Insurance
Go to  i click
Hot News: คปภ. 'เร่ง'ติดตามบริษัทประกันภัยเลิกจ้างพนักงาน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
บอร์ด คปภ.สั่ง “เอเชียประกันภัย” หยุดรับประกันภัยชั่วคราว
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไปจากปรากฏพฤติการณ์และหลักฐานต่อนายทะเบียนว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะการเงินไม่มั่นคง โดยมีประมาณการหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีสภาพคล่องไม่เพียงพอ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และปรากฏว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าบริษัท มีความสามารถในการชำระหนี้ตามภาระผูกพันที่มีต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้ มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้า อันเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และยังคงมีจำนวนค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อฐานะและการดำเนินการของบริษัท ตลอดจนชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจประกันภัย มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยไม่เป็นไปตามแบบและข้อความที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน
จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏหลักฐานดังกล่าว นายทะเบียนจึงเห็นว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน เพื่อให้การกำกับดูแล และติดตามการแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการติดตามความมั่นคงทางการเงินและธุรกรรมการดำเนินงานที่ถูกต้องโปร่งใส อันจะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมถึงป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยและประชาชนในอนาคต โดยคณะกรรมการ คปภ. พิจารณาจากพฤติการณ์และหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว เห็นชอบให้นายทะเบียนใช้อำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยสั่งให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ห้ามเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สิน และให้บริษัทเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงาน โดยกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้บริษัทดำเนินการ ดังนี้ 1. เพิ่มทุนหรือแก้ไขฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน และให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับคำสั่ง ให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการทุก 7 วัน 2. จัดทำรายงานสรุปรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เช่น หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัย ชื่อผู้เอาประกันภัย จำนวนเงินที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และจัดส่งรายงานให้สำนักงาน คปภ. ทุกวันทำการนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และให้บันทึกรายการในสมุดทะเบียน สมุดบัญชี คำนวณและดำรงเงินสำรองประกันภัย ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามกฎหมาย 3. บันทึกรายการทางทะเบียนแสดงรายการค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด 4. เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
“การออกคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวจะช่วยให้สำนักงาน คปภ. สามารถคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนได้เต็มที่โดยสามารถเข้าไปควบคุมบริษัทฯ ได้เต็มพิกัด และจัดการเคลียร์ปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้สั่งการไปยังสายตรวจสอบและสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ตลอดจนสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ ตรวจสอบสาขา/สำนักงานตัวแทนของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และให้ดำเนินการแจ้งการสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัท/ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยขายกรมธรรม์รายใหม่ในระหว่างการหยุดรับประกันภัย พร้อมทั้ง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำที่บริษัท เพื่อควบคุมดูแลให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไข ที่นายทะเบียนกำหนดแล้ว สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หากพบว่า มีการกระทำความผิด จะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากบริษัทยังต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามปกติ และอุตสาหกรรมประกันภัยโดยภาพรวมไม่มีความเสี่ยง ในเชิงระบบ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th”

Go To Lead


TIC ไทยประกันภัย ส่งมอบกรมธรรม์ PA 365 รวม 4,000 กรมธรรม์
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในสายธุรกิจด้านประกันของ Thai Group เปิดเผยว่า หลังจากได้ร่วมสนับสนุนการออมกับ กอช. พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกในปี 2563 จนได้รับเสียงตอบรับที่ดีนั้น ในปีนี้ TIC ไทยประกันภัย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับ กอช. อีกครั้ง ในการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ได้มีเงินออม สร้างระบบบำนาญเพื่อมีเงินใช้ในวัยเกษียณหลังอายุ 60 ปี TIC ไทยประกันภัย เน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของการมีหลักประกันที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนไทยมีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่อง TIC ไทยประกันภัย จึงมอบประกันอุบัติเหตุ PA 365 ให้กับสมาชิก กอช. ที่ออมเงินได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นอีกหนึ่งหลักประกันให้สมาชิก กอช. พร้อมรับมือทุกความเสี่ยงและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ หมดความกังวลกับสภาพคล่องทางการเงินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ประกัน PA 365 ที่มีระยะเวลาการคุ้มครอง 1 ปีเต็ม ดูแลค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุสูงสุด 5,000 บาทต่อปี* และอุบัติเหตุสาธารณะสูงสุด 50,000 บาทต่อปี* โดยผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้น ครอบคลุมรวมถึงกรณีการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา การรับฟัง การพูดออกเสียง หรือทุพพลภาพถาวรสูงสุด 50,000 บาท* (ไม่รวมถึงการถูกฆาตกรรมทำร้ายร่างกาย และการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์) และการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรกรณีการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์สูงสุด 20,000 บาท* การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรกรณีการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกายสูงสุด 20,000 บาท* และค่าปลงศพกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุด 20,000 บาท* การคุ้มครองเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 – 15 กันยายน 2565 ติดตามข่าวสารและผลิตภัณฑ์ TIC ไทยประกันภัย ได้ที่ Facebook พี่ช้างไทยประกันภัย เว็บไซต์พี่ช้างออนไลน์ LINE @Pchang Call Center โทร. 02-613-0123 (ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือ สายด่วนแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ โทร. 1309

Go To Lead


TSI Insurance ตั้ง 'อรลดา' เอ็มดีใหญ่คนใหม่
บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติแต่งตั้ง นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อดูแลบริหารงานและกลยุทธ์ต่างๆของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา อรลดา จบการศึกษาปริญญาตรี ด้านการเงินและระบบสารสนเทศ จาก University of New South Wales ประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่อยู่ประเทศออสเตรเลียได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยต่าง ๆ กับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในหัวข้อที่เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน อาทิ การซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติกับความผันผวนในตลาดเกิดใหม่ของประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทย, ผลกระทบต่อการถือครองตราสารทุนของนักลงทุนต่างชาติบนความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ไทยและอินโดนีเซีย, การกำกับดูแลตลาดตราสารหนี้และผลกระทบต่อประเทศไทยช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540, การพัฒนาโทรคมนาคมแห่งชาติในสาธารณรัฐประชาชนจีน
อรลดา สั่งสมประสบการณ์การทำงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน สื่อสารมวลชน และการสร้างภาพลักษณ์องค์กรมากว่า 20 ปี จึงเข้าร่วมงานกับบริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในปี 2561 ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส รับผิดชอบการบริหารจัดการงานภายใน โดยเป็นผู้วางกลยุทธ์ในการจัดทัพองค์กรใหม่ ทั้งการปรับโครงสร้างการบริหารงาน การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ลูกค้า การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีเพื่อการทำงานที่มีความรวดเร็วและทันสมัย การพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญให้บุคลากร ตลอดจนปรับภาพลักษณ์องค์กรใหม่ ด้วยการสร้าง Branding เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำพาองค์กรไปสู่การแข่งขันเพื่อสร้างการเติบโตให้กับ TSI อย่างมั่นคงในระยะยาว

Go To Lead


TQR พัฒนากรมธรรม์รูปแบบใหม่
นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ผู้ให้บริการนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurance Broker) แบบครบวงจร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่องทางสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุค Next Normal อาทิ การประกันภัยสุขภาพ, การประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ ตลอดจน การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่, กรมธรรม์ประกันภัยพืชผลทางการเกษตร การประกันภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Insurance) มีแนวโน้มที่น่าสนใจ เพราะจะเห็นว่าปัจจุบันองค์กรต่างๆ มีความต้องการเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ทุกหน่วยงานมีการทำงานในรูปแบบ WFH จึงเปิดช่องให้อาชญากรทางไซเบอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลและระบบการทำงานที่สำคัญขององค์กรได้ง่ายยิ่งขึ้น เฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2564 การโจมตีด้วย Ransomware เพิ่มมากถึง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงประเมินว่า การประกันภัยไซเบอร์ จะเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง ประกอบกับ TQR ได้มีการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และความสามารถในการให้บริการจัดหาประกันภัยต่อไว้แล้ว รวมทั้งจะรุกขยายอย่างเต็มที่ในส่วนของธุรกิจให้บริการ เรียนรู้-อบรม ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งได้เริ่มมีการนำเสนอลูกค้าไปแล้ว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ TQR ระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่ตัวแทนประกันภัย และนายหน้าประกันภัยที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจนี้ได้ในทันที
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ตลาดประกันภัยต่อจะยังคงสามารถเติบโตได้ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2564 เนื่องจากในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ตลาดประกันภัยต่อยังเป็นตลาดที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อัตราเบี้ยประกันภัยต่อได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้มีความเหมาะสมกับผลการรับประกันภัย รวมทั้ง ความต้องการการทำประกันภัยในรูปแบบใหม่ๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มความระมัดระวังในการรับประกันภัยในภัยที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ได้แก่ โรคระบาด ธุรกิจหยุดชะงัก หรือธุรกิจที่มีผลการรับประกันภัยมีผลต่อเนื่องในระยะยาว เป็นต้น เพื่อบริหารความเสี่ยงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง ได้ขยายการรับประกันภัยไปในธุรกิจหลัก ธุรกิจนายหน้าประภัยต่อแบบทั่วไป มั่นใจว่า จะช่วยหนุนผลงานทั้งรายได้และกำไรให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้” นายชนะพันธุ์กล่าว
นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR กล่าวว่า ธุรกิจการให้บริการ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งบริษัท อาร์สแควร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท คอร์สสแควร์ จำกัด โดย TQR ถือหุ้นในสัดส่วน 55% เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา และการเรียนรู้ออนไลน์ โดยมีการนำเทคโนโลยีที่สามารถระบุตัวตนผู้ใช้งานหรือ Face Detection and Face Recognition มาใช้งาน ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ที่สามารถช่วยในการตรวจสอบ และระบุตัวตนผู้เข้าอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยหันมาทำธุรกรรมที่จำเป็นต่างๆ ในรูปแบบออนไลน์กันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางหรือการอยู่ในที่มีคนจำนวนมาก ดังนั้น TQR จึงเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท อาร์สแควร์ฯ(R Square) สามารถช่วยเสริมศักยภาพและประสิทธิภาพในการฝึกอบรมออนไลน์จะเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในอนาคต
อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2564 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 57.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.58% และมีรายได้รวม 93.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.18% สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 68.93 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 51.20% ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 136.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.76%

Go To Lead


ซิกน่าประกันภัย-อรินแคร์ 'ชู'ระบบเติมยา-จัดยาตามคำสั่งแพทย์
นายธีรวุฒิ สุธนะเสรีพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิกน่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การร่วมมือและสนับสนุนพาร์ทเนอร์ทางด้านสุขภาพและเทคโนโลยี ถือเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์เชิงรุกของซิกน่า เพื่อนำเสนอการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มธุรกิจในประเทศไทยที่กำลังเติบโต การร่วมมือกับบริษัทฯ อรินแคร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของซิกน่าอีกขั้น ที่สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งมอบยา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตนี้ และยังเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้อย่างชัดเจน เช่น วิธีการทานยาที่ถูกต้อง โดยลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพของซิกน่า สามารถอุ่นใจและมั่นใจได้อย่าง 100% ว่ายาที่ท่านได้รับ จะมีความถูกต้อง คุณภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ รวมถึงลูกค้ายังสามารถติดต่อกับเภสัชกรโดยตรง เพื่อขอรับคำปรึกษาหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวยาได้
นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อรินแคร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท อรินแคร์ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “e-Pharmacy Platform” โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากลำบากในการเข้าถึงยาและบริการสุขภาพที่จำเป็นสำหรับคนไข้ รวมทั้งการใช้ยาแบบผิดประเภท และการจำหน่ายยาแบบผิดกฏหมาย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและชีวิตของคนไทยทุกคน โดยการจับมือร่วมกันกับซิกน่าในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของเราในการดูแลคนไทยร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาชนิดต่าง ๆ ตามอาการของโรคได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ภายใต้การแนะนำและกำกับดูแลของเภสัชกร โดยลูกค้าของซิกน่าสามารถมั่นใจในบริการของเราได้อย่าง 100% เนื่องจากยาที่เราส่งมอบให้นั้น ผ่านการคัดกรองและผ่านการตรวจสอบโดยตรงจากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญในเครือข่ายของอรินแคร์ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3,500 คน และร้านขายยาที่มีใบอนุญาตกว่า 2,800 รายทั่วประเทศ
ลูกค้าแผนประกันของซิกน่าที่รองรับการใช้งานบริการจัดส่งยาถึงบ้าน หรือ ฟีเจอร์ Medcare บนแอปพลิเคชัน Cigna Anywhere ได้แก่ แผนประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) เช่น แผนประกันสุขภาพส่วนบุคคล Signature Care และแผนประกันสุขภาพแบบกลุ่มของซิกน่า โดยผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับสิทธิประโยชน์จากการรักษาตามวงเงินของผู้ป่วยนอก และได้รับยาที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งได้รับยาในปริมาณที่เพิ่มขึ้นในวงเงิน OPD เท่าเดิม ผู้ป่วยสามารถขอรับคำปรึกษาจากเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ และใช้บริการจัดส่งยาถึงบ้านได้ภายในเวลาทำการ ตั้งแต่ 9.00 – 21.00 น. นับเป็นบริการที่จะช่วยลดความเสี่ยงและประหยัดเวลาในการเดินทางไปโรงพยาบาลได้อย่างครบวงจร ผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพของซิกน่า สามารถตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานฟีเจอร์ Virtual Healthcare – Refill Medicine ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่แอปพลิเคชัน Cigna Anywhere ดาวน์โหลดได้ผ่านทาง Google play : https://bit.ly/3tZ9izg หรือ App Store : https://apple.co/3ewMFvm หรือ สอบถามได้ผ่านช่องทาง Line @CinaThailand หรือ โทร.1758 (วันจันทร์-ศุกร์ 8:00-20:00 น.วันเสาร์-อาทิตย์ 8:30-17:30 น.)

Go To Lead


“มูลนิธิมาดามแป้ง เมืองไทยประกันภัย” ลุยช่วยคนคลองเตย
มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า “คลองเตยเป็นชุมชนที่เราผูกพันและรักจากการทำงานด้านกีฬา ทำให้เราได้ทำงานเชิงลึกกับคนในพื้นที่มาต่อเนื่องภายใต้โครงการคลองเตยดีดี ทั้งการจัดตั้งครัวมาดาม #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน จนก่อตั้งเป็นมูลนิธิมาดามแป้ง เราก็ไม่เคยห่างหายไปจากพื้นที่นี้ เมื่อเกิดความร่วมมือกันของหลายหน่วยงานตั้งศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตยขึ้น เราก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใย และบรรเทาความเดือนร้อนของคนในชุมชน พร้อมคืนกำไรทางใจที่เคยได้รับกลับคืนสู่สังคม เพราะการให้ด้วยใจและทำได้จริง ย่อมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน”สำหรับการสนับสนุนศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตย / CCC- Community Covid -19 Care Center ที่ โกดัง สเตเดียม การท่าเรือแห่งประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิมาดามแป้ง และ เมืองไทยประกันภัย มีดังนี้
ลิฟต์ยก จำนวน 2 ตัว เพื่อใช้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุภายในศูนย์ เต๊นท์ขนาดใหญ่สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อ จำนวน 4 หลัง ใช้สำหรับการตรวจหาเชื้อแบบการใช้ ATK / RT-PCR รวมถึงเป็นจุดวางของและอาหารให้แก่ผู้ป่วยกรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาตัวภายในศูนย์ โดยให้ความคุ้มครองวงเงินผลประโยชน์หากอยู่ในภาวะโคม่า (Coma) กรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 100,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือนเครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร จำนวน 5 เครื่อง แก่สำนักงานเขตคลองเตย เพื่อส่งต่อให้แก่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยการปรับปรุงพื้นที่ภายในและภายนอกโดยทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิฯ และสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็นในศูนย์ อาทิ ชุดโต๊ะ-เก้าอี้, พัดลมอุตสาหกรรม, ติดฟิล์มกรองแสงลดความร้อนห้องคอนโทรล ฯลฯหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากร และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในงานรับ-ส่งผู้ป่วย ซึ่งปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงรอบกรุงเทพฯ ผ่านสายด่วน “มาดามแป้ง เฟรนด์ คลับ” เบอร์ 02-2907979 โดยทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิฯ มาดามแป้ง กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจจากหลาย ๆ หน่วยงาน ที่ทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งการช่วยเหลือพี่น้องชาวคลองเตยอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รวมถึงเหล่าอาสากล้าใหม่ทุกท่าน ที่ทำงานอย่างหนักปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ สิ่งใดที่เราจะสนับสนุนเพิ่มเติมได้ เราพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกท่านอย่างเต็มที่ต่อไป นอกจากนี้ ทุกท่านยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ สามารถบริจาคและสมทบทุนได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย บัญชีเลขที่ 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่กับเราได้ที่ http://bitly.ws/dsfM #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน #มูลนิธิมาดามแป้ง #เมืองไทยประกันภัย

Go To Lead


อาคเนย์ 'บริการ' เคลมประกันกลุ่มผ่านไลน์
นายมนตรี วงศ์ท่าเรือ กรรมการผู้จัดการบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการระบบเคลมออนไลน์และติดตามสถานะการเคลมทาง Line OA อาคเนย์ ให้กับลูกค้าประเภทรายบุคคลไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกลูกค้าได้แบบครอบคลุมทุกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 บริษัทฯ จึงได้ขยายบริการให้กับลูกค้าประเภทรายกลุ่มโดยสามารถใช้งานง่าย ๆ ผ่านแพลทฟอร์ม Line @Southeast.th ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคลายความกังวลใจให้กับลูกค้า
โดยหลังจากที่เปิดให้บริการเคลมออนไลน์เฟสแรกสำหรับลูกค้าประกันบุคคลไปพบว่ามีการตอบรับที่ดีทั้งเรื่องการกรอกและตรวจสอบข้อมูลความคืบหน้าได้ด้วยตัวเอง 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีลูกค้าใหม่ใช้บริการแจ้งเคลมผ่านช่องทางดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และจากสัดส่วนของลูกค้าที่ส่งเคลมผ่านช่องทางต่าง ๆ มาในแต่ละวัน จะพบว่าเป็นลูกค้าประกันกลุ่มประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าหลังจากที่เปิดบริการเฟส 2 สำหรับประกันกลุ่มแล้ว จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ากลุ่มนี้โดยครบสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเคลมของบริษัทฯ ให้ตอบโจทย์ตรงใจผู้บริโภคได้ดีขึ้น
อาคเนย์จะเร่งประสานงานกับบริษัทฯ ที่ทำประกันโควิด-19 ประเภทรายกลุ่มกับเราให้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังพนักงานในองค์กรนั้น ๆ ใช้บริการผ่านไลน์อาคเนย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั้งในด้านการส่งเอกสารและติดตามสถานะออนไลน์ โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดคอขวดและขั้นตอนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เรายังตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามประเมินผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเร่งดูแลและส่งมอบบริการให้ลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง ด้วยความใส่ใจ ห่วงใย และรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการอย่างดีที่สุด การใช้งานระบบลูกค้าสามารถแอดไลน์อาคเนย์ เพื่อแจ้งเคลมหรือเช็กสถานะประกันภัยโควิด โดยกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อยืนยันตัวตน พร้อมอัปโหลดเอกสารการเคลมกรมธรรม์ด้วยตัวเองตามขั้นตอนง่าย ๆ จากนั้น ลูกค้าจะสามารถตรวจสอบสถานะการเคลมกรมธรรม์ได้โดยระบบจะแจ้งสถานะให้กับลูกค้าตามกระบวนการทำงาน ดังนี้ 1. อยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสาร 2. แจ้งอนุมัติสินไหม 3. บริษัทฯ ดำเนินการโอนค่าสินไหมเข้าบัญชีของลูกค้า โดยในกรณีที่บริษัทฯ ต้องการเอกสารเพิ่มเติมลูกค้าสามารถเพิ่มผ่านระบบได้ด้วยตัวเองไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงานใหญ่หรือสาขา ลูกค้าสามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line @Southeast.th และเฟซบุ๊ก อาคเนย์ Southeast คลิก www.facebook.com/Segsoutheastpage/

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com