|
|
K PLUS 'ชู'ฟังก์ชันใหม่ เห็นชัด หาง่าย ใช้คล่อง
K PLUS ผู้นำด้านแพลตฟอร์มจัดการเงินดิจิทัล ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ปรับใหม่จากเสียงสะท้อนของผู้ใช้กว่า 25 ล้านราย ก้าวสู่ Trusted Financial Platform แพลตฟอร์มการเงินที่ รู้ใจเรื่องจัดการเงิน จัดฟังก์ชันผลิตภัณฑ์บริการที่มีหลากหลาย ทั้งการทำธุรกรรม การออมและลงทุน สินเชื่อและบัตรเครดิต ให้ เห็นชัด หาง่าย ใช้คล่อง ช่วยให้การจัดการเงินและวางแผนการเงินเป็นเรื่องง่าย สะดวก และตอบโจทย์ชีวิตในทุกช่วงเวลา
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปรับ K PLUS ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้า ภายใต้แนวคิด รู้ใจเรื่องจัดการเงิน โดยเริ่มต้นจากการรับฟังเสียงลูกค้าและศึกษาพฤติกรรมการใช้งานจริงที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ธนาคารได้นำข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้ากว่า 25 ล้านราย มาพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
การปรับครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา K PLUS สู่ Trusted Financial Platform แพลตฟอร์มการเงินที่เชื่อมต่อทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การทำธุรกรรม การออม การลงทุน ประกัน บัตรเครดิต และสินเชื่อ ไปจนถึงการวางแผนเพื่อเป้าหมายทางการเงินในทุกช่วงของชีวิต โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทของ K PLUS ในฐานะแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลอันดับ 1 ที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักในการบริหารจัดการเรื่องการเงินในชีวิตประจำวัน
ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด รู้ใจเรื่องจัดการเงิน ผ่านการจัดฟังก์ชันใหม่ รวมถึงทั้งปรับดีไซน์และการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ให้เห็นชัด หาง่าย ใช้คล่อง ในทุกผลิตภัณฑ์และบริการบน K PLUS การทำธุรกรรม ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการที่ใช้งานบ่อยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบัญชี บัตรเครดิต สินเชื่อ การลงทุน หรือประกัน จัดฟังก์ชันและระเบียบข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงง่ายตั้งแต่หน้าแรก พร้อมเมนูทางลัด K PLUS Widget ที่ปรับแต่งได้ตามใจ รวมถึงปรับสลิปโอนเงินรูปแบบใหม่ที่เน้นการแสดงยอดเงินและข้อมูลสำคัญที่ชัดเจนทำให้ตรวจสอบได้ง่าย นอกเหนือจากธุรกรรมในประเทศ K PLUS ยังรองรับการโอนเงินไปต่างประเทศ และสแกนจ่ายต่างประเทศที่ครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งรวบรวมตัวช่วยการเดินทางอื่นๆ แบบครบครันผ่านฟีเจอร์ K+ Go Inter อีกด้วย
การออม ลงทุน และประกัน รวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินไว้อย่างครบวงจร พร้อมได้รับการนำเสนอข่าวสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ตรงความสนใจในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ทุกเป้าหมายและทุกไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้า ตั้งแต่การออมผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ K-ePocket ที่ช่วยแบ่งเงินตามวัตถุประสงค์ได้อย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านบัญชี K PLUS Global Savings ที่รองรับการออมเงินหลากหลายสกุล พร้อมโอกาสรับดอกเบี้ยสูง และต่อยอดการลงทุนทองคำในสกุลเงิน USD ผ่าน K PLUS รวมถึงการออมทองทั้งในสกุลเงินบาทและสกุลเงิน USD กับพันธมิตรร้านทองชั้นนำ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถติดตามภาพรวมและวางเป้าหมายการลงทุนได้ในที่เดียว พร้อมเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และประกันวินาศภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
บัตรเครดิต และสินเชื่อ เพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ด้วยตนเองผ่าน K PLUS ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ โดยสามารถสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล รู้ผลอนุมัติไว ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญบัตรเครดิตทั้งชอปปิง ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สุขภาพ ตรวจสอบและแลกคะแนน K Point รวมถึงจัดการรูปแบบการใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายทั้งจากหน้าโปรไฟล์และหน้าผลิตภัณฑ์ อาทิ การตั้งค่าเปิด-ปิดการใช้จ่ายออนไลน์ และปรับเปลี่ยนวงเงิน และข้อมูลสำคัญส่วนบุคคล
นอกจากนี้ K PLUS ยังออกแบบประสบการณ์ใช้งานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้ใช้ในแต่ละคน ผ่านธีม K PLUS ที่มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมสามารถปรับระดับความเข้มอ่อนของภาพได้ตามต้องการ ขณะที่ลูกค้า KBank Private Banking และ KBank THE WISDOM ยังได้รับสิทธิ์ใช้งานธีมพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สะท้อนอีกมิติของประสบการณ์ใช้งานที่ใส่ใจทั้งเรื่องการเงินและเข้าใจความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน พร้อมกันนี้ธนาคารยังสนับสนุนการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่าน K-Contact Center ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตจาก K PLUS ได้โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและจัดการเรื่องการเงินได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครอบคลุมและหลากหลายมากยิ่งขึ้น K PLUS จึงปรับประสบการณ์ใช้งานใหม่ภายใต้แนวคิด เห็นชัด หาง่าย ใช้คล่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและจัดการทุกเรื่องการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น โดย K PLUS เวอร์ชันใหม่ทยอยเปิดให้ผู้ใช้งาน Huawei เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 ผู้ใช้งาน Android ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 และผู้ใช้งาน iOS ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 โดยคาดว่าจะอัปเดตได้ครบทุกคนภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ลูกค้าควรอัปเดตหรือดาวน์โหลดแอปผ่าน Huawei AppGallery, Google Play Store และ Apple App Store เท่านั้น โดยธนาคารกสิกรไทยไม่มีนโยบายส่งลิงก์หรือ QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันในทุกกรณี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center โทร. 02-888-8888 และศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/th/kplus
Go To Lead
|
SAM สานต่อ Social AMC ร่วมงาน Money Expo 2026 Udonthani
ร่วมขับเคลื่อนแก้หนี้อย่างยั่งยืน-โปรแรงทรัพย์มือสองเพื่อชาวอีสาน
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM เดินหน้าภารกิจ SAM Social AMC หรือ บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม เข้าร่วมงาน มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 13 (Money Expo 2026 Udonthani) ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี บูทหมายเลข F1 โดยนำบริการแก้ไขปัญหาหนี้ครบวงจร เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสในการฟื้นฟูสถานะทางการเงิน พร้อมจัดเต็มโปรโมชันทรัพย์สินรอการขาย (NPA) สร้างทางเลือกเพื่อการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและเพื่อการลงทุนต่อยอดธุรกิจ โดยภายในบูท SAM มีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขหนี้ และบริหารสินทรัพย์ให้คำปรึกษาแบบใกล้ชิดกับประชาชนที่กำลังประสบปัญหาหนี้ หรือสนใจมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของ SAM โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ รับคำแนะนำ และวางแผนจัดการภาระหนี้ให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเองได้โดยตรง
ไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือ โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ที่มุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสีย (NPL) รวมทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย เป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ (ส่วนต่างหรือยอดหนี้ส่วนที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน) มีสถานะหนี้ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถปลดภาระทางการเงินได้เร็วขึ้น และกลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างยั่งยืน โดยมีมาตรการช่วยเหลือ 2 ทางเลือก ได้แก่ มาตรการ จ่าย ปิด จบ ลดเงินต้นทันที 50% สำหรับผู้ที่ชำระหนี้ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท ชำระเพียง 5,000 บาท ก็ปิดบัญชีหนี้ได้ทันที ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อมจ่ายเป็นเงินก้อน สามารถเลือกมาตรการ ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ลดเงินต้นทันที 30% ผ่อนชำระได้ถึง 30 มิถุนายน 2572 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่ายเพียง 7,000 บาทหรือจ่ายเพียง 70% ของเงินต้น ระยะเวลาผ่อนชำระ 33 เดือน หากนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 หรือคิดเป็น 212 บาท/เดือน
ส่วนผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ SAM ยังมีโครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM ซึ่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีหนี้เสียจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน โดยมีหนี้ค้างชำระเกิน 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียง 3-5% ต่อปี ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี และรองรับยอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทรัพย์สินเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ SAM ยังนำทรัพย์มือสองหลากหลายประเภทมานำเสนอภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า โรงงาน และโกดัง พร้อมโปรโมชันพิเศษ อาทิ SAM Flash Day รับ Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท ฟรี! ค่าโอนคนละครึ่ง ไม่เกิน 1% สำหรับทรัพย์ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ฟรี! โอนไม่อั้น ไม่เกิน 2% สำหรับทรัพย์ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้าน SAM ผ่อนได้ ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระโดยตรงกับ SAM ได้นานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ใน 2 ปี หรือ 24 เดือนแรก และผ่อนนานสูงสุดได้ถึง 48 เดือน
จึงขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังประสบปัญหาหนี้ หรือผู้ที่ต้องการหาแนวทางปิดภาระหนี้และเริ่มต้นวางแผนการเงินใหม่ เข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่บูทหมายเลข F1 ภายในงาน Money Expo Udonthani 2026 ตลอดทั้ง 3 วัน ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจแต่ไม่สะดวกเข้าร่วมงาน สำหรับโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอปพลิเคชัน SAM+ และ แอด ID Line @samsocialamc ชื่อบัญชี "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th ส่วนโครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM ได้ที่เว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือ แอด ID Line @debtclinicbysam ที่ให้บริการรวมถึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ NPL สำหรับผู้สนใจทรัพย์ NPA สามารถดูรายละเอียดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @samline หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Contact Center 1443
Go To Lead
|
ธ.ก.ส. 'แต่งตั้ง' ผู้ช่วยผู้จัดการใหม่
คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติแต่งตั้งให้นายพงษ์เทพ พรหมศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการข้อมูล ธ.ก.ส. ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นายพงษ์เทพ พรหมศิริ เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2516 เป็นชาวกรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2538 ในตำแหน่งนักวิชาการระบบงานคอมพิวเตอร์ ในส่วนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับโดยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเทคโนโลยีและสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์และบริหารจัดการข้อมูล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการข้อมูล และผู้ช่วยผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
นายสุธีร์ วิศิษฎ์วรากร เกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2522 เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทด้านการเงิน (MSc. Finance) จาก Heriot Watt University, UK โดยเริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2544 ในตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดเลย จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับโดยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและกลยุทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยง และผู้ช่วยผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสายงานพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
นายธวัชชัย วรภคบุญญา เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2510 เป็นชาวจังหวัดราชบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโททางด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2532 ในตำแหน่งพนักงานสินเชื่อ สาขาฝาง สังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับโดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริหารคดีและบังคับคดี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ 2 ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคกลาง และผู้ช่วยผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสายงานบริหารจัดการคุณภาพหนี้
นายทรงพร ยองใย เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2513 เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโททางด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเริ่มทำงานกับ ธ.ก.ส. เมื่อปี 2537 ในตำแหน่งพนักงานสินเชื่อ สาขาสามชุก สังกัดสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นก้าวหน้าขึ้นตามลำดับโดยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อบุคคล รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก และผู้ช่วยผู้จัดการในปัจจุบัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสายงานกิจการสาขาภาค 2
Go To Lead
|
SME D Bank 'เผย'ดัชนีเชื่อมั่น Q3/69 เอสเอ็มอีกังวลต้นทุนพลังงานสูง
'เร่ง'เติมทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระ ยกระดับธุรกิจสีเขียว คว้าโอกาสไฮซีซั่น
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ในไตรมาสที่ 3/2569 และคาดการณ์อนาคต จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งสำรวจจากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไตรมาส 3 ปี 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 49.9 จากระดับ 51.9 ในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบาง เนื่องจากมีความกังวลต่อต้นทุนสินค้าและพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งให้กำลังซื้อชะลอลง รวมถึงมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีของภาครัฐยังไม่ชัดเจนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังไม่ทั่วถึง ในกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม (Small) แม้ค่าดัชนีจะปรับลดลงจากไตรมาสก่อน แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจที่ดีกว่ากลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) ขณะที่รายอุตสาหกรรม พบว่า ธุรกิจบริการ มีความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 60.1 ตามด้วย บริการก่อสร้าง 55.4 และการผลิต 52.8
คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 4 ปี 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับเพิ่มขึ้น จากระดับ 49.9 เป็น 58.2 สะท้อนมุมมองทางธุรกิจที่ดีขึ้น จากคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะฟื้นตัว ส่งผลให้ผลประกอบการธุรกิจที่ปรับดีขึ้นชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนให้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัว ได้แก่ ยอดขายและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การเข้าสู่ช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) และภาพรวมการลงทุนของประเทศที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อต้นทุนการประกอบการที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อธุรกิจในระยะข้างหน้า ส่วนความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 4 ปี 2569 ส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมสภาพคล่องและลงทุนรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินเชื่อเพื่อลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2569 นอกจากนั้น ผลสำรวจมุมมองผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส พบว่า ส่วนใหญ่ระบุโครงการดังกล่าว ช่วยเพิ่มยอดขาย 520% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ รวมถึงมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลดีโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะต่อกลุ่ม Micro ที่มียอดขายและลูกค้าเพิ่มขึ้นชัดเจน ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น ๆ ในระบบ โดยเฉพาะกลุ่ม Small แม้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการโดยตรง แต่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพของมาตรการที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า จากผลสำรวจดังกล่าวที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความกังวลต้นทุนพลังงานสูง SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนยกระดับปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด สร้างการเติบโตยั่งยืน รวมถึง รองรับการลงทุนช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท พร้อมทั้ง ปรับปรุงกฎระเบียบ ปลดล็อคอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ควบคู่มอบบริการด้านการพัฒนา เพิ่มศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้ง Onsite และ Online ด้วย DX Platform ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการรับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
Go To Lead
|
ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน
กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ล้าน จากวงเงินรวม 4,700 ล้าน
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้รับนโยบายจากรัฐบาล ให้เป็นผู้ทำหน้าที่โอนจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามข้อมูลที่
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำส่งให้ธนาคารวันต่อวัน ล่าสุด ธนาคารได้เร่งดำเนินการโอนจ่าย เงินเยียวยาแก่ประชาชนแล้ว ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามทะเบียนรายชื่อผู้ประสบภัยที่ทาง ปภ. นำส่ง ให้ธนาคาร จำนวน 27,320 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 246 ล้านบาท จากงบประมาณที่ ปภ. จัดสรร
เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย รวม 4,700 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลของผู้มีสิทธิบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องโดย ปภ. ซึ่งธนาคารได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งรัดการดำเนินการ โดยเมื่อธนาคารได้รับข้อมูลรายชื่อจาก ปภ. ในแต่ละรอบ ธนาคารสามารถดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยได้ทันที
สำหรับผู้มีสิทธิที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักกับบัญชีธนาคารออมสิน จะสามารถรับเงินเยียวยาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากธนาคารสามารถดำเนินการโอนเงิน
เข้าบัญชีได้โดยตรงทันทีหลังได้รับข้อมูลจาก ปภ. ขณะที่การโอนเงินเข้าบัญชี PromptPay ของ
สถาบันการเงินอื่น อาจต้องใช้ระยะเวลาในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างธนาคาร โดยปกติจะใช้เวลาการโอนภายใน 1 วัน ธนาคารจึงแนะนำประชาชนที่อยู่ระหว่างรอรับเงินเยียวยา ตรวจสอบการผูกบัญชี PromptPay
กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย เพื่อให้บัญชีพร้อมรับเงินเมื่อข้อมูลผู้มีสิทธิถูกส่งมายังธนาคาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115
Go To Lead
|
กรุงศรี มั่งมี ช้อป Tap to Pay รับเงินปุ๊บ รู้ปั๊บ ยิ่งใช้ ยิ่งมั่งมี
นายพิธา ตัณฑ์ไพโรจน์ ผู้บริหารสายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกรรมการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความหลากหลายและต้องการความสะดวกมากขึ้นขณะเดียวกันร้านค้าเองก็ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้การรับชำระเงินเป็นเรื่องง่ายและคล่องตัว กรุงศรีจึงต่อยอดบริการ กรุงศรี มั่งมี ช้อป ด้วยฟีเจอร์ใหม่ Tap to Pay เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตรง แทนการใช้เครื่อง EDC ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการรับชำระเงิน และสร้างประสบการณ์การซื้อขายที่สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับทั้งร้านค้าและลูกค้า จุดเด่นของ กรุงศรี มั่งมี ช้อป Tap to Pay คือการนำเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) มาใช้ในการรับชำระเงินแบบ Contactless โดยเปลี่ยนสมาร์ทโฟน Android ที่รองรับให้สามารถรับชำระด้วยบัตรได้โดยไม่ต้องใช้เครื่อง EDC เพียงแตะบัตรบนสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่รองรับของร้านค้า เมื่อรับเงินสำเร็จจะมีเสียงแจ้งเตือนเงินเข้า ช่วยให้ร้านค้าตรวจสอบได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในช่วงแรกจะรองรับการแตะจ่ายจากบัตร Visa และ Mastercard และจะทยอยเปิดให้บริการสำหรับบัตร American Express, UnionPay International (UPI) และ JCB ในช่วงถัดไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้กับลูกค้า เพิ่มความคล่องตัวให้กับร้านค้า โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัครใช้บริการ
เพื่อพาความสนุกของ กรุงศรี มั่งมี ช้อป Tap to Pay ออกไปถึงร้านค้าและนักช้อปแบบใกล้ชิด กรุงศรียกทีมบุก 2 ย่านช้อปปิ้ง ทั้ง สยามสแควร์ และ ตลาดนัดจตุจักร โดยมี กล้วยกรุงศรี นำทีม สาดความสดใส โชว์สเต็ปแดนซ์ เติมบรรยากาศการช้อปให้คึกคักยิ่งขึ้น พร้อมชวนทั้ง ทีมสายเปย์ ให้เหล่านักช้อปได้ลองแตะแล้วเปย์กันแบบง่าย ๆ และ ทีมสายปี๊บ เหล่าร้านค้าที่พร้อมรับเงิน ทดลองเปลี่ยนมือถือให้เป็นเครื่องรับบัตร พร้อมสาธิตการทำรายการจริง
ให้เห็นกันว่าเรื่องรับเงินและจ่ายเงินสามารถทำได้ง่ายและคล่องตัวแค่ไหน
กรุงศรีอยากให้ทุกการรับและจ่ายเงินเป็นเรื่องง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้น เปลี่ยนทุกการ แตะจ่าย ให้เป็นโมเมนต์ที่สะดวกและสนุกสำหรับนักช้อป ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ร้านค้ารับชำระเงินได้ง่าย พร้อมรู้ทันทีเมื่อเงินเข้า ผ่านโทรศัพท์มือถือ
เพียงเครื่องเดียว รับเงินปุ๊บ รู้ปั๊บ ยิ่งใช้ ยิ่งมั่งมี นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ทั้งคนจ่ายและคนรับ ง่าย สนุก และมั่งมีไปด้วยกัน ตอกย้ำความตั้งใจของกรุงศรีในการนำเทคโนโลยีมาช่วยเชื่อมทุกจังหวะของการซื้อขายให้สะดวก รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|