ITC/Sciences
Hot News: ดีเจไอ เปิดตัว โดรน DJI Spark // TP-Link Deco M5 // Smart Novices สามเณรยุคศตวรรษ 21
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ดีเจไอ เปิดตัว โดรน DJI Spark
นายเควิน ออน ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของ บริษัท ดีเจไอ จำกัด เปิดเผยว่า ฟังก์ชั่นการควบคุมโดรนด้วยการใช้ท่าทางและเคลื่อนไหวของมือเพียงอย่างเดียวของ DJI Spark นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีทางอากาศจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่การทำงานจนถึงการท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ตรีม หรือในช่วงเวลาสำคัญกับเพื่อนและครอบครัว และ DJI Spark ก็ถือว่าเป็นการปฏิวัติการถ่ายภาพทางอากาศมุมมองใหม่ๆ ที่ทำได้ง่ายขึ้น และพร้อมที่จะแชร์ภาพเหล่านั้นให้คนทั้งโลกได้เห็นSpark ได้ถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพทางอากาศที่มีขนาดกะทัดรัด พกพาไปทุกที่ได้อย่างสะดวก และช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยน้ำหนักเพียงแค่ 300 กรัม ที่มีขนาดเบากว่ากระป๋องน้ำอัดลม แค่เพียงหยิบออกมาจากกระเป๋า โดรนตัวนี้ก็พร้อมใช้งานทันที โดยสามารถควบคุมได้ด้วยมือ รีโมทคอนโทรล หรือโทรศัพท์มือถือ โดยที่ DJI Spark จะมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว สีฟ้า สีเขียว สีแดง และสีเหลือง จับภาพได้อย่างฉลาด และใช้งานง่ายอย่างเหลือเชื่อSpark มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการบินแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถจับภาพและแชร์ช่วงเวลาที่น่าจดจำของคุณได้อย่างง่ายดาย กับโหมดการบินอัจฉริยะแบบ QuickShot ที่จะช่วยสร้างวิดีโอได้แบบมืออาชีพ ใช้งานง่าย และสนุกมากขึ้น แค่กดเลือกQuickShot โดรน Spark จะบินไปตามเส้นทางการบินที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในขณะเดียวกันก็สามารถบันทึกวิดิโอ และจับภาพต่างๆ ตลอดเส้นทางการบิน คำสั่งของQuickShot มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ คือ Rocket คำสั่งให้บินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยกล้องยังจับภาพวัตถุนั้นๆ Dronie คำสั่งให้บินถอยออก และขึ้นบนพร้อมจับภาพ Circle คำสั่งให้บนวนเป็นวงกลม และHelix คำสั่งให้บินขึ้นและหมุนรอบตัววัตถุ โดยการถ่ายแบบ QuickShot นั้น Sparkจะสร้างตัดต่อวิดิโอเป็นแบบ 10 วินาที จากเที่ยวบินของคุณโดยอัตโนมัติ พร้อมที่จะแชร์บนโซเชียลมีเดียให้ทุกคนได้เห็นช่วงเวลาพิเศษของคุณ
นอกจากนี้ ยังมีโหมดการบินอัจฉริยะอื่นๆ ทั้งTapFly และ ActiveTrack ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีการจับภาพของ DJI โดยโหมดย่อยใหม่ของTapFly ที่เรียกว่า Coordinate จะสั่งการให้โดรนบินไปยังสถานที่ที่กำหนดได้อย่างง่ายดายเพียงแค่แตะเลือกบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ สำหรับโหมด ActiveTrack จะทำให้โดรนจดจำและติดตามสิ่งที่เราต้องการถ่ายโดยอัตโนมัติ ทั้งยังบันทึกภาพให้อยู่กึ่งกลางในขณะที่กำลังเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีหลุดเฟรม มาพร้อมเซนเซอร์ช่วยหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติและถ้าใช้รีโมทคอนโทรล ผู้ใช้ก็สามารถสลับไปโหมด Sport ที่มีความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในโหมดนี้จะเซ็ทค่าเริ่มต้นที่ FPV ที่จะช่วยสามารถสร้างมุมมองใหม่โดยกล้องจะเคลื่อนไหวตามไปติกับคุณราวบินอยู่บนท้องฟ้าจริงๆ ทั้งนี้ Spark ยังสามารถใช้ได้กับ แว่น DJI Goggles เพื่อให้ได้ประสบการณ์การบิน FPV ที่น่าทึ่ง ถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพSpark มาพร้อมกับกล้องไซส์เล็ก เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3 นิ้ว รองรับการบันทึกภาพวิดีโอในแบบ 1080p และภาพนิ่งในขนาด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับมอเตอร์กิมบอลแบบสองแกน (2-axis) ทำให้ชัตเตอร์จับภาพได้อย่างชัดเจน และเทคโนโลยี UltraSmooth ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน และอาการภาพล้มในการถ่ายวิดิโอ
ทั้งนี้ Spark ยังเพิ่มโหมดการถ่ายภาพใหม่อีก 2 แบบ Pano และ ShallowFocus โดยโหมด Pano สามารถสร้างภาพพาโนรามาได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยการปรับแบบอัตโนมัติเพื่อให้ได้ภาพคมชัดไม่สั่นไหว ในขณะที่โหมด Shallow Focus สามารถทำภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ หรือทำภาพแบบชัดลึกและชัดตื้น ได้ นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขรูปภาพหรือวิดีโออัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้แอปพลิเคชั่น DJI GO 4 ผู้ใช้จึงสามารถแก้ไขวิดีโอ และแชร์ไปยัง Facebook, YouTube, Twitter, Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ ในสื่อโซเชียลได้อย่างง่ายดาย บินอย่างปลอดภัย และแม่นยำด้วยระบบกล้อง Flight Autonomy ของ Spark ประกอบไปด้วยกล้องหลัก ระบบมองภาพแบบก้มลง ระบบการมองเห็นแบบ3D ระบบGPS แบบ dual-band และ GLONASS ที่มีความแม่นยำสูง เพราะมีหน่วยการวัดขนาด 24 แกน คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพมาก สามารถมองเห็นได้ไกลถึง 30 เมตร และมองเห็นสิ่งกีดขวางที่อยู่ห่างออกไปได้ถึง 5 เมตร โดรน DJI Spark ยังสามารถบินกลับไปยังจุดเริ่มต้นได้เองโดยอัตโนมัติด้วยสัญญาณ GPS หาก แบตเตอรี่มีพลังงานต่ำเกินไป สัญญาณการเชื่อมต่อหายไป หรือผู้ใช้กดย้อนกลับไปที่ปุ่ม Home (RTH) โดรนSpark ก็จะบินกลับไปที่จุดตั้งต้นและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ นอกจากนี้ ยังมีระบบGEO DJI หรือ Geofencing NFZ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบินในพื้นที่จำกัด ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด Spark ขับเคลื่อนด้วยพลังงานของแบตเตอรี่ LiPo เมื่อใช้รีโมทคอนโทรล ทำให้สามารถบินได้นานถึง 16 นาที และสามารถส่งวิดีโอ 720p แบบ real-time ได้ไกลถึง 2 กิโลเมตร ราคาและการจัดจำหน่ายสำหรับราคาของ DJI Spark ในประเทศไทย ที่เป็นชุดมาตรฐาน จะประกอบไปด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่ อุปกรณ์ชาร์จ และใบพัด 3 คู่ จะอยู่ที่ 20,000 บาท ส่วนอีกทางเลือกซึ่งเป็นชุดคอมโบ้ หรือ Spark Fly More Combo ที่ประกอบด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่สำรอง ใบพัดสำรอง 4 คู่ รีโมทควบคุม ตัวป้องกันใบพัด แท่นชาร์จ กระเป๋าสะพาย และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ที่จำเป็น จะมีราคา 28,000 บาท ราคาละการจัดจำหน่ายของอุปกรณ์อื่นๆของ Spark จะประกาศให้ทราบให้ภายหลังสามารถซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ DJI ในประเทศไทย โดยสีและชุดMore combo จะมีวางจำหน่ายในร้านค้าที่แตกต่างกัน

Go To Lead


TP-Link Deco M5
ความคืบหน้าจากบริษัท TP-LINK ผู้นำด้านนวัตกรรมอุปกรณ์เน็ตเวิร์คสำหรับบ้าน และธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง เปิดเผยว่า TP-Link พร้อมจำหน่าย Deco M5 ไวเลสเราเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้คอนเซปต์ “Whole-Home Wi-Fi System” (สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งบริเวณ) Deco M5 รองรับการเชื่อมต่อทั้งบ้านมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย โดยทำให้การเชื่อมต่อ WiFi ของบ้านคุณ มีความเร็วและไม่มีจุดอับของสัญญาณ ทำให้คุณเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ดีที่สุดในบ้านของคุณได้ทุกจุด โดยครอบคลุมบ้านได้สูงสุดถึง 4,500 ตารางฟุต ต่อการใช้ Deco 3 เครื่องDeco M5 มาพร้อมกับระบบ ART (Adaptive Routing Technology) โดยอุปกรณ์จะเลือกการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดในเครื่องลูกข่ายในบ้านของคุณส่งต่อให้ Deco ในแต่ละจุด ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน คุณจะได้รับการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด โดยใช้ SSID เพียงชื่อเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อของคลื่น 2.4 GHz หรือ 5 GHz เทคโนโลยี ART จะเลือกคลื่นที่ดีที่สุดให้คุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ห้องไหน ไม่ว่าคุณจะเล่นเกม ดาวน์โหลด หรือ เปิด website อยู่ก็จะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi อย่างไม่สะดุด
ด้วยเทคโนโลยี Seamless Roaming ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อDeco M5 เป็นระบบอัจฉริยะ เนื่องจากอุปกรณ์ที่จะเลือกเชื่อมต่อกับสัญญาณที่มีความเข้ม ทำให้ไม่พบกับสัญญาณขาดหายระหว่างช่วงสัญญาณ Deco M5 ติดตั้งง่ายผ่านแอพลิเคชัน Deco ในการควบคุมอุปกรณ์ทุก ๆ เครื่องที่เชื่อมต่ออยู่ภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ Deco M5 สามารถใช้ internet ได้อย่างปลอดภัย Deco M5 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตใหม่ล่าสุดของเทรนด์ไมโคร “TP-Link HomeCare TM ” ทำให้ครื่องลูกข่ายที่เชื่อมต่ออยู่กับ Deco M5 นั้นปลอดภัยจากไวรัสและมัลแวร์ ดังนั้นเครื่องลูกข่ายทุกเครื่องจะปลอดภัยและมีความมั่นใจในการเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตอยู่เสมอ ๆการใช้ App ควบคุมระยะไกล แอพลิเคชัน ของ Deco M5 มีระบบควบคุมระยะไกล สามารถควบคุมเครื่องลูกข่ายที่อยู่ในบ้านและจากนอกบ้าน มีระบบการปรับการใช้งานเพื่อเพิ่มความเร็วขึ้นได้จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน, สามารถความสำคัญในการให้ความเร็วของเครื่องลูกข่าย มีการแชร์ Guest Network , สามารถทดสอบความเร็วและแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์ และตรวจสอบและ จำกัดความเร็วของเครื่องลูกข่ายได้ Leaflet-DecoM5_Edit-1 สรุปคุณสมบัติเด่นหลัก ๆ ของ Deco M5 ได้แก่ มีสัญญาณคลอบคลุมเชื่อมต่อทุกที่ ทุกห้องภายในบ้าน, มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัย โดย TP-Link HomeCare , มีป้องกันไวรัสและมัลแวร์โดยผู้ผลิต Trend Micro* , ตั้งค่าง่ายผ่านแอพลิเคชั่น TP-Link Deco (ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android) , เทคโนโลยี ART (Adaptive Routing Technology) ช่วยเลือกอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด เพื่อให้การเชื่อมต่อไม่มีสะดุด , Seamless Roaming เชื่อมต่อได้ทุกที่ ทั้งบริเวณ โดยสัญญาณไม่มีดรอป ,ระบบ QoS จัดลำดับความสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพแบนวิดธ์ไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการ ,จัดการเครือข่ายผ่านแอพพลิเคชัน ไม่ว่าจะอยู่จุดใดก็ตาม , Deco M5 มีการรับประกันแบบ Limited Lifetime Warranty
บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมจำหน่าย Deco M5 ในประเทศไทยแล้ว ราคา 12,990 บาท โดยเริ่มจากช่องทางออนไลน์ ได้แก่ www.advice.co.th , www.jib.co.th , www.totalit.co.th , supertstore.com/th , www.tohome.com พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงเปิดตัว!!! ซื้อ Deco M5 จากร้านค้าใดก็ตาม ภายในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ รับฟรี HD Pan/Tilt Wi-Fi Camera รุ่น NC450 มูลค่า 2,990 บาท เพียงส่งรูปถ่ายใบเสร็จ และรูปถ่ายสินค้ามาที่ไลน์ “@tplink” พร้อมบริการติดตั้งฟรี (On site Service) ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพียงแจ้งความจำนงมาที่ไลน์ “@tplink” หรือต้องการสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมคลิ๊กได้ที่ http://www.tp-link.co.th/home-networking/deco/

Go To Lead


Smart Novices สามเณรยุคศตวรรษ 21
ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยยุคใหม่เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลสมัยใหม่ (Digital Generation) การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network Sites) เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) Line (ไลน์) อินสตาแกรม (instagram) ทวิตเตอร์ (Twitter) มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต วิธีคิด ค่านิยม รูปแบบการดำเนินชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสยุคบริโภคนิยมอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า เยาวชนวัยรุ่นมีพฤติกรรมการใช้เครือข่ายเพื่อความบันเทิงมากกว่าแสวงหาความรู้ การใช้สื่อไม่เหมาะสมหลายรูปแบบ เช่น การเปิดและรับสื่ออนาจาร การสื่อสารคำพูดรุนแรง การแบ่งปันภาพไม่เหมาะสม การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรม การล่อหลวงต่างๆ สะท้อนให้เห็นการใช้เทคโนโลยีที่ ขาดการพิจารณารู้เท่าทันสื่อ อย่างไรก็ตามการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การใช้สื่อที่เหมาะสมผ่านแนวคิดการทางหลักพุทธธรรมด้วยวิธีการฝึกให้เยาวชนรู้จักคิดตามหลักโยนิสมนสิการ ฝึกให้แยกแยะคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม มองเห็นคุณและโทษของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผ่านการเรียนรู้การทำโครงงาน (Project based Learning ) เป็นการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อสร้างเยาวชนในการใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลอย่างมีคุณภาพได้
จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยสนใจศึกษาเยาวชนกลุ่มสามเณรที่ศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ เนื่องจากการศึกษาที่ผ่านมามักปรากฏข่าวด้านลบเกี่ยวกับการใช้สื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่เหมาะสมของสามเณรผู้เป็นศาสนทายาท เป็นกระแสความโต้แย้งในเชิงความเหมาะสมและพฤติกรรมใช้การสื่อสังคมออนไลน์ขัดต่อพระวินัยของนักบวชหรือไม่ และยังส่งผลต่อภาพลบในความเสื่อมใสศรัทธาต่อคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยเลือกศึกษาสามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรมในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริริเริ่ม “โครงการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีสุขภาพอนามัยที่ดี และมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในระดับสูงเพื่อเป็นรากฐานชีวิตที่เข็มแข็งในการพัฒนาตนเองและนำความรู้ที่ได้กลับไปประยุกต์ใช้ในชุมชนบ้านเกิด แต่ยังมีเด็กและเยาวชนอีกส่วนหนึ่งที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและเลือกบรรพชาเป็นสามเณรเพื่อมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาซึ่งเปิดสอนทั้งสายสามัญตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย และสายนักธรรมและบาลี ควบคู่กัน ทรงอุปถัมภ์กิจกรรมของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จำนวน 15 โรงเรียนในจังหวัดน่าน ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยเรื่อง ค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ตามหลักพุทธจิตวิทยาของสามเณร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ตามหลักพุทธจิตวิทยา มีการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ 1). ดำเนินการวิจัยระยะที่ 1 สำรวจสภาพปัญหาและพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์ของสามเณร จำนวน 15 โรงเรียน พบผลสำรวจเบื้องต้นคือ สามเณรส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน๊ตเฉลี่ย 1-3 ชั่วโมงต่อวัน โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาเล่นเกมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อความเพลิดเพลินและติดตามข่าวสารเพื่อนในสังคมออนไลน์
2). ดำเนินการวิจัยระยะที่ 2 คือ การฝึกอบรมการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ตามหลักพุทธจิตวิทยา เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ผ่านชุดกิจกรรม 18 กิจกรรม คัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนำร่อง 3 โรงเรียน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 2 กลุ่มและกลุ่มควบคุม 1 กลุ่ม
3). ดำเนินการวิจัยระยะที่ 3 คือ การทำโครงงาน (Project based Learning) ในวัดหรือโรงเรียนเป็นเวลา 4 เดือน โดยได้ออกแบบการวิจัยแบบบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาประยุกต์กับศาสตร์สมัยใหม่ เป็นชุดกิจกรรมการฝึกพัฒนาค่านิยมและพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม ใช้วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ เช่น วิธีคิดแบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม ฝึกควบคุมตนเองในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดเวลาการใช้สื่อสังคมออนไลน์และพัฒนาตนตามหลักพุทธธรรม จำนวน 18 กิจกรรม และทำโครงงานเพื่อพัฒนาค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ 4 เดือน (Project based Learning) เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สามเณรได้รู้จักตนเอง รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง และเป็นการพัฒนาตนเองทั้งในระดับ กาย ศีล จิต และปัญญา พร้อมทั้งนำศักยภาพที่ตนเองมีอยู่มาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดผลกระทบทั่งยั่งยืนในองค์กรของตนเองด้วยการสร้างนวัตกรรมของสามเณรกระทำผ่านกระบวนการ (Project based Learning) ฝึกทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกทักษะแก้ปัญหา ด้านการคิดสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมโครงงานที่ออกแบบในแต่ละกลุ่มสอดคล้องกับการจัดประสบการการเรียนรู้แห่งอนาคตใหม่ในศตวรรษที่ 21
ผลวิจัยพบว่า1.รูปแบบฝึกอบรมที่เหมาะสมที่สุดในพัฒนาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ตามแนวพุทธจิตวิทยา คือ การฝึกให้สามเณรลงมือปฏิบัติทำโครงงาน Project based learning เป็นเวลา 4 เดือน ผ่านกิจกรรมและหัวข้อที่แต่ละกลุ่มสนใจ เผยแพร่ผลงานผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นการฝึกฝนให้สามเณรได้สำรวจปัญหาและพฤติกรรมของตัวเองและชุมชน ฝึกคิดโครงงานสร้างสรรค์เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ผ่านโครงงานและลดเวลาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผลวิเคราะห์เชิงปริมาณพบว่า สามเณรมีการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติกรรมต่อการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เหมาะสม 4 ด้านสูงกว่าก่อนได้เข้าโครงการอบรม ได้แก่ มีเหตุผลในการคิด มีการควบคุมตนเอง มีค่านิยมพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ตามหลักพุทธจิตวิทยาเพิ่มสูงขึ้น
2. จากผลสำเร็จของโครงงานจากการทำกิจกรรมโครงงาน (Project based Learning) สามเณรผู้เข้าร่วมโครงการ ได้เรียนรู้การสรุปความคิดรวบยอด และสามารถนำเสนอให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจได้ โดยในการนำเสนอผลงานโครงการ Smart Novices สามารถทำได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การแสดงนิทรรศการ เวปเพจ Smart Novices จำนวน 5 โครงงาน ได้แก่ โครงงาน ไม่เหลียวไม่แลไม่แคร์บุหรี่ โครงงานธนาคารขยะรีไซเคิล โครงงานการใช้โทรศัพท์ให้ถูกที่ถูกเวลา โครงงานการปรับภูมิทัศน์ในบริเวณโรงเรียนวัดพระธาตุแช่แห้ง และโครงงานพุทธศิลป์ โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ 1) คิดประเด็นโครงงานตามความสนใจและความถนัดของแต่ละกลุ่ม 2)นำเสนอตามขั้นตอนกระบวนการวิจัย เริ่มจากสภาพปัญหา สาเหตุของปัญหา เป้าหมายหรือผลที่ต้องการเมื่อสิ้นสุดโครงการ วิธีดำเนินงาน/กิจกรรมที่ทำ ธรรมะที่ใช้ในการดำเนินงาน 3) ลงมือปฏิบัติในชุมชน (โรงเรียนหรือวัด)
3. ผลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า สามเณรเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 4 ด้านด้วยกันคือ (1) ด้านกาย มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ทำให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใสเบิกบาน ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์มากขั้น (2) ด้านศีล มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนดีขึ้น มีความสามัคคี รู้จักการสื่อสาร เพื่อชักจูงและชักนำในการพัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์ เกิดความรู้สึกรักและผูกพันกับสถานศึกษา เกิดสัมพันธภาพที่ดี ทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน (3) ด้านจิตใจ สามเณรสามารถควบคุมตนเองได้ มีสมาธิในการเรียนดีขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น จิตใจแจ่มใสเบิกบาน มีความกล้าในแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเองมากยิ่งขึ้น และ (4) ด้านปัญญา จากการฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรมโครงงานทำให้ได้ประสบการณ์ตรงรู้จักประโยชน์ที่แท้จริงของสื่อสังคมออนไลน์ และนำมาใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ในสถานศึกษา ภายใต้โครงงาน “การใช้โทรศัพท์ให้ถูกที่ถูกเวลา” ดังนั้น การพัฒนาค่านิยมและพฤติกรรมต้นแบบการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เหมาะเหมาะ จะต้องออกแบบกิจกรรมผ่านการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัยและความเปลี่ยนแปลงของบริบทของสังคม ผ่านกระบวนการฝึกฝนให้เยาวชนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ก่อให้เกิดกระบวนเปลี่ยนแปลงวิธีการคิด รู้จักการควบคุมตนเอง และนำหลักธรรมมาปรับใช้กับกิจกรรมให้เกิดการตระหนักรู้เท่าทันสื่อ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มีดังนี้ 1) กัลยาณมิตร ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู และเพื่อนสามเณรในโรงเรียน 2) การเปลี่ยนแปลงวิธีคิด โดยใช้หลักโยนิโสมนสิการ เพื่อรู้จักใช้สื่อในทางสร้างสรรค์ 3) การทำโครงงาน (Project based Learning) นำไปสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com