Insurance
Go to  i click
Hot News: กรุงไทย-แอกซ่า ชู "Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า"
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กรุงไทย-แอกซ่า ชู "Life Protect+
พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า"
กรุงไทย-แอกซ่า ลอนช์ "Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า" ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเจ้าแรกในไทย ที่ให้ความคุ้มครองสูงถึงสองเท่า พร้อมดึง “ปาล์มมี่ อีฟ-ปานเจริญ” เป็นพรีเซนเตอร์ สะท้อนเรื่องจริงคนวัย Prime Years
มร.นิโคลา เดอ นาแซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิต โดยอ้างอิงจากสมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธุรกิจยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามเป้าหมายที่ ร้อยละ 2.50–3.50 แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่กำลังซื้อของประชาชนยังฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงกระแสการใส่ใจสุขภาพ การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ประชาชนหันมาเห็นความสำคัญของประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินมากขึ้น
ดังนั้น อุตสาหกรรมประกันชีวิตจึงสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายเช่นนี้ โดยจากสถิติและแนวโน้มในความต้องการประกันชีวิตของผู้บริโภคทั่วไป และความต้องการของตลาด ส่งผลให้บริษัทฯ ได้ริเริ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ " Life Protect+ " ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างในธุรกิจประกันชีวิต
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มองว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่ใช่แค่การแนะนำผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจว่า ชีวิตของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วงชีวิต
โดยเฉพาะในช่วงที่เรียกว่า Prime Years ซึ่งเป็นช่วงที่เรามีภาระหน้าที่ดูแลครอบครัวและสร้างอนาคตมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการนี้ บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ “Life Protect+” ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่เพิ่มความคุ้มครองในช่วง Prime Years ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินสูงสุด บริษัทฯ ยังได้เสริมสร้างความน่าสนใจของ “Life Protect+” ด้วยแคมเปญโฆษณาใหม่และพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทที่มุ่งมั่นเคียงข้างและดูแลทุกความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
นางสาวบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เราเชื่อว่าการออกแบบความคุ้มครองที่ดี ต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของผู้คนก่อน เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิต Prime Years ความต้องการในการเตรียมความพร้อม และดูแลอนาคตก็ชัดเจนขึ้นตามไปด้วย โดยแนวคิดนี้ขยายผ่านการใช้สัญลักษณ์ “ + ” เป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่องภาพยนตร์โฆษณา “Life Protect+” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นของคนช่วงวัย Prime Years ไม่ว่าจะพลัสสมาชิกใหม่ในครอบครัว พลัสอนาคตของคนสำคัญที่เราต้องดูแล ซึ่งเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ Life Protect+โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ การเพิ่มระดับความคุ้มครองให้มากขึ้น
1. สามารถเพิ่มความคุ้มครองได้สูงสุด 100% หรือเป็น 2 เท่าจนถึงอายุ 60 ปี
2. รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 99 ปี
3. ทางเลือกการชำระเบี้ยที่ยืดหยุ่น ได้แก่ 9 ปี 19 ปี และครบอายุ 99 ปี
4. สามารถเลือกสัญญาเพิ่มเติมได้หลากหลาย เพื่อเติมเต็มความคุ้มครองให้สอดคล้องความต้องการในแต่ละช่วงวัย
นอกจากนี้ ภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ ยังได้รับเกียรติจาก คุณปาล์มมี่ อีฟ-ปานเจริญ มาร่วมถ่ายทอดในบทบาทของตัวแทนคนในช่วง Prime Years เพราะในชีวิตจริง คนหนึ่งคน ไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียว เราอาจจะเป็นคนทำงาน เป็นลูก เป็นคู่ชีวิต เป็นพ่อและแม่ หรือเป็นใครบางคนที่กำลังพึ่งพาเราอยู่ และเมื่อบทบาทในชีวิตเพิ่มขึ้น สิ่งที่อยากดูแลก็เพิ่มขึ้นตาม ดังนั้น ภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ จึงเล่าเรื่องผ่าน เหตุผลที่ทำให้เราอยากปกป้อง เพราะสุดท้ายแล้ว คนสำคัญ สิ่งที่เราสร้าง และอนาคตที่เราอยากเห็น ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เราอยากเตรียมความพร้อมมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ Life Protect+ สอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ ที่เชื่อว่า “ทุกคนทำได้” หรือ “Know You Can” เพราะเมื่อผู้คนมีความพร้อมและความมั่นใจในการรับมือกับความไม่แน่นอน พวกเขาก็สามารถเดินหน้าทำสิ่งที่มีความหมายในชีวิตได้อย่างเต็มที่ และนี่คือหัวใจของ Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า”
ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การสื่อสารภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ แบบครอบคลุมสื่อต่างๆ อาทิ สื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณานอกสถานที่ สื่อโฆษณาทางวิทยุและสตรีมมิ่ง การประชาสัมพันธ์ผ่าน KOL และ Influencer รวมถึงสื่อออนไลน์ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัทฯ เพียงแค่พิมพ์ Krungthai-AXA Life พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งจะเริ่มสื่อสารพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนนี้ เป็นต้นไป
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และแคมเปญโฆษณาผลิตภัณฑ์ Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/life-protect-plus-product-announcement หรือ แสกน QR Code ด้านล่างนี้ สำหรับท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพอื่นๆ ของบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1159 หรือ https://www.krungthai-axa.co.th/th ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์นี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Life_Protect_Plus_News QR Code

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนมา “รักตัวเองแบบลงมือทำ”
งาน SELF LOVE FESTIVAL รีชาร์จพลังกาย เติมพลังใจ
กับเทศกาลแห่งการรักตัวเองที่ใหญ่ที่สุดของปี 14 - 15 พ.ย. ที่ Cloud 11
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนคนรุ่นใหม่และสายสุขภาพ ร่วมเปิดประสบการณ์การ “รักตัวเองแบบลงมือทำ” ในงาน SELF LOVE FESTIVAL Presented by OCEAN LIFE ไทยสมุทร เทศกาลที่รวบรวมทุกมิติของการดูแลตัวเอง ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ศิลปะ อาหาร และดนตรีไว้ในที่เดียว ในวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2569 ณ Cloud 11 กรุงเทพฯ ครีเอทีฟแลนด์มาร์กแห่งใหม่ พร้อมสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ งานนี้ชวนทุกคนกลับมารักตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ผ่าน 4 โซนไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้คุณได้ฮีลกาย ฮีลใจ ฮีลโซล: 1. MOVE — ขยับร่างกาย ปลุก Energy : เติมพลังบวกไปกับ City Run โดย Run Club ชั้นนำ, โยคะในสวนสีเขียว, แอโรบิกสนุกๆ, Mat Pilates ลด Office Syndrome รวมถึง Pickleball และ Padel กีฬาคอร์ตสุดฮิตที่ไม่ต้องมีพื้นฐานก็เล่นสนุกได้ 2. RESTORE — พักกาย พักใจ ในพื้นที่ปลอดภัย : สโลว์ไลฟ์และปล่อยวางความตึงเครียดผ่านกิจกรรม Sound Healing, เวิร์กชอป Flower Mandala และงานศิลปะฮีลใจที่ช่วยให้คุณค้นพบความสุขจากเรื่องเล็กๆ รอบตัว
3. LEARN — อัปเกรดความรู้ เติมภูมิคุ้มกันชีวิต: ฟังเสวนาด้านสุขภาพกายและใจ Self Love Talk Presented by VELA โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล อาทิ ศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และประธานดำเนินการหลักสูตรเวฬา (VELA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นพ.ธนีย์ ธนียวัน (หมอแทน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด เวชบำบัดวิกฤต และการปลูกถ่ายปอดจากสหรัฐอเมริกา, ผศ.นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจและผู้เชี่ยวชาญด้าน Sport Cardiology พร้อมทัพ Speaker ระดับประเทศ อย่าง คุณครูลิลลี่, กตัญญู, ลินิน, เตยยี่, ยิปซี คีรติ, ป๋อมแป๋ม, คุณท็อป – จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา และคุณบีม – วลัญช์รัตน์ วงศ์ยะรา เป็นต้น
4. CONNECT — เชื่อมต่อพลังงานดีๆ ด้วยอาหารอร่อยที่ดีต่อใจและดีต่อร่างกาย ใน Healthy Market รวมร้านอร่อยสายคลีนที่ทั้งฟินและเฮลท์ตี้ ปิดท้ายวันด้วยดนตรีฮีลใจจาก Mahidol Symphony Orchestra และ Concert in the Garden จากศิลปินชื่อดัง SCRUBB, LULA, SERIOUS BACON และ EARTH PATRAVEE
ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลแห่งการรักตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี SELF LOVE FESTIVAL Presented by OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดโอกาสให้จองบัตรในราคาพิเศษ ดังนี้ บัตรรอบ Early Bird วันที่ 10 กันยายน - 31 ตุลาคม 2569 - 1 Day pass ราคา 150 บาท - 2 Day pass ราคา 200 บาท
บัตรรอบ Regular วันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2569 - 1 Day pass ราคา 300 บาท- 2 Day pass ราคา 500 บาท อย่าปล่อยให้โอกาสการรีชาร์จพลังกายและฮีลพลังใจหลุดมือ! สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Ticketmelon https://www.ticketmelon.com/th/oceanlife/Selflovefestival หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรม ตารางเวลาวิทยากร และไลน์อัปศิลปินเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Self Love Festival by Ocean Life และ Instagram: @SelfLove.fest ./

Go To Lead


FWD ประกันชีวิต รับรางวัลเหรียญทอง
‘The Best Technology Innovation Contact Center’
4 ปีซ้อน จากเวที TCCTA Contact Center Awards 2026
ผู้บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทรับรางวัลเหรียญทอง The Best Technology Innovation Contact Center ประเภท Contact Center ขนาดไม่เกิน 100 ที่นั่ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากเวที TCCTA Contact Center Awards 2026 จัดโดย สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (TCCTA: Thai Contact Center Trade Association)รางวัล TCCTA Contact Center Awards ถือเป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงคุณค่าของวงการ Call Center ในประเทศไทย ซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความโดดเด่นด้านการให้บริการลูกค้า โดยผลการตัดสินรางวัลมาจากการประเมินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคการศึกษาและภาคเอกชน ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มข้น ครอบคลุมผลงานและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดย FWD ประกันชีวิต สามารถแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการได้อย่างโดดเด่น สอดคล้องกับคุณลักษณะของแบรนด์ที่เน้นความเป็น Innovation (นวัตกรรม), Trustworthy (ความน่าเชื่อถือ), Different (สร้างความแตกต่าง) และ Relevant (ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า) ทั้งนี้ FWD ประกันชีวิต ยังได้รับรางวัลจากเวที TCCTA อย่างต่อเนื่องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จากหลากหลายสาขา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริการ พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า
ความสำเร็จนี้ยังเปิดโอกาสให้ FWD ประกันชีวิต ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการประกวด CC-APAC (Contact Centre Associations of Asia Pacific) Awards 2026 เวทีระดับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ณ ประเทศมาเลเซีย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการและศักยภาพด้านนวัตกรรมของ FWD ประกันชีวิต ตลอดจนแนวทางการทำงานแบบ Customer-led ที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

Go To Lead


เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ -ไวทัลไลฟ์ ชวนคู่แม่ลูกดูแลสุขภาพ
“Long Live Love รักนี้...ยืนยาว”
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มอบประสบการณ์ Wellness สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่สมาชิก Generali FIRST Club ระดับ First, Elite และ Prime เชิญคู่แม่ลูก ร่วมกิจกรรมภายใต้ธีม “Long Live Love รักนี้...ยืนยาว” ที่ผสานการดูแลสุขภาพกายและใจตามแนวคิด Longevity และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีคุณภาพในระยะยาว ภายในงาน สมาชิกได้ร่วมกิจกรรมที่ออกแบบให้เชื่อมโยงการผ่อนคลาย โภชนาการ และความรู้ด้านสุขภาพ เริ่มจาก “Flower Mandala by RAKxa” กิจกรรมจัดดอกไม้ที่เปิดโอกาสให้คู่แม่ลูกใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้เวลาร่วมกันอย่างผ่อนคลาย ต่อด้วย “Acai DIY Bowl” กิจกรรมสร้างสรรค์เมนูสุขภาพที่ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์ โดยให้ผู้เข้าร่วมเลือกผสมผสานวัตถุดิบและรสชาติได้ตามความชอบ ก่อนปิดท้ายด้วย “Longevity Health Talk” ในหัวข้อ “ชะลอวัยอย่างไรให้ได้ผล?” โดย พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ให้เกียรติถ่ายทอดความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และแนวทางการดูแลตนเองให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพในระยะยาว
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมี นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ และ ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมต้อนรับสมาชิกคนสำคัญ สะท้อนแนวคิดการดูแลลูกค้าแบบองค์รวม (Holistic Care) ของเจนเนอราลี่ ที่มองไกลกว่าความคุ้มครอง สู่การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ผ่าน Generali FIRST Club ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Generali FIRST Club ได้ที่: https://generali.co.th/generali-first-club/ หรือดาวนโหลดแอป GEN365 เพื่อเช็กสถานะสมาชิกและแลกรับสิทธิพิเศษได้ที่: https://apps.apple.com

Go To Lead


ALive Powered by AIA ชวนรู้จัก Mid-Year Blues
อาการเหนื่อยใจกลางปี พร้อมฟีเจอร์ Mood Diary ตัวช่วยจัดการใจได้ทุกวัน
ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า คนยุคนี้แบกอะไรไว้เยอะมาก ทั้งเรื่องงาน เงิน และคนที่ต้องดูแล การเกิดภาวะหมดไฟจึงไม่ใช่ว่าเราไม่เข้มแข็ง แต่เป็นสัญญาณที่ใจกำลังบอกให้เราหันกลับมาดูแลตัวเอง สิ่งที่เราเห็นจากงานวิจัยที่ทำร่วมกับ NielsenIQ คือคนไทยวัยทำงานไม่ได้ขาดความตั้งใจ ทุกคนรู้ดีว่าต้องทำอะไร แต่มีภาระหน้าที่รัดตัวที่ทำให้หมดแรงไปก่อน จึงไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ ALive จึงได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Tiny Habits ที่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ง่ายทุกวัน เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอจะกลายเป็นนิสัย และค่อย ๆ พาเราไปถึงเป้าหมายในแบบที่แต่ละคนต้องการได้ในที่สุด"
ในบรรดาฟีเจอร์ทั้งหมด Mood Diary คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้เข้าร่วมวิจัยชื่นชอบมากที่สุด และเบื้องหลังหน้าตาที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนก็มาจากผลของงานวิจัยโดยตรง เพราะเมื่อเวลาของวัยทำงานถูกบีบจนเหลือน้อยมาก ฟีเจอร์นี้จึงต้องง่ายและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีภายใต้แนวคิด Tiny Habits ที่ ALive ยึดเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อไม่ให้คนท้อและทิ้งไปกลางทาง และในเมื่อปัญหาใหญ่ที่สุดของสุขภาพใจคือการที่มันวัดได้ยาก Mood Diary จึงเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นรูปแบบอารมณ์ของตัวเอง เปลี่ยนความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทบทวนได้จริง ผ่านการใช้งานง่าย ๆ 4 ขั้นตอน: • บันทึก — แค่กดเลือกไอคอนอารมณ์ แล้วจดสั้น ๆ ว่าอะไรทำให้รู้สึกแบบนั้น ซึ่งก็คือการเรียกชื่อความรู้สึกที่ช่วยให้ความเหนื่อยล้าใจเบาลงได้ (มีงานวิจัยจากวารสาร Psychological Science** รองรับว่าการเรียกชื่ออารมณ์ช่วยให้สมองส่วนควบคุมอารมณ์ทำงานสงบลง) • ทบทวน — ย้อนดูอารมณ์ที่ผ่านมาเพื่อเห็นภาพรวมว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง • สังเกต — เมื่อบันทึกไปเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มเห็นว่ามีอารมณ์ไหนที่วนกลับมาซ้ำ ๆ และรับมือได้ง่ายขึ้นทุกวัน • ประเมิน — ดูว่าช่วงนี้ใจตัวเองเอนไปทางบวกหรือลบ โดยแอปจะสรุปออกมาเป็นรายงานที่อ่านเข้าใจง่าย เอาไปปรับพฤติกรรม หลบสิ่งที่กระตุ้นความเครียด หรือใช้เป็นข้อมูลเมื่อต้องการไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญต่อไปได้
ALive ชวนรู้จัก Mid-Year Blues_02.jpg นอกจากนี้ ALive ยังต่อยอดอินไซต์จากงานวิจัยที่พบว่า การดูแลสุขภาพใจมักเริ่มต้นจากการรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของตนเอง ฟีเจอร์ Mood Diary จึงถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้งานได้กลับมาสำรวจความรู้สึกในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเปลี่ยนการดูแลใจให้เป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายผ่านระบบสะสมเหรียญ (Gamification) ซึ่งสามารถนำไปใช้ตกแต่งห้องเสมือนจริงภายในแอปหรือแลกรับรางวัลต่าง ๆ ได้ ช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้งานสร้างนิสัยในการดูแลสุขภาวะทางอารมณ์อย่างต่อเนื่องในรูปแบบที่สนุกและมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ในวันที่ Mid-Year Blues ทำให้ใจล้าโดยไม่รู้ตัว การกลับมาดูแลตัวเองอาจไม่ต้องเริ่มจากอะไรที่ยิ่งใหญ่ เพราะแค่การกดบันทึกอารมณ์วันละไม่กี่นาที ก็คือ Tiny Habits ที่ทำได้จริง และหากทำสม่ำเสมอก็จะเห็นผลในระยะยาว ตอกย้ำว่า ALive Powered by AIA เป็นมากกว่าแอปสุขภาพทั่วไป เพราะไม่ได้ให้แค่เครื่องมือ แต่มอบแนวทางที่มาจากการฟังเสียงคนไทยจริง ๆ เพื่อให้การดูแลทั้งกาย ใจ และการเงิน เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน
ผ่านมาครึ่งปี หลายคนเริ่มรู้สึกล้าและหมดพลังมากกว่าที่เคย อาการนี้เรียกว่า Mid-Year Blues หรือความเหนื่อยล้าทางใจช่วงกลางปีที่คนทำงานทั่วโลกกำลังเผชิญ แม้ไม่ใช่โรคทางการแพทย์ แต่เป็นสัญญาณของความเครียดและความกดดันที่สะสมมาตลอดครึ่งปีแรก และสิ่งที่ทำให้น่ากังวลคือมันมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีวันไหนที่รู้สึกแย่ลงอย่างชัดเจน แต่ค่อย ๆ ล้าลงทีละนิดจนวันหนึ่งก็ไม่เหลือแรงจะไปต่อ และหากปล่อยไว้นานก็อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ในที่สุด อาการของ Mid-Year Blues มักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ตื่นมาแล้วไม่อยากเริ่มงาน ทำสิ่งที่เคยชอบก็ไม่สนุกเหมือนเดิม หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายกว่าปกติโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน โดยเหตุผลที่มักปรากฏในช่วงกลางปีเพราะเป็นจังหวะที่หลายคนหันกลับไปเทียบเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นปีกับสิ่งที่ทำได้จริง เมื่อพบว่าระยะห่างยังไกลก็มักทำให้เกิดความเครียดมาซ้ำเติมความล้าที่สะสมอยู่แล้ว Mid-Year Blues จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนว่าสุขภาพใจก็ต้องการการดูแลไม่แพ้สุขภาพด้านอื่น สอดคล้องกับแนวคิดของ ALive Powered by AIA แอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดย เอไอเอ ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีการศึกษาอย่างจริงจังด้วยการร่วมมือกับ NielsenIQ ลงพื้นที่พูดคุยเชิงลึกและทําแบบสอบถาม กับคนทำงานไทยอายุ 31-54 ปี ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 1,000 คน เพื่อฟังเสียงจริงว่าคนไทยกำลังแบกอะไรไว้จนเหนื่อยล้าใจ และแอปสุขภาพควรพัฒนาไปในทิศทางไหนถึงจะช่วยได้จริง ไม่ใช่แค่มีฟีเจอร์ให้ครบ
ข้อมูลจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323* ของกรมสุขภาพจิต ปี 2566 รายงานว่า วัยทำงานเป็นกลุ่มที่ขอรับบริการเพื่อปรึกษาเรื่องความเครียด วิตกกังวล และความไม่พึงพอใจในชีวิตการทำงานสูงถึง 5,989 สาย จากทั้งหมด 8,009 สาย หรือ 74.8% สะท้อนว่าสุขภาพใจของคนทำงานไทยกำลังถูกกดดัน โดยหลัก ๆ แล้ว มาจาก 4 ด้านที่มองไม่เห็น ได้แก่ โซเชียลมีเดียที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไปไม่ถึงไหน งานที่ต้องพิสูจน์คุณค่าตัวเองตลอดเวลา ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ทำให้คุมชีวิตตัวเองไม่ได้ และภาระการเงินที่ทำให้ติดอยู่กับที่ ที่น่ากังวลก็คือ ความล้าทางใจเป็นสิ่งที่ประเมินได้ยาก ต่างจากสุขภาพกายหรือการเงินที่มีตัวเลขวัดผลชัดเจนกว่า หลายคนจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังหมดไฟจนกว่าจะทนไม่ไหว ซึ่งตรงกับลักษณะของ Mid-Year Blues ที่ความล้าค่อย ๆ สะสมมาแบบเงียบ ๆ อีกผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ การที่ผู้ร่วมวิจัยมองว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน เป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้ ทำให้ “ความเครียด” ที่ส่งผลต่อสุขภาพใจเป็นเหมือนตัวบล็อกการดูแลสุขภาพทั้งระบบ เพราะวันที่ใจล้า แผนออกกำลังกายมักเป็นสิ่งแรกที่ถูกยกเลิก การกินการนอนเริ่มตามใจตัวเอง และมีแนวโน้มใช้เงินเพื่อซื้อความสุขมากขึ้นจนเสียวินัย ที่สำคัญก็คือ ผู้ร่วมวิจัยแทบทั้งหมดไม่เคยเจอแอปสุขภาพที่ดูแลครบทั้ง 3 เรื่องนี้ในที่เดียว ALive จึงตั้งใจเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยการพัฒนาแอปที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์ทั้ง 3 ด้าน ทั้งสุขภาพกายอย่างฟีเจอร์ Food Tracker ที่ช่วยคำนวณแคลอรีในแต่ละมื้อ และ Daily Missions ที่เปลี่ยนการดูแลตัวเองให้เป็นภารกิจเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ด้านสุขภาพการเงินก็มีฟีเจอร์ช่วยคำนวณภาษี ส่วนด้านสุขภาพใจก็มี Mood Diary ที่ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ตัวเองได้ในทุกวัน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ALive Powered by AIA ได้ฟรีทั้งในระบบ iOS และ Android หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.aia.co.th/th/health-wellness/alive

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต 'หนุน' Siriraj x MIT Hacking Medicine
ต่อเนื่องปี 3 ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ ชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การมีอายุยืนจะมีความหมายเมื่อผู้คนมีสุขภาพที่ดี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และมีความพร้อมทางการเงินรองรับชีวิตในแต่ละช่วงวัย เมืองไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Healthspan และ Wealthspan ให้เดินไปด้วยกัน การสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่จะเชื่อมองค์ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ให้เกิดเป็นทางเลือกใหม่ในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรค เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้นานขึ้น”
งาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine ภายใต้แนวคิด “Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine” หรือ “ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” ประกอบด้วยการแข่งขัน Hackathon เพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง ณ โรงพยาบาลศิริราช ต่อด้วย Workshop Day ณ Knowledge Exchange Center และการประชุมวิชาการหลัก ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดยปีนี้มีผู้สมัครกว่า 1,100 คน จาก 35 สัญชาติทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความสนใจในการนำ AI มาพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
“AI ทางการแพทย์ต้องพัฒนาไปพร้อมกับความถูกต้อง ความปลอดภัย และความเท่าเทียมในการเข้าถึง เพราะนวัตกรรมจะมีคุณค่าเมื่อประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง บริษัทเชื่อว่าเวทีนี้จะช่วยให้แนวคิดที่เริ่มต้นจากโจทย์ของผู้ป่วยและระบบสุขภาพ ได้รับการทดลอง พัฒนา และต่อยอดเป็นบริการที่เหมาะกับบริบทของประเทศไทย พร้อมสร้างบุคลากรและผู้ประกอบการด้านสุขภาพรุ่นใหม่ให้พร้อมรับความท้าทายของสังคมอายุยืน” นายสาระกล่าวเพิ่มเติม ผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชั้นนำ อาทิ MIT, Stanford, Harvard, Tsinghua University และ Peking University ครอบคลุมการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ เวชศาสตร์ป้องกัน AI Agent Hospital และความน่าเชื่อถือของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในงานคลินิก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ โครงการยังเปิดโอกาสให้ทีมจาก Hackathon ปีก่อนที่พัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วม “Si x MIT BeyondHack” เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน ทีมที่ได้รับคัดเลือกจะเข้าสู่ BeyondHack Accelerator ร่วมทำงานกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และมีโอกาสนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 เพื่อผลักดันนวัตกรรมจากประเทศไทยไปสู่บริการหรือธุรกิจสุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง
นายสาระกล่าวสรุปว่า “การดูแลชีวิตในสังคมอายุยืนต้องเริ่มก่อนการเจ็บป่วย เชื่อมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟู ไปจนถึงการวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม การสนับสนุนเวทีนี้จะช่วยเสริมระบบนิเวศสุขภาพของประเทศ เปิดทางให้นวัตกรรมที่ได้มาตรฐานและยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการดูแลสุขภาพ และเพิ่มจำนวนปีที่ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข” ผู้สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ www.sirirajxmithackmed.com #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา- CREATIVE TALK เตรียมจัด “Long Life Fest 2026”
อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ CREATIVE TALK เตรียมจัดงาน “Long Life Fest 2026” เทศกาลสุขภาพที่ชวนคนไทยหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้การมีชีวิตที่ยืนยาว ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุที่มากขึ้น แต่คือการมี สุขภาพ คุณภาพชีวิต และความพร้อมทางการเงินที่ดีไปพร้อมกัน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ นิทรรศการ “โรคร้ายแลนด์” นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่นำ 3 โรคร้ายสำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็ง – Cancer City โรคหลอดเลือดสมอง- Stroke House และโรคหัวใจวาย - How วาย Land มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ทำให้ผู้ร่วมงานได้ลองสัมผัสสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต ก่อนวันที่โรคร้ายจะมาถึงจริง
แนวคิดของ “โรคร้ายแลนด์” สะท้อนให้เห็นว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพหรือค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อ รายได้ เงินออม การทำงาน ครอบครัว ตลอดจนแผนการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อการรักษาและการฟื้นตัวอาจกินเวลาต่อเนื่องเป็นเดือนหรือหลายปี อลิอันซ์ อยุธยา จึงต้องการใช้พื้นที่ของ Long Life Fest สร้างความตระหนักรู้ว่า“การเตรียมพร้อม” ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ยังมีสุขภาพดี ทั้งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การตรวจสุขภาพและรู้จักปัจจัยเสี่ยงของตนเอง การวางแผนการเงิน รวมถึงการมี ประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่เหมาะสม เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ช่วยลดผลกระทบทางการเงิน และทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถให้ความสำคัญกับการรักษาและการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
ภายในงาน นอกจาก “โรคร้ายแลนด์” แล้ว ผู้ร่วมงานยังจะได้พบกับกิจกรรมด้านสุขภาพที่ครอบคลุมทั้ง EAT / MOVE / SLEEP เวทีเสวนาและการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมด้าน Preventive Care ตลอดจนบริการและโซลูชันด้านสุขภาพจากพันธมิตร เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกันความเสี่ยงไปจนถึงการเตรียมพร้อมเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด Long Life Fest จึงไม่ใช่เพียงงาน Health & Wellness แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้คนไทยกลับมาทบทวนว่า ในวันที่ยังแข็งแรง เราเตรียมพร้อมสำหรับสุขภาพ ชีวิต และคนที่เรารักแล้วหรือยัง เพราะแม้เราอาจไม่สามารถกำหนดได้ว่าโรคร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เราสามารถเตรียมตัวเพื่อลดผลกระทบที่อาจตามมาได้ตั้งแต่วันนี้ พบกับ Long Life Fest ระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน ณ Sphere Hall ชั้น 5, Emsphere ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่https://www.zipeventapp.com/e/Long-Life-Fest

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต คว้า 2 รางวัล TCCTA Contact Center Awards 2026
นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เริ่มต้นจากการดูแลและสร้างความพร้อมให้กับคนของเรา เมื่อพนักงานรู้สึกมีคุณค่า มีส่วนร่วม และได้รับโอกาสในการพัฒนา พวกเขาจะสามารถส่งต่อความใส่ใจไปยังลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ รางวัลทั้งสองนี้จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของทีม Contact Center แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของกรุงเทพประกันชีวิตในการพัฒนาคน ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับจาก สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Trade Association: TCCTA) ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านคอนแทคเซ็นเตอร์ของประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของกรุงเทพประกันชีวิตในการพัฒนางานบริการให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความเข้าใจและความใส่ใจในความต้องการของลูกค้า
กรุงเทพประกันชีวิตเชื่อว่า “ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน” บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจลูกค้ามาประยุกต์ใช้ในการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพรางวัล The Best Employee Engagement Contact Center ระดับ Silver แสดงให้เห็นถึงแนวทางการบริหารทีม Contact Center ที่มุ่งสร้างความผูกพันและพลังการมีส่วนร่วมภายในองค์กร ขณะที่รางวัล The Best Contact Center Supervisor ดีเด่น ประเภท Tele-Service สะท้อนศักยภาพของหัวหน้างานในการบริหารทีม ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาบุคลากร และผลักดันมาตรฐานงานบริการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม กรุงเทพประกันชีวิตพร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ทุกการติดต่อเป็นมากกว่าการให้บริการ แต่เป็นประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพ ความเข้าใจ และความใส่ใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานงาน Contact Center ให้เป็นที่ยอมรับในระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com