ITC/Sciences
Hot News: เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว Dell Precision Workstations
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว Dell Precision Workstations
นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เราประกาศการอัพเดตสายผลิตภัณฑ์โมบายเวิร์กสเตชันของเดลล์ครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ที่มีการเปิดตัว Dell Precision M3800 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชนะเลิศรางวัล เป็นครั้งแรกในปี 2013 โดยที่ทั้งผลิตภัณฑ์และทีมงานวิศวกรรมของเรายังคงเดินหน้าในการสร้างนิยามใหม่ให้กับสายผลิตภัณฑ์โมบายเวิร์กสเตชัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เราเชื่อว่าเราพบการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบทั้งขุมพลัง และสไตล์ที่โดดเด่น เรานำเอาดีไซน์ของเดลล์ที่ชนะเลิศรางวัล มาผสานรวมกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดด้านการควบคุมอุณหภูมิความร้อน ความเป็นมืออาชีพในงานกราฟฟิกและเทคโนโลยีซีพียูที่ทรงพลังมาไว้ในอุปกรณ์ที่มีความเพรียวบางเพื่อมอบประสิทธิภาพเพื่อรองรับการใช้งานที่หนักหน่วงไม่ว่าคุณจะทำงานจากที่ใดก็ตาม ดังต่อไปนี้ ได้รับการออกแบบด้วยการคำนึงถึงการใช้งานของนักสร้างสรรค์ หรือครีเอเตอร์และวิศวกรมืออาชีพ โมบายเวิร์กสเตชั่นที่มีขนาดเล็กและบางที่สุด คือ Dell Precision 5550 และ Dell Precision 5750 รุ่นใหม่แกะกล่อง โดยเครื่องเวิร์กสเตชั่นที่มีขนาด 15 และ 17 นิ้วนี้ มาพร้อมกับจอไร้ขอบแบบ InfinityEdge ที่ตื่นตาตื่นใจทั้ง 4 ด้าน ด้วยสัดส่วนจอแสดงผลขนาด 16:10 และกล้องอินฟาเรดที่ขอบด้านบน เพื่อการใช้พื้นที่จอได้สูงสุดพร้อมมอบประสบการณ์ในการประชุมผ่านวิดีโอได้ดียิ่งขึ้น เริ่มต้นด้วยน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม และ 2.3 กิโลกรัม สัดส่วนจอดิสเพลย์ต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ และ 94 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ซึ่งให้สมดุลในเรื่องของขุมพลัง สไตล์ และการพกพาที่สะดวกด้วยตัวเครื่องอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา ทั้งนี้ Dell Precision 5750 ยังเข้ามาเสริมซีรีย์ 7000 ในโปรแกรม NVIDIA RTX Studio โดยให้ความพร้อมสำหรับกราฟฟิกการ์ด NVIDIA Quadro RTX 3000
แม้กระทั่งโมบายเวิร์กสเตชั่นขนาด 15 นิ้วและ 17 นิ้วที่ทรงพลังที่สุดของโลกอย่าง Dell Precision 7550 และ 7750 ก็มาพร้อมความสามารถในการเพิ่มขีดศักยภาพการทำงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยตัวเครื่องที่เล็กลง 20 เปอร์เซ็นต์ และเบาลง 6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยปัจจุบัน ตัวเครื่องมาพร้อมลำโพง top-firing มีเซ็นเซอร์จับสภาพแวดล้อมและจอดิสเพลย์ลดแสงสีน้ำเงิน ซึ่งให้ความรู้สึกและระบบเสียงที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้น และเมื่อผสานรวมพลังของระบบประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel? Core?, vPro? and Xeon? เข้ากับ NVIDIA? Quadro RTX? 5000 กราฟฟิกการ์ดระดับมือโปร ทำให้อุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานหนัก สามารถรับมือกับงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็น VR/AR, AI และ 3D CAD ที่ซับซ้อนได้ รวมถึงงานเวิร์กโหลดในการแก้ไขงานครีเอทีฟต่างๆ และแอปพลิเคชันที่ต้องประมวลผลด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล โมบายเวิร์กสเตชั่น Dell Precision 3550 และ 3551 ใหม่ มอบความน่าเชื่อถือพร้อมประสิทธิภาพในระดับของเวิร์กสเตชั่น ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ซึ่งในรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการใช้งานด้านกราฟฟิคที่ไม่สูงมากนัก อาทิ ผู้ที่ทำงานด้าน 2D CAD, งานด้าน Excel ที่หนักหน่วง หรือ งานสร้างแอปพลิเคชั่นในระดับเริ่มต้น งานที่ต้องการความแม่นยำและแอปพลิเคชันประสิทธิภาพสูง มักจะทำให้เกิดความร้อนมากขึ้น ซึ่งวิศวกรของเดลล์ ได้พัฒนาโซลูชันที่ออกแบบในเรื่องของการควบคุมความร้อนเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการให้ CPU/GPU ประสิทธิภาพสูง พร้อมๆ กับขุมพลังงานของกราฟฟิกการ์ดที่ใช้กำลังวัตต์สูง แม้โมบายเวิร์กสเตชั่นใหม่จะใช้พื้นที่น้อยก็ตาม ตัวอย่างรวมถึงการนำพัดลมระบายความร้อนคู่ที่อยู่ตรงข้ามกัน ช่วยให้ความร้อนลดลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการใช้ระบบ vapor chambers ที่บางลง มาแทนระบบ heat pipes บางส่วน ทั้งนี้โซลูชันบริหารจัดการความร้อนด้วยซอฟต์แวร์ จะให้ประสิทธิภาพในการควบคุมความร้อนได้อย่างน่าประทับใจ เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการออกแบบด้าน thermal design ได้ ที่นี่
นายนพดล กล่าวว่า การขยายสายผลิตภัณฑ์สำหรับมืออาชีพ ช่วยให้เดลล์นำเสนอเวิร์กสเตชันได้ตรงความต้องการเฉพาะของลูกค้า ทั้งเรื่องของเวิร์กโหลดและงบประมาณ นวัตกรรมด้านการออกแบบและคิดค้นระบบวิศวกรรมของเดลล์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายผลิตภัณฑ์โมบายเวิร์กสเตชัน ปัจจุบัน เรายังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาเสริมทัพในสายผลิตภัณฑ์เวิร์กสเตชันรุ่นทาวเวอร์ในระดับเริ่มต้น (entry-level) รวมถึงเวิร์กสเตชันใหม่ในรูปโฉมที่เล็กเป็นพิเศษ (USFF) คือ Dell Precision 3240 Compactได้รับการออกแบบมาเพื่อพื้นที่การทำงาน และเวิร์กโหลดของเอดจ์คอมพิวติ้งที่หนาแน่น เครื่องเวิร์กสเตชันที่มีขนาดเล็กด้วยขนาดที่เล็ก (2.3L) แต่ทรงพลังสามารถขยายการใช้งานรองรับจอดิสเพลย์ 4k ถึง 7 ตัว และพร้อมสำหรับ VR ด้วยกราฟิกการ์ดระดับมืออาชีพ NVIDIA Quadro RTX? 3000 พร้อมจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ในปีนี้ เวิร์กสเตชั่นแบบ ultra-small form factor เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้ในโรงเรียน โรงงาน ร้านค้าปลีก และสภาพแวดล้อมการทำงานในห้องค้าหลักทรัพย์ ที่พื้นที่มีราคาแพง

Go To Lead


LINE MAN ควบรวม Wongnai คว้าเงินลงทุนกว่า 3,300 ล้าน
นายอึนจอง ลี หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจระดับโลก (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า รามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับ BRV ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการแสวงหาการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม" “นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 4 ปีก่อน LINE MAN ได้เติบโตจนกลายเป็นแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรียอดนิยมสำหรับคนไทย และนับจากนี้ เงินลงทุนที่ได้รับจาก BRV จะช่วยผลักดันให้ LINE MAN สามารถเติบโตขึ้นไปอีกขั้น BRV เป็นบริษัทเงินทุน (Growth Capital) เคยลงทุนใน PayPal และ Waze มาแล้ว BRV ยังมีสำนักงานท้องถิ่นในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ด้วยประสบการณ์การลงทุนธุรกิจในซิลิคอน วัลเลย์ และทั่วโลกนั้น
LINE MAN "ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง" ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรีชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงด้านเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) จากบริษัท BRV Capital Management (BRV) นับเป็นการรับเงินทุนครั้งแรกสำหรับธุรกิจดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ LINE Group สะท้อนความสำเร็จของ LINE MAN ในประเทศไทยและความพร้อมในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต การลงทุนจาก BRV ในครั้งนี้ นำมาสู่การควบรวมกิจการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai แพลตฟอร์มรีวิวและค้นหาร้านอาหารชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจในฐานะพันธมิตรร่วมกับ LINE MAN มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งปัจจุบัน Wongnai มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน ด้วยฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 400,000 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งาน LINE MAN สามารถสั่งอาหารจากร้านที่อยู่บนฐานข้อมูลของ Wongnai ได้ การลงทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทที่ควบรวมใหม่และต่อยอดการพัฒนาในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย โดย LINE MAN ผู้ให้บริการเดลิเวอรีชั้นนำที่มาพร้อมแนวคิดผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในแบบ on-demand และบริการอย่างมืออาชีพแก่ผู้ใช้งาน

Go To Lead


Bolt แอปพลิเคชัน เพื่อเรียกบริการรถน้องใหม่
Bolt แพลตฟอร์ม ชั้นนำในการให้บริการการขนส่งในยุโรปและแอฟริกา ประกาศทดลองเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยมีคนขับพร้อมให้บริการแล้วกว่า 2,000 คน Bolt เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และสบายกระเป๋า โดยคนขับรถที่สนใจเข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้สามารถหารายได้ได้ง่าย ๆ เพียงกดรับงานภายในแอปพลิเคชัน หากสนใจร่วมเป็นคนขับของ Bolt เพียงมีรถยนต์เป็นของตัวเองพร้อมใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ
บริษัทก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจในการสร้างบริการที่คุ้มค่าที่สุดแก่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ด้วยการคิดค่าคอมมิชชั่นจากคนขับให้น้อยที่สุด และให้บริการในราคาที่ถูกที่สุดแก่ผู้โดยสาร โดยในหกเดือนแรก Bolt ประเทศไทย จะยกเว้นการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากคนขับและมอบส่วนลดค่าโดยสารที่ต่ำกว่าคู่แข่งเจ้าอื่น ๆ ในตลาด 20 เปอร์เซ็นต์ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Bolt เพื่อเริ่มต้นการใช้งานฟรี ๆ ได้แล้วผ่าน App Store หรือ Google Play หลังลงทะเบียนเพื่อเริ่มใช้งานผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการเรียกรถโดยสารได้ง่าย ๆ เพียงเปิดแอปฯ ใส่พิกัดที่จะให้ไปรับพร้อมจุดหมายปลายทาง เท่านี้แอปฯก็จะประเมิณค่าเดินทางให้เรียบร้อย หลังจากผู้โดยสารกดยืนยันผู้โดยสาร ตัวแอปพลิเคชันจะทำการแจ้งคนขับที่อยู่บริเวณรอบ ๆ เพื่อกดรับงาน หลังจากคนขับกดรับงานจากผู้โดยสารแล้ว ผู้โดยสารจะสามารถเห็นข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่จำเป็นของคนขับทังยังสามารถรู้พิกัดของรถที่จะมารับได้อย่างเรียลไทม์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้โดยสารจะขึ้นรถได้ถูกต้อง และเมื่อถึงที่หมายปลายทางผู้โดยสารสามารถชำระค่าโดยสารได้ด้วยเงินสดในระยะแรกของการเปิดตัว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com