Insurance
Hot News: ธุรกิจประกัน 'โหม' CSR รีมายด์ แบรนด์ //กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตั้งCEO คนใหม่
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ธุรกิจประกัน 'โหม'
CSR รีมายด์ แบรนด์
ธุรกิจประกันชีวิต โหม CSR หวังรีมายด์ แบรนด์ กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต 'หนุน' ชาวบ้านทำงานแฮนด์เมด และโครงการ รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 9 "ปลูกต้นไม้ด้วยใจ" AIA ลุยอีเวนท์ เดิน วิ่ง 10 จุดทั่วประเทศ
นายอังเดร ซานิค กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจประกันสุขภาพ บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ผู้สนับสนุนหลัก เปิดเผยว่า การจัดงานนิทรรศการภูษาศิลป์ แผ่นดินสยามThe exquisite textiles of Siam โดยเป็นนิทรรศการพิเศษ ที่ร่วมกันส่งเสริม และเห็นคุณค่าของผ้าไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ทางบริษัทฯ มีนโยบายให้ความสำคัญกับงานศิลปะ วัฒนธรรมไทย และให้ความสำคัญกับผ้าไทยมายตลอดกว่า 10 ปี ผ่านหลากหลายโครงการโดยหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ โครงการปกกรมธรรม์ผ้าทอมือ ทั้งนี้ บริษัท กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต ถือเป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียวในโลก ที่เปลี่ยนการใช้ปกกรมธรรม์พลาสติก เป็นปกกรมธรรม์ผ้าทอมือ ที่ผลิตจากชุมชนจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย อาทิ ชุมชนเกาะยอ จ.สงขลา ชุมชนโคกเจริญ จ.ลพบุรี และชุมชนหนองหญ้าไทร จ.อุดรธานี
บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนไทย อีกทั้งร่วมสร้างสรรค์สังคม ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน พร้อม สร้างโอกาสให้ทุกคนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
นางสาวสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต กล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังให้การสนับสนุนโครงการ รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 9 "ปลูกต้นไม้ด้วยใจ" เพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ รักสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างให้คนรุ่นใหม่มีทักษะในการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตอย่างมีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม เพื่อเสริมสร้างให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีในการค้นคว้าข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่มีการพัฒนาการสร้างสรรค์การใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตื่นตัวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
หลักเกณฑ์การส่ง Clip ประกวด ความยาว 1 นาที วิธีส่ง Clip โดยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ด้วยการส่ง clip Up Load ใน www.facebook.com/iclicklive/event แล้ว share ไปยังเพื่อนๆ และสาธารณะ ระยะเวลาส่งเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561
ด้าน AIA นายตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า 80 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เอไอเอ มุ่งมั่นตอบแทนสังคมมาโดยตลอด เราได้ริเริ่มโครงการเอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ (AIA Sharing A Life) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาสังคมที่เอไอเอ ประเทศไทย ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปีแล้ว โดยถือเป็นโครงการที่ชาวเอไอเอภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทยทั่วประเทศที่มาร่วมทำความดีใน “วันทำดีร่วมกัน” (AIA Sharing A Life Day) รวมแล้วกว่า 160,000 คน และได้มีส่วนในการแบ่งปันสิ่งดีๆ สู่สังคมไทยในกว่า 50 จุดทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการเอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ (AIA Sharing A Life) และเพื่อฉลองครบรอบ 80 ปี เอเอไอ ประเทศไทย ในปีนี้ โครงการ AIA Sharing A Life ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการทำดีร่วมกัน เรายังคงเดินหน้าในการรักษาคำมั่นสัญญาของเอไอเอในการสนับสนุนคนไทยทั่วประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านกิจกรรมพัฒนาสังคมที่มุ่งเน้นในการสร้างเสริมสุขภาพ เพราะเอไอเอเชื่อมั่นว่า สุขภาพที่ดีจะเป็นพื้นฐานที่ส่งเสริมให้คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตขึ้น และนำไปสู่ความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”
นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้โครงการทำดีร่วมกัน จัดขึ้นในชื่อ “AIA Sharing A Life Charity Run” โดยมีรูปแบบเป็นการเดิน-วิ่ง เพื่อร่วมกัน “แบ่งปัน” สู่สังคมไทย ซึ่งสอดรับกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนในคนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น “Healthier, Longer, Better Lives” ซึ่งกิจกรรมในปีนี้ เราจะจัดพร้อมกันทั้งหมด 10 จุดทั่วประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน นี้ โดยในกรุงเทพฯ จะจัดที่สวนจตุจักร และอีก 9 จุดในต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, นครปฐม, สุพรรณบุรี, ระยอง และสุราษฎร์ธานี โดยแต่ละแห่ง มีระยะทางในการวิ่งที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราไม่ได้มุ่งเน้นที่ระยะทาง แต่อยากให้การเดินวิ่งครั้งนี้เป็นเสมือนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการดูแลสุขภาพของผู้คนในสังคม
นอกจากกิจกรรมการเดิน-วิ่งแล้ว เรายังมีการมอบเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้กับสถานที่ต่างๆ ภายใต้โครงการ AIA Vitality Workout เพื่อส่งต่อสุขภาพดีไปสู่ผู้คนในชุมชน รวมถึงการมอบเงินบริจาคให้กับองค์กรการกุศล และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส สำหรับในวันงาน เรายังได้จัดบูธตรวจสุขภาพเพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมมอบคำแนะนำในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 10 จุดอีกด้วย สำหรับกิจกรรมในกรุงเทพฯ ซึ่งจะจัดขึ้นที่สวนจตุจักรนั้น เรายังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐบาล อาทิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ AIA Sharing A Life Charity Run ในกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งของเอไอเอ ประเทศไทย ที่มีหน่วยงานภาครัฐบาลมองเห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเอไอเอ ในการผลักดันและสนับสนุนให้คนไทยทั่วประเทศไทย มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

Go To Lead


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตั้งCEO คนใหม่
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง แซลลี่ โอฮาร่า ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 แซลลี่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้บริหารงานในธุรกิจประกันในประเทศไทยมากว่า 20 ปี คุณแซลลี่มีผลงานอันโดดเด่นในด้านต่างๆ อาทิเช่น การเพิ่มยอดขาย และก่อให้เกิดการเติบโตของกำไรสุทธิขององค์กรในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ดำเนินการบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อที่จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสาเร็จผ่านการควบรวมกิจการ กับพันธมิตรธุรกิจ และขยายช่องทางในการขาย
"แซลลี่ เคยดำรงตำแหน่งประธานบริหารประจำประเทศไทย และประธานคณะกรรมการบริษัท ชับบ์ ประกันชีวิต เป็นเวลา 5.5 ปี ก่อนที่คุณแซลลี่จะมาร่วมงานกับบริษัทชับบ์ ประกันชีวิต เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ประกันชีวิต ประเทศไทย เป็นเวลา 14 ปี โดยดำรงตำแหน่งในหลายบทบาท เช่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด" กอร์ดอน วัตสัน ประธานกรรมการบริหาร แอกซ่า เอเชีย กล่าว

Go To Lead


BKI 'โกย'กำไรกว่า 320 ล้าน
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 (เม.ย.-มิ.ย.) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 3,878.6 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 กำไรสุทธิจาก การรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 327.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23.7 รายได้สุทธิ จากการลงทุน 410.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 738.3 ล้านบาท และเมื่อ หักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 642.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.7 กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 6.04 บาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2561 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3 บาท
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2561 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 8,150.8 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานแล้ว 714.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.3 รายได้สุทธิจากการลงทุน 781.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,496.1 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,302.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 1.2 และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 12.23 บาท

Go To Lead


FWD ทุ่มกว่า 500 ล้าน พัฒนาไฮเทคบริการ
นายอภิรักษ์ จิตรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอฟดับบลิวดีมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนมุมมองของคนไทยที่มีต่อการประกันชีวิต และยังคงตั้งใจที่จะส่งมอบความประทับใจให้แก่ลูกค้าด้วยนวัตกรรมใหม่ในทุกจุดการให้บริการ เราจึงลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 3 ปีนับจากปีนี้ เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่มายกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ตลอดทั้ง value chain ตั้งแต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ การพิจารณารับประกันภัย การชำระเบี้ย และการบริหารหลังการขาย โดยมุ่งสู่ความสำเร็จ 5 ด้าน (5 Winning) ได้แก่ 1. Enablement ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลความคุ้มครอง หรือมูลค่ากรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มความสะดวกในการวางแผนความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรมธรรม์ด้วยตนเอง ชำระเบี้ยประกันภัย และเรียกร้องสินไหมผ่านทางออนไลน์ 2. Experience มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าหรือผู้สนใจที่ได้รับจากธุรกิจประกันภัย ให้เกิดความประทับใจ และเข้าใจในผลิตภัณฑ์ได้ง่ายมากขึ้น ใกล้ตัวมากขึ้น ด้วยการเพิ่มเครื่องมือให้พนักงาน และตัวแทนขายสามารถให้คำแนะนำ หรือการบริการแก่ลูกค้าอย่างมืออาชีพ 3. Deliverable สนับสนุนฝ่ายขาย และการตลาดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ให้รองรับความต้องการของลูกค้าและกลุ่มผู้มุ่งหวังได้อย่างทันท่วงที ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเข้าใจแนวโน้ม และทิศทางของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการประกันภัยที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มลูกค้า (customer segment) 4. Quality นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการให้บริการและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินงานได้ 5. Efficiency เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยการทำงานแบบ cross-functional scrum team พัฒนาการใช้โรบอท และเครื่องมืออื่นๆ เพื่อให้สามารถมอบบริการได้ครบวงจรในช่วงเวลาสั้นๆลดการส่งต่องานหรือโอนสายไปหาหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มากกว่า 50%
นายวีรภัทร จันทรวรรณกูล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอฟดับบลิวดีมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมแก่ลูกค้า โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจในการนำเสนอสินค้า และให้บริการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เราจึงนำเทคโนโลยี Big Data and Customer Analytics มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (customer insights) ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าอย่างรอบด้าน ส่งผลให้เราสามารถนำเสนอกรมธรรม์และบริการที่เหมาะสมสอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างลึกซึ้งและตรงจุด (Personalized Customer Experience)ผมเชื่อมั่นว่าการลงทุนนำเทคโนโลยีมาพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรและบุคลากร รวมทั้งการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธเชื่อมโยงช่องทางการตลาดแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Omni Channel Strategy) จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอกรมธรรม์และบริการที่แตกต่างโดดเด่นเหนือบริษัทประกันชีวิตอื่นสามารถมอบบริการที่ดีกว่าแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอผ่านศูนย์บริการลูกค้า ทุกช่องทางขาย และทุกจุดให้บริการ เราจึงมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ และในที่สุดจะสามารถเปลี่ยนมุมมองที่เขามีต่อการประกันชีวิตได้

Go To Lead


คปภ. ติดตามประกันภัยจ่ายเงินเยียวยา “ทีมหมูป่าอะคาเดมี”
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดของ สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงราย ทราบว่านักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ได้ทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มนักเรียน ประกอบด้วย นักเรียนจำนวน 6 คน ที่อยู่โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์โดยโรงเรียนได้ทำประกันภัยกับ บริษัท สหประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าเหมือด 1 คน นักเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย 1 คน นักเรียนโรงเรียนอนุบาลแม่สาย 1 คน และนักเรียนโรงเรียนบ้านป่ายาง 1 คน ซึ่งทั้ง 4 โรงเรียนนี้ ได้ทำประกันภัยไว้กับ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เร่งรัดเกี่ยวกับการเยียวยาด้านประกันภัยให้กับนักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่กลุ่มนักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 10 ราย โดยแบ่งเป็น บริษัท สหประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สยามสไมล์ โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินช่วยเหลือเยียวยารายละ 20,000 บาท จำนวน 6 ราย รวม 120,000 บาท ประกอบไปด้วย ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย ด.ช.ภานุมาศ แสงดี ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ โดยมีพิธีมอบค่าเยียวยา ณ โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
นอกจากนี้ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย บริษัท สยามสไมล์ โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินช่วยเหลือเยียวยารายละ 20,000 บาท จำนวน 4 ราย รวม 80,000 บาท ประกอบไปด้วย ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม โรงเรียนบ้านป่าเหมือด นายพิพัฒน์ โพธิ โรงเรียนบ้านสันทราย ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง โรงเรียนอนุบาลแม่สาย นายพรชัย คำหลาง โรงเรียนบ้านป่ายาง โดยมีพิธีมอบค่าเยียวยา ณ โรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และสำนักงาน คปภ.เชียงราย ติดตามและประสานงานเกี่ยวกับการเยียวยาด้านประกันภัยในกรณีนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งทราบว่าบริษัทประกันภัยมีความพร้อมจ่ายค่าเยียวยาด้านประกันภัยทันที แต่เนื่องจากน้องๆทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จะต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันที่ 16 สิงหาคม 2561 จึงได้รับการประสานงานให้สามารถจ่ายค่าเยียวยาดังกล่าว ส่วนน้องๆ อีก 3 คน ไม่ได้รับค่าเยียวยาด้านประกันภัยเนื่องจากไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ประกอบด้วย นายเอกพล จันทรวงศ์ (โค้ชเอก) ด.ช.อดุลย์ สามออน และด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ อุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ ถึงแม้ว่าจะมีความระมัดระวังในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม ดังนั้น ฝากเตือนประชาชนให้ความสำคัญในเรื่องของการทำประกันภัยเพื่อบรรเทาและช่วยบริหารความเสี่ยง ซึ่งสำนักงาน คปภ. พร้อมจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและประสานงานการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนและผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันภัยสามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com