Finance/share
Hot News: 'บัตรเครดิตวีซ่า'กสิกร 'ชู' World-Class MOREMENT
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'บัตรเครดิตวีซ่า'กสิกร 'ชู'
World-Class MOREMENT
บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย-วีซ่า ประเทศไทย ต่อยอดแนวคิด “MOREMENT ไหน ก็ไปได้อีก” ลอนช์แคมเปญ “World-Class MOREMENT* ให้ทุกการใช้จ่าย พาคุณสู่โมเมนต์ระดับโลก” มื้อไฟน์ไดนิ่งระดับโลก การเดินทางสู่มหานครแฟชั่น ชมคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ หรือโมเมนต์แห่งความตื่นเต้นในสนามแข่งระดับตำนาน
นางสาวผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่แคมเปญ World-Class Rewards ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญและยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่เติบโตขึ้น ครั้งนี้ บัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย ได้ร่วมมือกับวีซ่าอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ World-Class MOREMENT ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนบทบาทของบัตรเครดิตกสิกรไทย ที่ต้องการเป็นมากกว่าผู้ช่วยด้านการเงิน แต่เป็น “ตัวช่วยสร้างโมเมนต์” ที่เติมแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตของผู้คน ผ่านประสบการณ์ระดับโลก ที่มีความหมายและน่าจดจำ พร้อมสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับไฮไลต์ของแคมเปญ “World-Class MOREMENT” กับบัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย ที่จะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 ได้แก่World-Class Dining MOREMENT* สัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งระดับโลก กับโอกาสลุ้นรับประทานอาหารฟรีทุกเดือน ที่ 8 ร้านอาหารชั้นนำ อาทิ Wana Yook, Coda, Le Du, Bo.lan, Resonance, GOAT, Juksunchae และ 80/20 เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทยในหมวดร้านอาหารทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 ครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้น รวมทั้งสิ้น 400 รางวัล รางวัลละ 2 ท่าน มูลค่ารวมกว่า 4.4 ล้านบาท
World-Class Travel MOREMENT*เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับทริปมหานครเซี่ยงไฮ้ 4 วัน 3 คืน พร้อมร่วมสัมผัสบรรยากาศ “Shanghai Fashion Week” หนึ่งในแฟชั่นวีคระดับโลกที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพียงมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 – 31 กรกฎาคม 2569 ครบทุก 5,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้น จำนวน 6 รางวัล รางวัลละ 2 ท่าน มูลค่ารวม 2.7 ล้านบาท
World-Class Entertainment MOREMENT*เติมเต็มโมเมนต์ความบันเทิงระดับโลกกับเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต ได้แก่ “The Weeknd: After Hours Til Dawn Tour” ของ The Weeknd และคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ของวงบอยกรุ๊ประดับไอคอนนิกจากเกาหลีใต้ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่ากสิกรไทย ทั้งรับเครดิตเงินคืนโดยไม่ต้องแลกคะแนนสะสม สิทธิ์ซื้อบัตรรอบ Pre-sale ก่อนใคร และสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์
World-Class Sport MOREMENT*ลุ้นบินลัดฟ้าสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ณ สนาม Suzuka Japan หนึ่งในสนามแข่งขันความเร็วระดับตำนานที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกรอคอย โดยสามารถติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมได้อีกครั้ง แคมเปญ “World-Class MOREMENT” พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต การออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ และการสะสมช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2569
*ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_kworldclass ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Go To Lead


กรุงศรีปั้นเกมรุก AI เปลี่ยนดาต้าเป็นอินไซต์
ดันกลยุทธ์ “เข้าใจลูกค้าจริงทุกโมเมนต์” เปิดตัว “Krungsri Happy Family”
ตอบโจทย์การเงินครอบครัวทุกจังหวะชีวิต
นายตุลย์ โรจน์เสรี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรีได้พัฒนาระบบประมวลผลด้วย AI เพื่อเป็นรากฐานในการทำความเข้าใจโปรไฟล์ลูกค้า พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ และทัศนคติ เริ่มจากการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าระดับบุคคล สู่การวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเชื่อมโยง จับข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วงของชีวิต เพื่อให้ AI เข้าใจในชีวิตจริงของมนุษย์ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องเงินด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ล้วนทำเพื่อครอบครัวและคนรอบข้าง และนำไปสู่การแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในครอบครัว
นางสาวกมลวรรณ อิ่มฤทัยเจริญโชค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานผลิตภัณฑ์เงินฝากและค่าธรรมเนียมลูกค้ารายย่อย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมเทคโนโลยี AI ของกรุงศรีไม่ได้ถูกจำกัดบทบาทเฉพาะการจัดการระบบหลังบ้าน แต่ถูกยกระดับให้เป็นผู้เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริการอย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ เราพัฒนาให้ AI มีความสามารถในการรับข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์และประมวลผล นำมาสู่การพัฒนาฟีเจอร์ผลิตภัณฑ์ที่มีความหมายยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับปรุง ยกระดับและเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า AI ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในทุกจังหวะของชีวิต จึงเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจมากยิ่งขึ้น กรุงศรี การมีข้อมูลที่แม่นยำอย่างเดียวอาจยังไม่พอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการนำข้อมูลมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตได้อย่างแท้จริง เพราะกรุงศรีเชื่อเสมอว่า ไม่เฉพาะลูกค้าเท่านั้นที่จะได้รับการดูแล แต่รวมถึงครอบครัวที่พวกเขารักด้วย หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (Product Push) แต่คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างความเข้าใจชีวิตในทุกมิติ (Life-based Understanding) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงได้
นางสาวเยาวลักษณ์ จรรยาภรณ์พงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมากรุงศรีมองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านของชีวิตของลูกค้า จากคนโสดสู่การแต่งงานสร้างครอบครัวและมีลูก ผ่านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้งาน พฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสาร พฤติกรรมการใช้จ่าย และประเภทของสินค้าที่ใช้จ่าย ซึ่งอินไซต์จากลูกค้ากลุ่มนี้พบว่า พ่อแม่ที่มีลูกในยุคนี้เป็น Sandwich Generation รับผิดชอบดูแลทั้งพ่อแม่และลูกของตนเอง ส่งผลให้มีภาระทางการเงินสูง มีความกังวลเกี่ยวกับอนาคต และต้องการความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งการใช้ AI ในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และนำมาออกแบบปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตจริง ส่งผลให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point ตามแต่ละช่วงชีวิตได้ คือหัวใจสำคัญให้บริการทางการเงิน ที่แท้จริง”
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของแนวคิด Happy Family จากกรุงศรี ที่ปรับเปลี่ยนจากการดูแลรายบุคคล สู่การมองแบบภาพรวมเพื่อดูแลลูกค้าและครอบครัวที่พวกเขารัก โดยใช้ AI ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลและอินไซต์ ออกแบบโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในฐานะ Your family’s peace of mind ให้กับลูกค้า ว่าไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นในอนาคต ครอบครัวที่เขารักจะยังคงก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดย Krungsri Happy Family มีโซลูชันการเงินที่ Personalize ให้โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงการวางแผนอนาคตระยะยาว ได้แก่ การจัดการค่าใช้จ่ายรายวันให้คุ้มค่า: สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตกรุงศรีที่ให้พอยต์ 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ต สิทธิพิเศษในการโอนพอยต์รวมกันได้ภายในครอบครัว สิทธิการแลกพอยต์เพื่อเข้าใช้ Airport Lounge เพื่อความสะดวกสบายเมื่อพาลูกเดินทาง รวมถึงโปรแกรมผ่อนชำระ 0% สำหรับหมวดการศึกษา
การสร้างความมั่นคงและอนาคตของลูก: บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน เริ่มต้นฝากเพียงเดือนละ 500 บาท รับดอกเบี้ยสูงถึง 1.7% ต่อปี เพื่อฝึกวินัยการออมให้ลูกน้อย ความคุ้มครองที่ครอบคลุม: ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มอบเงินก้อนเพื่อเป็นหลักประกันให้ครอบครัว และประกันสุขภาพที่ครอบคลุม 5 โรคฮิตในเด็ก อาทิ ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ อาหารเป็นพิษ
ความสะดวกสบายในยามฉุกเฉิน: สิทธิพิเศษในการเช่ารถราคาพิเศษเพื่อเป็นแผนสำรองในวันที่รถยนต์ของครอบครัวมีปัญหา เพื่อไม่ให้การเดินทางของลูกสะดุด
การวางแผนการเงินระยะยาว: บริการ “Plan Your Money” ที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน และการเตรียมพร้อมเพื่อการเกษียณของพ่อแม่
สำหรับกรุงศรี การเป็น Al-Driven Banking เป็นมากกว่าเทคโนโลยี แต่ AI คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรวบรวมข้อมูลของลูกค้าที่มีมากมายในโลกยุคดิจิทัล เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นของกรุงศรี ในการให้บริการโซลูชั่นทางการเงินอย่างครบวงจร จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สามารถนำข้อมูลจาก Insight ที่มีมาสร้าง Customer-Centric Strategy ที่มีชีวิตจริงและครอบครัวของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารผ่านรายการ Krungsri The COACH คิดไม่ออก เดี๋ยวตอบให้ ซึ่งกรุงศรีตั้งใจให้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้และให้คำแนะนำทางการเงินแบบที่เข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันกับทุกคนทั้งหมดนี้สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” (Make Life Simple) ที่กรุงศรีมุ่งลดความซับซ้อนในทุกมิติของการใช้ชีวิตทางการเงิน ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ง่าย สะดวก และตรงใจมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการเป็น “ผู้ช่วยที่แสนรู้ใจ” เปลี่ยน Data ให้กลายเป็นความสุข และเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน #กรุงศรี #Krungsri #KrungsriHappyFamily

Go To Lead


ธ.ก.ส. ชวนชมรายการหอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ตอนตะลุยโคราช
สัมผัสวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม ชมนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากลv
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ "หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร" ตอนที่ 5 กับจังหวัดนครราชสีมา พบกับ "เต้ย - พงศกร เมตตาริกานนท์" และ “เซนต์ - ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา” ที่จะพาทุกคนไปตะลุยโคราช กับ One day trip สุดประทับใจ เริ่มต้นด้วยการพายเรือคายัค ชมความงามของนํ้าผุดธรรมชาติสีฟ้าคราม ณ วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ก่อนจะพาไปแวะเช็กอินแลนด์มาร์กและร้านจำหน่ายของฝากระดับตำนานที่ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ)
เพื่อลิ้มรสชาติความหอมหวานของน้ำข้าวโพดที่ผลิตจากข้าวโพดแท้ 100% หรือชิมข้าวโพดฝักนึ่งใหม่ส่งตรงจากไร่ ผ่านการวิจัยที่เต็มไปด้วยคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน พร้อมส่งถึงมือผู้บริโภค และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ การสวมบทบาทเกษตรกรลงมือเก็บองุ่นและมัลเบอร์รี่สด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาที่รักษาคุณค่าจากผืนดินไว้อย่างดีเยี่ยม ณ ไร่องุ่นเจริญทรัพย์ ที่จะพาคุณผู้ชมไปเก็บผลและชิมองุ่นสด ๆ กันถึงต้น และพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกับผู้ประกอบการเกษตรเจ้าของไร่องุ่นเจริญทรัพย์ ทายาทที่รับช่วงต่อจากบิดา
ในการประกอบอาชีพเกษตรกรไร่องุ่น ทั้งการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ตามความต้องการของลูกค้า และการนำผลองุ่นที่เหลือจากการจำหน่ายมายกระดับด้วยการแปรรูปเป็นน้ำองุ่นไซเดอร์และแยมองุ่น จำหน่ายเป็นของฝากให้กับผู้มาเยือน และห้ามพลาดกับการเยี่ยมชมไร่มัลเบอร์รี่เขาใหญ่ ที่ปลูกมัลเบอร์รี่จำหน่าย และนำมัลเบอร์รี่มายกระดับผลผลิตทาง การเกษตร ด้วยการใช้นวัตกรรมแปรรูปให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและแยมมัลเบอร์รี่โฮมเมดระดับพรีเมียม"
ทั้งไอศกรีมรสมัลเบอร์รี่ซอร์เบท์ รสมัลเบอร์รี่โยเกิร์ต ที่เป็นผลิตภัณฑ์อันดับหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และแยมมัลเบอร์รี่สูตรลับเฉพาะที่ผลิตจากเนื้อผลไม้แท้แบบเต็มคำ 100% ไม่ใส่สารกันเสีย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยส่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยังประเทศจีน รัสเซีย สิงคโปร์ และประเทศในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดย ธ.ก.ส. เข้าไปเป็นกองหนุนที่สำคัญในการยกระดับเกษตรกรลูกค้าไปสู่การเป็น เกษตรกรหัวขบวน ประกอบด้วย การสนับสนุนเงินทุนในการการสร้างโรงงานแปรรูปที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มอายุสินค้า และเชื่อมโยงการตลาดตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งออฟไลน์ผ่าน BAAC Outlet ของสาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ และออนไลน์ผ่าน BAAC Matching https://baacmatching.baac.or.th/ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมถึงเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเกษตรกรและคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
ติดตามความสนุกและแรงบันดาลใจทั้งหมดนี้ในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส. ได้ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 20.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และรับชมผ่านไลฟ์บน Facebook Page: 9 MCOT หรือรับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube: BAAC Thailand 6 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าจากลูกค้า ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกและรวบรวมผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศมาไว้ในแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดออนไลน์ให้กับเกษตรกรลูกค้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อมาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว โดยผู้บริโภคสามารถเลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th หรือติดต่อที่ ไร่องุ่นเจริญทรัพย์ 085 639 4934 และไร่มัลเบอร์รี่เขาใหญ่ 082 068 4349

Go To Lead


ก.ล.ต.- ธปท.- คปภ. -ตลาดหลักทรัพย์ ฯ
เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ
Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผสานความร่วมมือจัด “โครงการ Money Story for Influencer” เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเล่าเรื่องเงินอย่างมีความรับผิดชอบ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โครงการ Money Story for Influencer มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ที่สนใจเล่าเรื่องการเงิน มีโอกาสรู้จักและเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การลงทุน และประกันภัยประเภทต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบการเล่าเรื่องการเงินด้วยข้อมูลที่มีคุณภาพได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อไป
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการนอกเหนือจากจะได้รับความรู้ ด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัย ผ่านการบรรยายในช่วง “Meet with Money Story & Regulators Insight” ที่เปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์ได้รู้จักกับบทบาทหน้าที่ของ ก.ล.ต. ธปท. และ คปภ. พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ยังได้ร่วมรับฟังเสวนาพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการให้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ” เสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการเงินการลงทุน เพื่อให้สามารถเล่าต่อผู้อื่นเมื่อมีโอกาสได้อย่างมีความรับผิดชอบ ถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีช่วงพิเศษ “Meet with Investment & Tax Guru” กับโค้ชหนุ่ม คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ จากเพจ The Money Coach และคุณถนอม เกตุเอม จากเพจ TaxBugnoms ที่จะมาเล่าเรื่องลงทุนและช่วยแนะนำการบริหารจัดการการเงินและภาษีสำหรับอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉพาะ
โครงการ Money Story for Influencer จะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงาน ก.ล.ต. และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านใดก็ได้ (ไม่จำกัดเฉพาะแค่ภาคการเงินการลงทุนเท่านั้น) ที่มีความสนใจเล่าเรื่องการเงิน และต้องมีผู้ติดตามมากกว่า 50,000 บัญชีรวมกันในทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ได้ที่ลิงก์ https://www.sec.or.th/moneystory

Go To Lead


BAM ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน โชว์วิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจ
งาน KKPS’s Thailand Financial Forum
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ระธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าร่วมงาน KKPS’s Thailand Financial Forum ซึ่งจัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS เพื่อพบปะนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงาน และแผนธุรกิจในไตรมาส 3 โดยเป้าหมายเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มเติม ด้วยเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท รวมถึงทิศทางการเติบโตของบริษัทในอนาคต
โดยภายในงาน BAM ได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) รวมถึงโอกาสทางธุรกิจภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของ BAM ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

Go To Lead


ก.ล.ต. พร้อมผลักดัน “หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์” เพิ่มความสะดวก
การลงทุน ลดต้นทุนภาคธุรกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย
ก.ล.ต. สนับสนุนการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) เพื่อรองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกผลิตภัณฑ์และการทำธุรกรรมในตลาดทุน ลดต้นทุนและภาระในการจัดทำเอกสารของผู้ประกอบธุรกิจ รวมทั้งช่วยขยายฐานผู้ลงทุนให้สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ระดมทุน โดยเฉพาะ SME และประชาชนในการใช้ประโยชน์และเข้าถึงตลาดทุนได้ดียิ่งขึ้น ยกระดับตลาดทุนไทยให้เป็นแรงขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรในการประชุม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้รองรับการออกหลักทรัพย์ด้วยวิซึธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบทโทษกรณีที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเกี่ยวกับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป นั้น
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า “ก.ล.ต. เล็งเห็นประโยชน์จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับตลาดทุนไทย ภายใต้การสร้างระบบนิเวศหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities Ecosystem) ก.ล.ต. ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้ลงทุน และพร้อมผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ฉบับดังกล่าวโดยจะมุ่งส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยเอื้ออำนวยให้เกิดการแข่งขันและนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้สนับสนุนระบบนิเวศหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง และคาดหวังให้เป็นกลไกที่ช่วยให้การออกและการซื้อขายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและน่าเชื่อถือ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities) คือ หลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ที่ออกในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์์ มีการบันทึกข้อมูล โอน วางเป็นหลักประกันได้โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และไม่ต้องมีการออกใบหลักทรัพย์ตั้งแต่ต้น โดยไม่ได้เป็นการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่เป็นการทำให้ “หลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์” เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน สามารถออกและทำธุรกรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และระบบการกำกับดูแลของตลาดทุนเช่นเดิม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ระดมทุน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และประชาชนในการใช้ประโยชน์และเข้าถึงตลาดทุนได้ดียิ่งขึ้น
การนำหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนกระบวนการที่ยังอาศัยเอกสารหรือการส่งต่อข้อมูลระหว่างหลายหน่วยงานให้สามารถดำเนินการได้ในรูปแบบดิจิทัลแบบครบวงจร (end-to-end digital process) ส่งผลให้การออกหลักทรัพย์ การซื้อขาย การโอนเปลี่ยนมือ และการชำระราคา สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีความถูกต้องมากขึ้น และลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งช่วยลดต้นทุนและลดภาระการจัดเก็บเอกสารแบบกระดาษของผู้ประกอบธุรกิจและผู้ออกหลักทรัพย์ และช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการสูญหายและการปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น สอดคล้องกับพัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงิน มาตรฐานสากลของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล

Go To Lead


“ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” มหกรรมกีฬาเยาวชน
ธนาคารโรงเรียน ฤดูกาลที่ 17 กับ 3 ประเภทกีฬา ชิงถ้วยพระราชทานฯ เงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้าน
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือ ”ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” ฤดูกาลแข่งขันประจำปี 2569 ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยจัดการแข่งขันให้กับเยาวชนสมาชิกโครงการธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน อายุไม่เกิน 18 ปี ใน 3 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอลชาย บาสเกตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง เริ่มการแข่งขันรอบคัดเลือกในทุกภูมิภาค เพื่อเฟ้นหา 12 ทีมสุดยอดเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ทั้งนี้ ฤดูกาลแข่งขันจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 แบ่งเป็นรอบคัดเลือก 6 สนามในภูมิภาคต่าง ๆ ประเดิมสนามแรกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ก่อนเดินสายจัดการแข่งขันในจังหวัดต่าง ๆ และปิดท้ายสนามคัดเลือกที่จังหวัดเชียงราย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร
เปิดรับสมัครเข้าแข่งขันสำหรับสถานศึกษาหรือนักเรียนที่เป็นสมาชิกโครงการธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสินทั่วประเทศที่เว็บไซต์ https://gsbyouthsports.gsb.or.th พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ออมสิน youth sports festival
“ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL” หรือ มหกรรมกีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 17 โดยประสบความสำเร็จเป็นงานแข่งขันกีฬาที่สนับสนุนให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพด้านกีฬาของตนเอง เป็นเวทีพัฒนาทักษะและต่อยอดสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพจนถึงระดับชาติในอนาคต เปิดให้ทุกโรงเรียนในเครือข่ายธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน กว่า 1,200 แห่ง เข้าร่วมสมัครชิงชัยใน 3 ขนิดกีฬา รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ฟุตบอลชาย บาสเกตบอลชาย และ วอลเลย์บอลหญิง จัดการแข่งขันรอบคัดเลือกใน 6 สาย ตามภูมิภาคต่าง ๆ จนได้ 12 ทีม เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเงินรางวัล และโอกาสสุดพิเศษในการเข้าร่วมโปรแกรม GSB Road to Star เพื่อฝึกทักษะกีฬากับโค้ชระดับชาติและอดีตนักกีฬาทีมชาติ เปิดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com