Travel
Hot News: เดินหน้า 'ท่องเที่ยว' 'ฟื้น' เศรษฐกิจ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เดินหน้า 'ท่องเที่ยว'
'ฟื้น' เศรษฐกิจ
สทท. เผยไทยเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั่วประเทศ เน้น 10 จังหวัดนำร่อง ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, ชลบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, บุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ
นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใน 120 วัน แบบทั่วประเทศ โดยเน้น 10 จังหวัดนำร่องก่อน ได้แก่ ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, ชลบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, บุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจะพิจารณาตามความพร้อมของแต่ละจังหวัดอีกครั้ง โดยเบื้องต้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ซึ่งดีใจมากที่รัฐบาลดำเนินการตามที่วางแผนไว้ ไม่ได้เลื่อนให้ล่าช้าออกไป เพราะประเมินว่า หากภูเก็ตเปิดรับต่างชาติแล้วไม่เกิดการติดเชื้อกลับมาระบาดใหม่อีกครั้ง จะเปิดอีก 9 จังหวัดนำร่อง รวมเป็น 10 จังหวัด ในช่วงเดือนตุลาคม 2564
โดยสิ่งสำคัญสูงสุดที่จะทำให้เป้าหมายสามารถเกิดขึ้นได้ คือ การบริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดสรรวัคซีนลงไปฉีดให้กับคนในกลุ่มจังหวัดเป้าหมายทั้ง 10 จังหวัดก่อน และต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเตรียมเปิดให้ทันเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพร้อมเป็นขุนพลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอีกครั้ง
ได้จัดทำภาพจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในภาคการท่องเที่ยวไว้ 4 รูปแบบ ได้แก่กรณีที่ 1.นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของไทย สามารถเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้เพราะรัฐบาลจีนได้ปลดล็อกนโยบายการไม่อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศ และเน้นท่องเที่ยวในประเทศก่อน และเมืองท่องเที่ยวหลักที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สามารถเปิดรับต่างชาติได้ตามเป้าหมายในเดือนตุลาคมนี้ เพราะสามารถฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น ประมาณการว่า ทั้งปี 2564 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จำนวน 3 ล้านคน สร้างรายได้ 212,000 ล้านบาท กรณีที่ 2.เปิดจังหวัดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ครบ 10 จังหวัดนำร่องที่กำหนดไว้ แต่รัฐบาลจีนยังไม่มีนโยบายอนุญาตให้ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จำนวน 2 ล้านคน สร้างรายได้ 152,000 ล้านบาท
นายวิชิต กล่าวว่า กรณีที่ 3.นักท่องเที่ยวจีนสามารถเข้ามาเที่ยวไทยได้ รวมถึงประเทศต่างๆ ด้วย แต่กรุงเทพฯ ไม่สามารถเปิดรับต่างชาติได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเหลือ 1.4 ล้านคน สร้างรายได้เหลือ107,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นประเมินว่ากรณีนี้ สามารถเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากประเมินแล้วเชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวจีนน่าจะสามารถออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ในเดือนตุลาคมนี้ แต่พื้นที่กรุงเทพฯ จะสามารถฉีดวัคซีนได้ครบ 70% และเปิดรับต่างชาติได้ในเดือนตุลาคมนี้ หรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจนัก และกรณีที่ 4.พื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถเปิดรับต่างชาติได้ในเดือนตุลาคมนี้ และนักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถออกเดินทางเที่ยวต่างประเทศได้ เพราะรัฐบาลจีนยังไม่ปลดล็อกนโยบายให้นั้น ถือเป็นกรณีที่โชคร้ายมากที่สุด เพราะจะเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเพียง 1 ล้านคน สร้างรายได้เหลือ 8.3 พันล้านบาทเท่านั้น
“เบื้องต้นประเมินแล้วมีโอกาสสูงมาก ที่รัฐบาลจีนจะปลดล็อกให้ชาวจีนออกมาเที่ยวต่างประเทศได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากเห็นสัญญาณสะท้อนมา อาทิ เร่งฉีดวัคซีนให้กับคนจีนในอัตราสูง โดยการอนุญาตให้ชาวจีนให้เดินทางเที่ยวต่างประเทศได้ เมื่อกลับประเทศแล้วจะต้องไม่มีการกักตัว รวมถึงจีนจะมีการจัดโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งคาดว่าจะมีการไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศกันมากขึ้น จึงถือว่ามีโอกาสสูงมากที่รัฐบาลจีนจะปลดล็อกให้ออกเที่ยวต่างประเทศได้ แต่เชื่อว่าจะต้องกำหนดให้ไปประเทศเสี่ยงต่ำเท่านั้น ทำให้หากประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดโควิด-19 ได้ และฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นได้ โอกาสที่นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาเที่ยวไทย ก็มีค่อนข้างมาก” นายวิชิต กล่าว
สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเร่งด่วนคือ การสนับสนุนเงินทุนและช่วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้เร็วที่สุดเนื่องจากขณะนี้เมื่อรัฐบาลประกาศเป้าหมายเปิดประเทศใน 120 วัน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมาก มีการเรียกพนักงานกลับมาทำงานแล้ว รวมถึงปรับปรุงสถานประกอบการ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการกลับมาของต่างชาติซึ่งต้องใช้เงินทุนใหม่ในการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจใหม่อีกครั้ง แต่ผลกระทบที่สะสมในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่มีเงินทุนเลย จึงอยากขอให้รัฐบาล หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดหาแหล่งเงินทุนในการช่วยสนับสนุนเอกชน ท่องเที่ยว เพราะส่วนใหญ่ตอนนี้พร้อมกลับมาประกอบธุรกิจสูงมาก ทั้งผู้ประกอบการและตัวพนักงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย โดยต้องบอกว่าในช่วงปี 2563 ภาคการท่องเที่ยวไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคน จึงไม่ต้องกังวลว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในหลักล้านคน จะพร้อมรองรับได้หรือไม่ ต้องบอกว่ามีความพร้อมมาก

Go To Lead


คาร์โก้ 'การบินไทย'ขนส่งวัคซีนป้องกันCOVID-19 อีก 1 ล้านโดส
ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โดยฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ร่วมกับ ฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ได้รับความไว้วางใจจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ปฏิบัติภารกิจขนส่งวัคซีน "ซิโนฟาร์ม" จำนวน 1 ล้านโดส น้ำหนักรวม 33.39 ตัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มายังประเทศไทย จำนวน 2 เที่ยวบิน โดยมาถึงกรุงเทพฯ ที่อาคารขนถ่ายสินค้า การบินไทย เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่ - เที่ยวบินพิเศษขนส่งวัคซีน เที่ยวบินที่ ทีจี 8669 เส้นทางปักกิ่ง-กรุงเทพฯ ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A350-900 ออกเดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 05.41 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯ เวลา 09.13 น. เที่ยวบินขนส่งสินค้า (Cargo) เที่ยวบินที่ ทีจี 675 เส้นทางปักกิ่ง-กรุงเทพฯ ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A350-900 ออกเดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 06.48 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯ เวลา 10.28 น.
บริษัทฯ ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศอย่างครบวงจร โดยได้จัดเตรียมเครื่องบินลำตัวกว้าง สำหรับขนส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมถึงอุปกรณ์บริการภาคพื้นเพื่อสนับสนุนเที่ยวบินขนส่งวัคซีน และพื้นที่คลังสินค้าปรับอากาศขนาดใหญ่ ที่มีความสะดวกในการส่งมอบวัคซีน โดยบุคลากรยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการขนส่งและดูแลผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าประเภทที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ และได้รับการรับรองมาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

Go To Lead


FOOD CLICK
'ยำปลาเส้น' แซ่บ!!

By Blogger : นักชิม

ช่วงหน้าฝนเต็มรูปแบบ ฝนตกทุกวัน การเดินทางไปไหนก็ลำบาก แถมยังมีการระบาดของ COVID อีก คนทำงานส่วนใหญ่ ต้อง Work From Home
แต่สายช้อปปิ้ง สายกิน ก็คงเปลี่ยววิธีการเป็นช้อป Online แทน ออเดอร์สินค้า อาหารได้เพียบ
สำหรับเมนูรับหน้าฝน สู้ COVID นักชิมขอแนะนำอาหารจานแซ่บ แก้หวัด นั่นคือ ยำปลาเส้นรสชาติจัดจ้าน ปรุงด้วยเนื้อปลาเส้นสด พร้อมน้ำยำ ผักสด ออเดอร์จากร้านอาหารในห้างฯ เดอะมอลล์ บางแค
อาหารจานเดียว รสชาติแซ่บ รับหน้าฝนแบบนี้ นักชิมทั้งหลายต้องเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่น เมนูยำปลาเส้น รับรองสู้ไข้หวัด และเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายได้ไม่น้อยทีเดียว
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com