Travel
Hot News: ททท. ดึง “ลิซ่า” Amazing Thailand Ambassador
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ททท. ดึง “ลิซ่า” Amazing
Thailand Ambassador
ททท. เปิดตัว “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” Amazing Thailand Ambassador ภายใต้แคมเปญ “Feel All the Feelings” ยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่ Quality Leisure Destination
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า “ททท. เชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของประเทศไทยผ่านมุมมองของ ‘ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล’ จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ให้กับผู้คนได้เห็นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวชั้นนำคุณภาพสูง ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เต็มไปด้วย ‘คุณค่า’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกประสบการณ์ และ ‘ความหมาย’ ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้รับจากผู้คน วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือบรรยากาศของแต่ละจุดหมาย
เราต้องการให้ทุกการออกเดินทางในประเทศไทยไม่ใช่เพียงการเดินทางท่องเที่ยว แต่เป็นการสร้างความทรงจำที่ลึกซึ้ง เปี่ยมไปด้วยความหมาย และทรงคุณค่าอยู่ในใจนักท่องเที่ยวไปอย่างยาวนาน พร้อมจุดประกายให้อยากเดินทางในประเทศไทย รวมทั้งออกเดินท่องเที่ยวซ้ำอีกครั้งและบอกต่อเรื่องราวประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย”
"แคมเปญ “Feel All the Feelings” มุ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยอันทรงคุณค่าที่เกิดจากความรู้สึกซึ่งถูกเติมเต็มในทุกช่วงเวลา นักท่องเที่ยวจะได้พบความงดงามของประเทศไทยผ่านการเก็บเกี่ยวอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลาย พร้อมสัมผัสคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์ของการเดินทางในทุกจุดหมาย ที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก ให้ทุกการเดินทางในประเทศไทยกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมาย และเป็นเรื่องราวแห่งความประทับใจที่อยากเล่าต่อไม่รู้จบ" ผู้ว่า ททท. กล่าว
แนวคิดของแคมเปญนี้ได้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “Feel All The Feelings – เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” โดยสามารถรับชมได้ที่ Youtube: Amazing Thailand https://youtu.be/wDMv1KujSGc โดยผลงานชุดนี้ ยังได้ดาราและนักแสดงชื่อดังอย่าง วิน - เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร กลัฟ - คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และบลู - พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ มาร่วมเดินทางและถ่ายทอดความรู้สึกร่วมกันผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามของประเทศไทย
นี่คือบทใหม่ของการถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทย ผ่านพลังและตัวตนของ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ที่เชื่อมโยงหัวใจผู้คนเข้ากับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง และมาร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสทุก “ความรู้สึก” ที่จะได้รับจากการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นมากกว่าจุดหมายปลายทาง แต่คือประสบการณ์คุณภาพของ Quality Leisure Destination
พร้อมกันนี้ ททท. ยังเดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวไทย ภายใต้โครงการ “Trusted Thailand” ผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่นักท่องเที่ยวสามารถไว้วางใจและเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ

Go To Lead


AirAsia MOVE
คว้ารางวัลระดับภูมิภาคจากเวที ASEANTA Awards ครั้งที่ 35
นางนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE เปิดเผยว่า แคมเปญ 'Travel More for Less' ของเราเกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ความสวยงามที่แท้จริงของอาเซียนซ่อนอยู่ในมุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยสัมผัส ปัจจุบันนักท่องเที่ยวกว่า 80% กระจุกตัวอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเพียง 10% ของโลกเท่านั้น ภารกิจของ MOVE จึงเป็นการสร้างสมดุลให้กับการท่องเที่ยวใหม่ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางของผู้คน แต่ยังเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น และช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของอาเซียนในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจาก ASEANTA ณ ประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของอาเซียนแห่งนี้ เราจะเดินหน้าสร้างระบบนิเวศการเดินทางดิจิทัลที่เป็นของชาวอาเซียนและพร้อมรับใช้ผู้คนในภูมิภาคนี้รวมถึงทั่วโลกต่อไป
แคมเปญดังกล่าวเน้นการเล่าเรื่องผ่านชุมชน (Community Storytelling) โดยการรวมตัวของเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากทั่วอาเซียน ร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและพันธมิตรโรงแรมต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ AirAsia MOVE อาทิ: Asean Explorer Pass: บัตรสมาชิกที่มอบความคุ้มค่าในการเดินทางทั่วอาเซียน SNAP!: แพ็กเกจสุดคุ้มรวมตั๋วเครื่องบินและโรงแรม In-app Chat Groups: พื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับกลุ่มนักเดินทาง Discover ASEAN : หน้าเพจรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการเดินทางตลอดทั้งปี
หนึ่งในกุญแจสำคัญของความสำเร็จคือความแข็งแกร่งของทีมงาน AirAsia MOVE ที่ประจำการอยู่ในแต่ละประเทศ (Local Presence) ทั้งในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าแคมเปญต่างๆ มีความสอดคล้องในระดับภูมิภาค แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรมและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่ Instagram และ TikTok @airasiamove หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน Apple App Store Google Play Store และ Huawei App Gallery เพื่อสัมผัสประสบการณ์การจองการเดินทางที่เหนือระดับ

Go To Lead


'ทีเส็บ' ขับเคลื่อนไมซ์ไทย ปี 2569 จาก Brand Insights ยกระดับจุดแข็งไทย
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ว่า ทีเส็บได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ “Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลกระทบระดับสูง (High-Impact) ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่จัดงาน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน (Transformative, High-Value, Sustainable Experiences) เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทีเส็บได้ปรับกลยุทธ์ “TCEB Go” ให้มีความแหลมคมและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยให้เป็นจุดขายระดับนานาชาติ ผลักดันหลักการ ESG (Environmental, Social, Governance) ให้บูรณาการอยู่ในทุกงานไมซ์ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล สร้างแต้มต่อบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด และ Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในประเทศไทย โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ไมซ์ไทยไม่เพียงเติบโตในเชิงปริมาณ แต่เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และยั่งยืนในระยะยาว
“การปรับโฟกัสให้ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางการวางนโยบายใหม่เพื่อสร้างความคมชัดด้านแบรนด์ของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสอดรับกับผลการศึกษา Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์ในระดับนานาชาติ จำนวน 568 ราย ซึ่งสะท้อนความต้องการให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศอย่างชัดเจน อาทิ วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness & Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI” ส่วนการผลักดันด้านความยั่งยืนมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สากลที่ทีเส็บได้ดำเนินการศึกษาไว้เช่นกันซึ่งมีสาระสำคัญคือ ผลประกอบการด้านความยั่งยืนจะต้องได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส ดร. ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติม
ทิศทางของกลยุทธ์ TCEB Go ซึ่งเป็นกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยได้รับการแปลงเป็นแนวคิด Shift for Impact สำหรับเจาะตลาดต่างประเทศเป้าหมาย Change for Growth สำหรับขับเคลื่อนตลาดในประเทศและเมืองจุดหมายปลายทางให้เติบโตมีความพร้อมและ Meaningful Trust การสร้างความไว้วางใจที่มีความหมาย ผ่านมาตรฐาน การบริการ และระบบสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม ในส่วนของ Shift for Impact จะขับเคลื่อนด้วยหลักการ 4R คือ Redefine, Regenerate, Reimagine และ Revolutionize สาระสำคัญคือ การเจาะตลาดรายอุตสาหกรรมให้ลึกขึ้น สร้าง Market Intelligence เพื่อใช้เป็นหลักในการทำตลาด ขับเคลื่อนมาตรฐานการจัดอย่างยั่งยืนให้งานได้รับการรับรองความยั่งยืนจาก Third Party ที่เชื่อถือได้ พร้อมแคมเปญ Road to Net Zero Carbon เพื่อสนับสนุนการจัดงานด้วยแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนและแคมเปญ MEET WELL ตอบโจทย์สุขภาวะและความหลากหลายของประสบการณ์ในการมาจัดงานในประเทศไทย
แนวคิด Change for Growth ขับเคลื่อนด้วยหลักการ 4D คือ Drive Value, Direct Real Sector, Demand Proactive และ Differentiate สาระสำคัญคือ กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่องานไมซ์สามารถสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด กำหนดธุรกิจที่มีศักยภาพให้กับไมซ์ใน 5 ภูมิภาคทั่วไทย ภาคกลางเจาะความมั่นคงด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ภาคตะวันออกเจาะ Smart Manufacturing ภาคเหนือเจาะวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเจาะการแพทย์และสุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคใต้เจาะสุขภาวะตลาดพรีเมียม พร้อมแคมเปญ “MICE ไทย จัดไปให้สุด ปลุก Demand ทั่วทิศ Develop เศรษฐกิจทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมการจัดงานและนิทรรศการการค้าในเมืองระดับภูมิภาคต่างๆ สำหรับแนวคิด Meaningful Trust ขับเคลื่อนด้วยหลักการ 3P คือ Performance, Partnership และ Prestige สาระสำคัญคือ มุ่งสร้างความไว้วางใจและร่วมมือกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐเพื่อปรับกฎระเบียบที่ส่งเสริมให้การจัดงานสะดวกคล่องตัวขึ้น จูงใจงานจากต่างประเทศและดึงดูดผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ อาทิ เพิ่มจำนวนรายการสินค้าที่นำเข้ามาแสดงในงานนิทรรศการการค้า ผ่อนปรน Work Permit ให้กับคนต่างชาติที่เข้ามาจัดงาน ลดหย่อนภาษีการจัดงาน เพิ่มบริการ MICE Fast Track จากเดิมมีเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองไปยังสนามบินภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และจัดทำขอบเขตการว่าจ้างงานหรือ TOR ที่มีความชัดเจนในเรื่องการจัดงานอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ
ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า ผลการศึกษา Brand Insights และทิศทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้จะเป็นกรอบแนวคิดให้ทีเส็บพัฒนาแบรนด์ MaxiMICE Thailand เป็นลำดับต่อไป สำหรับปี 2569 ทีเส็บตั้งเป้าการเติบโต 10% ด้วยจำนวนนักเดินทางไมซ์ยอดรวม 29.4 ล้านคน แบ่งเป็นนักเดินทางในประเทศ 28.2 ล้านคน นักเดินทางต่างประเทศ 1.2 ล้านคน รายได้ยอดรวม 163,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักเดินทางในประเทศ 92,000 ล้านบาท รายได้จากนักเดินทางต่างประเทศ 71,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้ไมซ์มีสัดส่วนสร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือ GDP ที่ระดับ 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%

Go To Lead


TRAVEL INSIGHT
เยือน พระราชวังเชิร์นบรุนน์
อลังการ์ -หรูหรา-กรีนๆ

เรื่องและภาพ นักเดินทาง

หากใครไปเที่ยวกรุงเวียนนา ออสเตรีย หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ยิ่งใหญ่งดงาม ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขียวขจี สวนและดอกไม้ นานาชนิด
"พระราชวังใหญ่โตจริงๆ สวนสวยน่าเดินเล่นทั้งวัน"
นักเดินทางตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศรอบๆตัวเรา ได้สัมผัสเบื้องหน้า เราเดินจากประตูวังด้านหน้า สาวเท้าก้าวไปเรื่อยๆ สวนที่ตกแต่งเป็นระเบียบ ดูงดงาม...
ต้นไม้ใหญ่เรียงรายตลอดสองทางเดิน ดูเท่าไรไม่เคยเบื่อ...เราเดินไปถ่ายรูปไป วิวทิวทัศน์ที่นี่น่าประทับใจ เแต่คงต้องใช้คนงานดูแลจำนวนมาก
เดินไปชมวิวไปอย่างเพลินตาเพลินใจ ถ้าเดินทั่วพระราชวังฤดูร้อน คงใช้เวลาหลายวัน เพราะอาณาจักรนี้ยิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ขณะที่เราเดินไต่ระดับจากเนินเขา ขึ้นไปพื้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ "สูงขึ้นๆ"
เมื่อเรามองกลับไปด้านล่าง ยิ่งเห็นความอลังการของพระราชวัง มีห้องต่างๆมากมาย นั่นคือ ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรกษัตริย์ราชวงศ์ฮับบบรูกในอดีต ที่ชาวออสเตรียในปัจจุบันได้รักษาเอาไว้เป็นมรดกของโลก ให้คนทั่วโลกได้สัมผัส...
นักท่องเที่ยวทั่วโลก เดินทางเข้ามาชมพระราชวังแห่งนี้ ทั้งชื่นชมกับสถาปัตยกรรมอันงดงาม สวนดอกไม้ ที่ดูแลอย่างดี รวมทั้งภายในบริเวณพระราชวัง ยังมีสวนป่า สวนพฤกษาอีกหลากหลาย รวมทั้งสวนสัตว์ที่อยู่ท่ามกลางป่าไม้
หากเราจะเดินเที่ยวพระราชวัง คงใช้เวลาเป็นวันๆทีเดียว หรือถ้าจะสัมผัสทุกหนแห่งภายในพระราชวัง คงใช้เวลาหลายวัน กว่าจะสัมผัสได้ครบทุกมิติ
พระราชวังเชิร์นบรุนน์ อันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรออสเตรีย ได้ผ่านพ้นกาลเวลานับหลายร้อยปี จวบจนวันนี้ ก็ยังอลังการ งดงาม เกินกว่าคำบรรยายใดๆ สมกับเคยเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในอดีต แต่ปัจจุบันก็ยังคงความยิ่งใหญ่ ในความสวยงามของสถาปัตยกรรม งานศิลป์ งานสวน และสร้างความรู้สึกให้เราฮีลใจ...

อาณาจักรออสเตรีย 'จักรพรรดินีซีซี' ผู้งดงาม-มีสไตล์ไม่เหมือนใคร
จักรพรรดินีซีซี หรือ เอลิซาเบธแห่งออสเตรีย (Elisabeth of Austria) (ค.ศ. 1837-1898) เป็นจักรพรรดินีแห่งออสเตรียและสมเด็จพระราชินีแห่งฮังการี ที่มีชื่อเสียงด้านความงามและสไตล์ที่แตกต่างจากธรรมเนียมราชสำนัก พระองค์เป็นที่รู้จักในฐานะราชินีผู้ระทมทุกข์เนื่องจากการปรับตัวในราชสำนักไม่ได้และโศกนาฏกรรมส่วนพระองค์
พระราชสวามีของพระองค์ คือ จักรพรรดิฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 1 แห่งออสเตรีย ผู้หลงรักจักรพรรดินีซีซี ตั้งแต่แรกพบ ความรักอันมั่นคงต่อจักรพรรดินีซีซีอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย กลายเป็นความรักที่อมตะ...
'จักรพรรดินีซีซี' พระองค์ทรงดูแลรักษาความงามอย่างเคร่งครัด และมีสไตล์แฟชั่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการสวมเครื่องประดับรูปดาว ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำพระองค์
ภายหลังพระองค์ทรงออกเดินทางไปทั่วโลก และเสียชีวิต โดยถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยมีดปลายแหลมที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1898 ปิดตำนานจักรพรรดินีซีซี ที่เลอโฉม
เรื่องราวของพระองค์มักถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ เช่น "The Empress ทาง Netflix" ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่เดินทางไปสัมผัสพิพิธภัณฑ์ จักรพรรดินีซีซี แห่งออสเตรีย จักรพรรดินีที่งดงาม แต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง จนโลกต้องจารึกและจดจำจวบจนทุกวันนี้

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com