Travel
Hot News: ผอ.TCEB คนใหม่ 'ย้ำ' Team Work // เจ็ทสตาร์ แปซิฟิก เปิดเส้นทางใหม่ กวางบินห์ – เชียงใหม่ // 'หนุน'ศูนย์ฝึกบอลเยาวชน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ผอ.TCEB คนใหม่
'ย้ำ' Team Work
'จิรุตถ์' ผู้นำ TCEB คนใหม่ 'ย้ำ' Team Work 'ดัน'องค์กร พร้อมนวัตกรรม กระจายรายได้ ชู 4 แนวทางยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ให้มั่นคง มุ่งเติบโตคู่ขนานกับการพัฒนาประเทศ ในตลาดที่มีศักยภาพ
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการคนใหม่ TCEB เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) ว่า หลักการทำงานมุ่งมั่นการทำงานแบบทีมเวิร์ก ให้ความสำคัญคนในองค์กร ร่วมกันพัฒนาองค์กรให้เติบโต โดย TCEB เป็นองค์กรของรัฐที่ตั้งขึ้นโดยมีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมในภาคบริการด้านธุรกิจที่สำคัญซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงมีหน้าที่โดยตรงในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การพิจารณาความต้องการของตลาด จุดเด่นจุดด้อยของประเทศ ปัญหาภายในประเทศ และหาหนทางแก้ไข รวมถึงการพัฒนาในทุกประเด็นที่เกี่ยวกับไมซ์ ซึ่งถือเป็นบทบาทของภาครัฐที่เหมาะสม
ส่วนปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศในกลุมอาเซียนนั้น มีหลายมิติ ทั้งอัตราหนี้สินต่อครัวเรือนสูง ภาวะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน และกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น หนทางของประเทศไทยที่ต้องฝ่าอุปสรรคคือ การปรับทัพ นโยบาบขับเคลื่อนประเทศทั้ง ไทยแลนด์ 4.0 หรือ การกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศเพื่อสร้างความเติบโต ดังนั้น บทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์ต้องเข้าไปช่วยพัฒนาประเทศให้มากขึ้น
จากสถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่าน พบว่าประเทศไทยมีรายได้จากธุรกิจไมซ์ทั้งในและต่างประเทศประมาณ 150,000 ล้านบาท สร้างอัตราจ้างแรงงานประมาณ 164,000 ตำแหน่ง และมูลค่าภาษีจากธุรกิจประมาณ 10,500 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2559 สมาคมประชุมนานาชาติของโลก หรือ ICCA จัดอันดับไทยให้เป็นเมืองที่มีจำนวนการจัดประชุมสูงถึง 174 งาน โดยเติบโตสู่อันดับที่ 24 จากอันดับที่ 27 เมื่อปี 2558 โดย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ก็มีลำดับที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านการแสดงสินค้านานาชาติ สมาคมด้านการแสดงสินค้าระดับโลก หรือ UFI ให้ ไทยติดอันดับ 1 ของอาเซียนในด้านพื้นที่ขายสุทธิของการจัดงานแสดงสินค้าตลอด 5 ปี (พ.ศ.2554-2558) ด้านพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าโดยรวมนั้น ไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของเอเซีย นอกจากนี้ไทยยังมีพื้นที่รวมสำหรับจัดงานแสดงสินค้าสูงถึง 256,984 ตารางเมตร ใน 9 ศูนย์ประชุมในกรุงเทพฯ และเมืองไมซ์สำคัญ
“การสร้างไมซ์ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ จึงเกิด 4 แนวทาง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ให้มั่นคง ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 เติบโตคู่ขนานกับการพัฒนาประเทศ เน้นการรักษาตลาดเดิม และเพิ่มตลาดใหม่ โดยนำไมซ์คู่ขนานกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ดึงอุตสาหกรรมไมซ์เข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของชาติ เช่น อุตสาหกรรมตามไทยแลนด์ 4.0 และเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ แนวทางที่ 2 เติบโตในตลาดที่มีศักยภาพ มุ่งเน้นภูมิภาคที่มีความเติบโตสูง และมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้แก่ เขตอาเซียน อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เอเชียตะวันออก/เอเชียใต้ และออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ แนวทางที่ 3 เติบโตอย่างเท่าเทียม โดยขยายโอกาสให้อุตสาหกรรมไมซ์เติบโตอย่างเหมาะสมในจังหวัดที่มีศักยภาพ และที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.สงขลา และ แนวทางที่ 4 เติบโตอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะต้องพัฒนาระบบภายในให้ตอบโจทย์ พัฒนาองค์กรและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สามารถรรองรับการดำเนินงานในอนาคตได้ดีขึ้น”
สำหรับ 4 แนวทางดังกล่าวได้มีการกำหนด 5 กลยุทธ์ที่เป็น QUICK WIN เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดัน และยกระดับ ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำไมซ์ในเวทีโลก (Global Leader) โดยการดำเนินโครงการสำคัญ อาทิ โครงการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยการสร้างมาตรฐานสำหรับสถานที่จัดงานไมซ์ (Thailand MICE Venue Standard) / โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพจากสถาบันด้านไมซ์ระดับโลก อาทิ หลักสูตรรับรองผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแสดงสินค้า (Certified Exhibition Management) และหลักสูตรรับรองผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานประชุม (Certified Meetings Professional) / โครงการเข้าร่วมงานเทรดโชว์ และโรดโชว์ในตลาดเป้าหมายในภูมิภาคเอเซีย ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง อย่างน้อย 8-10 งานต่อปี
กลยุทธ์ที่ 2 เป็นผู้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในภาครัฐและเอกชน เน้นทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ โครงการร่วมมือกับผู้ประกอบการไมซ์ภาคเอกชน ดึงงานระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย อาทิ งาน SITE Global Conference 2019 / โครงการ Thailand MICE UNITED สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อผลิตสินค้า และบริการด้านไมซ์ให้แก่นักเดินทางกลุ่มไมซ์ / โครงการจัดตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานภาครัฐเพื่อการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า และบริการอุตสาหกรรมไมซ์ (กรอ ไมซ์) อันมีพันธกิจในการศึกษา และจัดทำแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินธุรกิจไมซ์ในประเทศไทย
กลยุทธ์ที่ 3 กระจายเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมไมซ์สู่ภูมิภาค เน้นการชูธุรกิจไมซ์เป็นแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น อาทิ โครงการ Empowering Thailand Exhibition (EMTEX) ผลักดันอุตสาหกรรมแสดงสินค้าไทยสู่ภูมิภาคเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับเมืองไมซ์ ผ่านการสร้างงานแสดงสินค้าใหม่ กระจายงาน และ ยกระดับงาน จากกรุงเทพสู่ภูมิภาค เน้นผลักดันให้เกิดงานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามไทยแลนด์ 4.0 อาทิ อุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ อุตสาหกรรมพลังงาน ในเมืองไมซ์หลักและเขตเศรษฐกิจพิเศษ / โครงการศึกษาและจัดทำข้อมูลยุทธศาสตร์ของไมซ์ซิตี้และเมืองที่มีศักยภาพ (MICE City) เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ / โครงการ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการระหว่างทีเส็บและไมซ์ซิตี้ (MICE City Summit) เพื่อระดมความเห็นแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ในไมซ์ซิตี้
กลยุทธ์ที่ 4 ผลักดันใช้นวัตกรรม และ สร้าง MICE Intelligence เพื่อสนับสนุนและยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน เน้นแนวคิดการสร้างงานแบบสมาร์ทไมซ์ (SMART MICE) เพิ่มความทันสมัย ยั่งยืน สร้างสรรค์ ช่วยสร้างประสบการณ์และความน่าสนใจให้แก่การจัดงานไมซ์ / โครงการ MICE Intelligence & MICE Innovation ที่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ทิศทางตลาด และแผนพัฒนาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน กลยุทธ์ที่ 5 ผลักดันทีเส็บในฐานะองค์กรที่มีความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล (Good Governance) อาทิ การดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ทีเส็บ เพื่อสร้างความรับรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนถึงการดำเนินงานต่างๆ ขององค์กรในฐานะหน่วยงานภาครัฐ อันแสดงให้เห็นถึงการมีธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน
“คาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2560 จะมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางเข้าในประเทศไทยรวม 27.1 ล้านคน สร้างรายได้ 155,000 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ต่างประเทศ 1,109,000 คน สามารถสร้างรายได้ประมาณ 101,000 ล้านบาท และ นักเดินทางกลุ่มโดเมสติกไมซ์ 26 ล้านคน สร้างรายได้ 54,000 ล้านบาท และยังสามารถบรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนไมซ์ให้เป็นกลไกในการสร้างความเจริญ กระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์สู่ภูมิภาค สร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ” นายจิรุตถ์ กล่าว

Go To Lead


เจ็ทสตาร์ แปซิฟิก เปิดเส้นทางใหม่ กวางบินห์ – เชียงใหม่
สายการบินเจ็ทสตาร์ แปซิฟิก สายการบินราคาประหยัดชั้นนำของเวียดนาม เปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมสองเมืองจากสองประเทศเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ระหว่างจังหวัดกวางบินห์ (Quang Binh) ประเทศเวียดนาม และจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย เส้นทางบินใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างสายการบินเจ็ทสตาร์ แปซิฟิกและจังหวัดกวางบินห์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในจังหวัด รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ จังหวัดกวางบินห์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบนของเวียดนาม มีเมืองหลวงชื่อ ดงฮอย (Dong Hoi) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่เป็นที่ตั้งของป้อมปราการสมัยศตวรรษที่ 19 บนอาณาเขตพื้นที่รูปดาว รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายเช่น หาดทรายสีขาวที่ทอดยาวอย่างหาดเหญิตเหละ และ อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และถ้ำหินปูนน้อยใหญ่รวมถึงถ้ำเซินด่องขนาดมหึมา
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในจังหวัดทางตอนบนสุดของไทย ภาคพื้นแห่งขุนเขาที่มีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 1839 และเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาจนถึง พ.ศ. 2101 ซึ่งปัจจุบันนี้ ย่านเมืองเก่ายังคงเหลือร่องรอยมรดกทางอารยธรรมที่สำคัญมากมาย และในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีวัดที่สำคัญ ๆ เช่น วัดพระสิงห์ ยุคศตวรรษที่ 14 และวัดเจดีย์หลวง ยุคศตวรรษที่ 15 ซึ่งมีรูปปั้นพญานาคอันงดงาม สายการบินจะเริ่มให้บริการในเส้นทางนี้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไปโดยจะให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ทุกวันจันทร์ และ วันศุกร์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 180 ที่นั่ง ใช้เวลาบิน 1.40 ชั่วโมง บัตรโดยสารสามารถสำรองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ www.jetstar.com หรือสามารถติดต่อกับตัวแทนบัตรโดยสารของเจ็ทสตาร์ได้ทั่วประเทศ ราคาบัตรโดยสารเริ่มต้นที่ 920 บาท (620,000 ดอง) ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม ตารางบิน ดงฮอย – เชียงใหม่ BL431 จันทร์ 14:35 – 16:15 เริ่ม 11 สิงหาคม 2560 ดงฮอย – เชียงใหม่ BL431 ศุกร์ 15:05 – 16:45 เริ่ม 11 สิงหาคม 2560 เชียงใหม่ – ดงฮอย BL430 จันทร์ 17:25 – 19:05 เริ่ม 11 สิงหาคม 2560เชียงใหม่ – ดงฮอย BL430 ศุกร์ 18:00 – 19:40 เริ่ม 11 สิงหาคม 2560

Go To Lead


'หนุน'ศูนย์ฝึกบอลเยาวชน
นายสระราวุฒิ ตรีพันธ์ ผู้อำนวยการอะคาเดมี เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า การเป็นพันธมิตรกับบริษัท ยูนิโคล่ ประเทศไทย เนื่องจากยูนิโคล่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง สอดคล้องกับค่านิยมและความทะเยอทะยานของเราที่พร้อมเผชิญความท้าทายใหม่ๆ และมุ่งเน้นภารกิจในการพัฒนาเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของพวกเราต่อไป ยูนิโคล่จะเป็นพลังหนุนสำคัญให้กับโครงการต่างๆ ที่ทางสโมสรฯ จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังอบรมเยาวชนไทยให้เติบใหญ่ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัวและวิชาชีพ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าค่านิยมที่เราต่างมีร่วมกันในเรื่องความสำเร็จและความเป็นเลิศ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยต่อไป”
มร.ชิโน เซนได ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ยูนิโคล่ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและเยาวชนทั่วประเทศ ตามปรัชญาของเราในการ “ทําให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น” เราเชื่อว่าเรามีพันธกรณีที่จะต้องให้บริการแก่ชุมชนและสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับความสามารถและศักยภาพของเด็กและเยาวชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างความหวังให้กับเด็กๆ และหล่อเลี้ยงความใฝ่ฝันของพวกเขาได้เป็นอย่างดี โดยการหยิบยื่นสิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างอนาคตอันสดใสต่อไปได้

Go To Lead


FOOD CLICK
อิ่มอร่อยกับ ปูไข่คลองโคน

By Nuckchim

มาแล้วเทศกาลปูไข่คลองโคน อิ่มอร่อยแบบไร้ขีดจำกัด กับโปรโมชั่นเทศกาลปูไข่ จากจังหวัดสมุทรสงคราม
Executive Sous Chef Francesco Bettoli โชว์เมนูปู พร้อมเสิร์ฟแบบนึ่ง ผัดพริกไทย หรือตามไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ พร้อมบุฟเฟ่ต์นานาชาติและซีฟู้ดสดใหม่ อาทิ ปูยักษ์ ปูทะเล ปูม้า หอยนางรม หอยแมลงภู่นำเข้า เป็นต้น
แฟนคลับปูไข่คลองโคน ห้ามพลาด ทุกดินเนอร์และมื้อสาย วันอาทิตย์ พิเศษ รับส่วนลด 50 % เมื่อมาทานตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป
ณ ห้องอาหารเอเทรี่ยม โรงแรมแลนด์มาร์ก 0 2254 0404
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com