Trade
Hot News: พาณิชย์ 'เข้ม'ร้านธงฟ้า
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
พาณิชย์ 'เข้ม'ร้านธงฟ้า
“พาณิชย์” เดินหน้า'ถอด'ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 7 แห่ง ออกจากโครงการ หลังพบรวมชุดขาย ใช้เครื่องรูดบัตรผิดเงื่อนไข และขายเกินราคา 'เผย'ติดตั้งเครื่องได้แล้ว 1.2 หมื่นร้าน คาดสิ้นเดือน พ.ย.นี้ครบตามเป้า เร่งสั่งตรวจสอบห้างสรรพสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคาทีวี รับมาตรการช้อปช่วยชาติ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการร้องเรียนจากประชาชน ทั้งผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านสื่อต่างๆ และผ่านสายด่วน 1569 กระทรวงพาณิชย์จึงได้เข้าไปตรวจสอบการดำเนินการของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ พบมีร้านค้ากระทำความผิดจริง ดังนั้นจึงได้ถอดร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจำนวน 7 แห่ง ออกจากการเข้าร่วมโครงการแล้ว เนื่องจากกระทำผิดเงื่อนไข
โดยความผิดที่พบนั้นมีทั้งการรวมชุดสินค้ามาจำหน่าย มีการนำเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ไปใช้ผิดประเภท ด้วยการนำเครื่องรูดบัตรภายในร้านไปใช้ในร้านพื้นที่อื่น มีการขายสินค้าราคาเกินกว่าที่กำหนด และบางร้านถูกปรับ เพราะไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า
“ได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดเข้าไปตรวจสอบทุกกรณีร้องเรียน และถ้าพบการกระทำความผิด ก็ให้ยกเลิกการเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทันที แต่ก็ยอมรับว่าบางกรณีไปตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดตามที่มีการร้องเรียน ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับร้านค้าด้วย” นายสนธิรัตน์กล่าว
ความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ว่า ขณะนี้ได้ติดตั้งได้แล้ว 1.2 หมื่นร้าน ซึ่งภายในสิ้นเดือน พ.ย.60 นี้จะติดตั้งในส่วนที่เหลืออีก 6 พันแห่ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตรได้ตามเป้าหมายกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณา หากพบพื้นที่ไหนยังไม่ครอบคลุม จะจัดส่งรถโมบายธงฟ้าเข้าไปจำหน่ายสินค้า
สำหรับโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในระยะสอง (เฟส 2) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะผลักดันสินค้าชุมชน สินค้าโอท็อปเข้าไปขายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ล่าสุดได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารของรัฐในการให้สินเชื่อกับผู้ผลิต ดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกัน และให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เข้ามาช่วยสนับสนุน โดยในแต่ละพื้นที่พาณิชย์จังหวัดจะเข้าไปดูแลคัดเลือกสินค้า และดึงแบงก์เข้ามาให้สินเชื่อกับผู้ผลิต ตลอดจนการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในร้านค้า
นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบพฤติกรรมห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง หลังถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโทรทัศน์ หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งหากผลตรวจสอบออกมาแล้วพบว่ากระทำผิดจริงจะถูกลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังได้ให้กรมทำหนังสือไปถึงผู้ประกอบการห้างร้านทั้งหมด รวมถึงผู้ผลิตสินค้า เพื่อแจ้งเตือนไม่ให้มีการฉวยโอกาสและมีพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com