Travel
Hot News: BlueQuest”App ท่องเที่ยว-อนุรักษ์ทะเล
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
BlueQuest”App
ท่องเที่ยว-อนุรักษ์ทะเล
BlueQuest”Appท่องเที่ยว-อนุรักษ์ทะเล โดยเยาวชนนักอนุรักษ์ “ณริดา จรณะจิตต์”ชวนทุกคนเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นพลัง ดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่
นางสาวณริดา จรณะจิตต์ "แคลร์" เยาวชนนักอนุรักษ์ เปิดเผยว่า ได้ริเริ่มและพัฒนา BlueQuest แอปพลิเคชันที่มุ่งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรทางทะเล เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะมองเห็นว่า ทะเลเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่หลายคนเลือกออกไปพักผ่อน สำรวจ และสร้างประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ แต่หลายครั้ง ระหว่างการเดินทางบางคนอาจพบเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นขยะริมชายหาด สัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และอยากช่วย แต่สิ่งที่ขาดคือช่องทางในการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้วยประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกับหลากหลายภาคส่วน ทั้งการลงพื้นที่ศึกษาและติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนการนำมุมมองของเยาวชนไทยไปแลกเปลี่ยนในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงเวทีภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้นางสาวณริดา มองเห็นปัญหาเหล่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้คนจำนวนมากที่อยากช่วยธรรมชาติ จึงยังไม่มีเครื่องมือที่ทำให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
คำถามดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา BlueQuestแอปพลิเคชันที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตและทำงานใกล้ทะเล ผู้ประกอบการตลอดจนองค์กรทางภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้อย่างสะดวก ผ่านการรายงานข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมผสานข้อมูลด้านการท่องเที่ยว แผนที่ ข่าวสารและข้อมูลสำคัญที่ช่วยวางแผนการเดินทางไว้ในแอปเดียว
BlueQuest จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนจาก “การสังเกตเห็น” ไปสู่ “การลงมือทำ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการพบสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ เกยตื้น หรือ ติดอวน (MarineLife Sightings) พบขยะและมลพิษบริเวณชายหาด ป่าชายเลน และในทะเล(Pollution) ปัญหาหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Spot) หรือแจ้งการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล (Illegal Activity)เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางเข้ากับการมีส่วนร่วมในการดูแลทะเล ให้ผู้ใช้งานสามารถส่งต่อข้อมูลที่พบระหว่างการเดินทางได้อย่างง่ายและเป็นระบบ
จุดเด่นของ BlueQuest คือการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ ผู้ที่ทำงานใกล้ทะเล หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เพราะมีภาษาให้เลือกใช้งานถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพียงดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิก เปิดใช้งานตำแหน่ง จากนั้นเลือกเมนู Report ถ่ายภาพหรืออัปโหลดรูป ระบุตำแหน่ง เพิ่มรายละเอียดแล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลทะเลได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายของ BlueQuest คือการทำให้การอนุรักษ์ธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง ทุกรายงานที่ส่งผ่านแอปพลิเคชัน BlueQuest จะผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ดูแลระบบ เพื่อประเมินความครบถ้วน ความถูกต้อง และลดความซ้ำซ้อน ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามประเภทของเหตุการณ์ โดยในระยะแรกของการใช้งาน ระบบตั้งเป้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นภายในประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถติดตามความคืบหน้าของรายงานได้ผ่านเมนู My Reportsและ Notifications ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบ การยืนยันข้อมูลไปจนถึงการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อีกหนึ่งในความน่าสนใจคือ นอกเหนือจากระบบรายงานเหตุด้านสิ่งแวดล้อมBlueQuest ยังรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวแผนที่ สภาพอากาศ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น–ตก และช่วงเวลาน้ำขึ้น–น้ำลงเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนกิจกรรมทางทะเลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังครอบคลุมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในหลากหลายภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้ทุกการเดินทางเป็นทั้งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับธรรมชาติรอบตัว
BlueQuest ไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรเฉพาะทางหากแต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวม ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลที่ผ่านการยืนยันแล้ว เพื่อสนับสนุนการประสานงานและช่วยให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ถูกมองเห็นได้มากขึ้นและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญข้อมูลที่ถูกบันทึกจัดเก็บไว้แล้วจะสามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต เพราะการปกป้องท้องทะเลอาจเริ่มต้นจากใครสักคนที่ออกเดินทาง มองเห็นบางสิ่ง แล้วเลือกที่จะไม่ปล่อยผ่าน และการเดินทางที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่แค่การได้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ แต่คือการได้ทิ้งสิ่งดี ๆไว้ให้กับสถานที่นั้น ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BlueQuest ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และ Android ผ่าน Google Play Storeแล้วมาร่วมเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลท้องทะเล สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสร้างความทรงจำที่งดงามให้กับตัวคุณเอง พร้อมส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คงอยู่สำหรับนักเดินทางรุ่นต่อไป

Go To Lead


GO HOTEL - Sukishi Intergroup
มอบความสุข 2 ต่อ
GO HOTEL โรงแรมที่พร้อมต้อนรับทุกคน ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม’ เปิดสูตรสำเร็จความฟินเอาใจสายเที่ยวและสายกินในโปรฯ เดียว ผนึกกำลัง Sukishi Intergroup มอบความพิเศษขั้นกว่า เพียงแสดงคีย์การ์ดห้องพัก GO HOTEL ทุกสาขา รับฟรี! เมนูพิเศษและเครื่องดื่มจากร้านอาหารในเครือ ทั้ง Sukishi Korean Charcoal Grill, WOO GOGI, King KAKU และ SUKI KING
GO HOTEL x Sukishi Intergroup เป็นแคมเปญที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูแลลูกค้าคนสำคัญให้พิเศษยิ่งกว่าใคร เพราะเข้าใจในความต้องการของทุกคนและต้องการมอบประสบการณ์แสนประทับใจให้กับทุกทริป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการท่องเที่ยวหรือทำงาน ทั้งการเดินทางแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนทำงาน ยิ่งไปกว่านั้น GO HOTEL ยังตอบโจทย์ด้วยห้องพักหลากหลายรูปแบบในราคาสุดคุ้ม ที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนแสนสบาย บนทำเลใจกลางเมือง ใกล้ห้างสรรพสินค้า เดินทางสะดวก และพร้อมยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก เมื่อผสานกับประสบการณ์ความอร่อยจากร้านอาหารในเครือ Sukishi Intergroup ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีระดับพรีเมียมจาก Sukishi Korean Charcoal Grill สุกี้และซูชิสุดคุ้มจาก Suki King และ อาหารเซตเกาหลีจาก WOO GOGI ให้ทุกมื้อเป็นเรื่องง่าย อิ่มอร่อย คุ้มค่า และสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้โรงแรม พร้อมสิทธิพิเศษเมนูฟรีจากทุกแบรนด์ในเครือ
GO HOTEL x Sukishi Intergroupระยะเวลาโปรโมชั่น: 1 สิงหาคม 2569 – 31 มกราคม 2570สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า GO HOTEL
เพียงเข้าพักขั้นต่ำ 1 คืน และแสดงคีย์การ์ดที่หน้าร้าน (1 ห้องพัก / 1 สิทธิ์ / 1 จาน)? Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรี! แกงเต้าหู้นิ่มรสเผ็ด (ซุนดูบูจิเก) มูลค่า 180 บาท 1 จาน เมื่อทานบุฟเฟต์สุข Overload ระดับใดก็ได้ หรือ A La Cart มูลค่าต่อใบเสร็จ 500 บาทขึ้นไป WOO GOGI รับฟรี! จาจังมยอน 1 จาน* มูลค่า 178 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ) King KAKU รับฟรี! เกี๊ยวซ่า 1 จาน* มูลค่า 69 บาท เมื่อสั่งอาหารเซ็ตชุดใดก็ได้ SUKI KING รับฟรี! เครื่องดื่มรีฟิล* มูลค่า 39+ บาท เมื่อทานบุฟเฟต์ 219 บาทขึ้นไป
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิก Sukishi Intergroup รับโค้ดส่วนลด 50 บาท* จากหน้าร้าน สำหรับใช้จองห้องพักผ่านเว็บไซต์ GO HOTEL https://letzzzgo.co กดรับโค้ดได้ที่ Line @Sukishi เท่านั้น*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดเตรียมเช็กอินความสุขแบบครบจบทุกความฟินในที่เดียวที่ GO HOTEL เต็มอิ่มกับการพักผ่อนบนที่นอนคุณภาพ 5 ดาว ผ้าม่านกันแสง หลับสนิท ไร้แสงรบกวน เพิ่มความผ่อนคลายด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำจาก Let's Relax และความบันเทิงครบครันทั้ง Smart TV และ Wi-Fi สปีดแรงไม่มีสะดุด พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วย Co-working Space และบริการ Grab & Go อย่ารอช้า! จองห้องพักตรงกับ GO HOTEL คุ้มค่ากว่า รับโปรโมชั่นพิเศษและข้อเสนอสุดคุ้มอีกมากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ LINE : @gohotel, โทร.02-018- 8656 Website: https://letzzzgo.co

Go To Lead


The Economics of Convention
เมื่อเวทีประชุมระดับโลก เครื่องยนต์สร้างเศรษฐกิจไทย
"งานประชุมนานาชาติ" สร้างอะไรให้ประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงภาพศูนย์ประชุมที่เต็มไปด้วยผู้ร่วมงาน โรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักสูง หรือร้านอาหารที่คึกคักตลอดช่วงการจัดงาน ทั้งหมดนั้นถูกต้อง แต่เป็นเพียงผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ในระยะสั้น ในความเป็นจริง Convention หรือ การประชุมนานาชาติ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ลึกและยาวนานกว่าที่หลายคนคิด เพราะสิ่งที่ประเทศไทยได้รับกลับมา ไม่ได้มีเพียงรายได้จากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุม แต่คือองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือ การลงทุนข้ามชาติ และโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายประเทศทั่วโลกต่างแข่งขันกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ตนเองได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมระดับนานาชาติ การแข่งขันที่ไม่มีเหรียญรางวัล แต่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Convention ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องของการมีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่คือการแข่งขันเพื่อสร้าง "ความเชื่อมั่น" จากนานาชาติ
ทุกครั้งที่องค์กรหรือสมาคมระดับโลกเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเจ้าภาพ พวกเขากำลังประเมินศักยภาพของประเทศนั้นในหลายมิติ ทั้งความพร้อมของบุคลากร ความเข้มแข็งของสมาคมวิชาชีพ ระบบสาธารณสุข ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการงานขนาดใหญ่ตามมาตรฐานสากล กล่าวอีกนัยหนึ่ง การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ คือการรับรองจากเวทีนานาชาติว่า ประเทศนั้นมี "ระบบนิเวศ" ที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมและองค์ความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Convention กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของหลายประเทศในการยกระดับภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าจะเป็นเพียงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว Convention คือเวทีที่เศรษฐกิจแห่งอนาคตเริ่มต้น นักเดินทางที่เข้าร่วมงาน Convention แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาคือแพทย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักวิศวกร ผู้บริหารระดับสูง และนักลงทุนจากทั่วโลก ที่เดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และแสวงหาโอกาสต่อยอดความร่วมมือในอนาคต เมื่อผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเดินทางมารวมตัวกัน Convention จึงทำหน้าที่เป็น "Economic Platform" หรือเวทีสร้างเศรษฐกิจ มากกว่าจะเป็นเพียงอีเวนต์ระยะสั้น โดยก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การร่วมวิจัย การลงทุนข้ามประเทศ และการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปอีกหลายงาน
ความสำเร็จของประเทศไทย วัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังงานจบ ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพงานประชุมระดับนานาชาติในหลายสาขา อย่างด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness) และความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion) เห็นได้จากจังหวัดภูเก็ตที่สามารถคว้าสิทธิ์ดึง 3 งานประชุมทั้งสามด้านมาจัดพร้อมกันในปีเดียว คือ งาน Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026 งาน Global Wellness Summit (GWS) 2026 งาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 ยกระดับแบรนด์ให้ภูเก็ตไม่ได้มีจุดแข็งแค่จุดหมายการท่องเที่ยว แต่ยังมีจุดขายที่เป็นจุดหมายการจัดประชุมนานาชาติ ด้านเภสัชศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทของ Convention ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศได้อย่างชัดเจน ประเทศไทยสามารถคว้าสิทธิ์จัด 3 งานใหญ่ด้านเภสัชศาสตร์ระดับโลก ได้แก่ งาน The 71st International Pharmaceutical Students' Federation (IPSF) World Congress 2026 งาน The 31st Congress of the Federation of Asian Pharmaceutical Association (FAPA Congress 2026) งาน Asian Association of Schools of Pharmacy Conference 2027 (AASP 2027) ทั้ง 3 งานจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 3,200 คน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 151 ล้านบาท สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เพียงตัวเลขรายได้ แต่สิ่งที่ประเทศไทยได้รับคือการที่บุคลากรด้านเภสัชศาสตร์ นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วโลก จะเดินทางมาพบกันบนเวทีเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาวิชาชีพในระยะยาว งานเภสัชศาสตร์ทั้ง 3 งานมีส่วนช่วยส่งเสริมเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่ Medical Hub ของภูมิภาค นอกเหนือจากงานประชุมด้านการแพทย์ระดับโลกหลากหลายสาขาที่สมาคมวิชาชีพแพทย์ของไทยดึงมาจัดโดยการสนับสนุนของทีเส็บ อาทิ งาน IASP World Congress on Pain 2026 และ งาน World Rhinology Congress 2026 เช่นเดียวกับงาน 2027 IDA Annual Conference งานประชุมใหญ่ประจำปีของตัวแทนประกันชีวิตและบริการทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งทีเส็บดึงมาจัดในไทยเป็นครั้งที่ 3 โดยคาดการณ์การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรงสูงถึง 640 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ Trusted Global Destination สำหรับการจัดงานระดับนานาชาติ Convention ยังเป็นเครื่องมือสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจระดับชาติที่มุ่งเป้าสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและก้าวทันพัฒนาการใหม่ ๆ ระดับสากล หนึ่งในหมุดหมายของประเด็นนี้ คือ ประเทศไทยสามารถดึงงานประชุมระดับ Global Flagship ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมหุ่นยนต์ระบบ Automation และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาจัดได้สำเร็จ อย่างงาน The 2030 IEEE International Conference on Robotics and Automation (IEEE ICRA 2030) ซึ่งปกติงานนี้จะจัดหมุนเวียนในกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การที่ประเทศไทยได้รับเลือกสะท้อนความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาและการเติบโตของภาคธุรกิจและวิชาชีพสายไฮเทคซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
เบื้องหลังความสำเร็จ คือการแข่งขันที่ใช้เวลาหลายปี ความสำเร็จเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย หรือการมีศูนย์ประชุมที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว เบื้องหลังการได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ คือกระบวนการแข่งขันที่ใช้เวลาหลายปี เพื่อสร้าง "ความเชื่อมั่น" ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพของประเทศ สมรรถนะของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศที่มีการประสานความร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพไทยและองค์กรพันธมิตรไมซ์ภาคเอกชน รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ จนสามารถนำเสนอเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพต่อองค์กรเจ้าของงาน การตอบข้อซักถาม ไปจนถึงการตรวจเยี่ยมสถานที่และการลงคะแนนของสมาชิกทั่วโลก ในกระบวนการนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ทำหน้าที่ในฐานะ National Bidder ทำงานร่วมกับสมาคมวิชาชีพ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำเสนอข้อมูล และเจรจาต่อรองบนเวทีสากล เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากองค์กรระดับนานาชาติ บทบาทของทีเส็บจึงไม่ใช่การเป็นผู้จัดงาน แต่เป็นผู้เชื่อมโยงศักยภาพของประเทศให้กลายเป็น "ข้อเสนอที่น่าเชื่อถือ" บนเวทีการแข่งขันระดับโลก Convention คือการลงทุนระยะยาวของประเทศ
ในอดีต ประเทศอาจวัดความสำเร็จของการจัดงานจากจำนวนผู้เข้าร่วม หรือรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดงาน แต่เศรษฐกิจยุคใหม่ วัดความสำเร็จจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เกิดความร่วมมือด้านวิจัยหรือไม่ เกิดการลงทุนใหม่หรือไม่ อุตสาหกรรมของประเทศได้รับการยกระดับหรือไม่ บุคลากรไทยได้เรียนรู้และเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับโลกหรือไม่ คำถามเหล่านี้คือเหตุผลที่หลายประเทศลงทุนอย่างจริงจังในการแข่งขันเพื่อเป็นเจ้าภาพ Convention ระดับโลก เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมา ไม่ใช่เพียงผู้เข้าร่วมประชุมหลายพันคน แต่คือการสร้าง "ทุนทางเศรษฐกิจ" และ "ทุนทางปัญญา" ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สุดท้ายแล้ว Convention จึงไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมการประชุม แต่เป็นเวทีที่เศรษฐกิจ องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจของโลกเดินทางมาพบกัน และทุกครั้งที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ชนะไม่ใช่เพียงสิทธิ์ในการจัดงาน แต่คือโอกาสในการสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com