Insurance
Go to  i click
Hot News: KTAXA 'ชู' CSR 'หนุน' สุขภาพแกร่ง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
KTAXA 'ชู' CSR
'หนุน' สุขภาพแกร่ง
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับมือพันธมิตร ชวนคนพิการ-ไม่พิการร่วมงาน “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER Know You Can 2026” งานใหญ่ประจำปี 2026
นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Inclusion & Diversity) เสมอมา เพราะเราเชื่อว่าทุกคนพึงได้รับสิทธิที่จะได้รับความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ จะด้วยเพศสภาพ ศาสนา เชื้อชาติ อายุ หรือสมรรถภาพทางร่างกาย เป็นต้น
“บริษัทฯ ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนกิจกรรม “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER Know You Can”อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและพลังแห่งความเท่าเทียม ที่เปิดโอกาสให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น อาชีพ เพศ อายุ รวมถึงคนพิการและคนไม่พิการ ที่ได้มาร่วมเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความสนุกสนาน ความรู้สึกดี ๆ ตลอดระยะทางการร่วมกิจกรรม โดยเป้าหมายของบริษัทฯ ในการจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ “Know You Can” ที่สนับสนุนให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนาอย่างไร้ข้อจำกัด ผ่านการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมนโยบายความเท่าเทียม และความหลากหลาย (Inclusion and Diversity) นอกจากนี้ทาง กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีความห่วงใย พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกคน โดยบริษัทฯ ได้มอบประกันกลุ่มเพื่อคุ้มครองอุบัติเหตุและการเสียชีวิต ให้กับนักวิ่ง ตลอดจนอาสาสมัครทุกคน ตามนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป”
นายฉัตรชัย อภิบาลพูนผล ประธานกรรมการ มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม กล่าวถึงการจัดงานวิ่งด้วยกันในปีนี้ว่า “วิ่งด้วยกันปีนี้ เป็นก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ที่ชุมชนหรือสังคมของวิ่งด้วยกันเป็นตัวอย่างของคนพิการและไม่พิการที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ในขณะที่พวกเราได้ออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพไปด้วยกันนั้น พวกเรายังมีความเข้าใจกันมากขึ้น เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งงานใหญ่ประจำปีเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสการรวมตัวกันที่ทุกคนรอคอย เพื่อแสดงพลังของการอยู่ด้วยกันในสังคม นอกจากนี้ในตลอด 11 ปีที่ผ่านมา สมาชิกของเรายังเป็นตัวอย่างในการเข้าร่วมวิ่งฟูลมาราธอน 42 km หรือแม้กระทั่งวิ่ง 100 km เพื่อเป็นการแสดงให้ทุกคนในสังคมเห็นว่า คนพิการก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับทุกคน เรายังมีพื้นที่ออนไลน์อย่าง Facebook Group : วิ่งด้วยกัน ให้ทุกคนได้พูดคุยและชวนกันไปทำกิจกรรมออกกำลังกาย เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมเดียวกัน”
งาน “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER 2026” กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2026 จัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาแห่งชาติ สนามศุภชลาศัย และถนนโดยรอบ เป็นงานวิ่งที่ตั้งใจจัดให้คนพิการ และไม่พิการ วิ่งด้วยกัน โดยคนไม่พิการมีโอกาสเป็นไกด์รันเนอร์ คอยวิ่งเคียงข้าง เป็นเพื่อนวิ่งด้วยกันไปตลอดเส้นทาง ในงานแบ่งระยะการวิ่งเป็น 3 ระยะทาง ได้แก่ 10 กิโลเมตร 6 กิโลเมตร และ 2 กิโลเมตร และเช่นเคย ในปีนี้ยังเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล สำหรับการผลิตเหรียญที่ระลึก ที่ตัวเหรียญถูกออกแบบให้สามารถถือต่อกันได้ เพื่อให้นักวิ่งทุกคนสามารถถ่ายภาพยินดีความสำเร็จไปพร้อมกัน งานนี้ได้รับความสนใจจากไกด์รันเนอร์อาสาสมัครทั้งหน้าเก่า และหน้าใหม่ที่มาร่วมบรรยากาศพาคนพิการวิ่งเข้าเส้นชัยไปด้วยกัน มีจำนวนคนพิการ ไกด์รันเนอร์ และอาสาสมัครที่เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้กว่า 1,900 คน นักวิ่งทุกท่านได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศความอบอุ่น และพร้อมแสดงมิตรภาพที่ดีแก่กันและกัน งานในครั้งนี้ไม่มีการแข่งขันด้านความเร็ว เพราะทุกคนสามารถพิชิตเป้าหมายได้ในแบบของตัวเอง และสามารถร่วมยินดีไปด้วยกันได้ ถือเป็นการสร้างมิตรภาพที่เหนือความแตกต่าง ให้ทุกคนในสังคมเท่าเทียมกัน
ในงานมีผู้พิการทุกประเภทเข้าร่วม คนพิการทางการเห็น คนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย คนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย คนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม คนพิการทางสติปัญญา คนพิการทางการเรียนรู้ และออทิสติก รวมทั้งอาสาสมัคร และผู้ประสานงานส่วนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก ที่มาร่วมกันสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในครั้งนี้
นอกจากนั้นทีมผู้จัดงานมีการจัดงาน “วิ่งด้วยกัน - RUN2GETHER” ของนักวิ่งคนพิการ และไกด์รันเนอร์ในจังหวัดอื่นๆ อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และ นครราชสีมา และเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการจัดงานวิ่งด้วยกันในแต่ละเดือน เพื่อให้นักวิ่งคนพิการและไกด์รันเนอร์ ชวนกันออกไปวิ่งเสริมสร้างมิตรภาพและสุขภาพที่ดีต่อไป โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Facebook : วิ่งด้วยกัน Fanpage Facebook Group : วิ่งด้วยกัน หรือติดต่อ มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม โทร 086-069-5652
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม โทร 086-069-5652 หรือ แผนกสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ติดต่อ กาญจนา อนันตสมบูรณ์ โทร. 093-939-6264 อีเมล KANJANA.ANA@KRUNGTHAI-AXA.CO.TH และ อริสา จันทะชา โทร 084-774-7398 อีเมล ARISA.CHANTACHA@KRUNGTHAI-AXA.CO.TH

Go To Lead


เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Recruitment
Kick-off 2026 : Forcing the Future
นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า“ภารกิจสำคัญของเราคือต้องก้าวนำการเปลี่ยนแปลง โดยไม่รอให้อนาคตมาถึง ดังนั้นแนวคิด "Forcing the Future" จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ในการ “นำการเปลี่ยนแปลง” ท่ามกลางเทคโนโลยี และ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเอไอเอได้ลงทุนพัฒนาในด้านเครื่องมือดิจิทัล และ AI มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุน FA ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เรามั่นใจว่าแม้ AI จะพัฒนาได้ไกล แต่ความเชื่อใจ ความเข้าใจมนุษย์ และการดูแลลูกค้าแบบมนุษย์ คือหัวใจที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ ดังนั้น FA ของเราทุกท่านจึงมีความหมายอย่างยิ่ง และเป็นผู้ส่งมอบคุ้มครองให้กับคนไทย สำหรับในปีนี้เราเปิดตัว FA 4.0 โดยเพิ่มผลตอบแทนให้กับการทำงานอย่างหนักของ FA ด้วย CAB 10 ปี 10 ล้าน เพื่อให้ FA ทุกท่านรู้สึกถึงความมั่นคงในอาชีพอันน่าภาคภูมิใจนี้ และเติบโตไปพร้อมกับเอไอเอด้วยความยั่งยืนต่อไป”
นอกจากนี้ นายนิคฮิล ยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับ FA ทั้ง 85 ท่าน ที่สามารถพิชิต CAB 5 ปี 5 ล้านบาท ประจำปี 2568 รวมมูลค่าโบนัสกว่า 425 ล้านบาท โดยครั้งนี้นับเป็นปีที่ 4 ที่เอไอเอจัดงานมอบโบนัส CAB ให้แก่ FA ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จจากการทำงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างแท้จริง
นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวถึงกลยุทธ์ในการพัฒนา AIA FA ว่า “ภายใต้แนวทาง “Forcing The Future : AIA FA” ถือเป็นการยกระดับ AIA FA ที่เริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้า เพื่อพัฒนาที่ปรึกษาฯ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งบทบาทใหม่ของ FA ที่ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพเต็มรูปแบบ (Holistic Advisor) โดยเน้นทักษะสำคัญ 4 ด้านของ FA ยุคใหม่ Financial Knowledge - ที่ต้องเข้าใจทุกเรื่องการเงิน ไม่ใช่แค่ประกัน แต่รวมถึงสุขภาพ ความเสี่ยง การลงทุน การออม และวางแผนเกษียณ เพื่อออกแบบคำแนะนำที่ครบกว่าเดิม
Holistic Advisory Skill - การออกแบบแผนชีวิตทั้งภาพ ช่วยลูกค้าวางแผนชีวิตทั้งระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ายุคใหม่มองหา Digital literacy - ต้องสามารถใช้ดิจิทัลได้คล่อง ทำงานเร็วขึ้น และให้บริการลูกค้าได้ดีกว่าเดิม Human Skills - เข้าใจลูกค้า เป็น ‘ที่ปรึกษาที่ลูกค้าเชื่อใจ’ และทำหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์ระยาวกับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้
“เทรนด์ลูกค้ายุคใหม่ ส่วนใหญ่ต้องการประสบการณ์ที่มาจากทั้งมนุษย์ (Human) ผนวกกับ ดิจิทัล (Digital) โดยจะได้รับทั้งการดูแลด้วยความเข้าใจและใส่ใจจากมนุษย์ พร้อมกับความรวดเร็วและแม่นยำจากการบริการดิจิทัล แน่นอนว่าเอไอเอ มีความพร้อมทั้งสองด้าน ประกอบกับการมี Ecosystem ที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้ง ย่อมเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เรายังคงความเป็นผู้นำในตลาดประกันชีวิตและสุขภาพของประเทศไทย สะท้อนได้ถึงอนาคตและโอกาสการเติบโตของอาชีพตัวแทนและที่ปรึกษาฯ เอไอเอ”

Go To Lead


แรบบิท ประกันชีวิต
ชู 3 พอร์ตประกันรับ “ลองจิวิตี้ - เวลเนส” โตแรงทั่วโลก
นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 เศรษฐกิจสุขภาพโลก หรือ Wellness Economy ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจากรายงาน Global Wellness Economy Monitor 2025 ของ Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสโลกในปี 2026 จะขยายตัวกว่า 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.6 ต่อปี และคาดว่าจะแตะระดับราว 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 ขณะที่ Longevity Economy ที่คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ได้ดันให้มูลค่าตลาดในประเทศ โตทะลุ 40.5 พันล้านดอลลาร์ หรือโตแรงกว่า 28.4% ในหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสมาคมประกันชีวิตไทยที่ประเมินว่าธุรกิจประกันชีวิตในปี 2569 จะเติบโตขึ้นอีก 2-3% จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเข้าสู่สังคมสูงวัย
จากข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าของแรบบิท ประกันชีวิต ในปีที่ผ่านมา พบว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Whole Life เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคในด้านความคุ้มครองชีวิตระยะยาวและการวางแผนมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน แรบบิท ประกันชีวิต จึงเดินหน้าพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการวางแผนการเงินและการสร้างความมั่นคงในระยะยาวอย่างรอบด้าน และตอบรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมุ่งผสานมิติของการดูแลสุขภาพเข้ากับการออมและการวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน และเสริมสร้างความมั่นคงในทุกช่วงวัย ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิต (Whole Life) การเข้าสู่สังคมสูงวัย หรือ Aged Society ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว อาทิ ผลิตภัณฑ์ ใช่เลย 99/20 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ พร้อมสร้างความอุ่นใจให้กับคนข้างหลังได้อย่างมั่นคง
กลุ่มผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ (Health Insurance) ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับความคุ้มครองให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และยังสามารถใช้งานร่วมกับสวัสดิการอื่น ๆ ได้อย่างคุ้มค่า อย่างผลิตภัณฑ์เหมาจ่าย Health Smile แผนประกัน ที่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ร่วมกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของบริษัทหรือประกันสุขภาพอื่น ๆ ที่มีอยู่ เพิ่มความครอบคลุมจากสิทธิเดิมที่ได้รับจากสวัสดิการที่มี พร้อมเปิดทางเลือกความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายที่มีให้เลือกหลายแผน ปรับได้ตามไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญ (Pension Insurance) หนึ่งในทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคที่ต้องการวางแผนความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอหลังวัยทำงาน และรองรับความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในอนาคต ประกันบำนาญจึงทำหน้าที่มากกว่าการออมเงิน ที่ผสานความคุ้มครองชีวิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Bumnarn Mungme 85/55 Plus ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมั่นคง ด้วยจุดเด่นของความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุ 85 ปี และสามารถเริ่มรับเงินบำนาญรายปีได้ตั้งแต่อายุ 55 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในช่วงวัยเกษียณ พร้อมสร้างความอุ่นใจในระยะยาว
"นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์แล้ว แรบบิท ประกันชีวิต ยังมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเติบโตอย่างจริงจัง ทั้งการปรับระบบงานขาย E-Application สู่รูปแบบ Web-based เพื่อความสะดวกและลดขั้นตอนการดำเนินงาน การพัฒนาระบบการซื้อประกันออนไลน์ ให้ครอบคลุมทุกประเภทประกันชีวิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นประกันออนไลน์แบบ One Stop Service การพัฒนาระบบ iService ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองตลอดเวลา ตลอดจนการต่อยอดโปรแกรม “Rabbit Life MYRewards” ที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Loyalty Program ที่ดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต" นายกรณ์ กล่าว ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงอัปเดตข้อมูลข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ Rabbit Life www.rabbitlife.co.th

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรม Leader Club
ยกระดับตัวแทนสู่ Life Care Partner
นรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร กรุงเทพประกันชีวิต เปิดเผยว่า Pre -Retirement ในโลกที่อายุยืนขึ้น (Longevity) ควรเน้นการโฟกัส “โครงสร้างความมั่นคง” ควบคู่กับ “ผลตอบแทน” สำหรับวัยที่ “ความผิดพลาดแก้ยาก” การป้องกันไม่ให้พอร์ตผันผวนในช่วงที่ไม่มีเวลาแก้ตัวแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่า ROI คือ Sustainability ของกระแสเงินสด แผนการเงินที่คนมีอายุยืนขึ้น จึงควรปรับเป้าหมายไม่ใช่เพียงให้ “พอใช้” เท่านั้นแต่ควรเพื่อ “คุณภาพชีวิตระยะยาว วัตถุประสงค์ของเงินในช่วงเวลาที่โลกอายุยืนยาวขึ้น ขึ้นอยู่กับการวางแผนการเงินที่ดีซึ่งไม่ได้เพียงเพื่อสะสมมูลค่า แต่ต้องให้เงินทำงานพร้อมกันในหลายมิติเพื่อรองรับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 1. ความต่อเนื่องของชีวิต เพื่อพยุงชีวิตและการเปลี่ยนผ่านช่วงชีวิต 2. เครื่องมือจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อลดแรงกระแทกในช่วงเจ็บป่วย เพื่อไม่ต้องกังวลกับเงินก้อนที่สะสมไว้ รวมถึงเพื่อแผนดูแลระยะยาว (Long Term Care Plan) 3. อิสระภาพในการตัดสินใจ เพื่อให้เรายังสามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้ สามารถเลือกใช้ชีวิตแบบที่ต้องการทั้งตัวเราและครอบครัว 4. ความรับผิดชอบต่อคนรอบตัว เพื่อป้องกันผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นที่อาจกระทบกับเป้าหมายชีวิตและครอบครัว
บทบาทของผู้ขายประกัน ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจาก 10 ปีที่แล้ว ที่เน้นขายประกันที่คุ้มครองแค่อายุ 80 ตอนนี้ต้อง 99 ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเพราะเราต้องอยู่กับลูกค้าไปตลอด บทบาทของตัวแทนของความใส่ใจหรือ Life Care Partner คือต้องช่วย pre วิธีคิดเรื่องการเตรียม และ post คือเรื่องการใช้ ซึ่งปัญหาที่คนมองข้ามสำหรับโรคที่แพงที่สุด คือ โรคที่เราไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาคนขายไม่ได้วางแผนบำนาญที่ต้องเตรียมเผื่อไปอีก 35 ปี และคนส่วนใหญ่จะมาเตรียมช่วง 5 ปีสุดท้าย ซึ่งอาจไม่พอเพียง หากมีการเตรียมตั้งแต่อายุ 40 ก็จะพร้อมมากกว่า “เรื่องอายุยืนเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้วย ไม่ใช่ให้มีเงินพอใช้แค่เป็นระดับขั้นต่ำหรือคิดแค่พอกิน แต่ต้องคิดว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงให้มีคุณภาพ ไม่อยู่บนความเครียด ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ใช่ “เสียชีวิตเร็ว” แต่คือ “การอยู่ยาวแบบต้องพึ่งพิง” หลายคนมีเงินเก็บและมีประกันสุขภาพ แต่ไม่มีแผนดูแลระยะยาว (Long-term care plan) ซึ่งเป็นอีกจุดเปราะบางที่ถูกมองข้าม การทำประกันสุขภาพ เรามองถึงความเสี่ยงที่ต่ำไปหรือเปล่า เช่น ค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มขึ้น ถ้าอายุมากขึ้น เราจะมีโรคสมอง ซึ่งความคุ้มครองด้านนี้ยังมีไม่มากเราจึงต้องมองด้วยในในระยะยาว เราต้องมีความมั่นคงทางการเงินด้วย” นรินทร์กล่าว
นายทรงพล ปรีดาวุฒิ, FSA ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์ กรุงเทพประกันชีวิต กล่าวเสริมว่า เมื่อผู้คนอายุยืนยาวขึ้น สินค้าแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์เพราะมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคร้ายแรงจากความเสื่อมของร่างกายและจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งบางโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้หรืออาจต้องใช้เวลารักษายาวนาน นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง สิ่งที่แน่นอนคือ เราต้องใช้เวลาช่วงหลังเกษียณมากขึ้น การเตรียมพร้อมก่อนจะได้เปรียบ สำหรับผลิตภัณฑ์ของกรุงเทพประกันชีวิตเราทำมาซักระยะให้ขยายเวลารองรับผู้สูงอายุให้มากขึ้น และล่าสุด เรายังได้ออกแบบประกันโรคร้ายแรง บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ (BLA Long Life Care) ซึ่งให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและมีแนวโน้มที่ต้องได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง โรคกล้ามเนื้อเสื่อม โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว และการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง โดยเมื่อตรวจพบ ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยต่อและรับผลประโยชน์เงินชดเชยรายปี 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ 99 ปี
“เรามอง Longevity คือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยด้านของสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงการเงินที่มั่นคง วัยเกษียณเป็นวัยที่เราควรมีความสุข ซึ่งต้องวางแผนตั้งแต่ต้น เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการวางแผนชีวิตในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน” นายทรงพล กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


พรูเด็นเชียล เผยผลสำรวจประเทศไทยรั้งอันดับ 3 เอเชีย มี Financial
Wellbeing สูง แต่ยังกังวลกับอิสรภาพการเงินในอนาคต
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นอินไซด์ที่น่าสนใจคือ แม้คนไทยจะวางแผนและใช้จ่ายอย่างมั่นใจในวันนี้ แต่ยังมีความกังวลกับการบรรลุเป้าหมายการเงินในระยะยาว ซึ่ง 3 อันดับแรกที่ทำให้คนไทยกังวลมากที่สุดคือ 1.ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น 2.ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวน และ 3.ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัว พรูเด็นเชียลฯเข้าใจถึงความกังวลและพร้อมยืนหยัดอยู่เคียงข้างและให้คำปรึกษาแก่คนไทย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านหลักประกันทั้งชีวิตและสุขภาพในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมในวันนี้ คือรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนความกังวลในวันหน้าให้เป็นอิสรภาพทางการเงินที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
แม้คนไทยส่วนใหญ่จะกังวลกับการบรรลุเป้าหมายการเงินระยะยาว แต่ผลสำรวจได้เผยข้อมูลด้านบวกของคนไทยที่แสดงให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจเรื่องการวางแผนการเงินและรู้สึกว่าตนเองมีศักยภาพในการประสบความสำเร็จทางการเงิน โดย ผลสำรวจแสดงว่า 59% มีความรู้ทางการเงินเพียงพอ 59% เข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ และ 61% มีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบพรูเด็นเชียล มุ่งส่งเสริมให้คนไทยได้เริ่มวางแผนสร้างความพร้อมทางการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ และพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนในช่วงการเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต เพื่อสร้าง Financial Wellbeing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมอิสระทางการเงินในอนาคต และสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืน
กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) เผยผลวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับ “ความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน” (Financial Wellbeing) พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย ด้วยคะแนน 60.4 จาก 100 รองจากเวียดนามและอินโดนีเซีย สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากสามารถบริหารจัดการสถานะทางการเงินในชีวิตประจำวันได้ในระดับที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมค่าใช้จ่าย การวางแผนการออม หรือการตัดสินใจทางการเงินเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในเชิงลึก จะพบ “ช่องว่างสำคัญ” ระหว่างอิสรภาพทางการเงินในปัจจุบัน อยู่ที่ 59.9 กับอิสรภาพทางการเงินในอนาคต อยู่ที่ 55.5 (ลดลงถึง 7%) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการปรับลดลงมากในภูมิภาค
งานวิจัยนี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญที่แสดง ดัชนีชี้วัดความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน (Financial Wellbeing Index) ฉบับแรกของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ครอบคลุมประชากรกว่า 7,000 คนในภูมิภาคเอเชีย ที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี ใน 8 ตลาดหลัก ได้แก่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม รวมทั้ง ไทย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียยังมีช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างความมั่นคงทางการเงินปัจจุบัน กับความพร้อมทางการเงินในอนาคต สะท้อนว่าความมั่นใจในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะพร้อมรับมือกับอนาคตเสมอไป ข้อมูลการวิจัยได้ประเมินความมั่นคงทางการเงินผ่าน 4 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางการเงินในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงอิสรภาพทางการเงินในปัจจุบันและอนาคต โดยนำมุมมอง ทัศนคติ พฤติกรรม และความคาดหวัง มาประมวลผลรวมกันเป็นคะแนนเดียว เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดภาพรวมของความสามารถในการรับมือและการบริหารจัดการทางการเงิน

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็ง
มร. โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า การสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากโรคดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสุขภาพที่สำคัญของคนไทย “อลิอันซ์ อยุธยา เชื่อว่าการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้ การดูแลสุขภาพ และการวางแผนชีวิต จะช่วยให้ผู้คนสามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การจัดโซน Cancer City ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราในการเปิดพื้นที่ให้สังคมได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และมองเห็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพและวางแผนอนาคตอย่างรอบด้าน”บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ ชวนคนไทยทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคมะเร็ง ผ่านโซนกิจกรรมพิเศษ “Cancer City: Live Experience เตรียมตัวเป็นมะเร็ง” ภายในงาน Death Fest 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 6 เพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและการวางแผนชีวิต โซน Cancer City ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสมุมมองของผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ช่วงเวลาที่โรคอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ความกังวลและความกลัวที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ ตลอดจนองค์ความรู้เรื่องการรักษา ทางเลือก การปรับทั้งกายและใจให้พร้อม ที่จะเข้าใจและอยู่ร่วมกับโรคอย่างมีคุณภาพ พื้นที่ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมกับประสบการณ์อย่างใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การวางแผนชีวิต และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
ภายในโซน Cancer City ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ตามเส้นทางที่จำลองสถานการณ์ที่ผู้ป่วยมะเร็งจะได้พบ เช่น โซนแรก “มะเร็ง | เข้างานไม่เรียงคิว” ที่ชวนให้ตระหนักว่าโรคสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ การถ่ายทอดความรู้สึกและเสียงสะท้อนทางอารมณ์ของผู้ป่วยในพื้นที่ “กังวล กังวาน” การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้พบและพูดคุยกับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์โรคมะเร็งจริงใน “I CANCER” รวมถึงการเรียนรู้และทำความเข้าใจความกลัวที่รายล้อมโรคมะเร็งในโซน “ความรู้รอบกลัว” ก่อนจะนำไปสู่การสำรวจมุมมองของการใช้ชีวิตร่วมกับโรคอย่างมีคุณภาพในพื้นที่ “อยู่ร่วมโรค” และปิดท้ายด้วยการเปิดมุมคิดเกี่ยวกับการวางแผนชีวิตและการดูแลสุขภาพในห้องสุดท้าย ที่ผู้ร่วมงานแต่ละท่าน สามารถ “เลือกตอนจบ” ของตัวเองได้ นอกจากโซนประสบการณ์สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับภาคี ยังได้จัด workshop สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง โดยให้ผู้ป่วยรุ่นพี่ ได้มาแชร์ประสบการณ์กับ ผู้ป่วยรุ่นน้อง ในกิจกรรม “มะเร็งเรียกพี่” workshop สำหรับกลุ่ม caregiver ซึ่งอาจมีความเหนื่อยล้าจากการดูแลผู้ป่วย และต้องการการฮีลใจเช่นกัน ในกิจกรรม Caregiver รุ่นพี่ workshop “The Care Circle” สำหรับผู้ดูแล ซึ่งใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจ (Music Healing) สร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปัน การสนับสนุนทางอารมณ์ และการดูแลกันในชุมชนของผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ลงทะเบียนเข้าร่วม THE CARE CIRCLE ได้ที่ https://forms.gle/N7NUyase7tCDjikz5 (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของงานคือเวทีเสวนา Health Talk บนเวทีกลางของงาน Death Fest ในหัวข้อ “สิทธิ การรักษา ค่าใช้จ่าย ในโลกมะเร็ง: มีทางเลือกอะไรที่คนไทยควรรู้” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 – 16.00 น. โดยเวทีเสวนานี้จะเปิดมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย ความก้าวหน้าของการรักษา รวมถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิการรักษา ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และทางเลือกในการวางแผนรับมือกับโรคร้าย การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ นพ.ธนกร เจริญรณดล แพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นพ.ธรรศนศ อายานะ คณะแพทย์ที่ปรึกษาและที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ มร. โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยมี ทิน โชคกมลกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ
การเข้าร่วมงาน Death Fest 2026 และการเปิดพื้นที่ Cancer City Live Experience ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ อลิอันซ์ อยุธยา ในการสนับสนุนให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมส่งเสริมการวางแผนชีวิตและการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Cancer City Live Experience by Allianz Ayudhya ได้ภายในงาน Death Fest 2026 ระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 6

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com