|
|
หัวเว่ย 'ชู'นวัตกรรมแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด Now Is Your Spark
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปนวัตกรรมใหม่อย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศไทย ในงาน Now Is Your Spark: HUAWEI Innovative Product Launch 2026 ซึ่งนำเสนอหลากนวัตกรรมแห่งอนาคต นำโดย HUAWEI WATCH FIT 5 Series สมาร์ทวอทช์ที่ผสานแฟชั่น สุขภาพ และการออกกำลังกายอย่างไร้ที่ติ HUAWEI WATCH ULTIMATE Spring Edition สมาร์ทวอทช์นิยามใหม่ที่ผสานความหรูหราและประสิทธิภาพสุดล้ำ และ HUAWEI nova 15 Max สมาร์ทโฟนคู่ใจคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง รวมถึง HUAWEI MatePad Pro Max แท็บเล็ตเรือธงเพื่อการทำงานระดับมือโปร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า เพื่อจุดประกายบทใหม่แห่งเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ภายในงาน หัวเว่ยได้เผยโฉมไลน์อัปผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ได้รับการรังสรรค์ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและดีไซน์อันโดดเด่นหลากหลายอย่างครบวงจร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของอุปกรณ์อัจฉริยะในยุคดิจิทัล โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ อาทิ
HUAWEI WATCH FIT 5 Series สมาร์ทวอทช์ดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบมาให้เป็น Everyday Fashion Accessory อันโดดเด่น ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น มอบความสว่างคมชัดสูงสุดถึง 3,000 Nits (สำหรับรุ่น Pro) พร้อมความแข็งแกร่งระดับพรีเมียมจากกระจก Sapphire Glass และ 8 เฉดสีที่ผ่านการคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังยกระดับการดูแลสุขภาพองค์รวม ด้วยฟีเจอร์ตรวจวัดคลื่นหัวใจ (ECG)[1] (เฉพาะรุ่น Pro) และแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วโดยใช้คลื่นชีพจร (PWAP) รวมถึงระบบติดตามคุณภาพการนอนหลับ TruSense System และการตรวจจับความเครียดอย่างแม่นยำ พร้อมโหมด Fall Detection ที่เพิ่มความอุ่นใจ และ Mini Workout เพื่อการออกกำลังได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน ตอบรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยแอปพลิเคชัน 7-Eleven บนสมาร์ทวอทช์ เพื่อการชำระเงินที่รวดเร็วและสะดวกสบาย พร้อมฟังก์ชันการโทรออกและรับสายจากนาฬิกาโดยตรง และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 วัน[2] มั่นใจได้ในทุกกิจกรรมด้วยโหมดออกกำลังกายกว่า 100 โหมด รวมถึงโหมดใหม่ล่าสุดอย่างเทนนิส พร้อมระบบ Sunflower Positioning System เพื่อความแม่นยำในการติดตามกิจกรรม
HUAWEI WATCH ULTIMATE Spring Edition เป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของหัวเว่ยที่ประดับด้วยอัญมณี ออกแบบโดย Francesca Amfitheatrof ดีไซเนอร์เครื่องประดับชื่อดังระดับโลก โดดเด่นด้วยเพชรธรรมชาติคัดพิเศษ 99 เม็ดที่ประดับอย่างประณีตสะท้อนรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือกว่าด้วยฟีเจอร์การโทรผ่าน eSIM ได้โดยไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟน รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS รวมถึงเทคโนโลยี Multi-Sensing X-Tap และระบบ TruSense เพื่อการตรวจวัดสุขภาพเชิงลึก1 มอบที่สุดของความหรูหราและเทคโนโลยีอัจฉริยะไว้ในข้อมือเดียว
HUAWEI MatePad Pro Max คือแท็บเล็ตเรือธงที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานแบบมืออาชีพอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ที่บางเบาเป็นพิเศษเพียง 4.75 มม. และน้ำหนัก 511 กรัม[3] มาพร้อมจอแสดงผล PaperMatte ความละเอียดสูงระดับ 3K มอบประสบการณ์การทำงาน สร้างสรรค์ และความบันเทิงที่เหนือกว่าอย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานและนักศึกษา ไปจนถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มอบประสบการณ์ทำงานแบบพีซี ผ่านแอปพลิเคชัน PC-level WPS ที่สามารถเปิดทำงานพร้อมกันได้หลายหน้าต่าง และคีย์บอร์ด Huawei Glide ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ รวมถึง AI Speech-to-text นอกจากนี้ยังเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับสายอาร์ตและนักสร้างสรรค์ด้วยการรองรับ GoPaint และ M-Pencil Pro เพื่อการวาดเขียนที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ พร้อมแบตเตอรี่แบบ Reverse Charging 40W ที่สามารถใช้แท็บเล็ตเพื่อชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้
HUAWEI nova 15 Max พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "Max Your Fun" ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์สมมาตรอันเป็นเอกลักษณ์ หน้าจอ OLED Eye Comfort แบบแบนราบขนาด 6.84 นิ้ว ความละเอียด 444ppi ความสว่างสูงสุด 1600 nits และอัตราการรีเฟรช 120Hz เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลและสบายตา พร้อมขอบจอบางพิเศษ จึงมอบประสบการณ์การรับชมที่เต็มตา ตัวเครื่องบางเพียง 7.98 มม. น้ำหนัก 232 กรัม พร้อมสีสันสุดอินเทรนด์ที่มาเติมเต็มบุคลิกของคุณ นอกจากนี้ยังมีกล้อง Ultra-Clear ความละเอียด 50MP ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ RYYB ขนาดใหญ่ และรูรับแสง F1.9 จึงให้การถ่ายภาพคมชัด สดใส แม้ในสภาวะแสงน้อย และฟีเจอร์ AI Best Expression ที่ช่วยจับภาพรอยยิ้มและอารมณ์ที่ดีที่สุด มอบประสบการณ์อัจฉริยะที่เหนือกว่าด้วย X-Button นวัตกรรมปุ่มลัดที่ปรับแต่งได้ และรองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและเสถียร ตัวเครื่องทนทานเป็นพิเศษ ผ่านการรับรอง SGS Premium Performance Mark Drop resistance 5 ดาว และมาตรฐาน IP65 กันฝุ่นและน้ำ หมดกังวลกับการใช้งานในทุกสถานการณ์ และไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยแบตเตอรี่ HUAWEI Super Battery ความจุ 8500mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมแบตเตอรี่แบบ Reverse Charging ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ และเทคโนโลยี Energy Booster เพื่อการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากผลิตภัณฑ์ไฮไลต์เหล่านี้แล้ว หัวเว่ยยังได้นำเสนอและจัดแสดงนวัตกรรมอื่นๆ ที่เปิดตัวไปในช่วงต้นปี 2026 อาทิ HUAWEI FreeClip 2, HUAWEI WATCH GT Runner 2 และ HUAWEI Mate 80 Pro รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอีกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Mate X7 และ HUAWEI Pura 80 Ultra ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กว้างขวางของหัวเว่ย พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศเปิดตัว HUAWEI WATCH KIDS X1 Pro ซึ่งจะมาสร้างนิยามใหม่ของสมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กอีกด้วย การเผยโฉมไลน์อัปนวัตกรรมระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการเป็นผู้บุกเบิกที่ไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน และยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้งานไปอีกขั้น หัวเว่ยพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตของเทคโนโลยี และร่วมจุดประกายบทใหม่แห่งเทคโนโลยี สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านี้ หัวเว่ยยังเนรมิต Pop-up Event สุดพิเศษ บริเวณพาร์ค พารากอน สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสความก้าวล้ำของนวัตกรรมระดับโลกซึ่งเปิดตัวใน Global Launch ครั้งประวัติศาสตร์ ภายในงานพบกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟสุดสร้างสรรค์ และนิทรรศการ HUAWEI XMAGE Awards ที่จะจุดประกายแรงบันดาลใจด้านการถ่ายภาพ พร้อมพบกับผู้เชี่ยวชาญใน Masterclass ต่างๆ และลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากหัวเว่ย เตรียมพบกับนวัตกรรมใหม่หลากรุ่นที่จะทยอยเปิดตัวสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ ติดตามข่าวสารและโปรโมชันอื่นๆ ได้ทาง เว็บไซต์ และ เฟซบุ๊ก รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
Go To Lead
|
แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2569 กวาดรายได้กว่า 5 แสนล้าน
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยผลประกอบการไตรมาสแรกประจำปี 2569 โดยมีรายได้รวม 23.73 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.31 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 1.67 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.74 หมื่นล้านบาท) รายได้ดังกล่าวขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นระดับรายได้ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ แอลจียังทำสถิติสร้างผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกสูงสุดเป็นอันดับสาม โดยเพิ่มขึ้นถึง 32.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ โดยสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียม พร้อมสร้างผลงานโดยรวมได้อย่างโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอยู่ ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ของแอลจี ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์การขยายธุรกิจ B2B ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในไตรมาสแรก และยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยรายได้รวมรายไตรมาสของกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์และกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ทะลุ 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.23 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก
การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพในการทำกำไรในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (B2B) ธุรกิจแพลตฟอร์ม และธุรกิจ D2X (Direct to Everything) ของบริษัทฯ ประจำไตรมาสแรก โดยกลุ่มธุรกิจ B2B สามารถสร้างรายได้แตะระดับ 6.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36 ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโตร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.4 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.43 หมื่นล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจในการสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน
ผลประกอบการและแนวโน้มรายกลุ่มธุรกิจไตรมาส 1 ประจำปี 2569 กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS)กลุ่มธุรกิจ HS รายงานรายได้ 6.94 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส พร้อมกำไรจากการดำเนินงาน 5.7 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.27 หมื่นล้านบาท) ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนตลาดพรีเมียมควบคู่กับตลาดแมส ตลอดจนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และช่องทางออนไลน์ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของแอลจียังคงสามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานไว้ได้ในระดับ 8.2%สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่สอง แอลจีมีแผนเดินหน้าสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการรุกขยายตลาดสำคัญในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน นอกจากนี้ แอลจียังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต อาทิ โซลูชันหุ่นยนต์สำหรับใช้งานภายในบ้าน รวมถึงชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์
กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS)กลุ่มธุรกิจ MS รายงานรายได้ 5.17 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 3.72 แสนล้านวอน (ประมาณ 8.32 พันล้านบาท) สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน และกลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เติบโตอย่างโดดเด่น การขยายตัวของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดต้นทุนคงที่ ในไตรมาสที่สอง แอลจีมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการตอบสนองเชิงรุกต่อความต้องการของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลก ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมเพิ่มการลงทุนด้านคอนเทนต์ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS อย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS)กลุ่มธุรกิจ VS สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาส โดยมีรายได้อยู่ที่ 3.64 ล้านล้านวอน (ประมาณ 8.14 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 2.12 แสนล้านวอน (ประมาณ 4.74 พันล้านบาท) การเติบโตของรายได้ได้รับแรงหนุนจากการยกระดับโซลูชันอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์สู่ระดับพรีเมียม ควบคู่กับการขยายการติดตั้งในรถยนต์หลากหลายรุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ขณะเดียวกัน อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 6% เป็นครั้งแรก จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของกลุ่มธุรกิจ VS ในฐานะศูนย์กลางการสร้างผลกำไรแบบ B2B ที่เชื่อถือได้ และเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่กำลังขยายตัวของแอลจี
Go To Lead
|
| IT CLICK |
OPPO Find X9s
Oppo ลอนช์ สมาร์ทโฟนใหม่ OPPO Find X9s
ดีไซน์สุดเดอร์น ไฮเทครับดิจิทัล สมาร์ตโฟนเที่ยวไหนก็ถ่ายสวย
สร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ง่ายดายในทุกสถานการณ์ ด้วยระบบกล้อง
Hasselblad สามตัว ความละเอียด 50MP คมชัดสูง
เก็บครบทุกคอนเทนต์ได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยโหมด
Hasselblad Portrait ถ่ายทอดภาพพอร์ตเทรต
มีเอกลักษณ์ สีผิวธรรมชาติ พร้อมบันทึกวิดีโอระดับโปรด้วย 4K
60fps Dolby Vision เก็บทุกโมเมนต์ของ Vlog
สมบูรณ์แบบ มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูง 7025mAh รองรับการ
ใช้งานได้ตลอดวัน ลื่นไหลและชาญฉลาดยิ่งขึ้นด้วย ColorOS 16
ลูกค้าที่ซื้อ OPPO Find X9s วันที่ 1-31 พ.ค. นี้
ประกันหน้าจอแตก จำนวน 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง
จำนวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 12,000 บาท
|
[ENGLISH]
|