|
|
นักเดินทางเที่ยว ไลฟสไตล์ ตัวเอง
AirAsia MOVE แพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย เผยรายงานเชิงข้อมูล (Data-Driven Report) วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย ทุกเจเนอเรชันป้าหมายเดียวกัน เดินทางตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตนเอง
นางนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE เปิดเผยว่า แม้นักท่องเที่ยวทุกเจเนอเรชันจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง แต่รูปแบบการวางแผนและการตัดสินใจกลับสะท้อนลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบโปรดักต์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมเที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม AirAsia MOVE พร้อมทำงานร่วมกับสายการบิน โรงแรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อนำอินไซท์ไปต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่ม การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความร่วมมืออย่างแท้จริง
ผลการศึกษาชี้ชัดว่า นักท่องเที่ยวแต่ละเจเนอเรชันมี วิธีคิดเรื่องการเดินทาง ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความสบายและการวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงกลุ่มที่ตัดสินใจรวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนโจทย์สำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่ต้องเข้าใจอินไซท์เชิงลึกเพื่อออกแบบสินค้าและแคมเปญให้ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ
นักท่องเที่ยวกลุ่ม Baby Boomers (เกิดปี 19461964) เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าและความสะดวกสบาย โดยนิยมจองการเดินทางล่วงหน้า เลือกเดินทางในช่วงฤดูกาลหลักอย่าง ไตรมาส 1 และไตรมาส 4 และมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถัน ความนิยมในการเดินทางแบบเดี่ยวหรือเป็นคู่ การเลือกจุดหมายปลายทางระยะใกล้ที่คุ้นเคย และการซื้อแพ็กเกจอัปเกรดแบบครบชุด สะท้อนความต้องการด้านความมั่นใจ คุณค่าทางวัฒนธรรม และการเดินทางที่มีความเสี่ยงต่ำ
พฤติกรรมการเดินทางที่สำคัญ (Key Behaviors)พฤติกรรมการจอง (Booking Behavior): การวิเคราะห์ระยะเวลาการจองล่วงหน้าพบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม Baby Boomers เป็นกลุ่มที่วางแผนล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยการจองกระจุกตัวอยู่ในช่วง 1530 วัน และ 3160 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 03 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ ทั้งนี้ การจองล่วงหน้าระยะยาวพบเด่นชัดในกลุ่มที่เดินทางแบบเดี่ยวและแบบคู่
ช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period): ความต้องการเดินทางของ Baby Boomers มีลักษณะตามฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยพีคในช่วง ไตรมาส 1 (27.9%) และไตรมาส 4 (27.0%) ซึ่งเดือนมกราคมและธันวาคมเป็นช่วงที่มีกิจกรรมสูงสุด ขณะที่ความต้องการเดินทางจะชะลอตัวในช่วงกลางปี โดยเฉพาะไตรมาส 2 และ 3 สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงอากาศเหมาะสมและเน้นความสะดวกสบายเป็นหลักรูปแบบนักเดินทาง (Solo / Couple / Group): Baby Boomers นิยมเดินทางแบบเดี่ยวและแบบคู่เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ค่อนข้างต่ำ สะท้อนความต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว จังหวะการเดินทางที่ผ่อนคลาย และสามารถควบคุมแผนการเดินทางได้ด้วยตนเอง
เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Route Preference): ภายในประเทศ Baby Boomers เลือกเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคที่มีความพร้อม เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงราย โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ มากกว่าจุดหมายปลายทางเชิงผจญภัยหรือพื้นที่ห่างไกล
เส้นทางระหว่างประเทศ (International Route Preference): สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Baby Boomers มุ่งเน้นจุดหมายปลายทางระยะใกล้ในเอเชียที่คุ้นเคย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตลาดภูมิภาคใกล้เคียง โดยปัจจัยหลักในการเลือกเส้นทาง ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง เงื่อนไขวีซ่าที่ไม่ซับซ้อน มาตรฐานระบบสาธารณสุข และความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม
บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference): Baby Boomers เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้ม อัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริม เช่น สัมภาระและประกันการเดินทางสูงที่สุด เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น สะท้อนแนวคิดการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการลดความเสี่ยง โดยนิยมประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และได้รับการออกแบบอย่างพิถัน มากกว่าการท่องเที่ยวที่เร่งรีบหรือเน้นความตื่นเต้นสูง
คำแนะนำจาก AirAsia MOVE สำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity):เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Baby Boomers อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรพัฒนาแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยรวม การอัปเกรดที่นั่ง สัมภาระ และประกันการเดินทาง ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการจองล่วงหน้าในช่วง 1560 วัน พร้อมนำเสนอแพ็กเกจพักระยะยาวเชิงสุขภาพ บริการรับส่งระดับพรีเมียม และบริการคอนเซียร์จในจุดหมายปลายทางที่มีการเชื่อมต่อดี โดยเน้นความสงบ คุณค่าทางวัฒนธรรม และช่วงฤดูกาลเดินทางหลักใน ไตรมาส 1 และไตรมาส 4 เพื่อสอดรับกับแนวคิดการเดินทางที่วางแผนล่วงหน้าและเน้นความสบายของกลุ่มนี้
Gen X: นักเดินทางสายสมดุล ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย ความคุ้มค่า และเวลาแห่งครอบครัว กลุ่ม Gen X (เกิดปี 19651980) เป็นนักเดินทางที่มีความสมดุลและขับเคลื่อนด้วยความคุ้มค่า โดยนิยมวางแผนการเดินทางไม่ยาวไม่กระชั้นชิดจนเกินไป และกระจุกตัวในการเดินทางช่วงปลายปีเป็นหลัก ตัวเลือกการเดินทางของกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับครอบครัว บริการเสริมที่จำเป็น และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย สะท้อนแนวคิดเชิงปฏิบัติที่มองหาความสะดวกสบาย ความง่ายในการเดินทาง และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ โดยไม่ละทิ้งความคุ้มค่า
พฤติกรรมหลัก (Key Behaviors): พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour) - นักเดินทาง Gen X ส่วนใหญ่วางแผนการเดินทางล่วงหน้าในระยะกลาง โดยการจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 1530 วันก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 814 วัน และ 3160 วัน ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 03 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ สะท้อนความสมดุลระหว่างการวางแผนล่วงหน้าและความยืดหยุ่นช่วงเวลาเดินทาง (Traveling Period) - ความต้องการเดินทางของ Gen X มีจุดสูงสุดชัดเจนในช่วงปลายปี โดยพีคใน ไตรมาส 4 (31.1%) และเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่มียอดขายที่นั่งและการจองสูงที่สุด ความต้องการเดินทางจะชะลอลงในช่วงไตรมาส 2 และ 3 โดยเฉพาะช่วงกลางปี ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงวันหยุดปลายปีและการท่องเที่ยวแบบวางแผนล่วงหน้า
เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Routes Preference) - ภายในประเทศ กลุ่ม Gen X นิยมเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคสำคัญ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย และอุดรธานี โดยการเลือกเส้นทางขับเคลื่อนด้วยความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบินที่ดี และความเหมาะสมกับการเดินทางที่สบายและเป็นมิตรกับครอบครัว มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเส้นทางระหว่างประเทศ (International Routes Preference) - สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Gen X มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยจุดหมายยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม สะท้อนความต้องการความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าการเดินทางระยะไกลหรือแผนการเดินทางที่ซับซ้อน
บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference) - นักเดินทาง Gen X มักเลือกซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งมากขึ้นในกรณีเดินทางพร้อมครอบครัว พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความเชื่อถือได้ และบริการที่ใช้งานได้จริง มากกว่าการอัปเกรดแบบฉับไว
คำแนะนำจาก AirAsia MOVE สำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity Gen X)เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen X อย่างมีประสิทธิภาพ พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การจองล่วงหน้าในระยะกลาง โดยเฉพาะช่วง 1530 วันก่อนเดินทาง พร้อมนำเสนอคุณค่าที่ชัดเจนมากกว่าการทำโปรโมชันแบบเร่งด่วน ควรพัฒนาแพ็กเกจที่เหมาะกับครอบครัว โดยรวมเที่ยวบินเข้ากับบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง รวมถึงการอัปเกรดที่นั่งแบบคัดเลือกสำหรับการเดินทางเป็นครอบครัว
จุดหมายปลายทางและประสบการณ์ควรเน้นเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศที่เดินทางสะดวก และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยชูจุดเด่นด้านความสบาย ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ ที่สอดรับกับพฤติกรรมการเดินทางแบบวางแผนและช่วงวันหยุดปลายปีของกลุ่ม Gen X Millennials & Gen Y: นักเดินทางสายตัดสินใจเร็ว ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน กลุ่ม Millennials และ Gen Y (เกิดปี 19811996) เป็นนักเดินทางที่มีความถี่ในการเดินทางสูง และให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ เป็นหลัก โดยผสมผสานความเป็นสายสปอนเทเนียสเข้ากับการตัดสินใจที่คำนึงถึงความคุ้มค่า พฤติกรรมการเดินทางของกลุ่มนี้ขับเคลื่อนด้วยเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ อิทธิพลจากโลกดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย รวมถึงความยืดหยุ่นในการวางแผน มากกว่าการผูกมัดระยะยาวหรือการเลือกประสบการณ์ระดับพรีเมียม
พฤติกรรมหลัก (Key Behaviors):พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour): Millennials มักจองการเดินทางใกล้วันออกเดินทาง โดยการจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 1530 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองระยะสั้นและใกล้วันเดินทางยังมีสัดส่วนค่อนข้างสูง สะท้อนสไตล์การวางแผนแบบสปอนเทเนียสแต่ยังคงมีเป้าหมาย ไม่เน้นการวางแผนล่วงหน้ายาว ช่วงเวลาการจองและเดินทาง (Booking Period): กลุ่ม Millennials มีการเดินทางอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 1 (24.9%), ไตรมาส 2 (24.6%) และไตรมาส 3 (22.7%) ยังอยู่ในระดับที่คึกคัก ความต้องการเดินทางจะชะลอลงเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 3 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม และพีคสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดปลายปี โดยเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มียอดการจองที่นั่งสูงที่สุด
เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Routes): ภายในประเทศ กลุ่ม Millennials นิยมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและจุดหมายเชิงไลฟ์สไตล์ โดยเส้นทางหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ และอุดรธานี สะท้อนความต้องการจุดหมายที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่นต่อการเดินทางระยะสั้น และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแรง
เส้นทางระหว่างประเทศ (International Routes): สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Millennials มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย นำโดย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย
บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference): แม้จะเดินทางบ่อย แต่ Millennials มีค่าใช้จ่ายต่อการจองในระดับปานกลางและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า พวกเขาไม่ค่อยอัปเกรดที่นั่ง แต่มีการซื้ออาหาร บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบินอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกลงทุนกับสิ่งที่เพิ่มประสบการณ์และการใช้งานจริงมากกว่าความพรีเมียม โอกาสสำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity for Travel Partners):
พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรมุ่งเน้นการทำ Flash Sales โปรโมชันสะสมพอยต์ และแคมเปญการจองระยะสั้น ที่เจาะช่วงการตัดสินใจ 1530 วันก่อนเดินทาง ควบคู่กับการนำเสนอที่พักและประสบการณ์ที่ ถ่ายรูปสวย แชร์ได้ เช่น โรงแรมดีไซน์โดดเด่น แพ็กเกจ Workation ที่ยืดหยุ่น การเช็กเอาต์เลต รวมถึงบริการเสริมอย่างอาหารและรถรับส่งสนามบิน พร้อมผสานกิจกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย
AirAsia MOVE เปิดตัวข้อเสนอพิเศษด้านการท่องเที่ยว มอบความคุ้มค่าครอบคลุมเที่ยวบิน โรงแรม และแพ็กเกจ SNAP ตอบโจทย์นักเดินทางทุกเจเนอเรชัน AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการจองการเดินทางชั้นนำในเอเชีย เดินหน้ามอบข้อเสนอพิเศษด้านการท่องเที่ยว ครอบคลุมเที่ยวบิน โรงแรม และแพ็กเกจ SNAP! (เที่ยวบิน+โรงแรม) เพื่อสนับสนุนการวางแผนการเดินทางที่คุ้มค่าและสะดวกสบายสำหรับนักเดินทางทุกเจเนอเรชัน โดยข้อเสนอทั้งหมดสามารถจองได้เฉพาะผ่านแอป AirAsia MOVE ผู้ใช้สามารถจองเที่ยวบินแอร์เอเชียในราคาพิเศษ พร้อมาคาที่ถูกกว่าช่องทางอื่น 5% รวมถึงรับส่วนลดโรงแรมประจำเดือน เพียงใส่โค้ด FLASHSALE และส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจเที่ยวบิน+โรงแรมทุกวันพุธ เมื่อใช้โค้ด WEDNESDEALS นอกจากนี้ AirAsia MOVE ยังรวบรวมข้อเสนอและส่วนลดเพิ่มเติมจากสายการบินพันธมิตรอีกหลากหลาย เพื่อมอบทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่า ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้เดินทางในทุกวัน AirAsia MOVE มอบประสบการณ์การจองการเดินทางแบบครบวงจรในแอปเดียว รองรับการจองเที่ยวบินจากมากกว่า 700 สายการบิน และตัวเลือกโรงแรมมากกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลก เพื่อให้นักเดินทางทุกเจเนอเรชันสามารถออกแบบทริปในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะให้ความสำคัญกับ ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น หรือการค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ
Go To Lead
|
Techsauce 'รุก' โคราช ปลุกพลังคนรุ่นใหม่
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem Builder) ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน Techsauce Next Entrepreneurs Summit ภายใต้คอนเซปต์ The Gateway to Isan มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น Silicon Valley แห่งใหม่ และ เมืองแห่ง AI ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์
อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าที่บริหาร Techsauce เปิดเผยว่า เป้าหมายของ Techsauce คือการทำให้ประเทศไทยเป็น Tech Gateway ของภูมิภาค ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น (Local Entrepreneurs) งานนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมโอกาส (Gateway) นำความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายธุรกิจระดับสากลมาสู่มือคนรุ่นใหม่ในภาคอีสาน นอกจากนี้ เรายังมุ่งหวังสร้างเวทีที่เชื่อมต่อ งานวิจัย ไปสู่ ธุรกิจ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาในพื้นที่ โดยเน้นการสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและสากลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดว่า: โคราชมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ การนำเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักอย่าง เกษตร, ค้าปลีก และสุขภาพ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองและสนับสนุนเป้าหมายการเป็น Smart City ของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.สุรัชสานุ ทองมีรองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงการสร้างระบบนิเวศธุรกิจว่า: การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศสตาร์ทอัพในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จะนำไปสู่การจ้างงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ให้มองเห็นโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ (Emerging Market) ของภาคอีสาน
เจาะลึก 5 แกนหลัก Content Themes: Inspire & Enable เนื้อหาภายในงานถูกออกแบบมาเพื่อมอบทั้ง แรงบันดาลใจ และ เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง ผ่าน 5 แกนหลักสำคัญ: Vision of Isans Future: ฉายภาพอนาคตโคราชในฐานะ Satellite City และเส้นทางสู่ Silicon Valley แห่งภาคอีสาน
Business Transformation & Family Business: เจาะลึกการบริหารธุรกิจครอบครัว (From Generation to Generation) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ
AI for Industries: การประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมแม่เหล็ก ทั้ง Smart Farming (เกษตรอัจฉริยะ), Health Tech (สุขภาพ) และ Retail Tech (ค้าปลีก)
Financial & SME Clinic: Workshop เชิงลึกด้านการบริหารการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการวางโครงสร้างการเงินของธุรกิจ เพื่อให้สร้างกำไร
Digital Marketing & E-Commerce: ติดอาวุธการตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ระดับโลก
กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จะได้พบกับกิจกรรมที่จัดเต็มทุกมิติ ได้แก่: Conference: เวทีเสวนาจาก Speaker ชั้นนำระดับประเทศและท้องถิ่น
Workshop / SME Clinic: พื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการใช้เครื่องมือดิจิทัล Exhibition: โซนแสดงนวัตกรรมและโซลูชันจากสตาร์ทอัพเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจ
Networking: การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุนและคู่ค้า งาน Techsauce Next Entrepreneurs Summit The Gateway to Isan พร้อมเปิดต้อนรับผู้ประกอบการ SMEs, ทายาทธุรกิจ, สตาร์ทอัพ, นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ Korat Hall, Central Korathttps://summit.techsauce.co/korat/
Go To Lead
|
|
โมสาร์ท "คีตกวีอัจฉริยะ" ชาวออสเตรียแห่งยุคคลาสสิค
โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) เป็นคีตกวีอัจฉริยะชาวออสเตรียแห่งยุคคลาสสิก (1756-1791) เกิดที่ซาลซ์บูร์ก แสดงพรสวรรค์ทางดนตรีตั้งแต่เด็ก (อายุ 5 ขวบเริ่มประพันธ์เพลง) ออกแสดงทั่วยุโรปพร้อมพ่อและพี่สาว ประพันธ์ผลงานกว่า 600 ชิ้น (โอเปร่า, ซิมโฟนี, คอนแชร์โต) พูดได้คล่องกว่าสิบภาษา อาชีพ นักประพันธ์เพลง นักดนตรี ครูสอนดนตรี แต่มีชีวิตที่ยากลำบาก...
ลีโอโปลด์ โมสาร์ท นักไวโอลินและนักประพันธ์เพลง พ่อของโมสาร์ท สัมผัสความเก่งกาจของลูก จึงสอนดนตรีและพาลูกชายและพี่สาว (แนนเนอเรล) ออกทัวร์แสดงดนตรีให้ราชวงศ์และชนชั้นสูงทั่วยุโรปตั้งแต่ยังเด็ก.
ผลงานชิ้นเอก: ประพันธ์เพลงมากกว่า 600 ชิ้นรวมถึงโอเปร่าเช่น The Marriage of Figaro (การแต่งงานของฟิกาโร), Don Giovanni, The Magic Flute (ขลุ่ยวิเศษ), ซิมโฟนี (เช่น Symphony No. 41 "Jupiter"), และเพลงสวดศพ Requiem (ซึ่งเขาแต่งไม่เสร็จก่อนเสียชีวิต) เสียชีวิตด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ (Typhoid fever) และเพลง Requiem ที่เขาแต่งขึ้นมาก็ถูกนำไปใช้ในงานศพของเขาเอง
โมสาร์ทเกิด 27 มกราคม 1756 ณ เมืองซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย เสียชีวิต: 5 ธันวาคม 1791 กรุงเวียนนา อายุเพียง 35 ปี
|
[ENGLISH]
|