Insurance
Go to  i click
Hot News: “TVI GUARANTEE” ยกระดับมาตรฐานงานซ่อม
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
“TVI GUARANTEE”
ยกระดับมาตรฐานงานซ่อม
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดตัวโครงการ Thaivivat Guarantee'ชู'แนวคิด “การดูแลลูกค้าไม่ได้ทำเพียงชดเชยค่าสินไหม แต่ต้องดูแลให้รถได้รับการซ่อมอย่างมีคุณภาพ” ครอบคลุมทั้งการสร้างเครือข่ายอู่คุณภาพและการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอะไหล่ (TVI Quality Control Center - QCC)
นางสาวภาณินี เทพนรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินไหม บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ลูกค้าไม่ได้วัดคุณภาพของบริษัทประกันจากวันที่ซื้อกรมธรรม์ แต่จะประเมินจากวันที่ต้องใช้บริการจริง เราจึงให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนหลังการเคลม ตั้งแต่การคัดเลือกอู่ การตรวจสอบอะไหล่ ไปจนถึงการส่งมอบรถคืนลูกค้า เพราะเราเชื่อว่าความไว้วางใจเกิดจากประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจริง มั่นใจกับอู่คุณภาพบนมาตรฐาน Thaivivat Guarantee
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เล็งเห็นว่าอู่ซ่อมถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันภัย จึงพัฒนาเครือข่ายอู่มาตรฐาน “Thaivivat Guarantee” เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า โดยอู่ที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการประเมินศักยภาพในการซ่อมรถยนต์หลากหลายรุ่น รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถที่ได้รับความเสียหายหนักจากอุทกภัยหรือเหตุไม่คาดฝันอื่น ๆ ตลอดจนมาตรฐานการเสนอราคา การบริหารระยะเวลาการซ่อม และการดำเนินงานตามข้อตกลงด้านการให้บริการ (SLA) โดยอู่ที่ผ่านเกณฑ์ของบริษัทฯ จะได้รับป้ายรับรอง “Thaivivat Guarantee” สำหรับการขยายเครือข่ายในระยะแรก ประกันภัยไทยวิวัฒน์กำลังดำเนินการคัดเลือกอู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และเตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทยต่อไป
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของอะไหล่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของงานซ่อม จึงจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอะไหล่ (TVI Quality Control Center -QCC) บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. ภายในนิคมอุตสาหกรรม Rangsit Fortune Estate (RPE II) เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอะไหล่ทุกชิ้นอย่างเข้มงวดก่อนจัดส่งแก่อู่ในเครือ ครอบคลุมทั้งอะไหล่แท้ อะไหล่เทียบเคียง (Aftermarket) และอะไหล่ OEM ตามข้อกำหนดของไทยวิวัฒน์ อาทิ ชิ้นส่วนตัวถัง (Body Parts): ตรวจสอบทางกายภาพ จุดยึด และงานสี ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยเสียหาย ระบบไฟส่องสว่าง: ตรวจสอบสภาพและประสิทธิภาพการใช้งานของดวงไฟทุกดวง อะไหล่เทียบเคียงและ OEM: คัดสรรเฉพาะแบรนด์ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลทุกชิ้น ส่วนหลักที่ต้องใช้ในการซ่อมจะถูกบันทึกภาพและเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ หากพบชิ้นส่วนใดเสียหายหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน บริษัทฯ จะดำเนินการปฏิเสธสินค้าและส่งคืนผู้จำหน่ายในทันที ก่อนที่จะถูกส่งไปยังอู่ซ่อม
ปัจจุบัน TVI Quality Control Center ได้ตรวจสอบอะไหล่ไปแล้วกว่า 100,000 รายการ และสามารถคัดกรองอะไหล่ที่ไม่ผ่านมาตรฐานออกไปกว่า 4,000 รายการ สะท้อนถึงความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทางของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ อะไหล่ทุกชิ้นที่เข้าสู่กระบวนการของบริษัทจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนจัดส่งแก่อู่ซ่อม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์อย่าง SCGJWD เพื่อการรักษาคุณภาพของอะไหล่ในระหว่างจัดส่งสู่อู่ซ่อมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด
มาตรฐานใหม่ของงานซ่อม ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มั่นใจทุกการเคลม การพัฒนาเครือข่ายอู่คุณภาพและระบบตรวจสอบอะไหล่ คือสองกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงกันตลอดกระบวนการซ่อม ตั้งแต่การคัดเลือกอู่ การควบคุมคุณภาพอะไหล่ การบริหารจัดการงานซ่อม ไปจนถึงการส่งมอบรถคืนลูกค้าอย่างมีมาตรฐาน สิ่งที่ลูกค้าได้รับจึงไม่ใช่เพียงการเข้าซ่อมกับอู่ในเครือข่าย แต่คือความมั่นใจว่ารถทุกคันได้รับการดูแลจากอู่ที่ผ่านการรับรอง ใช้อะไหล่ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และดำเนินการภายใต้กระบวนการที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ประกันภัยไทยวิวัฒน์เชื่อว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าไม่ได้เกิดจากคำโฆษณา แต่เกิดจากการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานงานซ่อมของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และส่งมอบประสบการณ์หลังการเคลมที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน เพราะสำหรับประกันภัยไทยวิวัฒน์ “การประกันภัยที่ดี ไม่ได้มีหน้าที่เพียงชดเชยค่าสินไหม แต่มีหน้าที่ดูแลให้รถของลูกค้าได้รับการซ่อมอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และพร้อมกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ” ภายใต้แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังทุกบริการของไทยวิวัฒน์ “คิดเผื่อ...เพื่อทุกชีวิต” www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ Call Center โทร. 1231

Go To Lead


วิริยะประกันภัย เดินหน้าจัด “Roadshow ส่งต่อความปลอดภัย” อย่างต่อเนื่อง
นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ คุณยุพวดี จันทรบูรณ์ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์ รับมอบหนังสือนิทานภาพชุด “ความปลอดภัยรอบตัวฉัน” จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมด้วย นายกิตติเดช เลิศจิรโรจน์ ผู้จัดการสาขาบางพลัด เป็นผู้แทนมอบ ในกิจกรรม “Roadshow ส่งต่อความปลอดภัยผ่านหนังสือนิทานภาพ” เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวันให้แก่นักเรียน ณ โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
สำหรับกิจกรรม “Roadshow ส่งต่อความปลอดภัยผ่านหนังสือนิทานภาพ” ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ครูเบิร์ด นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ นักเล่านิทานมืออาชีพ พร้อมด้วยทีมวิทยากร “คิดแจ่ม” มาเล่านิทานให้แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น จากหนังสือภาพเรื่อง “จีโม่! อยากกระโดด ตูม!” เพื่อเรียนรู้ถึงความปลอดภัยทางน้ำ นอกจากนี้ ยังมีฐานกิจกรรมให้นักเรียนได้ร่วมสนุกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ตามชุดหนังสือนิทานภาพ “ความปลอดภัยรอบตัวฉัน” ได้แก่ หนูจี๊ดเข้าครัว แปลงร่าง จีโม่! อยากกระโดด ตูม! ลุงแต้มกับเต้าหู้ และ ยินดีที่ได้รู้จัก โดยเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติตามฐานกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน ซึ่งแต่ละฐานจะสอดแทรกสาระด้านความปลอดภัยในสถานการณ์ที่เด็กสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจ และกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ และจดจำแนวทางการดูแลตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Go To Lead


กรุงเทพประกันภัย 'ตอกย้ำ'ผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัย
คว้า 2 รางวัลใหญ่จากสำนักงาน คปภ.
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับ 2 รางวัลสุดยอดบริษัทประกันวินาศภัย ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2568 จากงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 - Prime Minister’s Insurance Awards 2026 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จากการที่บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยนำหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การรักษาความมั่นคงทางการเงิน และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ ปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมด้านการประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงาน รวมถึงการดำเนินโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน
การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ที่บริษัทฯ ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทาง ESG และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อยหรือไมโครอินชัวรันส์ (Micro Insurance) ให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่านการออกแบบความคุ้มครองที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และกำหนดเบี้ยประกันภัยในราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อผ่านช่องทางที่หลากหลาย และยกระดับการบริการด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย สะดวก และรวดเร็ว โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ค้าและพันธมิตร ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายของสำนักงาน คปภ. อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างทั่วถึง อันจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้การประกันภัยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวม
รางวัลที่กรุงเทพประกันภัยได้รับในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและสังคม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยอย่างมีความรับผิดชอบมาตลอดระยะเวลากว่า 79 ปี ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ การบริการ และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและมอบความอุ่นใจให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์มุ่งเป็นที่สุดในใจลูกค้า และการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Go To Lead


'ทิพยประกันภัย' ชู TIPSOL บุกตลาดลูกค้ารายบุคคล
นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า ทิพยประกันภัยกำลังปรับกลยุทธ์จากการเน้นธุรกิจประกันภัยขนาดใหญ่ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารายบุคคลมากขึ้น ผ่านโครงการ TIPSOL เพื่อให้บริษัทเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า และพัฒนาไปสู่การเป็น “Lifetime Customer” ทิพยมีจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนาน ทั้งฐานเบี้ยประกัน ความแข็งแกร่งทางการเงิน และความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการ ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ แต่ในโลกการแข่งขันด้านประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเพียงผลิตภัณฑ์และบริการที่แข็งแกร่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้นโจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความสัมพันธ์กับลูกค้ จากเดิมที่เกิดขึ้นเมื่อต้องการทำประกันหรือใช้บริการไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและต่อเนื่องมากขึ้น ให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันและไว้วางใจแบรนด์ จนทิพยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความเสี่ยงในชีวิตขในแต่ละช่วงวัย และทำให้ลูกค้าอยากบอกต่อ จนเกิดการแนะนำหรือชักชวนคนรอบตัวให้เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท”
ในอดีตธุรกิจประกันภัยอาจมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นหลักในช่วงการขายหรือการต่ออายุกรมธรรม์ แต่ TIPSOL จะเข้ามาเติมเต็มความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสิทธิประโยชน์และกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการดูแลลูกค้า 24 ชั่วโมง 7 วัน โครงการดังกล่าวครอบคลุม 7 แกนหลักที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ได้แก่ รถยนต์ บ้านและที่อยู่อาศัย การเดินทาง Wellness กิน-ช้อป-เที่ยว สัตว์เลี้ยง และมูเตลู โดยมุ่งให้ทิพยประกันภัยรู้จักลูกค้ามากขึ้น ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความชอบ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อนำไปต่อยอดการให้บริการและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว สำหรับเป้าหมายของ TIPSO ไม่ได้ตั้งเป้าด้านยอดขายเป็นหลัก แต่คาดว่า การสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าจะช่วยเพิ่มทั้งอัตราการต่ออายุกรมธรรม์และการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ จากอัตราการต่ออายุกรมธรรม์โดยรวมอยู่ที่ 85% จึงตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยจากโครงการ TIPSOL ช่วง 12 เดือนแรก ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท โดยลูกค้ารายย่อยที่มีกรมธรรม์รายปีต่อเนื่องกับทิพยประกันภัยสามารถเข้าร่วมโครงการได้และยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปสมัครสมาชิกได้เช่นกัน โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างกันตามประเภทสมาชิก ส่วนระยะที่ 2 จะขยายไปยังกลุ่มลูกค้านิติบุคคลและธุรกิจขนาดใหญ่ โดยจะออกแบบรูปแบบการดูแลที่แตกต่างจากลูกค้ารายบุคคล และมุ่งยกระดับความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจตัดสินใจขององค์กร เช่น CEO
นายสมพรกล่าวว่า การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขยายธุรกิจลูกค้าบุคคล จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 35% ของพอร์ตเบี้ยประกันภัยให้เพิ่มเป็น 50% ภายใน 3 ปี โดยปัจจุบันทิพยประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท คิดเป็นของลูกค้าบุคคลประมาณ 10,000 ล้านบาท ในอนาคตหากเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นแตะ 40,000 ล้านบาท การมีสัดส่วนลูกค้าบุคคล 50% จะทำให้เบี้ยจากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาท
หนึ่งในธุรกิจหลักที่จะเข้ามาสนับสนุนการขยายของลูกค้าบุคคลคือประกันภัยรถยนต์ โดยที่ผ่านมาทิพยประกันภัยจำกัดสัดส่วนรถยนต์ไม่เกิน 25% ของพอร์ตรวมแต่ภายใน 3 ปีจากนี้บริษัทจะปรับสัดส่วนรถยนต์เพิ่มเป็น 40% แต่จะยังรักษาจุดยืนเป็นผู้เล่นด้าน Non-Motor Insurance โดยต้องการให้สัดส่วน Non-Motor ยังคงมากกว่าธุรกิจรถยนต์ สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ ทิพยประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยไว้ที่ประมาณ 32,000–33,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ซึ่งคาดไว้ราว 2.5–3% ซึ่งช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดี และหากรวมโอกาสจากธุรกิจประกันภัยใหม่เข้ามา ก็มีโอกาสที่เบี้ยประกันภัยจะขยับขึ้นมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วงที่เหลือของปี นายสมพรมองว่า ภาพรวมมีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน หลังธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รถโดยสาร และกิจการที่เกี่ยวเนื่องเริ่มกลับมาปรับปรุงและลงทุนมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความต้องการประกันภัยในภาคธุรกิจ การส่งออกที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประกันภัยสินค้าทางทะเลขยายตัวตาม ส่วนธุรกิจประกันภัยรถยนต์แม้ไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในระยะต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com