Finance/share
Hot News: ก.ล.ต. เพิ่ม “สลาก ธอส.” ทางเลือกลงทุน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ก.ล.ต. เพิ่ม “สลาก ธอส.”
ทางเลือกลงทุน
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์รองรับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุน พร้อมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยยังคงมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวอย่างเหมาะสม
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตามที่ ก.ล.ต. มีแนวคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail MF) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (AI fund) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการเมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 และเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569 ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นทุกรายเห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศดังกล่าว
ก.ล.ต. จึงออกประกาศที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ฉบับ* โดยมีสาระสำคัญ คือ เพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” เพื่อให้เกณฑ์การลงทุนของกองทุนในสลากออมทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีความสอดคล้องกัน รวมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุน โดยยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การลงทุน การกระจายความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวและดูแลประโยชน์ของผู้ลงทุน หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569

Go To Lead


กรุงศรี-ปตท. เดินหน้าการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผ่านสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกของ ปตท.
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ผ่านการจัดทำธุรกรรมสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability Term Loan) ครั้งแรกของ ปตท. วงเงิน 4,800 ล้านบาท โดยกรุงศรีทำหน้าที่เป็น Sole Sustainability Finance Advisor และ Sole Lender ธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ปตท. ในการผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว โดยวงเงินสินเชื่อดังกล่าว จะถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืนที่สำคัญของ ปตท. อาทิ การฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่า รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างบุคลากรคุณภาพสำหรับอนาคตของประเทศไทย
ทั้งนี้ความสำเร็จของธุรกรรมนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 48 ปีของ ปตท. ตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างการเติบโตเพื่อประเทศไทยและคนรุ่นต่อไป ธุรกรรมครั้งนี้ ยังถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของภาคพลังงานไทยในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวด้วย
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจัดหาเงินทุนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่าง ปตท. และกรุงศรี ในการสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้สามารถเดินหน้าไปพร้อมกัน
ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานระหว่าง ปตท. และกรุงศรี อีกทั้งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน (Leading Sustainable and Regional Bank) กรุงศรีมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับลูกค้า โดยพร้อมสนับสนุนไม่เพียงด้านเงินทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตและการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของลูกค้าในระยะยาว

Go To Lead


ไทยพาณิชย์ - FWD ประกันชีวิต
เปิดตัว Infinity Legacy
นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสหประชาชาติ(a) ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนกว่า 22% ของประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 36% ภายในปี 2050 ขณะที่อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ราว 76.8 ปี โดยจำนวนผู้มีอายุยืนยาวในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเพิ่มอย่างต่อเนื่องในอนาคต ด้วยประเทศไทยเองกำลังขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การมีชีวิตถึงอายุ 80 ปี - 90 ปี กำลังกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น ขณะเดียวกัน โลกกำลังก้าวสู่ช่วงการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ (Great Wealth Transfer)(b) ในขณะที่ธนาคารก็พบว่า ลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งในประเทศไทยเองมีความตื่นตัวในด้านการวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน (Legacy Planning) และการบริหารภาษี (Tax Management) เช่นเดียวกัน ด้วยฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่แข็งแกร่งและความเข้าใจเชิงลึกต่อความต้องการของลูกค้า ธนาคารฯ และ FWD ประกันชีวิต จึงได้เปิดตัว ประกันชีวิต Infinity Legacy ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองยาวนานที่สุดในตลาด โดยให้ความคุ้มครองแก่ผู้ถือกรมธรรม์จนถึงอายุ 120 ปี เลือกชำระเบี้ยประกันภัยได้ทั้งแบบครั้งเดียว หรือ 2 ปี ตามความต้องการ และจุดเด่นสำคัญของประกันชีวิตนี้คือการเปิดรับผู้เอาประกันภัยอายุ 60 ปี - 90 ปี ซึ่งในตลาดประกันยังไม่มีการเปิดรับประกันภัยสูงสุดถึงอายุ 90 ปี ดังนั้น ประกันชีวิต Infinity Legacy จึงออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการประกันของคนช่วงอายุดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินและการบริหารภาระทางภาษี จากเดิมที่เป็นการสะสมทรัพย์สินเพิ่มเติม
“ประกันชีวิต Infinity Legacy เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างธนาคารและ FWD ประกันชีวิต ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) โดยมาจาก Insight ของลูกค้าที่เปลี่ยนมุมมองจากการซื้อประกันเพราะกลัวจากไปเร็ว แต่วันนี้ซื้อประกันเพื่อวางแผนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวกับครอบครัวและความมั่งคั่งของตนเอง ดังนั้น ความคุ้มครองที่ยาวถึงอายุ 120 ปี จึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนการตอบโจทย์สังคมที่ผู้คนมีอายุยืนขึ้น และความต้องการวางแผนทางการเงินที่มีระยะเวลานานขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านการบริหารความมั่งคั่ง การบริหารจัดการภาษี และการส่งต่อมรดกได้อย่างที่ตั้งใจไว้” นางสาว ณภัชชา กล่าว
ประกันชีวิต Infinity Legacy เป็นประกันชีวิตมอบความคุ้มครองแก่ผู้ถือกรมธรรม์ถึงอายุ 120 ปี อายุรับประกันภัย 60 ปี - 90 ปี ชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น เลือกได้ทั้งแบบชำระเบี้ยประกันภัย ครั้งเดียว หรือ 2 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย เริ่มต้น 20 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับเงินคืนรายปีตามที่กรมธรรม์กำหนด ประกัน Infinity Legacy 120/1 รับเงินคืนทุกปี ตั้งแต่ครบปีกรมธรรม์ที่ 1 – อายุ 100 ปีรับปีละ 1.25% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบปีกรมธรรม์ที่อายุ 101 – 110 ปีรับปีละ 1.50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบปีกรมธรรม์ที่อายุ 111 – 119 ปีรับปีละ 2% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และรับเงินก้อน 120% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบกำหนดสัญญา ประกัน Infinity Legacy 120/2 รับเงินคืนทุกปี ตั้งแต่ครบปีกรมธรรม์ที่ 1 – อายุ 100 ปีรับปีละ 2.5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบปีกรมธรรม์ที่อายุ 101 – 110 ปีรับปีละ 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบปีกรมธรรม์ที่อายุ 111 – 119 ปีรับปีละ 4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และรับเงินก้อน 240% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบกำหนดสัญญาสมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ สำหรับอายุรับประกันภัย 81-90 ปี บริษัทจะพิจารณารับประกันภัยเป็นรายกรณี และจะได้รับผลประโยชน์เงินคืนรายปีที่แตกต่างออกไป สนใจติดต่อได้ที่ ที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนส่วนบุคคลของท่าน (RM)เอกสิทธิ์ที่คัดสรรสำหรับลูกค้า Private Banking

Go To Lead


ธ.ก.ส. เปิดตัวเงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) รับดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เดินหน้าส่งเสริมการออมเงินระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประชาชนที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณอายุ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)” เพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินของผู้ที่เตรียมเกษียณอายุให้สามารถเกษียณอายุได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนเงินรับฝากสูงสุดต่อราย พร้อมรับผลตอบแทนแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือน และไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดา โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็น 4 ช่วง ดังนี้:
• ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.30 ต่อปี • ช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2570 – 30 กันยายน 2571 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.35 ต่อปี • ช่วงที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2571 – 30 กันยายน 2572 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.40 ต่อปี • ช่วงที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2572 – 30 กันยายน 2573 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.55 ต่อปี
“เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)” จะเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 (หรือจนกว่าธนาคารจะประกาศปิดการรับฝาก) มาร่วมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับ ธ.ก.ส. สู่อนาคตที่ยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจหรือผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณที่ต้องการวางแผนการเงินในระยะยาว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.baac.or.th และ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555

Go To Lead


K PLUS ปรับใหม่ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานกว่า 25 ล้านราย
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปรับ K PLUS ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้า ภายใต้แนวคิด ‘รู้ใจเรื่องจัดการเงิน’ โดยเริ่มต้นจากการรับฟังเสียงลูกค้าและศึกษาพฤติกรรมการใช้งานจริงที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ธนาคารได้นำข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้ากว่า 25 ล้านราย มาพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
การปรับครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา K PLUS สู่ Trusted Financial Platform แพลตฟอร์มการเงินที่เชื่อมต่อทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การทำธุรกรรม การออม การลงทุน ประกัน บัตรเครดิต และสินเชื่อ ไปจนถึงการวางแผนเพื่อเป้าหมายทางการเงินในทุกช่วงของชีวิต โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทของ K PLUS ในฐานะแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลอันดับ 1 ที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักในการบริหารจัดการเรื่องการเงินในชีวิตประจำวัน

Go To Lead


SME D Bank- สคส. สร้าง “แต้มต่อ” ให้ผู้ประกอบการเติบโตยุคดิจิทัล
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ PDPA ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุข้อมูลรั่วไหล และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ ทั้งด้านภาพลักษณ์ และนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมาย สำหรับผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอี การดูแล ป้องกัน และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งของตัวเอง รวมถึง ลูกค้า และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึง ต้องมีเครื่องมือ ส่งผลให้เกิดต้นทุนและภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้น SME D Bank จึงร่วมมือกับ สคส. ขับเคลื่อนโครงการ “SME EASY PRIVACY AWARDS 2026” โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรับการสนับสนุนและยกระดับสู่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีเครื่องมือในการดูแลป้องกัน PDPA ช่วยสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจให้แก่คู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เกิดเป็น “แต้มต่อ” ทางธุรกิจ ตลอดจน ส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี มีความปลอดภัย โปร่งใส ตามหลัก ESG สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมคัดเลือกหา “10 เอสเอ็มอีต้นแบบ” ที่สามารถนำแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจได้อย่างโดดเด่นเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ต่อไป
สำหรับ 10 เอสเอ็มอีต้นแบบ จะได้รับการพัฒนาความรู้เชิงลึกด้าน PDPA จาก สคส. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดยตรง อีกทั้ง รับสิทธิประโยชน์ได้ใช้งานแพลตฟอร์ม GPPC+ (Government Platform for PDPA Compliance) และประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานข้อมูลส่วนบุคคล (Certification Mark : PDPA Trust Mark) ขณะเดียวกัน ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทุกราย จะได้รับสิทธิประโยชน์ทดลองใช้แพลตฟอร์ม GPPC+ ฟรี 4 ระบบ รวมถึง โอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก จาก SME D Bank นอกจากนั้น ความร่วมมือระหว่าง SME D Bank และ สคส. ยังขยายผลการส่งเสริมความรู้ด้าน PDPA ผ่านแพลตฟอร์ม GPPC Plus และแพลตฟอร์ม DX (dx.smebank.co.th) สู่ผู้ประกอบการกว่า 5,000 ราย พร้อมยกระดับความรู้และทักษะของบุคลากรของ SME D Bank กว่า 2,000 คน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรมต่อไป
“เมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความรู้ และเข้าถึงเครื่องมือ จะทำให้การก้าวสู่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เป็น “ภาระทางธุรกิจ” แถมยังช่วยสร้าง “แต้มต่อ” เพิ่มความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า ตลอดจน สนับสนุนธุรกิจให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล” นายพิชิต กล่าว สำหรับ 10 กิจการที่ได้รับรางวัลในโครงการ “SME EASY PRIVACY AWARDS 2026” ประกอบด้วย บริษัท ฟรุ๊ทดี จำกัด , บริษัท บ้านสวนพรานนก จำกัด , บริษัท ไอดีไดรฟ์ จำกัด , บริษัท แมน แมนเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด , บริษัท แอ็ดวานซ์ อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด , ห้างหุ้นส่วนจำกัด อึ๊งลักเส็ง , บริษัท เอสทูบี (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ดิจิทอล์ค จำกัด , บริษัท เอเวอรี่ ดิจิตอล จำกัด และ บริษัท ทีเอ็นเคบิวตี้ จำกัด

Go To Lead


SAM จัดประมูลทรัพย์ NPA ทำเลศักยภาพทั่วประเทศ
เพื่ออยู่อาศัย - ต่อยอดธุรกิจ เริ่มต้นบ้านเดี่ยวย่านคลอง 8 เพียง 8.5 แสน
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM เปิดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดยนำทรัพย์คุณภาพหลากหลายประเภทในทำเลศักยภาพทั่วประเทศออกสู่ตลาด ทั้งทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย และทรัพย์เพื่อการลงทุนขยายธุรกิจ อาทิ โฮมออฟฟิศ ปั๊มน้ำมัน โรงแรม/รีสอร์ท โรงงาน/โกดัง อาคารสำนักงานและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ รวม 85 รายการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 560 ล้านบาท โดยไฮไลท์ครั้งนี้เป็น 8Z7416 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 60 ตร.ว. ถ.เลียบคลอง 8 ฝั่งตะวันออก ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ใกล้โรงเรียนวัดพวงแก้ว โรงเรียนนิกรราษฎร์บำรุงวิทย์ วัดพวงแก้ว วัดบึงบอน และตลาดนัด คลอง 8 ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 8.51 แสนบาท และ 3A2216 โรงแรมกลางเมืองยโสธร สูง 4 ชั้น จำนวน 51 ห้องพัก เนื้อที่ 3 ไร่ 5 ตร.ว. ติด ถ.ประชาสัมพันธ์ ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ใกล้สำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธร สำนักงานที่ดินจังหวัดยโสธร โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร โรงพยาบาลยโสธร และพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 44.88 ล้านบาท ทั้งนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนดอีกด้วย
ครั้งที่ 18.1 จำนวน 80 รายการ มูลค่า 264 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 30 ก.ย. 2569 วันประมูล 7 ต.ค. 2569 ครั้งที่ 18.2 จำนวน 5 รายการ มูลค่า 296 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 15 ต.ค. 2569 วันประมูล 22 ต.ค. 2569 รวม 85 รายการ มูลค่า 560 ล้านบาท
ตัวอย่างทรัพย์เด่นอื่นๆ
1) 3A1859 ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 24.8 ตร.ว. โครงการ พฤกษาทาวน์ เน็กซ์ รามอินทรา-วงแหวน ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้ตลาดพระยาสุเรนทร์ ห้างเทสโก้ โลตัส รามอินทรา ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สถานีวงแหวนรามอินทราและรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.33 ล้านบาท
2) SL0199 โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น 2 คูหา มีชั้นลอยติดกัน เนื้อที่รวม 40 ตร.ว. โครงการ อาร์เค บิซ เซ็นเตอร์ ถ.สายมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ใกล้ตลาดพารวย สถานีลาดกระบัง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 15.94 ล้านบาท
3) TL0482 ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น โครงการ ไพลิน ท่าอิฐ ถ.ท่าอิฐ-ไทรม้า (นบ.4005) ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ใกล้ตลาดมณียา ท่าอิฐ ห้างบิ๊กซี ฟู้ด เพลส ท่าอิฐ สำนักงานเทศบาลตำบลไทรม้า และรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.4 ล้านบาท
4) BL0189 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 56 ไร่ 388 ตร.ว. อยู่ติดถนน 2 ด้าน ถ.สายวิเชียรบุรี-บ้านน้ำร้อน (พช.4007) ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ยังประกอบไปด้วยทรัพย์หลายรายการ อาทิ อาคารตึก 3 ชั้น อาคารส่วนโล่งคลุมตาชั่ง อาคารจอดรถยนต์ อาคารสำนักงานชั้นเดียว อาคารชั่งน้ำหนัก อาคารพักคนงาน 4 หลัง และอาคารโกดัง 6 หลัง ใกล้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าราง และสำนักงานเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 133.92 ล้านบาท
5) 8Z2979 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 70 ไร่ 69 ตร.ว. ถ.สายลำปาง-เชียงใหม่ (ทล.11) ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ใกล้โรงเรียนเทศบาลเวียงตาล ที่ว่าการอำเภอห้างฉัตร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 58.07 ล้านบาท
ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่ "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท" เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

Go To Lead


EXIM BANK ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า
ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK เร่งให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเข้าปกคลุมประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความเดือดร้อนของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ทั้งการบรรเทาผลกระทบทางการเงินผ่านการยืดหนี้ ขยายตั๋ว และปรับลดอัตราดอกเบี้ย ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่มีภาระคงค้างวงเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนเติมสภาพคล่อง เพิ่มวงเงินชั่วคราว 20% ของวงเงินเดิม โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม เพื่อใช้หมุนเวียนในกิจการ
EXIM BANK พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์ บรรเทาผลกระทบ เร่งฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อเดินหน้าผ่านพ้นสถานการณ์ได้โดยเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ Inbox Facebook “EXIM Bank of Thailand”

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com