|
|
Atome-Agoda เปิดตัวแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น"
อาโตมี่ (Atome)จับมือ Agoda ผู้ให้บริการสินเชื่อBuy Now Pay Later แพลตฟอร์มดิจิทัลท่องเที่ยวระดับโลก เปิดตัวแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบประสบการณ์การจองที่พัก ให้ผู้บริโภควางแผนค่าใช้จ่าย ผ่อนค่าที่พักดอกเบี้ย 0% ได้ 3 งวด** และสิทธิ์ลุ้นรับ E-Voucher เข้าพักโรงแรมระดับพรีเมียม รวมมูลค่ากว่า 71,500 บาท
นายภูมิพงษ์ ตันเจริญผล ผู้จัดการทั่วไป อาโตมี่ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น Atome และ Agoda จึงร่วมมอบทางเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษผ่านแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" เพื่อให้ทุกการเดินทางคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานสามารถจองโรงแรมผ่าน Agoda และเลือกชำระเงินด้วย Atome ทั้งสำหรับการจองที่พักภายในประเทศและต่างประเทศ ทุกยอดใช้จ่ายครบ 3,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับ E-Voucher สำหรับเข้าพักโรงแรมชั้นนำ เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Atome หรือ https://atome-th.onelink.me/SrPK/6bpaola0
ของรางวัลประกอบด้วย E-Voucher สำหรับเข้าพักโรงแรมระดับพรีเมียมจำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 71,500 บาท* ได้แก่
รางวัลที่ 1 E-Voucher เข้าพัก Banyan Tree Phuket จำนวน 2 วัน 1 คืน มูลค่า 33,000 บาท (1 รางวัล สำหรับ 2 ท่าน)
รางวัลที่ 2 E-Voucher เข้าพัก Crest Resort & Pool Villas จำนวน 3 วัน 2 คืน มูลค่า 10,000 บาท (1 รางวัล สำหรับ 2 ท่าน)
รางวัลที่ 3 E-Voucher เข้าพัก Hansar Bangkok Hotel จำนวน 3 วัน 2 คืน มูลค่า 10,000 บาท (1 รางวัล สำหรับ 2 ท่าน)
รางวัลที่ 4 E-Voucher เข้าพัก Bangsaen Heritage Hotel จำนวน 2 วัน 1 คืน มูลค่า 10,000 บาท (1 รางวัล สำหรับ 2 ท่าน)
รางวัลที่ 5 E-Voucher เข้าพัก Samala Suites Bangkok Sukhumvit จำนวน 3 วัน 2 คืน มูลค่า 8,500 บาท (1 รางวัล สำหรับ 2 ท่าน)
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" ได้ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม 15 กันยายน 2569 โดยจะจับรางวัลในวันที่ 22 กันยายน 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. ผ่าน Facebook: Atome (TH)
Atome ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในกลุ่มไลฟ์สไตล์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก คุ้มค่า และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น*ศึกษารายละเอียด ข้อกำหนด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน Atome กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 0%15% ต่อปี**อัตราดอกเบี้ย 0% 3 งวด เมื่อลูกค้าชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ
อ้างอิง ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 3/2568 เรื่อง การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) กำหนดให้ ผู้ให้บริการต้องจัดทำและควบคุมโฆษณาให้มีเนื้อหาที่ ถูกต้องและชัดเจน ครบถ้วนและเปรียบเทียบเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ และ ไม่กระตุ้นให้ก่อหนี้เกินควร เพื่อให้ลูกค้าได้รับและเข้าใจข้อมูลที่จำเป็นอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการมีวินัยทางการเงิน
Go To Lead
|
BAM ชู AI รถด่วนเที่ยวสำคัญ ปลุก Dead Asset คืนชีวิต สู่ Economic Value
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในงานสัมมนา AI กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ซึ่งการร่วมเวทีเวนาดังกล่าว BAM ได้ถ่ายทอดมุมมองการใช้ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกของการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การแก้ปัญหาหนี้ ฟื้นฟูลูกหนี้ ไปจนถึงการปลุกสินทรัพย์ที่หยุดนิ่งให้กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
สำหรับธุรกิจบริหารสินทรัพย์ AI ไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่ม Efficiency แต่กำลังช่วยเปลี่ยนหนี้และสินทรัพย์ให้กลับมาเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเข้ามายกระดับการทำงานใน 3 มิติสำคัญ คือ เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเข้าใจมากขึ้น ตั้งแต่การคัดกรองหนี้ วิเคราะห์ศักยภาพลูกหนี้ ประเมินมูลค่าทรัพย์ ไปจนถึงการจับคู่สินทรัพย์กับผู้ซื้อที่ตรงกลุ่ม เพื่อช่วยให้เงิน หนี้ และสินทรัพย์หมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในมิติของการบริหารหนี้ AI จะช่วยให้ BAM ก้าวจากแนวทาง One-size-fits-all สู่ Personalized Solution ด้วยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบทางออกที่เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย โดยโจทย์สำคัญไม่ควรหยุดอยู่เพียงการวิเคราะห์ว่าใครเสี่ยง แต่ต้องสามารถมองให้ลึกลงไปว่าใครยังมีโอกาส เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้สามารถรักษาลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพให้กลับมายืนได้อีกครั้ง
ขณะที่การบริหารสินทรัพย์ AI สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ทั้งทำเล มูลค่า Demand และพฤติกรรมของผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำทรัพย์กลับเข้าสู่ตลาด สร้าง Asset Velocity และเปลี่ยน Dead Asset ให้กลับมาเป็น Economic Value เพราะยิ่งสินทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้เงินทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้เร็วขึ้นเท่านั้น
BAM ในเศรษฐกิจยุค AI จะมีบทบาทสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การแก้หนี้อย่างเข้าใจลูกค้า การสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทรัพย์ การเปลี่ยน Dead Asset เป็น Economic Value และการเพิ่ม Productivity ภายในองค์กร พร้อมต่อยอดแนวคิด BAM Opportunity Score เพื่อใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมองศักยภาพ รวมถึงความสามารถในการกลับมาชำระหนี้ของลูกค้า มากกว่าการใช้คะแนนเพียงเพื่อจำแนกความเสี่ยงหรือปฏิเสธโอกาส อีกทั้ง อนาคต AI อาจไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือทางรอด และอาจเป็นเสมือนรถด่วนเที่ยวสำคัญ ที่เราต้องขึ้นให้ทัน เพื่อช่วยชุบชีวิต Zombie Firms ปลุกทรัพย์ที่หลับใหล และเปลี่ยนสิ่งที่เคยหยุดนิ่งให้กลับมาเคลื่อนไหว สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ดร.รักษ์ กล่าว
Go To Lead
|
ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2569 ตามที่ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง โดยมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ก.ล.ต. จึงได้ทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. มีความสอดคล้องกัน รวมทั้งครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดำรงไว้ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ
ก.ล.ต. จึงออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง* โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดให้นิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม(2) กำหนดให้การพิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่นับรวมถึงคู่สมรส รวมทั้งผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนกรณีที่มีพฤติกรรมการมีเจตนาร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงไปในทางเดียวกัน หรือการให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน (acting in concert)
(3) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทบทวนสถานะการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ และยื่นขอความเห็นชอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ใหม่ แต่ยังไม่เคยได้รับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์เดิมมาก่อนต่อ ก.ล.ต. ภายใน 180 วันนับจากวันที่หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ
นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกัน ก.ล.ต. ยังได้กำหนดแนวทางการพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ได้แก่ การพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro-rata method) การพิจารณาผู้ให้เงินทุนสำคัญของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและลดความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจจากการถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
หมายเหตุ:*ประกาศที่เกี่ยวข้อง 1 ฉบับ ได้แก่ ร่างประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 4/2569 เรื่อง การพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้รับประโยชน์จากหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569
Go To Lead
|
STECON บริษัทวิศวกรรมก่อสร้าง-ลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ระดับแนวหน้าไทย ประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 5,000 ล้าน
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและตอบรับการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ รวมถึงขอขอบคุณผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ที่ให้การสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากนักลงทุน คือเครื่องยืนยันความเชื่อมั่นใน พื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ ศักยภาพการเติบโต ของ STECON บริษัทพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามกลยุทธ์ที่วางไว้ ด้วยการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพ ขยายพอร์ตรับงานใหม่ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆสำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.30% ต่อปี โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีมาก สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท และตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ตลอดจนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว
อนึ่ง สเตคอน กรุ๊ป ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลให้การเสนอขายหุ้นกู้ประสบความสำเร็จตามแผน โดยมีมูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท
Go To Lead
|
"ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง ฝาก 500 ลุ้น 20 ล้าน"
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง หน่วยละ 500 บาท จำนวน 300 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 30 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 150,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 2 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.15 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.115 ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 20 ล้านบาท และรางวัลอื่น ๆ ทุกเดือน รวม 24 ครั้ง ประกอบด้วย
รางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 20,000,000 บาท
รางวัลที่ 2 เสี่ยงหมวด หมุน 2 ครั้ง จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 1,000,000 บาท
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 1 ครั้ง จำนวน 300,000 รางวัล รางวัลละ 300 บาท
และยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1,000,000 บาท รวมมูลค่า 10 ล้านบาท โดยออกรางวัล ครั้งละ 5 รางวัล ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569
รวมจำนวนรางวัลต่องวดทั้งสิ้น 300,008 รางวัล คิดเป็นเงินรางวัลสูงสุด 117,000,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ เมื่อฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง ตั้งแต่ 1,000 หน่วย หรือ 500,000 บาทขึ้นไป มีโอกาสถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว ทุกเดือน อีกด้วย
สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง จะเปิดรับฝากพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่าน แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และเคาน์เตอร์สาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ โดยดอกเบี้ยและเงินรางวัลในการฝากสลาก ออมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา โดยสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง จะออกรางวัลครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายน 2569 และจะมีการจับรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน รวม 24 ครั้ง ยกเว้นเดือนมกราคม จะออกรางวัลในวันที่ 17 มกราคม ซึ่งผู้ฝากสลากภายในวันที่ 15 ของเดือน จะได้รับสิทธิ์ตรวจรางวัลในเดือนนั้น ๆ ทั้งนี้ สามารถตรวจผลการออกรางวัลและรับชมการถ่ายทอดสดการออกรางวัลสลากออมทรัพย์ได้ทางเว็บไซต์ www.baac.or.th, Facebook Page ธกส BAAC Thailand ธกส บริการด้วยใจ และ Youtube Channel BAAC Thailand
โดยธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดไปหลังจากวันออกรางวัลในแต่ละงวด ร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555
Go To Lead
|
ttb superior ต่อยอดความสำเร็จจากล้านแรกสู่ความมั่งคั่งในอนาคต
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี เปิดเผยว่า ลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent หรือ MAF เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลในระบบพบว่ามีบัญชีเงินฝากมูลค่า 1-5 ล้านบาท มากกว่า 1.47 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) กว่า 2.95 ล้านล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันทีทีบี มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวประมาณ 600,000 ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธนาคารพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีช่องว่างสำคัญในการบริหารความมั่งคั่ง โดยกว่า 75% ยังถือครองสินทรัพย์ในรูปแบบบัญชีเงินฝากเป็นหลัก และกว่า 60% ของสินทรัพย์ยังอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านเครื่องมือบริหารความมั่งคั่ง พร้อมคำแนะนำ และโอกาส การลงทุนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
นายฐากรกล่าวเพิ่มเติมว่า ทีทีบีมองว่าลูกค้ากลุ่ม MAF หรือกลุ่มที่เริ่มสร้างความมั่งคั่งที่มี AUM 1-5 ล้านบาทนี้ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่ได้รับการดูแลด้าน Wealth Management อย่างทั่วถึง เราจึงออกแบบเอกสิทธิ์ ttb superior เพื่อช่วยให้ลูกค้าต่อยอดความสำเร็จจาก เงินล้านแรก ไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่กว่า ผ่านโซลูชันด้านการออม ประสบการณ์การลงทุนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานง่าย และสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์รอบด้าน เพราะเราเชื่อว่าความสำเร็จทางการเงินไม่ได้สิ้นสุดที่เงินล้านแรก แต่สามารถเติบโตต่อยอดได้ด้วยเครื่องมือและโอกาส ที่เหมาะสม
ด้านนางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี กล่าวว่า ทั่วไปการดูแลลูกค้ากลุ่ม MAF มักเริ่มต้นดูแลลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ทีทีบีเลือกเริ่มต้นการดูแลตั้งแต่ระดับ 1 ล้านบาท (รวมเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 75,000 บาทต่อเดือน และมีเป้าหมายสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ทีทีบีต้องการร่วมยินดีกับความสำเร็จของลูกค้าตั้งแต่วันที่ก้าวสู่เป้าหมายล้านแรก และสนับสนุนให้สามารถยกระดับความมั่งคั่งสู่กลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปก่อนอายุ 45 ปี จึงได้ออกแบบโซลูชันและประสบการณ์ ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายใต้ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่
? Superior Solutions โซลูชันทางการเงินที่ช่วยต่อยอดความมั่งคั่ง ลูกค้า ttb superior จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า หรือเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าปกติจะได้รับ อาทิ บัญชีดิจิทัล ttb ME save ที่มอบดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.30% ต่อปี และดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี บัตรเครดิต ttb absolute รับคะแนน X2 เพิ่มในหมวดท่องเที่ยวและร้านอาหารนอกเหนือจากหมวดออนไลน์ สิทธิใช้ห้องรับรองสนามบินฟรี 2 ครั้ง/ปี ไม่มีเงื่อนไขการใช้จ่าย พร้อมความคุ้มครองอย่างอุ่นใจด้วยแผนประกัน Superior Protect & Beyond จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
? Superior Digital Wealth Advisory บริการบริหารความมั่งคั่งผ่าน My Wealth บนแอป ttb touch ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพรวมสินทรัพย์ วางแผนการลงทุนตามเป้าหมาย ปรับสมดุลพอร์ต และเข้าถึงโอกาสลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และ ETF ระดับโลกได้ในที่เดียว
? Superior Privilege สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ เติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตด้วยสิทธิประโยชน์จาก ttb privilege สถานะ Superior อาทิ ของขวัญวันเกิด สิทธิ์ชมภาพยนตร์ SF ฟรี รวมถึงบริการล้างรถและ ล้างเครื่องปรับอากาศฟรีตลอดปี
นางณัฐวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า ttb superior ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่ง ภายใต้แนวคิด A Superior Path for Your Next Success - ก้าวที่เหนือกว่า สู่ความสำเร็จอีกระดับ ด้วยการผสานทั้งโซลูชันทางการเงิน เครื่องมือบริหารความมั่งคั่งบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม และสิทธิประโยชน์ด้าน ไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การดูแลเรื่องการเงิน การลงทุน และการใช้ชีวิตเป็นเรื่องที่สะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น ทีทีบีได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ ttb superior เพียงเปิดบัญชีใหม่หรือเพิ่มยอดเงินฝากในบัญชี ttb ME save และ/หรือมีการลงทุนในกองทุนรวมกับทีทีบี ยอดรวมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ในช่วงระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 31 ธันวาคม 2569 ก็จะได้รับการอัปเกรดสถานะ Superior และรับเอกสิทธิ์เหนือระดับได้ภายในเดือนถัดไป นอกจากนี้ลูกค้ายังมีโอกาสได้รับดอกเบี้ย ttb ME save สูงสุด 1.50% ต่อปี เพียงมียอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หรือลงทุนในกองทุนรวมแบบสร้างวินัยการออมสม่ำเสมอ (DCA) ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท/เดือน ร่วมสัมผัสชีวิตที่เหนือกว่าในแบบของคุณกับ ttb superior ได้แล้ววันนี้ โดยลูกค้าปัจจุบันของธนาคารสามารถติดตามภารกิจและกดเข้ารับสิทธิ์แคมเปญได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ttbbank.com/link/superior หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทีทีบี ทุกสาขาทั่วประเทศ
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|