Travel
Hot News: 'การบินไทย' บริการ ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภาปี 67
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'การบินไทย' บริการ
ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภาปี 67
การบินไทย เดินหน้า'ศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา' คาดฟื้นฟูเจรจาร่วมทุนไม่เกินต้นปีหน้า เตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งการศึกษาและเตรียมพื้นที่พัฒนา พร้อมเปิดให้บริการปี 2567
นายโชคชัย ปัญญายงค์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า การบินไทยยังยืนยันที่จะเดินหน้าลงทุนเอ็มอาร์โออู่ตะเภา แต่เนื่องจากการบินไทยอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ ประกอบกับโควิด -19 ทำให้มีการชะลอแผนลงทุนออกไป คาดว่าปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะมีการตัดสินใจจากภาคเอกชนในการร่วมลงทุนเอ็มอาร์โออู่ตะเภาอีกครั้ง
ขณะที่เป้าหมายการเปิดให้บริการ จากเดิมเริ่มเปิดให้บริการราว 2564 – 2565 คาดว่าจะขยับไปเปิดให้บริการในปี 2567 โดยปัจจุบัน ภาครัฐได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งในส่วนของการศึกษาและเตรียมพื้นที่พัฒนา
ความคืบหน้าจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรณีโครงการร่วมลงทุนพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยาน (เอ็มอาร์โอ) อู่ตะเภา ปัจจุบันการบินไทยอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย ภายหลังศาลล้มละลายรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่สามารถดำเนินการลงทุนหรือร่วมทุนในธุรกิจได้ แต่บริษัทฯ ยังคงมีเป้าหมายลงทุนในธุรกิจเอ็มอาร์โออู่ตะเภา และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมีกิจการที่เกี่ยวเนื่องด้านการบิน คือการลงทุนธุรกิจเอ็มอาร์โอด้วย
จากการเจรจาร่วมกับบริษัทแอร์บัส ที่ได้รับเลือกให้เป็นเอกชนเข้ามาร่วมทุนกับการบินไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเจรจาคืบหน้าไปแล้ว แต่เชื่อว่าเนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจโลก ประกอบกับผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบโดยตรง จึงมีผลต่อการตัดสินใจร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว และทำให้โครงการร่วมลงทุนต้องชะลอออกไป
การบินไทยยังมีแผนลงทุนธุรกิจศูนย์ซ่อมอากาศยาน เพราะเราเล็งเห็นอยู่แล้วว่าธุรกิจนี้ทำรายได้ให้องค์กรจำนวนมาก และมีดีมานด์ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าภายหลังยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ และทางเจ้าหนี้อนุมัติ ประกอบกับสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ความชัดเจนของการเจรจาร่วมลงทุนเอ็มอาร์โออู่ตะเภาจะมีมากขึ้น

Go To Lead


ททท. หนุน 'ไทยเที่ยวไทย'
นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากรัฐยังมีการเปิดประเทศอย่างจำกัดเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดไทยเที่ยวไทยเป็นกำลังสำคัญสร้างการหมุนเวียนรายได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นตั้งแต่เดือน พ.ย.2563-ก.พ.2564 หลังสายการบินต่างๆ เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินในประเทศมากขึ้น โดย ททท.จะร่วมกับสายการบินเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยวกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวให้กระจายไปทางภาคอีสานบ้าง จากปกตินักท่องเที่ยวไทยจะกระจุกตัวที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ภาพรวมไฮซีซั่นของตลาดไทยเที่ยวไทยปีนี้จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังวิกฤติโควิด-19 ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และความมั่นใจในการออกเดินทาง แต่ก็มองว่าน่าจะยังมีกระแสการเดินทางมากกว่าช่วงโลว์ซีซั่นในปีปกติ เพราะมีปัจจัยหนุนเรื่องรัฐบาลประกาศวันหยุดยาวพิเศษในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.นี้เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
กลยุทธ์เข้าถึงแต่ละกลุ่ม เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นเรื่องของงบค่าใช้จ่าย (Budget) และวิถีการใช้ชีวิต (Lifestyle) ไม่เกี่ยวกับช่วงวัย (Generation) อีกต่อไป และยิ่งวิกฤติโควิดฉุดค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวของกลุ่มระดับกลางและล่างด้วยแล้ว ยิ่งต้องหารูปแบบหรือเส้นทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ เช่น อาจต้องร่วมกับค่ายรถจักรยานยนต์เพื่อทำแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวร่วมกัน ให้ตรงกับงบค่าใช้จ่ายที่ถูกจำกัด นักท่องเที่ยวกลุ่มระดับบน เป็นกลุ่มที่ไม่กังวลเรื่องงบค่าใช้จ่าย ขอแค่ได้ท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบายและแตกต่าง (Unique) จากกระแสหลัก โดยต้องเน้นสื่อสารและหาสินค้าท่องเที่ยวในไทยที่ตอบโจทย์ เพราะทันทีที่วิกฤติโควิดทั่วโลกคลี่คลายและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักท่องเที่ยวไทยกลุ่มนี้พร้อมเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศทันทีแผนควิกวิน (Quick Win) จะใช้ยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร สร้างกระแสและกระตุ้นความถี่ทางการเดินทางด้วยโครงการเดอะ เบสต์ เซลฟี่ อิน ไทยแลนด์ ดึงบล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์เดินทางร่วมทริปและเซลฟี่ในจุดหมายที่ ททท.ต้องการโปรโมท พร้อมผนึกความร่วมมือกับสาย การบินจัดแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ และจัดทริปพาบริษัทนำเที่ยวศึกษาเส้นทางด้วย คาดเริ่มดำเนินโครงการกลางเดือน ธ.ค.2563
นอกจากนี้จะใช้กลยุทธ์ User Generated Content สร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา ผ่านโครงการไทย ฟิล์ม เฟสติวัล ร่วมกับค่ายโรงภาพยนตร์เดินสายจัดเทศกาลภาพยนตร์ในภาคต่างๆ และจัดโครงการชอร์ต ฟิล์ม คอนเทส จัดประกวดภาพยนตร์สั้นภายใต้แนวคิดเที่ยวตามสไตล์ วันธรรมดา ให้เยาวชนที่เข้าร่วมประกวดเดินทางข้ามภาคเพื่อผลิตคอนเทนต์ โดยทาง ททท.จะนำคอนเทนต์เหล่านี้มาใช้โปรโมทเส้นทางท่องเที่ยววันธรรมดาต่อไป เตรียมทำโครงการโร้ด ทริป อิน ไทยแลนด์ เพื่อโปรโมทเส้นทางขับรถท่องเที่ยว เน้นชูเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น ทั้งอาหาร วัฒนธรรม และประเพณีในช่วงกลางเดือน ม.ค.2564 โดยจะร่วมมือกับค่ายรถยนต์ 2-3 ค่ายจัดคาราวานท่องเที่ยวตามเส้นทางข้ามภาค เช่น เชียงใหม่-เลย และเชียงใหม่-อุดรธานี ให้สำนักงาน ททท.ในแต่ละพื้นที่ชี้เป้าสินค้าท่องเที่ยวว่าต้องแวะจุดหมายใดบ้างระหว่างทาง อีกจุดของมิติการสื่อสารที่ด้านตลาดในประเทศต้องปรับคือสำนักงาน ททท.ในแต่ละภูมิภาคต้องคิดข้อความโฆษณา Tagline ให้เชื่อมโยงกับสโลแกนหลัก “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์” ซึ่งเป็นที่รู้จักและจดจำอย่างดีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันต้องมุ่งเสนอขายสินค้าท่องเที่ยวเลย ไม่ต้องขายนิยามหรือแนวคิดการท่องเที่ยว เพื่อลดความสับสนของคีย์เวิร์ดด้านการสื่อสารโฆษณาท่องเที่ยวไทย

Go To Lead


FOOD CLICK
'เป็ดย่าง-หมูกรอบ' สไตล์ Hong Kong

By Blogger : นักชิม

นักชิมขับรถไปแถวนนทบุรี แวะไปชิมอาหารจานเดียว สไตล์ Hong Kong ที่เมืองทองธานี
ซิกเนเจอร์ของร้าน ส่วนใหญ่เป็นอาหารสไตล์จีน Hong Kong อาทิ บะหมี่ เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวหมู ผัดหมี่ซัว ราดหน้าซีฟู้ด เป็นต้น
และอีกเมนูไฮไลท์ ที่หลายคนต้องออเดอร์ ก็คือ เป็ดย่าง-หมูกรอบ-หมูแดง ร้อนๆ เนื้อนุ่ม โดยเฉพาะหมูกรอบสุดอร่อย กรอบนอกนุ่มใน
ส่วนเนื้อเป็ดก็ไม่เหนียวเกินไป ทานกับซอสมีให้เลือกหลากรส ทั้งซอสซีอิ๊ว ซอสพริก ทานแล้วจะรู้สึกไม่เลี่ยนเกินไป เพราะมีผัก และผักดอง ทานด้วย
ใครที่เป็น Fan Club อาหารสไตล์นี้ ต้องแวะไปอุดหนุน ภัตตาคาร Hong Kong อิมแพ็ค เมืองทองธานี
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com