|
|
BKIH กำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้าน BKI 'โกย'รายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้าน
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร
บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท
กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI
เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.)
มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท
สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ
จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท
และในงวดสุดท้ายของปี 2568
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท
รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท
โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4
ของกำไรสุทธิต่อหุ้น
ส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.)
มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท
และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับ
ประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย
กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็ง
แกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3
และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม
โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท
และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง
Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง
จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard &
Poors (S&P)
สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569
สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5
ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า
โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่า
จะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0
จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7
(ข้อมูลจาก สศช.)
เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่
วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง
ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ
สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน
รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย
นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น
แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์
และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประ
กันภัยทรัพย์สินมากขึ้น
ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน
แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง
แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเ
ดียวกับตลาดโลกโดยรวม
ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ
โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้
ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์
(Medical Inflation)
เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่
องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย
และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่าง
สหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย
เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโ
ซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง
ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม
จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแน
วโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค
เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัว
เรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้
ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่
อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์
ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้
จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0
ของรัฐบาล
ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวล
งจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระ
ทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง
หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา
เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระท
บจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น
และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่
วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk)
จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ
อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน
มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือคว
ามรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม
หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน
เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
อาจต้องหยุดชะงัก
และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ
Year of Fast and Flexible Mindset
ปีแห่งการตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า
และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
จากที่บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง
ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่นผ่านการพัฒนาผลิตภั
ณฑ์ที่หลากหลายสอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่
พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569
กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4%
โดยบริษัทฯ
มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่
ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast
and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว
และยืดหยุ่นมากขึ้น
เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม
และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า
ทั้งด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม
พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า
ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีแ
ละนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้
เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน
ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการ
รับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ
เพื่อรักษาระดับผลกำไรจากการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไ
ด้อย่างทันท่วงที โดยบริษัทฯ
ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมและจรรยาบรรณ
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย
ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ บริการ
และกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน
ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
Go To Lead
|
วิริยะประกันภัย - กรมการขนส่งทางบก จัดตรวจรถฟรี 20 รายการ หนุนประชาชนตรวจสภาพรถ ลดเสี่ยงอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 2569
นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางของประชาชนเป็นจำนวนมาก การตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิริยะประกันภัย จึงร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้
ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็กสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็กสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ กระเป๋าสงกรานต์กันน้ำ ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2569
สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) อู่ร่วมมิตรการาจ 2) บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3) บจ.ไทยรัตน์ยานยนต์ 4) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 5) บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6) บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 7) บจ.อู่นำชัย เตาปูน (สาขาติวานนท์) 8) บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 9) บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 10) บจ. คุงการาจ 11) บจ.เซอร์กิตบริการ 12) บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13) บจ.อู่วิชัยยนต์ 14) บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 15) อู่บอส 888 การาจ 16) บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 17) บจ.เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ 18) บจ.เอส ซี ซี 65 การาจ 19) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 20) หจก.เป้งการาจ 21) บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 22) บจ.รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค 23) บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 24) หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 25) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 26) บจ.เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส 27) บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 28) บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส 29) บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 30) บจ.อู่แม่กลอง 31) บจ.อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989)
Go To Lead
|
ร้านอาหารตอบรับโครงการ ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง
เน้นย้ำแนวคิด ประกันภัยแบบฝังตัว ยกระดับมาตรฐานธุรกิจอาหาร
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนแนวคิดในการผลักดันให้การประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตประจำวัน ผ่านแนวคิด การประกันภัยแบบฝังตัว หรือ Embedded Insurance ซึ่งช่วยให้การคุ้มครองความเสี่ยงสามารถเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางธุรกิจและบริการต่าง ๆ ได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการประกันภัยประเภทอื่น ๆ เช่น การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง การประกันสุขภาพ และการประกันภัยรถยนต์
โครงการร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง เป็นการสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่น และเน้นย้ำความสำคัญของการประกันภัยแบบฝังตัว (Embedded Insurance) เพื่อให้การประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ ที่มีผู้ประกอบการมากกว่า 3.2 แสนราย และการจ้างงานมากกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง
ด้านนายธิติฏฐ์ ทัศนาขจร (เชฟต้น) เชฟอาหารไทยระดับโลก เจ้าของร้าน Le Du (ฤดู) และร้านอาหารนุสรา ร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว และผู้คว้าอันดับ 1 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียจาก Asias 50 Best Restaurants 2023 กล่าวว่า การประกันภัย เป็นอีกหนึ่งการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ และถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลและการให้บริการแก่ลูกค้า
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันร้านอาหารทุกแห่งรวมมากกว่า 20 ร้านอาหารทั้งในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยวสำคัญ และในต่างประเทศ ได้ให้ความสำคัญในการทำประกันภัยที่ครอบคลุมทั้งทรัพย์สินและความรับผิดตามกฎหมาย ต่อบุคคลภายนอก เพราะถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร นอกเหนือจากรสชาติ บรรยากาศ และการให้บริการ ดังนั้น โครงการ ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง จะไม่เพียงมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าถึงระบบประกันภัยได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของประกันภัยในฐานะกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ควบคู่กับการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ ตลอดจนร่วมกันยกระดับมาตรฐานการให้บริการของธุรกิจร้านอาหารไทย พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารให้ดำเนินไปอย่างมั่นคงบนพื้นฐานของการบริหาร ความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
Go To Lead
|
Insurverse สร้างสีสันรับสงกรานต์ เปิดตัวเสื้อฮาวาย
คอลเลกชัน Splash-Verse สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่
นายกิตตินันท์ ภู่พงศ์พันธ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราตั้งใจให้ SplashVerse เป็นมากกว่าเสื้อฮาวายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เป็นตัวแทนของความสนุก ความมั่นใจ และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ Insurverse ต้องการสื่อสาร เราเชื่อว่าประกันภัยไม่ควรเป็นเรื่องไกลตัวหรือซับซ้อน แต่ควรเข้าถึงได้และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ การเปิดตัว SplashVerse ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของ Insurverse ในการพัฒนาแบรนด์ประกันภัยให้มีความทันสมัย แตกต่าง และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านแนวคิดสร้างสรรค์และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการรับรู้และประสบการณ์ของลูกค้า
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Insurverse และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสีสันเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไปกับ SplashVerse
Insurverse บริษัทประกันภัยออนไลน์เต็มรูปแบบ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการประกันภัย เดินหน้าสร้างสีสันรับเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเปิดตัวเสื้อฮาวายคอลเลกชันพิเศษ SplashVerse ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความสดใส ความสนุก และตัวตนของคนรุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงเวลา
นอกจากการเปิดตัวคอลเลกชันดังกล่าว Insurverse ยังจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด สดใส แจกจริง ไม่มีกั๊ก ได้ก่อน ใส่ก่อน ไม่ตกเทรนด์ ได้แก่
1. กิจกรรม Tell Me Your Style อวดลุคสับ รับเสื้อ SplashVerse ฟรี สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดียของ Insurverse ระหว่างวันที่ 23 29 มีนาคม 2569
2. กิจกรรม Exclusive Reward มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เมื่อซื้อประกันภัยประเภทใดก็ได้ มูลค่า 1,500 บาทขึ้นไปต่อคำสั่งซื้อ พร้อมกรอกรหัส Splash รับเสื้อ SplashVerse ฟรี จำนวนจำกัด ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม 6 เมษายน 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
Go To Lead
|
ธนชาตประกันภัย เปิดเกมรุกตลาดประกันภัย ปี 2569 ตั้งเป้าโต 11%
นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 ธนชาตประกันภัย ประกาศเปิดเกมรุกตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปี 2568 จากโอกาสในหลายมิติ โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้น โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่ลูกค้าใช้รถยนต์นานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลาย และแตกต่างกันตามระดับความกังวลต่อความเสี่ยง ธนชาตประกันภัยจึงได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต และประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 ให้สามารถรองรับทุกระดับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่ เหมาะกับตัวเองได้จริง ทั้งในแง่ของระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสสำคัญในตลาดประกันภัยบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการทำประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Property Insurance) เพียง 8% เท่านั้น อันเป็นเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยบ้าน เช่น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประกันอัคคีภัยคือประกันภัยบ้าน ดังนั้น ธนชาตประกันภัยจึงได้วางบทบาทของตนเองไม่ใช่เพียงผู้ให้ความคุ้มครอง แต่เป็น ผู้สร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงความจำเป็นของการมีประกันภัยบ้าน และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมรูปแบบที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้มีการเตรียมพร้อมด้านงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ภายใต้แนวคิด Technology + AI + Human Touch เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกจุดของ Customer Journey ตั้งแต่ขั้นตอนการขาย การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงกระบวนการเคลมที่รวดเร็ว แม่นยำ และสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ Human Touch อย่างต่อเนื่อง เพราะสุดท้ายแล้ว คน ยังคงเป็นหัวใจของการดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ พร้อมกันนี้จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ การเติบโตในระยะต่อไปของธนชาตประกันภัยจะมาจากการขยายตลาดไปยังทุกภูมิภาค โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรและช่องทางการขายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญธนชาตประกันภัยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการทำงานได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและพร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน จะมีโมเดลใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทุกวัน สิ่งหนึ่งที่อุตสาหกรรมประกันภัยพิสูจน์มาเสมอคือ เทคโนโลยีช่วยให้บริการดีขึ้นได้ แต่สุดท้าย Perception ที่ดี ความไว้วางใจ กับการใช้บริการ ยังต้องถูกส่งต่อผ่านด้วย คน อยู่ดี
ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัยภายใต้แนวคิด Disciplined Growth, Endless Opportunities ธนชาตประกันภัยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยปี 2569 เป็นปีที่เราจะเปลี่ยน ความท้าทาย ให้เป็น โอกาส ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และความเข้าใจใน Insight ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง มั่นใจว่าเราจะไม่ใช่แค่ผู้รักษาตำแหน่งในตลาด แต่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย นางวิชินี กล่าว
ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากการมามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศยังก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว หรือน้ำท่วม กลยุทธ์ของธนชาตประกันภัยคือ มุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีเบี้ยประกันไม่สูง หรือ Small Budget Product ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ อีกทั้งให้ความเข้มงวดกับการบริหารความเสี่ยงในองค์กรอย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่คาดเดาได้ยาก ให้มั่นใจว่าเราจะอยู่เคียงข้างลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์
จากการวางรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่งตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี ส่งผลให้ธนชาตประกันภัยสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม และเป็นแรงส่งถึงความสำเร็จของบริษัทในปี 2568 ที่ผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมทั้งมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 537.7% และมีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง แรงขับเคลื่อนความสำเร็จในปี 2568 มาจากการวางรากฐานที่มั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีวินัย มีการพิจารณารับประกันภัยตามประเภทความเสี่ยง เช่น รถป้ายแดง รถทำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการบริหารประกันภัยต่อ (Reinsurance) และการรับมือภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล และดำเนินการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาการจัดการเคลมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด โดยสามารถรักษาอัตราการต่ออายุลูกค้าเป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้า และนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการทำงานและการบริการลูกค้าอย่างครบวงจร นอกจากนี้ การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลการันตีคุณภาพการดำเนินงาน และมีคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) สูงถึง 78.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ธนชาตประกันภัยยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|