Travel
Hot News: TCEB 'หนุน' นวัตกรรม MICE
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
TCEB 'หนุน'
นวัตกรรม MICE
TCEB วางแผนปีหน้า 'ชู' ครีเอทนวัตกรรม MICE และเข้มข้นกิจกรรมระดับบิ๊ก 'เน้น' เสริมสร้างเศรษฐกิจและกระจายรายได้ แก่ชุมชนในประเทศไทย
นายจิรุตภ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ TCEB เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ (www.iclicknews.com)ว่า ปีหน้าเรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรม MICE ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ MICEธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อมต่อกับตลาดอาเซียนและ CLMV Economic Economic Corridor (EEC) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ในเวทีโลก
ตามแผนยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2562 TCEB ตั้งเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ
(1) สร้างรายได้และพัฒนาโครงการเน้นการสร้างรายได้จากงาน MICE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เอเชียไมซ์ยังคงเป็นตลาด MICE ที่สำคัญในขณะที่ยุโรป,สหรัฐอเมริกาและโอเชียเนียเป็นตลาดระดับที่สอง สสปน. จะสนับสนุนการจัดประมูลงานโดยมุ่งเน้นกิจกรรมในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่กำหนดเป้าหมายตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ได้แก่ รถยนต์อิเล็กทรอนิกส์สมาร์ทยุคหน้าการท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงและการท่องเที่ยวทางการแพทย์การเกษตรที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีชีวภาพนวัตกรรมอาหารหุ่นยนต์อวกาศและโลจิสติกส์เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมีทางการแพทย์และสุขภาพและดิจิตอล นอกจากนี้สำนักงานจะจัดระเบียบการแสดงถนนงานขายการประชุมแบบตัวต่อตัวและการเดินทางเพื่อทำความคุ้นเคยอัพเกรดเมกะพัฒนาสินค้าแบรนด์ MICE ที่มีคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมถึงการจัดการสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการขายและภาพลักษณ์ของ MICE ในประเทศไทย
(2) พัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม สสปน. ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในการรับมาตรฐาน ISO และ MICE Venue Standard ในขณะที่การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรผ่านโครงการ MICE นานาชาติและการจัดการ MICE อย่างยั่งยืน สำนักได้พัฒนาขึ้นบริการดิจิตอลและสนับสนุนผู้จัดงานในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้สำนักงานกำลังศึกษาการจัดตั้งระบบ One-Stopบริการสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ สุดท้ายจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรให้เทียบเท่ากับระบบระหว่างประเทศ
(3) กระจายรายได้และความมั่งคั่ง TCEB จะอัปเกรดกิจกรรมใน MICE Cities และประชาสัมพันธ์กิจกรรมด้านการตลาดพร้อมกับ Road show ใน CLMV(กัมพูชาลาวพม่าเวียดนาม) / GMS (อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง) และ SEZ (เขตเศรษฐกิจพิเศษ) สำนักส่งเสริมการจัดงาน MICE ในประเทศโดยการสนับสนุนการจัดประชุมและนิทรรศการในเมืองสำคัญ ๆ และเมืองรองพื้นที่ของสหภาพยุโรปและเมืองที่มีศักยภาพอื่น ๆ ที่มีความสามารถรองรับเหตุการณ์ MICE นอกจากนี้สำนักงานยังได้พัฒนาฐานข้อมูลอุตสาหกรรม MICE ใน 3 ภูมิภาคเพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาสนใจ.
จุดเด่นของงาน MICE ในประเทศและต่างประเทศในปีงบประมาณ 2019 ได้แก่ งานเทศกาลข้าวหอมมะลิในจังหวัดร้อยเอ็ดระหว่างวันที่ 23-25 ??พฤศจิกายน 2561 เทคโนโลยีอีสานในจังหวัดนครราชสีมาระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2561 สมาคมส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อนาคตพลังงานเอเชีย2018 ระหว่าง 12-14 ธันวาคม 2561 SITE Global Conference ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2561 IEE PES T & D (การส่งและการจัดจำหน่าย) 2019 (พลังงาน) ระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างประเทศครั้งแรกและนิทรรศการเกี่ยวกับภาคไฟฟ้าและพลังงานที่จะจัดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภูมิภาค. Pro-AV (ภาพเสียงระดับมืออาชีพ) ระบบภาพและเสียงระดับโลกหรือ InfoComm Southeast Asia 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคม 2562UFI Global Congress 201th ครั้งที่ 86 ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด
นอกจากนี้สสปน. กำลังให้ความสำคัญกับการร่วมสร้างหรือการบูรณาการกับสมาคมหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ นี้จะเปลี่ยนบทบาทของ TCEB จากผู้สนับสนุนด้านการตลาดให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกผู้พัฒนาผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์และคู่ค้าทางธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกเหนือจากการรักษากลยุทธ์ที่มีอยู่แล้วคู่ค้าสำนักงานจะระบุคู่ค้ารายใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยโดยอิงจากแคมเปญแบรนด์ระดับโลก "ประเทศไทย:กำหนดกิจกรรมทางธุรกิจของคุณใหม่
"ตามแผนปฏิบัติการโดยรวมแล้วสสปน. คาดว่าประเทศไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวน 35,982,000 คนซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้ประมาณ221.5 พันล้านให้กับประเทศ มีผู้เข้าชมงาน MICE จำนวน 1,320,000 รายสร้างรายได้ให้ MICE 100,500 ล้านบาทและ 34,666,000 คันในประเทศผู้เข้าชมรายได้ 121 พันล้าน นายจิรุตถ์ กล่าว

Go To Lead


วีซ่า 'เผย'นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางแบบโซโล่
นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า มากกว่าหนึ่งในสี่ของคนไทย (28 เปอร์เซ็นต์) เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแบบ “โซโล่” ไปยังต่างประเทศในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (23 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวทั่วโลก (24 เปอร์เซ็นต์) อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลกเมื่อเจาะลึกลงไปนั้นพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวนั้น 45 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 24 ปี และ 37 เปอร์เซ็นต์เป็นนักเดินทางที่ท่องเที่ยวละทำงานไปพร้อมๆ กัน ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 25 – 35 ปี และกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังทรัพย์สูง (28 เปอร์เซ็นต์) ในทางกลับกันนั้นมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 36 – 44 ปี นั้นเลือกที่จะเดินทางไปเป็นหมู่คณะมากกว่า
เป็นเรื่องตื่นเต้นที่พบว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดนักท่องเที่ยวชาวไทยแบบโซโล่ไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น การพัฒนาของเทคโนโลยีช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนท่องเที่ยวและจองที่พักได้ด้วยตนเองมากขึ้น นอกจากนั้นเทคโนโลยีในการชำระเงินและนวัตกรรมต่างๆ ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เมื่อกล่าวถึงการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะหรือกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น โดยปกติแล้วขนาดของหมู่คณะจะอยู่ที่ 5 คนโดยเฉลี่ย และในกลุ่มมักจะประกอบไปด้วย คนรัก/คู่สมรส (49 เปอร์เซ็นต์) เพื่อน/เพื่อนร่วมงาน (42 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่ผู้สูงวัยกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ยังชอบที่จะเดินทางกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง หากพูดถึงกิจกรรมยอดนิยมระหว่างการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วในเอเชียแปซิฟิก สามกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือ เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดมาเป็นอันดับหนึ่ง (71 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยลิ้มรสอาหารท้องถิ่น (69 เปอร์เซ็นต์) และการช้อปปปิ้ง (68 เปอร์เซนต์) ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิกนั้นเลือกที่จะลิ้มรสอาหารท้องถิ่นมาเป็นอันดันแรก (73 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยการช้อปปิ้ง (69 เปอร์เซ็นต์) และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด (64 เปอร์เซ็นต์)
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปกัน คือ สถานที่ทางวัฒนธรรม (52 เปอร์เซ็นต์) ไปเที่ยวสวนสนุก (34 เปอร์เซ็นต์) และศาสนสถาน (29 เปอร์เซ็นต์) หากกล่าวถึงเรื่องอาหารแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมที่จะทานอาหารในร้านอาหารท้องถิ่นหรือร้านอาหารขนาดเล็ก (39 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าร้านสตรีทฟู๊ด (30 เปอร์เซ็นต์) การช็อปปิ้งนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเน้นการช้อปปิ้งในสถานที่ที่มีสินค้าและร้านค้าที่หลากหลายเป็นหลัก อาทิ ร้านปลอดภาษีในสนามบิน (34 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ (33 เปอร์เซ็นต์) และร้านค้าขนาดเล็ก (30 เปอร์เซ็นต์)

Go To Lead


FOOD CLICK
'โรตีแกงเขียวหวาน' เมนูเด่น ร้านกัลปพฤกษ์ สีลม

By Blogger : นักชิม

ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ สีลม มีโลเคชั่นที่โดดเด่น คือ บรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ สีเขียว ตั้งแต่เริ่มก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณร้าน ที่นั่งมีให้เลือกว่าจะนั่งแบบเอาท์ดอร์ หรืออินดอร์
ส่วนักชมเลี่ยงไอร้อนของแสงแดด เลือกนั่งในร้านมีให้เลือกถึง 3 ชั้น ด้วยกัน ด้านล่างมีการครีเอทโซนนั่งอย่างเป็นสัดส่วน สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องการเดินขึ้นบันได ส่วนใหญ่จะนั่งทานอาหารอยู่ชั้นล่าง
สำหรับเมนูอาหารที่นี่มีให้เลือกมากมาย แต่พนักงานเล่าวว่า "เมนูที่ลูกค้าชอบสั่ง คือ โรตีแกงเขียวหวาน" แต่บางคนอาจจะไม่ชอบอาหารที่ปรุงด้วยกะทิ ก็อาจจะเลือกเมนูอื่นแทน อาทิ ปลาแซลมอนทอด หมูหรุ่ม น้ำพริกหลนทานกับผักต่างๆ แกงจืดปลาหมึกยัดไส้ ต้มยำ หรือยำต่างๆ เป็นต้น
ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือกมากมาย ได้แก่ น้ำอัญชันมะนาว น้ำมะนาว กระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว เป็นต้น หรือน้ำเปล่า สำหรับคนรักสุขภาพ
ร้านอาหารกัลปพฤกษ์ สีลม ร้านนี้เปิดบริการทุกวัน
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com