Realestate
Hot News: ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ 'เผย' กำไรสุทธิ 96.36 ล้าน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ 'เผย' กำไรสุทธิ 96.36 ล้าน
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ 'เผย'ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โชว์ยอดรับรู้รายได้ 663.36 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าราว 10% กำไรสุทธิ 96.36 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นกว่า 30% มติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.11 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 6.1%
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยถึงสภาวะตลาดอสังหาฯ โดยรวม น่าจะ Bottom Out ไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก ในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่องปีหน้า ตลาดมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ หากไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ อะไรเข้ามากระทบเพิ่มเติม สำหรับลลิลฯ ผลประกอบการในไตรมาสสองที่ผ่านมามียอดรับรู้รายได้ทั้งสิ้น 663.36 ล้านบาท ซึ่งฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสแรกราว 10%
ขณะที่การบริหารต้นทุนด้านต่างๆ ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการบริหารต้นทุนการก่อสร้าง การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร สามารถบริหารจัดการได้เป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ จึงจะเห็นว่าตัวเลข Operating Performance Ratios ต่างๆ ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างชัดเจน
" ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 38.6% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ตัวเลขค่าใช้จ่ายทางด้านการขายต่อยอดรับรู้รายได้ (Selling Expenses/Revenues) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ราว 7.1% ในขณะที่ตัวเลขค่าใช้จ่ายการบริหารต่อยอดรับรู้รายได้ (GA Expenses/Revenues) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 8.9% ซึ่งจากตัวเลขอัตราส่วนทางการเงินดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารงานที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จึงส่งผลให้กำไรสุทธิมีการฟื้นตัวได้ดีขึ้นมากจากไตรมาสแรก โดยในไตรมาสสองนี้บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 96.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสแรกกว่า 30%" กรรมการผู้จัดการ กล่าว
ในแง่ของงบดุลไตรมาสสองที่ประกาศออกมา ยังแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งไว้ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานซึ่งถือเป็น DNA ของทางบริษัท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 0.83 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสุทธิ (Net D/E ratio) ที่เพียง 0.64 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยในช่วงปีเศษที่ผ่านมา บริษัทสามารถที่จะชำระคืนหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่ครบกำหนดไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังคงมีวงเงิน Committed Line จากธนาคารพาณิชย์พันธมิตรหลายแห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสถานะการเงินและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง และแสดงถึงการบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรัดกุม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.11 บาท ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ต่อเนื่องติดต่อกันมาทุกปี แล้วเกือบ 25 ปี นับตั้งแต่บริษัทเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยได้กำหนดวัน Record Date ผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งการประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราดังกล่าว เมื่อเทียบกับระดับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน คิดเป็น Dividend Yield ทั้งปีที่ราว 6.1%
สอบถามและชมข้อมูล ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1778 หรือ www.lalinproperty.com

Go To Lead


SENA ครึ่งปีแรกยอดขายแข็งแกร่ง LivNex เช่าออมบ้าน เพิ่มยอดขายโตต่อเนื่อง
ตุน Backlog 10,556 ล้านบาท ธุรกิจ Green หนุนเติบโตยั่งยืน
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 1,520 ล้านบาท เติบโต 20.3% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวม 2,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) สะท้อนการเติบโตของธุรกิจบริการ พลังงานสะอาด และรถยนต์ไฟฟ้า ที่เข้ามาช่วยกระจายแหล่งรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้ครึ่งปีแรก 2569 บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผันผวน โดยมียอดขายรวม 10,512 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของเป้าหมายทั้งปี และมียอดรับรู้รายได้รวม 2,736 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิได้รับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังคงรักษาระดับยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลักไว้ได้ พร้อมต่อยอดโอกาสการเติบโตจากธุรกิจ Green ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์ รวมถึงการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ LivNex ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการสนับสนุนรายได้ช่วงครึ่งปีหลัง
นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ยอดขายรวม 10,512 ล้านบาท ประกอบด้วยยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 7,926 ล้านบาท ยอดขายจาก LivNex 2,586 ล้านบาท และบริษัทมียอดรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,822 ล้านบาท มียอดรับรู้รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจ 2,736 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 845 ล้านบาท คิดเป็น 31% มีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไรและภาษี 460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท คิดเป็น 6% ของรายได้รวม อย่างไรก็ดีจากยอดรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดหมุนเวียน และยังคงรักษาระดับ DE ที่ 1.31 เท่า
ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่าน บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ LivNex ห้องเช่าออมบ้าน จำนวน 83 ยูนิต มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ 176 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มมีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และปัจจุบันบริษัทมีห้อง LivNex ที่ทำสัญญาแล้ว จำนวน 865 ยูนิต มูลค่า 1,800 ล้านบาท ที่รอทยอยรับรู้รายได้ และ ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ Backlog ประมาณ 10,556 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 8,544 ล้านบาท และในปี 2570 รับรู้รายได้ประมาณ 2,012 ล้านบาท และบริษัทยังมีสินค้าคงเหลือขายประมาณ 39,170 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว มีสินค้าที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมขายและโอนรับรู้รายได้เลย ประมาณ 11,394 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจภายใต้ SENA Green Lifestyle Platform ซึ่งเชื่อมโยงที่อยู่อาศัย โซลาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้ามียอดขายเพิ่มขึ้น 455% ขณะที่ธุรกิจโซลาร์มีรายได้เติบโต 63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนศักยภาพของธุรกิจ Green ในการเป็น New S-Curve ที่ช่วยสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนความแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางข้อจำกัดของการเติบโตในรูปแบบเดิม
SENA เชื่อว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์วันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงทำเลและราคาขาย แต่รวมถึงความสามารถในการช่วยลด “ต้นทุนชีวิต” ของลูกค้าหลังเข้าอยู่อาศัย ทั้งค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว บริษัทจึงนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้ามาต่อยอดการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ เพื่อสร้างความแตกต่าง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ที่พร้อมดูแลการอยู่อาศัยของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต

Go To Lead


SENA ตอกย้ำผู้นำการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลจากนายวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Real Estate Lending Head ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของ SENA ในการพัฒนาโครงการที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย พร้อมสร้างที่อยู่อาศัยที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนการใช้ชีวิต และทำให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตแบบ Low Carbon ได้ง่ายขึ้นในทุกวัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050
นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนว่าแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คาร์บอนต่ำของ SENA สามารถสร้างผลลัพธ์และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัยภายในโครงการ พร้อมช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนการใช้ชีวิต และส่งเสริมให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตแบบ Low Carbon ได้ง่ายขึ้นในทุกวัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ขณะเดียวกัน โครงการ KKP SHAPING TOMORROW ซึ่งมุ่งสนับสนุนลูกค้าให้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนผ่านแนวคิด Financial Transition ยังได้รับรางวัล Best Innovative Product Award จากธนาคารแห่งประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของรางวัล รวมถึงความสำเร็จของ SENA ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดีต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
SENA เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่ติดตั้งระบบโซลาร์ให้แก่ลูกค้าบ้านทุกหลัง พร้อมบุกเบิกบ้านโซลาร์พร้อมระบบแบตเตอรี่ สะท้อนความตั้งใจในการส่งมอบนวัตกรรมบ้านพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกครอบครัวที่ใส่ใจทั้งคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สามารถก้าวสู่การอยู่อาศัยในบ้านพลังงานเป็นศูนย์ได้จริง
โครงการ “เสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา 2” (SENA PARK GRAND RAMINDRA 2) บ้านระดับพรีเมียมภายใต้แนวคิด “Live Green, Stay Grand” จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานใหม่ของแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House) จาก SENA โดยบ้านทุกหลังติดตั้ง Solar Cell ขนาด 7 kW พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนคุณภาพสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 85% และรองรับการใช้พลังงานสะอาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง* ช่วยลดภาระค่าไฟ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ พร้อมรองรับการติดตั้ง EV Charger ในบ้านทุกหลังอีกด้วย

Go To Lead


เพอร์เฟค–แกรนด์ แอสเสทฯ ปรับพอร์ตครั้งใหญ่
ขายที่ดินทรัพย์สินรวมมูลค่า 12,145 ล้านบาท
นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เดินหน้าเชิงรุกในการปรับพอร์ตสินทรัพย์และบริหารแลนด์แบงก์ที่มีอยู่ โดยนำที่ดินและทรัพย์สินทำเลศักยภาพ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว รวม 11 รายการ มูลค่ารวม 12,145 ล้านบาท มาปรับรูปแบบการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและรองรับแผนธุรกิจ การปรับพอร์ตครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท โดยกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจากการขายสินทรัพย์จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการบริหารโครงสร้างทางการเงิน เพิ่มความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ และที่สำคัญคือรองรับการชำระคืนหุ้นกู้ตามกำหนดในปี 2570-2572 ปัจจุบัน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มีหุ้นกู้ 16 รุ่น รวม 5,397.90 ล้านบาท ขณะที่ แกรนด์ แอสเสทฯ มีหุ้นกู้รวม 3,566.10 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทมีเป้าหมายนำเงินที่ได้มาลดภาระหนี้หุ้นกู้ที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งชำระหนี้ธนาคารบางส่วนด้วย
สำหรับทรัพย์สินของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มีจำนวน 8 รายการ รวมเนื้อที่ประมาณ 185 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 6,245 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดินในทำเลศักยภาพ ทั้งพื้นที่ติดระบบขนส่งมวลชน และทำเลที่เชื่อมต่อกับโครงการที่บริษัทพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย ที่ดิน 46 ไร่ ติดสถานีรถไฟฟ้าบางรักน้อยท่าอิฐ มูลค่า 2,760 ล้านบาท, ที่ดิน 3.4 ไร่ ริมถนนรัชดาภิเษก ซอย 17 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุทธิสาร มูลค่า 800 ล้านบาท, ที่ดิน 3.3 ไร่ บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 9/1 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าจรัญ 13 มูลค่า 700 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีที่ดินริมทะเลสาบ 41 ไร่ ซอยวัดไพร่ฟ้า ทำเลราชพฤกษ์–ปทุมธานี มูลค่า 500 ล้านบาท, ที่ดิน 36.3 ไร่ ทำเลรามอินทรา–วงแหวน มูลค่า 440 ล้านบาท, ที่ดิน 30 ไร่ ทำเลลำลูกกา ใกล้สถานีรถไฟฟ้าคูคต มูลค่า 245 ล้านบาท และที่ดิน 25 ไร่ ริมถนนกรุงเทพกรีฑา มูลค่า 650 ล้านบาท รวมถึงอาคารสำนักงาน 6 ชั้น ริมถนนสีลม เนื้อที่ 56 ตารางวา มูลค่า 150 ล้านบาท ด้าน แกรนด์ แอสเสทฯ มีทรัพย์สินที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้ามาร่วมต่อยอดจำนวน 3 รายการ มูลค่ารวม 5,900 ล้านบาท ได้แก่ ที่ดิน 92.78 ไร่ ริมทะเลจังหวัดระยอง มูลค่า 1,600 ล้านบาท และที่ดิน 8.65 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนเจริญนคร มูลค่า 2,500 ล้านบาท ขณะที่อีกส่วนเป็นการเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมหรู ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ แบบบิ๊กล็อตจำนวน 110 ยูนิต มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะแลนด์แบงก์ที่ยังไม่มีแผนพัฒนาในระยะใกล้ รวมถึงทรัพย์สินบางรายการที่บริษัทสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้ เพื่อให้โครงสร้างสินทรัพย์สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและภาวะตลาด

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com