|
|
'ภัยไซเบอร์' เต็งหนึ่งความเสี่ยงธุรกิจไทย
นายลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศไทยสะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงมีช่องว่างทั้งในด้านความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไซเบอร์ โดยตลาดประกันภัยไซเบอร์ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ประกันภัยไซเบอร์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากการโจมตี รวมถึงลดผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของภาคธุรกิจ
ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยขยับขึ้นสี่อันดับมาอยู่ที่อันดับ 1 โดยระดับความกังวลเพิ่มขึ้นเป็น 37% จาก 21% ในปีก่อนหน้า ข้อมูลชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยสูงถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% โดยอาชญากรไซเบอร์มีแนวโน้มมุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น ตามรายงานของ Check Point Software Technologies ขณะที่การโจมตีแบบฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบหลักในประเทศไทย โดยอาศัยเทคนิควิศวกรรมสังคมและการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ยังรายงานว่า จำนวนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6,250% จาก 80,000 กรณีในปี 2567 เป็นมากกว่า 5 ล้านกรณีในปีที่ผ่านมา
ระดับโลก ภัยไซเบอร์ยังคงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ห้า ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42% และมีช่องว่างจากความเสี่ยงอันดับถัดไปมากที่สุด (+10%) โดยเป็นความกังวลหลักของภาคธุรกิจในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การที่ภัยไซเบอร์ยังคงอยู่ในอันดับสูงสุดของ Allianz Risk Barometer สะท้อนถึงการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ รวมถึงบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงตอกย้ำความจำเป็นในการเตรียมพร้อมและการคุ้มครองที่มากขึ้น ในประเทศไทย ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงอยู่ในอันดับ 2 ของ Allianz Risk Barometer ขณะที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขยับขึ้นหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 3 โดยในปี 2568 ระบบภูมิอากาศสำคัญสองระบบ ได้แก่ ลานีญา และปรากฏการณ์อินเดียนโอเชียนไดโพลเชิงลบ ซึ่งมีลักษณะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย ได้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างผิดปกติ ส่งผลให้ปริมาณฝนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาคนี้เผชิญกับฤดูฝนที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งในความทรงจำ ทั้งน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ไต้ฝุ่นต่อเนื่อง และการอพยพประชาชนจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นบททดสอบสำคัญต่อขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ
อุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นผลจากฝนตกหนักอย่างรุนแรง ซึ่งมีความน่าจะเป็นในการเกิดเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 300 ปี โดยอำเภอหาดใหญ่มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมง ความเสียหายและการสูญเสียรวมประเมินว่าสูงกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอหาดใหญ่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 2.1 ล้านคน
ขณะเดียวกัน แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2568 แม้จะมีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของประเทศไทย และชี้ให้เห็นถึงช่องว่างด้านความพร้อมรับมือและความยืดหยุ่นต่อภัยแผ่นดินไหว สมาคมประกันวินาศภัยไทยประเมินว่ามูลค่าค่าสินไหมทดแทนรวมจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจสูงถึง 50,000 ล้านบาท (ประมาณ 1.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
AI ก่อให้เกิดทั้งความเสี่ยงใหม่และโอกาสทางธุรกิจ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นความเสี่ยงใหม่ของประเทศไทยในอันดับ 4 ด้วยสัดส่วน 22% โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) คาดการณ์ว่าบริการดิจิทัลของประเทศจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 1014% ในช่วงปี 25682570 ซึ่ง AI ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตดังกล่าว
ระดับโลก AI พุ่งขึ้นมาอยู่ในกลุ่มความกังวลอันดับต้น ๆ ของภาคธุรกิจ โดยขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ที่ระดับ 32% ในปี 2569 จากอันดับ 10 ในปี 2568 นับเป็นการขยับอันดับมากที่สุดในการจัดอันดับปีนี้ AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นอย่างโดดเด่นในทุกภูมิภาค โดยอยู่ในอันดับ 2 ในทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และแอฟริกาตะวันออกกลาง และอันดับ 3 ในยุโรป อีกทั้งยังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญขององค์กรทุกขนาด ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก
เมื่อการนำ AI มาใช้เร่งตัวและฝังตัวลึกยิ่งขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจหลัก ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI จะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นความรับผิด (liability) ขณะที่การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของ generative AI และ agentic AI ควบคู่กับการนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง ได้เพิ่มระดับการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงที่องค์กรกำลังเผชิญ แม้ว่าความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจจะลดลงหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 แต่ยังคงเป็นความกังวลสำคัญ เนื่องจากมักเป็นผลกระทบที่ตามมาจากความเสี่ยงอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก
Go To Lead
|
วิริยะประกันภัย มอบรางวัล อาสาตาจราจร ช่วยคนดีชี้คนผิด
พลตำรวจโท สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้ง จส.100 และ สวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ โครงการอาสาตาจราจร ประจำเดือนสิงหาคมและกันยายน พ.ศ. 2568 แก่เจ้าของคลิปที่บันทึกการทำผิดกฎจราจร ทั้งหมด 21 รางวัล รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 110,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมตระหนักถึงการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนโครงการ อาสาตาจราจร อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง สังคมแห่งการเฝ้าระวัง ที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน มีสติและความรับผิดชอบทุกครั้งขณะเดินทาง อันนำไปสู่การขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้สนใจร่วมโครงการ อาสาตาจราจร สามารถส่งคลิปพยานหลักฐานแจ้งข้อมูลการกระทำความผิดทางจราจร ได้ทางเพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง เพจกองบังคับการตำรวจ รวมถึงเพจภาคีเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ จส.100 และสวพ.91
Go To Lead
|
คปภ. หารือร่วมกับคณะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป.ลาว
แลกเปลี่ยนแนวทางกำกับประกันสุขภาพ ประกันภัย EV/ใช้ e-Policy
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางด้านการกำกับดูแลและการพัฒนาระบบประกันภัยในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างระบบนิเวศของการประกันภัยสุขภาพที่ยั่งยืนและเข้าถึงง่าย แนวทางการกำกับดูแลการประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนการส่งเสริมการใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนและยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของภาคธุรกิจประกันภัยไทย ซึ่งมีการขยายการลงทุน ไปยัง สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนถึงโอกาสในการยกระดับความร่วมมือด้านการกำกับดูแล การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาระบบประกันภัยร่วมกันในระดับภูมิภาค เพื่อสร้างความมั่นคงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย ของทั้งสองประเทศในระยะยาว
Go To Lead
|
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวันชัย ศิริชนะ (แถวหน้าที่ 5 จากซ้าย) นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัชฌิมา นราดิศร (แถวหน้าที่ 5 จากขวา) อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งมีนายชัย โสภณพนิช (แถวหน้าที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
พร้อมด้วยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|