่า ซีพีเอฟประสบความสำเร็จจากการนำระบบมาตรฐาน CPF SHE&En Standard ที่บริษัทสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ และวางนโยบายให้ทุกกลุ่มธุรกิจนำระบบมาตรฐานไปใช้เพื่อเป็นเครื่องมือเสริมสร้างประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันทุกธุรกิจได้นำมาตรฐานดังกล่าวไปดำเนินการอย่างครบถ้วน โดยได้ไปปรับใช้ในการทำงานของตนเองอย่างสอดคล้องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายความยั่งยืนของบริษัท ซีพีเอฟต่อยอดความสำเร็จสู่ธุรกิจในต่างประเทศ ด้วยการวางระบบเก็บข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญต่อของการเริ่มต้นมาตรฐานดังกล่าว และต่อไปจะจัดอบรมเจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆ เพื่อให้สามารถนำมาตรฐานไปใช้ให้สอดคล้องกับธุรกิจของตนเอง
บริษัทยังคงเดินหน้ารับรองมาตรฐาน CPF SHE&En Standard ให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ได้มอบใบรับรองแก่ 2 หน่วยงาน สำหรับระดับ Third Party โดยผู้ตรวจประเมินอิสระภายนอก ได้แก่ โรงงานอาหารสําเร็จรูปฉะเชิงเทรา และโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำมหาชัย จ.สมุทรสาคร ส่วนอีก 3 หน่วยงาน คือ ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว จ.ชุมพร กิจการโรงเพาะฟักลูกกุ้งท่าบอน จ.สงขลา และธุรกิจไก่พันธุ์ จ.สระบุรี ผ่านการรับรองในระดับ Second Party โดยผู้ตรวจประเมินภายในบริษัท ที่สำคัญในปีนี้มี 2 หน่วยงานของซีพีเอฟที่ได้รับรางวัลใหญ่ระดับประเทศ ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับรางวัลคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานดีเด่นระดับประเทศ จากความโดดเด่นทั้งแง่ความยั่งยืน จากการให้คำมั่นสัญญาของผู้บริหารระดับสูง การมีส่วนร่วม การนำไปปฏิบัติ การพัฒนาบุคลากร ขณะเดียวกันยังคำนึงถึงผลกระทบทั้งด้านผลการอนุรักษ์พลังงาน ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ดัชนีประสิทธิภาพพลังงาน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการนำไปใช้ได้อย่างแพร่หลาย
ส่วนโรงงานผลิตอาหารสัตว์บางนา กม.21 ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2018 ด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงานควบคุมดีเด่น จากความสำเร็จด้านการอนุรักษ์พลังงาน และความโดดเด่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมุ่งเน้นลดการใช้พลังงานทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนลงในทุกๆปี โดยปีนี้มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานลงจากปีที่แล้ว 3% และตั้งแต่ปี 2557-2560 ที่โรงงานมีการจัดทำโครงการมากกว่า 20 โครงการ ช่วยให้สามารถลดการใช้พลังงานลงได้เฉลี่ยโครงการละ 100,000 บาทต่อปี

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com