Insurance
Hot News: ธุรกิจประกัน แข่งดุ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ธุรกิจประกัน แข่งดุ
ธุรกิจประกันชีวิต เปิดศึกรับปีหมู กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำทัพตัวแทน กร้าว “2019 Year of Growth & Professional” เน้นการเติบโตอย่างมืออาชีพ 'ย้ำ'ลูกค้าจุดศูนย์กลาง ลอนช์ประกัน “ไลฟ์พลัส+ เซฟเวอร์” ผลิตภัณฑ์ประเภทสะสมทรัพย์ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต ไทยสมุทรประกันชีวิต เจาะลูกค้าใหม่
นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานกรรมการบริหาร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำทัพตัวแทน ประกาศจุดยืน“2019 Year of Growth & Professional” เน้นการเติบโตอย่างมืออาชีพ พร้อมย้ำการมีลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง ให้ลูกค้าได้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนา สนับสนุนฝ่ายขายช่องทางตัวแทน แก่ผู้จัดการตัวแทนจากทั่วประเทศกว่า 1,600 คน ประจำปี พ.ศ. 2562
ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายลูกค้า บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประสบความสำเร็จในการนำเสนอแบบประกันชีวิตที่หลากหลาย และตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต อีกทั้งจากผลงานวิจัยระบุว่าลูกค้า ยังคงมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสะสมทรัพย์ ปีนี้บริษัท ฯ จึงนำเสนอแบบประกัน “ไลฟ์พลัส+ เซฟเวอร์” แบบประกันใหม่นี้จะให้ความคุ้มครองที่เพิ่มมากขึ้นตามช่วงอายุ โดยลูกค้าจะได้รับ 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และเบี้ยประกันภัยหลักที่ชำระมาทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับกลุ่มคนที่เริ่มต้นทำงาน นอกจากนั้น ยังช่วยในการสะสมทรัพย์ เพื่อสร้างความสุขในวัยเกษียณ หรือจะเป็นเงินสะสมก้อนใหญ่เพื่อใช้ในการศึกษาของบุตร
นอกจากผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองชีวิตแล้ว ยังจะได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงอย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา โดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งหวังให้ลูกค้าได้มีความมั่นคงทางการเงิน และมีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนาแบบประกันประเภทสะสมทรัพย์ “ไลฟ์พลัส+ เซฟเวอร์” ถูกออกแบบมา เพื่อมอบประโยชน์ที่ครอบคลุม และแตกต่างจากประกันประเภทสะสมทรัพย์ทั่วไปในตลาด ทั้งด้านความคุ้มครอง และผลตอบแทน อาทิ? เลือกชำระเบี้ย ฯ ได้ 2 ระยะ คือ 10 ปี (20/10) และ 15 ปี (25/15) เบี้ยประกันไม่เสียเปล่า รับความคุ้มครองการเสียชีวิตที่ 100 % ของทุนประกันภัย รวมกับเบี้ยประกันภัยหลักที่ชำระมาทั้งหมด
รับเงินจ่ายคืนทุกปีตั้งแต่ปีที่ 4 จนถึงครบกำหนดสัญญา และมีเงินครบกำหนดสัญญาถึง 150 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย? รับเพิ่มเงินปันผล ณ วันครบกำหนดสัญญา (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินการของบริษัท ฯ) เบี้ยประกันภัยเท่ากันทุกเพศ ทุกอายุ เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ลูกค้าที่สนใจ แบบประกัน “ไลฟ์พลัส+ เซฟเวอร์” สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนของบริษัทฯ สำนักงานตัวแทนทั่วประเทศ และที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา www.krungthai-axa.co.th
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเติบโตของเบี้ยรับรายใหม่ที่ 13% หรือทำเบี้ยให้ได้ 3,892 ล้านบาท โดยยังใช้กลยุทธ์ต่อเนื่องจากปีนี้ในการขยายตลาดสู่กลุ่มคนเมืองที่ยังไม่เคยทำประกัน บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมที่ยกระดับการบริการผ่าน โอเชี่ยน คลับ แอปพลิเคชั่น ที่ให้บริการหลังการขายสำหรับลูกค้า พร้อมกิจกรรมดี ๆ และสิทธิประโยชน์มากมายที่คัดสรรจากพันธมิตรชั้นนำทั่วประเทศสำหรับสมาชิก นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ด้วยการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณภาพสามารถสนุกกับการสะสมเหรียญเพื่อแลกสิทธิพิเศษมากมาย
ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) บริษัทสร้างอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อย โดยสามารถสร้างเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ได้รวม 2,162 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตผ่านช่องทางดิจิทัล เติบโต 305% ช่องทางประกันชีวิตกลุ่ม 70% และช่องทางผ่านธนาคาร 59% ส่วนเบี้ยประกันชีวิตรับรวมริษัทสามารถทำได้ 9,750 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.27% ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 5.79%

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต เยียวยาผู้ประสบภัยพายุ “ปาบึก”
ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขอร่วมส่งกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์พายุ “ปาบึก” ในภาคใต้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว บริษัทจึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยผู้เอาประกันภัยที่มีสัญญาสุขภาพของกรุงเทพประกันชีวิตสามารถเข้ารับบริการในโรงพยาบาลคู่สัญญาเพียงยื่นบัตรประชาชน ทั้งนี้บริษัทพิจารณาอนุโลมค่าธรรมเนียมการชำระเบี้ยประกันภัยล่าช้า ค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ใหม่ เนื่องจากชำรุดหรือสูญหาย ให้แก่ผู้เอาประกันที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยพิจารณาตามกรณีที่เกิดขึ้นจริง
ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์ทางโทรศัพท์ และข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาล ได้ที่บริการผู้ช่วยส่วนบุคคล (BLA Assistance Line) ที่เบอร์ 02-777-8989 และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรมธรรม์และความคุ้มครองได้ที่ โทร. 02-777-8888

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา 'รุก'เอฟซี บาร์เยิร์น ยูธ คัพ ไทยแลนด์ 2019
นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการจัดโครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์” ต่อเนื่องมา 10 ปี ในแต่ละปีเราได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของเยาวชนไทย ทำให้เราไม่หยุดยั้งที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้พวกเขาให้มีโอกาสเดินตามความฝันไปสู่การเป็นนักเตะอาชีพในอนาคต ด้วยการคัดเลือกสุดยอดตัวแทนไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรชั้นนำของโลกอย่างทีมบาเยิร์น มิวนิค ณ ประเทศเยอรมนีในทุกๆ ปี ซึ่งถือว่าโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และสำหรับในปีนี้ เราต้องการขยายโอกาสไปสู่เยาวชนในวงกว้างขึ้น จึงได้เข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักใน โครงการ เอฟซี บาร์เยิร์น ยูธ คัพ ไทยแลนด์ 2019 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 4 มีเยาวชนกว่า 10,000 คนเข้าร่วมโครงการนี้มาแล้ว ถือเป็นการสนับสนุนเยาวชนไทยไปสู่สังเวียนลูกหนังระดับโลกแทนที่โครงการ “อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุตบอล แคมป์” ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบโครงการเน้นไปที่การสนับสนุนเยาวชนในด้านอื่นๆนอกเหนือจากฟุตบอล ดังนั้นการเข้ามาร่วมมือกับสโมสรบาเยิร์น ในโครงการนี้ จึงเปิดโอกาสให้เรา ได้สานต่อเจตนารมณ์เดิมที่ต้องการสานฝันนักเตะไทยไประดับโลก โครงการ เอฟซี บาร์เยิร์น ยูธคัพ ไทยแลนด์ 2019 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กลุ่มวังขนาย และสโมสรฟุตบอลบาร์เยิร์น มิวนิค ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 มีเยาวชนกว่า 10,000 คนเข้าร่วมโครงการนี้มาแล้ว นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทยได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านกีฬาฟุตบอลแล้ว ยังเป็นการเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนไทยเพื่อเข้าแข่งขันในรายการ บาร์เยิร์น เวิร์ล ไฟนัล ยูธ คัพ 2019 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี
โครงการฯ มุ่งเฟ้นหาเยาวชนที่มีทักษะกีฬาฟุตบอลที่เกิดในปี พ. ศ. 2546 และ 2547 โดยการคัดเลือกรอบแรกจะทำการจัดขึ้นใน 7 สนาม 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ,เชียงใหม่,ขอนแก่น,นครราชสีมา,นราธิวาส,และ สงขลา ระหว่างวันที่ 19 มกราคม – 2 มีนาคม ซึ่งในแต่ละสนามจะมีเยาวชนได้รับการคัดเลือกสนามละ 10-15 คน รวมเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทั่วประเทศเป็นจำนวนประมาณ 100-120 คน เพื่อเข้าไปแข่งขันรอบ National Final ณ สนามกีฬาไทย ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่ 9 มีนาคม 2562 โดยมี ม.ร.เคราซ์ เอาเกนธาเลอร์ ตำนานบาเยิร์นและแชมป์บุนเดสลีก้า 7สมัย ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือก คัดเยาวชน 10 คน เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลในสนามระดับโลกอย่างอลิอันซ์ อารีน่า ระหว่างวันที่ 15-19 พฤษภาคม 2562 ร่วมกับอีก 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, ไนจีเรีย, สิงคโปร์, จีน, เยอรมนี, โปแลนด์, โคลัมเบีย และอินเดีย โดยเยาวชน จะได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก ที่แม้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ด้วยการพบปะตำนานผู้เล่นของบาเยิร์น มิวนิค และ ร่วมเข้าชมการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล สำหรับเยาวชนที่รักในกีฬาฟุตบอล ใฝ่ฝันที่จะได้มีโอกาสได้ฝึกซ้อมฟุตบอล เปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับยอดทีมชั้นนำระดับโลก อย่างบาเยิร์น มิวนิค พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนจากหลายประเทศทั่วโลก แต่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลเช่นกัน ก็ขอให้เตรียมความพร้อมให้เต็มที่ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตั้งใจฝึกซ้อม พัฒนาทักษะให้ดี เพื่อที่จะได้แสดงฝีเท้าให้เข้าตาคณะกรรมการ โดย อลิอันซ์ อยุธยาจะเป็นผู้ช่วยสานฝันให้เป็นจริง ขอเพียงมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และกล้าที่จะแสดงฝีเท้าออกมาอย่างเต็มที่ รับรองได้ว่าน้องๆ จะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าแน่นอน เยาวชนและผู้ปกครองที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ www.fcbayernyouthcupthailand.com หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : FC Bayern Munich TH

Go To Lead


“เมืองไทย Smile Society : ให้โอกาสรัก ให้โอกาสชีวิต”
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า เพื่อมุ่งเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ภายใต้นโยบาย “Customers @ the heart” ควบคู่ไปกับพันธกิจในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้เดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าไปมีบทบาทรับผิดชอบต่อสังคมในด้านต่างๆ รวมไปถึงการมุ่งหน้าสร้างสรรค์ “เมืองไทย Smile Club” ที่นอกจากจะสร้างความสุข รอยยิ้ม และมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังได้เปิดโอกาสให้สมาชิกฯ ร่วมกันส่งต่อความสุขและรอยยิ้มสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา รวมไปถึงการให้ความสำคัญด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเด็กหรือเด็กที่มีความผิดปกติด้านต่างๆ ผ่านกิจกรรม “เมืองไทย Smile Society : ให้โอกาสรัก ให้โอกาสชีวิต” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และในปี 2561 นับเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน ตามแนวคิดการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดี สู่การเป็นรากฐานที่ดีในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้สมาชิกฯ ร่วมมอบสิ่งดีๆ สู่สังคมไทย ด้วยการบริจาคคะแนนสะสม Smile Point 1 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 5 บาท และบริษัทฯ จะแปลงเป็นเงินสมทบทุนให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพื่อให้มูลนิธิฯ นำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งการจัดกิจกรรมได้รับการตอบรับจากสมาชิกฯ เป็นอย่างดี มียอดบริจาคถึง 374,654 Smile Points หรือคิดเป็นเงิน 1,873,270 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะเป็นอีกแรงสนับสนุนให้กับมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือและรักษาดูแลผู้ป่วยเด็กที่จำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ให้สามารถกลับไปรักษาและดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ทำให้เด็กได้มีโอกาสกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว และครอบครัวได้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อให้เด็กป่วยได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นการเพิ่มพื้นที่ภายในโรงพยาบาล ให้สามารถรักษาผู้ป่วยอื่นๆ มากขึ้น ปีนี้ เมืองไทยประกันชีวิต โดย “เมืองไทย Smile Club” ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมสร้างความสุขและรอยยิ้ม รวมถึงสิทธิประโยชน์สุดพิเศษที่เตรียมมามอบให้แก่สมาชิกฯ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต สามารถสมัครเป็นสมาชิกเมืองไทย Smile Club ได้ฟรีที่ www.muangthai.co.th หรือติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร. 1766 เมืองไทย Smile กด 4 (ในวันและเวลาทำการ) และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Smile Service ได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

Go To Lead


เจนเนอราลี่ 'ตั้ง' ผู้บริหารใหม่
นายแซมดาชิ สุมิท ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายช่องทางธุรกิจรายย่อย (Chief Retail Officer) กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ด้วยวิสัยทัศน์และความสามารถที่ได้สร้างผลงานด้านประกันรายย่อยไว้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 4 ปีจากการดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ขณะนี้รอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย คปภ.

Go To Lead


คปภ. ‘เพิ่ม’ มาตรการฟื้นฟูชาวบ้านโดนพิษปาบึก
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่าจากกรณีพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่มทางภาคใต้ของประเทศไทยจนก่อให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยผู้ประสบภัย จึงได้จัดประชุมหารือกับภาคธุรกิจประกันภัย และ สำนักงาน คปภ. ภาค 8 และ 9 (สงขลา) เพื่อติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การป้องกัน เยียวยา ฟื้นฟู โดยได้ขับเคลื่อนมาตรการเยียวฟื้นฟู 6 มาตรการ พร้อมลงพื้นที่ทำกิจกรรม CSR มอบสิ่งของเครื่องใช้และถุงยังชีพ ตลอดจนร่วมทำกิจกรรม Big Cleaning ณ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไปแล้ว นั้น
ล่าสุด เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการช่วยเหลือด้านประกันภัยในการเยียวยาผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เลขาธิการ คปภ. ในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 4/2562 ลงวันที่ 15 มกราคม 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการจ่ายค่าสินไหมทดแทน สำหรับการประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ประสบภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึกทางภาคใต้ตามรายงานสถานการณ์สาธารณภัยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยให้มีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2562 ซึ่งคำสั่งนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินเอาไว้ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1. สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 2/2558 ลงวันที่ 27 มกราคม 2558 ให้พิจารณาค่าสินไหมทดแทนภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติข้อ 2.7 ภัยจากลงพายุ และ ข้อ 2.8 ภัยจาก น้ำท่วม เป็นจำนวน 20,000 บาท แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่ เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนเงินดังกล่าว 2. สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2558 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ให้พิจารณาค่าสินไหมทดแทนภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติข้อ 2.4 ภัยจากลมพายุ และข้อ 2.5 ภัยจากน้ำท่วม เป็นจำนวน 10,000 บาท แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่คงเหลืออยู่ เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนเงินดังกล่าว 3. สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองเดียวกันกับข้อ 1 และข้อ 2 ให้พิจารณาหลักเกณฑ์เทียบเคียงกัน หากภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ 1, 2 และ 3 มีการแนบเอกสารแนบท้ายขยายความคุ้มครองสำหรับภัยลมพายุและภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมจากความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยมาตรฐาน ให้พิจารณาความเสียหายส่วนเกินกว่าความคุ้มครองมาตรฐานโดยพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า คำสั่งนายทะเบียนฉบับนี้นอกจากจะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการประเมินความเสียหาย และจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ยังจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของบริษัทประกันภัยลง อีกทั้งยังทำให้การพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรมประกันภัย โดยจะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยที่ประสบภัยได้รับค่าสินไหมทดแทนรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหาย จัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ประกอบด้วย หลักฐานและเอกสารพิสูจน์การเกิดเหตุ เช่น ภาพถ่ายทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เช่น บันทึกรายการทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งหากมีการส่งมอบเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อประกอบการเบิกจ่ายแล้ว บริษัทประกันภัยจะสามารถดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่ผู้เอาประกันภัยภายใน 7 วัน สายด่วน คปภ. 1186”

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com