Travel
Hot News: ททท. 'โปรโมท' ชม 'ผีตาโขน' จังหวัดเลยย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ททท. 'โปรโมท' ชม
'ผีตาโขน' จังหวัดเลยย
ททท. 'ชวน' เที่ยวงานบุญหลวง 'ชม'การละเล่นผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เรียนรู้วัฒนธรรม ความเชื่อ พิธีกรรมของชาวท้องถิ่น งานบุญระดับชาติ
นายเกียรติพงษ์ คชวงษ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย เปิดเผยว่า ททท.ชวนผู้ที่สนใจร่วมงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน งานประเพณีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “งานบุญหลวง” งานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น โดยรวมเอา “งานบุญผะเหวด” (ฮีตเดือนสี่) และ “งานบุญบั้งไฟ” (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน งานบุญหลวงถือเป็นงานบุญใหญ่ ส่วนงานบุญผะเหวดนั้นเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติ ทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ฟังจะได้รับอานิสงส์แรงกล้าส่งผลให้ได้พบพระศรีอริยเมตไตรย์ในชาติหน้า ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมือง และถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล
ปีนี้มีกิจกรรมหลักๆ ในงานเทศกาลแห่ผีตาโขน ประกอบด้วย พิธีเบิกพระอุปคุต, ขบวนแห่ผีตาโขน, ขบวนแห่เจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม และคณะพ่อแสน, ขบวนพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง, พิธีจุดบั้งไฟบูชาพญาแถน, พิธีทิ้งหน้ากากผีตาโขน พิธีเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ซึ่งขบวนแห่เหล่านี้เป็นการแสดงถึงความคิดความเชื่อของท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน
"จุดเด่นของงานคือ คนที่เข้าร่วมงานจะสวมหน้ากากผีตาโขนซึ่งได้รับการตกแต่งวาดลวดลายด้วยความสวยงาม ระหว่างเดินในขบวนมีการร้องการเต้นให้เข้ากับจังหวะดนตรี ทำให้เกิดความสนุกสนานกับผู้ร่วมงาน และสำหรับปีนี้ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับมหกรรมหน้ากากนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ และการแสดงแสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา เป็นการเพิ่มสีสันให้กับเทศกาลแห่ผีตาโขนมากยิ่งขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชม ที่วัดศรีสะอาด บ้านหนามแท่ง-นาทุ่ม เป็นงานแสดงหน้ากากโบราณ วันที่ 30 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2561 และที่วัดโพธิ์ศรี บ้านนาเวียงใหญ่ เป็นขบวนแห่ผีตาโขนตอนกลางคืน (ไนท์ แฟนซี ปาร์ตี้ ผีตาโขน) โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 6-8 กรกฎาคม 2561" นายเกียรติพงษ์ กล่าว
นอกจากมาร่วมงานเทศกาลผีตาโขนดังกล่าวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ได้อีก เช่น ในอำเภอด่านซ้ายยังมี “พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน” เป็นสถานที่เก็บและจัดนิทรรศการเรื่องราวประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ในท้องถิ่นที่สืบต่อกันมา และภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหุ่นผีตาโขนที่มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน มี 2 ประเภทคือ ผีตาโขนใหญ่ และผีตาโขนเล็ก ตลอดจนการสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขนให้ชม
สถานที่ท่องเที่ยวถัดมาคือ “พระธาตุศรีสองรัก” พระธาตุก่ออิฐถือปูนสีขาว สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ตามตำนานกล่าวว่า ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจไมตรี และเครื่องหมายของมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักรไทย-ลาว โดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งอาณาจักรอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ร่วมกันสร้างพระธาตุและตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูล และไม่ล่วงล้ำดินแดนซึ่งกันและกันตลอดไป ขณะที่พี่น้องชาวไทยและชาวลาวต่างเชื่อกันว่า หากผู้ใดได้มากราบไหว้พระธาตุศรีสองรักและขอพรในด้านที่เกี่ยวกับความรักและมิตรภาพนั้น จะได้พบกับความสมหวังและมีสัมพันธภาพที่ยั่งยืน
“วัดเนรมิตวิปัสสนา” ตั้งอยู่สูงเด่นบนเนินเขา ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง มีพระอุโบสถขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามตามศิลปะภาคกลาง มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดจากจินตนาการสร้างสรรค์ออกแบบโดยพระและเณร มีภาพจิตรกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบ มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อพระมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดและได้มรณภาพแล้วให้กราบไหว้ บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัด แต่งสวนและต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนาคือ "ต้นสาละ" นับเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีชื่อเสียง
แหล่งท่องเที่ยวในอำเภออื่นๆ ของจังหวัดเลย ที่น่าสนใจ อาทิ วัดวาอาราม และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงาม เช่น วัดโพธิ์ชัย อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ผาหมวก-ผาหนอง อำเภอนาแห้ว วัดสมเด็จภูเรือ(มิ่งเมือง) อุทยานแห่งชาติภูเรือ สวนลุงวุฒิ วัดป่าห้วยลาด อำเภอภูเรือ อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง วนอุทยานแห่งชาติภูบ่อบิด อำเภอเมืองฯ ฯลฯ เป็นต้น

Go To Lead


หลบกระแสบอลโลกฟีเวอร์ พักผ่อน6 สถานที่
อโกด้า เปิดเผยว่า 6 สถานที่น่าเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวพร้อมที่พักสุดพิเศษ ที่จะทำให้วันหยุดพักผ่อนของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
1. เกาะคอรอร์, สาธารณรัฐปาเลา ตื่นตากับสัตว์น้ำนานาชนิดที่ปาเลา ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ พร้อมผจญภัยไปกับภูเขาไฟและน้ำตกสวยตระการตา ซึ่งล้วนแต่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้ อย่าลืมไปสัมผัสบรรยากาศของทะเลแสนสวยและวิวชายหาดที่ ปาเลา รอยัล รีสอร์ต
2. เบเลอร์ ฟิลิปปินส์เบเลอร์ เป็นแหล่งกำเนิดของกีฬาโต้คลื่นในฟิลิปปินส์ คุณจะได้พบเพื่อนนักเซิร์ฟแทนนักฟุตบอล หาดทรายขาว คลื่นสูง รวมถึงเส้นทางกิจกรรมปีนเขาที่คดเคี้ยวสวยงาม โคสตา ปาซิฟิกา รีสอร์ท บนหาดซาบัง เป็นที่พักที่ให้คุณตั้งแคมป์ไฟ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อนๆ พร้อมรับลมสบายๆ ได้ทั้งวันทั้งคืน
3. นอร์ท เวสต์ เคป, รัฐเวสต์เทิร์น, ประเทศออสเตรเลีย นอร์ท เวสต์ เคป ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเคฟ เรนจ์ และแนวปะการังนินกาลู คุณจะได้พบกับสัตว์ป่าหายาก ที่รับรองว่าได้ฟีลห่างไกลจากคำว่าบอลโลกสุดๆ ซัล ซาลิส แคมป์ซาฟารีสุดเอ็กคลูซีฟล้อมรอบไปด้วยป่าเขาและชายหาด จะช่วยให้ฝันของคุณในการสัมผัสประสบการณ์ตั้งแคมป์สำรวจธรรมชาติเป็นจริง
4. กอลล์, ศรีลังกา กีฬาขึ้นชื่อของเมืองนี้ไม่ใช่ฟุตบอล แต่เป็นคริกเก็ต แถมที่นี่ยังเป็นเมืองมรดกโลกที่เก่าแก่และมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ฟอร์ด สแควร์ บูทีค วิลล่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมให้คุณออกไปเดินเล่นซื้อของ และดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายๆ บนถนนสายต่างๆ ของเมืองที่สงบสวยงาม
5. เกาะปังกอร์ ลวต, มาเลเซีย เกาะส่วนตัวในหมู่เกาะปังกอร์ ที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินใหญ่ของมาเลเซียมากนัก ปังกอร์ ลวต รีสอร์ท ประกอบด้วยวิลลา 140 หลัง และบ้านพักตากอากาศส่วนตัว 8 หลัง ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวพื้นที่ 300 เอเคอร์ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ วิวทะเล แมกไม้เขียวขจี ที่ทำให้คุณพักผ่อนได้อย่างเป็นส่วนตัว
6. ราชา อัมพัต, อินโดนีเซีย หากต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายไปพักผ่อนอย่างแท้จริง ราชา อัมพัต ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ราชา อัมพัต เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ปลอดจากสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือ Wi-Fi นั่นหมายความว่าคุณจะได้หลีกหนีความวุ่นวายจากโลกโซเชียล แล้วเพลิดเพลินไปกับการอาบแดดบนหาดทรายสีขาวสะอาด ดำน้ำดูประการังสีสันสดใส จนลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และถ้าคุณชอบการนวดผ่อนคลายหรือเล่นโยคะ เราขอแนะนำให้เข้าพักที่ ไวโว ไดวฟ์ รีสอร์ต รีสอร์ตที่ขึ้นชื่อด้านนี้เลย

Go To Lead


เวียตเจ็ท 'บินตรง' จากฮานอยสู่โอซาก้า
นางเหวียน ถิ ถวิ บิ่ง รองประธานสายการบินเวียตเจ็ท เปิดเผยว่า เส้นทางบินใหม่นี้ เส้นทางฮานอย-โอซาก้า ถือเป็นบริการเที่ยวบินเส้นทางแรกของเวียตเจ็ทสู่ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนอาทิตย์อุทัย เราเชื่อมั่นว่าการเชื่อมต่อเส้นทางและการขยายเครือข่ายการบินครั้งนี้จะช่วยให้ความฝันในการเดินทางของนักเดินทางนับล้านเป็นจริง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากธรรมชาติที่งดงาม ทั้งเทศกาลชมดอกซากุระ และภูเขาฟูจิ นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องในด้านมรดกทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ผู้คนอัธยาศัยดี อาหารชั้นเลิศ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ด้วยกลยุทธ์การขยายเครือข่ายสู่ประเทศญี่ปุ่นของเวียตเจ็ท เราจะเปิดเส้นทางบินใหม่ ๆ ระหว่างเวียดนามและญี่ปุ่นต่อไป เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ และนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่กำลังเพิ่มขึ้น และการเชื่อมโยงไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ทั่วโลกต่อไป เมืองโอซาก้า ประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่นที่ 2.7 ล้านคน นับเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคคันไซ และถูกยกย่องว่าเป็นขุมทรัพย์ด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยมรดกทางสถาปัตยกรรมและเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ภายในเมืองยังมีแหล่งท่องเที่ยวและสถานบันเทิงชื่อดังมากมาย อาทิ ปราสาทโอซาก้า ศาลเจ้าสุมิโยชิ หุบเขามิโนะ ยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอ และย่านมินามิ หรือ นัมบะ ฯลฯ
เวียตเจ็ทยังได้ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่นในด้านการเช่าเที่ยวบินเหมาลำจากเวียดนามสู่เมืองโอซาก้า รวมไปถึงนาริตะ เซนได นาโกย่า อิบารากิ และฟุกุชิมะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำเสนอบริการและความมุ่งมั่นของสายการบินเวียตเจ็ทในการเชื่อมโยงสองประเทศนั้นได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ด้วยความมุ่งมั่นสู่การเป็น “สายการบินเพื่อผู้บริโภค” ทำให้เวียตเจ็ทมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มจำนวนเครื่องบิน ลงทุนกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และนำเสนอสินค้าและบริการพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ในฐานะสายการบินที่คว้ารางวัลระดับโลกมากมาย เวียตเจ็ทยังได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางจำนวนมากจากการจัดรายการโปรโมชั่นและโปรแกรมความบันเทิงที่น่าตื่นใจโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองต่าง ๆ สายการบินเวียตเจ็ทนำเสนอบริการมาตรฐานระดับสูง ตั๋วโดยสารราคาประหยัด ภายใต้การดูแลของลูกเรือที่ทุ่มเทและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี มอบประสบการณ์การบินที่สะดวกสบายบนเก้าอี้โดยสารชั้นเลิศ บริการมื้ออาหารรสเยี่ยม และกิจกรรมเซอร์ไพรส์อีกมากมายบนเที่ยวบิน

Go To Lead


“ช้าง” ร่วมแคมเปญ “สวัสดีบอลโลก” 2018
นายธรณินทร์ เกียรติชัย ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ช้างได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลไทยต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นเยาวชน ลีกอาชีพกว่า 30 สโมสร จนถึงระดับทีมชาติ ในครั้งนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรติจากทางภาครัฐ ให้เป็นหนึ่งในพันธมิตรสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกฟีฟ่า 2018 ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลครั้งยิ่งใหญ่ ที่คนไทยและคนทั่วโลกต่างตั้งตารอคอยถึง 4 ปี เราจึงขอร่วมมอบความสุขให้คนไทยได้รับชมการแข่งขันครบทั้ง 64 แมตช์ โดยมีอมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เข้าร่วมถ่ายทอดสดในนัดสำคัญนี้ด้วย
นอกจากนี้ช้างยังจัดกิจกรรมพิเศษชื่อว่า “Chang Mineral Water x K-Bank presents Virtual Stadium” ที่เติมเต็มความสนุกในทุกแมตช์การแข่งขันให้กับแฟนลูกหนังและแก๊งเพื่อนซี้ ได้ออกมาร่วมชมและเชียร์ทีมโปรดไปพร้อมกันในสนามฟุตบอลเสมือนจริง เพื่อเชียร์ฟุตบอลโลกเหมือนอยู่ติดขอบสนาม ในวันที่ 6 - 7, 14 - 15 กรกฎาคม 2561 ณ ลาน ลานเซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพฯ และ วันที่ 14 - 15 ณ ลานเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ พร้อมขนกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่เราตั้งใจมอบให้ทุกคนตลอดฤดูกาลนี้ เพราะช้างรู้ดีว่าการได้ดูบอลโลกกับเพื่อนซี้ดีที่สุด”

Go To Lead


TCEB 'หนุน' MICE ECOsystem
นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ธุรกิจการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Meetings & Incentives) หรือ MI เป็นธุรกิจสำคัญที่ สร้างรายได้ประมาณร้อยละ 50 ให้แก่อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย โดยมีอัตราการเติบโตสูงสุดในครึ่งแรกของปีงบประมาณ กลุ่ม Meetings (M) มีจำนวนนักเดินทาง 150,849 คน เติบโต 11.81% และกลุ่ม Incentives (I) มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 176,005 คน เติบโตสูงสุดถึง 21.63% โดยการขับเคลื่อนตลาด MI ในปีนี้และปี 2562 เน้นการสร้างระบบ MICE Eco System หรือระบบนิเวศน์ให้แก่ธุรกิจไมซ์ สร้างความเกื้อหนุนและส่งเสริมในทุกปัจจัยและกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อบูรณาการ งานอย่างสอดประสานและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันใน 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1. ส่งเสริมไมซ์ โดยเฉพาะธุรกิจ MI ให้เกิดการจัดงานที่สนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งด้าน โทรคมนาคม ยานยนต์ สุขภาพและบริการ เพื่อขยายความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมหลักของประเทศผ่านการประชุม 2. ส่งเสริมการจัดประชุมในพื้นที่เมืองไมซ์ซิตี้และเมือง ที่มีศักยภาพ อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC, หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์, เชียงราย, เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี สนับสนุนการสร้างทรัพยากรในพื้นที่ให้พร้อมรองรับการจัดงาน สร้าง งานและรายได้ให้ประชาชน พัฒนาระบบนิเวศน์ไมซ์ในภูมิภาค ตามนโยบายรัฐบาล 3. สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไมซ์ไทย ให้พัฒนาศักยภาพของสินค้า บริการ รวมทั้งการตลาดและการขาย โดยทีเส็บทำหน้าที่เป็นผู้สร้างเวทีไมซ์ส่งเสริมผู้ประกอบการ อาทิ การสร้างเวทีให้ความรู้ เวทีเจรจาธุรกิจกับลูกค้าต่างประเทศ สร้าง Demand และ Supply ที่เกื้อหนุนกันของธุรกิจ"
งาน TIME 2018 คือ หนึ่งในกิจกรรมหลักของฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการไมซ์ โดยใช้เวทีนี้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพิ่มมุมมองการตลาดใหม่ ๆ พร้อมนำข้อมูล เพื่อไปใช้ในการวางแผนการตลาดแบบสร้างสรรค์ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าในจุดขายให้กับประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายโอกาสทางการตลาดจากการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ที่ ผ่านมา ในปีที่ 1 และปีที่ 2 การจัดงานเน้นเจาะตลาดกลุ่มประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยจีนและอินเดียยังคงมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ เดินทางมายังประเทศไทยสูงสุดต่อเนื่องในอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และสำหรับงาน TIME ในปีที่ 3 นี้เน้นเจาะตลาดระยะไกล (Long Haul) 3 ทวีป ยุโรป อเมริกาเหนือ และ โอเชียเนีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2561 ตลาด Long Haul ทั้ง 3 ทวีป ในธุรกิจไมซ์ มีการเติบโตด้านจำนวนนักเดินทางรวมร้อยละ 8.34 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ รวม 101,514 คน สร้างรายได้กว่า 7,943 ล้านบาท โดยกลุ่ม Long Haul หรือกลุ่มที่ใช้ระยะเวลานานใน การเดินทาง มักจะขยายเวลาเพื่อพักผ่อนหลังการประชุม นับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อีกทั้งยังเกิดการเดินทางมาซ้ำ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการสร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจสูงสำหรับประเทศไทย
งาน TIME 2018 แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมได้แก่ 1. Knowledge Exchange ภายใต้คอนเซ็ปต์ Element of Thailand ในวันที่ 19 มิถุนายน โดยเวทีนี้จะให้ความรู้ เสริมสร้าง ศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย สร้างความเข้าใจในตลาดระยะไกล (Long Haul) 3 ตลาดหลัก คือ ออสเตรเลีย รวมถึงโอเชียเนีย อเมริกา และยุโรปเรื่องอุตสาหกรรมไมซ์ในแต่ละภูมิภาค เทรนด์และความต้องการจัดกิจกรรมไมซ์ รวมถึงเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กฎระเบียบ องค์ประกอบแวดล้อม เจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับ การตัดสินใจของกลุ่มลูกค้าองค์กรในการเลือกสถานที่การจัดงานประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล 2. Business Exchange กิจกรรมการเจรจา มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมเพื่อให้น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเรียกกิจกรรมนี้ว่า Social Club ให้เป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ซื้อ (Buyer) จำนวน 30 ราย จากประเทศในกลุ่ม Long Haul ได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการไมซ์ไทย โดยสร้างประสบการณ์เจรจาธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ การจัด Social Club ออกเป็น 4 รูปแบบที่สะท้อนจุดขายของประเทศไทย ทั้งรูปแบบชายหาด (Beach) ซึ่งเป็นการจำลองบรรยากาศการจัดประชุมในพื้นที่ชายหาด รูปแบบ ธรรมชาติ (Nature) จัดงานแบบสัมผัสธรรมชาติอย่างยั่งยืน, รูปแบบวัฒนธรรม (Culture) ชูจุดขายโชว์เอกลักษณ์ประเพณี และรูปแบบเมือง (City) สะท้อนการจัดงานไมซ์ ระดับมืออาชีพในเมืองใหญ่ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง และเข้าใจลักษณะการจัดงานที่รองรับได้หลากหลายความต้องการใน ประเทศ 3. Experience Exchange ภายใต้แนวคิด Global Exchange for Change กิจกรรมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Familiarization Trip) ระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายน 2561 ให้แก่กลุ่มลูกค้า Long Haul ต่างประเทศกว่า 30 ราย ณ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อแสดงศักยภาพของเกาะสมุยในการรองรับกลุ่ม MI ขนาด 50-100 คน เน้นความหรูหรามีระดับ (Luxury) กิจกรรมนี้จะสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างให้เกิดการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ขยายผลทางธุรกิจ รวมถึงสร้างโอกาสในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ สามารถนำเสนอศักยภาพความพร้อม การแสดงสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์ ความโดดเด่น นอกเหนือจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ควบคู่ไปกับกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี (Team Building) ซึ่งหลังจากกิจกรรมครั้งนี้ ทีเส็บมั่นใจว่า เกาะ สมุยจะถูกเลือกเป็นจุดหมายปลายทางเพิ่มมากขึ้นสำหรับกลุ่มพรีเมียมขนาดกลางและขนาดเล็ก ทั้งนี้ คาดว่าจากการจัดกิจกรรม TIME 2018 จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ เศรษฐกิจของประเทศ ประมาณ 170 ล้านบาท

Go To Lead


FOOD CLICK
ชิมอาหารเวียดนาม ณ Thien Duong

By Nuckchim

ฝนตกแบบนี้ ไม่ต้องไปชิมอาหารไกล ลองแวะมาทานอาหารที่ ห้องอาหาร โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
ฝีมือเชฟคนเก่ง Bui Van Dam บินมาจากโฮจิมินห์ ซิตี้ โชวก์การปรุงเมนูสุดอร่อย สไตล์เวียดนามต้นตำรับ
นักชิมอาหารเวียดนาม ต้องแวะมาชิม ช่วงวันที่ 16 - 22 กรกฎาคม นี้
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-200-9000 ต่อ 2199.
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com