Insurance
Go to  i click
Hot News: “BLA GoodLife Keeper”
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
“BLA GoodLife Keeper”
กรุงเทพประกันชีวิต 'เผย'ผลศึกษาวิจัยเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคยุคสังคมอายุยืน พบคนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 78 ปี แต่ต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี พร้อมเปิดตัวก้าวใหม่ภายใต้แนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer ชีวิตดี มีได้ยาวๆ” ยกระดับการดูแลจากการจ่ายความคุ้มครองยามเกิดความเสี่ยง สู่การดูแลเชิงรุก ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยบริการ BLA EveryCare และ BLA Well-Being Ecosystem พร้อมยกระดับตัวแทนสู่ “Life Care Partner” ช่วยวางแผนชีวิตผ่านเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิต” พร้อมลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันตลอดชีพที่คุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ครบจบในกรมธรรม์เดียว
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคไทย พบว่าคนไทยมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 78 ปี แต่ช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีกลับหยุดอยู่ที่ประมาณ 67 ปี ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับภาวะป่วยและสุขภาพไม่ดีในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี นอกจากนี้ งานวิจัยยังสะท้อนถึง 5 ความต้องการสำคัญที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค ได้แก่ ความต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองให้ได้นานที่สุด (Stay Capable) การมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต (Stay in Control) การได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นภาระของคนที่รัก (Stay Protected, Effortlessly) ซึ่งพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% กังวลเรื่องการกลายเป็นภาระครอบครัว การมีความมั่นคงพร้อมรับมือทุกความเสี่ยง (Stay Secured) และการไม่อยากแก่ตัวไปอย่างโดดเดี่ยว (Stay Connected)
สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมอายุยืนอย่างเต็มรูปแบบจากการที่คนมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทำให้การเตรียมความพร้อมของคนในวันนี้ต้องมองไกลกว่าการวางแผนหลังเกษียณ เพราะยังมีทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบครอบครัว ตลอดจนความต้องการด้านจิตใจและความสัมพันธ์ โจทย์ของการประกันชีวิตในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายกรมธรรม์ แต่คือการออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยืนยาวให้กับคนในสังคม ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กรุงเทพประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพใน 4 ด้าน ได้แก่ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี
“ในวันนี้เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน กรุงเทพประกันชีวิตจึงก้าวสู่ทิศทางใหม่ของการเป็น ‘BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer’ หรือ “ชีวิตดี มีได้ยาว ๆ” โดยขยายการดูแลจากเดิมที่เน้นการปกป้องทางการเงิน ไปสู่การปกป้องขั้นกว่าหรือ Protective Care+ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทั้ง การดูแลเชิงรุกเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ (Proactive Care) การดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค (Preventive Care) และการฟื้นฟูเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว (Restorative Care) พร้อมเพิ่มบริการ GoodLife Care Check-in เพื่อทบทวนแผนชีวิตสม่ำเสมอกับตัวแทนประกันชีวิต” นายโชนกล่าวและว่า
“ปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งต่อความคุ้มครองที่หลากหลายและสร้างความสมดุลด้านจิตใจ ผ่านกรมธรรม์ใหม่ ๆ ใน 2 แนวทาง คือ Extension (ยืดความคุ้มครอง) เช่น “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” ประกันโรคร้ายแรงที่เปลี่ยนจากแบบ เจอ-จ่าย-จบ เป็น ‘เจอ จ่าย ไม่จบ’ ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงทางสมองและโรคที่กระทบต่อการดำรงชีวิตระยะยาว* เช่น โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ฯลฯ โดยจ่ายเงินชดเชยต่อเนื่อง 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปี นานสูงสุดถึงอายุ 99 ปี และ Expansion (ขยายความคุ้มครอง) ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นจากการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เช่น “เกนเฟิส เซฟวิ่ง & เฟล็กซี่ แคร์” มอบผลประโยชน์เพิ่มเติมด้านด้านสุขภาวะ (Well-Being) 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกปี “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่รับเงินชดเชยเพิ่มอีก 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง และ รับเงินก้อนหากเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และประกันบำนาญ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ส่งมอบเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 60 ปี และรับเพิ่มอีกปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยจนถึงอายุ 88 ปี และหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง รับเพิ่มอีก 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปีตั้งแต่ปีแรก
ล่าสุด ยังได้เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานทุกอาชีพ โดยมีจุดเด่นคือ ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี รวมโรคร้ายแรง 25 โรค และอุบัติเหตุ 2 ต่อ ไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเวลา 20 ปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 – 5,000,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน หากผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงจะได้รับเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ 2 ต่อ โดยไม่คิดเบี้ยเพิ่มตลอดช่วงชำระเบี้ย 20 ปี คือ รับเพิ่ม 5% จำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีกระดูกหักหรือไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และบาดเจ็บอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ และเพิ่มอีก 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ”
นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า กล่าวว่า “เพราะความคุ้มครองจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวกรุงเทพประกันชีวิต จึงเดินหน้ายกระดับ BLA Well-Being Ecosystem และบริการ BLA EveryCare เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง โดยมีสถิติการใช้บริการเสริมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในกลุ่ม Restorative Care บริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาล (Driving Home) มีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโตขึ้นถึง 38.7% ขณะที่บริการกายภาพบำบัดถึงบ้านพบว่า กายภาพบำบัดรักษาออฟฟิศซินโดรมมีสัดส่วนผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกายภาพบำบัดออกกำลังกายในน้ำ 11% และนวดเปิดท่อน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ 6%
ด้าน Preventive Care บริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพชั้นนำ เช่น VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลสมิติเวช มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program) อาทิ การวิเคราะห์อายุชีวภาพ การตรวจมวลกระดูกและฮอร์โมนความเครียด ซึ่งจากการมุ่งเน้นให้บริการที่ตรงใจ ส่งผลให้แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีจำนวน New Active Users เติบโตขึ้น 65% YoY และมีคะแนนความพึงพอใจการใช้บริการ (NPS Score) สูงถึง 28.4% โดยลูกค้ามีการใช้สิทธิประโยชน์เฉลี่ยถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน”
นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “สำหรับผลงานด้านช่องทางตัวแทน กรุงเทพประกันชีวิตได้ปรับแนวคิดการทำงานของฝ่ายขายจากการเริ่มต้นที่ตัวสินค้ามาเป็นการเริ่มต้นจาก “ชีวิตและเป้าหมายของลูกค้า” พร้อมยกระดับบทบาทตัวแทนสู่ “Life Care Partners (LCP)” ที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและการเตรียมความพร้อมของคนไทยต่อสังคมอายุยืน”
“เราได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของฝ่ายขายจากการขายกรมธรรม์เป็นรายครั้ง มาร่วมดูแลและบริหารเส้นทางชีวิตหลังเกษียณ (Retirement Journey) ของลูกค้าในระยะยาว โดยสนับสนุนเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิตดี” (The 4 GoodLife Accounts Guide) ให้ตัวแทนนำไปใช้ช่วยลูกค้าสำรวจและวางแผนสมดุลชีวิต 4 ด้าน กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “2X Scale Up Team: Mission to Infinity” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Top 5 ในช่องทางตัวแทนภายในปี 2571” นายจักรพงศ์กล่าว
ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิต ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อเสริมทักษะด้านการเงินและนวัตกรรม รวมถึงสนับสนุนให้ตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาชีพระดับโลก เช่น MDRT และ GAMA ส่งผลให้บริษัทมีตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ CFP และ AFPT อยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตร “ตัวแทนของความใส่ใจ” และก้าวสู่การเป็น “Life Care Partner” รวมถึงกิจกรรมด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และ Longevity อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
หลักสูตร “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วกว่า 65% ก่อนจะต่อยอดเข้มข้นสู่หลักสูตร “Life Care Partner” ที่มุ่งเน้นองค์ความรู้เรื่อง Longevity และการดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้านครบทั้ง 4 ด้าน โดยกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตร Life Care Partner และได้นำไปใช้ในการทำงาน พบว่ามีอัตราการซื้อซ้ำ (Repurchase Rate) จากลูกค้าเดิมสูงขึ้นถึง 75% ซึ่งสูงกว่าเกือบเท่าตัว และในช่วงเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Life Care Partner มีกรมธรรม์ใหม่ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการปรับบทบาทสู่การเป็น Life Partner สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ดี” นายจักรพงศ์กล่าว
นายโชนกล่าวย้ำว่า “การเตรียมพร้อมด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ นอกเหนือจากการเงินที่ต้องพร้อมและมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิตในระยะยาว การใส่ใจตัวเองในวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่า ก้าวใหม่ของกรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้จะสามารถเติมเต็มการดูแลและเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าและคนไทยทุกคนให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”
หมายเหตุ โปรดศึกษาเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ทั้งนี้ รายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขอย่างสมบูรณ์จะระบุไว้ในกรมธรรม์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด 8 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ ชนิดรุนแรง และ การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

Go To Lead


“สาระ ล่ำซำ” คว้ารางวัลเกียรติยศ “สุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชน”ปี 2569
จากงานประกาศรางวัล CEO ECONMASS Awards 2026
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “รู้สึกมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจและแรงสนับสนุนจากพี่น้องสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจทุกท่าน รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจส่วนตัว แต่คือสะพานเชื่อมความผูกพันและคำยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจด้วยความจริงใจ เปิดเผย และพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์สังคมไทยอย่างยั่งยืน”
สำหรับงานมอบรางวัลสุดยอดซีอีโอ ประจำปี 2569 หรือ CEO ECONMASS Awards 2026 จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้นำองค์กรที่เป็นต้นแบบ (Role Model) ในการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการที่ดี (ESG) ตลอดจนช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife
อนึ่ง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชน (Popular Vote) ประจำปี 2569” จาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในพิธีประกาศรางวัลสุดยอดผู้นำองค์กร หรือ CEO ECONMASS Awards 2026 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ณ หอประชุมศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นการคว้ารางวัล “สุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชน” ถือเป็นครั้งที่ 3 ของนายสาระ ล่ำซำ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นผู้นำองค์กรที่โดดเด่น ทั้งในด้านการบริหารงาน ความมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และการให้ความร่วมมือ สนับสนุน รวมถึงสร้างสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยรางวัลดังกล่าวมาจากสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจำนวน 526 ราย ร่วมทำการเสนอชื่อและลงคะแนนโหวตซีอีโอในดวงใจ

Go To Lead


เอไอเอ ประเทศไทย 'หนุน'กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเยาวชนในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ที่ร่วมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ต่อเนื่องรุ่นที่ 7
เอไอเอ ประเทศไทย โดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก ตัวแทนรับโล่ที่ระลึกจาก พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และนายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 พื้นที่ภาคกลาง ในโอกาสที่เอไอเอได้ร่วมสนับสนุนกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มแก่เยาวชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 เดือน ภายใต้โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 โดยเอไอเอ ประเทศไทย ได้มอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 7 จำนวน 470 กรมธรรม์ ประกอบด้วยเยาวชน 440 คน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 30 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ และเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 9 จังหวัดภาคกลาง จำนวน 320 คน และพื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 120 คน
โดยความคุ้มครองอุบัติเหตุดังกล่าว จะช่วยให้เยาวชนและครอบครัวได้มีความอุ่นใจในขณะที่ต้องเดินทางมาทำกิจกรรมและใช้ชีวิตในพื้นที่ต่างภูมิลำเนา ซึ่งการมอบความคุ้มครองดังกล่าว ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) ของเอไอเอ และความมุ่งมั่นที่ให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ โดยพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดังกล่าว จัดขึ้น ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี เมื่อเร็ว ๆ นี้

Go To Lead


'กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต' ช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ขยายเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยจาก 31 วันเป็น 91 วัน
นางสาวบุปผาวดี โอวรารินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท กรุงไทย – แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทออกมาตรการพิเศษช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานกาณณ์อุทักภัย ดังนี้ 1. การขยายระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยประกันภัย โดยบริษัทฯจะขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย(Grace Period) จากเดิม 31 วัน เป็น 91 วัน นับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกัน ระหว่าง วันที่ 20 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้หากกรมธรรม์ดังกล่าวมีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ลูกค้าจะยังคงได้รับจดหมายแจ้งสถานะกรมธรรม์ตามปกติ (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน ไม่สามารถกลับสถานะกรมธรรม์ได้)
2. การผ่อนปรนเงื่อนไขการขอต่ออายุกรมธรรม์ที่สิ้นผลบังคับ สำหรับกรมธรรม์ที่สิ้นผลบังคับระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์ ภายใน 180 วันนับแต่วันที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ บริษัทฯผ่อนปรนเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
2.1 ยกเว้นดอกเบี้ยที่เกิดจากการต่ออายุกรมธรรม์ ทั้งนี้ไม่รวมดอกเบี้ยเงินกู้ตามกรมธรรม์(ถ้ามี) 2.2 ยกเว้นการตรวจสุขภาพเพื่อประกอบการพิจารณาขอต่ออายุกรมธรรม์
3. การขอออกเล่มกรมธรรม์ฉบับใหม่ บริษัทฯยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอออกเล่มกรมธรรม์ฉบับใหม่ และใบแจ้งความ กรณีที่กรมธรรม์สูญหายหรือชำรุดจากน้ำท่วม
ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและความคุ้มครองได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159 และสามารถอ่านข่าวประชาสัมพันธ์นี้ได้ที่ https://ktaxa.live/Flooding-Relief โดย การให้ความช่วยเหลือตามมาตรการนี้จะใช้เฉพาะกับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบและแจ้งความประสงค์ขอรับการผ่อนผันกับบริษัทฯเท่านั้น

Go To Lead


เจนเนอราลี่-Dime ประกันสุขภาพ "ไดม์สุข" เบี้ยเริ่มต้นวันละ 9 บาท
ขยายบริการ 'ออม–ลงทุน' สู่การดูแลความเสี่ยงด้านสุขภาพ
นายยศ ธัญสุนทรสกุล รองประธานอาวุโส ฝ่ายธุรกิจสถาบันการเงิน กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า “เจนเนอราลี่ และ Dime! มีเป้าหมายร่วมกันในการทำให้การวางแผนความคุ้มครองสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพและการบริหารความเสี่ยงของเจนเนอราลี่เข้ากับประสบการณ์ด้านบริการทางการเงินดิจิทัลของแอปพลิเคชัน Dime! พร้อมความร่วมมือจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันวินาศภัย เพื่อให้ผู้ใช้งานวางแผนความคุ้มครองด้านสุขภาพควบคู่กับเป้าหมายทางการเงินได้อย่างเหมาะสม ในฐานะผู้รับประกันภัยเราให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตั้งแต่การเลือกแผนประกัน ไปจนถึงวันที่จำเป็นต้องใช้ความคุ้มครอง โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอปพลิเคชัน GEN 365 ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านข้อมูลกรมธรรม์ การเคลม และบริการหลังการขาย ตลอดจนสิทธิพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าในทุกวัน”
การเปิดตัวประกันสุขภาพ “ไดม์สุข” นับเป็นอีกก้าวของการขยายบริการทางการเงินบนแอปพลิเคชัน Dime! จากผลิตภัณฑ์ด้านการออมและการลงทุน อาทิ เงินฝากออมทรัพย์ หุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทย DR ทองคำ กองทุนรวม และหุ้นกู้ สู่บริการด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต “ไดม์เนิน” รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง “ไดม์ใจ” และประกันสุขภาพ “ไดม์สุข” เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการเงินในด้านต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด “Your Everyday Buddy for Every Financial Decision” หรือเพื่อนคู่คิดในทุกการตัดสินใจทางการเงิน นอกจากนี้ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 25,000 บาทต่อปี โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากร ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดแผนความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ และสมัครประกันสุขภาพ “ไดม์สุข” ผ่านแอปพลิเคชัน Dime! ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) พร้อมด้วย บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดตัวประกันสุขภาพ "ไดม์สุข" บนแอปพลิเคชัน Dime! เบี้ยเริ่มต้นวันละ 9 บาท วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 1 ล้านบาทต่อปี พร้อมทางเลือกปรับแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับความต้องการ งบประมาณ และสวัสดิการสุขภาพที่มีอยู่ สมัครผ่านแอปได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ มุ่งเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจกระทบเงินออมและเงินลงทุน ต่อยอดบริการทางการเงินบน Dime! ให้ครอบคลุมทั้งการออม การลงทุน การใช้จ่าย และการวางแผนความคุ้มครอง ประกันสุขภาพ "ไดม์สุข" ภายใต้แนวคิด "ไดม์สุข จ่ายเท่าที่ใช่อุ่นใจเท่าที่ต้องการ”รับประกันภัยโดย บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเจนเนอราลี่ กลุ่มธุรกิจประกันภัยและบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2374 โดยมีธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่นายหน้าประกันวินาศภัย และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน Dime!
นายวรพล วงศ์วัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) บล.เคเคพี ไดม์ กล่าวว่า การวางแผนการเงินในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออมและการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง แต่ยัง ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และทำให้จำเป็นต้องนำเงินออมหรือเงินลงทุนออกมาใช้ก่อนถึงเวลาที่วางแผนไว้ที่ผ่านมา Dime! มุ่งช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงการออมและการลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่การมีแผนการเงินที่ดีไม่ได้หมายถึงการทำให้เงินเติบโตเพียงอย่างเดียว ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเงินออมและเป้าหมายในอนาคตด้วย ประกันสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารความเสี่ยงควบคู่ไปกับการสร้างความมั่งคั่งได้อย่างเหมาะสม สำหรับประกันสุขภาพ “ไดม์สุข” ได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกแผนและความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความจำเป็น ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 1 ล้านบาทต่อปี เลือกเสริมความคุ้มครองเฉพาะที่ชีวิตต้องใช้ ไม่ต้องจ่ายเผื่อทุกอย่างจนเบี้ยสูงเกินจำเป็น ครอบคลุมการเจ็บป่วยจากโรคทั่วไป โรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งและโรคไต รวมถึงอุบัติเหตุ พร้อมวงเงินค่าห้องพักสูงสุด 5,000 บาทต่อคืน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแผนและเงื่อนไขความคุ้มครองที่เลือก เบี้ยประกันเริ่มต้นวันละ 9 บาท สามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน Dime! โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ พร้อมเลือกชำระเบี้ยได้ทั้งรายเดือนและรายปี เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคล
ทางเลือกความรับผิดส่วนแรก (Deductible) สำหรับผู้ที่มีประกันกลุ่มหรือสวัสดิการสุขภาพจากที่ทำงานอยู่แล้ว สามารถเลือกให้ความคุ้มครองเดิมดูแลค่ารักษาส่วนแรก ก่อนใช้ความคุ้มครองจากประกันสุขภาพไดม์สุขในส่วนที่เกินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของความคุ้มครองและบริหารค่าเบี้ยประกันได้อย่างเหมาะสม ตัวช่วยแนะนำแผนประกันผ่านแอป Dime! ด้วยคำถาม 3 ข้อ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานประเมินความต้องการเบื้องต้นและพิจารณาทางเลือกความคุ้มครองก่อนตัดสินใจ บริการดูแลสุขภาพและจัดการกรมธรรม์ผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งการค้นหาโรงพยาบาลเครือข่ายใกล้บ้าน การแสดงบัตรประกันอิเล็กทรอนิกส์ (E-Card) การยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชัน GEN365 ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงบริการปรึกษาแพทย์ผ่านวิดีโอคอลและจัดส่งยาถึงบ้าน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายตามเงื่อนไขของแต่ละบริการ
นายวรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า Dime! ให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขแตกต่างกันตามแต่ละแผน “เราต้องการทำให้การเลือกประกันสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายขึ้น ผู้ใช้งานสามารถพิจารณาทั้งวงเงินความคุ้มครอง เบี้ยประกัน และสวัสดิการที่มีอยู่ประกอบกัน เพื่อเลือกแผนที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระเบี้ยของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อความคุ้มครองที่เกินความจำเป็น” หมายเหตุ: ค่าเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นวันละ 9 บาท คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปี 3,252 บาท (เฉลี่ย 9 บาท/วัน) สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 26-30 ปี ภายใต้แผนประกันสุขภาพที่มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 200,000 บาทต่อปี และมีความรับผิดส่วนแรก 50,000 บาท ค่าเบี้ยจริงขึ้นอยู่กับอายุ แผนความคุ้มครอง และความคุ้มครองเพิ่มเติมที่เลือก การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย ดังนั้น ผู้ซื้อควรตอบคำถามสุขภาพตามความเป็นจริง ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง พิจารณารับประกันโดย บมจ.เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) รายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันภัยและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัย เท่านั้น บล.เคเคพี ไดม์ เป็นเพียงผู้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เท่านั้น สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยพิจารณาจากเบี้ยประกันที่ชำระจริงในปีภาษีนั้น

Go To Lead


อลิอันซ์ 'ชวน'ภาคธุรกิจไทยร่วมชี้ความเสี่ยงปี 2570 ผ่าน Allianz Risk Barometer 2027
อลิอันซ์ (Allianz) เชิญชวนผู้บริหารองค์กร ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจไทย ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านการสำรวจ Allianz Risk Barometer 2027 เพื่อสะท้อนมุมมองต่อความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในปี 2570 โดยความคิดเห็นจากประเทศไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจระดับโลก เพื่อระบุและจัดอันดับความเสี่ยงสำคัญที่ภาคธุรกิจในแต่ละประเทศและอุตสาหกรรมต้องเตรียมรับมือในอนาคต ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างกัน การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการไทยจึงเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนความท้าทายจากประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจไทย เพื่อให้มุมมองจากประเทศไทยได้รับการพิจารณาร่วมกับความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก
Allianz Risk Barometer เป็นการสำรวจความเสี่ยงทางธุรกิจที่อลิอันซ์จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดอันดับความเสี่ยงที่มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ ผลการสำรวจจะเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ช่วยให้องค์กรสามารถประเมินแนวโน้มความเสี่ยง วางแผนกลยุทธ์ และเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อลิอันซ์เปิดรับความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง ผู้บริหารด้านกลยุทธ์และการวางแผนธุรกิจ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจประกันภัย ลูกค้าองค์กร นายหน้าประกันภัย และผู้แทนสมาคมการค้า เพื่อให้การสำรวจครั้งนี้สะท้อนมุมมองจากภาคธุรกิจไทยได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถร่วมตอบแบบสำรวจ Allianz Risk Barometer 2027 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://agcs.eu.qualtrics.com/jfe/form/SV_4HqNP84eUdtd1EG โดยใช้เวลาตอบไม่เกิน 10 นาที มีให้เลือก 9 ภาษา และคำตอบทั้งหมดจะได้รับการประมวลผลโดยไม่เปิดเผยตัวตน
ผลสำรวจ Allianz Risk Barometer 2027 มีกำหนดเผยแพร่โดย Allianz Commercial และ Allianz SE ในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจในปีต่อไป

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จัดโครงการ “Gift of Love” สานต่อภารกิจเพื่อสังคม
นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมและส่งเสริมความเท่าเทียม ผ่านโครงการ “Gift of Love” ที่บริษัทฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน ครั้งนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ได้ส่งมอบความสุขให้แก่น้องๆ ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท และมี คุณปรีดา เชื้อรัตนพงษ์ กรรมการและเหรัญญิก ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนคุณภาพชีวิต พัฒนาศักยภาพ และดูแลน้องๆ คนพิการต่อไป
สำหรับ “Gift of Love” นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรแห่งโอกาสที่พร้อมเคียงข้างและดูแลคนไทยในทุกมิติ โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการส่งมอบหลักประกันชีวิตที่มั่นคง แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า คืนประโยชน์สู่สังคม และดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เต็มไปด้วยพลังความรัก
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้พลังความรักขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ให้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503

Go To Lead


พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยกระดับบทบาทธุรกิจประกันชีวิตยุคใหม่
รับมือความเสี่ยงอากาศและสุขภาพ มุ่งสร้างความคุ้มครองเข้าถึงทุกกลุ่ม
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ รายได้ และความมั่นคงทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ความเสี่ยงวันนี้ ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น มลพิษทางอากาศ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกันมากขึ้น ธุรกิจประกันชีวิตจึงไม่ควรจำกัดบทบาทไว้ที่การจ่ายผลประโยชน์เมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องช่วยสร้างความรู้ การเตรียมพร้อม และการบริหารความเสี่ยงก่อนความสูญเสียจะเกิดขึ้น" จากการรับความเสี่ยง สู่การวางแผนชีวิตในอนาคตอย่างมั่นใจ ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศกระทบประชาชนหลายด้านพร้อมกัน ทั้งปัญหาสุขภาพจากความร้อนและมลพิษ การสูญเสียรายได้ และภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ช่องว่างความคุ้มครอง (Protection Gap) ของกลุ่มที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจกว้างขึ้น อุตสาหกรรมประกันชีวิตจึงต้องปรับจากการชดเชยความสูญเสีย ไปสู่การช่วยประชาชนประเมิน ป้องกัน และลดผลกระทบตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงวางแผนการเงินและความคุ้มครองให้พร้อมรับมือกับอนาคต
ในการประชุม Institute of International Finance (IIF) Annual Membership Meeting ปี 2569 กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล นำเสนอข้อมูลว่า ในปี 2568 เอเชียมีความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติราว 30% ของทั้งโลก แต่มีเพียงราว 5% ที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย กลุ่มบริษัทฯ จึงกำหนดกรอบ Financing the Transition ตั้งเป้าสนับสนุนเงินทุน 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ปัจจุบันสนับสนุนไปแล้ว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 2567 ครอบคลุมพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น การบริหารจัดการน้ำ และการปรับตัวด้านสุขภาพและระบบนิเวศ กลุ่มบริษัทฯ ยังเน้นว่าความร่วมมือรัฐ-เอกชน ข้อมูลประเมินความเสี่ยงที่ดีขึ้น และกลไกแบ่งปันความเสี่ยง (Risk-Sharing Mechanisms) เป็นกุญแจสำคัญของการลงทุนระยะยาว ขับเคลื่อนด้าน Climate & Health ด้วยงานวิจัยและข้อมูลเชิงประจักษ์ ในประเทศไทย พรูเด็นเชียลนำแนวคิดนี้มาใช้ผ่านความร่วมมือกับภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ดังนี้
1. ความร่วมมือวิจัยกับมหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพคนไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างหลักฐานเชิงวิชาการสำหรับประเมินความเสี่ยง ศึกษาช่องว่างความคุ้มครอง และสนับสนุนการออกแบบนโยบายและความคุ้มครองในอนาคต ซึ่งงานวิจัยนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 2. โครงการ Climate Care ศึกษาผลกระทบของความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพ รายได้ และพฤติกรรมการรับมือของกลุ่มเปราะบาง 3.ความร่วมมือกับ Urban Studies Lab (USL) เชื่อมข้อมูลระดับชุมชนสู่แนวทางการเตรียมพร้อมและป้องกันความเสี่ยงที่ใช้ได้จริง
ลดช่องว่างความคุ้มครองด้วยความรู้ทางการเงินและการเข้าถึงประกัน 1.โครงการ ชะ-ชิ้ง (Cha-Ching) โครงการสร้างความรู้ทางการเงินสำหรับเด็กอายุ 7–12 ปี ของ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน โดยองค์กรการกุศลของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ร่วมกับ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2561 ผ่านแนวคิดหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การหารายได้ การออม การใช้จ่าย และการแบ่งปัน เข้าถึงนักเรียนในไทยแล้วกว่า 290,000 คน และอบรมครูกว่า 20,000 คน 2.โครงการ เลเวล่า (Levela) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางการเงินออนไลน์ ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจการจัดทำงบประมาณ การออม การบริหารหนี้ การประกันภัย การวางแผนการเงิน และการป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน 3.โครงการ Give the Future ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุให้แก่ลูกจ้างกรุงเทพมหานครและลูกจ้างโรงพยาบาลภาครัฐรวม 80,000 คน ทุนประกันรวม 8,000 ล้านบาท ตลอดโครงการ 4 ปีที่ผ่านมา มอบความคุ้มครองแก่กลุ่มคนเปราะบางไปแล้วกว่า 200,000 กรมธรรม์
นายบัณฑิต กล่าวทิ้งท้ายว่า "ความยั่งยืน ไม่ใช่แค่การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือการช่วยให้ผู้คนพร้อมรับมือกับทุกความเสี่ยงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเงิน หรือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกวัน พรูเด็นเชียลฯ จึงนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนการเงิน มาร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ความรู้ การป้องกัน และความคุ้มครองเข้าถึงคนไทยได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อว่าความมั่นคงที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เกิดเหตุ แต่เริ่มตั้งแต่วันที่เราเตรียมพร้อม"

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com