Insurance
Go to  i click
Hot News: เอไอเอ เปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” ตัวแทนผู้บริหารยุคใหม่ ผ่านแบบประกัน “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เอไอเอ เปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” ตัวแทนผู้บริหารยุคใหม่
ผ่านแบบประกัน “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)
รพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “สำหรับพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตัวล่าสุด ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เรามองหาผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการเงิน มีความเป็นผู้นำ และมีบทบาทในชีวิตหลากหลาย ซึ่งต้องการตัวช่วยในการวางแผนชีวิตและการเงินที่ชาญฉลาด เพื่อส่งมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งคุณโอม สามารถสะท้อนบทบาทเหล่านี้ออกมาได้อย่างชัดเจน จากบทบาทศิลปินที่มีชื่อเสียง สู่ผู้บริหารที่วางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ จนนำธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันคุณโอม มีบทบาทเป็นคุณพ่อลูกสอง ที่ต้องวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นศิลปินเพราะรู้ว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่นอน แบบประกันตัวนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของคุณโอมจริง ๆ
“เอไอเอ มั่นใจว่าโฆษณาตัวใหม่ที่มีคุณโอมมาเป็นพรีเซนเตอร์นี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าในวงกว้าง อีกทั้งจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับคนไทยทั่วประเทศ” รพีพร กล่าว
สำหรับ “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่สามารถรับรายได้ต่อเนื่องยาวนานถึงอายุ 99 ปี (Lifetime Income) โดยเริ่มรับผลประโยชน์ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ประกอบด้วย เงินคืนรายงวดแบบการันตี (Guaranteed Income)[1] สูงสุด 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงวันสิ้นปีกรมธรรม์ถัดจากวันที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 98 ปี เงินปันผลรายงวด (Cash Dividend)[2] ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากเงินคืนแบบการันตี และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทางการเงินในระยะยาว เพื่อช่วยรับมือกับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ แบบประกันตัวนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไป ด้วยผลประโยชน์ครบกำหนดสัญญาสูงถึง 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมโอกาสได้รับ เงินปันผลเมื่อสัญญาสิ้นสุด (Terminal Dividend)[2] เปรียบเสมือนรางวัลแห่งการวางแผนทางการเงินระยะยาว ที่ช่วยสร้างมรดกทางการเงินและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่คนที่รัก
สามารถติดตามหนังโฆษณา ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ ได้ทางช่องทางออนไลน์ของเอไอเอ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://youtu.be/hkjwM4VZp1A ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/life/aia-lifetime-income หรือสามารถติดต่อตัวแทนเอไอเอทั่วประเทศ

Go To Lead


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ
“รางวัลสำหรับองค์กรที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการประจำปี 2569”
บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลองค์กรที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2569 “ระดับดีเด่น” จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี คุณพงศ์ธร วัธนนัย Head of Talent Acquisition & HR Governance (คนขวา) เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ จาก ดร. เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (คนซ้าย) ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติองค์กรที่มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสการทำงานให้แก่คนพิการอย่างต่อเนื่อง และพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม รางวัลอันทรงคุณค่านี้สะท้อนความมุ่งมั่น และตั้งใจของบริษัทฯ ในการส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่างของบุคลากร ผ่านวัฒนธรรม Care & Dare ที่ผสานความเอาใจใส่และความกล้าที่จะแสดงออกถึงความแตกต่าง พร้อมร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Inclusive Workplace ที่ทุกคนได้รับการยอมรับ เคารพ โดยพนักงานมีโอกาสแสดงศักยภาพ และเติบโตไปด้วยกันอย่างเต็มที่
ผู้ที่สนใจร่วมงานกับ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่ 02-056-3513-15หรือ www.krungthai-axa.co.th/career ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/PWD_Awards_2026

Go To Lead


แรบบิท ประกันชีวิต 'ชวน'สร้างบทสนทนาเรื่องชีวิต
ผ่าน 44 ข้อความ เปลี่ยนทุกจุดหมายสู่เรื่องราวที่อยากดูแล
บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชวนทุกคนคุยต่อ ผ่านแคมเปญ “ขอบคุณที่ (ยัง) ไม่เลือกเรา” ด้วยการเทคโอเวอร์พื้นที่สื่อภายในขบวนรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท ภายใต้แนวคิด “ทุกสถานีมีเรื่องราวที่เราอยากดูแล” โดยหยิบชื่อ 44 สถานีบนเส้นทาง BTS มาสร้างสรรค์เป็น 44 ข้อความ ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวและโมเมนต์ใกล้ตัวของทุกคน เพื่อทำให้การสื่อสารของแบรนด์เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและเชื่อมโยงกับผู้คนมากขึ้น พร้อมชวนให้ผู้โดยสารหยุดอ่าน สังเกต และมองหาข้อความจากสถานีที่ตัวเองคุ้นเคย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่โฆษณาระหว่างการเดินทางให้กลายเป็นพื้นที่ของบทสนทนา ที่สร้างทั้งสีสันและการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับทุกคน
สำหรับการสื่อสารครั้งนี้ แรบบิท ประกันชีวิต หยิบชื่อสถานีที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยมาเล่นกับข้อความที่แตกต่างกันไป โดยเชื่อมโยงกับเรื่องราวในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่การใช้ชีวิต การทำงาน การเติบโต ไปจนถึงการวางแผนอนาคต ถ่ายทอดออกมาเป็น 44 ข้อความที่อ่านง่าย เป็นกันเอง และมีลูกเล่น อาทิ “มุ่งมั่นพัฒนาให้ชาวหมอชิตได้ใช้ชีวิตดีอย่างก้าวกระโดด” “มุ่งมั่นพัฒนาให้ให้ชาวสยาม มีเงินใช้แบบล้นหลาม” หรือ “มุ่งมั่นพัฒนาให้ชาวทองหล่อ มีเงินใช้หลังเกษียณแบบหล่อๆ” เปลี่ยนชื่อสถานีที่ได้ยินกันทุกวันให้กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันระหว่างการเดินทาง พร้อมชวนให้ลองมองหากันว่า สถานีที่ตัวเองคุ้นเคยจะถูกนำมาเล่นเป็นข้อความอะไร
นอกจากสร้างสีสันระหว่างการเดินทางแล้ว การสื่อสารครั้งนี้ยังเป็นการนำ Storytelling Marketing มาเชื่อมเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับเรื่องใกล้ตัวของผู้คน ภายใต้แนวคิด “มุ่งมั่นพัฒนา เพราะเราอยากดูแลคุณ” โดยใช้พื้นที่สื่อบน BTS เป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ในการสร้างบทสนทนาและความคุ้นเคย ทำให้การสื่อสารของแบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงอัปเดตข้อมูลข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ Rabbit Life www.rabbitlife.co.th

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต จัดงานสัมมนาใหญ่รวมพลังสุดยอดนักขาย
Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026
ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของคำว่า Longevity หรือสังคมอายุยืนอย่างมาก โดยผู้คนให้ความสนใจและใส่ใจกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ในฐานะบริษัทประกันชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้คน กรุงเทพประกันชีวิต จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถทีมขายในการเป็นตัวแทนความใส่ใจ หรือ Life Care Partner ที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี 4 ด้าน คือ การดูแลรักษาสุขภาพตนเอง เห็นความสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงิน มีจิตใจมั่นคงต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ตลอดจนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง
ทั้งนี้ บทบาทของการเป็น Life Care Partner จึงต้องเข้าใจวิถีชีวิตแบบใหม่ พร้อมปรับ Mindset และบทบาทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาด้านความรู้ที่ครอบคลุมทั้งการให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลูกค้าในการวางแผนการเงินในระยะยาว และตอบสนองความต้องการด้าน Healthcare Services โดยกรุงเทพประกันชีวิตพร้อมที่จะสนับสนุนความรู้ ทักษะ และอำนวยความสะดวกในการทำงานทั้งการขยายฐานตลาดและสร้างทีมให้แข็งแกร่ง
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า กรุงเทพประกันชีวิตได้ปรับบทบาทจากการเป็นผู้ให้ความคุ้มครองผ่านประกันชีวิต ไปสู่การช่วยให้ลูกค้าเตรียมพร้อมและดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาวผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ พันธมิตร และ Life Care Partner ซึ่งที่ผ่านมาได้นำแนวคิด 4 บัญชีชีวิต มาใช้ทดสอบความสมดุล 4 ด้านสำคัญทั้ง กาย ใจ เงิน ความสัมพันธ์ ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นจุดที่ควรแก้ไข และยังนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการอบรมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแนะนำลูกค้าในการเตรียมความพร้อม โดยในงานสัมมนาฯ ยังมีการถ่ายทอดแนวคิดของการ “ใส่ใจให้ชีวิตดี” ผ่านนิทรรศการย่อย เพื่อให้ผู้ร่วมงานเข้าใจบทบาทของ Life Care Partner ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
“เรายังออกแบบผลิตภัณฑ์และมีวางแนวทางการวางแผนการเงินให้ลูกค้าเพื่อรองรับการเกษียณและความเสี่ยงที่ยาวขึ้น ด้วยแนวคิด Extension & Expansion คือยืดทั้งระยะเวลาและขยายขอบเขตการดูแล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันความเสี่ยงในอนาคตอย่างแบบประกัน บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ ส่วนด้านการแพทย์และสุขภาพ เรายังยกระดับบริการเสริมด้านสุขภาพ BLA EveryCare และ Privilege ใน 3 แกน คือ การใส่ใจสุขภาพเชิงรุก (Proactive) เชิงป้องกัน (Preventive) และการฟื้นฟู (Restorative) พร้อมสร้าง Well-Being Ecosystem ที่ร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพชั้นนำมากมาย” นายโชนกล่าว
นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า กรุงเทพประกันชีวิตขอแสดงความยินดีกับนักขายจำนวน 1,200 ท่าน ที่สามารถพิชิตเป้าหมายและประสบความสำเร็จ โดยมี “สุดยอดฝีมือ” หรือ Top Producers มากถึง 114 ท่าน และมี First Timers หรือน้องใหม่ที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเทและพยายามจนสามารถพิชิตคุณวุฒิในการเข้าร่วมสัมมนาใหญ่ฝ่ายขาย เป็นครั้งแรกได้ถึง 199 ท่าน กรุงเทพประกันชีวิตได้วางเป้าหมายสร้างการเติบโต 2 เท่า โดยมีเบี้ยปีแรกและรายได้ตัวแทนโต 15% ทุกปี ระหว่างปี 2024 – 2028 ในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 จึงได้วางแนวทางเร่งสร้างการเติบโตของทีมขายใน 2 มิติ คือ การสนับสนุนให้ผู้บริหารสร้างและขยายทีมงานที่แข็งแกร่ง “Scale Up Team” เพื่อสร้างผลงานแบบทวีคูณ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และยังให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างด้วยการยกระดับตัวแทนสู่การเป็น Life Care Partner ผ่านกระบวนการทำงานที่ต้องเริ่มตั้งแต่ การสรรหาคนที่ “ใช่” เข้ามาร่วมทีมงาน พร้อมฝึกฝน เพิ่มทักษะ และถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อสร้างโอกาสการขาย เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าและช่วยสร้างการเติบโตให้กับทีมงานอย่างยั่งยืน
“ในองค์กรแห่งความใส่ใจ กรุงเทพประกันชีวิต พร้อมสนับสนุนทุกคนให้เติบโต โดยเรามีหลักสูตรการพัฒนาทักษะตัวแทนและผู้บริหารทุกระดับ ด้วยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งที่ได้ลงนามความร่วมมือในปีนี้ จะช่วยเติมเต็มความรู้ทั้งด้านการเงิน การลงทุน การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ นอกจากนี้ เรายังมีโครงการ “ใส่ใจ Awards” ซึ่งเป็นการมอบรางวัลให้กับ “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ที่ลูกค้าสามารถให้คะแนนความพึงพอใจแก่ฝ่ายขายที่ดูแล ผ่านลิงก์ที่บริษัทฯจะส่งให้ทาง SMS โดยเราจะประกาศผลในเดือนพฤศจิกายนนี้” นายจักรพงศ์กล่าวmในงานสัมมนา Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 ยังได้รับเกียรติจาก คุณคมสันต์ แซ่ลี ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด บรรยายหัวข้อ พลิกแนวคิด "ตัวแทน" สู่ "เจ้าของธุรกิจ" เพื่อถอดรหัสแนวคิดความสำเร็จด้วยกลยุทธ์เชิงรุกเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมทลายทุกขีดจำกัด ขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายร่วมกันอย่างยั่งยืน เสริมทัพด้วยทีมวิทยากรจากกรุงเทพประกันชีวิต ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายด้าน และมินิคอนเสิร์ต จาก ธัญญ่า อาร์สยาม บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ และ Silly Fools เพื่อสร้างความสุขและเป็นกำลังใจให้ฝ่ายขายร่วมสร้างความสำเร็จ ด้วยความ “ใส่ใจ” สามารถพิชิตเป้าหมายการทำงานร่วมกัน

Go To Lead


อลิอันซ์ 'ชี้' การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกพุ่งแรง
เปิดยุคใหม่ความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสเติบโตธุรกิจประกันภัย
รายงานล่าสุดของ Allianz Commercial เรื่อง “The data center construction boom: risks and claims trends” เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังขับเคลื่อนหนึ่งในวัฏจักรการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งการขยายตัวอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกนี้ กำลังนำมาซึ่งความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ทั้งในด้านการก่อสร้าง การดำเนินงาน สภาพภูมิอากาศ และการประกันภัย รายงานระบุว่า การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกต่อปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็นมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 โดยโอกาสการลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวอาคารหรือห้องเซิร์ฟเวอร์ แต่ยังครอบคลุมถึงระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบเครือข่าย ตลอดจนเซมิคอนดักเตอร์
ข้อมูลจาก Allianz Research คาดว่า สหรัฐอเมริกาและจีนจะมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 62% ของกำลังการผลิตใหม่ทั่วโลกจนถึงปี 2573 อย่างไรก็ตาม คลื่นการลงทุนระลอกถัดไปกำลังขยายตัวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น โดยยุโรป เยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ยังคงเป็นตลาดสำคัญ ขณะที่สเปน ฟินแลนด์ และเดนมาร์กมีแนวโน้มเติบโตเร็วขึ้น จากความพร้อมด้านพลังงานและเงื่อนไขในการขออนุญาตที่เอื้อต่อการลงทุน ส่วนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมจีน กำลังการผลิตติดตั้งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 9 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 28 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยเฉพาะมาเลเซียที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 10 เท่า
นายโทมัส ลิลเลอลุนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Allianz Commercial เปิดเผยว่า “AI กำลังเปลี่ยนดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่จากสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์เฉพาะทาง ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจ การลงทุนที่เกิดขึ้นมีขนาดมหาศาล และเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์พัฒนาจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ไปสู่การรองรับการประมวลผลสมรรถนะสูง ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือความเสี่ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแหล่งพลังงาน ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้าง การเลือกทำเลโดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการออกแบบโปรแกรมประกันภัยให้สะท้อนความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของมูลค่าที่แท้จริง ในปัจจุบัน ความคุ้มครองด้านประกันภัยที่ครอบคลุมยังกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญสำหรับการจัดหาเงินทุนของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่จำนวนมากอีกด้วย”
ความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือความเสี่ยง ต้องเป็นหัวใจของการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ ข้อจำกัดสำคัญของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเปลี่ยนจากปัจจัยด้านเงินทุนไปสู่ข้อจำกัดทางกายภาพมากขึ้น ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าถึงพลังงาน การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า การขออนุญาต อุปกรณ์เฉพาะทาง และแรงงานที่มีทักษะ ขณะเดียวกัน ความสามารถในการรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่ต้องพิจารณาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงเรื่องของการบริหารงานภายหลัง โดยประมาณ 79% ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เผชิญความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติสูงกว่าปกติ และ 54% อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเรื้อรังจากความร้อนและภัยแล้ง นอกจากนี้ ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เติบโตเร็วที่สุดหลายแห่ง ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสูง เช่น Northern Virginia ในสหรัฐอเมริกา รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย และเมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส ในทวีปอเมริกา ประมาณ 86% ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์เผชิญความเสี่ยงสูงจากน้ำท่วม ไฟป่า และวาตภัย ขณะที่เอเชียแปซิฟิกมีความเสี่ยงจากความร้อนและภัยแล้งมากที่สุด โดยมีถึง 89% ของกำลังการผลิตที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ตลาดประกันภัยดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกคาดโตมากกว่าสองเท่าภายในปี 2573 ธุรกิจประกันภัยกำลังพัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลัก ความคุ้มครองด้านประกันภัยที่ครบถ้วนจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ต้นทุนการก่อสร้าง AI Campus เพียงแห่งเดียวอาจสูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินที่ต้องเอาประกันสามารถเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ประมวลผลสมรรถนะสูงภายในโครงการ โดยตลาดประกันภัยดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวจากประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกำลังการผลิต มูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันที่สูงขึ้น และความซับซ้อนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ความต้องการความคุ้มครองยังมีแนวโน้มขยายจากการประกันภัยทรัพย์สินแบบดั้งเดิม ไปสู่โซลูชันแบบบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งงานก่อสร้าง วิศวกรรม ทรัพย์สิน การหยุดชะงักทางธุรกิจ ความเสี่ยงไซเบอร์ และความรับผิด รวมถึงเปิดโอกาสใหม่สำหรับภาคประกันภัยในด้านความมั่นคงของพลังงาน ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และความเสี่ยงจากเทคโนโลยี แนวโน้มความเสี่ยงและสินไหม: เพลิงไหม้สร้างความเสียหายสูงสุด ขณะที่ความเสียหายจากน้ำเกิดบ่อยที่สุด การวิเคราะห์ข้อมูลสินไหมที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ของ Allianz Commercial พบว่า เพลิงไหม้เป็นสาเหตุหลักที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุด โดยมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 700 ล้านยูโร หรือประมาณ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภัยธรรมชาติเป็นสาเหตุของความเสียหายรุนแรงรองลงมา ตามด้วยการกระทำโดยเจตนา ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมและเหตุการณ์ไซเบอร์ ตลอดจนเหตุไฟฟ้าขัดข้อง เมื่อพิจารณาจากความถี่ของการเรียกร้องค่าสินไหม พบว่า ความเสียหายจากน้ำเกิดขึ้นบ่อยที่สุด ตามด้วยการกระทำโดยเจตนา เพลิงไหม้ และความเสียหายจากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ขณะที่เมื่อพิจารณาตามประเภทของความคุ้มครอง พบว่า การหยุดชะงักทางธุรกิจ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มูลค่าความเสียหายสูง สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางการเงินที่มีนัยสำคัญเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ
ความเสี่ยงของดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงการมีขนาดใหญ่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น และพึ่งพาระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale และโครงการ Colocation Campus ที่อาจรวมผู้เช่าหลายราย งานก่อสร้าง ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานภายในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้น เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การเรียกร้องค่าสินไหมพร้อมกันในหลายประเภท ตั้งแต่ทรัพย์สิน งานก่อสร้าง การหยุดชะงักทางธุรกิจ ความรับผิด ความเสี่ยงไซเบอร์ ไปจนถึงความเสี่ยงทางการเงิน กรณีศึกษาสินไหมที่เกิดขึ้นจริงพบว่า สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale เหตุความเสียหายต่อระบบทำความเย็นภายนอก เพลิงไหม้จากงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และความล่าช้าในการเริ่มดำเนินงานจากปัญหาด้านระบบไฟฟ้า ต่างเคยสร้างความเสียหายสูงถึงประมาณ 50–100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเหตุการณ์
นายคริสเตียน โคลเบอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมงานก่อสร้างระดับโลก Allianz Commercial กล่าวว่า “สำหรับบริษัทประกันภัย คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าตัวอาคารมีมูลค่าเท่าใด แต่อยู่ที่ว่ามูลค่าและการพึ่งพาระบบต่าง ๆ กระจุกตัวอยู่ภายในและรอบดาต้าเซ็นเตอร์มากเพียงใด ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น แบตเตอรี่ เส้นทางโครงข่ายไฟเบอร์ การทดสอบและเดินระบบ ตลอดจนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ล้วนเป็นองค์ประกอบของภาพความเสี่ยงเดียวกัน การลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องเริ่มตั้งแต่ระยะแรกและดำเนินต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยต้องออกแบบความสามารถในการรับมือความเสี่ยงเข้าไปตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการวางแผน” ความชัดเจนระหว่างกรมธรรม์ คือหัวใจสำคัญในการลดข้อโต้แย้งด้านความคุ้มครอง โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ประกอบด้วยหลายระยะของการพัฒนา และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย จึงอาจสร้างความซับซ้อนต่อการพิจารณาความคุ้มครอง ในช่วงก่อสร้าง ผู้เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วยเจ้าของโครงการ ผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง ขณะที่เมื่อเข้าสู่ช่วงดำเนินงาน ผู้เกี่ยวข้องจะเปลี่ยนเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินงาน รวมถึงอาจมีผู้เช่าหรือผู้ใช้งานปลายทางหลายราย ตัวอย่างเช่น หากเกิดเพลิงไหม้จากงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟในช่วงที่ดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้กรมธรรม์ที่แตกต่างกัน และส่งผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละฝ่ายในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
ชาร์ลอตต์ ฟิลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมระยะสั้นประจำภูมิภาคเอเชีย Allianz Commercial กล่าวว่า “ความชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเรียกร้องค่าสินไหมประกันภัย การส่งมอบความรับผิดชอบระหว่างกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับงานก่อสร้าง กับกรมธรรม์สำหรับช่วงดำเนินงาน ต้องได้รับการบันทึกไว้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะการกำหนดว่าโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในทางปฏิบัติเมื่อใด จะต้องไม่มีความคลุมเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งว่ากรมธรรม์ฉบับใดควรให้ความคุ้มครองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีขอบเขตความคุ้มครองเพียงใด”

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต -Jones’ Salad 'รุก'แคมเปญสุขภาพมิติใหม่
ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)”
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งมั่นในการขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ สู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ซึ่งความร่วมมือกับ Jones’ Salad ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพในทุกมิติ เพราะการมีสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ตั้งแต่การเลือกอาหารที่ดี การดูแลร่างกาย ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม เพราะแม้เราจะดูแลตัวเองอย่างดี แต่ความเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ การมีทั้งสุขภาพที่ดีและความคุ้มครองที่พร้อมจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับชีวิต
ด้านนายอาริยะ คำภิโล CEO & Founder Jones' Salad กล่าวว่า Jones’ Salad ให้ความสำคัญกับการทำให้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิตจึงเป็นการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจมองเรื่องสุขภาพผ่านสิ่งที่รับประทาน มาเชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครอง เพื่อให้การดูแลสุขภาพมีความรอบด้านมากขึ้น เราอยากให้คนรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แต่อยู่ในทุกสิ่งที่เราเลือกในแต่ละวัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำเรื่องอาหาร สุขภาพ การออกกำลังกาย และการวางแผนชีวิตมาเชื่อมกัน ผ่านทั้งเมนูอาหารและคอนเทนต์ที่สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง เพื่อชวนทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพให้ครบองค์รวม และวางแผนชีวิตในระยะยาวมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างเมืองไทยประกันชีวิตและ Jones’ Salad จึงเป็นมากกว่าการร่วมกันสร้างเมนูอาหาร แต่เป็นการนำเรื่อง “สุขภาพ” มาเชื่อมกับ “การเตรียมความพร้อม” ผ่านพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเลือกกิน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนความคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
โดยสามารถติดตามคอนเทนต์จาก MTL x Jones’ Salad กิจกรรมเพื่อสุขภาพ และการเปิดตัวอีกเมนูสุขภาพใหม่ ๆ ตลอดแคมเปญ ได้ที่ https://www.muangthai.co.th/th/partner/jonessalad #เมืองไทยประกันชีวิต #muangthailife หมายเหตุ : (1) สำหรับผู้เอาประกันภัย เพศชาย อายุ 40 ปี เลือกความคุ้มครองสำหรับโรคมะเร็ง แผน 5 ล้านบาท และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี (2) สำหรับผู้เอาประกันภัย เพศชาย อายุ 40 ปี เลือกความคุ้มครองแผน 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง แบบไม่มีความรับผิดส่วนแรก ไม่มีค่าใช้จ่ายร่วม และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี - ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็งดังกล่าว จะจ่ายสำหรับวิธีการบำบัดรักษาตามที่บริษัทฯ กำหนด - การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมืองไทยประกันชีวิต -Jones’ Salad 'รุก'คมเปญสุขภาพมิติใหม่

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัว “โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5”
จ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี! รับเงินคืนทุกปี ผลประโยชน์รวมสูงสุด 550%
นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การบริหารจัดการเงิน คือ สิ่งที่เราให้ความสำคัญ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงพัฒนาและออกแบบโซลูชันทางการเงินที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างไร้กังวล ได้ทั้งเงินออม ความคุ้มครองชีวิต และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและชัดเจนในทุกขั้นตอน
“โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5” เป็นแบบประกันสะสมทรัพย์ที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 5 ปี และได้รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่อง 10 ปี พร้อมรับเงินคืน 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกปี ตั้งแต่ปีแรก และได้รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 550% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการวางแผนภาษี โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับปีภาษี 2569
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสมัครแบบประกันได้อย่างสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยดำเนินการได้ด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ไม่ต้องแถลงสุขภาพ และไม่ต้องตรวจสุขภาพ ช่วยให้เข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่ต้องการความคล่องตัวในการวางแผนการเงินและความคุ้มครองชีวิต จุดเด่นแบบโอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5 • รับเงินคืนทุกปี รับเงินคืน 5% ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-9 • มั่นใจด้วยเงินก้อนเพื่ออนาคต เมื่อครบกำหนดสัญญารับเงินครบกำหนดสัญญา 505% • มอบความมั่นคงให้คนที่คุณรัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 505% ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 5-10 • รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 5 ปี สูงสุดปีละ 100,000 บาท • สมัครง่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ เห็นข้อมูลผลประโยชน์และความคุ้มครองชัดเจน ก่อนตัดสินใจทำได้ทันที
ศึกษารายละเอียดแบบประกัน คลิก >> https://www.ocean.co.th/our-products/tax-saving/savesure105?utm_source=Newssavesure105&utm_medium=website&utm_campaign=websitesavesure105 ข้อควรทราบ : *เป็นการออมในรูปแบบประกันชีวิต • % หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย • การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด • ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ • เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด • ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตให้กรมสรรพากร • โปรดทำความเข้าใจเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com