Insurance
Go to  i click
Hot News: ประกัน-แบงก์ 'บุก'ตลาด MSME
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ประกัน-แบงก์ 'บุก'ตลาด MSME
เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย จับมือยูโอบี คลอดแผนประกันภัยออนไลน์UOB SME Smart Choice เพื่อตอบโจทย์ป้องกันความเสี่ยงภัยให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จากคุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาท
นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ธุรกิจกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro-entrepreneurs, Small and Medium-sized Enterprises หรือ MSME) ในปี 2565 จะเติบโตระหว่างร้อยละ 3.2–5.4 โดยธุรกิจ MSME ที่โดดเด่น ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจอาหารแปรรูป ธุรกิจสันทนาการ ธุรกิจที่พักแรม ธุรกิจเครื่องสำอาง ธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งล้วนแต่ต้องการคนดูแลความเสี่ยงภัย ทางเอ็ม เอส ไอ จี และธนาคารยูโอบี มีเป้าหมายเดียวกันเพื่อสนับสนุนหาโซลูชันประกันภัย มารองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่มีสะดุด และร่วมกันพัฒนาแผนประกันออนไลน์ UOB SME Smart Choice ที่ถูกดีไซน์เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ประกอบการ MSME ผู้ประกอบการร้านค้า ที่มีจุดเด่นให้ลูกค้าสามารถเลือกหรือปรับความคุ้มครองได้ตามใจ
แผนประกันออนไลน์ UOB SME Smart Choice ให้ผู้ประกอบการ MSME สามารถเลือกทุนประกันภัยได้สูงถึง 10 ล้านบาท โดยคุ้มครองอัคคีภัย ภัยธรรมชาติเต็มทุน แต่ไม่รวมภัยน้ำท่วม คุ้มครองการโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยการงัดแงะ พร้อมความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกสูงสุด 1,500,000 บาท และไม่เก็บค่าความเสียหายส่วนแรก ด้วยเบี้ยราคาย่อมเยา ตามทุนประกันภัยและประเภทธุรกิจ เริ่มต้นเฉลี่ยเพียง 6 บาท/วัน เท่านั้น”
ด้าน นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า“ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กยังมีสัดส่วนการทำประกันภัยทรัพย์สินของกิจการนอกเหนือจากส่วนที่กฎหมายบังคับค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ฯลฯ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากยังคิดว่าการทำประกันภัยมีความยุ่งยาก และยังขาดความรู้ความเข้าใจว่าจะต้องทำประกันประเภทใดบ้าง ทางธนาคารยูโอบีจึงได้ร่วมมือกับ เอ็ม เอส ไอ จี ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะกับสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะที่สามารถซื้อประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับความคุ้มครองจากภัยต่างๆ และเพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”
โดยเมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัลBest Digital Insurance Product for CX จากงาน Digital CX Awards 2022 ที่จัดโดย The Digital Banker จากผลิตภัณฑ์ UOB SME Smart Choice ถือเป็นประกันภัยสำหรับเอสเอ็มอีแห่งแรกในประเทศไทยที่ขายผ่านช่องทางดิจิทัล
นอกเหนือจากประกันภัยทรัพย์สินในกิจการแล้ว ในอนาคตทางธนาคารยูโอบียังมีแผนที่จะเพิ่มประกันภัยด้านอื่นๆ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น ประกันอุบัติเหตุประกันสุขภาพ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก หรือประกันภัยไซเบอร์เชิงพาณิชย์ เป็นต้นโดยธนาคารยูโอบีได้ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน จึงต้องการผลักดันให้เอสเอ็มอีมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ โดยไม่ต้องกังวลกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงจากภัยต่างๆ
แผนประกันภัย UOB SME Smart Choice สามารถซื้อได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ผ่านช่องทางออนไลน์ https://psmart.msig-thai.com/uob/smesmart/info ได้แล้ววันนี้

Go To Lead


BKI ออกแผนประกันภัยออฟฟิศซินโดรม คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล-เงินชดเชยรายวัน เบี้ย 1,990 บาท/ปี
ดร อภิสิทธิ์ ซีอีโอ กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้คนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์จนดำเนินชีวิตตามปกติภายใต้คำนิยามของ New Normal ด้วยการปรับรูปแบบการทำงาน เป็น Work from Home การเรียนการสอนผ่านออนไลน์ Learn from Home ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ทำงานและกินอาหารไม่เป็นเวลา นอนดึก มีความเครียดสะสมจนส่งผลต่อสุขภาพ หนึ่งในโรคยอดฮิตของคนทำงานคือการเจ็บป่วยในกลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรมที่สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนทุกช่วงวัย ทั้งวัยเรียน และวัยทำงาน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI จึงได้ออกกรมธรรม์ ประกันภัยออฟฟิศ
ซินโดรม ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) พร้อมทั้งขยายการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก คุ้มครองสูงสุดถึง 30,000 บาท และให้ความคุ้มครองผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยในจากการเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรมโดยให้เงินชดเชย 500 บาท/วัน สูงสุดถึง 30 วัน ได้แก่ อาหารเป็นพิษจากภาวะติดเชื้อทางเดินอาหาร, โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, โรคกรดไหลย้อน, โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร (H.Pylori Gastritis), โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท, อาการเวียนศรีษะ บ้านหมุน , โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือหรือพังผืดทับเส้นประสาท และโรคนิ้วล็อก ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมืออักเสบ ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 1,990 บาทต่อปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 6-60 ปี สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพและผ่านเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัย โดยมีรายละเอียดความคุ้มครอง ดังนี้
ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) 30,000 บาท(จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย) ผลประโยชน์ชดเชยรายวัน กรณีเป็นผู้ป่วยใน ชดเชยวันละ 500 บาท(ชดเชยสูงสุด 30 วัน ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย) ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ www.bangkokinsurance.com หรือสอบถามที่โทร. 0 2285 8888

Go To Lead


คปภ. คว้ารางวัล “DG Awards 2022”
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลระดับกรม “หน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)” ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในงานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2565 "Digital Government Awards 2022" ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นรางวัลที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. พิจารณามอบให้กับส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในระดับสูง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้ผลคะแนนจากโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ
รางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2565 สพร. ได้ดำเนินการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 1,935 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง จำนวน 324 หน่วยงาน หน่วยงานภาครัฐส่วนภูมิภาค จำนวน 1,609 หน่วยงาน ครอบคลุม 76 จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จำนวน 2 หน่วยงาน โดยสำนักงาน คปภ.ได้รับรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) คะแนนรวมจัดอยู่ในกลุ่ม Very High ซึ่งวัดจากระดับความพร้อมการพัฒนาด้านดิจิทัลรายตัวชี้วัด (Pillar) 6 ตัวชี้วัด สำหรับตัวชี้วัดที่โดดเด่นที่สุดของสำนักงาน คปภ. คือ Pillar 5 : วัดผลด้านโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Secure and Efficient Infrastructure) โดยได้คะแนนสูงถึง 97.50% ลำดับถัดมาคือ Pillar 1 : วัดผลด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policies and Practices) โดยได้คะแนนสูงถึง 93.41% จึงเป็นการการันตีถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของสำนักงาน คปภ. ในการยกระดับการให้บริการด้านการกำกับดูแล และการสร้างธรรมาภิบาลด้านการดูแลข้อมูล (Data Governance) รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรในด้านข้อมูลเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญในการใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Organization) อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้มีการนำเทคโนโลยี Big Data เข้ามาช่วยยกระดับในการอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพแก่ภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยขับเคลื่อนการปฏิบัติงานไปสู่รัฐบาลดิจิทัลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
“เป็นที่น่ายินดีที่สำนักงาน คปภ. ได้รับรางวัลดิจิทัลต่อเนื่องจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ติดต่อกันมาเป็นปีที่สองแล้ว โดยปีที่แล้วได้รับรางวัลประเภท “พัฒนาการดีเด่นหน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย กำกับ ดูแล ประสานงาน หรืออื่น ๆ เป็นหลัก” และปีนี้ได้รับรางวัล ประเภท“รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance)” ซึ่งรางวัลที่สำนักงาน คปภ. ได้รับในครั้งนี้ แสดงถึงความสำเร็จในระดับหน่วยงานที่พัฒนาคุณภาพการสนับสนุนการดำเนินการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การบริหารจัดการข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผมขอขอบคุณบอร์ด คปภ. ผู้บริหารและพนักงานสำนักงาน คปภ. ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญทำให้สำนักงาน คปภ. สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้ โดยสำนักงาน คปภ. จะมุ่งมั่นทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จะบูรณาการกับทุกภาคส่วน พร้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำมาพัฒนามาตรฐานการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น และจะดำเนินการยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเตรียมแผนฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan : DR plan) และการจัดทำแผนจัดการเหตุการณ์ผิดปกติ (Incident Management Process) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยและสังคมต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com