Insurance
Go to  i click
Hot News: คปภ. 'บุก'กลุ่ม Gen Z ในรั้วมหาวิทยาลัย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
คปภ. 'บุก'กลุ่ม Gen Z ในรั้วมหาวิทยาลัย
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้จัดกิจกรรมโครงการการเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงานด้วยการประกันภัย OIC Be Smart First Jobber โดยเริ่มนำร่องในปีนี้เป็นปีแรก ณ สถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวม 4 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในวันที่ 30 กันยายน 2565 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2565 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และสิ้นสุดโครงการในปีนี้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ซึ่งการออกแบบกิจกรรมสำหรับนิสิตนักศึกษานับเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายที่สุดของสำนักงาน คปภ. เพราะจำเป็นต้องมีรูปแบบหลากหลายเพื่อดึงดูดความสนใจของนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในกลุ่ม Gen Z ซึ่งเติบโตในยุคที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Media) และอินเทอร์เน็ตได้อย่างแพร่หลาย ดังนั้นในแต่ละกิจกรรมจึงต้องเลือกกลยุทธ์การดำเนินการที่สอดคล้องและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ใน 4 ประเด็น ได้แก่ Be Direct and Keep it H.O.T , Be Brave, Be Inclusive และ Co Create ดังนี้
ประเด็นแรก กิจกรรมการให้ความรู้ด้านการประกันภัยเพื่อบอกเล่าความสำคัญของการประกันกันภัยในรูปแบบ 24/7 หรือ 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของน้อง ๆ นิสิตนักศึกษา ทั้งการประกันชีวิต การประกันภัยรถยนต์ การประกันภัยที่อยู่อาศัย การประกันภัยการเดินทาง การประกันภัยสุขภาพ การประกันภัยที่เชื่อมโยงกับการลงทุนและการวางแผนภาษี ผ่านประสบการณ์ตรงของ คุณจิตนเร บุญแสงวัฒน์หรือเชฟธันวา ผู้เข้าแข่งขันจากรายการมาสเตอร์เชฟประเทศไทย ซีซั่นที่ 4 และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเน้นรูปแบบการนำเสนอที่เรียกว่า Be Direct and Keep it H.O.T หรือการให้ความรู้อย่างจริงใจเข้าใจง่าย เปิดกว้าง และโปร่งใส ตรงไปตรงมา
ประเด็นที่สอง กิจกรรมการให้ความรู้ในด้านเส้นทางสายอาชีพประกันภัย ซึ่งนิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่อาจจดจำภาพของอาชีพในธุรกิจประกันภัยจำกัดเฉพาะการขายประกันภัย หรือตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ซึ่งสำนักงาน คปภ. อยากสร้างความเข้าใจในแง่มุมใหม่ ๆ คือ การสื่อสารเพื่อให้เห็นว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นโอกาสสำหรับนิสิตนักศึกษา ทั้งในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น คณิตศาสตร์ประกันภัยและสถิติ ไปจนถึงสาขาวิชาอื่น ๆ ที่ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยมีความต้องการ เช่น วิศวกรรมข้อมูล กฎหมาย การเงิน นิเทศศาสตร์และการประชาสัมพันธ์ หรือการแพทย์ (เพื่อออกแบบกรมธรรม์) เป็นต้น ตลาดแรงงานในภาคการประกันภัยมีรูปแบบงาน รวมถึงมีความน่าสนใจและมีเสน่ห์ไม่ต่างจากภาคการเงิน ภาคพาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) และวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) อื่น ๆ เพราะธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่ปรับตัวและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน ทั้งในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ Internet of Things หรือ IoT และหากภาคการเงินมี FinTech ในภาคธุรกิจประกันภัยก็มี InsurTech และมีสนามทดลองหรือ sandbox ไม่แตกต่างกัน
ประเด็นที่สาม กิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหรือ Workshop ซึ่งได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัษฎางค์ พลนอก ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เสมือนจริง โดยการใช้เกมจำลองรูปแบบสถานการณ์ที่ระบบประกันภัยเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการความเสี่ยง
ทั้งในระดับบุคคลและระดับหน่วยธุรกิจ รวมทั้งมีการถอดบทเรียนจากพฤติกรรมและการตัดสินใจ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในมหาวิทยาลัยและผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์สามารถร่วมกิจกรรมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ Be Inclusive ที่มุ่งเน้นการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ทุกช่องทาง สามารถทดลองฝึกปฏิบัติจริงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ประเด็นที่สี่ การต่อยอดเพิ่มเติมจากการจัดกิจกรรมในสถานศึกษาทั้ง 4 ครั้ง สำนักงาน คปภ. ได้จัดให้มีการประกวดนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงระบบการประกันภัย โดยเปิดกว้างให้นิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบันสามารถ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในรูปแบบนวัตกรรมเชิงความคิดหรือ conceptual idea โดยจัดส่งเป็นคลิปผลงานความยาวไม่เกิน 2 นาที และสำนักงาน คปภ. ร่วมกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดจำนวน 10 ผลงาน เพื่อให้มานำเสนอรายละเอียดในรอบชิงชนะเลิศหรือ final pitching ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย รวมจำนวน 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนอกจากจะได้รับเงินรางวัลและโล่รางวัลแล้วยังจะได้รับสิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมห้องทำงานของเลขาธิการ คปภ. โดยเลขาธิการ คปภ. จะพาทัวร์ทั้งห้องทำงาน และสำนักงาน คปภ. ด้วยตนเอง พร้อมร่วมรับประทานอาหารเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟธันวาซึ่งจะรังสรรค์เมนูโดยเฉพาะสำหรับมื้อพิเศษนี้
“การดำเนินกิจกรรมตามโครงการ OIC Be Smart First Jobber ในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. เชื่อว่าจะช่วยเข้าถึงกลุ่มนิสิตนักศึกษาซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Z และมีจำนวนมากถึง 1.4 ล้านคน โดยจะเป็นโมเดลต้นแบบของการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ดีไซน์โดยเฉพาะให้เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยที่เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต ตลอดจนเข้าใจบทบาทภารกิจของสำนักงาน คปภ. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลระบบประกันภัยและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

Go To Lead


สมาคมประกันวินาศภัยไทย ห่วงใยพนักงานกวาดถนน กทม. มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ 9,079 คน
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมฯ ร่วมกับภาคธุรกิจประกันวินาศภัยได้ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครโดยการสนับสนุนหมวกนิรภัยให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 126,117 คน ที่เดินทางโดยสารรถจักรยานยนต์ไปเรียน ได้มีหมวกนิรภัยสวมใส่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางตามโครงการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ไปแล้วนั้น สมาคมฯ ยังมีความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของพนักงานกวาดถนนของ กทม. ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่บนความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561-2565 พบว่ามีพนักงานกวาดถนนของ กทม. ถูกรถเฉี่ยวชนขณะปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เสียชีวิตรวม 10 ราย และยังไม่รวมถึงกรณีที่ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน แม้ว่าทาง กทม. จะมีสวัสดิการในการจ่ายค่าดูแลรักษาพนักงานดังกล่าวอยู่ส่วนหนึ่ง แต่พนักงานยังขาดความคุ้มครองในเรื่องของการประกันภัยอุบัติเหตุที่จะช่วยเข้ามาดูแลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากการสูญเสียชีวิตให้กับบุคคลในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง
สมาคมฯ ได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและมีความห่วงใยในสวัสดิภาพพนักงานกวาดถนนของ กทม. จึงได้มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุให้กับพนักงานกวาดถนนของ กทม. จำนวน 50 เขต ทั้งลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว รวมทั้งสิ้น 9,079 คน ระยะเวลาเอาป+ระกันภัย 1 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาทต่อคน รวมจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 907,900,000 บาท โดยกรมธรรม์ดังกล่าวให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ (อบ.1) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงคุ้มครองการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกาย รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ด้วย โดยสมาคมฯ เป็นผู้สนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย ร่วมกับบริษัทสมาชิกอีก 3 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.ธนชาตประกันภัย และ บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) ร่วมสมทบค่าเบี้ยประกันภัยอีกส่วนหนึ่ง และ บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) เป็นบริษัทผู้รับประกันภัย ซึ่งกรมธรรม์ดังกล่าวได้เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ถึง วันที่ 24 สิงหาคม 2566 ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้จัดพิธีมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มพนักงานกวาดถนนของ กทม. โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติรับมอบกรมธรรม์พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของ กทม. เข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ณ อาคารสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซอยสุขุมวิท 64/1
“การมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุให้กับพนักงานกวาดถนนของ กทม. ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำเอาระบบประกันภัยมาช่วยบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับพนักงานกวาดถนนของ กทม. ซึ่งถือเป็นความร่วมมือกันตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของบุคลากรของ กทม. และเพื่อสร้างหลักประกันและความอุ่นใจให้กับพนักงานกวาดถนนทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ของ กทม. ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบ และสวยงามต่อไป” นายอานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มอบหมวกนิรภัย จำนวน 300 ใบ
ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร
นางสาวพรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด มอบ หมวกนิรภัย จำนวน 300 ใบ แก่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความ สะอาดของกรุงเทพมหานคร ที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ได้มีหมวกนิรภัยสวมใส่ เพื่อความ ปลอดภัยในการเดินทาง
สืบเนื่องจากที่บริษัทกลางฯ ได้สนับสนุนหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 126,117 ใบ ให้กับโรงเรียน จำนวน 437 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครไปก่อนหน้านี้ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้แก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่เดินทางโดยสารรถจักรยานยนต์ไปเรียน ได้มีหมวกนิรภัยสวมใส่เพื่อความปลอดภัยในการ เดินทาง รวมถึงเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรักความปลอดภัยทางถนนเป็นการรณรงค์ส่งเสริม สร้างความปลอดภัยทางถนนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อไป
จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน www.thairsc.com หรือศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน พบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน มากกว่า 13,000 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 36 ราย โดยเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ ตั้งแต่ 25-60 ปี เสียชีวิตมากถึงร้อยละ 54 และเสียชีวิตจากรถ“จักรยานยนต์”มากที่สุด ดังนั้นบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จึงได้มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและกลุ่มวัยทำงาน บริษัทกลางฯ มีแผนงานเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ด้วยมาตรการองค์กร รวมถึงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยและปฎิบัติตามกฎจราจรในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์
บริษัทกลางฯ จึงได้สนับสนุนหมวกนิรภัยให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณพื้นที่ถนนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นการสนับสนุนหมวกนิรภัยจึงเป็นการมอบอุปกรณ์ในการป้องกันและลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้กำหนดนโยบายด้านปลอดภัยดีและเดินทางดี เรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกส่งเสริมการสร้างระเบียบกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีวินัยจราจรเป็นระเบียบมากขึ้น?อีกทั้งการสนับสนุนหมวกนิรภัยในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการส่งเสริมให้ประชาชนผู้ขับขี่หรือ โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง และเกิดความปลอดภัย รวมทั้งลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บและ เสียชีวิตในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้อีกทางหนึ่งด้วย อุบัติเหตุทางถนนเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกัน ลดความเสี่ยง ขับขี่อย่างปลอดภัยปฎิบัติตามกฎจราจร เพื่อการสัญจรอย่างปลอดภัย

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com