|
|
ประจวบคีรีขันธ์ แหล่ง เที่ยวสุดฮิตระดับโล
Airbnb 'เผย'เทรนด์การท่องเที่ยวฤดูหนาวนี้ นักเดินทางให้ความสนใจจุดหมายทางธรรมชาติและเมืองที่เข้าถึงง่าย ประจวบคีรีขันธ์, ออสเตรเลีย, ชิลี, เยอรมนี, คอสตาริกา, บราซิล และโคลอมเบีย ขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มาแรง จากนักเดินทางทั่วโลก
ผู้บริหาร Airbnb เปิดเผยว่า เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับความเรียบง่ายและความเงียบสงบ โดยประจวบคีรีขันธ์โดดเด่นด้วยชายหาดที่สงบและสวยงาม ผู้คนเป็นมิตร พื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และยังมีกิจกรรมกลางแจ้งที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าในอุทยานแห่งชาติ การดำน้ำชมปะการัง หรือการใช้เวลาผ่อนคลายริมทะเลในบรรยากาศสบาย ๆ แบบไม่แออัด
ในภาพรวมระดับโลก เทรนด์ Gateway Travel หรือการพักในเมืองที่เดินทางต่อไปสู่ธรรมชาติได้สะดวกกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยจุดหมายปลายทางที่มาแรงในฤดูหนาวนี้1 ได้แก่ เขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย (ออสเตรเลีย), แคว้นมหานครซันติอาโก (ชิลี), กอสลาร์ (เยอรมนี), ประจวบคีรีขันธ์ (ไทย), ซานโฮเซ (คอสตาริกา), รัฐโกยาส (บราซิล) และกอร์โดบา (โคลอมเบีย) ซึ่งประจวบคีรีขันธ์ของไทยได้ขึ้นมาร่วมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวอย่างโดดเด่น
อิตาลีกลายเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในฤดูหนาวนี้ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว มิลาน-คอร์ตินา 2026 (Milano Cortina 2026) อย่าง แคว้นเทรนทีโนเซาธ์ เทียโร (Trentino-South Tyrol), แคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) และ แคว้นเวเนโต (Veneto) แคว้นลอมบาร์ดีโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยอัตราการค้นหาแบบปีต่อปีที่เติบโตสูงถึงหลักร้อยเปอร์เซ็นต์2 โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศเยอรมนี แคนาดา อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา3 สนใจเดินทางไปอิตาลีมากที่สุดในช่วงที่มีการแข่งขันโอลิมปิก
สำหรับนักเดินทางที่กำลังเริ่มวางแผนทริปปลายปี Airbnb ชี้ว่าช่วงวันหยุดฤดูหนาวนี้ผู้เดินทางสามารถเลือกที่พักบรรยากาศเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเอ็กซ์พีเรียนซ์เฉพาะฤดูกาลจาก Airbnb Originals ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น
Go To Lead
|
การบินไทยจัดพิธีต้อนรับเครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรก เสริมความแข็งแกร่งฝูงบิน รองรับการเติบโตในเอเชียแปซิฟิก
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า การรับมอบ A321neo ลำแรกสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการเสริมสร้างศักยภาพฝูงบินและความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางบิน (Network Strategy) เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เครื่องบิน A321neo มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเหล่านี้ตอกย้ำแนวทางของการบินไทยในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ เครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะช่วยให้เราดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเส้นทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอร์บัส A321neo เป็นเครื่องบินลำตัวแคบทางเดินเดียว รุ่นใหม่ในตระกูล A320 ติดตั้งเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A ที่มีคุณสมบัติเด่นคือลดการใช้เชื้อเพลิงลงและทำงานเงียบขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อที่นั่งได้สูงสุด 20% และได้รับการรับรองให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ได้สูงสุด 50% นอกจากนั้น ห้องโดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 175 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในระดับเดียวกับเครื่องบินลําตัวกว้าง ด้วยที่นั่งแบบ Fully-Flat bed ปรับเอนได้ 180 องศา พร้อมพื้นที่ระหว่างที่นั่งที่กว้างขึ้น ในขณะที่ที่นั่งชั้นประหยัดมีจำนวน 159 ที่นั่ง ออกแบบที่นั่งตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับเอนได้ 110 องศา และที่พักศีรษะสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสานความเป็นสากลร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบ เช่น รูปแบบที่นั่ง ผ้าม่าน และผนังห้องโดยสาร พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางด้วยระบบความบันเทิง (IFE) ในทุกที่นั่งหน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่อหูฟัง Bluetooth เสริมความสะดวกสบายด้วยที่เก็บสัมภาระแบบ Airspace XL Bins เพิ่มความจุสูงสุด 40% รวมถึงระบบแสงไฟ Welcome Ceiling และ Cabin Mood Lighting เพื่อสร้างบรรยากาศตลอดการเดินทาง
ทั้งนี้ เครื่องบินแบบ Airbus A321neo ของบริษัทฯ มีแผนปฏิบัติการบินในเส้นทางภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกำหนดทำการบินเที่ยวบินแรกในวันที่ 22 มกราคม 2569 เส้นทาง กรุงเทพฯ สิงคโปร์ กรุงเทพฯการบินไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาฝูงบินและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดแก่ผู้โดยสารทั่วโลก
Go To Lead
|
|
ย่านเมืองเก่า Old Town
เมืองบราติสลาวา สาธารณรัฐสโลวาเกีย ย่านเมืองเก่า มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งทีเดียว อาทิ ประตูเมืองเก่า Michael's Gate ลานกลางเมือง Roland Fountai อาคารศาลาว่าการเก่า
รูปปั้นกิมมิคต่างๆ คนในท่อ Cumil the Sewer Worker, ปาปาราสซี่ Paparazzi เป็นต้น
การเดินทางจากกรุงเวียนนา มาบราติสลาวา ด้วยรถไฟจากสถานี Wien Hbf มายังจุดหมายปลายทาง สถานี Bratislava Hlavna Stanica
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที ราคาตั๋วไป-กลับ 15-20 ยูโร หรือใช้ EU Regio Ticket Bratislava ไป-กลับ+ รถสาธารณะ ในเมืองบราติสลาวา ฟรี! ราคา 18 ยูโร
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้ ในสถานี Wien Hbf มีเจ้าหน้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยว และอธิบายว่าตั๋วนี้ ใช้ได้ทั้งรถไฟ และรถสาธารณะในเมืองบราติสลาวา รวมทั้งนำจักรยานไปขี่ในเมืองได้ด้วย
รถไฟออกจากสถานีWien Hbf เวลา 8.30 น. โดยรถไฟขบวน EC หรือ REX ไปถึงเมืองบราติสลาวา ประมาณ 9.45 น. รวดเร็วมาก แต่ต้องเก็บตั๋วให้ดี มีเจ้าหน้าที่ตรวจบนรถไฟ
เมื่อถึงตัวเมืองอยากเดินทางไปสัมผัสปราสาท Bratislava Castle สามารถเดินจากสถานีรถไฟไปเที่ยวปราสาทได้ หรือนั่งรถบัสสาย 93 ชมวิวแม่น้ำดานูบและตัวเมือง
|
[ENGLISH]
|