Insurance
Go to  i click
Hot News: 'Insurance' forward CSR
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ประกัน' เดินหน้า CSR
กรุงเทพประกันชีวิต เติมพลังกาย-สร้างพลังใจ ผ่าน "มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต" จับมือ มูลนิธิกระจกเงา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน ผู้ป่วยจิตเวช และกลุ่มเปราะบางที่พยายามหยัดยืนและดูแลตนเองผ่านโครงการ “จ้างวานข้า” ของมูลนิธิกระจกเงา การมีงานทำไม่เพียงหมายถึงรายได้ แต่ยังเป็นโอกาสในการกลับมาพึ่งพาตนเองและมีบทบาทในสังคมอีกครั้ง โครงการจึงมุ่งสร้างอาชีพผ่านงานที่หลากหลายตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นงานทำความสะอาด งานคัดแยกขยะและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ งานครัว หรืองานยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของ
นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำแนวคิดเรื่อง “ความใส่ใจ” มาต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ผ่านโครงการ “มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต” โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปี 2569 ของมูลนิธิกระจกเงา ด้วยการสนับสนุนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้ปฏิบัติงานใน “โครงการจ้างวานข้า” และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เพื่อเติมพลังให้กับผู้ที่กำลังตั้งใจทำงานและดูแลตนเอง เพราะนอกจากการตรวจสุขภาพเพื่อรับรู้และติดตามภาวะสุขภาพแล้ว การได้รับอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้แต่ละคนมีแรงในการทำงานและดำเนินชีวิตต่อไป กิจกรรมครั้งนี้นำโดยผู้บริหารและทีมส่วนงานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมทีมพนักงานกรุงเทพประกันชีวิต ร่วมส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี คุณสิทธพล ชูประจง หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน และโครงการ “จ้างวานข้า” มูลนิธิกระจกเงา เป็นผู้รับมอบ ณ Mirror ART มูลนิธิกระจกเงา
กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการส่งต่อความใส่ใจผ่านสิ่งที่เรียบง่ายแต่มีความหมายอย่าง “มื้ออาหาร” เพราะอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงช่วยเติมพลังให้ร่างกาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิต และเป็นกำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังตั้งใจทำงาน สร้างอาชีพ และพยายามพึ่งพาตนเอง กิจกรรมครั้งนี้ กรุงเทพประกันชีวิตสนับสนุนอาหารที่ปรุงสุก ใหม่ สะอาด และมีสารอาหารที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบแก่กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมกว่า 550 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสในการทำงาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยสูงอายุ
รายการอาหารที่นำมาจัดสรรในครั้งนี้ ได้รับการคัดสรรโดยคำนึงถึงความสะอาด คุณค่าทางโภชนาการ และความสะดวกในการรับประทาน ประกอบด้วยข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผัดกะเพราอกไก่สับ และไข่ต้ม จำนวน 650 ชุด ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส จำนวน 550 ชุด ผลไม้พร้อมรับประทาน จำนวน 600 ชุด และน้ำดื่ม จำนวน 600 ขวด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ปฏิบัติงานได้มีมื้ออาหารที่อิ่มท้อง พร้อมเติมพลังสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
“กรุงเทพประกันชีวิตเชื่อมั่นว่า การมีสุขภาพที่ดีและการได้รับโอกาสคือรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและยั่งยืน โครงการ ‘มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต’ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเรื่อง ‘ความใส่ใจ’ ที่เรามุ่งมั่นส่งมอบให้กับสังคมเสมอมา การสนับสนุนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูพลังกายหลังจากการตรวจสุขภาพของพี่ๆ ในโครงการ ‘จ้างวานข้า’ และกลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมพลังใจ ให้ทุกคนรับรู้ว่ายังมีสังคมที่พร้อมเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เสมอ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง" นางสาวอรนาฎ กล่าว
มูลนิธิกระจกเงาและคลินิกอมรการแพทย์ประสานความร่วมมือกันจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปี ภายใต้นโยบายการตรวจสุขภาพฟรีล้านคนของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการคัดกรองความเสี่ยงและประเมินภาวะสุขภาพพื้นฐานแก่ประชากรในโครงการ “จ้างวานข้า” และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ใกล้เคียง
“โครงการจ้างวานข้า มูลนิธิกระจกเงา มุ่งสร้างโอกาสในการมีงานทำให้แก่คนไร้บ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจิตเวช และกลุ่มเปราะบางที่มีความพร้อมในการทำงาน โดยปัจจุบันมีประชากรในโครงการจำนวนประมาณ 400 คน ในจำนวนนี้มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 68% ทุกคนปฏิบัติงานในหลากหลายลักษณะตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เมื่อมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปีขึ้น เพื่อให้สามารถติดตามภาวะสุขภาพของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานและดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี” นายสิทธพล กล่าว
การตรวจสุขภาพครอบคลุมทั้งระบบเลือด ระดับน้ำตาล ไขมัน การทำงานของตับ ไต ปอด และหัวใจ โดยข้อมูลสุขภาพที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อ Case Manager ของมูลนิธิฯ ในการนำไปใช้วางแผน ติดตามดูแล และส่งต่อการรักษาอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงสุขภาพและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล เพื่อให้การดูแลไม่ได้หยุดอยู่เพียงวันตรวจสุขภาพ แต่สามารถต่อยอดสู่การดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมยั่งยืน กิจกรรม "มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต" จึงไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบอาหารมื้ออร่อยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของกรุงเทพประกันชีวิต ในการยืนหยัดเคียงข้างสังคม ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบางสามารถพึ่งพาตนเองและก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง\

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต-มจพ. เปิดประสบการณ์
“Life Insurance Marketing”
บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจประกันชีวิตแก่คนรุ่นใหม่ ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยได้รับเกียรติจาก คุณสมรัฐ กุลจารุโอภาส ผู้อำนวยการอาวุโส Acting Chief Marketing Officer บริหารงานฝ่ายการตลาด พร้อมด้วยทีมผู้บริหารส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Life Insurance Marketing” ภายใต้รายวิชาการประยุกต์สถิติทางการตลาด ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ภาควิชาสถิติประยุกต์ สาขาวิชาสถิติธุรกิจและการประกันภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำนวน 80 คน
กิจกรรมครั้งนี้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงมิติความรู้ระหว่าง “สถิติ ? การตลาด ? ธุรกิจประกันชีวิต” ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์จริง กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม และแนวทางการนำข้อมูลทางสถิติมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการตลาดและการดูแลลูกค้า เพื่อให้นักศึกษาได้เปิดมุมมองใหม่ เข้าใจบริบทการทำงานจริงในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล และเตรียมความพร้อมสู่การทำงานอย่างมีคุณภาพในอนาคต ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ขอขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.คณิตา เพ็ชรัตน์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรวรรณ เจริญกีรติกุล อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นอย่างยิ่งสำหรับโอกาสและคำเชิญที่ให้ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์และสร้างคุณค่าทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ นวัตกรรม และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจสู่ภาคการศึกษา พร้อมใช้พลังความรักขับเคลื่อนองค์กรในการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของประกันชีวิตได้มากที่สุด สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต - โนวาร์ตีส
ยกระดับองค์ความรู้เสริมแกร่งตัวแทนประกันชีวิต
จัดสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน”
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงินและสุขภาพมืออาชีพ ที่คอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ล่าสุดจับมือ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านเวชภัณฑ์ จัดงานสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน” ในหัวข้อ “ปิดสวิตช์ LDL-C ไขมันร้าย หยุดวิกฤตโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ชี้ภัยเงียบอันดับต้น ๆ ของคนไทย พร้อมเจาะลึกมิติค่ารักษาพยาบาลและการวางแผนด้านประกันสุขภาพที่ครอบคลุม โดยมี นายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเปิดงาน และ นพ.วุฒิวงศ์ สมบุญเรืองศรี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร. อรชร อิงคานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด และ นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ร่วมในกิจกรรม งานจัดขึ้น ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่
โดยการสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน”ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ภัยเงียบของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมักสะสมตัวโดยไม่แสดงอาการ โดยได้รับเกียรติจาก นพ.นิทัศน์ วิศวชัยพันธ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้เรื่องไขมันตัวร้าย (LDL-C) การอ่านผลตรวจเลือดเบื้องต้น และเวิร์กช็อปประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อให้ตัวแทนนำไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมเน้นย้ำว่าเป้าหมายของระดับไขมัน LDL-C ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้วต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 55mg/dL ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาเพื่อควบคุมค่า LDL-C โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมได้
ภายในงานยังมีการให้ความรู้ด้านการวางแผนค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงการอัปเดตสิทธิประโยชน์การบริการทางการแพทย์ไร้รอยต่อผ่านโครงการ MTL Smile Hospital Network และการเจาะลึกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากเมืองไทยประกันชีวิตที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพอย่างเต็มอิ่ม สำหรับความร่วมมือระหว่าง เมืองไทยประกันชีวิต และ โนวาร์ตีส ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทย ผ่านบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตยุคใหม่ที่เป็นมากกว่าผู้ขายประกัน #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

Go To Lead


กลุ่มเจนเนอราลี่ -ธนาคารโลก ยกระดับโซลูชันด้านการประกันภัย
สร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยง และการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
กลุ่มเจนเนอราลี่ และกลุ่มธนาคารโลก ลงนามบันทึกความเข้าใจ ณ การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลก (WBG) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยมีรากฐานมาจากความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเงินทุนภาคเอกชน เสริมสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือความเสี่ยง พร้อมขยายขอบเขตโซลูชันด้านประกันภัยและการลงทุนที่ตอบโจทย์ตลาดเกิดใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันการลงทุนและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันภัยในตลาดเกิดใหม่ โดยในมิติของการลงทุน กลุ่มเจนเนอราลี่และกลุ่มธนาคารโลกจะร่วมกันสร้างโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการนำเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยยังคงตอบโจทย์หลักเกณฑ์และข้อกำหนดการลงทุนของกลุ่มเจนเนอราลี่ ส่วนของโซลูชันด้านการประกันภัย ระยะแรกจะมุ่งเน้นไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาความคุ้มครองรองรับสังคมสูงวัย ตามแนวทางของโครงการ Silver Economy Program ของกลุ่มธนาคารโลก ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดรับกับความต้องการของประชากรสูงอายุ ตามโครงการเศรษฐกิจสูงวัยของกลุ่มธนาคารโลก ต่อมาคือ การสนับสนุนภาคเกษตรกรรม ด้วยการให้ความคุ้มครองที่ตรงจุดแก่ภาคการเกษตร ผ่านโซลูชันประกันภัยด้านสภาพภูมิอากาศและประกันภัยความเสี่ยงพืชผลทางการเกษตร และสุดท้าย การยกระดับการคุ้มครองภัยพิบัติและภูมิอากาศ ด้วยการเสริมสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันผลักดันแนวทางการบริหารความเสี่ยงในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เพื่อสร้างระบบคุ้มครองความเสี่ยงด้านภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและรองรับการขยายผลในวงกว้างได้ รวมถึงการออกแบบกลไก นวัตกรรมใหม่ที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ
นายอันเดรอา ซิโรนี (Andrea Sironi) ประธานกรรมการ กลุ่มเจนเนอราลี่ เปิดเผยว่า "ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่าง กลุ่มเจนเนอราลี่ และกลุ่มธนาคารโลกในวันนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ประเทศเหล่านี้มี บทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่กลับเป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงโดยมีระดับการคุ้มครองที่ยังไม่เพียงพอ ในโลกที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันด้านการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินถือเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และรัฐบาล สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลดล็อกการลงทุนเพื่อหนุนการเติบโตในระยะยาว การผนึกความเชี่ยวชาญและศักยภาพจากทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ ถือเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงโซลูชันใหม่ ๆ ที่สร้างความยั่งยืนและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม"
นายอเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวเสริมว่า “นอกเหนือจากการมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมแล้ว ระบบประกันภัยคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องผลลัพธ์ของการพัฒนา และสร้างความมั่นใจให้เกิดการลงทุนในอนาคต นี่คือโอกาสสำคัญของความร่วมมือกับเจนเนอราลี่ ในการผสานเงินทุนระยะยาวและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง เข้ากับเครือข่ายความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ เครื่องมือทางการเงิน และกลไกการค้ำประกันของเรา”
นอกเหนือจากความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์และการลงทุน ทั้งสององค์กรยังมุ่งผลักดันเชิงนโยบายในการสร้างความเป็นผู้นำทางความคิด การหารือระดับนโยบาย และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงบทบาทของการประกันภัยในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดช่องว่างการคุ้มครอง สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้จัดขึ้นภายหลังการเสวนา "Insuring Resilient Growth: De-Risking Investments and Creating Jobs" ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นโดย กลุ่มเจนเนอราลี่ และสำนักงานผู้อำนวยการบริหารอิตาลีประจำกลุ่มธนาคารโลก โดยมีนายอเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู (Alexander De Croo) ผู้บริหารโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เข้าร่วมงาน
เจตนารมณ์ของกลุ่มเจนเนอราลี่ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ภายใต้แผนกลยุทธ์ "Lifetime Partner 27: Driving Excellence" กลุ่ม เจนเนอราลี่ ได้นำแนวคิดความยั่งยืนเข้าเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งดูแลทั้ง นักลงทุน นายจ้าง และองค์กรภาคธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ปได้เข้าขับเคลื่อนความยั่งยืนทางธุรกิจผ่านกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ ความร่วมมือระยะยาวกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เพื่อยกระดับความมั่นคงทางการเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) และห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก ให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงทางภูมิอากาศ การเข้าร่วม Insurance Development Forum (IDF) ผ่านกรอบ Blueprint for Infrastructure Resilience Development ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจประกันภัยในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชนในประเทศตลาดเกิดใหม่ เจนเนอราลี่ยังได้ประกาศความร่วมมือกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ เพื่อสนับสนุนโครงการเรือธงภายใต้กรอบความร่วมมือ EU Global Gateway ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิตาลี โดยมุ่งยกระดับความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มมูลค่าในท้องถิ่น และความพร้อมด้านกฎระเบียบตลอดห่วงโซ่มูลค่ากาแฟในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการนำโซลูชันทางการเงินและการบริหารความเสี่ยง เช่น ประกันภัยแบบพาราเมตริก (Parametric Insurance) มาใช้เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

Go To Lead


เอไอเอ ประเทศไทย โครงการสุดยอดร.ร.สุขภาพดี ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ
ร.ร.บ้านจันทัย อุบลราชธานี ต้นแบบพัฒนาสุขภาวะเด็กและเยาวชน สู่สังคมสุขภาพดียั่งยืน
นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “เด็กทุกคนล้วนมีศักยภาพที่จะเติบโตและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม เอไอเอจึงเชื่อว่าการลงทุนที่มีคุณค่าที่สุด คือการลงทุนในสุขภาวะและการพัฒนาของเด็กและเยาวชน ความสำเร็จของโรงเรียนบ้านจันทัยแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับเด็กไทย ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของเอไอเอในการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”
นายภัทรนันท์ บุญมานัด นายอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า “ในนามของพี่น้องชาวอำเภอศรีเมืองใหม่และจังหวัดอุบลราชธานี ผมรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่โรงเรียนบ้านจันทัยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดีปีที่ 4 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีอย่างรอบด้าน”
“ผมเชื่อว่าความสำเร็จของโรงเรียนบ้านจันทัยจะเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจสำคัญให้โรงเรียนทั่วประเทศลุกขึ้นมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะให้กับเด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้น เพราะเด็กในวันนี้คือกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า การปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเรียนจึงนับเป็นการลงทุนที่ทรงคุณค่าที่สุด เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งโอกาส ที่เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไป”
โดยโรงเรียนบ้านจันทัยได้พัฒนาโครงการ “Move More, Learn More” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของนักเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านโภชนาการ สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น มีความสุขในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก โดยเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมจากครู ผู้ปกครอง และชุมชน จนก้าวสู่การเป็นต้นแบบโรงเรียนสุขภาวะที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วม โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ปีที่ 5 สามารถลงทะเบียนและดาวน์โหลดสื่อการเรียนการสอนได้ทางเว็บไซต์ https://ahs.aia.com/th/th/ หรือสแกน QR Code ด้านล่าง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนไทยต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งมีสิทธิร่วมชิงรางวัล มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com