Realestate
Hot News: พฤกษา 'แนะ' โลเคชั่น สร้างโอกาส
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
พฤกษา 'แนะ'
โลเคชั่น สร้างโอกาส
พฤกษา 'เผย' การเลือก “ทำเล”พร้อมสร้างโอกาสและต่อยอดการเติบโตได้ในระยะยาว เมื่อเมืองขยายตัวและชุมชนเติบโต ทำเลศักยภาพที่รายล้อม ด้วยกำลังซื้อและฐานลูกค้าคุณภาพ ย่อมกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดนี้ พฤกษา จึงพัฒนาอาคารพาณิชย์และโฮมออฟฟิศ ภายใต้แนวคิด “ออกแบบเพื่อธุรกิจ ใช้งานเพื่อชีวิต”
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความสำเร็จของอาคารพาณิชย์ไม่ได้เริ่มจากตัวอาคาร แต่เริ่มจากการเลือกทำเลที่ใช่ เราเชื่อว่าธุรกิจที่เติบโตได้ ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้คนใช้ชีวิตจริง มีชุมชนที่แข็งแรง และมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต เราจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทำเล ควบคู่กับการออกแบบพื้นที่ที่รองรับทั้งการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well Living” ซึ่งเชื่อว่าพื้นที่ที่ดีควรสร้างคุณค่าได้ในทุกช่วงของชีวิต”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Flexible Space พื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับทั้งร้านค้า สำนักงาน โฮมออฟฟิศ และการอยู่อาศัย Quality Catchment การคัดเลือกทำเลที่รายล้อมด้วยชุมชนคุณภาพ แหล่งงาน และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และ Future Growth การเลือกทำเลที่มีศักยภาพจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเมือง เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
ปัจจุบัน พฤกษามีอาคารพาณิชย์และโฮมออฟฟิศในหลายทำเลศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการในหลากหลายรูปแบบธุรกิจ อาทิ บางนา–ศรีนครินทร์ ทำเลกำลังซื้อสูงจากชุมชนขนาดใหญ่ที่อยู่รอบโครงการกว่า 3,000 ครอบครัว เหมาะสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิก และธุรกิจบริการ ผ่านโครงการ เดอะคอนเนค บิซทาวน์ บางนา กม.5–ศรีนครินทร์ (เริ่มต้น 5 ล้านบาท), เดอะคอนเนค บิซ แอท พฤกษานิวทาวน์ บางนา กม.26 (เริ่มต้น 3.69 ล้านบาท), เดอะ แพลนท์ ซิตี้ เมกา บางนา (ติดเมกา บางนา เริ่มต้น 5 ล้านบาท), เดอะแพลนท์ ซิตี้ บางนา-วงแหวน (หน้ากว้าง 5.9 ม. เริ่มต้น 7 ล้านบาท) และเดอะคอนเนค บิซทาวน์ สุวรรณภูมิ-กิ่งแก้ว (เปิดหน้าร้านได้ 2 ด้าน เริ่มต้น 4.5 ล้านบาท)
ขณะที่รามอินทรา–มีนบุรี ซึ่งเติบโตตามแนวรถไฟฟ้า (สายสีชมพู และสายสีส้ม) เหมาะสำหรับโฮมออฟฟิศและธุรกิจบริการ โดยมี เดอะคอนเนค มีนบุรี สเตชั่น–นิมิตใหม่ (ใจกลางมีนบุรี เริ่มต้น 5.99 ล้านบาท), พฤกษาวิลล์ @เวิร์ค รามอินทรา สเตชั่น (เชื่อมต่อถนนเทพรักษ์-รามอินทรา เริ่มต้น 6.99 ล้านบาท)
สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาทำเลศูนย์กลางโลจิสติกส์ กระจายสินค้าได้รวดเร็ว และใกล้แหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ รังสิต–ปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่โดดเด่น ด้วยโครงการ บ้านพฤกษา รังสิต–คลอง 4 (เริ่มต้น 1.89 ล้านบาท), พฤกษาวิลล์ รังสิต–ซอยเวิร์คพอยท์ (เริ่มต้น 2.7 ล้านบาท) และเดอะคอนเนค บิซทาวน์ กรุงเทพ-ปทุมธานี (ติดถนนใหญ่ เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท)กรุงเทพกรีฑา ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก บนฐานลูกค้ากำลังซื้อระดับไฮเอนด์ พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา–วงแหวน เหมาะสำหรับธุรกิจบริการระดับพรีเมียม (เริ่มต้น 9.9 ล้านบาท)
ศาลายา–นครปฐม–หนองมน เมืองโครงสร้างพื้นฐานใหม่ พื้นที่เติบโตสูงจากการขยายตัวของชุมชนและสถานศึกษา มีดีมานด์หมุนเวียนต่อเนื่องผ่านโครงการ พฤกษาวิลล์ ศาลายา ซ.5/8 (3 นาทีถึง ม.มหิดล เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท), เดอะ แพลนท์ นครปฐม (2 ยูนิตสุดท้าย! ใกล้เซ็นทรัล นครปฐม เริ่มต้น 4.69 ล้านบาท) และพฤกษาอเวนิว หนองมน–ชลบุรี (ใกล้มอเตอร์เวย์ เริ่มต้น 3.7 - 6 ล้านบาท)
นอกจากนี้ยังมี Condo Commerce ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงฐานลูกค้าได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดกิจการและสร้าง Passive Income 24 ชม. เหมาะสำหรับธุรกิจบริการ ร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น พลัมคอนโด ราม 60 อินเตอร์เชนจ์ มีฐานลูกค้ารวมกว่า 960 ครอบครัว ใกล้ The Mall บางกะปิ ใกล้รถไฟฟ้าเพียง 350 เมตร (เริ่มต้น 4.8 ล้านบาท) หรือ เดอะ ไพรเวซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ใกล้ MRT เตาปูน รับกำลังซื้อจากคอนโด 2 เฟส รวมกว่า 800 ครอบครัว (เริ่มต้น 4.8 ล้านบาท)
นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของอาคารพาณิชย์ไม่ใช่เพียงตัวอาคาร แต่คือโอกาสในการครอบครองทำเลที่เหมาะกับการเติบโตของธุรกิจ เพราะเมื่อชุมชนเติบโตเต็มศักยภาพ ทำเลที่ดีจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ที่มองเห็นโอกาสก่อน ย่อมสามารถสร้างฐานลูกค้าและต่อยอดธุรกิจได้ก่อนเช่นกัน นอกจากศักยภาพของทำเลแล้ว ช่วงเวลานี้ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวะที่เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน จากมาตรการภาครัฐที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดทะเบียนจำนองเหลือเพียง 0.01% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของและเพิ่มสภาพคล่องในการนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ อาคารพาณิชย์และโฮมออฟฟิศในหลายโครงการของพฤกษา โดยเฉพาะยูนิตทำเลเด่นและยูนิตติดถนนเมน มียูนิตพร้อมขายเหลือจำนวนจำกัด จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่เพื่อเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจบนทำเลที่มีศักยภาพ ก่อนที่โอกาสในการครอบครองพื้นที่เหล่านี้จะหมดลง
นอกจากศักยภาพของทำเลแล้ว ช่วงเวลานี้ยังเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการลงทุน จากมาตรการภาครัฐที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดทะเบียนจำนองเหลือเพียง 0.01% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของและเพิ่มสภาพคล่องในการต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ อาคารพาณิชย์และโฮมออฟฟิศของพฤกษาในหลายโครงการของพฤกษา โดยเฉพาะยูนิตทำเลเด่นและติดถนนเมน มียูนิตพร้อมขายเหลือจำนวนจำกัด จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่เพื่อเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจบนทำเลศักยภาพ ก่อนที่โอกาสเหล่านี้จะถูกจับจองไปทั้งหมด
ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย พฤกษายังจัดแคมเปญ PRUKSA D-DAY SUPER SALE มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์รวมกว่า 500 ล้านบาท จองเริ่มเพียง 499 บาท* ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมเปิดให้เลือกชมโครงการภายในงาน PRUKSA D-DAY SUPER SALE ณ อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคมนี้ (*เงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นแตกต่างกันในแต่ละโครงการ)ผู้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : @Pruksa เพจเฟซบุ๊ก Pruksa Family Club เว็บไซต์ https://www.pruksa.com/p/pruksaddaysupersale หรือโทร. 1739

Go To Lead


เอสบี ดีไซน์สแควร์ - Plantnery by Pruksa
สร้างบ้านครบวงจร
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับ Plantnery by Pruksa บริการรับสร้างบ้านครบวงจรภายใต้เครือพฤกษา ซึ่งต่อยอดจากประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างกว่า 30 ปี มุ่งตอบโจทย์เจ้าของที่ดินที่ต้องการสร้างบ้านคุณภาพ พร้อมบริการครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ วางผัง ก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบบ้าน โดยมีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 100 แบบ ที่สามารถปรับให้เหมาะกับขนาดที่ดิน ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของลูกค้า พร้อมมาตรฐานงานก่อสร้างที่ได้คุณภาพและการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอดกระบวนการจากความเชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านของ Plantnery by Pruksa และความเป็นผู้นำด้าน Home Design Solutions ของเอสบี ดีไซน์สแควร์ ทั้งสองแบรนด์จึงร่วมกันยกระดับประสบการณ์การมีบ้านที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด One Stop Living Solutions ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การสร้างบ้านไปจนถึงการออกแบบและตกแต่งภายใน เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ครบวงจร สะดวก และสามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชัน ความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองแบรนด์ได้จัด Special Privilege สำหรับลูกค้า ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569 เพื่อร่วมส่งมอบประสบการณ์การมีบ้านที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การสร้างบ้านจนถึงการตกแต่งภายใน โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษจาก เอสบี ดีไซน์สแควร์ ดังนี้ ต่อที่ 1 ลูกค้าที่ลงทะเบียน และนัดหมายปรึกษาสร้างบ้านกับ ทาง Plantnery by Pruksa รับ Voucher SB 2,000* เมื่อซื้อสินค้า 10,000 บาทขึ้นไป ต่อที่ 2 รับเพิ่ม Voucher SB สูงสุด 200,000 บาท* (ตามเงื่อนไขโปรโมชั่นและยอดซื้อเฟอร์นิเจอร์) เมื่อลูกค้าเซ็นต์สัญญาสร้างบ้าน
นอกจากนี้ ลูกค้าทุกท่านยังได้รับสิทธิพิเศษด้านบริการจาก เอสบี ดีไซน์สแควร์ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างครบวงจร ได้แก่ Personal Interior Service บริการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจาก เอสบี ดีไซน์สแควร์ ที่พร้อมแนะนำแนวทางการออกแบบและตกแต่งบ้านแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ทุกพื้นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง
One Stop Service Solutions บริการดูแลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ คัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงติดตั้ง ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเรื่องบ้าน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกกระบวนการความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Plantnery by Pruksa และเอสบี ดีไซน์สแควร์ ในการยกระดับมาตรฐานการสร้าง บ้านและการอยู่อาศัย ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างเข้ากับบริการออกแบบและตกแต่งภายในแบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่วันเริ่มต้นสร้างบ้านจนถึงวันที่บ้านพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นของทั้งสองแบรนด์ในการส่งมอบคุณภาพ บริการ และโซลูชันด้านการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com