Insurance
Go to https://www.muangthai.co.th/
Hot News: ไทยประกันชีวิต ‘ลุย' Life Innovation
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ไทยประกันชีวิต ‘ลุย'
Life Innovation
ไทยประกันชีวิต เดินหน้า Reinvent Business Model 'มุ่ง'สร้างนวัตกรรมของชีวิต หรือ Life Innovation ประกอบกับการกำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการ Reinvent Business Model ของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมของชีวิต หรือ Life Innovation ประกอบกับการกำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business โดยให้ความสำคัญกับ "คน" ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ตัวแทน พนักงาน ผู้ถือหุ้น และคนในสังคม ไทยประกันชีวิตจึงมุ่งปรับ Mindset ของคนในองค์กร ทั้งพนักงานสำนักงานใหญ่ สาขา และฝ่ายขาย ให้เป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions
โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานฝ่ายขาย ให้เป็นมากกว่าคนขายประกันชีวิต มากกว่าเพียงผู้ที่นำส่งสินไหมทดแทนให้กับลูกค้า แต่ต้องเป็น Life Solutions Provider ที่เป็นเพื่อนคู่คิดและที่ปรึกษาพร้อมวางแผนดูแล เคียงข้างผู้เอาประกันในทุกช่วงชีวิต บนพื้นฐานของการตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต (Value of Life) คุณค่าของความรัก (Value of Love) และคุณค่าของความเป็นมนุษย์ (Value of People) ซึ่งเป็นแก่นในการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต บริษัทกำหนดคุณวุฒิฝ่ายขายออกเป็น 4 ระดับ ตามทักษะ คุณสมบัติ และการผลิตผลงานได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ประกอบด้วย Life Partner มีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต Life Partner Prime เป็นผู้บริหาระดับหน่วยขึ้นไป ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร Life Partner (LP)
"Financial Partner ผู้บริหารระดับหน่วยขึ้นไป ผ่านการอบรมหลักสูตร LP และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขายแบบประกัน Universal Life และ Financial Partner Prime ผู้บริหารระดับหน่วยขึ้นไป ที่มีใบอนุญาต IC License เพื่อขายสินค้า Unit Linked และผ่านการอบรมหลักสูตรที่บริษัทฯ กำหนด ฝ่ายขายแต่ละกลุ่มจะได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ตามหลักสูตรที่ได้มาตรฐานของบริษัทฯ ทั้งทักษะด้านการขาย อาทิ หลักสูตรที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor : FA) หลักสูตร Smart Agent หลักสูตร Life Partner หลักสูตรการนำเสนอขายแบบประกัน Unit Linked หรือ Universal Life หลักสูตรด้านกาเรงิน การลงทุน ฯลฯ ขณะเดียวกันยังต้องผ่านการอบรมหลักสูตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด การบริการหลังการขาย เพื่อให้ตัวแทนของบริษัทฯ เป็นผู้รอบรู้และรู้รอบ ในการเป็นทุกคำตอบของชีวิตลูกค้า" นายไชย กล่าว
ไม่เพียงการพัฒนาทักษะความรู้เท่านั้น บริษัทฯ ยังพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีสมรรถนะ (Competency) ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสรรถนะด้านการทำงานเป็นทีม ด้านการแสวงหาความรู้ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ รวมถึงการผลักดันให้ฝ่ายขายได้รับคุณวุฒิทั้งระดับประเทศและระดับสากล อาทิ คุณวุฒินักขายเงินล้าน MBRT หรือ MDRT คุณวุฒิ GAMA International Awards หรือการผ่านหลักสูตรความรู้มาตรฐานระหว่างประเทศสำหรับนักวางแผนการเงิน (Fellow Chartered Financial Practitioner : FchFP) เป็นต้น
บุคลากรของไทยประกันชีวิตทั้งฝ่ายขาย พนักงานสำนักงานใหญ่และสาขาจะต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้เท่าทันกระแสเทคโนโลยี โดยการสร้างให้เกิด Digital Mindset ให้มีทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยี มีกระบวนการคิดเชิงออกแบบ ที่ใช้การทำความเข้าใจในปัญหาต่างๆ อย่างลึกซึ้ง และนำความคิดสร้างสรรค์มาแก้ไขปัญหา (Design thinking) โดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Centricity การบริหารจัดการ Big Data ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิด Data Driven Mindset ภายในองค์กร และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้เอาประกันแต่ละกลุ่มได้อย่างครบรอบด้าน รวมถึงการทำงานแบบ Learning Agility หรือการวางแผนการทำงานและแก้ไขปัญหาทีละส่วน แทนการกำหนดทิศทางการทำงานเพียงครั้งเดียว ซึ่งจะส่งผลให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกันไทยประกันชีวิตมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุข และ ภายใต้แนวคิด "ใส่ใจ ไว้วางใจ แบ่งปัน" ใส่ใจความต้องการของเพื่อนร่วมงานและผู้เอาประกัน ผ่านการพัฒนากระบวนการทำงานและการบริการ สร้างความไว้วางใจให้เกิดกับผู้เอาประกัน ด้วยการเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต และแบ่งปันทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญระหว่างบุคลากร ในรูปแบบ Knowledge Management (KM) เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมในการทำงาน และแบ่งปันต่อเนื่องสู่สังคม ผ่านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ
"ไทยประกันชีวิตมุ่งปรับเปลี่ยน Mindset คน เพื่อสร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งคนไทยประกันชีวิต จะต้องเป็นผู้รอบรู้และรู้รอบ คือ มีความรู้ ทักษะในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุม นอกเหนือจากความรู้ด้านการประกันชีวิต หรือความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลชีวิตลูกค้าได้อย่างครบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านการเงิน การลงทุน ภาษี การดูแลสุขภาพ รวมถึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุขบนความมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิต" นายไชย กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


เอไอจี เปิดตัว “AIGPay” ชำระเงินออนไลน์
นายอิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์ ประธานกลุ่มบริษัท เอไอจี ประเทศไทย เปิดเผยว่า เอไอจี ประเทศไทยได้เปิดช่องทางการชำระเงินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “AIGPay” ซึ่งเป็นระบบชำระเบี้ยประกันภัยออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นให้สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์ที่หลากหลาย ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต และสมาร์ทโฟน เพื่อให้ตัวแทนและลูกค้าซึ่งเป็นผู้ถือกรมธรรม์สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ด้วยตนเองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยตัวแทนและลูกค้าสามารถเลือกชำระเบี้ยประกันภัยผ่านAIGPayได้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสด ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด และเมื่อมีการชำระเบี้ยผ่านระบบออนไลน์แล้ว ตัวแทนจะได้รับอีเมล์แจ้งว่าผู้ถือกรมธรรม์ได้ชำระเบี้ยแล้วซึ่งระบบนี้ทำให้ผู้ถือกรมธรรม์ชำระเงินได้อย่างปลอดภัย และทำให้ตัวแทนทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ AIGPayยังมีฟีเจอร์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าและตัวแทน อาทิ การแจ้งเตือนต่ออายุกรรมธรรม์ แจ้งกรมธรรม์หมดอายุ พร้อมกับข่าวสารที่น่าสนใจในแวดวงธุรกิจประกันภัยรวมไปถึงรายละเอียดการอบรมผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย
ทิศทางในการดำเนินธุรกิจของเอไอจีประเทศไทยในปีนี้ เราจะมุ่งมั่นและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมไปถึงบริการใหม่ ๆ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางซึ่งAIGPayนับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้ทันกับกระแสยุคดิจิทัล และสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต-ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดสัมมนา 2019 Wealth Designed
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนา “2019 Wealth Designed ออกแบบพอร์ตตอบโจทย์ทั้งชีวิต” เพื่อให้ความรู้และอัพเดทภาวะเศรษฐกิจแนวโน้มการลงทุน พร้อมสรุปคำแนะนำออกแบบพอร์ตตอบโจทย์ทั้งชีวิตด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign และ mOne นอกจากนี้ ยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ คุณทาทา ยัง และครอบครัว มาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรง ความสุขทุกช่วงชีวิตที่ออกแบบได้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและภาพรวมการลงทุนที่ยังไม่ชัดเจนประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำการวางแผนทางการเงินเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตทั้งการออม คุ้มครอง และลงทุน จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าผ่านนโยบาย “MTL Everyday Life Partner” เมืองไทยประกันชีวิตจึงได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในปี 2562 โดยมี ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย คุณสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บลจ. กสิกรไทย พร้อมทั้งคุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง CFP? รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมให้คำแนะนำการออกแบบพอร์ตและวางแผนทางการเงินเพื่อตอบโจทย์ทั้งชีวิต นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากคุณทาทา ยัง และครอบครัว มาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงการวางแผนทางการเงินตามไลฟ์สไตล์ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign และ mOne
mDesign และ mOne เป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องมือทางการเงินเพื่อเก็บออมระยะยาว ที่ต้องการความคุ้มครองพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมคุณภาพที่เลือกสรรโดยบริษัทฯ เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ด้วยแบบประกันที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนได้ตามจังหวะชีวิต ขณะเดียวกันก็ยังสามารถถอนเงินลงทุนบางส่วนจากกรมธรรม์หรือเลือกหยุดพักชำระเบี้ยได้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายและตรงจุดไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงิน วางแผนเกษียณ และการวางแผนส่งต่อหลักประกันให้ลูกหลาน ผู้สนใจสามารถติดต่อตัวแทนเมืองไทยประกันชีวิต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1766

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต 'เผย'เบี้ยประกันรวม 10,515 ล้าน
ม.ล. จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในไตรมาสที่ 1/2562 กรุงเทพประกันชีวิตมีเบี้ยประกันรับปีแรกจำนวน 1,542ล้านบาท ลดลงร้อยละ 42 ซึ่งการลดลงของเบี้ยปีแรกเป็นผลจากการที่ธนาคารพันธมิตรมีคู่ค้าในการทำธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เพิ่มขึ้นและการลดลงของเบี้ยประกันจากผลกระทบของอัตรามรณะ ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2561 บริษัทได้เน้นสัดส่วนการขายของแบบประกันที่มีระยะเวลาความคุ้มครองระยะยาวมากขึ้นซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองระยะยาวรวมทั้งการออกผลิตภัณฑ์ที่เน้นความคุ้มครองด้านสุขภาพ โดยในไตรมาสที่ 1 นี้ บริษัทได้มีการเปิดตัวแบบประกันสำหรับความคุ้มครองด้านสุขภาพที่สูงขึ้น คือ บีแอลเอ เพรสทีจ เฮลธ์ที่ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพสูงสุด 100 ล้านบาท ครอบคลุมค่ารักษาทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ในช่องทางตัวแทน ในภาพรวมเบี้ยประกันรวมของไตรมาสที่ 1/2562 มีจำนวน 10,515 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21” บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 จำนวน 322,637 ล้านบาท โดยสินทรัพย์ลงทุนมีสัดส่วนสูงที่สุดคือร้อยละ 96 ของสินทรัพย์รวมในไตรมาส 1/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,285 ล้านบาท เปรียบเทียบกับผลกำไรสุทธิ 1,753 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ทางด้านความมั่นคงของฐานะทางการเงิน บริษัทมีระดับความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio – CAR) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 ที่ระดับร้อยละ270 เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย ณ สิ้นปี 2561 ที่ร้อยละ 260 และยังสูงกว่าอัตราขั้นต่ำกฎหมายกำหนดกว่า 2 เท่า จึงแสดงถึงความมั่นคงในฐานะทางการเงินของบริษัท
บริษัททำการตลาดในช่องทางจำหน่ายแต่ละช่องทาง โดยเฉพาะในช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยบริษัทได้เปิดตัวแบบประกันต่างๆ เช่น บีแอลเอ เพรสทีจ เฮลธ์ ที่ครอบคลุมทั่วโลก โอพีดี สบายใจ ที่ขยายความคุ้มครองผู้ป่วยนอกให้กับแบบประกันสุขภาพต่างๆ ของบริษัท รวมทั้งพีเอ อุ่นใจรัก การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้บริษัทมีแบบประกันด้านสุขภาพที่ครอบคลุมความต้องการต่างๆ สำหรับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม และเพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการดูแลลูกค้าที่มีกรมธรรม์สุขภาพกับบริษัทได้อย่างเต็มที่ บริษัทยังได้พัฒนาโครงการ BLA EveryCare บริการเสริมที่ดูแลและห่วงใยคุณ ทุกช่วงเวลา เพื่อให้บริการผู้ถือกรมธรรม์สุขภาพแบบครบวงจร ทั้งการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เบื้องต้นในช่วงก่อนป่วย บริการสำรองค่าใช้จ่ายตามความคุ้มครองในกรมธรรม์เมื่อเข้ารักษาในต่างประเทศ และบริการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล โดยได้เปิดตัวตั้งแต่ต้นปี 2562 และบริษัทยังคงผลักดันโครงการ 3B LINK แผนการลงทุนคู่ความคุ้มครอง ผ่านที่ปรึกษาการเงินของบริษัท”

Go To Lead


คปภ. 'จี้'ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีรถกระบะหมายเลขทะเบียน บต 8191 อ่างทอง เฉี่ยวชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมจำนวน 7 คัน เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 บนถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ตำบลยี่ล้น อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บ 7 รายนั้น เบื้องต้นตนได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสำนักงาน คปภ. ภาค 2 (นครสวรรค์) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดอ่างทอง ติดตามและรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และให้ประสานความร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย และผู้บาดเจ็บ 7 ราย ได้มีการทำประกันชีวิตหรือประกันอุบัติเหตุประเภทอื่นๆไว้ด้วยหรือไม่ เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดอ่างทอง ว่า รถกระบะหมายเลขทะเบียน บต 8191 อ่างทอง ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ C61074P-000302 เริ่มคุ้มครองวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 โดยให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัย กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร จำนวน 300,000 บาทต่อหนึ่งคน กรณีความเสียหาย ต่อร่างกายหรืออนามัย จำนวน 80,000 บาทต่อหนึ่งคน กรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน จำนวน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน
นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจ ประเภท 1 ไว้กับ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ M61SPP-01224 เริ่มคุ้มครองวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 สิ้นสุดวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 โดยให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ. จำนวน 300,000 บาทต่อคน รวมแล้วไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง) ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จำนวน 600,000บาทต่อครั้ง กรณีเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ จำนวน 290,000 บาทต่อครั้ง กรณีรถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ จำนวน 290,000 บาทต่อครั้ง สำหรับความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย (ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล) กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร ผู้ขับขี่ 1 คน จำนวน 100,000 บาท ผู้โดยสาร 2 คน จำนวน 100,000 บาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลคนๆละ 50,000 บาทต่อคน การประกันตัว ผู้ขับขี่ 200,000 บาทต่อครั้ง ส่วนของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชนของรถกระบะคันดังกล่าว ประกอบด้วย รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ศง 3137 กรุงเทพมหานคร ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ NCMI 9002172879 เริ่มคุ้มครองวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 สิ้นสุดวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อมูลการทำประกันภัยรถภาคสมัครใจ รถกระบะหมายเลขทะเบียน บต 2729 อ่างทอง ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 9813953925610911 เริ่มคุ้มครองวันที่ 11 กันยายน 2561 สิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2562 ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อมูลทำประกันภัยรถภาคสมัครใจ รถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 กง 5574 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อมูลการจัดทำประกันภัย รถยนต์หมายเลขทะเบียน กฉ 3610 อ่างทอง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อมูลการจัดทำประกันภัย รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 5230 อ่างทอง ตรวจสอบเบื้องต้นไม่ได้จัดทำประกันภัย และรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1กข 1808 อ่างทอง ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ 8115061278748720 เริ่มคุ้มครองวันที่ 6 กันยายน 2561 สิ้นสุดวันที่ 6 กันยายน 2562
สำหรับ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 6 ราย และผู้บาดเจ็บ 7 ราย นั้น จากการติดตามอย่างใกล้ชิดทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย เป็นคนในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อ กับโรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโล่ห์ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง และวัดไผ่แหลม อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งสำนักงาน คปภ. จังหวัดอ่างทอง ได้อำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตดังกล่าวอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้รับรายงานจากบริษัทประกันภัยว่าได้มีการติดต่อกับทายาทของผู้เสียชีวิต ทั้ง 6 รายแล้ว และจะเร่งดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยโดยด่วนต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำเอกสารประกอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ในส่วนของผู้บาดเจ็บ 7 ราย ที่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลอ่างทอง ยังคงพักรักษาตัว 3 ราย อีก 4 รายกลับบ้านแล้ว โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดอ่างทอง ได้แจ้งสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตาม พ.ร.บ. ให้กับผู้บาดเจ็บและโรงพยาบาลได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้ติดตามให้มีการจ่ายตามสิทธิดังกล่าวต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com