|
|
SCG Landscape X room
SCG (เอสซีจี) ผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างและแลนด์สเคปของไทย 'เผย'โครงการ สร้างเมืองน่าเดิน ให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย มุ่งเน้นการยกระดับทางเท้าและพื้นที่สาธารณะ ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองอย่างยั่งยืน
หรรษา อมาตยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมทาง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเท้า และพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนเมืองสู่การเป็น เมืองที่เดินได้ เดินดี (Walkable City) อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานทางเท้าให้มีความปลอดภัย แข็งแรง และเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งออกแบบให้รองรับการใช้งานของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่เมืองได้อย่างทั่วถึง กรุงเทพมหานครยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สาธารณะ ให้สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละย่าน ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต และการทำกิจกรรมของประชาชน ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ยกตัวอย่างโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ อาทิ การปรับปรุงทางเท้า ในย่านถนนทรงวาด การพัฒนาพื้นที่ ตลาดท่าเตียน รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์อย่าง Bangkok Design Week ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการยกระดับพื้นที่สาธารณะ ทั้ งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกในการสัญจร การเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานพื้นที่ และการกระตุ้นเศรษฐกิจในย่านให้กลับมามีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการเชื่อมโยงโครงข่ายทางเท้ากับระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่สำคัญของเมือง ลดการพึ่งพาการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และส่งเสริมการสัญจรที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของเมืองในภาพรวม ทั้งด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สำหรับทิศทางในอนาคต กรุงเทพมหานคร มีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเท้าอย่างต่อเนื่อง โดยมอง ทางเท้า เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจเมือง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ เข้าถึงได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ชัชนิล ซัง Managing Director / Landscape & Architecture Studio Director บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด ได้นำเสนอแนวคิดการออกแบบภูมิทัศน์เมืองในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างการใช้งานจริง ความสวยงาม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสะท้อนบทบาทสำคัญของภูมิสถาปนิกในการเชื่อมโยง พื้นที่สาธารณะ เข้ากับ วิถีชีวิตของประชาชน ผ่านการวิเคราะห์และออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการสัญจร การพักผ่อน และการทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชน โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตลอดจนเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันของคนในชุมชน เน้นการพัฒนา โครงข่ายพื้นที่สาธารณะ ที่เชื่อมโยงกันทั้งเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึง ลดการพึ่งพายานพาหนะส่วนบุคคล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม อันนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ เดินได้ เดินดี อย่างยั่งยืน
นายศรายุทธ ศรีทิพย์อาสน์ บรรณาธิการบริหาร บ้านและสวน / สถาปนิก ถ่ายทอดภาพรวมของการพัฒนาเมืองน่าเดิน ได้นำเสนอภาพรวมของการพัฒนา เมืองน่าเดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเท้าและพื้นที่สาธารณะให้มีมาตรฐาน ทั้งในด้านความสะดวก ความปลอดภัย และความต่อเนื่องในการใช้งาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาพรวมของเมือง ได้สะท้อนบทบาทของนวัตกรรมวัสดุ และเทคโนโลยีในการยกระดับคุณภาพของพื้นที่สาธารณะ โดยครอบคลุมทั้งด้านสุนทรียภาพ ความทนทานต่อการใช้งาน และความปลอดภัย อาทิ การพัฒนาวัสดุให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การลดการสะสมความร้อนบนพื้นผิว และการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลรักษาในระยะยาว
นอกจากนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของพื้นที่ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของประชาชนในพื้นที่เมือง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเมืองให้มีความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการ สร้างเมืองน่าเดิน ให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย SCG ไม่ได้มุ่งเน้นแค่เอื้อประโยชน์ให้กับคนเมืองเท่านั้น ยังผนึกกำลังกับส่วนท้องถิ่น กระจายความน่าเดินไปทั่วประเทศ พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เทศบาล และนักพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศไทยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไปจนถึงขั้นตอนการติดตั้งที่รวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างน้อยที่สุด ปัจจุบันได้เริ่มมีการดำเนินโครงการไปแล้วในหลายพื้นที่ เช่น การปรับปรุงทางเดินย่านชุมชนเก่า และพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า
โดย SGG Landscape มีการมุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านงานปรับสภาพภูมิทัศน์ ในกลุ่ม ตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอก ซึ่งจากการสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้งานในพื้นที่ พบว่างานภูมิทัศน์ที่ดีต้องตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งเรื่องฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐาน อาทิ เดินสบาย ปลอดภัย เกิดสุขภาวะในการใช้งาน และวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งผลิตด้วยกรรมวิธี ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่ง SGG Landscape ได้มีการผสานองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ ความเชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตย์และวิศวกรรม นำมาใช้เป็นโซลูชันในการตกแต่งภูมิทัศน์ ที่มีความครบครันหลากหลายวัสดุ และ หลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ วัสดุสำหรับงานพื้น, รั้ว ฯลฯ ผ่านขั้นตอนการผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นนำเฉพาะเอสซีจี อาทิ นวัตกรรมสร้างอัตลักษณ์ให้พื้นที่ ด้วยเทคโนโลยี UVT หรือ Ultimate Virtual Technology, เทคโนโลยีการพ่นเปิดผิวหน้า SHOT BLAST Technology , นวัตกรรมเพื่อการอยู่สบาย สุดยอดเทคโนโลยี HEATSYNC Technology ที่ทำหน้าที่ดึงความร้อนออกจากกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น ทำให้อุณหภูมิที่ผิวกระเบื้องลดลง, นวัตกรรมผิวหน้าวัสดุตกแต่งเพื่อความสวยงามENCAPSULATE Coating Technology เทคโนโลยีหนึ่งเดียวในไทย สร้างพื้นผิวของวัสดุที่ถอดรหัสความงามจากหินแกรนิต ทั้งด้านสีสันและผิวสัมผัส และ Virtual Technoloy ยกระดับงานพื้นให้ดูดีมีระดับ ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงที่ให้ลวดลายและสีสันดุจหินจากธรรมชาติ, นวัตกรรมเพื่อกันดูแลรักษาง่าย Easy Clean Technology ป้องกันปัญหาคราบฝังลึกจากการใช้งานหนัก
ร่วมสัมผัสโครงการ สร้างเมืองน่าเดิน ให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย อีกหนึ่งโปรเจ็กต์แห่งความภาคภูมิใจของ SGG Landscape (เอสซีจี แลนด์สเคป) ที่ผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อยกระดับทางเท้าและพื้นที่สาธารณะ ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินได้ เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
Go To Lead
|
นิกร เร่งช่วยประชาชน ทวีพงษ์ เดินหน้าลดค่าเช่า 25 โครงการทั่วประเทศ
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กคช. ได้ขยายโปรโมชันลดค่าเช่าที่อยู่อาศัยใน 25 โครงการทั่วประเทศ โดยลดค่าเช่า 300500 บาทต่อหน่วยต่อเดือน จากอัตราปกติ 1,2002,600 บาทต่อเดือน ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม
สำหรับมาตรการลดค่าเช่า แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ครอบคลุมอาคารเช่าในหลายจังหวัด อาทิ สมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3), ลำปาง, นครสวรรค์, ลพบุรี, ชลบุรี (แหลมฉบัง), มหาสารคาม, สุรินทร์ (สลักได), อุบลราชธานี, อุดรธานี (สามพร้าว), กาญจนบุรี และเพชรบุรี (โพไร่หวาน) ผู้ที่เข้าทำสัญญาเช่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิส่วนลดต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2569 รวมโครงการเปิดใหม่ในจังหวัดหนองบัวลำภู และฉะเชิงเทรา (บางปะกง) ที่ได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกัน
ส่วนโครงการที่ได้รับส่วนลด 400 บาทต่อเดือน ได้แก่ อาคารเช่ามาตรฐานรอง เพชรเกษม 91, เพชรเกษม ระยะที่ 2 และอยุธยา 2 ระยะที่ 1 (บ่อโพง) สำหรับผู้ที่ทำสัญญาเช่าภายในช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ในส่วนโครงการที่ได้รับส่วนลดสูงสุด 500 บาทต่อเดือน ได้แก่ โครงการพรพระร่วงประสิทธิ์ ระยะที่ 1, นครราชสีมา ระยะที่ 4 และระยะที่ 5 รวมถึงบ้านพักข้าราชการในจังหวัดอ่างทอง, กาญจนบุรี, ระยอง และสุราษฎร์ธานี โดยผู้ที่ทำสัญญาเช่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิส่วนลดค่าเช่าจนถึงเดือนกันยายน 2569
มาตรการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของการเคหะแห่งชาติในฐานะกลไกหลักของรัฐในการดูแลประชาชนฐานราก มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 25602579) และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 25612580) ในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงในมิติที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างเป็นระบบ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 351 7854 และ 02 351 6041 ในวันและเวลาราชการ หรือสอบถามผ่าน Call Center โทร. 1615
Go To Lead
|
นิกร เร่งช่วยประชาชน ทวีพงษ์ เดินหน้าลดค่าเช่า 25 โครงการทั่วประเทศ
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|