Realestate
Hot News: ‘เอพี ไทยแลนด์’ เปิดโครงการเพิ่ม
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
‘เอพี ไทยแลนด์’ เปิดโครงการเพิ่ม
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาครึ่งปีหลังกำลังซื้อมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับกลางถึงกลางบน ถ้าเป็นสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ยไม่เกิน 200,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร สินค้าแนวราบมีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ระดับราคา 3-10 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลการดำเนินงาน ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เอพีสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและกลุ่มคอนโด (100% JV) ได้สูงถึง 16,160 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ (Net Profit) สูงถึง 1,565 ล้านบาท โดยหนึ่งในคีย์ไดรฟ์ยอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จะมาจากการเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ LIFE สุขุมวิท 62 และ LIFE วัน ไวร์เลส โดยทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้ปรับแผนการเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ โดยเพิ่มการเปิดตัว RHYTHM เจริญกรุง-พาวิลเลี่ยน โครงการร่วมทุนโครงการที่ 18 มูลค่า 4,700 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีโครงการ พร้อมรอเปิดตัวใหม่อีกรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 26,800 ล้านบาท” ผลการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนแรก บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 24,060 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.7% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก และคอนโดมิเนียมมูลค่า 10,060 ล้านบาท ซึ่งยอดขายส่วนใหญ่มากจาก 4 โครงการใหม่ที่เปิดตัวไปแล้วอย่าง 1) Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช 2) Aspire อโศก-รัชดา 3) RHYTHM เอกมัย-เอสเตท และ 4) The Address สยาม-ราชเวที ที่ยังคงได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีโครงการรอเปิดตัวใหม่อยู่ในแผนอีกรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 26,800 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ RHYTHM เจริญกรุง-พาวิวเลี่ยน (โครงการร่วมทุน) มูลค่า 4,700 ล้านบาท เปิดในไตรมาส 4 และ LIFE สาทร เซียร์รา (โครงการร่วมทุน) มูลค่า 6,300 ล้านบาท เตรียมเปิดในต้นเดือนกันยายนนี้ และแนวราบอีกจำนวน 17 โครงการ มูลค่ารวม 15,800 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 8,690 ล้านบาท และทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 7,110 ล้านบาท
“ภาพรวมตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งอายุของคนซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ และมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกความท้าทายของผู้ประกอบการด้านอสังหาฯ ที่จะสร้างสรรค์ให้สินค้ามีความแตกต่าง โดดเด่นโดนใจผู้บริโภค โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในทุกช่วงชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์และครบวงจรที่สุด ภายใต้พันธกิจสำคัญ คือ การเติมเต็มการส่งมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการยกระดับรูปแบบการดำเนินงานสู่การสร้างประสบการณ์อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์วิถีใหม่ๆ อย่างครบถ้วน ด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เข้าถึงความหมายของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง และยั่งยืนมากที่สุด” นายอนุพงษ์กล่าวทิ้งท้าย การปรับแผนเปิดโครงการใหม่ทำให้ปี 2562 เอพีเปิดตัวโครงการใหม่รวม 35 โครงการใหม่ มูลค่า 57,000 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมจำนวน 17 โครงการ มูลค่า 14,840 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 12 โครงการ มูลค่า 15,060 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 27,100 ล้านบาท ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 54,898 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 9,543 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมรวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 45,355 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 4,899 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 1,873 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน 40,456 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 4,111 ล้านบาท โดยหนึ่งในคีย์ไดรฟ์ยอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังจะมาจากการเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ LIFE สุขุมวิท 62 และ LIFE วัน ไวร์เลส โดยทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

Go To Lead


“สตาร์มาร์ค” ต่อยอดไลน์อินทีเรีย
ดร.พัฒน์ปกรณ์ ศรีสกุลภิญโญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์มาร์คแมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด กล่าวว่า “จากความเชี่ยวชาญในเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินห้องตัวอย่างหลากหลายโครงการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำต่างให้ความไว้วางใจ มานานกว่า 20 ปี บริษัทฯ จึงนำประสบการณ์เหล่านั้นมาต่อยอดแตกไลน์บริการใหม่ในกลุ่มอินทิเรียภายใต้แนวความคิด PERSONALIZE INTERIOR SOLUTION เพื่อให้การตกแต่งบ้านแบบมีดีไซน์สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นเรื่องไม่ยุ่งยากอีกต่อไป โดยบริษัทฯ มีทีมอินทิเรียมืออาชีพมากประสบการณ์ที่ให้คำปรึกษาพร้อมสร้างให้ลงตัวกับความต้องการใช้งาน และพื้นที่ใช้สอย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินให้มีสไตล์ที่หลากหลายช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่ให้คุ้มค่า แมทซ์กับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ จากพันธมิตรกว่า100 แบรนด์ สร้างสรรค์เป็นธีม ตกแต่งบ้านได้อย่างมากมาย ทั้งสไตส์โมเดิร์นลักซูรี่ โมเดิร์นลอฟท์ คอมเทมโพรารี่ คลาสสิกและวินเทจ”
นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ (วีก้า) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงกระแสตอบรับว่า “ปัจจุบันสตาร์มาร์คโดดเด่นเรื่อง Kitchen Specialist วางกลยุทธ์เน้นเรื่องของการดีไซน์ มีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มงานครัว ตั้งแต่ ชุดครัวบิวท์อินที่สามารถออกแบบได้ตามพื้นที่ ชุดครัวเซตเล็กที่เหมาะกับกลุ่มงานคอนโดและทาวน์โฮม และตอบโจทย์การต่อเติมครัวไทย ด้วยบานครัวปูนที่เป็นสินค้าใหม่ในปีนี้ ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการนำเสนอสินค้าเพื่อการตกแต่งอื่นๆ ที่ไม่จำกัดแค่เพียงห้องครัวจนเป็นที่มาของการเปิดตัวสตาร์มาร์คอินทีเรีย ได้รับการตอบรับอย่างดีในงานบ้านและสวน Midyear ที่พึ่งจบไป ลูกค้าให้ความสนใจ INTERIOR CLOSET SYSTEM รุ่น ALTO ซึ่งเป็นห้องแต่งตัวสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ที่สามารถเพิ่มการใช้งานได้ อาทิเช่น อุปกรณ์บันเทิงเต็มรูปแบบ ( entertainment) โดยติดตั้งได้สูงถึง 3 เมตร ส่วน Wall Decoration ผนังตกแต่งสำเร็จรูปเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม สามารถเนรมิตภาพรวมการแต่งบ้านให้ดูโดดเด่นได้ กลุ่มสินค้าอินทีเรีย เน้นการทำตลาดไปยังลูกค้าระดับ B+ ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการแต่งบ้านแบบเน้นสไตล์เป็นของตนเอง โดยรองรับทั้งลูกค้ารายย่อย และโครงการที่ต้องการทำโปรโมชั่นให้กับลูกบ้าน โดยกำลังจะเปิดโชว์รูมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสาขา ที่บุญถาวร ดีไซน์วิลเลจ ปิ่นเกล้าในเดือนกันยายนนี้ พร้อมทั้งปรับโลโก้ใหม่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และครอบคลุมกับสินค้าได้หลากหลายอีกด้วย
ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของ ”สตาร์มาร์ค” ยังคงเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำคิดเป็นสัดส่วน 60% ที่บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผลงานการส่งมอบที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลา 20 ปี และมีกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ๆ ที่ต้องการนำเสนอเอกลักษณ์ของโครงการ บริษัทฯ ยังเพิ่มช่องทางไปยังกลุ่มธุรกิจที่พักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเภทโรงแรม รีสอร์ท และ เซอร์วิสอาร์พาร์ทเม้นท์ อาทิ เช่น โรงแรม Grande Centre Point Terminal Pattaya จังหวัดชลบุรี ที่ดำเนินการเป็นแห่งที่ 3 ของเครือ Grande Centre Point, The Blue Sky Resort เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเซอร์วิสอาร์พาร์ทเม้นในประเทศลาว ฯลฯ สำหรับลูกค้าทั่วไปจำหน่ายผ่านโชว์รูม โมเดิร์นเทรดและดีลเลอร์กว่า 80 สาขาทั่วประเทศและ ACE โดยภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์มีการชะลอตัวจากนโยบายการเพิ่มเงินดาวน์ ทำให้ลูกค้าระดับกลางถึงล่าง และกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ชะลอตัว ทั้งนี้กลุ่ม B+ และ กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตนยังมีหนทางที่สดใสสะท้อนได้จาก Backlogแล้วกว่า 1,600 ล้านบาท บริษัทฯ ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อการตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งเทคโนโลยีและฝีมือ”

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com