|
|
ก.ล.ต. 'เร่ง'ขยาย ประเภทเงินลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิยามผู้ลงทุนสถาบัน และคุณสมบัติด้านฐานะการเงินในส่วนของเงินลงทุน เพื่อให้นิยามผู้ลงทุนสถาบันมีความครอบคลุม เหมาะสมยิ่งขึ้น และสะท้อนฐานะการเงินของผู้ลงทุนได้อย่างแท้จริง โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เปิดเผยว่า ก.ล.ต. มีแนวคิดในการปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investor: II) และเงินลงทุนในการพิจารณาฐานะการเงิน เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความเหมาะสมมากขึ้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงมีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบันและเงินลงทุน ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบธุรกิจและบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น สะท้อนฐานะการเงินของผู้ลงทุนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งครอบคลุมผลิตภัณฑ์การลงทุนในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและความต้องการของผู้ลงทุน
ก.ล.ต. จึงออกประกาศ* เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบัน โดยเพิ่มผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้วางแผนการลงทุน (Investment Planner: IP) และผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant: IC) เป็นผู้ลงทุนสถาบัน
2. ปรับปรุงนิยามเงินลงทุน ให้หมายถึง เงินลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) และโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government token : G-token)
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้พิจารณาประกาศเพิ่มนิยามผู้ลงทุนสถาบัน สำหรับด้านการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้การให้บริการและปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริการประเภทต่าง ๆ
ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป/
Go To Lead
|
ทีทีบี-พันธมิตร ยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทย โซลูชันดิจิทัล
ครบวงจร เชื่อมทุกระบบ คุมต้นทุน เสริมแกร่งโตยั่งยืน
นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย และมีฐานร้านค้า F&B และค้าปลีกทั่วประเทศ รวมกว่า 260,000 ร้าน สะท้อนถึงตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยในปีที่ผ่านมา ทีทีบีได้ร่วมกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหารไทย ผ่านการเชื่อมต่อ POS เข้ากับ ttb QR และ EDC แบบไร้รอยต่อ สำหรับเฟส 2 ของปีนี้ผู้ประกอบการจะสามารถเชื่อมบัญชีทีทีบี เข้าสู่ระบบหลังบ้านได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Power ?3 ซึ่งเป็นการนำโซลูชันดิจิทัลมายกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในอีก 3 มิติหลัก ได้แก่
1. Power of Automation ทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่เชื่อมต่อรายการเดินบัญชีธนาคารกับ FlowAccount ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ร้านค้าสามารถบันทึกบัญชี เห็นกำไรขาดทุน บริหารกระแสเงินสดได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องทำงานซ้ำ ช่วยลดภาระงาน และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำขึ้น 2. Power of Growth นำข้อมูลยอดขายจริงจาก POS ผสานกับข้อมูลรับเงินผ่านบัญชีทีทีบี เพื่อเปลี่ยนยอดขายเป็นพลังการเติบโต ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงวงเงิน พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรซัพพลายเออร์วัตถุดิบชั้นนำ 3. Power of AI เสริมศักยภาพเจ้าของร้านและทีมงาน ด้วยคอร์ส AI และหลักสูตรดิจิทัลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจร้านอาหาร SME เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดการบริหารได้จริง
ทีทีบีมุ่งมั่นเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับระบบนิเวศร้านอาหารไทย ด้วยการทำให้การขายหน้าร้าน การรับเงิน และบัญชีธนาคาร เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจชัดขึ้นและเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น เพื่อธุรกิจร้านอาหารไทยแข็งแรงและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม พบว่า นอกเหนือจากระบบจัดการร้านค้าและการรับชำระเงินแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยกว่า 53% ระบุว่าเป็นความต้องการอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยความสนใจในการทำบัญชี ถึง 29% ขณะที่ปัจจุบันระบบ Wongnai POS มียอดธุรกรรมผ่านระบบสูงถึง 1.76 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าร้านอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน และบัญชีที่เชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, FlowAccount และ Skooldio ในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการโดยตรง โดยมีเป้าหมายในการยกระดับ Wongnai POS ให้กลายเป็น ระบบปฏิบัติการของร้านอาหาร ที่เชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่หน้าร้าน หลังร้าน ไปจนถึงระบบการเงินและบัญชีไว้อย่างครบวงจร เมื่อร้านค้าใช้งานระบบร่วมกัน ยอดขายจาก Wongnai POS จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบัญชีของ FlowAccount โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น ปิดบัญชีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ทีทีบี ก็สามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ ลดขั้นตอนเอกสาร ลดภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกระบวนการตั้งแต่การขาย การจัดทำบัญชี ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนได้ ภายในระบบเดียว
ยกตัวอย่าง ร้านอาหารเล็ก ๆ อย่างร้านข้าวแกง หลังจากเชื่อมต่อ Wongnai POS, FlowAccount, Skooldio และ ทีทีบี แล้วเมื่อปิดร้านในแต่ละวัน ระบบจะสรุปบัญชีให้โดยอัตโนมัติ งบการเงินพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปใช้เพื่อขอสินเชื่อได้ทันที โดยเป้าหมายของเราคือ ทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ รู้ตัวเลขทางธุรกิจของตนเอง ควบคุมต้นทุนได้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การทำอาหารที่ดีและการดูแลลูกค้า
นายกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FlowAccount ผู้นำในการให้บริการโปรแกรมบัญชีออนไลน์ กล่าวว่า การทำบัญชีร้านอาหารมีความสำคัญต่อการบริหารธุรกิจในหลายมิติ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ทำให้เจ้าของร้านเข้าใจตัวเลขของร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นต้นทุนร้าน ค่าแรงพนักงาน และภาพรวมกำไรขาดทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำงบการเงินได้สะดวก และบริหารจัดการภาษีได้ครบในที่เดียว นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้การจัดการข้อมูลง่ายขึ้นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อนำเข้าข้อมูลจาก Wongnai POS มาเปิดบิลอัตโนมัติ หรือการดึงรายการเดินบัญชีจาก ทีทีบี ซึ่งเป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อ Statement เข้าสู่โปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ช่วยลดงานซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมประหยัดเวลาในการบริหารจัดการร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน Skooldio พันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับ SME มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านหลักสูตรคอร์สออนไลน์ ที่เน้นการเรียนรู้จาก Use Case จริง เพื่อให้ร้านค้าเข้าใจธุรกิจ บริหารจัดการได้ดีขึ้น และใช้เทคโนโลยีรวมถึง AI วิเคราะห์ข้อมูลและต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldio ย้ำว่า เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ คนใช้เป็น เราจึงเน้น Upskill ด้าน Digital / Data / AI เพื่อให้เจ้าของร้านอ่านข้อมูล คิดและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ให้เครื่องมือที่ดีสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ธุรกิจได้จริง ร้านอาหารที่สนใจโซลูชันนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://flowaccount.com/restaurant-solutions
Go To Lead
|
บัตรเครดิตกสิกรไทย ส่งแคมเปญ สมัครบัตรนี้ K เลย เอาใจลูกค้าใหม่ แจกสูงสุด 50,000 K Point
ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวแคมเปญ สมัครบัตรนี้ K เลย สำหรับลูกค้าใหม่ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม ที่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิตกสิกรไทยมาก่อน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการ ความคุ้มค่าที่เลือกได้ด้วยตนเอง โดยมอบ K Point สูงสุด 50,000 คะแนน ให้ลูกค้านำไปแลกรับไอเท็มที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ ผ่าน K PLUS ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ตั๋วเครื่องบิน กระเป๋าเดินทาง แกดเจ็ต หรือบัตรกำนัลต่าง ๆ รวมมูลค่าสูงสุดถึง 5,990 บาท
นอกจากนี้ยังมีของสมนาคุณหลากหลายสไตล์ ที่สามารถใช้ K Point แลกได้ง่ายๆ อีกมากมาย เพียงสมัครบัตรเครดิตกสิกรไทยและมียอดใช้จ่ายสะสมตามที่ธนาคารกำหนด (รวมยอดชำระค่าเบี้ยประกันที่ไม่ใช่ประกันประเภท Unit Link) ภายใน 30 วันนับจากวันที่บัตรได้รับการอนุมัติ สำหรับบัตรที่สมัครและได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 31 กรกฎาคม 2569 ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_4r1brXz
รายละเอียดข้อมูลยอดค่าใช้จ่ายสะสม K Point ของสมนาคุณที่แลกได้ (สำหรับสื่อมวลชน)ยอดใช้จ่ายสะสมครบ 15,000 บาท รับ 7,000 K Point หรือเลือกรับไอเท็มของสมนาคุณได้ ดังนี้ สายกินและสายช้อป เลือกแลกรับ Sushiro e-Coupon มูลค่า 500 บาท หรือ Starbucks e-Coupon มูลค่า 400 บาท หรือ Bar B Q Plaza e-Coupon มูลค่า 300 บาท หรือ Tops e-Coupon มูลค่า 300 บาท สายเที่ยว เลือกแลกรับกระเป๋าเดินทาง Giogracia ขนาด 19 นิ้ว มูลค่า 3,550 บาทหรือ บัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 500 บาท สายแกดเจ็ต เลือกแลกรับพัดลมพกพา JusiLife รุ่น Life 9 มูลค่า 549 บาท ยอดใช้จ่ายสะสมครบ 30,000 บาท รับ 15,000 K Point หรือเลือกรับไอเท็มของสมนาคุณเพิ่มเติมได้ ดังนี้ สายเที่ยว เลือกแลกรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเดินทาง Caggioni ขนาด 24 นิ้ว มูลค่า 5,990 บาท
ยอดใช้จ่ายสะสมครบ 80,000 บาท รับ 50,000 K Point หรือเลือกรับไอเท็มของสมนาคุณเพิ่มเติมได้ ดังนี้ สายเที่ยว เลือกแลกรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศ สายการบินไทย หรือ แอร์เอเชีย มูลค่า 4,000 บาทสายแกดเจ็ต เลือกแลกรับ Apple Homepod Mini มูลค่า 3,890 บา
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|