Realestate
Hot News: เอพี เปิดตัว LIFE รัชดา-พระราม 9
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เอพี เปิดตัว LIFE
รัชดา-พระราม 9
เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING เปิดตัวคอนโดใหม่โปรเจกต์แรกของปี 2569 “LIFE รัชดา-พระราม 9” มูลค่าโครงการ 3,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดหลัก ‘AP CODE’
นางสาวนิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์ Executive Vice President กลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำคอนโดติดรถไฟฟ้า เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING รุกไตรมาสแรกเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์คอนโดมิเนียม Low-rise โครงการใหม่ล่าสุด LIFE รัชดา-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 3,600 ล้านบาท ถอดรหัส The Unspoken Needs คนเมือง เปลี่ยนความสงบให้เป็นความหรูหรามิติใหม่ใจกลาง New CBD ย่านที่สะท้อนภาพการใช้ชีวิตที่ไม่เคยหลับใหล
LIFE รัชดา-พระราม 9 ได้รับการพัฒนาภายใต้ ‘AP CODE’ แนวคิดหลักกระบวนการทำงานและการออกแบบที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบ Living Quality รูปแบบใหม่ ‘Bloom in the Center of Lifestyle’ ที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตและเบ่งบานในแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง พร้อมสร้างปรากฏการณ์เขย่าตลาดด้วย ‘ราคาที่เหมือนได้ย้อนเวลา’ เพียง 95,000 บาท/ตร.ม.* สำหรับห้องชุด 1 Bedroom (M-size) แต่งครบ เริ่มต้นเพียง 2.89 ล้านบาท*
“ท่ามกลางไดนามิกของย่าน New CBD รัชดา-พระราม 9 ที่ไม่เคยหลับใหล เอพีคอนโดมองเห็นอินไซต์สำคัญว่าท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่คนเมืองโหยหามากที่สุดอาจไม่ใช่ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่คือ ‘ความสมดุลและความสงบ’ นำมาสู่โจทย์การทำงานสำคัญที่ทีมเอพีคอนโด ‘คิดใหม่และออกแบบโมเดลการพัฒนาสเปซใหม่ทั้งหมด’ เพื่อส่งมอบ Living Quality ที่ตอบโจทย์ได้จริง ร้อยเรียงผ่านแนวคิด ‘A Living System’ นวัตกรรมการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงทุกจังหวะ (Moment) ประสบการณ์ (Experience) และพื้นที่ (Space) ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ LIFE รัชดา-พระราม 9 คือคอนโดคุณภาพที่พร้อมส่งมอบการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ 'Bloom in the Center of Lifestyle' ให้ผู้อยู่อาศัยได้หยุดพัก รีชาร์จ และเติบโตเบ่งบานในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในคอนโดใจกลางเมือง ที่รองรับทุกโหมดชีวิตคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม และแตกต่างจากทุกโครงการที่เคยมีมา” นางสาวนิยมาพร กล่าว
ถอดรหัส 3 มิติแห่งสเปซ เมื่อความสงบคือสุนทรียะรูปแบบใหม่ LIFE รัชดา-พระราม 9 คอนโดคุณภาพบิ๊กโปรเจกต์ที่พร้อมส่งมอบการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ 'Bloom in the Center of Lifestyle' ให้ผู้อยู่อาศัยได้หยุดพัก รีชาร์จ และเติบโตเบ่งบานในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง ผ่านการสร้างสมดุลให้กับชีวิตใน 3 มิติ ได้แก่
1. Peace with Extra Wide Function: ห้องชุดดีไซน์ใหม่ล่าสุด ขยายสเปซการพักผ่อน เปิดตัวดีไซน์ห้องชุดรูปแบบใหม่ New Modular Flow Design – Extra Width Function ปลดล็อกข้อจำกัดห้องชุดในคอนโด ขยายพื้นที่ Home-Living ให้กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมสเปซส่วนตัว (Extra Function) ให้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนเป็นมุมทำงาน มุมพักผ่อน หรือมุมสร้างแรงบันดาลใจได้ตามไลฟ์สไตล์ (Persona Design Layout) เปลี่ยนทุกตารางเมตรให้เป็นสเปซที่เติมพลังใจและเปิดอิสระในการใช้ชีวิต พร้อมห้องชุดหลากหลายดีไซน์ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่: 1 Bedroom Plus: ขนาด 35.00 - 38.00 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom: ขนาด 45.00 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom: ขนาด 50.00 - 60.00 ตร.ม.
2. Peace within Stand-Alone Facilities: ส่วนกลางจัดเต็ม 28 ฟังก์ชันที่ไม่รบกวนโซนพักอาศัย ‘พื้นที่ชีวิตคุณภาพไม่ควรจบแค่ในห้องส่วนตัว’ เอพีคอนโดภายใต้การทำงาน Landscape as Strategy ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ให้โอบล้อม Stand-Alone Extended-Life The Residence Pavilion อาคารส่วนกลางสูง 3 ชั้น เพื่อแยกความวุ่นวายออกจากอาคารพักอาศัย ใช้ธรรมชาติสร้าง ‘ภาวะอยู่สบาย’ ช่วยลดอุณหภูมิแวดล้อม พร้อมฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานถึง 28 รูปแบบ อาทิ Quiet Bloom Patio, Blooming Pool, The Resident Pavilion และ Sky Bloomscape ตอบโจทย์ทั้งโหมด Active และโหมด Pause ความสงบเพื่อชาร์จพลังใจ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
3. Peace in the Center of Lifestyle: โลเคชันใจกลาง New CBD เชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว ขณะที่พร้อมปิดซ่อนความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง โครงการตั้งอยู่ใกล้ MRT พระราม 9 เพียง 2 นาที รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ Living Hub ทั้งอาคารสำนักงานและไลฟ์สไตล์มอลล์ ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่โครงการ จะพบกับความเป็นส่วนตัว พร้อมพื้นที่ส่วนกลางใจกลางโครงการขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ Public และ Private ชัดเจน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ถอยออกจากความวุ่นวาย และกลับมาโฟกัส หยุดพัก รีชาร์จ และเติบโตเบ่งบานในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง
“ทุกวันนี้การตัดสินใจเลือกคอนโดใหม่ใจกลางเมือง ลูกค้ามองหา Living Quality ในระยะยาว LIFE รัชดา-พระราม 9 ได้ต่อยอดความสำเร็จจากพอร์ตคอนโด Low-rise ของเอพี ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ในย่านศักยภาพนี้มาแล้ว โดยเอพีมั่นใจว่าโมเมนตัมของลูกค้า Real Demand กลุ่มคนทำงาน ยังคงมองหาศูนย์กลางความคล่องตัวที่เต็มไปด้วยโอกาสในย่าน New CBD ควบคู่ไปกับการมี ‘พื้นที่ชีวิตคุณภาพ’ เพื่อตัดขาดจากความวุ่นวายและรีชาร์จพลังชีวิต โดย LIFE รัชดา-พระราม 9 โปรเจกต์ไฮไลต์แรกของปีนี้ ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำคอนโดแนวรถไฟฟ้าของเอพีคอนโด ที่มุ่งเจาะลึกอินไซต์ที่แตกต่างและหลากหลายของคนเมือง เพื่อสานต่อการส่งมอบ Living Quality และตอกย้ำพันธกิจหลักในการสร้าง ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ให้เกิดขึ้นจริงในทุกตารางเมตร” – นางสาวนิยมาพร กล่าวทิ้งท้าย
คอนโดใหม่ราคาที่ ‘หาไม่ได้อีกแล้ว’ ใจกลาง New CBD LIFE รัชดา-พระราม 9 เปิดจองครั้งแรกในวันที่ 14–15 มีนาคม 2569 นี้ ณ สำนักงานขายโครงการ (พระราม 9 ซอย 2) โอกาสสำคัญในการครอบครองสุนทรียะแห่งความสงบที่มาพร้อมกับ ‘ระดับราคาที่หาไม่ได้อีกแล้ว’ ในทำเลนี้ VVIP DAY เพียง 95,000 บาท/ตร.ม.* เท่านั้น ห้องชุด 1 Bedroom (M-size) แต่งครบ เริ่มเพียง 2.89 ล้านบาท* รีบเลย! 50 ยูนิตแรก รับฟรีเฟอร์นิเจอร์แพ็กเกจ มูลค่าสูงสุด 200,000 บาท*

Go To Lead


“พฤกษา โฮลดิ้ง” ปี 69 'เร่ง' แปลงรายได้จากสินทรัพย์
ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้าน
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized ? Capital-Efficient ? Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง” นางสาวปัทมา กล่าว
ในมิติแรก “Asset-Optimized, Recurring-Built” บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ สำหรับความคืบหน้าในธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อรองรับศักยภาพด้าน โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60% ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้นำที่ดินจากพอรต์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ และเพิ่มสัดส่วนบ้านในเซ็กเมนต์กลางถึงบน เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน “Capital-Efficient, Growth-Enabled” บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มพฤกษาเร่งชำระหนี้โดยลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป ขณะที่ในมิติสุดท้าย “Well Living-Focused, Brand-Strengthened” บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่ม Mid-to-Upper Segment เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการผสานแนวคิดสุขภาพเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวบริการ Family Doctor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโมเดล “แพทย์ประจำครอบครัว” มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย
Family Doctor สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของพฤกษา จาก “ผู้สร้างที่อยู่อาศัย” สู่ “ผู้สร้างความเป็นอยู่ที่ดี” มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพ โดยแพทย์จะดูแลสุขภาพลูกบ้านแบบองค์รวมและต่อเนื่อง ซึ่งจะเข้าใจประวัติสุขภาพของแต่ละครอบครัวอย่างลึกซึ้ง พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness) ในกลุ่มโครงการระดับกลางถึงบนอย่างใกล้ชิด ควบคู่บริการ Well Care @Home ดูแล ให้คำปรึกษาและตรวจสุขภาพเบื้องต้นถึงหน้าบ้านภายในโครงการ การให้คำปรึกษาทางไกล (Telemedicine) ที่เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพเข้ากับที่อยู่อาศัยอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ มอบความอุ่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกบ้านพฤกษาที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ สำหรับบริการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างพฤกษา เรียลเอสเตท และโรงพยาบาลวิมุต ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ และสามารถเชื่อมโยง “บ้าน” กับ “การดูแลสุขภาพ” ได้อย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี...ทั้งชีวิต” เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและสร้างคุณค่าในระยะยาว
ทั้งนี้ ทิศทางกลยุทธ์สำหรับปี 25 69 ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการเน้น “การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 พฤกษา เรียลเอสเตท ได้เปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท โดยมียอดพรีเซลล์ 11,050 ล้านบาท และยอดโอน 11,500 ล้านบาท มีสินค้าพร้อมขายมูลค่ารวมกว่า 66,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ปี 2568 ยังเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอของพฤกษา เรียลเอสเตท ราว 45% ของโครงการใหม่อยู่ในกลุ่มพรีเมียม (มากกว่า 7 ล้านบาท) และระดับกลางราคา 3-5 ล้านบาท คิดเป็น 42% ในขณะที่ 13% เป็นกลุ่มราคาระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโครงการที่เป็นที่ต้องการของตลาดและระบายโครงการที่ขายช้าออกไปอย่างต่อเนื่อง “แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงล่าง แต่เรายังสามารถบริหารต้นทุนผ่านกลยุทธ์การแบ่งโซน การปิดโครงการเก่า ปรับการออกแบบและต้นทุนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคาและความต้องการในแต่ละโซน รวมทั้งการเร่งโอนคอนโดมิเนียมในช่วงปลายปี ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น” นายธีระ กล่าว
ปี 2569 พฤกษา เรียลเอสเตท มีกลยุทธ์ที่จะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่ ควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง บริหารกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง พร้อมเร่งยอดผ่านช่องทางออนไลน์และฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ ขยายช่องทางเอเจ้นท์เพิ่มขึ้น 10% โดยเน้นไปที่กลุ่มต่างชาติทั้งจีน พม่า และไต้หวัน เพิ่มการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ด้านราคา รวมไปถึงการออกแคมเปญโปรโมชัน และแคมเปญเพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่ลูกค้า ทั้งโปรแกรมพฤกษา พาส ที่ให้ลูกค้าทำสัญญา "ผ่อนตรงกับโครงการ" สูงสุด 1 ปี และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที และยังมีแผนออกโปรแกรมอื่นๆ เพื่อช่วยลูกค้าที่อยากมีที่อยู่อาศัย แต่ติดปัญหาด้านสินเชื่อเพิ่มเติมอีกด้วยด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 อีก 7 โครงการ จะเป็น Brand Champion ที่เป็นความชำนาญของพฤกษาและเลือกสร้างโครงการใน Strategic Location มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลล์ 16,500 ล้านบาท รายได้ 15,000 ล้านบาท (ไม่รวมยอดจากโครงการที่มีการร่วมลงทุน) มีโครงการไฮไลต์ ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 แบบบ้านดีไซน์ใหม่ที่นำ “คอร์ทยาร์ด” มาเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64 บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical เพียง 19 ครอบครัว ขนาด 42.1-66.2 ตารางวา นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดสำหรับ Pet Parent แห่งแรกของพฤกษาที่แชปเตอร์ วัน รัชดา 19 ด้วย
นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวเสริมว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุตเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีรายได้รวม 2,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 232 ล้านบาท เติบโตเท่าตัว โดยโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้กว่า 12 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2568 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลมา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายการบริการดูแลรักษาในสาขาหลัก เช่น สุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด และกระดูกและข้อ รวมถึงการเติบโตของลูกค้าประกัน ลูกค้าองค์กร และการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งเมียนมา (เติบโตขึ้น 10 เท่า) กลุ่มอาหรับ (เติบโต 2 เท่า) จีน และแอฟริกา ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในส่วนของโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ นอกจากความเป็นผู้นำด้านการป้องกันและรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการโปรโมทศูนย์ตรวจสุขภาพและยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน กับบริษัทขนาดใหญ่โดยรอบและลูกบ้านพฤกษา เพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น
ปี 2569 เครือวิมุตได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2,600 ล้านบาท เติบโต 16% โดยมีกลยุทธ์หลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ จากความสำเร็จของการเปิดการบริการดูแลรักษาในสาขาหลักต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธินมีแผนขยายการบริการดูแลรักษาระบบทางเดินอาหารและตับ และระบบประสาทและสมอง และได้ออกแคมเปญเพื่อการดูแลสุขภาพสตรีครบครันทั้งสุขภาพภายในผู้หญิงและเรื่องความงามภายนอก ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพาธารินทร์ เน้นศูนย์ไลฟ์สไตล์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ศูนย์อุบัติเหตุ และศูนย์ทางเดินอาหารและตับ 2) ด้านการตลาด มีแผนขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางประกันภัย ลูกค้าองค์กร ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และการส่งต่อผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล 3) ด้านการดำเนินงาน มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล (Operational Excellence) โดยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านการใช้ Telemedicine ระบบดิจิทัล และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล (Global Credibility) ผ่านการขยายช่องทางสื่อสารไปยังคนไข้โดยตรง (D2P) ขยายการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์ (D2D) และเพิ่มปริมาณเคสที่มีความซับซ้อน (Complex Cases) ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว
“ปี 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งการปรับสมดุลและเสริมรากฐานโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่ปี 2569 ซึ่งจะเป็นปีแห่งการปลดล็อกศักยภาพสินทรัพย์และสร้างรายได้ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ภายใต้โครงสร้างการเงินที่มั่นคงและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการขยายฐานรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ โดยเรายังคงมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ในการยกระดับ Lifetime Well-Living สู่ Holistic Health Experience ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวปัทมา กล่าวตอนท้าย
อนึ่ง ปี 2568 เป็นปีแห่งความสำเร็จของพฤกษา โฮลดิ้ง สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ของพฤกษา โฮลดิ้ง โดยบริษัทฯ ได้มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โฟกัสธุรกิจหลัก และยกระดับสัดส่วนโครงการในตลาดระดับกลางถึงบน ควบคู่กับการลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ที่ 33.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญสภาวะตลาดที่ท้าทาย ขณะเดียวกัน ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพียง 0.28 เท่า พร้อม Backlog กว่า 3,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจหลัก ปรับลดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 247 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน#PruksaHolding #PSH #LifetimeWellLiving #Pruksa #ViMUT

Go To Lead


เสนา ตอกย้ำผู้นำอสังหาฯ
สร้าง “LivNex เช่าออมบ้าน”
ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขอขอบคุณ Future Trends Awards ที่เห็นถึงความตั้งใจของบริษัท มอบรางวัล Leading of Social Product ให้แก่องค์กรที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมและการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ซึ่งต้องสร้างผลลัพธ์และผลกระทบเชิงบวกได้จริง LivNex เช่าออมบ้าน เป็นโซลูชันที่เราภูมิใจมาก เพราะช่วยให้คนที่ยังไม่พร้อมกู้มีจุดเริ่มต้น วันนี้มีลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านสำเร็จแล้ว 102 ราย และมีผู้เข้าร่วมโครงการรวมกว่า 976 ราย สะท้อนว่าแนวคิดนี้สร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้จริง”
ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา SENA พัฒนาโครงการมากกว่า 200 โครงการ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ไม่เพียงสร้างบ้าน แต่ดูแลลูกค้าตลอดทุกช่วงชีวิต โดยยึดหลักคุณภาพ ความคุ้มค่า และการเข้าถึงได้จริง เพื่อให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าแนวคิด “SENA Low Carbon” และ “Zero Energy House (ZEH)” ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในทุกยูนิต ทั้งบ้านและคอนโด ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และต่อยอดสู่ระบบ Solar Roof พร้อมแบตเตอรี่ (Solar + Battery) ในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงานและสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมผสานความร่วมมือกับ Hankyu Hanshin Properties พาร์ทเนอร์จากญี่ปุ่น เพื่อนำมาตรฐานคุณภาพระดับสากลมาพัฒนาโครงการในประเทศไทย
รางวัลในปีนี้จึงตอกย้ำบทบาทของ SENA ในฐานะ “Sustainable Living Leader” ที่ไม่เพียงพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่พัฒนา “โอกาส” และ “คุณภาพชีวิต” เพื่อสังคมไทยในระยะยาวอย่างแท้จริง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com