Finance/share
Hot News: EXIM ทุ่ม 220 ล้าน 'หนุน' ศรีไทยซุปเปอร์แวร์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
EXIM ทุ่ม 220 ล้าน
'หนุน' ศรีไทยซุปเปอร์แวร์
EXIM BANK ปล่อยสินเชื่อให้ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ 220 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรและโรงงานผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับธุรกิจให้แข่งขันได้ในตลาดโลกการค้ายุคใหม่
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำนวน 220 ล้านบาท เพื่อให้ SITHAI นำไปใช้ปรับปรุงเครื่องจักรและโรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับธุรกิจให้แข่งขันได้ในตลาดโลกการค้ายุคใหม่
EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อระยะยาวอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ SITHAI ในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพกลับมาเดินเครื่องการผลิตและส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกของไทยที่มีจุดแข็งของการมีอุตสาหกรรมต้นน้ำและ Supply Chain ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ทำให้ไทยเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมพลาสติกในอาเซียน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้ปีละกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ตลอดทั้ง Supply Chain สามารถปรับตัวรับโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจได้ในตลาดโลกที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
อาทิ ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาน้ำมันสูงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง ด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีความพร้อมด้านอาคารโรงงาน กระบวนการผลิต และระบบการทำงานต่าง ๆ ตลอดจนนวัตกรรมและระบบ Automation เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ต้นทุนการผลิต และปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงาน สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในโลกการค้ายุค Next Normal ได้
EXIM BANK พร้อมเป็นที่ปรึกษา ให้ข้อมูลความรู้ และเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยกล้าเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจไปตลาดโลกมากขึ้น สามารถปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลง และมีความพร้อมที่จะเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ
"โดยมี EXIM BANK และหน่วยงานพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยสามารถมุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนาหรือปรับปรุงการผลิต ยกระดับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ และทำการตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จ เพื่อให้ได้ลูกค้ามากขึ้นและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระดับสากล สร้างการเติบโตร่วมกันตลอด Supply Chain เชื่อมโยงกับ Stakeholders ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว

Go To Lead


กสิกรไทยชู “น่านเพาะพันธุ์ปัญญา” จุดประกายพัฒนาการศึกษา-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย เลขานุการบริษัท และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนคือปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ธนาคารจึงได้ส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาไทย ด้วยการใช้ “กระบวนการเพาะพันธุ์ปัญญา” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นนักเรียนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เข้าใจหลักของเหตุผล พร้อมทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล และจากความสำเร็จของ “โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา” (2556-2561) ธนาคารก็ได้สานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องผ่าน “โครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญา” ตั้งแต่ปี 2562–ปัจจุบัน โครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญา ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ทำหน้าที่ศูนย์พี่เลี้ยงของโครงการ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยในฐานะผู้สนับสนุนโครงการ เน้นพัฒนาจัดการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการทำโครงงานฐานวิจัย (Research-based Learning: RBL) ภายใต้สภาพแวดล้อมในท้องถิ่นของผู้เรียน โดยน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผนวกกับชุดความคิดทั้งวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์นิเวศวิทยา วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยโครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญา มีกระบวนการพัฒนาตั้งแต่ระดับครูผู้สอนให้มีองค์ความรู้แบบบูรณาการและทักษะการสอนนักเรียนด้วยโครงงานฐานวิจัย การสร้างโรงเรียนต้นแบบเพาะพันธุ์ปัญญาในจังหวัดน่าน การนำกระบวนการเพาะพันธุ์ปัญญาไปใช้ในโรงเรียนนำร่อง และเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้สามารถคิด วิเคราะห์ ศึกษาหาข้อมูลความรู้ พร้อมกับใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาแก้ปัญหาในท้องถิ่นผ่านโครงงานฐานวิจัย
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการระดมความคิดศึกษาค้นคว้าวิจัยปัญหาในท้องถิ่นจังหวัดน่าน และนำเสนอแนวคิดที่จะช่วยพัฒนาพื้นที่ทั้งในด้านทรัพยากรและการสร้างธุรกิจเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในจังหวัดน่าน ในการนี้ ศูนย์พี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยพะเยาและธนาคาร จึงได้จัดกิจกรรมเวทีประลองปัญญา Eduthon ให้แก่นักเรียนที่ร่วมโครงการ โดยจัดการแข่งขันแบ่งเป็นรอบที่ 1 (23 โรงเรียน) วันที่ 10-11 กันยายน รอบที่ 2 (15 โรงเรียน) วันที่ 17-18 กันยายน และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (6 โรงเรียน) วันที่ 30 กันยายน - วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ณ น่านกรีนเลค วิว รีสอร์ท จังหวัดน่าน
รอบชิงชนะเลิศเป็นการแข่งขันในโจทย์ “ความลับของบ้านฉัน” ให้นักเรียนคิดค้นโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมการเป็นอยู่ของชุมชน ในมิติต่าง ๆ อาทิ การรักษาแหล่งน้ำ การจัดการที่ยั่งยืน ความเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว แหล่งจัดหาทรัพยากร แลกเปลี่ยนสินค้า และสร้างรายได้หมุนเวียน ผลการแข่งขันมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา และโรงเรียนนาหมื่น และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจำนวน 3 ได้แก่ โรงเรียนจุนวิทยาคม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 และโรงเรียนปัว การดำเนินโครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาได้สร้างโรงเรียนต้นแบบ 30 แห่ง ครูเข้าร่วมโครงการ 161 คน เด็กนักเรียน 1,277 คน และมีการนำเสนอโครงการ 195 โครงการ
ดร.อดิศวร์ กล่าวตอนท้ายว่า ตลอดการดำเนินโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาต่อเนื่องสู่น่านเพาะพันธุ์ปัญญารวมระยะเวลาร่วม 10 ปี ได้จุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในกลุ่มโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และจะสามารถขยายแนวคิดไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศ เพื่อผลิตเยาวชนให้มีทักษะการเรียนรู้ผ่านโครงงานฐานวิจัย เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศผ่านทุกสาขาอาชีพได้ ผลสำเร็จที่ยั่งยืนของกระบวนการเรียนรู้แบบเพาะพันธุ์ปัญญา คือ ทำให้เยาวชนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยอาศัยฐานความรู้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานในการแสวงหาคำตอบ ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชุมชนและประเทศ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการพัฒนาการศึกษาของประเทศเป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน ธนาคารกสิกรไทยในฐานะองค์กรเอกชนมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนของชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนของธนาคาร ที่มุ่งสร้างสังคมไทยให้เติบโต ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้รุดหน้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้ในระดับสากล

Go To Lead


เคทีซี 'ชวน'สมาชิกช้อปบิวตี้ไอเท็มสุดคุ้ม
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เลือกช้อปสินค้าสุขภาพและความงามสุดคุ้ม แลกรับเครดิตเงินคืน 15% เพียงสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรฯ และใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป (ไม่จำกัดยอดแลกสูงสุดตลอดรายการ) ที่ร้านอีฟแอนด์บอย (EVEANDBOY) ทุกสาขาทั่วประเทศ ช่องทางออนไลน์: www.EVEANDBOY.com และแอปพลิเคชัน EVEANDBOY โดยสมาชิกสามารถส่ง SMS ลงทะเบียนเข้าร่วมรายการได้ที่ 061 384 5000 พิมพ์ EVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลักและเครื่องหมาย # ตามด้วยยอดใช้จ่าย หรือลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ktc.promo/eveandboy (ลงทะเบียนรับเครดิตเงินคืนทุกครั้งภายในวันที่มีการใช้จ่ายเท่านั้น) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 - วันที่ 31 ธันวาคม 2565
สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์ได้ที่นี่: http://bit.ly/apply-ktc

Go To Lead


'ออมสิน'โปรสินเชื่อบ้าน “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า”
นายวิทัย รัตนากร เปิดเผยว่า จากผลสำเร็จของการจัดสินเชื่อบ้าน “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า” ของธนาคาร เมื่อปลายปี 2564 ที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ พร้อมทั้งปลอดชำระเงินงวด นาน 6 เดือน ปรากฏว่า จูงใจให้ประชาชนสนใจกู้เพื่อมีที่อยู่อาศัยของตัวเองเป็นจำนวนมาก จนสามารถปล่อยสินเชื่อได้เป็นวงเงินรวมสูงถึง 17,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของปี 2565 มีเสียงเรียกร้องอยากให้ธนาคารออมสินจัดโปรโมชันดี ๆ แบบนี้อีก ธนาคารจึงเปิดให้บริการสินเชื่อบ้าน “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า” อีกครั้ง หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเริ่มกลับมามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยยังคงให้ทางเลือกในการปลอดชำระเงินงวด เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระของผู้กู้
หลักเกณฑ์เงื่อนไขน่าสนใจสำหรับคนอยากมีบ้าน ทั้งซื้อ/สร้าง/ต่อเติม/ซ่อมแซม หรือต้องการรีไฟแนนซ์มาจากสถาบันการเงินอื่น กรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยปีแรก 1.99% (MRR-4.255% ต่อปี) ปีที่ 2-3 = 2.980% (MRR-3.265% ต่อปี) ปีที่ 4 เป็นต้นไป = 4.995% (MRR-1.250% ต่อปี) คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.65% ต่อปี (ปัจจุบัน MRR ธนาคารออมสิน = 6.245%) พร้อมเงื่อนไขพิเศษ โดย 6 เดือนแรก สามารถเลือกไม่ชำระเงินงวดได้ และหลังจากนั้นเลือกชำระเงินงวดแบบผ่อนต่ำอีก 6 เดือน ล้านละ 3,500 บาท/เดือน เพื่อมีเงินเพิ่มสภาพคล่องรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือจะเลือกผ่อนชำระตามเงินงวดปกติก็ได้ นอกจากนี้ ธนาคารยกเว้นค่านิติกรรมสัญญา และค่าบริการสินเชื่อ รวมทั้งฟรีค่าจดจำนอง กรณี Re-Finance วงเงินกู้สินเชื่อเคหะ 1 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกดอกเบี้ยแบบฟรีค่าจดจำนอง ซึ่งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เปิดให้ยื่นกู้ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง วันที่ 15 ม.ค. 2566 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ และจัดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 15 ก.พ. 2566

Go To Lead


บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า “ปี 2565 นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในฐานะผู้นำตลาดบัตรเครดิตร่วม โดยบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เปิดตัวมาครบรอบ 5 ปี ด้วยผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ตลาดได้รับผลกระทบจาก โควิด 19 ธุรกิจของเราก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จากการมีสัดส่วนลูกค้ารายได้สูงที่มีกำลังใช้จ่ายมากกว่าทั่วไปเมื่อเปรียบเทียบกับตลาด โดยในปีนี้ บัตรเครดิต เซ็นทรัลเดอะวัน มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร ณ เดือนสิงหาคม 2565 รวม 60,000 ล้านบาท เติบโต 31% เทียบกับปี 2564 รวมทั้งมีส่วนแบ่งตลาดบัตรเครดิตของไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายใน 5 ปีนับจากมีการเปิดตัว แสดงให้เห็นว่า บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ประสบความสำเร็จในการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ทำให้ครองความเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตร่วมได้อย่างต่อเนื่องปีนี้ ตลาดเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจของเรา บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จึงได้เปิดตัว ‘บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด)’ (Central The 1 REDZ Credit (limited) ) โดยจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ มอบส่วนลด คะแนนเดอะวันพิเศษ และสิทธิพิเศษสุดคูล ตอบทุกฟีลการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้ง ช้อป กิน เที่ยว ออนไลน์ และบันเทิง จัดเต็ม ทุกร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และจะเป็นครั้งแรกที่มีสิทธิประโยชน์จากร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีกทั้งเครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่ร่วมรายการ เพื่อขยายตลาด เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 25-35 ปี เพิ่มความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม Mass เพื่อครองความเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตร่วมอย่างต่อเนื่อง และยกระดับให้ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เป็นหนึ่งในบัตรเครดิตที่ผู้บริโภคเลือกใช้เป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวันมากขึ้น”
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคูลสไตล์มินิมอล เอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยสิทธิประโยชน์คุ้มครบสุดฟิน ภายใต้แนวคิด "ครบทุกฟีลรอบตัวคุณกับบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน REDZ (limited)” เช่น ฟีลฟินกับส่วนลดสูงสุด 5% และคะแนน The 1 สูงสุด 3 เท่ากว่า 5,000 ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, ท็อปส์, มูจิ (สิทธิประโยชน์นี้ไม่มีวันหมดอายุ) ; ฟีลคุ้มๆ รับเครดิตเงินคืน 5% คะแนน The 1 สูงสุด 2 เท่า ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ; ฟีลออนไลน์โดนๆ รับโค้ดส่วนลดสูงสุด 10% และคะแนน The 1 สูงสุด 3 เท่า บน Central App; อิ่มฟินๆ รับส่วนลดสูงสุด 5% และคะแนน The 1 สูงสุด 3 เท่า ณ ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัลที่ร่วมรายการ อาทิ Pepper Lunch, Ootoya, Cold Stone Creamery; และสนุกทุกฟีลไลฟ์สไตล์แบบครบๆ รับส่วนลด 50% เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และในเครือเอสเอฟ (ตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์นัก ช้อปตัวยง ด้วยฟังก์ชั่น Digital Card ที่ให้ช้อปได้ทันทีเมื่อบัตรอนุมัติ ไม่ว่าจะช้อปออนไลน์ หรือสแกนจ่ายด้วย QR บนแอป UCHOOSE ก็จัดเต็มได้แบบทันใจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) ได้รับเกียรติจากคุณเก้า-สุภัสสรา ธนชาต มาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ช่วยสร้างการรับรู้ผ่านภาพยนตร์โฆษณา www.youtube.com/CentralThe1CreditCard ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของบัตรที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ให้ใช้ชีวิตได้แบบฟิน ๆ ครบทุกฟีล บนไลฟ์สไตล์แบบครบรอบ ๆ ตัว รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อให้การสมัครเป็นสมาชิกบัตรและการใช้บริการต่าง ๆ เป็นอย่างสะดวก รวดเร็ว โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครบัตรใหม่ได้ทั้งทางแอป UCHOOSE และ The 1 App ด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับการใช้จ่ายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางร้านค้าซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ บริษัท คาดว่า บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) น่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าภายในปี 2566 จะมียอดสมัครบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) กว่า 120,000 ใบ และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรใหม่เพิ่มขึ้น 10% สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัทในปีนี้ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร 95,000 ล้านบาทภายในปี 2565 หรือเติบโต 25% เทียบกับปีก่อน ผู้ที่สนใจสมัคร บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) สามารถสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE หรือ The 1 App สมัครง่าย รับ Digital Card ใช้จ่ายได้ทันทีที่ได้รับการอนุมัติ ง่าย รวดเร็ว ทันใจ พร้อมโปรสุดแรงรับกระเป๋า CAGGIONI REDZ LIMITED ขนาด 20” จำนวน 1 ใบ มูลค่า 4,990 บาท เมื่อสมัครบัตรใหม่และได้รับการอนุมัติ และมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติม www.centralthe1card.com

Go To Lead


ทีทีบี ร่วมฉลอง FIFA World Cup 2022TM ใช้จ่ายรับสิทธิ์ลุ้นโชค
บัตรเครดิต ทีทีบี มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ทีทีบี บัตรเครดิต ทีเอ็มบี บัตรเครดิต ธนชาต วีซ่า เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองมหกรรมกีฬาระดับโลก FIFA World Cup Qatar 2022TM ก่อนใคร ในแคมเปญ “FIFA FEVER ใช้จ่ายลุ้นทองกับบัตรเครดิต ทีทีบี” เมื่อมียอดใช้จ่ายสินค้าใด ๆ ครบทุก 1,000 บาท / เซลล์สลิป ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 – 31 ธันวาคม 2565 (ยกเว้นค่าใช้จ่ายหมวดประกัน กองทุน และการกดเงินสดจากบัตร) รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชคทองคำหนัก 45 บาท และของรางวัลอื่น ๆ จาก VISA และ FIFA World Cup 2022TM รวมทั้งสิ้น 176 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านบาท พิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครบัตรเครดิต ทีทีบี และมียอดใช้จ่ายสะสมตามเงื่อนไขที่กำหนดผ่านบัตรเครดิตที่ได้รับอนุมัติครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลเพิ่ม 100 สิทธิ์ ลงทะเบียนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดรายการ ผ่านแอป ttb touch หรือพิมพ์ FIFA ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่ง SMS มาที่ 4806026 ธนาคารจะจับรางวัลในวันที่1 มีนาคม 2566 และประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลพร้อมเงื่อนไขการรับรางวัลทาง www.ttbbank.com ในวันที่ 10 มีนาคม 2566 ใบอนุญาตเลขที่ 786 / 2565 ออกให้โดย ที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ttb contact center 1428 หรือ www.ttbbank.com

Go To Lead


บลจ.เกียรตินาคินภัทร 'แนะ'ลงทุนอสังหาริมทรัพย์นอก
นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดการลงทุนในปี 2565 ทั้งตลาดตราสารหนี้โลกและตลาดหุ้นโลกโดยรวม มีความผันผวนสูงและยังคงมีอัตราผลตอบแทนติดลบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดและความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนการผลิตต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมาก ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จนภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอาจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลัก คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ทั้งตลาดตราสารหนี้โลกและตลาดหุ้นโลกยังมีความผันผวนสูงในระยะข้างหน้า
บลจ.เกียรตินาคินภัทร มองเห็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในสภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวนสูงในปัจจุบัน ได้แก่ การลงทุนใน Private Real Estate หรือ อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนมีความผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับตลาดการลงทุนทั่วไป และสร้างโอกาสรับกระแสเงินสดในระยะยาว นอกจากนี้ Private Real Estate ยังเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะเลือกลงทุนในช่วงอัตราเงินเฟ้อเป็นขาขึ้นเพราะผลการดำเนินงานมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้เปิดเสนอขายกองทุน KKP PREIT-UI FUND แก่ผู้ลงทุนไทยเพื่อเป็นทางเลือกการลงทุน ผสมผสานกับพอร์ตการลงทุนในตลาด (Public Assets) ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการลงทุนโดยรวมและสภาวะเงินเฟ้อสูง เมื่อวันที่ 9 – 16 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี มียอดจองซื้อกว่า 600 ล้านบาท กองทุน KKP PREIT-UI FUND ระดับความเสี่ยง 8+ เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง (non-voting participating shares) ของ Blackstone Real Estate Income Trust iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) โดยกองทุนหลัก มีนโยบายลงทุนในกองทุน Blackstone Real Estate Income Trust, Inc. (“Underlying REIT”) โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในประเทศสหรัฐฯ ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์นอกตลาดที่มีเสถียรภาพและสามารถสร้างโอกาสรับรายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยให้น้ำหนักธีมการลงทุนที่เป็นที่ต้องการของตลาดในระยะยาว และมีปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทานที่แข็งแกร่ง อาทิ กลุ่มที่พักอาศัยให้เช่า (Rental Housing) และอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับการขนส่ง (Logistic) เช่น โกดัง และท่าเรือขนส่ง เป็นต้น
กองทุน KKP PREIT-UI FUND ช่วยให้นักลงทุนรายบุคคลสามารถลงทุนต่างประเทศ ที่มีคุณภาพการบริหารจัดการการลงทุนระดับสถาบันโดย Blackstone Real Estate ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านการบริหารกองทุนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ มีพอร์ตการลงทุนทั่วโลก 577 พันล้านเหรียญดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) ทำให้มีศักยภาพเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและคุณภาพดี อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในธุรกิจที่ยาวนานมากว่า 30 ปี KKP PREIT- UI FUND เปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการซื้อขายได้เดือนละ 1 ครั้ง โดยหน่วยลงทุนที่เปิดเสนอขายมีทั้งชนิดทั่วไป และชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) และกองทุนไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับเงินลงทุนในกองทุนหลัก ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 305 9559 หรือ https://am.kkpfg.com

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com