ITC/Sciences
Hot News: LINE 'ชู' Clubhouse เปิดตัว LINE Certified Coach จัดห้องพูดคุย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
LINE 'ชู' Clubhouse เปิดตัว LINE Certified Coach จัดห้องพูดคุย
นางสาวสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ SME, LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า Clubhouse เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมโดยเฉพาะในหมู่ผู้ประกอบการ นักการตลาดไทยในขณะนี้ ประกอบกับในช่วงนี้ LINE ได้มีการเปิดตัว LINE Certified Coach ประจำปี 2564 ผู้ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมืออาชีพให้กับผู้ประกอบการ SME ในการใช้งานแพลตฟอร์ม LINE เพื่อธุรกิจ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ LINE ได้ลองใช้ Clubhouse เป็นพื้นที่เปิดกว้างในการจัดอีเวนท์เปิดตัวที่อินเทรนด์ โดยได้ชวนเหล่า LINE Certified Coach 17 ท่านจากทั้งหมด 30 คน มาร่วมแนะนำตัว พูดคุย บอกเล่าเทคนิค ประสบการณ์ในการทำการตลาดดิจิทัลโดยตรงต่อผู้ที่สนใจ
อีเวนท์ “เปิดตัว LINE Certified Coach 2021 กูรูการทำธุรกิจบน LINE” บน Clubhouse ครั้งนี้ มีผู้ติดตามเข้าร่วมกว่าพันคน ถือเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์แรกที่ใช้ Clubhouse ในการจัดอีเวนท์สื่อสารผ่านช่องทางนี้ โดยมี ซู่ชิง จิตต์สุภา ฉิน เข้าร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการในฐานะ Moderator พูดคุยในห้องเป็นเวลาประมาณกว่า 1 ชม. โดยมุ่งประเด็นไปในเรื่องการแนะนำตัว LINE Certified Coach การใช้ LINE ในการทำธุรกิจ รวมถึงการถามตอบจากผู้ประกอบการที่ติดตามฟังตลอด 1 ชม. LINE Certified Coach แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Business และ API ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน LINE Certified Coach ประเภท Business เป็นโค้ชที่จะแนะนำแนวทางการทำธุรกิจหรือดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งด้วย LINE จากการใช้งาน LINE OA, LINE Ads Platform (LAP) และ MyShop เป็นต้น ส่วนประเภท API จะมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านธุรกิจและการเขียนโปรแกรมใช้ LINE API ในการเชื่อมต่อธุรกิจ โดยเป็นการแนะนำที่มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการที่เข้าฟัง ได้รู้จักโค้ชเหล่านี้ตัวจริง และสามารถติดตามเพื่อปรึกษาปัญหาการใช้ LINE ในธุรกิจได้ต่อเนื่องในอนาคต
นอกจากนั้น เหล่า LINE Certified Coach ยังมีการแบ่งปันถึงปัญหาหลักยอดฮิตของ SME ไทย นั่นก็คือ อยากใช้ LINE เพิ่มยอดขาย อย่างไรก็ตาม เหล่ากูรูได้แนะนำว่า การใช้ LINE เพื่อธุรกิจให้ได้ดี ต้องเริ่มจากการมี Mindset ที่ถูกต้อง ว่าเราต้องการใช้เครื่องมือเพื่อวัตถุประสงค์ใด และกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นรูปแบบไหน มี SME หลายราย ที่ไม่ได้ใช้ LINE สำหรับขายของโดยตรงในตอนแรก แต่ใช้เพื่อสร้างแบรนด์ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เพิ่มฐานลูกค้า และการขายค่อยตามมาตอนหลัง เมื่อกลยุทธ์ต่างกัน วัตถุประสงค์ทางธุรกิจต่างกัน กลยุทธ์การใช้งานเครื่องมือต่างๆ บน LINE จึงแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจด้วย แต่สิ่งที่กูรูทุกท่านเห็นตรงกันที่สุด นั่นก็คือ LINE สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้ครบครันมากที่สุด ตั้งแต่การสร้างฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และการทำ CRM เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าต่อเนื่อง LINE มุ่งเป็นพันมิตรกับผู้ประกอบการไทย เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ทันกับการแข่งขันในยุคดิจิทัล การนำร่องใช้งาน clubhouse ครั้งนี้ ได้ทำให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน LINE เพื่อธุรกิจ เข้าถึงคนไทยในวงกว้างขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางให้บุคคลทั่วไป และผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถเข้าถึง พูดคุยกับเหล่าโค้ชผู้เชี่ยวชาญได้หลากหลายมากกว่าเดิม “LINE ยังคงมองว่าการศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจเครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญเสมอสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทยในการทำธุรกิจยุคดิจิทัล ช่องทางไหนก็ตามที่เราสามารถเข้าไปให้ความรู้ แนะนำข้อมูลต่างๆ ได้ ก็ถือเป็นสิ่งที่เราควรลองเข้าไปช่วยเหลือ ช่วยแนะนำอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเป้าหมายของการมีเหล่า LINE Certified Coach ที่จะเป็นแรงกำลังสำคัญช่วยให้ผู้ประกอบการไทย เรียนรู้ เข้าใจการใช้งานแพลตฟอร์มเราได้ดียิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมจาก LINE Certified Coach ในครั้งต่อไปได้ที่ LINE Official Account: LINE for Business (@linebizth) หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ LINE for Business

Go To Lead


TikTok For Business แชร์อินไซด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
TikTok Unboxed : FMCG ที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นการนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจ FMCG ที่น่าสนใจท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) หรือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว โดยสินค้า FMCG ถือเป็นสินค้าที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต่างระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น จนส่งผลกระทบให้เกิดการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีการบริโภคแบบ New Normal โดยผู้คนส่วนใหญ่มองว่าบ้านเป็นสถานที่ที่สำคัญและมักใช้เวลาในการทำกิจกรรมในบ้านเพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากผลสำรวจการศึกษาตลาดต่างๆ ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่ามี 69% ของผู้คนที่ใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น, 40% ใช้เวลาบนหน้าจอแล็ปท็อปมากขึ้น และมี 29% ที่ใช้เวลากับหน้าจอโทรทัศน์เพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนมากขึ้นโดยพบว่า 76% เลือกที่จะหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด, 46% มีการจับจ่ายซื้ออุปกรณ์อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มเติม และ 43% มีการซื้อของใช้ในบ้านเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังมีผู้คนจำนวนมากที่เลือกใช้เวลาในบ้านมากขึ้น โดยพบว่า 36% เลือกใช้เวลาไปกับการรับชมข่าวสารเพิ่มเติม, 21% ใช้เวลาทำอาหารและงานบ้าน ขณะที่ 5% ใช้เวลาในการสร้างวิดีโอ
จากข้อมูลข้างต้นเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา พบว่า พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของคนไทยนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยพบว่า63% ของผู้ใช้ TikTok มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2562 รวมถึงมีการใช้เงินในการจับจ่ายสินค้าทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น 3 ใน 5 ของผู้ใช้ TikTok มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง โดยพบว่าส่วนใหญ่เน้นการทำกิจกรรมกับคนในครอบครัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมการรับชมคอนเทนท์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคบน TikTok มีเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ามีผู้สนใจชมคอนเทนท์เกี่ยวกับเครื่องสำอางสูงขึ้น 77%มีผู้สนใจชมคอนเทนท์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผม สูงขึ้น 33%มีผู้สนใจชมคอนเทนท์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวพรรณ สูงขึ้น 10% มีผู้สนใจชมคอนเทนท์เกี่ยวกับอาหาร สูงขึ้น 10% สิ่งที่เห็นได้ชัดในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตในออนไลน์มากขึ้นที่แม้จะส่งผลให้แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจในการรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้ แต่อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะต้องโชว์ฝีมือพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเพื่อเดินหน้าธุรกิจให้ไม่สะดุดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของการทำการตลาดบน TikTok คือ การทำความเข้าใจกับธรรมชาติของแพลตฟอร์มและพฤติกรรมของผู้ใช้ TikTok เพื่อให้สามารถใช้ข้อได้เปรียบของแพลตฟอร์ม TikTok สู่การสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดหรือแคมเปญการตลาดที่ตอบโจทย์ สร้างความจดจำ และต่อยอดสู่การขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสิ่งที่ถือเป็นความโดดเด่นของ TikTok คือรูปแบบคอนเทนท์จะต้องเป็นคอนเทนท์ที่ดูสมจริง สนุก และสร้างสรรค์ โดยคอนเทนท์ที่จะได้รับความนิยมมากที่สุด คือ คอนเทนท์ในรูปแบบวิดีโอสั้นแนวตั้ง รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้ใช้บน TikTok ก็มีความโดดเด่น คือ การมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ที่ไม่ใช่แค่การรับชม แต่ยังรวมไปถึงการกดไลค์ การคอมเมนต์ การกดติดตาม การแชร์วิดีโอ และการสร้างสรรค์คอนเทนท์ของตัวเองด้วยการร่วมเล่นชาเลนจ์กับแบรนด์ จึงเห็นได้ว่าพฤติกรรมการใช้งานบนแพลตฟอร์ม TikTok จะมีความโดดเด่นในการสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์และธุรกิจได้ มากไปกว่านั้น ยังมี TikTok For Business โซลูชั่นการตลาดดิจิทัลที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการตลาดแบบครบวงจร ตั้งแต่สร้างการรับรู้ไปสู่การพิจารณาตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างสรรค์คอนเทนท์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์และสินค้าให้โดดเด่น ซึ่งในงานสัมมนาครั้งนี้ทาง TikTok For Business ได้นำเสนอเครื่องมือที่ชื่อว่า Creative Box ที่จะช่วยให้ธุรกิจ FMCG สามารถสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่จะต่อยอดธุรกิจได้อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ
Box 1 : Create a Dramatic Product Experience สร้างประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่ง สำหรับกล่องแรก คือ การสร้างประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ให้เกิดความประทับใจแก่ผู้บริโภคตั้งแต่พบเห็น โดยสิ่งแรกที่ควรทำคือการนำเอาคุณสมบัติพิเศษหรือความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการมาทำเป็นคอนเทนท์ โดยอาจจะนำเอาประสบการณ์จริงของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเกิดความประทับใจมาทำเป็นคอนเทนท์ที่อาจจะดีไซน์ให้ดูสนุก เกินจริง แต่ยังต้องมีความสมเหตุสมผลเพื่อช่วยให้เกิดความจดจำและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
Box 2 : Dramatize Problems your Products Solve โชว์ปัญหาที่ผลิตภัณฑ์ของคุณสามารถช่วยแก้ไขได้ กล่องที่ 2 จะเน้นไปที่การนำเสนอจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาหรือ Pain Point ของผู้ใช้ โดยสามารถนำเสนอคอนเทนท์ในการเล่าเรื่องราวของปัญหาที่เกิดขึ้น และผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราสามารถแก้ไขและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ด้วยวิธีอย่างไรบ้าง เพื่อโชว์ให้เห็นถึงศักยภาพต่างๆ ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคให้เกิดความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถแก้ไขและตอบโจทย์ได้จริงๆ โดยเน้นที่การใช้วิธีที่แตกต่าง บอกเล่าเรื่องราวของปัญหาในรูปแบบที่สนุกสนาน โอเวอร์แอคติ้ง เพื่อเข้าถึงผู้คนได้อย่างง่ายดาย
Box 3 : Play with A Unique Features เล่นกับเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของแบรนด์ กล่องที่ 3 จะเน้นการนำเสนอเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์โดยเน้นการนำเสนอความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีจุดเด่นต่างจากแบรนด์อื่นๆ แล้วหยิบยกสิ่งที่เป็นจุดเด่นมาเล่าเรื่อง เช่นชื่อสินค้า รูปร่างหน้าตาของสินค้า ความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ความใส่ใจในการบริการ หรือแม้แต่ความเป็นมาของสินค้าหรือการสร้างสรรค์ Logo ที่สามารถนำมาเล่าเป็นคอนเทนท์ได้เพื่อสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้จดจำแบรนด์ในมุมที่แตกต่างผ่านการเล่าเรื่องที่ไม่ใช่เพียงแค่การขายผลิตภัณฑ์แบบขายตรงเท่านั้น
Box 4 : Carry Out Demonstrations สาธิตหรือรีวิวผลิตภัณฑ์ กล่องสุดท้ายเป็นการสาธิตใช้ผลิตภัณฑ์และบริการนั้นๆ เนื่องด้วยปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักสนใจและชอบการรีวิวสินค้าก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อ ซึ่งหากใช้วิธีการโชว์คุณสมบัติ ผลลัพธ์การใช้ผลิตภัณฑ์ให้ผู้คนได้เห็นไปเลยก็อาจจะช่วยเพิ่มความจดจำแบรนด์นั้นๆ ได้ และมีโอกาสที่ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าการรีวิวหรือสาธิตใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ต้องเกิดขึ้นตามหลักความเป็นจริง ไม่โฆษณาที่ดูเกินไป และนี่คือ 4 กล่องเครื่องมือ Creative Box ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ธุรกิจ FMCG สามารถเริ่มต้นทำการตลาดบน TikTok ได้อย่างโดดเด่นน่าสนใจ ที่จะช่วยให้การบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้บริโภคยุค New Normal นี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมากไปกว่าไอเดียในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่กล่าวไปตามข้างต้นแล้ว ในแพลตฟอร์ม TikTok ยังมี Creative Tools ที่พรั่งพร้อมเพื่อช่วยให้การสร้างสรรค์คอนเทนท์วิดีโอสั้นแนวตั้งสามารถทำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ที่มาพร้อมเครื่องมือในการถ่ายทำ การตัดต่อ การใส่เอฟเฟกต์ การใช้เสียงเพลง เสียงบรรยาย ได้จบในขั้นตอนเดียว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรม TikTok Unboxed ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำตลอดปีได้ทาง https://www.tiktokunboxed.com/ และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ TikTok For Business ได้ทาง Line Official Account: @tiktokforbusiness หรือติดต่อทีม TikTok ที่https://www.tiktok.com/business/th

Go To Lead


ทีพี-ลิงค์ รุกตลาดกล้องวงจรปิด CCTV
นาย Dave Chen managing Director บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เปิดตัวกล้องวงจรปิด CCTV รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์ “VIGI” ทั้งเซ็ทที่นำมาเปิดตัวประกอบด้วย ? กล้องวงจรปิด รุ่น C300HP/C400HP จำนวน 4 กล้อง? เครื่องบันทึก NVR รุ่น VR1008H? Switch 6 Port รุ่น TL-SF1006P? HDD 1 TB? สายแลน Cable 100 เมตร? อุปกรณ์ประกอบการติดตั้งอื่นๆ สำหรับกล้องวงจรปิด VIGI C300HP เป็นกล้องวงจรปิดใช้งานภายนอก แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือเลนส์ 4 mm. และเลนส์ 6 mm. เลือกใช้งานได้ตามความต้องการ มีความละเอียดคมชัดถึง 3 ล้านพิกเซล คุณภาพคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับ PoE / 12V DC: แหล่งจ่ายไฟสองทาง ง่ายต่อการเดินสาย รองรับ H.265+ บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด แต่ใช้พื้นที่น้อย รองรับ IP67 สำหรับการใช้งานภายนอก กันน้ำ กันฝุ่น มีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Smart Detection ให้คุณสามารถรับการแจ้งเตือนและตรวจสอบได้ทันทีเมื่อมีคนข้ามเขตแดนเข้ามาในพื้นที่ของคุณ ต่อมาเป็นกล้องวงจรปิด VIGI C400HP ชนิดใช้ภายในอาคาร ที่แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือเลนส์ 2.8 mm. และ 4 mm. ให้ความละเอียดคมชัดถึง 3 ล้านพิกเซล คุณภาพคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับ PoE / 12V DC: แหล่งจ่ายไฟสองทาง ง่ายต่อการเดินสาย รองรับ H.265+ บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด แต่ใช้พื้นที่น้อย และรองรับฟังก์ชั่น Smart Detection ตรวจจับการเคลื่อนไหวเช่นกัน
คุณสมบัติกล้องวงจรปิดทั้งสองรุ่นดังกล่าว เป็นระบบ Digital ที่มีข้อดีมากมายเมื่อเปรียบเทียบกับกล้องรุ่นเก่า ได้แก่ 1.สนับสนุนการทำงานผ่านระบบเครือข่ายไร้สายมากกว่า Analog 2. กล้องวงจรปิดระบบ Digital สามารถใช้ร่วมกับระบบ LAN ที่มีอยู่แล้วได้โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ 3.ได้รับความละเอียดภาพที่คมชัดมากกว่า สามารถดูภาพได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านกล้อง (Live) ตามเวลาจริง หรือแบบดูย้อนหลัง 4.มีความปลอดภัยสูงมาก
เนื่องจากทำงานบนระบบ digital สามารถที่จะ backup ข้อมูลได้ตลอดเวลาบนเซิร์ฟเวอร์ ถัดจากกล้องวงจรปิด VIGI ทีพี-ลิงค์ ยังได้เปิดตัวเครื่องบันทึก NVR รุ่น VIGI NVR1008H รองรับการบันทึกข้อมูลตลอดเวลา 24/7 ดูแบบเรียลไทม์ได้มากถึง 8-ช่อง รองรับภาพคมชัดสูงสุดถึง 5 ล้าน รองรับ H.265+/H.265/ H.264+/H.264 บีบอัดไฟล์ภาพคมชัด ขนาดเล็ก รองรับคำสั่งเสียงสองทิศทาง รองรับมาตรฐาน Onvif โดยสินค้าแบรนด์ VIGI ทั้งหมด สามารถใช้งานได้บนแอพลิเคชั่น VIGI รองรับทั้ง iOS และ Android ไม่ว่าจะเป็นการจัดการต่าง ๆ เช่นการเลือกเพื่อดูวิดิโอย้อนหลังหรือเล่นเหตุการณ์ที่ตั้งบันทึกไว้ การเพิ่มกล้อง ก็สามารถทำได้บนแอพลิเคชั่น VIGI นอกจากนี้ทีพี-ลิงค์ยังมีสินค้าภายในเซ็ทที่นอกเหนือจากที่กล่าวไปได้แก่ Switch 6 Port รุ่น TL-SF1006P สวิตซ์ 6 พอร์ตเพื่อต่อการใช้งานระหว่างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กล้องวงจรปิด VIGI และเครื่องบันทึก นอกจากนี้ยังมอบHDD 1 TB , สาย Cable 100 เมตรและอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งอื่น ๆ การติดตั้งกล้องวงจรปิดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะเซ็ทโปรโมชั่นนี้ พร้อมติดตั้งทันทีไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมใดใดอีกแล้ว ลงทะเบียนที่ Line @tplink ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 64- จนกว่าจะจบโปรโมชั่น TP-Link , เว็บไซต์ https://www.tp-link.com/th/

Go To Lead


IT CLICK
AUTOBOT หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะรุ่น STORM 3

ออโต้บอท (AUTOBOT)หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ
“AUTOBOT STORM 3” คอนเซปต์
‘Empty Your Life Trash’ ดีไซน์ที่เรียบหรู
ใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์
ตรวจจับฝุ่นแม่นยำสูงสุดด้วย Laser Mapping
ทำความสะอาดได้เร็วขึ้นถึง 30% AI อัจฉริยะ
LiDAR scanner 8.0 สแกนไกลได้ไกลถึง 8 เมตร
กำจัดฝุ่นเล็ก เส้นผม ขนสัตว์ สะอาดหมดจด
ด้วยแรงดูดสูงที่สุดในตลาด 2,700 PA
พร้อมไส้กรองสามชั้น ลดฝุ่น ลดภูมิแพ้ และลด PM 2.5
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com