e-Commerce/SMEs
Hot News: AI เปลี่ยนเกม SME ไทย: บทเรียนจาก JIAN CHA สู่ โครงการ Sustainability Innovation เตรียมปั้น 40 ธุรกิจไทยสู่ระดับภูมิภาค
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
AI เปลี่ยนเกม SME ไทย: บทเรียนจาก JIAN CHA สู่ โครงการ
Sustainability Innovation เตรียมปั้น 40 ธุรกิจไทยสู่ระดับภูมิภาค
ปัจจุบันSME ทั่วโลกกว่าร้อยละ 82 เริ่มนำ AI มาใช้แล้ว ขณะที่องค์กรที่สามารถประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพมีแนวโน้มเพิ่มรายได้ได้ถึง 2 เท่า พร้อมลดต้นทุนเฉลี่ยร้อยละ 23 สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของการแข่งขันทางธุรกิจ หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจนคือ JIAN CHA (เจี้ยนชา) แบรนด์ชาผลไม้สัญชาติไทย ที่สามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 ปี โดยปัจจุบันมีสาขาในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย สเปน และสหรัฐอเมริกา และตั้งเป้าขยายสู่ 1,000 สาขาทั่วโลก AI as Shortcut: เร่งการเติบโตด้วย “ระบบ”
ดร.พอลลี่ เฮเซน Founder และ CEO ของ JIAN CHA เปิดเผยว่า การเติบโตระดับสากลไม่ได้เริ่มจากการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เริ่มจากการ “วางระบบ” ที่สามารถรองรับการขยายตัวได้“เราใช้ AI เป็น shortcut ทางธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อลดเวลา ลดต้นทุน และใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด” แนวทางนี้ทำให้บริษัทสามารถ ตัดสินใจด้วยข้อมูล (data-driven decision) ลดขั้นตอนการทำงาน พัฒนาระบบหลังบ้านและ training system ที่รองรับการ scale ส่งผลให้ทุกสาขาสามารถเปิดและดำเนินงานได้ตามมาตรฐานเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากเทคโนโลยี JIAN CHA ยังมุ่งยกระดับ “ชา” จากเครื่องดื่มเฉพาะกลุ่ม สู่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านการผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพ วัฒนธรรมเอเชีย และเอกลักษณ์แบบทรอปิคัลของไทย โดยหัวใจความสำเร็จประกอบด้วย Brand Identity ที่ชัดเจน Consistency ในคุณภาพและประสบการณ์ และData-driven Growth ในการขับเคลื่อนธุรกิจ
นางสาวอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce กล่าวว่า ปัจจุบันความได้เปรียบทางธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กรอีกต่อไป “เรากำลังก้าวสู่ยุคที่ AI และข้อมูลเป็นปัจจัยหลักของการเติบโต ใครใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าได้เร็วกว่า ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจาก AI แล้ว ปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) ยังกลายเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในตลาดส่งออกที่มีข้อกำหนดเข้มงวดมากขึ้น นายเชา วง ยวน Head of Financial Institutions and Chief Sustainability Officer ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก” มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมาย Net Zero ทำให้องค์กรขนาดใหญ่เริ่มคัดเลือกคู่ค้าที่มีแนวทางด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ที่ปรับตัวได้เร็ว จะมีโอกาส เข้าถึงตลาดใหม่ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น
ปัจจุบันยูโอบีได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนแล้วกว่า 75,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ ESG ในภาคธุรกิจ โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านคำปรึกษาด้านการเงิน การประเมินความพร้อมด้านความยั่งยืน การเชื่อมโยงพันธมิตรทางเทคโนโลยี และโซลูชันทางการเงินด้าน Green Loan และ Sustainable Finance
บทบาทของ SIP: เร่ง SME จาก “ศักยภาพ” สู่ “การลงมือทำ”จากแนวโน้มดังกล่าว UOB FinLab ร่วมกับ Techsauce จึงเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการผ่าน Sustainability Innovation Programme (SIP) โครงการที่จะช่วย SME นำ AI และแนวคิด ESG ไปใช้ได้จริง
นายบัลลังก์ ว่องธวัชชัย Head of Digital Engagement and Ecosystem Partnerships ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราต้องการเป็น Growth Partner ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI และความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดระดับภูมิภาค โดย SIP มุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ การเชื่อมต่อเทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเพิ่มศักยภาพ SME อย่างเป็นรูปธรรม”โครงการรุ่นที่ 4 ประกอบด้วย 3 โมดูล ได้แก่ Module 1: AI-Driven Business Strategy and Compass Night, Module 2: Sustainable Execution (Site Visit) และ Module 3: Business Take-off โดยทั้ง 3 หลักสูตร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงเวลาที่ AI และ ESG กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ ความสามารถในการ “ลงมือทำจริง” คือสิ่งที่จะแยกผู้ชนะออกจากผู้ตาม กรณีของ JIAN CHA เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของ SME ไทยที่สามารถใช้เทคโนโลยีและระบบธุรกิจในการเร่งการเติบโตสู่เวทีโลก
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอีกกลุ่มหนึ่งกำลังก้าวเข้าสู่กระบวนการพัฒนาในทิศทางเดียวกัน ผ่าน Sustainability Innovation Programme (SIP) ซึ่งมุ่งเร่งศักยภาพ SME ไทยในการนำ AI และแนวคิดความยั่งยืนไปใช้จริงในธุรกิจ โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจกำลังขยับจาก “การรับรู้” ไปสู่ “การลงมือทำ” อย่างเป็นรูปธรรม และจะเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญว่า SME ไทยสามารถเร่งการปรับตัวได้เร็วเพียงใด ในโลกที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืนรายชื่อผู้ประกอบการ 40 SME ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/uob.th/

Go To Lead


“TCEX 2026”กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนสัมผัสจักรวาลเหล่าครีเอเตอร์
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การจัดงาน TCEX 2026 เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาสทางการค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยกรมฯ เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยมีศักยภาพสูง มีผลงานของศิลปินและครีเอเตอร์ไทยจำนวนมากที่โดดเด่นจนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ดี การต่อยอดงานสร้างสรรค์สู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการนำสิทธิดังกล่าวไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กรมฯ จึงเดินหน้าผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทั้งเครื่องมือในการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า งาน TCEX 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "The Multiverse of Creativity" เพื่อแสดงศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาและผลงานสร้างสรรค์ของไทย ควบคู่กับการสร้างเวทีธุรกิจที่เชื่อมโยงเจ้าของสิทธิ นักลงทุน ผู้ซื้อสิทธิ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย พร้อมผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจคอนเทนต์และคาแรกเตอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภายในงานจะได้พบกับโซนจัดแสดงผลงานคาแรกเตอร์ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา สุดสร้างสรรค์จากศิลปิน ครีเอเตอร์ สตูดิโอ และผู้ประกอบการแบรนด์ไทยกว่า 250 ราย ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ (1) Character & Art รวมเหล่าตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ อาร์ตทอย Illustration และ Contemporary Art ของศิลปินไทยชั้นนำและศิลปินน้องใหม่ที่น่าจับตามอง อาทิ PangPond และหนูหิ่น, Warbie Yama, Bloody Bunny, HOLEN Ramakien Characters, Rudolph the Awesome, Cat Company และ Shewsheep (2) Content & Story รวมหนังสือ การ์ตูน นิยาย ซีรีส์ แอนิเมชัน ภาพยนตร์ และเรื่องราว ที่พร้อมต่อยอดสู่การผลิตได้หลายแพลตฟอร์ม (3) Game & Interactive บอร์ดเกม Esports Interactive Media และเทคโนโลยีสร้างสรรค์ไทย และ (4) Creative Lifestyle แฟชั่น ของสะสม ของขวัญ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่พัฒนามาจากทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย นอกจากนี้ ยังมี Pavilion จากหน่วยงานและองค์กรชั้นนำ เช่น Trendy Gallery, GMMTV, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), Arts de Siam และเครือข่ายพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ร่วมแสดงศักยภาพและแนวทางต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาสู่ระดับนานาชาติ
ตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงาน จะมีกิจกรรม Business Matching ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ได้พบปะเจรจากับนักลงทุน ผู้ซื้อสิทธิ ตัวแทนลิขสิทธิ์ และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสการลงทุน การอนุญาตใช้สิทธิ (Licensing) และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ พร้อมเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือเวทีสัมมนาเปิดโลกการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยศิลปินและผู้คร่ำหวอดในวงการสร้างสรรค์ ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาในมิติต่างๆ อาทิ การคุ้มครอง IP และการจัดการสิทธิในโลกออนไลน์ปั้นคาแรกเตอร์อย่างไรให้พร้อมขาย ตัวละครลิขสิทธิ์บุกตลาดต่างประเทศแบบมืออาชีพ เปลี่ยนนิยายออนไลน์ให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างมูลค่าได้ การสร้าง Character IP บน Tiktok ให้เติบโตสู่ล้าน Followers การสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาด้วย AI การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อโอกาสทางธุรกิจ Unlocking Opportunities: ทุน ธุรกิจ และโอกาสสู่ตลาดโลก รวมถึงเส้นบางๆ ระหว่างได้รับแรงบันดาลใจกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Fan Meet และพาเหรดคาแรกเตอร์ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด รวมถึงการแข่งขันบอร์ดเกม Workshop และกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย ตลอดจนบริการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Clinic) จากผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานพันธมิตร ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ หน่วยงานสนับสนุนด้านการเงิน การลงทุน ที่ปรึกษากฎหมาย และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถนำทรัพย์สินทางปัญญา ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ซื้อสิทธิ นักสร้างสรรค์ และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมค้นหาแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองใหม่ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย และต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดโลก โดยสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมภายในงานได้ที่ www.tcexthailand.com และ Facebook กรมทรัพย์สินทางปัญญา

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com