Insurance
Go to  i click
Hot News: OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญลดหย่อนภาษี 2569 ส่ง “ประกันลดหย่อนภาษี ตัวจบ ตัวจริง” ตอบโจทย์ทั้งเรื่องภาษีและการใช้ชีวิต
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญลดหย่อนภาษี 2569
ส่ง “ประกันลดหย่อนภาษี ตัวจบ ตัวจริง” ตอบโจทย์ทั้งเรื่องภาษีและการใช้ชีวิต
นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เชื่อเสมอว่าการวางแผนทางการเงินที่มั่นคง คือการแสดงออกถึงความรักตัวเองและความรับผิดชอบต่ออนาคต การเลือกประกันลดหย่อนภาษีจึงไม่ควรมองแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ต้องสอดคล้องกับศักยภาพและเป้าหมายชีวิตจริงของแต่ละคน เพราะ ‘แบบประกันที่ดีที่สุดสำหรับคนหนึ่ง อาจไม่ใช่คำตอบของอีกคน’ เราจึงตั้งใจให้แคมเปญนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คนไทยวางแผนการเงินด้วยความเข้าใจ เพื่อให้ได้ครอบครองหลักประกันที่ ‘ใช่’ เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง และช่วยเติมพลังให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิต ทำสิ่งที่รัก พร้อมดูแลคนที่รักได้อย่างมั่นใจ ประกันลดหย่อนภาษี “ตัวจบ” ของคุณ ต้องตอบโจทย์แบบไหน? เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตและสิ่งที่อยากดูแลแตกต่างกัน OCEAN LIFE จึงชวนค้นหาประกันลดหย่อนภาษีที่เหมาะกับ 4 ความต้องการสำคัญ
1. อยากได้เงินคืนสูงทุกปี พร้อมจ่ายเบี้ยสั้น สำหรับคนที่อยากมีเงินคืนไว้ใช้ในแต่ละปี ไม่ว่าจะนำไปดูแลครอบครัว เติมเต็มความสุขให้ตัวเอง หรือเก็บออมต่อเพื่ออนาคต ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยสั้นเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยวางแผนการเงิน พร้อมความคุ้มครองชีวิตและสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไข แบบประกันแนะนำ: โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/4
2. อยากเก็บเงินก้อนสำหรับอนาคต สำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนการศึกษาของลูก เงินก้อนเพื่อครอบครัว หรือความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ ประกันสะสมทรัพย์ช่วยสร้างวินัยในการออม เตรียมเงินก้อนเมื่อครบสัญญาตามเงื่อนไข พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แบบประกันแนะนำ: โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท โกล 12/5 (3)
3. อยากมีเงินใช้หลังเกษียณ สำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างอุ่นใจ มีเวลาให้ตัวเองและทำสิ่งที่รัก ประกันบำนาญช่วยวางแผนรายได้ในอนาคต เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในวันที่ไม่มีรายได้ประจำ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด แบบประกันแนะนำ: โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ รีไทร์ 90/5 (บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้) 4. อยากเตรียมพร้อมเรื่องค่ารักษาพยาบาล คนที่ใส่ใจสุขภาพและไม่อยากให้ค่ารักษาพยาบาลกระทบเงินเก็บ ประกันสุขภาพช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้มีความมั่นใจในการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น แบบประกันแนะนำ: โอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า
เลือกประกันให้จบอย่างมั่นใจ เพราะประกันที่ใช่ ต้องเหมาะกับชีวิตจริง การเลือกประกันลดหย่อนภาษีไม่ควรพิจารณาเพียงผลประโยชน์ที่ได้รับ แต่ควรมองให้ครบทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่ เป้าหมายทางการเงิน งบประมาณที่สามารถชำระเบี้ยได้อย่างต่อเนื่อง และสิทธิลดหย่อนภาษีที่ยังเหลืออยู่ เพื่อให้การวางแผนในวันนี้ตอบโจทย์ชีวิตได้จริง โดยไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต
นอกจากนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ยังมีบริการ Live Chat ผ่าน www.ocean.co.th ที่มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและช่วยเปรียบเทียบแบบประกัน วางแผนเบี้ยประกันชีวิต และให้ข้อมูลเรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ลดหย่อนภาษีปี 2569 นี้ อย่าเลือกเพียงเพราะลดภาษีได้ แต่เลือกให้ตรงกับเป้าหมายชีวิต ค้นหาประกันลดหย่อนภาษี “ตัวจบ ตัวจริง” ที่ใช่สำหรับคุณ พร้อมดูรายละเอียดแบบประกันและขอรับคำปรึกษาจาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้ที่เว็บไซต์ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือโทร 1503 หรือคลิก >> https://life.ocean.co.th/d84 ./

Go To Lead


กลุ่มเอไอเอ 'เผย'มูลค่าธุรกิจใหม่(VONB)9เดือนแรก เพิ่ม 5 %
กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) สำหรับไตรมาสที่ 3 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 คิดเป็น 4,627 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ไม่รวมประเทศไทย มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในไตรมาสที่ 3 ลดลงร้อยละ 5 คิดเป็น 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงเป็นพิเศษในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมของปีก่อน ในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มบริษัทกลับมาสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 25 ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 4 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการกลับสู่ภาวะปกติของฐานเปรียบเทียบ ตามที่ได้ประกาศไว้ในการรายงานผลประกอบการระหว่างกาลปี 2569 เราคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11
นายหลี่ หยวน ซยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดเผยว่า เอไอเอสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 5 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 แม้ว่าการเติบโตในไตรมาสที่ 3 จะได้รับผลกระทบจากฐานยอดขายที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ในปีก่อน โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เรายังคงเห็นโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจในทุกตลาดที่ดำเนินธุรกิจ โดยความต้องการผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านความคุ้มครอง สุขภาพ การออม และการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เรายังคงลงทุนเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว อีกทั้งพื้นฐานช่องทางตัวแทนยังคงแข็งแกร่ง โดยจำนวนตัวแทนที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ตัวแทนใหม่ และผู้นำตัวแทนคนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมกับความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากขึ้นกับพันธมิตรธนาคารของเรา
“เราเข้าสู่ไตรมาสที่ 4 นี้ด้วยแรงส่งการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี และตามที่ได้ประกาศไว้ในการรายงานผลประกอบการระหว่างกาลปี 2569 เราคาดว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้นได้สูงกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 9 ถึง 11 ในช่วงปี 2566 ถึง 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่สร้างผลกำไรของเรา สามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตของกำไรและการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป”
สรุปไตรมาสที่สาม ปี 2569 กลุ่มบริษัทเอไอเอมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 5 โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในตลาดอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทที่รายงาน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 มีส่วนช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน โดยขยายตัวมากกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เอไอเอ ฮ่องกง มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในไตรมาสที่ 3 ลดลงร้อยละ 3 โดยมีสาเหตุหลักจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในเดือนกรกฎาคม 2568 อย่างไรก็ตาม มูลค่าธุรกิจใหม่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนรวมกัน สามารถสร้างการเติบโตได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตในทุกกลุ่มลูกค้าและทุกช่องทางการจัดจำหน่าย
กลุ่มลูกค้าในประเทศยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในระดับที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 จากการดำเนินกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ บางส่วนยังคงชะลอการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากการติดตามสถานการณ์และข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ความต้องการโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ในไตรมาสที่ 3 เติบโตในระดับเลขสองหลักยังคงสูงกว่าทุกไตรมาสของปี 2567
เอไอเอ ประเทศจีน รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ลดลงร้อยละ 33 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยมีสาเหตุหลักจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงในปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการที่ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนการปรับอัตราราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ช่องทางตัวแทนสามารถกลับมาสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างโดดเด่นในเดือนกันยายน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากจำนวนตัวแทนที่มีผลงาน ทั้งตัวแทนปัจจุบันและตัวแทนใหม่ที่เพิ่มขึ้น และบริษัทคาดว่าแนวโน้มการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 4 สำหรับช่องทางการขายผ่านธนาคารมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเดือนกันยายนยังต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครอง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางตัวแทนได้ช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3
เอไอเอ ประเทศไทย มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 9 ในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผ่านธนาคาร สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์คุ้มครองแบบดั้งเดิมและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 93 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เอไอเอยังคงรักษาสถานะผู้นำตลาดในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 50 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) อีกด้วย
เอไอเอ สิงคโปร์ สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 22 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ และช่องทางพันธมิตร ขณะเดียวกันการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์ด้านการออมและการบริหารความมั่งคั่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูงทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่จากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
เอไอเอ มาเลเซีย มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 10 ในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการขายผ่านพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์กับ Public Bank Berhad ขณะเดียวกันการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางตัวแทนยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 จากการสรรหาตัวแทนใหม่ที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มตลาดอื่นของเรามีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในอินเดีย ไต้หวัน (จีน) และเวียดนาม ทั้งนี้ Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของเราในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างโดดเด่นในทุกช่องทางการขาย สำหรับช่วง 3 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2569
โดยรวม อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB Margin) เพิ่มขึ้น 5.3 จุด เป็นร้อยละ 63.5 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับสัดส่วนในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่เอื้อประโยชน์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) ลดลงร้อยละ 13 มาอยู่ที่ 2,237 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็น 12,892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอัตรากำไรของมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) คงตัวอยู่ที่ร้อยละ 11 ทั้งนี้ ตามที่ได้ประกาศไว้ในผลการดำเนินงานระหว่างกาลของปี 2569 คาดว่าจะสามารถทำได้ดีกว่าเป้าหมายอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา ปลุกพลังคนวัย 50+ ผ่านสนามแข่งขัน LEGACY RACE
ตอกย้ำแนวคิด Healthy Longevity สุขภาพดี
บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน “Allianz Ayudhya presents LEGACY RACE” เวทีแข่งขันกีฬา Hybrid Fitness Race สำหรับผู้มีอายุ 50–69 ปี ภายใต้แนวคิด “WE ARE WARRIORS” ณ IMPACT Exhibition Hall 5 เมืองทองธานี โดยมีผู้เข้าแข่งขันรวม 324 คน ร่วมท้าทายศักยภาพของตนเองผ่านการแข่งขันที่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแรง ความอดทน และความมุ่งมั่น พร้อมเป็นเวทีให้พนักงานอลิอันซ์ อยุธยา วัย 50+ ร่วมลงสนามพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง โดยหลายคนใช้การแข่งขันครั้งนี้เป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงตนเองและการดูแลสุขภาพสามารถเริ่มต้นได้ในทุกช่วงวัย
การแข่งขันครั้งนี้สะท้อนมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตในสังคมสูงวัย ผ่านภาพของผู้เข้าแข่งขันวัย 50–69 ปี ที่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง โดยการแข่งขันในรูปแบบ Hybrid Fitness Race ผสมผสานการวิ่งเข้ากับสถานีทดสอบสมรรถภาพทางกาย ท้าทายทั้งพละกำลัง ความอึด และความฟิตของร่างกาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกำลังใจจากผู้เข้าร่วมงาน ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนต่างมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่มีร่วมกันคือความตั้งใจที่จะพิสูจน์ว่าตัวเลขอายุไม่จำเป็นต้องเป็นข้อจำกัดของการตั้งเป้าหมายใหม่ การพัฒนาศักยภาพ หรือการมีชีวิตที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉง หากมีการดูแลสุขภาพและเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “ภาพของผู้เข้าแข่งขันวัย 50–69 ปี ที่เราได้เห็นในวันนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการดูแลสุขภาพหรือการท้าทายศักยภาพของตนเอง สิ่งที่น่าประทับใจไม่ใช่เพียงความแข็งแรงของร่างกาย แต่คือความมุ่งมั่น วินัย และความตั้งใจที่จะดูแลตัวเองให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Healthy Longevity ที่อลิอันซ์ อยุธยา ให้ความสำคัญมาโดยตลอด”
“ในวันที่คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น เราอยากชวนทุกคนมองให้ไกลกว่าการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่ต้องเป็นการมีชีวิตที่แข็งแรง มีความสุข และสามารถทำสิ่งที่รักได้อย่างต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพจึงไม่ควรเริ่มต้นเมื่อเกิดความเจ็บป่วย แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อน ไปจนถึงการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เพราะการมีสุขภาพที่ดีในวันนี้คือการเตรียมความพร้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของอลิอันซ์ อยุธยา ที่มุ่งมั่นดูแลลูกค้าทั้งด้านสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว” นางสาวพัชรา กล่าว
อีกหนึ่งเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากการแข่งขันครั้งนี้ คือการที่พนักงานอลิอันซ์ อยุธยา วัย 50+ ร่วมลงสนามในนาม Allianz Ayudhya Warriors โดยผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำทั้งหมด แต่หลายคนตัดสินใจก้าวออกจากความคุ้นเคยของตนเอง ลุกขึ้นมาเตรียมความพร้อมและเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างจริงจัง เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองยังสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการพิชิตแต่ละสถานีหรือการเข้าเส้นชัย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และเป็นโอกาสให้พนักงานได้ค้นพบศักยภาพใหม่ ๆ ของตนเอง พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนวัยเดียวกันเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แข็งแรงหรือออกกำลังกายเก่งอยู่แล้วจึงจะเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ เพราะก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจลงมือทำ
สำหรับผลการแข่งขัน ประเภทหญิง รุ่นอายุ 50-59 ปี อันได้ที่ 1 ทำเวลาได้ 38.08 นาที ได้แก่ พิมพรรณ เงินเทศ
ประเภทชาย รุ่นอายุ 50-59 ปี อันได้ที่ 1 ทำเวลาได้ 39.24 นาที ได้แก่ กฤษฎา ฉันท์สถิต
ประเภทหญิง รุ่นอายุ 60-69 ปี อันได้ที่ 1 ทำเวลาได้ 45.06 นาที ได้แก่ ศศิธร งามตรง
ประเภทชาย รุ่นอายุ 60-69 ปี อันได้ที่ 1 ทำเวลาได้ 39.15 นาที ได้แก่ ภาณุวัตร รัดเกล้า
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและความพร้อมที่จะท้าทายตนเองของคนวัย 50+ การแข่งขัน “Allianz Ayudhya presents LEGACY RACE” จัดขึ้นโดย LEGACY RACE ภายใต้แนวคิด “WE ARE WARRIORS” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีอายุ 50–69 ปี ได้แสดงศักยภาพของตนเองผ่านการแข่งขันที่ออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัย โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย และการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งการคัดกรองสุขภาพก่อนการแข่งขัน การเตรียมความพร้อมของผู้เข้าแข่งขัน และการดูแลโดยทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่กู้ชีพตลอดการแข่งขัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถท้าทายศักยภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ
อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่กับการวางแผนสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยเชื่อว่าการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพไม่ได้หมายถึงเพียงการมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น แต่คือการมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีความมั่นใจ และมีความสุขในทุกช่วงวัย

Go To Lead


เจนเนอราลี่ คว้าสิทธิ์ Naming Partner สนามกีฬาแห่งใหม่ในมิลาน
นายอันเดรีย ซิโรนี (Andrea Sironi) ประธานกรรมการ กลุ่มเจนเนอราลี่ และ นายฟิลลิปป์ ดอนเนต์ (Mr. Philippe Donnet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเจนเนอราลี่ ร่วมเปิดเผยว่า สนามกีฬาแห่งใหม่จะเสริมบทบาทของเมืองมิลาน หนึ่งในเวทีสำคัญของอิตาลีที่ทั่วโลกรู้จัก เจนเนอราลี่ในฐานะเป็นตัวแทนของอิตาลีในเวทีโลกมาโดยตลอด จึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ร่วมกับสองสโมสรที่มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นอยู่ทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการอันน่าตื่นเต้นนี้ และหลังจากนี้ "Generali Stadium" จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ร่วมเติมเต็มอนาคตของเมืองมิลาน พร้อมส่งต่อคุณค่าของกีฬาและสร้างประสบการณ์ร่วมให้แก่ผู้คนจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
ที่เจนเนอราลี่ เราส่งเสริมให้กีฬาเป็นศูนย์รวมในการสร้างสุขภาวะที่ดีและการเติบโตของชุมชนในทุกพื้นที่ ทั้งในอิตาลีและกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่เราดำเนินธุรกิจ ดังนั้นบทบาทของเราจึงก้าวไปไกลกว่าการเป็นชื่อเรียกของสนามกีฬา แต่เราตั้งใจที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทุกความประทับใจของแฟนบอลที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้” สำหรับ "Generali Stadium" ได้รับการออกแบบโดยยึดประสบการณ์ของแฟนบอลยุคใหม่เป็นหัวใจสำคัญ คำนึงถึงความต้องการ รูปแบบการใช้ชีวิต และประสบการณ์ที่ผู้คนคาดหวังจากการเข้าชมการแข่งขัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ชมในยุคปัจจุบัน รองรับผู้ชมได้สูงสุด 71,500 ที่นั่ง โดยการออกแบบเกิดจากความร่วมมือระหว่างสองบริษัทสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลกอย่าง Foster + Partners และ MANICA โดยมี ลอร์ด นอร์แมน ฟอสเตอร์ (Lord Norman Foster) สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคร่วมสมัย ร่วมพัฒนาแนวคิดการออกแบบกับ เดวิด มานิกา (David Manica) ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบสนามกีฬาหลายแห่งทั่วโลก การออกแบบของสนามโดดเด่นด้วยโครงสร้างรูปทรงตัวเอ็กซ์ (X-frame) ที่วางตัวอย่างมีจังหวะสัมพันธ์กับหลังคาทรงโค้งคู่ (Double-curved roof) ก่อให้เกิดรูปทรงที่มีเอกลักษณ์และจดจำได้ง่าย ขณะเดียวกัน แนวคิดการออกแบบยังนำแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นเมืองแห่งแฟชั่นของมิลาน มาถ่ายทอดสู่พื้นที่ร่วมสมัยที่ไม่ได้เป็นเพียงสนามฟุตบอล แต่ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของบริบทและชีวิตของเมืองในอนาคต
ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจนเนอราลี่ที่มีต่อวงการกีฬาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนการแข่งขันและกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันเทนนิส เดวิสคัพ (Davis Cup by Generali) เทศกาลเรือใบระดับตำนานอย่าง บาร์โคลานา (Barcolana) ซึ่งเจนเนอราลี่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี รวมถึงมหกรรมวิ่งระดับโลกอย่าง เบอร์ลิน มาราธอน (Berlin Marathon) ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของเจนเนอราลี่ในการสานต่อบทบาทในโลกกีฬา ควบคู่กับการสร้างคุณค่าและประสบการณ์ร่วมกับผู้คน ชุมชน และเมืองต่าง ๆ ในระยะยาว

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต ชวนสังคมไทยใส่ใจ “คลายเครียด”
รับวันตระหนักรู้เรื่องความเครียดแห่งชาติ
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คนวัยทำงานในปัจจุบัน ความเครียดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่รู้ตัว ทั้งจากแรงกดดันในการทำงาน ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนบทบาทการดูแลครอบครัว หลายคนมองว่า ความเครียดเป็นเพียง "ภาวะทางอารมณ์" ชั่วคราว แต่ในทางทางการแพทย์ ความเครียดเรื้อรัง คือ ภัยเงียบที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาในร่างกายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งหากสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท หลอดเลือด และโครงสร้างสมองเนื่องใน “วันตระหนักรู้เรื่องความเครียดแห่งชาติ” 4 พฤศจิกายน 2569 นี้ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงขอเชิญชวนทุกคนหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพกายและใจ ลดพฤติกรรมเสี่ยงสะสมความเครียด พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินรองรับความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงทางสมองในอนาคต
ความเครียดเรื้อรัง เชื่อมโยง 3 โรคร้ายทางสมอง ผลการศึกษาและงานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากลชี้ชัดว่า ความเครียดสะสมเรื้อรังมีความสัมพันธ์โดยตรงกับโรคร้ายแรงทางสมองที่อาจเปลี่ยนชีวิต 1. โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) งานวิจัยจาก Karolinska Institutet ประเทศสวีเดน และวารสาร JAMA Network Open ระบุว่า ผู้ที่มีภาวะเครียดเรื้อรังส่งผลให้สมองส่วนความจำฝ่อลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมสูงขึ้นกว่าปกติถึง 3 เท่า 2. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ข้อมูลจาก INTERSTROKE Study พบว่าความเครียดทางจิตสังคมกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มการอักเสบในระบบหลอดเลือด เสี่ยงต่อภาวะอุดตันหรือแตกเฉียบพลัน 3. โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) แม้ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่ความเครียดที่เกิดขึ้นยาวนานส่งผลต่อกระบวนการอักเสบในสมอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเสื่อมถอยในระบบประสาท
ทริคชีวิตดีๆ เริ่มต้นง่ายๆ จากการ "เซฟสมอง" คลายเครียดตลอดวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ความเครียดทำลายสุขภาพสมองก่อนวัยอันควร ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้ เริ่มต้นวันใหม่ ตื่นนอน 10 นาทีแรก หลีกเลี่ยงการหยิบโทรศัพท์มือถือเช็กข่าวหรืออีเมลทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่งสูง เปลี่ยนเป็นการยืดเส้นยืดสาย รับแสงแดดยามเช้า และดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้สมองและฝึกสติระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะขับรถหรือขึ้นรถไฟฟ้า ลองถอดหูฟังแล้วอยู่กับลมหายใจเข้า-ออกลึกๆ การทำงานระหว่างวัน จัดการความเครียดระหว่างวันด้วยสูตร 50 -10 โดยโฟกัสงาน 50 นาที พักลุกเปลี่ยนบรรยากาศ 10 นาที พร้อมปรับสภาพแวดล้อมบนโต๊ะทำงานด้วยต้นไม้เล็กๆ หรือ อโรมาเธอราพีกลิ่นผ่อนคลาย ถ้าเจอเรื่องกดดัน ลองหลบไปคุยกับเพื่อนร่วมงานที่สนิท หรือจดระบายความรู้สึกลงกระดาษ แล้วฉีกทิ้ง! ส่งท้ายวัน ก่อนนอน 1 ชั่วโมง เขียนจดสิ่งที่ต้องทำในวันถัดไปเพื่อเคลียร์ความกังวล (Brain Dump) งดเล่นมือถือก่อนนอน 30 นาที และฝึกหายใจแบบ 4-7-8 หายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที กลั้นหายใจไว้ 7 วินาที และผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ 8 วินาที ทำซ้ำ 4 รอบ เพื่อกระตุ้นระบบประสาทให้ผ่อนคลายและเข้าสู่การนอนหลับลึกอย่างมีประสิทธิภาพ
วางแผนคุ้มครองคุณภาพชีวิตระยะยาวด้วย "บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์"เนื่องจากโรคความเสื่อมทางสมองและโรคร้ายแรงมักต้องใช้เวลารักษายาวนานและมีค่าใช้จ่ายสูง กรุงเทพประกันชีวิต จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของครอบครัว ด้วยประกันโรคร้ายแรง “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” (BLA Long Life Care) แผนคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตระยะยาว ครอบคลุมโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์, โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน, โรคพาร์กินสัน, การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง, โรคกล้ามเนื้อเสื่อม, โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว, ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง และการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
จุดเด่นของประกัน บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ ? ตรวจเจอ หยุดจ่าย* เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตามที่กำหนด ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยต่อ ? รับเงินชดเชยรายปี* รับเงินชดเชยรายปี 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ? คุ้มครองยาวนาน ให้ความคุ้มครองต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ 99 ปี (รายละเอียดเป็นไปตามแผนความคุ้มครองที่เลือก) ? สิทธิประโยชน์ทางภาษี เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพราะสุขภาพสำคัญเสมอ จึงควร “ใส่ใจดูแลตัวเอง” ตั้งแต่วันนี้เพื่อชีวิตที่ดีอยู่กับเราไปอีกยาวๆ กรุงเทพประกันชีวิต มุ่งหวังให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงิน แม้ความสำเร็จของการทำงานจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่จะไม่มีความหมายเลยหากเราเจ็บป่วย การใส่ใจดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันควบคู่กับการวางแผนหลักประกันที่มั่นคง จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจในทุกช่วงชีวิต หมายเหตุ:*เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดในกรมธรรม์ โปรดทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต เข้าร่วม UN Global Compact
ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนระดับสากล
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า "เมืองไทยประกันชีวิต ตระหนักดีว่าโครงสร้างประชากรโลกและประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้มีอายุยืน (Longevity Economy) ซึ่งประชากรมีอายุขัย (Lifespan) ยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเผชิญช่องว่างระหว่างช่วงอายุขัย กับช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) และช่วงชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงิน (Wealthspan) ควบคู่ไปกับภัยคุกคามเชิงระบบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบทางกายภาพต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่คุกคามสุขภาวะ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของมนุษย์ ทั้งความเสี่ยงเฉียบพลัน เช่น คลื่นความร้อน และอุทกภัย และความเสี่ยงเรื้อรัง เช่น มลพิษทางอากาศ (PM 2.5) และโรคอุบัติใหม่ เป็นต้น บริษัทฯ จึงได้มีการบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนผนวกเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น “ผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพที่ยั่งยืน” (Leading Sustainable Insurer) ที่พร้อมรับมือกับสังคมอายุยืน และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพยายามให้บรรลุความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติด้วย”
ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลเหล่านี้ สะท้อนความสำเร็จผ่านผลการดำเนินงานในรายงานความยั่งยืน ปี 2568 (Sustainability Report 2025) ซึ่งมีการบูรณาการหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ไว้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้เดินหน้าลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมประกาศเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2573 รวมถึงความสำเร็จในการผลักดันให้อาคาร 66 Tower และศูนย์การเรียนรู้ สรรค์สาระ ได้รับมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับสากล LEED ระดับ Gold สำหรับด้านสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงาน เราให้ความสำคัญกับการสร้างความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานจนได้รับรางวัลองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด "Best Places to Work 2025" ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมผ่านการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองทางสุขภาพและการเงินได้อย่างเท่าเทียม (Democratizing Insurance) และในด้านการต่อต้านการทุจริต บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามหลักบรรษัทภิบาล ให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทย ที่เข้าร่วมลงนามเป็นภาคีสมาชิกหลักการลงทุนที่รับผิดชอบระดับสากล (UN-Supported Principles for Responsible Investment: PRI) รวมถึงภาคีสมาชิกโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หลักการประกันภัยที่ยั่งยืน หรือ UNEP FI PSI (Principle for Sustainable Insurance) อีกด้วย
Link : https://unglobalcompact.org/what-is-gc/participants/222219-Muang-Thai-Life-Assurance-Public-Company-Limited#เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com