|
|
คปภ.'ชู'ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์
คปภ. ชูความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นโจทย์หลัก Stress Test ปี 2569 ประเมินเสถียรภาพระบบประกันภัยไทยท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน
ดร.อายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้จัดประชุมชี้แจงกรอบการดำเนินการทดสอบภาวะวิกฤต (OIC Stress Test) ประจำปี 2569 ให้แก่บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อประเมินความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของภาคธุรกิจประกันภัยภายใต้สถานการณ์จำลองที่มีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
การทดสอบในปีนี้ สำนักงาน คปภ. ใช้แนวทาง Top-Down Scenario ในการประเมินผลกระทบในระดับระบบโดยมุ่งวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability) และความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานสำคัญในภาคการเงิน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อให้การประเมินครอบคลุมทั้งระบบการเงินและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยสำหรับปี 2569 สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics Risk)
โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงทางพลังงาน และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต ในหลายอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวมีการส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ อาทิ ราคาสินค้าและพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ชะลอลง ความผันผวนในตลาดการเงิน และมูลค่าสินทรัพย์ที่ปรับลดลง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อฐานะทางการเงิน การลงทุน และผลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย
สำนักงาน คปภ. ได้กำหนด สถานการณ์จำลอง (Adverse Scenario) ที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจถดถอย ครอบคลุมสมมติฐานด้านรายได้ประชากรที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ภาคท่องเที่ยวและการส่งออกที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งทำให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพและภัยพิบัติทางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาระค่าสินไหมทดแทนของภาคธุรกิจประกันภัยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจอ่อนแอลง ก่อให้เกิดภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อและความเสี่ยงต่อสภาพคล่องในระบบ
ดร.อายุศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้พัฒนาเครื่องมือและวิธีการทดสอบให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยนำ Business Profile ของแต่ละบริษัท เพื่อประเมินผลกระทบต่อความมั่นคงด้านเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทประกันภัยอย่างเหมาะสม เป้าหมายสำคัญของการดำเนิน Stress Test คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบประกันภัยไทยให้สามารถรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทยในระยะยาว ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนามาตรฐานการกำกับ กล่าว
Go To Lead
|
'วิริยะประกันภัย' มอบรางวัลอาสาตาจราจร ขับเคลื่อนวินัยจราจรยุคใหม่ ด้วยพลังสื่อพลเมือง
พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านปฏิบัติการด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้ง จส.100 และ สวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ โครงการอาสาตาจราจร ประจำเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 แก่เจ้าของคลิปที่บันทึกการทำผิดกฎจราจร ทั้งหมด 21 รางวัล รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 102,000 บาท เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดบนท้องถนน อันเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในสังคม โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
สำหรับ คลิปวิดีโอที่ได้รับรางวัล ประจำเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ได้แก่ เก๋งขับปาดหน้า-เบียดชนกลางถนน ก่อนเร่งเครื่องเผ่นหาย และ รถเบียดแล้วหนี! เจอเจ้าของรถอ้าง นึกว่าตกหลุม ไม่รู้ชนจยย.ล้มเจ็บ ล้วนสะท้อนถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้อื่น โดยทั้งสองคลิปดังกล่าว รวมถึงคลิปจากอาสาตาจราจรทั้งหมด จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนเป็นสื่อในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านวินัยจราจรแก่สาธารณชน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม
Go To Lead
|
เออร์โก ประกันภัย-Zurich Cover-More เปิดตัวประกัน
เดินทาง ERGO Travel Guardตั้งเป้าติด Top 3ภายใน 3 ปี
นายอิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์ ประธานเต้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออร์โก ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในเครือ ERGO Group และ Munich Re ยักษ์ใหญ่ด้านการรับประกันภัยระดับโลก เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทจะไม่เน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้าง ความยั่งยืน (sustainability) ผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้สมดุล การรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร รวมถึงการควบคุมอัตราส่วนทางการเงินและความมั่นคงขององค์กรเป็นหลัก แนวทางดังกล่าวเป็นผลจากความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละเซ็กเมนต์ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น ปริมาณธุรกรรม และมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันที่มีความผันผวนสูง บางคนอาจมองว่าสงครามกระทบไม่มาก แต่ในบางกลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบชัดเจน ทั้งต้นทุนและปริมาณธุรกิจที่เปลี่ยนไป
บริษัทจึงต้องทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ประกันภัยสามารถตอบโจทย์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงได้จริง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประกันสุขภาพแบบ OPD หรือแบบครอบคลุม (comprehensive) ดังนั้บริษัทยังไม่มีแผนเข้าสู่ตลาดในระยะสั้น เนื่องจากความเสี่ยงจาก Medical Inflation และความไม่แน่นอนในหลายด้าน สำหรับเป้าหมายทางการเงิน บริษัทจะให้ความสำคัญกับการรักษาระดับกำไรและเสถียรภาพมากกว่าการเร่งเติบโต แม้ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้มีภาระค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น ด้านกลยุทธ์การเติบโต ล่าสุดบริษัทได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Zurich Cover-More ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการช่วยเหลือการเดินทางชั้นนำในเครือ Zurich Insurance Group เพื่อเปิดตัว ERGO Travel Guard ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่คุ้มครองอุบัติเหตุและสุขภาพ รวมถึงเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก เริ่มต้น 186 บาท จุดเด่นคือสามารถแอดมิดโรงพยาบาลในต่างประเทศได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องสำรองจ่าย คุ้มครองผู้เดินทางอายุ 0-80 ปี
ปัจจุบันอัตราการทำประกันภัยการเดินทางของคนไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ทั้งที่การเดินทางมีความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ภาษา อาหาร และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการส่งมอบมาตรฐานความคุ้มครองระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางชาวไทยโดยเฉพาะ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้กังวลในทุกจุดหมาย
สำหรับผลิตภัณฑ์ ERGO Travel Guard ได้รวบรวมความเสี่ยงที่นักเดินทางต้องเผชิญ มาเปลี่ยนเป็นความคุ้มครองที่มากถึง 29 รายการ, โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก
1.ชีวิตและสุขภาพ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อแอดมิด รวมถึงการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
2.ความไม่สะดวกในการเดินทาง ดูแลกรณีเที่ยวบินล่าช้า , การถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง (Overbooking), การยกเลิกทริป และความคุ้มครองใหม่ล่าสุดคือ ค่าชดเชยการฝากเลี้ยงสัตว์เลี้ยง(สุนัขและแมว) หากเจ้าของเดินทางกลับถึงไทยล่าช้าจากเหตุสุดวิสัย
3.ทรัพย์สิน คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง, พาสปอร์ต, เงินสด, รวมถึงทรัพย์สินมีค่า เช่น กล้องถ่ายรูป หรือกรณีรถเช่าถูกทุบขโมยทรัพย์สิน,
4.ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองความรับผิดทางกฎหมายในต่างประเทศ รวมถึงการถูกโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อนำไปใช้จ่าย
นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายความช่วยเหลือทางการแพทย์ระดับสากล หรือบริการ Medical Assistance ที่ผ่านศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน 14 แห่งทั่วโลกที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน โดยมีศูนย์ประสานงานในกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่จัดเตรียมทีมแพทย์ 5 ท่าน และพยาบาล 2 ท่านที่พูดภาษาไทยได้ เพื่อสื่อสารและให้คำปรึกษาแก่นักเดินทางชาวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการให้บริการช่วยเหลือลูกค้าทั่วโลกกว่า 600,000 ราย และมีเคสทางการแพทย์ถึง 30,000 ราย ปัจจุบัน Global Travel Guard ให้บริการลูกค้ามากกว่า 20 ล้านรายต่อปีทั่วโลก บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจประกันเดินทาง โดยวางเป้าหมายขึ้นสู่ 3 อันดับแรกของตลาดภายใน 3 ปี โดยประเมินว่าต้องมีเบี้ยประกันไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่สูงเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด แต่บริษัทมองว่าประกันเดินทางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างแบรนด์ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ซึ่งยังคงเดินทางท่องเที่ยวได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นายอิศรศักดิ์ กล่าวว่าบริษัทยังมีแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุบัติเหตุและสุขภาพ โดยเน้นประกันสุขภาพเสริม (supplemental health) มากกว่าประกันสุขภาพเต็มรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัทในตลาดยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ภาพรวมพอร์ตธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าลดสัดส่วนประกันรถยนต์จากปัจจุบันประมาณ 60% ลงมาอยู่ที่ 50-55% เพื่อสร้างสมดุล โดยจะเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มอุบัติเหตุ สุขภาพ และประกันทรัพย์สิน รวมถึงประกันเฉพาะทาง (specialty insurance) โดยเน้นกลุ่มลูกค้า SME ซึ่งยังมีช่องว่างในการเข้าถึงประกันภัย โดยเฉพาะความคุ้มครองด้านความรับผิด (liability)
Go To Lead
|
ทิพยประกันภัย ร่วมออกบูธ Money Expo 2026 ขนโปรโมชันสุดพิเศษ
TIP AI Insurance สุดล้ำ ประกันสุดคุ้ม มอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้า
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดบูธในงาน Money Expo 2026 ภายใต้แนวคิด AI WEALTH CREATION การใช้เอไอสร้างความมั่งคั่ง นำเสนอเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการวางแผนการเงิน การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่ง ให้สอดรับกับโลกการเงินยุคดิจิทัล
ภายในพิธีเปิดบูธได้รับเกียรติจาก คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน Money Expo 2026 ร่วมเปิดบูธอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมถึงคณะผู้บริหารจากบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ทิพยประกันภัยยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันภัยยุคใหม่ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล อาทิ
- TIP Lady ประกันภัยที่เข้าใจผู้หญิง
- TIP Up to mile ประกันภัยสำหรับคนใช้รถน้อย
- บ้านทิพยยิ้มได้ ประกันอัคคีภัย
- TIP Personal Cyber ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล
- TIP Pet Lover ประกันภัยสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง
ทุกผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมสร้างความอุ่นใจในทุกช่วงจังหวะของชีวิต
นอกจากนี้ ภายในบูธทิพยประกันภัยยังจัดโปรโมชันพิเศษ TIP AI Insurance สุดล้ำ ประกันสุดคุ้ม มอบสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ
- ส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 23%
- รับบัตร Lotuss สูงสุด 3,000 บาท
- พร้อมของสมนาคุณพิเศษอีกมากมาย
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธทิพยประกันภัย (บูธ J2) ได้ภายในงาน Money Expo 2026 ณ ชาเลนเจอร์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|