|
|
TQM Driven by CARE Standing by You
TQM 'เผย'ผลการดำเนินงาน 3 เดือน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชัน
ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ TQM ช่วง 3 เดือนแรกของปี โดยภาพรวมยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจ ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ TQM ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลลูกค้า และรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด TQM Driven by CARE : Standing by You โดยยึด 3 แกนหลัก ได้แก่ ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มทางเลือก และเข้าถึงง่าย พร้อมพัฒนาโซลูชันประกันภัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสม
ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า TQM ร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกัน พัฒนาแผนประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้มากยิ่งขึ้น พร้อมปรับรูปแบบการดูแลลูกค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ดังนี้
1. Flexible Protection การออกแบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น อาทิ ประกันรายเดือน ประกันตามไมล์ และประกันแบบเปิด-ปิด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริง
2. Flexible Payment การพัฒนาทางเลือกด้านการชำระเงินที่หลากหลายและเหมาะสมกับกำลังซื้อ ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ TQM ในฐานะผู้ช่วยบริหารความเสี่ยงที่มุ่ง ลดภาระ เพิ่มทางเลือก และทำให้เข้าถึงง่าย โดยยืนยันว่าประกันภัยไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมั่นใจไม่สะดุด
โดยครั้งนี้ TQM ได้ปรับแผนประกันภัย เพื่อเพิ่มทางเลือกความคุ้มครองที่ ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่
1. ประกัน Motor EV 2+ทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องการความคุ้มครองเหมาะสม ในขณะที่เบี้ยประกันชั้น 1 มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นประมาณ 13,000 บาท
2. ประกันชดเชยรายได้ รองรับความเสี่ยงรายได้สะดุดจากเหตุไม่คาดคิด ด้วยเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้ารักษาตัว รวมถึงกรณี ICU และอุบัติเหตุ ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ เบี้ยเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต่อปี ภายใต้แนวคิด เพื่อความมั่นคงในวันที่ไม่คาดคิด
3. สมาชิก TQM family Club ขยายโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย ฟรีแลนซ์ หรือผู้ไม่มีสวัสดิการ เข้าถึงความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ด้วยแผนประกันที่คุ้มค่าและสมัครสะดวก เริ่มต้นประมาณ 550 บาทต่อปี
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเลือกแผนประกันที่เหมาะสมได้ผ่านเว็บไซต์ www.tqm.co.th หรือโทร 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง
Go To Lead
|
วิริยะประกันภัย 'หนุน'พลังคนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์สื่อ เมาไม่ขับ
วิริยะประกันภัย ร่วมมือพันธมิตร ทำกิจกรรม พลังคนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์สื่อ เมาไม่ขับ โดย พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 300,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านปฏิบัติการด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุน โครงการสร้างสรรค์สื่อรณรงค์เมาไม่ขับ ภายใต้แนวคิด M&M : MOTTO AND MOVIE ซึ่งกองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและเยาวชนจาก 30 มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร ได้มีส่วนร่วมเป็นกระบอกเสียงสื่อสารแนวคิดด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านการสร้างสรรค์คำขวัญ (Motto) และสื่อภาพยนตร์สั้น (Movie) เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน และสร้างค่านิยม เมาไม่ขับ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคม โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ
การสนับสนุน โครงการสร้างสรรค์สื่อรณรงค์เมาไม่ขับ (Motto and Movie) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มเด็กและเยาวชน ในฐานะพลังแห่งการสร้างสรรค์ ที่สามารถจุดประกายแนวคิดให้กับผู้คนในสังคม เกิดจิตสำนึกและตระหนักรู้ถึงผลกระทบของและอันตรายจากการเมาไม่ขับ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมการขับขี่เชิงบวก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางถนนที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนต่อไป
Go To Lead
|
คปภ. 'แนะ' 10 เช็กลิสต์ ซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทน-ชำระเบี้ย
อย่างถูกวิธี มั่นใจได้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนและต่อเนื่อง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) แนะนำประชาชนที่ประสงค์จะซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิต ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การทำประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดในกรมธรรม์ โดยมี 10 ข้อแนะนำ ดังนี้
ข้อที่ 1 ทำความเข้าใจว่าการประกันชีวิตเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ผู้ซื้อควรเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการบริหารความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง มิใช่การฝากเงิน โดยผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตในฐานะผู้รับประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตหรือสุขภาพ ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง เช่น การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บ บริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้เอาประกันภัยหรือครอบครัว
ข้อที่ 2 ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อ โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th ช่องทาง LINE Official Account : @OICConnect หรือแอปพลิเคชัน คนกลาง For Sure ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตสิ้นอายุควรหยุดการเจรจา และในกรณีผู้เสนอขายมีใบอนุญาต ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตว่ายังมีผลบังคับใช้ ณ วันที่เสนอขาย รวมถึงตรวจสอบสังกัดบริษัทให้ถูกต้อง
ข้อที่ 3 กำหนดวัตถุประสงค์ก่อนเลือกซื้อประกันชีวิต การประกันชีวิตมีหลายประเภท ผู้ซื้อควรกำหนดวัตถุประสงค์ของตนเองให้ชัดเจน เพื่อให้ตัวแทนประกันชีวิตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรเลือกแบบประกันชีวิตด้วยความสมัครใจ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ สามารถปฏิเสธ หรือเปลี่ยนตัวแทนประกันชีวิตเพื่อรับข้อเสนอใหม่ได้
ข้อที่ 4 ประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ผู้ซื้อควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยวางแผนและประมาณการรายรับรายจ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา
ข้อที่ 5 ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองก่อนตัดสินใจซื้อ การประกันชีวิตมีหลายประเภท ตัวแทนประกันชีวิต มีหน้าที่อธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายอย่างชัดเจน ทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น รวมถึงเปรียบเทียบราคาและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กับตัวแทนรายอื่นได้ และเมื่อผู้ซื้อตัดสินใจทำประกันแล้ว ควรเก็บหลักฐานหรือเอกสารประกอบการเสนอขายไว้เป็นหลักฐาน
ข้อที่ 6 กรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยให้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ซื้อควรกรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยด้วยตนเอง หรือหากมีผู้ช่วยกรอก ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนลงลายมือชื่อ โดยไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง เนื่องจากการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือปกปิดข้อเท็จจริงอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธการรับประกันภัยได้ และหากตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง บริษัทอาจยกเลิกสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เช่นกัน
ข้อที่ 7 รับทราบสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ให้ผู้ซื้อทราบ โดยผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ และในกรณีที่ซื้อผ่านช่องทางโทรศัพท์ สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าตรวจสุขภาพ (ถ้ามี) หากผู้ซื้อยกเลิกกรมธรรม์ภายหลังระยะเวลาดังกล่าว สามารถใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์และได้รับมูลค่าเวนคืนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต
ข้อที่ 8 ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีของบริษัทประกันชีวิตเท่านั้น ผู้ซื้อควรชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีของ บริษัทประกันชีวิตโดยตรง และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง ไม่ควรโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนประกันชีวิต
ข้อที่ 9 รับทราบช่องทางการติดต่อและการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งช่องทางการติดต่อบริษัท รวมถึงขั้นตอนการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ผู้ซื้อทราบ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ
ข้อที่ 10 ตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อได้รับเอกสาร เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เสนอขาย สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยหรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับกรมธรรม์ ควรติดต่อตัวแทนประกันชีวิตหรือบริษัทประกันชีวิตโดยเร็ว
นอกจากนี้ ประชาชนควรชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีของบริษัทประกันภัยโดยตรง พร้อมทั้งขอใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระเงิน และให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง การทำประกันชีวิตอย่างรอบคอบ ตั้งแต่การตรวจสอบตัวแทน การทำความเข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไปจนถึงการชำระเบี้ยประกันภัยผ่านช่องทางที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ทำประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
Go To Lead
|
ไทยวิวัฒน์ เปิดตัว TVI Smart Delayลูกค้าประกันเดินทางต่างประเทศ พลัส
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประกันภัยไทยวิวัฒน์เชื่อว่าการประกันภัยไม่ใช่แค่การชดเชยเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการ คิดเผื่อ ให้ลูกค้าในทุกช่วงเวลา ประกันภัยไทยวิวัฒน์จึงได้เพิ่มสิทธิพิเศษ TVI Smart Delay สำหรับกรณีการเดินทางต่างประเทศที่ต้องเผชิญกับเหตุเที่ยวบินที่ล่าช้า เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาที่อาจสร้างความกังวล ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าประทับใจ
การเดินทางในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเทศกาล อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งจากความหนาแน่นของการเดินทาง และจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ประกันภัยไทยวิวัฒน์จึงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่ใช้ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส ด้วยบริการ TVI Smart Delay โดยลูกค้าสามารถใช้บริการเข้าพักห้องรับรองในสนามบิน ในเครือข่าย LoungeKey? ได้ทันทีกรณีเที่ยวบินล่าช้า เกินกว่า 90 นาที ซึ่งสะท้อนแนวคิด คิดเผื่อ เพื่อทุกชีวิต Caring is Giving ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ที่เราไม่เพียงให้ความคุ้มครอง แต่ให้ความสบายใจ และ Caring Forward ที่เรามองไปข้างหน้าเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ชีวิตและไลฟ์สไตล์ในทุกสถานการณ์
ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยมีทั้งแบบรายเที่ยว รายปี และแบบเปิด-ปิด พร้อมจุดเด่นสำคัญคือ สามารถเพิ่ม-ลดวันเดินทางได้อย่างอิสระ แม้อยู่ต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมที่สร้างความยืดหยุ่นและความคุ้มค่าให้กับนักเดินทางในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และเป็นครั้งแรกของโลก
นอกจากสิทธิประโยชน์จาก TVI Smart Delay แล้ว ลูกค้ายังได้รับความคุ้มครองหลักที่ครอบคลุม อาทิ ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5 ล้านบาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย รักษาได้ในโรงพยาบาลต่างประเทศทั่วโลก รวมถึงความคุ้มครองกีฬาเสี่ยงภัย และความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง ต่างๆ ทั้งสัมภาระเสียหาย หรือสูญหาย เที่ยวบินล่าช้า เป็นต้น
พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ในช่วง 1 เมษายน 30 มิถุนายน 2569 ยังได้รับสิทธิประโยชน์ 3 ต่อ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า ได้แก่
ส่วนลดเบี้ยประกัน 15%
e-Coupon สำหรับเครื่องดื่ม มูลค่าสูงสุด 400 บาท
ส่วนลดใช้บริการห้องรับรองสนามบิน 25%
รูป_สิทธิประโยชน์ 3 ต่อ สำหรับผู้ที่ซื้อกรมธรรม์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า.jpg
ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ TVI Smart Delay ได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat เพียงลงทะเบียนเที่ยวบินล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ระบบจะตรวจสอบสถานะเที่ยวบินแบบอัตโนมัติ และเมื่อเกิดการดีเลย์ตามเงื่อนไข ลูกค้าจะได้รับ QR Code เพื่อเข้าใช้บริการ Lounge ได้ทันที รวมถึงสามารถจัดการข้อมูลผู้เดินทาง เพิ่ม-ลดรายชื่อ และตรวจสอบห้องรับรองได้ในแอปเดียว สะท้อนความเป็น Digital Convenience อย่างสมบูรณ์
การเปิดตัวครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของไทยวิวัฒน์ในฐานะแบรนด์ที่ คิดเผื่อในทุกเรื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับมากกว่าแค่ความคุ้มครอง แต่คือ ความคุ้มค่า และ ความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม หรือซื้อประกันได้ที่ www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ Call Center โทร. 1231
Go To Lead
|
พลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 247 สืบสานพระพุทธศาสนา เสริมสิริมงคลแก่แผ่นดินไทย
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และกัลยาณมิตร มูลนิธิธรรมดี มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมจัดโครงการ พลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 247 เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเสริมสร้างสิริมงคลแก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย
ในโอกาสนี้ คณะได้เข้าน้อมกราบสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย เนื่องในวันฤกษ์อันเป็นมงคล จากนั้นได้ประกอบพิธีบวงสรวง ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตามแบบพิธีพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
ทั้งนี้ ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ณัฐจักร คุณะจักโก (ตุ๊ณัฐ) วัดถ้ำเมืองนะ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประกอบพิธีและเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงาน
โครงการ พลังบุญทิพยร่วมสร้าง ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมอันดีงาม สร้างบุญกุศล เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมส่งต่อพลังบุญ พลังความดีสู่สังคม อันสะท้อนถึงแนวคิดขององค์กรที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมอธิษฐานให้ประเทศชาติสงบสุข ประชาชนมีความผาสุก และเกิดความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|