Travel
Hot News: ทีเส็บตั้งเป้า 5 ปี จัดงาน ลดปล่อยคาร์บอน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ทีเส็บตั้งเป้า 5 ปี จัดงาน
ลดปล่อยคาร์บอน
ทีเส็บ ประกาศพันธกิจความยั่งยืนระยะ 5 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ความเป็นกลางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ตั้งเป้าหนุนจัดงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 20,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonCOe)
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า การมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการจัดงานในประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาล โดยผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ
“ประเทศไทยกำลังยกระดับประเด็นความยั่งยืนจากความตั้งใจไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนความมุ่งมั่นในระยะยาวให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ทั้งนี้ จากการต่อยอดความมุ่งมั่นของทีเส็บที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเชิงรุกด้านความยั่งยืนที่ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนให้หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ สามารถจัดงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน โดยทีเส็บไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผิดชอบเท่านั้น แต่ได้บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่ทุกมิติของอุตสาหกรรมไมซ์ มีทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และตอกย้ำจุดยืนในการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านไมซ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอีกด้วย”
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทีเส็บได้ปรับปรุงข้อกำหนดสำหรับผู้เสนอราคาและผู้ยื่นข้อเสนอแผนงาน โดยกำหนดให้ผู้จัดงานวางแผนการจัดงานในรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเวนต์ (Carbon-Neutral Event) หรืองานปลอดคาร์บอน โดยต้องคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการจัดงานและดำเนินมาตรการชดเชยคาร์บอน พร้อมรับการรับรองหรือปฏิบัติตามแนวทางเพิ่มเติมจา เกทีเส็บ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้จัดงานชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผ่านการจัดหาคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของงานลดลงหรือเป็นศูนย์
ทีเส็บยังสนับสนุนให้ผู้จัดงานร่วมบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยสนับสนุนให้ใช้เครื่องมือเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์เบื้องต้นสำหรับการเลี่ยงผลกระทบจากการจัดงาน, แอปพลิเคชัน Zero Carbon ซึ่งพัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO สำหรับติดตามการลดการปล่อยก๊าซ เครือข่ายผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงการเข้าถึงโครงการคาร์บอนเครดิตภายในประเทศเพื่อสนับสนุนการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
“เจตนารมณ์นี้สะท้อนถึงความพร้อมของทีเส็บในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจในเวทีระดับโลก รวมทั้งความตั้งใจที่จะสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรนานาชาติให้สามารถจัดงานในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง” ดร.ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


TRAVEL INSIGHT
เมือง HALL STATT ทะเลสาปสุดปัง! ออสเตรีย EP3

เรื่องและภาพ นักเดินทาง

เมือง HALL STATT ประเทศออสเตรีย เป็นอีกเมืองหนึ่งที่นักเดินทางทั่วโลก ต้องแวะไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต
นักท่องเที่ยวเล่าขานกันว่า เมืองเล็กๆแห่งนี้ มีวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ทะเลสาบสีฟ้าและเหมืองเกลืออันเก่าแก่...
นักเดินทางเองได้เดินทางมาเมืองนี้ ด้วยรถบัสจากเมืองซาลส์บูร์ก ในยามเช้า รถบัสค่อยๆเคลื่อนออกจากสถานี ลัดเลาะผ่านเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ เมืองที่ผ่านมีวิวทิวทัศน์สวยงาม แม่น้ำกว้างใหญ่
รถวิ่งไปสักพัก จอดตามป้ายตามเมืองต่างๆ มีทั้งชาวพื้นเมืองและนักท่องเที่ยว รถวิ่งไปประมาณชั่วโมงกว่า ก็มาจอดที่สถานีรถไฟ เพื่อให้เราได้นั่งต่อไปยังสถานีเมือง HALL STATT ทริปนี้เราต้องไปช่วงเช้า เพราะว่าหากสายนักท่องเที่ยวจะหนาแน่นมาก
เมื่อรถไฟมาจอดที่สถานี เราก็ต้องเดินลงจากเนินเขาไปลงเรือ ไปยังเมือง HALL เรารอสักพัก เรือโดยสารมาจอดที่ท่าเรือ รับนักท่องเที่ยว เมื่อเรือมาถึงสถานี พวกเราก็รีบเดินลงเรือ เพื่อไปจองมุมที่สามารถถ่ายรูปได้ชัดเจน
เมื่อนักท่องเที่ยวเต็มเรือๆก็แล่นออกจากฝั่ง ภาพสองข้างทาง ช่างงดงาม ทะเลสาบสีฟ้า ด้านหลังเทือกเขาสูงตระหง่าน ดูเสมือนเมืองในเทพนิยายทีเดียว เมื่อเรือแล่นเข้าใกล้ฝั่ง เราจะเห็นโบสถ์ใหญ่ตั้งสง่าอยู่เบื้องหน้า
"โบสถ์เก่าแก่ สัญลักษณ์เด่นของเมืองนี้"
เมื่อลงจากเรือ เราเดินไปเรื่อยๆ บ้านเมืองสีสวยงาม มีดอกไม้ประดับตกแต่งอยู่ทุกบ้าน ริมทะเลสาบเรามองเห็นเจ้าหงส์ แหวกว่ายอยู่ในทะเล แต่น้ำบางส่วนที่ติดกับร้านค้า ร้านอาหาร ค่อนข้างมีสีคล้ำ
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ยิ่งสายใกล้เที่ยง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาจากทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายกลุ่ม มากับทัวร์ และมากับเพื่อนๆ ครอบครัว เราเดินเล่นและถ่ายรูปไปสักพัก ก็พอดีเที่ยง ต้องแวะเติมพลัง ร้านอาหารค่อนข้างเต็ม
"โน่น! ร้านนี้ยังมีที่ว่าง เรารีบเข้าไปจับจองที่นั่ง เพราะร้านนี้วิวสวยทะเลติดทะเลสาบ มองออกไปเห็นขุนเขา ท้องทะเลได้อย่างชัดเจน วิวสุดปัง เมื่อได้ทีนั่งแล้ว เราก็รีบออเดอร์อาหาร และเครื่องดื่มทันที
แต่ช่วงนี้ต้องรอนานหน่อย เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก เมื่อพนักงานมาจดออเดอร์ สักครู่อาหารก็เริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟ รวดเร็วทีเดียว อาหารส่วนใหญ่รสชาติอร่อย ฟู้ดดีไซน์อีกด้วย ขณะที่พวกเราทานอาหาร ยังมีนักท่องเที่ยวอีกมาก ยืนรอคิวอยู่หน้าร้าน แสดงว่าร้านนี้ฮิตในย่านนี้
และที่นักเดินทางชื่นชอบ ก็คือ ห้องน้ำอยู่ตรงข้ามร้านอาหาร ในบ้านตกแต่งด้วยดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์สวยงาม แต่ต้องระวังห้องน้ำบางห้อง มีปัญหาเรื่องกลอนที่ล็อคแล้ว ไม่ค่อยยอมเปิด อาจจะใช้งานมานาน คนเข้าออกตลอด เวลาเข้าห้องน้ำควรมีเพื่อนไปด้วย เผื่อติดอยู่ในห้องน้ำออกไม่ได้
เมื่อพวกเราอิ่มท้องแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตในเมือง อาทิ จุดชมวิว ไฮไลท์ของเมือง โดยเฉพาะจุดชมวิว คนรอคอยถ่ายรูปกันจำนวนมาก พวกเราเดินลัดเลาะเมืองไปเรื่อยๆ จนช่วงบ่าย ก็แวะหาซื้อของที่ระลึกที่ร้านค้า มีสินค้าพื้นเมืองโดดเด่น สีสันสวยงาม อย่างแม็กเนต เป็นการแกะสลักไม้ทาสีสด ดูเก๋ แม้ราคาอาจจะแพงกว่าเมืองอื่นๆ
"เกลือ" เป็นสินค้าพื้นเมืองอีกอย่างหนึ่ง ที่ห้ามพลาด ซื้อกลับบ้านหรือไปฝากเพื่อนๆ หรือครอบครัว เกลือที่นี่มีหลายดีไซน์ แพกเกจจิ้งสุดเท่ ราคาแตกต่างกันไปตามดีไซน์ของ แพกเกจ
เมื่อเราเดินช็อปกันเพลิน ก็เดินต่อไป เพื่อไปรอเรือที่กลับมารับนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือ เรือจะออกเป็นเวลาถ้าพลาดช่วงบ่าย ก็ต้องกลับเย็นเลย เรารอนานหน่อย เรือถึงมาเทียบฝั่ง เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นเต็มลำ เรือก็ออกจากท่าไปส่งเราที่ต้นทาง
เมื่อเรือเทียบท่า เราก็ลงจากเรือ เดินขึ้นเนินเขา เพื่อไปรอรถไฟกลับสู่เมืองซาลส์บูร์ก ที่เราพักอยู่ รอไปหนาวไป เพราะอากาศเริ่มเย็นกว่าช่วงเช้า สักพักรถไฟก็มาถึงสถานี เราก็ขึ้นรถไฟเพื่อไปต่อรถบัส กลับที่พัก
ขากลับรถไฟวิ่งเร็ว ไม่นานก็มาถึงสถานี เรารีบลงจากรถไฟไปยังสถานีรถบัส หากช้าก็ต้องรออีกเป็นชั่วโมง ยิ่งเย็นอากาศยิ่งหนาว พอเดินไปถึงสถานีรถบัส ก็รีบขึ้นรถ ไม่นานรถบัสก็เคลื่อนตัวออกจากสถานี ผ่านเมืองต่างๆ เข้าสู่เมืองซาลส์บูร์ก
เรานั่งไปหลับไป เพราะอากาศเย็นสบาย ไม่นานรถบัสก็มาจอดที่สถานีต้นสาย ใกล้กับที่พักของพวกเรา "เมือง HALL STATT เมืองแห่งทะเลสาบสีฟ้า ขุนเขา ดอกไม้ที่งดงาม บ้านเรือน วิถีชีวิต ที่สโลว์ไลฟ์ แต่มีความสุข จนนักท่องเที่ยวทั่วโลก ต้องเดินทางไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เหมืองเกลือ เมือง HALL STATT
เหมืองเกลือ Hallstatt (Salzwelten Hallstatt)เหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์กว่า 7,000 ปี ตั้งอยู่บนภูเขาสูงหลังเมืองฮอลล์สตัทท์ ออสเตรีย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไป เดินชมอุโมงค์เกลือ เล่นสไลเดอร์ไม้ ชมทะเลสาบเกลือใต้ดิน และห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์เหมือง
Skywalk "Welterbeblick": จุดชมวิวพาโนรามาที่สวยงาม ทะเลสาบเกลือใต้ดิน ผิวสะท้อนเหมือนกระจก งดงามมาก
การเดินทาง: ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า (Funicular) หรือเดินขึ้นเขาเล็กน้อย (อาจมีปรับปรุงเป็นระยะ).กิจกรรมภายใน: นั่งรถไฟเล็กเข้าถ้ำ, ลื่นสไลเดอร์ไม้, ชมทะเลสาบเกลือ, ชมโครงกระดูกคนงานเหมืองโบราณ, ดูภาพยนตร์ประวัติศาสตร์.การเตรียมตัว: ใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ และรองเท้าที่เดินสบาย/ไม่ลื่น (ข้างในหนาวและลื่น). เวลา: ใช้เวลาทัวร์ประมาณ 2-3 ชั่วโมง (รวมขึ้นลง).
นักท่องเที่ยวควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก และเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางขึ้นลงและรอคิว เหมืองและรถรางมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรเช็คข้อก่อนเดินทาง จะได้ไม่เสียเวลา

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com