Insurance
Go to  i click
Hot News: คปภ.'หนุน' ธุรกิจ ประกันโมเดลใหม่
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
คปภ.'หนุน' ธุรกิจ
ประกันโมเดลใหม่
คปภ.- ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส ศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจาก IFRS 17 ต่อธุรกิจประกันภัย 3 ด้าน ระบบและกระบวนการดำเนินงานหน่วยงานหลัก ยกระดับเก็บข้อมูล การรักษาข้อมูล และพัฒนาBEL
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการบัญชีและธุรกิจประกันภัย และได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบในเบื้องต้นจาก IFRS 17 ที่มีต่อธุรกิจประกันภัย โดยสรุปมี 3 ด้านหลัก ๆ คือ
1. ด้านระบบและกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานหลัก เนื่องจาก IFRS 17 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวปฏิบัติทางบัญชีและการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยเป็นอย่างมาก ซึ่งในข้อกำหนดของมาตรฐานต้องการคำนวณข้อมูลที่มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น บริษัทประกันชีวิต จำเป็นต้องยกระดับการเก็บข้อมูล การรักษาข้อมูล และการพัฒนาโมเดลการคำนวณที่มีพื้นฐานในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัยเพื่อหา Best Estimate Liabilities (BEL) , Risk Adjustment (RA) และ Contractual Service Margin (CSM)
2. ด้านบุคลากรของธุรกิจประกันภัย โดยมาตรฐานฉบับใหม่นี้จะมีการสร้างโมเดล การคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะไม่เชี่ยวชาญในเรื่องของงบการเงิน ในขณะเดียวกันนักบัญชีก็ไม่สามารถอธิบายสมมุติฐานที่อยู่เบื้องหลังของตัวเลขในงบการเงินได้ ดังนั้นการสื่อสารและบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่แผนกการเงินการบัญชีและนักคณิตศาสตร์ประกันภัย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะภายใต้มาตรฐาน IFRS 17 กำไรและขาดทุนส่วนใหญ่มาจากการคำนวณของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการหาตัวเลขในงบการเงิน ส่วนนักบัญชีจะเป็นผู้รวมรวบข้อมูลทางการเงิน บริษัทประกันภัยจะต้องตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด
3. ด้านต้นทุน โดยมาตรฐาน IFRS 17 กำหนดให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลใหม่และเปลี่ยนแปลงระบบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลและจัดทำรายงานทางการเงินตามข้อกำหนด ดังนั้น การนำมาตรฐานฉบับนี้มาใช้ บริษัทประกันภัยต้องใช้เวลา ความพยายาม ต้นทุนด้านการเก็บข้อมูล (Data) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT systems) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ซึ่งต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจะแตกต่างกันในแต่ละบริษัทอีกด้วย
ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันชีวิต จะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง และนโยบาย รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 ในเรื่องการปรับปรุงระบบงานและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีคณะทำงานฯ ที่จะติดตามประเด็น ปัญหา อุปสรรค และจะหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลต่อไป
นางนุสรา อัสสกุล บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ผู้บริหารของบริษัทประกันชีวิตได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นว่า สำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีความเข้าใจและห่วงใยต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัยอย่างลึกซึ้ง อีกทั้ง สำนักงาน คปภ. ยังได้มีแนวคิดหาโซลูชั่นอื่นๆ มาเป็นตัวช่วยให้กับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ได้รับผลกระทบจาก IFRS 17 น้อยที่สุดอีกด้วย ทำให้ผู้ประกอบการไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในท่ามกลางกฎกติกาสากลด้านมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 ที่จะถูกนำมาบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้น ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย จึงขอขอบคุณ สำนักงาน คปภ. เป็นอย่างมาก และจะร่วมมือกับ สำนักงาน คปภ. เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยตามมาตรฐานสากล

Go To Lead


ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ผู้นำ Insu Tech
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งใจที่จะเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เพราะสุขภาพเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตในทุกด้าน เมื่อคนไทยมีการดูแลสุขภาพที่ดีพร้อมมีการป้องกันความเสี่ยงที่เพียงพอ ก็จะสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายชีวิตได้ตามที่ตั้งใจไว้อย่างมั่นคง ตามสโลแกนของแคมเปญ Control Your Life: อิสระการใช้ชีวิตที่เลือกได้ จากนวัตกรรม InsurTech ประกันรถเปิดปิด สู่มิติใหม่ของประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health ความสำเร็จนวัตกรรมประกันภัย ประกันรถเปิดปิด ที่ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลนวัตกรรมประกันภัยดีเด่น จากทั้งกระทรวง ICT สถาบันนวัตกรรมแห่งชาติ และ คปภ. จนล่าสุดได้เปิดตัวเวอรชั่นใหม่ “ALL NEW ON-OFF INSURANCE 2019” ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้รถจริงจากทั่วประเทศเป็นอย่างดี ถึงความพึงพอใจและประทับใจ นวัตกรรมประกันรถเปิดปิดรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดถึง 40% (Personalized Product) รวมถึงตอบโจทย์การเปิด-ปิดประกันอัจฉริยะ เมื่อสตาร์ทหรือดับเครื่อง และแม้ประกันปิดอยู่ก็จะได้รับความคุ้มครองตามแผนประกันภัยทุกประการ (Reliable Service) และการบริการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ค้นหาอู่/ศูนย์ซ่อม หรือต่ออายุประกัน ก็สามารถทำได้เองผ่าน Application Thaivivat Motor (Seamless Experience)
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ TVI Connect ที่ได้มีการพัฒนาร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) หรือ AIS เพื่อใช้โครงข่าย NB-IoT ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และ AWS (Amazon Web Service) ระบบคราวด์ อันดับ 1 ของโลกที่ให้ความเสถียรกว่า 99.99% เพื่อตอบโจทย์การใช้บริการของผู้ใช้รถอย่างแท้จริง โดยสามารถวัดความสำเร็จได้จากจำนวนผู้ใช้บริการ TVI Connect กับประกันรถเปิดปิด รายวัน (Daily active users) ที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและครบทุกพื้นที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นแก้ไขทุก Pain points ของผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องเปิด-ปิดประกัน ผ่านสมาร์ทโฟน อีกต่อไป และไม่ต้องกังวลเรื่องการลืม เปิด-ปิดประกัน ด้วยความสำเร็จของประกันรถเปิดปิด และเสียงตอบรับจากผู้ใช้บริการ จึงเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ พัฒนานวัตกรรมด้านการประกันภัยอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประกันภัยเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย และเข้ากับ Lifestyle ของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีมาประกอบกับความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจในผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง มาประยุกต์ให้เกิดนวัตกรรม InsurTech ใหม่ที่พร้อม Disrupt การประกันภัยรูปแบบเดิม และตอบโจทย์การใช้ชีวิตอิสระที่เลือกได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพลิกโฉมประกันรถยนต์ทั่วไปแล้ว บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของประกันสุขภาพ เนื่องจากสุขภาพที่ดีนั้นเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตในทุกด้าน ดังทฤษฎีความต้องการลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow's hierarchy of needs) ที่ได้กล่าวถึงความต้องการทางกายภาพและความต้องการความมั่งคงปลอดภัย จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของมนุษย์ คือความสมบูรณ์ของชีวิต (Self-actualization) ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และการบริการประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้ให้เพียงความคุ้มครอง หรือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคิดถึงยามเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่พร้อมผลักดันและเป็นตัวช่วยที่สำคัญให้ผู้ใช้บริการมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน
ประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health แนวคิดหลักประกันเพื่อสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองและการดูแลในยามเจ็บป่วยแล้ว ประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health ยังมีแนวคิดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการมีสุขภาพที่ไม่ดี และให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้ชีวิตได้อิสระ มีสภาวะของร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีความสุขในทุกๆด้าน และได้รับความคุ้มครองครอบคลุม โดยมีจุดเด่นดังนี้คือ 1) ความคุ้มครองเรื่องประกันสุขภาพที่ครอบคลุมกว่า วงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาทต่อปี ผู้ป่วยใน (IPD): จ่ายตามจริงไม่มีวงเงินจำกัดสำหรับแต่ละการรักษาใช้ได้สูงสุดถึงความคุ้มครองตามทุนประกัน พร้อมความคุ้มครองค่าห้องผู้ป่วยปกติสูงสุดถึง 10,000 บาท/วัน ผู้ป่วยนอก (OPD): ให้ค่ารักษาผู้ป่วยนอกสูงสุดถึง 3,000 บาท/ครั้ง สูงสุดถึง 30 ครั้งต่อปี อุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA): ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุทั่วโลก พร้อมทุนประกันจากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ สูงสุดถึง 200,000 บาท กีฬาอันตราย: ให้ความคุ้มครองค่ารักษาการบาดเจ็บจากการเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย 2) มอบ Smart Watch: Garmin หรือ Fitbit มูลค่าถึง 7,990 บาท: ประกันภัยสุขภาพเจ้าแรกที่มอบ Smart Watch แบรนด์ชั้นนำให้กับผู้ใช้บริการประกันสุขภาพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติม และยังได้นำเทคโนโลยี Wearables มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำก้าวเดิน และอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) มาเป็นเกณฑ์วัดผลการออกกำลังกาย ให้มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในโซน Cardio เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้ใช้บริการ 3) ยิ่งออกกำลังกายเบี้ยยิ่งลด ทุกเดือน สูงสุดถึง 40%: เบี้ยประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health คิดเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องเหมาจ่าย โดยมีจุดเด่นคือแต่ละเดือนผู้ใช้บริการสามารถออกกำลังเพื่อรับส่วนลดเบี้ยได้สูงสุด 40% ทำให้เบี้ยเริ่มต้นเพียง 1,700 บาท/เดือน กิจกรรมเพื่อสุขภาพและสิทธิพิเศษทุกสัปดาห์ : เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถ Active ในทุก Lifestyle บริษัทฯ จึงจัดหาแบรนด์ชั้นนำด้านสุขภาพกว่า 17 แห่งเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย อาหาร โภชนาการ และกิจกรรม Active Lifestyle อื่นๆ นอกเหนือจากส่วนลดค่าเบี้ยในทุกสัปดาห์ อาทิ กิจกรรม Adventure คลาสพิเศษจากยิมเพื่อสุขภาพต่างๆ ส่วนลดอาหารและโภชนาการ นอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถลงทะเบียนร่วมคลาสการออกกำลังกายพิเศษในทุกสัปดาห์ กว่า 100 ที่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและกิจกรรมสุด Exclusive ทุกเดือนที่เป็นการสร้าง Community เพื่อร่วมแชร์ประสบการณ์และสนุกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพไปด้วยกัน 5) Application Thaivivat Health ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการเพื่อสุขภาพ : นอกจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มอบให้แก่ผู้ใช้บริการแล้ว ยังมีการปรับและพัฒนาแอปพลิเคชัน “Thaivivat Health” ให้เข้ากับ Lifestyle และ Active ไปพร้อมกัน โดยผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอปฯ ได้ทั้ง App Store และ Play Store app โดยแอปฯ จะสามารถแจ้งสถานะความ Active ของผู้ใช้บริการแบบ Real Time เพื่อให้ดูว่าถึงเป้าหมายในการดูแลสุขภาพครบในแต่ละสัปดาห์เพื่อรับส่วนลดค่าเบี้ยประกัน รวมถึงดูโปรโมชั่น หรือกิจกรรมล่าสุดที่มีการอัพเดทตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมี Gamification ให้เกิด Community ให้ผู้ใช้บริการได้สนุกกับเพื่อนๆเพื่อดู Ranking ความ ACTIVE ของตนเองได้ และการบริการด้านข้อมูลต่างๆ อาทิ ฟังก์ชั่นการค้นหาสถานพยาพยาล และ Digital Care Card ผ่านแอปฯ เพื่อแสดงกับสถานพยาบาลที่ใช้บริการ

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต-ตาวิเศษ BLA Happy
ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัท ร่วมมือกับนายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) พร้อมด้วย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนพิเศษของกรุงเทพประกันชีวิต และ แม่จูน กษมา กับ 4 ออ (ออกัส, ออก้า, ออกู๊ด และออเกรซ) ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในแบบของตัวเอง โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถบริจาคสมทบทุนและรับของที่ระลึกคอลเลคชั่นพิเศษ โดย นายณภัทร เสียงสมบุญ ในงานได้ทันที พร้อมเพลิดเพลินไปกับบูธและกิจกรรม DIY รักษ์โลกภายในงาน รายได้ทั้งหมดจากโครงการมอบให้กับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยมือของเราได้ง่ายๆ ด้วยของขวัญที่ยั่งยืนให้ผู้รับอิ่มเอมความสุขตลอดปีใหม่นี้ ในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 3
กิจกรรมแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่ “BLA Happy Gift ส่งต่อความสุขสีเขียวด้วยของขวัญที่ยั่งยืน” ชวนคุณรักษ์โลกด้วยของขวัญเทศกาลปีใหม่ อาทิ ถุงผ้า ร่ม กระบอกน้ำรักษาอุณหภูมิ และกล่องใส่อาหารรักษ์โลก ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ไม่เหลือทิ้งเป็นขยะ (Zero Waste) โดยนำผ้าขาวม้าผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบของขวัญตามแนวคิด Enjoy The Green Life มาร่วมบริจาคเงินผ่านโครงการและรับของที่ระลึกคอลเลคชั่นพิเศษ โดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

Go To Lead


ไทยสมุทรประกันชีวิต 'ลุย'ตลาดประกัน
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผลประกอบการ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ย. 2562) OCEAN LIFE ไทยสมุทร สามารถสร้างรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) จำนวน 2,297 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 6.2 % และมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (Total Premium) 10,627 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 88 % ในขณะที่บริษัทมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 3,323 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 950 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่ผ่านมา แสดงให้เห็นได้ว่า OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังคงสามารถสร้างการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ด้วยความแข็งแกร่งของการขายผ่านช่องทางตัวแทน ที่มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87 จากทุกช่องทาง
ธุรกิจต้องเผชิญหน้ากับทิศทางดอกเบี้ยขาลง นอกจากการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมแล้ว บริษัทยังต้องปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ โดยเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพมากขึ้น พร้อมปรับโมเดลในการทำธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนกระบวนการให้บริการอย่างครบวงจร ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนท์ ที่สำคัญ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังตอกย้ำถึงความสามารถในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยได้รับการรับรองในระดับมาตรฐานสากลของระบบจัดการความปลอดภัยของข้อมูล Information Security Management System – ISO/IEC 27001:2013 รองรับการดำเนินธุรกิจในการก้าวเข้าสู่การเป็น Digital Insurer อย่างเต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต
OCEAN LIFE ไทยสมุทร เชื่อในเรื่องการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงเดินหน้าดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมีส่วนในการทำให้สังคมไทยเข้มแข็ง ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการดำเนินโครงการ CSR จำนวน 7 โครงการ มอบ 7 ล้าน (6 ล้านบาท + 1 ล้านซีซี) สนับสนุน 6 โรงพยาบาลใหญ่ ได้แก่ มูลนิธิรามาธิบดี โรงพยาบาลตำรวจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฏร์ธานี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และรณรงค์ให้ร่วมบริจาคโลหิต 1 ล้านซีซี จากทุกภาคส่วนทั่วทั้งประเทศ โดยทุกโครงการมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสุข และสุขภาพที่แข็งแรงให้คนไทย และเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกค้า เพื่อเป็นของขวัญจากใจตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าในวาระครบรอบ 70 ปี ตลอดทั้งปี อาทิ OCEAN CLUB APPLICATION กิจกรรม “70 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทร ลุ้นโชค 2 ชั้น” กิจกรรม “OCEAN LIFE LOVE Virtual Run” และคอนเสิร์ต My Boyfriends #PowerofLove เพื่อส่งท้าย 70 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการมอบความสุขความสนุกให้กับลูกค้าและคนไทย กับ 11 หนุ่มหล่อรุ่นพี่รุ่นน้องระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคมนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา “Charity Fun Fair 2019
ระดมทุนสมทบทุน มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิตกล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสังคมควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ โดยตระหนักถึงบทบาทความรับผิดชอบในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทยและยึดมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ที่จะคืนกำไรตอบแทนสังคมเพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการมอบโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนไทย โดยเฉพาะเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ เรามองเห็นความสำคัญที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กพิการให้ช่วยเหลือตัวเองได้ มอบความรู้ และสนับสนุนให้ครอบครัวมีอาชีพที่มั่นคงต่อไป ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปันความรู้สู่เด็กไทย งาน CSR Charity Fun Fair จัดเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านจิตอาสา เป็นกิจกรรมที่เน้นการทำบุญ มอบความสุข สนุกสนาน ในปีนี้ โซนกิจกรรม แบ่งเป็น โซน..กินดี อาหารเจ้าเด็ดจากตลาดคลองลัดมะยม โซน..อยู่ดี นิทรรศการอยู่สบายและตายดี by Healthy Living บริการนวดผ่อนคลาย ทำบุญกับมูลนิธิต่างๆ โซน..ขายดี สินค้าจากพนักงาน ฝ่ายขาย ลูกค้า สื่อมวลชน และโซน..โชคดี ซุ้มเกมรับรางวัล อาทิ ตู้ถ่ายรูประดมทุน ตักไข่ ยิงปืนจุกน้ำปลา โยนปิงปอง โชคดี 12 ราศี นอกจากนี้ภายในงานยังร่วมรณรงค์ให้เป็นงานลดขยะ บอกรักษ์โลก งดใช้พลาสติก รับบริจาคถุงผ้า โดยให้ผู้ร่วมงานนำถุงผ้าและแก้วน้ำมาเอง เพื่อใส่ของและเครื่องดื่มภายในงาน โดยรายได้จากการจัดกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่าย มอบสมทบมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยมอบความสุข ความสนุก ให้กับผู้ร่วมงาน พนักงาน ฝ่ายขายร้านค้าต่างๆภายในงาน ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงเยาวชนในมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเรายืนยันที่จะสานต่อเจตนารมณ์ที่ดีเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อร่วมพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

Go To Lead


TQM 'ชู' Platform ใหม่
นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า TQM พร้อมบุกตลาดประกันชีวิต ด้วยการพัฒนาช่องทางขายและการให้บริการ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโปรดักท์ประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยที่ผ่านมา TQM เข้าใจถึงเพนพอยท์ (Pain point) ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักต้องเจอเมื่อจะซื้อประกันชีวิต เช่น รูปแบบประกันใดที่เหมาะกับตนเอง หรือหากมีกรมธรรม์อยู่แล้วแต่จะซื้อเพิ่มควรซื้อประกันแบบใดดี ขาดความเข้าใจเรื่องอัตราผลตอบแทนของกรมธรรม์ ส่งผลให้การทำประกัน “เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก…และเข้าถึงยาก” ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้ต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และผู้บริโภคเองเริ่มให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินโดยใช้ประกันในการช่วยลดหย่อนภาษี ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จึงเห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดด้วยการเปิด 2 แพลตฟอร์ม โดยบริษัทในกลุ่มคือ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัทที่มุ่งพัฒนาช่องทางขายและบริการร่วมกับ บริษัท ทีคิวแอลดี จำกัด บริษัทด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมประกันภัย Insurtech มาร่วมกันพัฒนาระบบผู้ช่วยค้นหาประกันชีวิตอัจฉริยะชื่อ TQM Life Insurance Platform และ noon เพื่อให้การซื้อประกันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การนำเสนอแบบประกันให้ตรงความต้องการของลูกค้าค่อนข้างเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ดังนั้น TQM Life Insurance Platform จะเข้ามาแก้ปัญหาให้งานขายประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับผู้บริโภคในทุกช่องทาง โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มดิจิทัล ทีคิวเอ็มได้เตรียมความพร้อมในการขายประกันชีวิตผ่านเว็บไซต์ www.tqm.co.thและความพิเศษของแพลตฟอร์มนี้คือ ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลากหลายบริษัทประกันชีวิตได้ทันที สำหรับด้านพาร์ทเนอร์ ได้มีการเปิดให้ตัวแทนของบริษัทประกันต่าง ๆ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ TQM Life Insurance Platform พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของตัวแทน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องประกัน ภาษี หรือการลงทุน อีกทั้งยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแล ติดตาม สนับสนุน ให้ตัวแทนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนการเปิดตัว TQM Life Insurance Platform และ noon เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาช่องทางการขายและบริการ ภายใต้โครงการ “TQM Digital” เพื่อก้าวเป็นผู้นำตลาดประกันออนไลน์ ซึ่งทั้ง 2 แพตฟอร์ม จะเข้ามาเป็นช่องทางสำคัญให้ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เปิดประสบการณ์ และทำให้การทำประกันกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงคลิก www.tqm.co.thและ www.noon.in.th
นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวแอลดี จำกัด กล่าวว่า TQLD ได้พัฒนา 2 แพลตฟอร์มคือ ‘noon’ www.noon.in.th ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำให้ข้อมูล (Advisory) เป็นแพลตฟอร์มแรกที่สามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันตามความต้องการได้มากที่สุด พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มครองในด้านที่ขาดหรือเกินกับความต้องการ และรวมทุกขั้นตอนการซื้อประกันไว้ในที่เดียวเป็นแหล่งความรู้ด้านประกันที่มีแบบประกันที่หลากหลายให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ โดย noon จะมี Positioning ที่เป็นกลาง เปรียบเทียบเบี้ยและส่งแบบประกันให้ทั้งในและนอกกลุ่มที่คิวเอ็ม ในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มประกันยูนิตลิงค์เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการลงทุน พร้อมป้องกันภาระที่อาจตกถึงครอบครัว และสำคัญที่สุดคือมีการจัดอันดับแบบกรมธรรม์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อประกัน ขณะที่ “TQM Life Insurance Platform” www.tqm.co.th เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาเพื่อเสนองานขายและบริการด้วยประกันชีวิตให้แก่ลูกค้า

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com