|
|
ธ.ก.ส. 'หนุน' นวัตกรรมชาบัว
ธ.ก.ส.ชวนเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ เต้ย - พงศกร เมตตาริกานนท์ แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ จังหวัดพะเยา
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารเชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ตอนที่ 11 เดินทางไปเช็กอินกว๊านพะเยา ไปกับ เต้ย - พงศกร เมตตาริกานนท์ แท็กทีมกับแขกรับเชิญเพื่อนซี้อย่าง เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ ที่จะนำทุกท่านไปท่องเที่ยวสัมผัส มนต์เสน่ห์เมืองอู่น้ำ ณ จังหวัดพะเยา ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้ "อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง" จุดศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยาริมกว๊านพะเยา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อด้วยการไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วยการนั่ง "เรือแจวพื้นบ้าน" บนผืนน้ำที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อศิลา ณ "วัดติโลกอาราม" โบราณสถานกลางน้ำยุคอาณาจักรล้านนาที่มีอายุกว่า 500 ปี และพลาดไม่ได้กับการเติมพลังที่ร้านอาหารในตำนานริมกว๊านพะเยาอย่าง "ร้านปลาส้มไร้ก้าง แม่ทองปอน" ลิ้มรสปลาส้มทอดสูตรโบราณเนื้อแน่นรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"
ส่วนไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ การเดินทางไปเยี่ยมชมอาณาจักร "บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา" เพื่อพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ "บัวหลวงชนิดดอกสีชมพู" พืชท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณะแห่งกว๊านพะเยา และพบกับการนำกลีบและเกสรบัวมายกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสุดพรีเมียม ที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Smart Drying ทำให้สามารถรักษากลิ่นหอม และคุณค่าทางสารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ในการบำรุงหัวใจไว้ได้อย่างครบถ้วน
โดยมี ธ.ก.ส. เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการแปรรูป พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดตลอดห่วงโซ่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัวศิริ ชาบัวกว๊านพะเยา เบอร์โทรศัพท์ 089 997 3634
เตรียมพบกับความสนุกของทริปท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการนำดอกบัวมายกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุดพรีเมียม ติดตามการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand
ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th
Go To Lead
|
SAM บุกภาคอีสาน ร่วมงาน Money Expo Korat 2026
บริการแก้หนี้ครบวงจร จัดเต็มโปรโมชันทรัพย์มือสอง
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าภารกิจ SAM Social AMC หรือ บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคมเข้าร่วมงานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 (Money Expo Korat 2026) ระหว่างวันที่ 79 สิงหาคม 2569 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์โคราช ชั้น 3 บูทหมายเลข D8 โดยนำเสนอบริการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้แบบครบวงจร พร้อมนำเสนอทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และโปรโมชันพิเศษสำหรับประชาชนในโคราชและพื้นที่อื่นๆ ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภายในงาน SAM ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขหนี้และบริหารสินทรัพย์ให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาหนี้ รวมถึงผู้ที่สนใจมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของ SAM โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ รับคำแนะนำ และวางแนวทางบริหารจัดการภาระหนี้ได้อย่างเหมาะสมและตรงกับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคล จากเจ้าหน้าที่โดยตรง รวมถึงโอกาสในการบริหารสินทรัพย์มือสองทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนด้วยโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย
ภายในบูทลูกค้าจะได้พบกับไฮไลต์สำคัญกับโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่เป็นหนี้เสีย (NPL)รวมทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย โดยหนี้ที่สามารถเข้าโครงการที่ SAM เป็นผู้ดูแล จะเป็นหนี้ไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ (ส่วนต่างหรือยอดหนี้ส่วนที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน) มีสถานะหนี้ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ภาระหนี้ NPL รวม (ตามการรายงานข้อมูลในเครดิตบูโร หรือ NCB) และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ อยู่ในรายชื่อ Sanction list ของ ปปง. ให้สามารถปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น กับมาตรการช่วยเหลือแบบผ่อนปรน 2 ทางเลือก ได้แก่ มาตรการที่ 1 "จ่าย ปิด จบ" ลดเงินต้นทันที 50% หากชำระภายใน 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่าย 50% ของเงินต้นหรือจ่ายเพียง 5,000 บาท ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ทันที แต่หากไม่พร้อมชำระเป็นก้อน ก็สามารถเลือกมาตรการที่ 2 "ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด" ลดเงินต้นทันที 30% ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระได้ถึง 30 มิถุนายน 2572 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่ายเพียง 7,000 บาทหรือจ่ายเพียง 70% ของเงินต้น ระยะเวลาผ่อนชำระ 35 เดือนหากนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 นี้ หรือคิดเป็น 200 บาท/เดือนเท่านั้น เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินและวางแผนชีวิตทางการเงินใหม่ได้อย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ SAM ยังมีโครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นหนี้เสียประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียง 3-5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี โดยมียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้อีกโครงการหนึ่ง
ส่วนลูกค้าที่กำลังมองหาทรัพย์มือสองเพื่อการอยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ โรงงาน/โกดัง และทรัพย์ อื่นๆ SAM ได้จัดโปรโมชันพิเศษสุดคุ้มเข้าร่วมงาน อาทิ SAM Flash Day แจก Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท โปร ฟรี! ค่าโอนคนละครึ่ง ไม่เกิน 1% สำหรับทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ฟรี! โอนไม่อั้น ไม่เกิน 2% สำหรับทรัพย์ที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และ บ้าน SAM ผ่อนได้ ที่ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระโดยตรงกับ SAM ได้นานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ใน 2 ปี หรือ 24 เดือนแรก และผ่อนนานสูงสุดได้ถึง 48 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า SAM ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ (NPL) กับมาตรการ ปรับหนี้มีสุข ผ่อนดีมีลด ทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีหลักประกันและทุกประเภทสินเชื่อ โดยมีระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้นานสูงสุดถึง 6 ปี พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้และการเลือกทรัพย์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
SAM ขอเชิญชวนประชาชนในโคราชและพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังประสบปัญหาหนี้ ผู้ที่ต้องการปิดจบภาระหนี้ให้เร็วขึ้น หรือผู้ที่สนใจโครงการช่วยเหลือของ SAM แต่ยังมีข้อสงสัย สามารถมาพบเจ้าหน้าที่ SAM ได้ที่บูทหมายเลข D8 ภายในงาน Money Expo Korat 2026 ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ รับคำปรึกษา ตรวจสอบสิทธิ และค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างใกล้ชิด
สำหรับลูกค้าที่สนใจโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอด ID Line @samsocialamc และชื่อบัญชี "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) www.bot.or.th/cleardebt และเว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th ส่วนโครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM ได้ที่เว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือ แอด ID Line @debtclinicbysam ที่ให้บริหารรวมถึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ NPL สำหรับผู้สนใจทรัพย์ NPA สามารถดูรายละเอียดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @samline หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443
Go To Lead
|
K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำ กับ 4 ร้านทองชั้นนำ สกุลเงิน USD
ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ยกระดับ K PLUS สู่แพลตฟอร์มการลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยร่วมมือ 4 ร้านทองชั้นนำของประเทศซื้อ-ขายทองคำ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก (MTS Gold) YLG และ Aurora มุ่งช่วยนักลงทุนรับมือความผันผวนของตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนเข้าถึงราคาทองคำอ้างอิงจากตลาดโลกได้โดยตรง และบริหารจังหวะลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน และค่าเงินยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงทิศทางดอกเบี้ย การกระจายความเสี่ยงมายังสินทรัพย์รักษามูลค่าอย่าง ทองคำ ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยปัจจุบัน 3 ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำอยู่ในจังหวะที่น่าทยอยสะสม ได้แก่ 1) ความกังวลอัตราเงินเฟ้อ 2) ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น 3) แรงเทขายทำกำไรจากราคาทองคำปรับขึ้นมาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงแนะนำให้นักลงทุนควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ในสัดส่วน 10-15% ของพอร์ตทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกระจายความเสี่ยง (Diversification) ยามตลาดผันผวน
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถบริหารจังหวะการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เตรียมให้บริการบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ K PLUS Global Savings รองรับ 10 สกุลเงิน และให้ดอกเบี้ยเงินฝากสกุล USD สูง 2.25% ต่อปี* ไม่มีขั้นต่ำและไม่จำกัดวงเงิน ช่วยให้ลูกค้าสามารถทยอยสะสมหรือรอจังหวะแปลงเงิน USD ก่อนเข้าลงทุนในทองคำได้ตามแผนการลงทุนของตนเอง โดยยังได้รับผลตอบแทนจากเงินฝากระหว่างรอโอกาสลงทุนอีกด้วย ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการบริหารทั้งสินทรัพย์และค่าเงินควบคู่กันไป
4 จุดเด่นของบริการซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงิน USD ผ่าน K PLUS
ซื้อขายทองคำผ่าน K PLUS ไม่ต้องสลับแอป (One-Stop Experience) ลูกค้าไม่ต้องสลับแอปไปมา สามารถแลกเงิน พักเงิน ซื้อขายทองคำ และดูพอร์ตลงทุนได้ครบที่ K PLUS
ซื้อขายทองคำผ่าน 4 ร้านทองชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง, MTS แม่ทองสุก, YLG และ Aurora ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกหลากหลาย สามารถซื้อได้ทั้งทองคำ 99.9% และ 96.5% ไม่มีค่าธรรมเนียม? ปัจจุบันสามารถซื้อขายได้กับแม่ทองสุก (MTS Gold) และทยอยเปิดให้บริการร้านทองอีก 3 ร้านในเร็ว ๆ นี้
เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 10 USD ไม่มีค่าธรรมเนียม ลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น
เชื่อมต่อบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ K PLUS Global Savings ให้ดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงิน USD สูง 2.25% ต่อปี* ไม่มีขั้นต่ำและไม่จำกัดวงเงิน ช่วยให้นักลงทุนสามารถทยอยสะสมเงิน USD ในช่วงที่เห็นโอกาสด้านอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมรับผลตอบแทนระหว่างรอจังหวะเข้าลงทุนในทองคำ ถือเป็นการบริหารสภาพคล่องระหว่างรอการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สนใจสามารถซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงิน USD และเปิดบัญชีเงินฝาก K PLUS Global Savings ได้ผ่าน K PLUS
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center โทร. 02-888-8888 และศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_goldplus*บัญชีเงินฝากมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นไปตามประกาศธนาคาร / ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_globalsavings
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งคำสั่งระหว่างผู้ลงทุนกับร้านทองแม่ทองสุก (MTS Gold), ฮั่วเซ่งเฮง, YLG หรือ Aurora สอบถามเพิ่มเติมที่ Call Center แม่ทองสุก (MTS Gold) 02-770-7777 กด 1 หรือแอดไลน์ @mtsgold / Call Center ฮั่วเซ่งเฮง 02-112-2222 หรือแอดไลน์ @hshsocial / Call Center YLG 02-687-9888 ต่อ 2 / Center Aurora 02-749-4949
Go To Lead
|
ธนาคารกรุงเทพ-ไทยแอร์เอเชีย-แอร์เอเชียรีวอร์ด ยกระดับ บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ
นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ Be Unique and Travel On ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง
ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง นายโชค กล่าว
นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย นางสาวธันย์สิตา กล่าว
นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัวบัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย
บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่ รับคะแนนสะสมง่าย ๆ ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพรับ 1 AirAsia points รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 0.74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป
ยกระดับทุกการเดินทาง บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท
โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals
พิเศษยิ่งขึ้น เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 31 ก.ค. 70) โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 31 ก.ค. 70 โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 31 ก.ค. 70 รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ *ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ หรือ เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com และ เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป
Go To Lead
|
กรุงศรี ชี้ "AI Agents"คลื่นลูกใหม่ เปิดสูตรจัดพอร์ต Core
& Satellite รับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ , Founder & CEO บริษัท Siametrics Consulting เปิดงานด้วยมุมมองว่า AI ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและรูปแบบการทำงานครั้งสำคัญ โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบัน AI ได้ก้าวข้ามยุคของแชทบอทตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agents ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และประสานงานข้ามระบบเพื่อดำเนินงานที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญของการเพิ่มผลิตภาพในทุกอุตสาหกรรม AI จะเข้ามา เปลี่ยนลักษณะงาน มากกว่า แทนที่ตำแหน่งงาน โดยช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เปิดทางให้มนุษย์โฟกัสกับการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจมากขึ้น ขณะที่โอกาสลงทุนจากธีม AI ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงองค์กรที่นำ AI ไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาวที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
เศรษฐกิจโลก "ไม่ถดถอย แค่ชะลอ" ท่ามกลางความปั่นป่วนภูมิรัฐศาสตร์ Mr. David Chao, Global Market Strategist, Asia Pacific ex Japan, Invesco นำเสนอมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนครึ่งหลังของปี 2569 ในหัวข้อ A World Disrupted? Resilience Endures ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานพุ่งสูง และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI แต่เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความแข็งแกร่งและยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย เปิดโอกาสให้ นักลงทุนยังเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ หากเลือกอย่างเหมาะสม โดยสรุปดังนี้
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก (Macro View) เศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวกว่าที่คาดไว้เดิม จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบการขนส่งน้ำมัน และราคาพลังงานที่สูงขึ้นจนกดดันเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านี่เป็นเพียง "การเลื่อนการฟื้นตัว" ไม่ใช่การเข้าสู่ภาวะถดถอย และหากสถานการณ์พลังงานคลี่คลาย เศรษฐกิจโลกมีโอกาสเร่งตัวกลับมาได้อีกครั้งในช่วงปลายปี ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้ตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไป แต่ Invesco มองว่าตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยไว้สูงเกินจริง และคาดว่า Fed จะกลับมาลดดอกเบี้ยได้ เมื่อเงินเฟ้อชะลอตัวลง
ธีมการลงทุน ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโลก โดยเฉพาะธีม AI ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตระยะยาว บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเดินหน้าลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI
มีแนวโน้มได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ยังมองบวกต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
ใครจะเป็นผู้ชนะในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ด้าน Mr. Hal Clark, Senior Client Portfolio Manager, Invesco นำเสนอมุมมองการลงทุนในธีม AI โดยระบุว่า AI เป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่มีศักยภาพเทียบเท่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต และจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะยาว แม้ AI จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายแล้วในปัจจุบัน แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต และมีช่องว่างขยายตัวได้อีกมาก โดยเน้นย้ำว่าโอกาสลงทุนใน AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Center ผู้พัฒนาโมเดล AI ไปจนถึงบริษัทที่นำ AI มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยยังได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์จัดพอร์ต Core & Satellite รับมือยุค AI วิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณวริทธิ์ธร ธนวณิชย์กุล, Senior Manager, SEA Intermediary Distribution, Invesco นำเสนอแนวทางจัดพอร์ตภายใต้แนวคิด Core & Satellite Strategy ดังนี้
พอร์ตหลัก (Core) เน้นกระจายความเสี่ยง ลงทุนระยะยาว:WORLD-INDX เข้าถึงการลงทุนหุ้นทั่วโลกในกองทุนเดียว กระจายการลงทุนทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
KFUSINDX ลงทุนหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P500 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนพอร์ตเสริม (Satellite) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น:KF-SP500M เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเหนือดัชนี S&P500 ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing ผ่านดัชนี S&P500 Momentum ซึ่งคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งตามทิศทางตลาด
KFHTECH ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของโลก รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI Infrastructure และ Agentic AI
KF-GEI เน้นลงทุนหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตและจ่ายเงินปันผลดี โดยคัดเลือกหุ้นจากคุณภาพของธุรกิจ กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และราคาสมเหตุสมผล
KKP EWUS500-UH ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ในดัชนี S&P500 โดยให้น้ำหนักหุ้นทุกตัวใกล้เคียงกัน ช่วยกระจายการลงทุนไปหลายอุตสาหกรรม
SCBDJI โอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นในดัชนี Dow Jones ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำคุณภาพสูง และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มีความมั่นคง
งานสัมมนาKRUNGSRI EXCLUSIVE Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026 ครั้งนี้ สะท้อนมุมมองร่วมของผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศว่า แม้เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 จะเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์การลงทุนสำคัญที่อยู่เพียงจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต กรุงศรีจึงแนะนำให้นักลงทุนกระจายพอร์ตอย่างสมดุลผ่านกลยุทธ์ Core & Satellite เพื่อรับทั้งการเติบโตระยะยาวและบริหารความผันผวนในระยะสั้น โดยเน้นย้ำการลงทุนอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านช่องทาง YouTube: Krungsri Simple หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KRUNGSRI EXCLUSIVE โทร 02-296-5566 LINE: @KrungsriExclusive
Go To Lead
|
|
EXIM BANK จัดเต็ม โปรโมชันผู้ส่งออก Franchise Expo Thailand 2026
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จัดเต็ม บริการทางการเงิน พร้อมโปรโมชันพิเศษ ในงาน Franchise Expo Thailand 2026 ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 6-วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี หมายเลขบูท I2 ภายใต้แนวคิด Export Co-pilot เคียงข้างช่วยเหลือธุรกิจไทย ส่งออกมั่นใจทุกสถานการณ์ และเชื่อมโอกาสธุรกิจไทยไปไกลทั่วโลก
โปรโมชันพิเศษ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยก้าวผ่านทุกความท้าทาย เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สินเชื่อ EXIM Expand Shield เพิ่มสภาพคล่องพร้อมความคุ้มครองกรณีผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ชำระค่าสินค้า อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.59% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาท คุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาท
สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 เสริมสภาพคล่องธุรกิจ รักษาการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.00% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุด 3 ปี
บริการประกันส่งออก EXIM for Small Biz สนับสนุนผู้ประกอบการไทยส่งออกอย่างมั่นใจ โดยมี EXIM BANK บริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระค่าสินค้า วงเงินรับประกันสูงสุด 2 ล้านบาทต่อกรมธรรม์ อัตราความคุ้มครอง 70% ของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ฟรีค่าเบี้ยประกัน 1 ราย มูลค่า 1,800 บาท วงเงินคุ้มครอง 300,000 บาท
พิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนภายในงาน รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้ 1. ส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ใน 6 เดือนแรก นับจากวันที่ลงนามสัญญา หรือ 2. ส่วนลดค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) 0.25% ของวงเงินกู้ สำหรับวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยเงื่อนไขการขอรับสิทธิประโยชน์ ผู้ประกอบการต้องได้รับอนุมัติสินเชื่อภายใต้ Product Program ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการลงทะเบียนขอรับสิทธิประโยชน์กับ EXIM BANK
ผู้ประกอบการสามารถขอรับคำปรึกษาและบริการทางการเงินแบบ On-site ได้ในงาน ก่อนปักหมุดบุกตลาดส่งออกกับ Export Co-pilot Team หรือลงทะเบียนปรึกษา Online ได้ที่ https://forms.office.com/r/PyvMXdMR6m
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|