Insurance
Go to  i click
Hot News: วิริยะประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยแตะ44,700 ล้าน ปี 2569
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
วิริยะประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยแตะ44,700 ล้าน ปี 2569
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นถี่ขึ้น อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยยังคงเดินหน้าปรับตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการคุ้มครองความเสี่ยงให้กับประชาชน โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวประมาณ 2.4% ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัยเติบโตในระดับ 2–3% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งระบบราว 290,000 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการเติบโตที่ยังคงดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
แผนดำเนินงานปีนี้ บริษัทจะขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพบริการด้วยนวัตกรรม การใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในด้านนวัตกรรม บริษัทเตรียมขยายการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสภาพรถและการประเมินความเสียหาย รวมถึงพัฒนาระบบเคลมผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแจ้งเหตุจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดบริการ Fast Track สำหรับการเคลมประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริกา ขณะเดียวกัน บริษัทจะนำแนวคิด Data Driven มาใช้ในการบริหารจัดการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการสินไหมกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถติดตามสถานการณ์และตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการวิกฤตส่วนการพัฒนาบุคลากร บริษัทจะเน้นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ ควบคู่กับการสร้างความผูกพันและความสุขในการทำงาน
เป้าหมายธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 44,700 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 39,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และเบี้ยประกันภัย Non-Motor 5,700 ล้านบาท เติบโตประมาณ 10% ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทสามารถรักษาการเติบโตและความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้นประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 5% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 37,700 ล้านบาท เติบโต 3.5% และเบี้ยประกันภัยกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,300 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 17% บริษัทยังครองอันดับหนึ่งในตลาดประกันวินาศภัยไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 34 ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 14.6% และยังคงเป็นผู้นำตลาดประกันภัยรถยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 23% ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 68,000 ล้านบาท เงินกองทุนราว 34,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงกว่า 350% สะท้อนความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงในระยะยาว
นายอมร กล่าวอีกว่า ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มีความถี่มากขึ้น เราสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยความร่วมมือของพนักงานและผู้บริหาร ทำให้การให้บริการในภัยพิบัติต่าง ๆ ทำได้ทั่วถึงและทันท่วงที ปีนี้เรายังพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง เพราะคาดว่าภัยพิบัติในปีนี้และปีถัด ๆ ไปจะรุนแรงและถี่มากขึ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น เพื่อรองรับทุกภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น บริษัทจะทำการเสริมนวัตกรรมเพื่อรองรับการเคลมสินไหมในกรณีภัยพิบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยที่ผ่านมาเมื่อผู้เอาประกันไม่สะดวกไปทำเคลม ระบบจะช่วยได้มาก เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่ม capacity รองรับการตรวจสอบอุบัติเหตุในภาวะเกิดเหตุ เราจึงต้องขยายผลการใช้นวัตกรรมเหล่านี้ รวมถึงมองไปข้างหน้าเพื่อประเมินว่าภัยจะใหญ่แค่ไหน ต้องเตรียมเครื่องมือใหม่อะไรบ้าง และปรับปรุงงานด้านใดเพื่อรองรับภัยที่ใหญ่กว่าเดิมในอนาคต
“บริษัทสามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตในปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ ซึ่งบริษัทได้ใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาและบุคลากรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เข้าดูแลและช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง”นายอมร กล่าว
แนวโน้มรถ EV และเบี้ยประกัน เรื่องเบี้ยขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภท เพราะค่าซ่อม ค่าแรง และค่าอะไหล่ของแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน บริษัทพร้อมรับเสมอ แต่ต้องลงรายละเอียด และพูดคุยกับผู้ผลิตเรื่องค่าแรงค่าอะไหล่ เพื่อกำหนดเบี้ยที่เหมาะสม โดยภาพรวมเบี้ย EV แพงกว่าเบี้ยรถสันดาประมาณ 20% แต่ภาพรวมตอบยาก เพราะยอดขายรถ EV แกว่งตามแต่ละยี่ห้อ ต้องรอดูตัวเลขปิดงวดก่อน ส่วนเรื่องรถ EV ลดราคา กระทบการรับประกันปีถัดไปแค่ไหน เป็นความเสี่ยงที่ต้องดูแลให้การพิจารณาสินไหมเป็นธรรม เพราะหากราคารถลดลงต่ำกว่าทุนประกันเดิม จะเกิดความเสี่ยง และอาจมีมิจฉาชีพบางส่วนหวังทำกำไรจากประกัน จนอาจนำไปสู่การฉ้อฉลหรือชนเพิ่มขึ้น จึงต้องเตรียมรับมือในการพิจารณาและบริหารความเสี่ยง
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญยังมุ่งเน้นประกันเดินทาง และขยายผลิตภัณฑ์กลุ่ม personal line ต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับประกันภัยทรัพย์สิน เพราะจากสถานการณ์ที่ผ่านมา ภัยพิบัติทำให้ลูกค้าตื่นตัวและต้องการประกันทรัพย์สินมากขึ้น โดยบริษัทศึกษาผลิตภัณฑ์และหาประกันภัยต่อเพื่อรองรับ ขณะที่โปรดักต์สุขภาพ/ตัวเลือกช่วยลดเบี้ย โดยภาพรวมยังแบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ เหมาจ่ายต่อปี และเหมาจ่ายแบบต่อครั้ง พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เช่น การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก (deductible) และ copayment เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระจาก medical inflation ซึ่งเมื่อใช้ copayment และ deductible ร่วมกัน เบี้ยสามารถลดลงได้ถึง 60% ช่วยแบ่งเบาภาระในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และช่วยบริษัทด้วยเช่นกัน

Go To Lead


คปภ. ยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง เสริมความมั่นคงระบบประกันภัยไทย
นางสาวอายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า ประกาศฯ ฉบับปี 2568 สำนักงาน คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งต้องส่งรายงาน ERM/ORSA ให้กับสำนักงานเป็นประจำทุกปี โดยต้องมีการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องจัดทำรายงานสถานะความเสี่ยงให้กับสำนักงานเป็นประจำทุก 6 เดือน การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อให้บริษัทประกันภัยเข้าใจถึงการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ และสามารถประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤตอันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร โดยครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Culture) ตลอดจนการติดตามและประเมินความเพียงพอของเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ ORSA ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงในอนาคต วางแผนบริหารเงินกองทุนได้อย่างเหมาะสม และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัย โดยช่วยให้สามารถระบุ วิเคราะห์ และติดตามความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเชื่อมโยงกับการกำหนดกลยุทธ์และแผนธุรกิจอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน การประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน (ORSA) ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน วิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคต และเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการที่เป็นเลิศ (Best Practices) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทประกันภัยและเสถียรภาพของระบบประกันภัยโดยรวม ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงไปสู่แนวปฏิบัติ

Go To Lead


ทิพยประกันภัย จัดโครงการพลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 245 ในวันมาฆบูชา สืบสานพระพุทธศาสนา
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารและพนักงาน จัดโครงการพลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 245 น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งเพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ในโอกาสนี้ได้นิมนต์ท่านพระครูสิทธิสังวร วิ. อาจารย์ใหญ่กรรมฐานสายมัชฌิมาฯ องค์ปัจจุบัน, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ, เจ้าคณะ 5 วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร (ประธานสงฆ์) และพระภิกษุสงฆ์วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม บำรุงศาสนสถานและถวายภัตตาหารเพล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทิพยประกันภัยในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com