Insurance
Go to https://www.muangthai.co.th/
Hot News: กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ 'บุก' ประกันภัยดิจิทัล
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์
'บุก' ประกันภัยดิจิทัล
กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ 'ชู'กลยุทธ์ “เปรียบเทียบจริง แค่บอกงบ” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถ ตั้งเป้ายอดเบี้ยประกันภัยยานยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ 200 ล้านบาท
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานกรรมการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราได้มองหาโอกาสในการสร้างสรรค์บริการที่ครอบคลุมมิติด้านไลฟ์สไตล์การใช้รถอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เราเล็งเห็นว่า นอกเหนือไปจากสินเชื่อยานยนต์แล้ว ประกันภัยยานยนต์เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้รถ และบริษัทฯ สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้ารุกตลาดบริการประกันภัยอย่างจริงจัง ผ่าน กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์”
“ปัจจุบัน แพลตฟอร์มดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยก็เช่นเดียวกัน จากการสำรวจของ Bain & Company ผู้ใช้ประกันวินาศภัยในประเทศไทยประมาณ 60% หาข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านอุปกรณ์มือถือ อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังมักพบกับความลังเลเมื่อเลือกซื้อประกันภัยยานยนต์ออนไลน์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่ตรงตามงบประมาณที่กำหนด และมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัด” นายไพโรจน์ กล่าว
เพื่อมอบประสบการณ์การเลือกซื้อประกันภัยยานยนต์ที่สะดวกรวดเร็ว ตอบไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวเว็บไซต์ “กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์” (www.krungsriautobroker.com) แพลตฟอร์มดิจิทัลหนึ่งเดียวที่ให้ผู้ใช้รถได้เลือกซื้อประกันภัยตามงบประมาณที่กำหนด พร้อมตัวเลือกผลิตภัณฑ์หลากหลายจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ และรถบิ๊ก ไบค์ ใช้งานง่ายเพียงเลือกรายละเอียดรถ ระบุงบประมาณต่อปีที่ต้องการ เลือกชั้นประกัน และสามารถปรับเงื่อนไขได้ เช่น ทุนประกัน หรือค่าเสียหายส่วนแรก ระบบจะแสดงผลเปรียบเทียบเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง พร้อมแนะนำเงื่อนไขที่ตอบโจทย์ให้ผู้ใช้ประกันภัยตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ก่อนกรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ สำหรับลูกค้าที่เคยซื้อประกันภัยยานยนต์กับกรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ ก็สามารถเลือกต่ออายุประกันภัยด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ได้เร็ว ๆ นี้
“เว็บไซต์ กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ มากไปกว่าบริการด้านสินเชื่อยานยนต์ โดยเราตั้งเป้าผู้เข้าชมเว็บไซต์ 300,000 คนต่อเดือน และเบี้ยประกันภัยยานยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์รวม 200 ล้านบาทภายในปีแรกหลังเปิดตัว บริษัทฯ เชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง Krungsri Auto Ecosystem โมเดลธุรกิจที่จะเชื่อมต่อบริการด้านไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถเข้าไว้ด้วยกัน และยกระดับมาตรฐานของธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ของประเทศไทย” นายไพโรจน์ กล่าว
กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ที่ www.krungsriautobroker.com และโทรศัพท์ 0-2828-7888 พิเศษสำหรับผู้ซื้อประกันภัยยานยนต์ผ่านเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 จะได้รับบริการเสริมพิเศษ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน บริการเลขาส่วนตัว และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2563

Go To Lead


ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ‘บุก’ สปป.ลาว
นาย จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (จำกัด) มหาชน เปิดเผยว่า บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ (จำกัด) มหาชน ร่วมกับบริษัท ลาวเบบเวเรจ จำกัด, บริษัท พีพี ขาเข้า-ขาออก จำกัด และบริษัท เจเนอรัล ลอว์คอนซัลเทน และบริการ จำกัดจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัท ลาววิวัฒน์ประกันภัย จำกัด บริษัทประกันภัยใหม่ ให้บริการใน สปป.ลาว โดยมีทุนจดทะเบียน 1.6 หมื่นล้านกีบ หรือประมาณ 70ล้านบาท และได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจประกันภัย (Non –Life Insurance Business License) จากกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ทั้งนี้ได้มีการจัดงานแถลงข่าวและเปิดตัว บริษัท ลาววิวัฒน์ประกันภัย จำกัด อย่างเป็นทางการที่สำนักงานบริษัท ลาววิวัฒน์ประกันภัย ณ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
ตามนโยบายของประกันภัยไทยวิวัฒน์ มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านการบริการประกันภัยให้ครอบคลุมโดยเฉพาะพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีการติดต่อสื่อสารคมนาคมขนส่งรวมถึงมีการทำธุรกิจร่วมกัน สปป.ลาว ก็เป็นอีกหนึ่งในประเทศมีการติดต่อสื่อสารกันมาโดยตลอดทั้งด้านธุรกิจและสาธารณูปโภคต่างๆ และที่สำคัญ ตลาดประกันภัยใน สปป.ลาว ก็ถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจมีแนวโน้มที่จะพัฒนาได้อีกมาก ซึ่งสามารถดูได้จากตัวเลขจีดีพี (GDP) ของลาวที่ยังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการขยายธุรกิจประกันภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว วัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งก็เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพด้านการบริการประกันภัยดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมสองประเทศ ไทย –สปป.ลาว ทั้งด้านการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือเดินทางเพื่อทำธุรกิจ, การขนส่งสินค้า (Logistics),การตั้งโรงงานหรือที่อยู่อาศัยใน สปป. ลาว ประกันภัยไทยวิวัฒน์ในฐานะเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจประกันภัยมากว่า 65 ปีในประเทศไทย พร้อมที่จะบริการด้านประกันภัยอย่างดีที่สุดโดยผู้เชี่ยวชาญและมีความชำนาญในพื้นที่ท้องถิ่น และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนลาววิวัฒน์ประกันภัย ในระยะเริ่มต้น การดำเนินการระหว่างประกันภัยไทยวิวัฒน์ และลาววิวัฒน์ประกันภัย มีผลิตภัณฑ์ที่จะเน้นคือประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ รวมถึงประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งในระยะยาวก็จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและตรงความต้องการของลูกค้ายิ่งขึ้น ทั้ง ประกันภัยอุบัติเหตุ, ประกันสุขภาพ, ประกันภัยการเดินทาง รวมถึงประกันภัยความเสี่ยงทุกชนิด โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นทั้งกลุ่มนักธุรกิจทั้งบริษัทใน สปป.ลาวและบริษัทจากประเทศไทยที่เข้ามาลงทุนใน สปป.ลาวที่ต้องการความคุ้มครองในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้คาดหวังว่าการขยายธุรกิจประกันภัยสู่ตลาด สปป.ลาว ในครั้งนี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการประกันภัย ของประชาชนใน สปป.ลาวทั้งเรื่องของการบริการ และความคุ้มค่าได้อย่างทั่วถึง และหวังว่าลาววิวัฒน์ประกันภัยจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันตลาดประกันภัยของ สปป.ลาวให้สามารถพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

Go To Lead


TQM 'ขยาย'ช่องทางประกันวินาศภัย
นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการ TQM เปิดเผยว่า ที เจ เอ็น เป็นบริษัทนาย หน้าประกันภัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ในกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์และ กลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์ ซึ่งรวมถึงซุปเปอร์คาร์ โดยปัจจุบันมีฐานดีลเลอร์อยู่ 5 แห่ง มียอด ขายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ราว 30 ล้านบาทในปี 61 ขณะที่ปัจจุบัน TQM ให้บริการกับ ลูกค้ากลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่การเข้าซื้อกิจการที เจ เอ็น จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น และจะสามารถพัฒนาและต่อยอดการขายให้กับลูกค้าจากที เจ เอ็นด้วย
นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM กล่าวว่า บริษัทวางกลยุทธ์ หลัก 5 ด้าน เพื่อผลักดันยอดขายของที เจ เอ็น ให้เติบโตได้ตามเป้าปีนี้ที่ 100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2 พันล้านบาทภายในปี 2567 กลยุทธ์ทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย การขยาย ฐานดีลเลอร์และผู้นำเข้ารถยนต์ รวมถึงตัวแทนนายหน้าอิสระ ซึ่งภายในไตรมาส 3/62 จะมีดีลเลอร์เพิ่มอีก 50 แห่ง ที่พร้อมรับบริการจาก ที เจ เอ็น และจะเพิ่มเป็น 100 แห่ง ภายในปี 62 รวมถึงมีแผนเพิ่มจำนวนนายหน้าอิสระที่มีอยู่ในธุรกิจอยู่แล้วกว่า 2 แสน ราย โดยตั้งเป้าสร้างตัวแทนนายหน้า 1 หมื่นรายภายในระยะเวลา 5 ปี
การยกระดับงานบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกับ TQM ,การพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ (IT) ของที เจ เอ็น ด้วยโปรแกรม TJN Anywhere โดยจะนำเทคโนโลยีเข้า มาใช้ยกระดับงานบริการให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ,การสร้างตัวแทนนายหน้ามืออาชีพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น รวม ทั้งในอนาคตมีแผนจะพัฒนาสินค้า Extended Warranty ที่จะขยายระยะเวลาการ รับประกันเครื่องยนต์ สำหรับรถที่ทำประกันผ่าน ที เจ เอ็น
คาดว่ายอดขายเบี้ยประกันภัยของ TQM ในปีนี้น่าจะเติบโตเกินเป้าหมาย 1.27 หมื่น ล้านบาท จากครึ่งปีแรกมียอดรวมกว่า 6 พันล้านบาทแล้ว ขณะเดียวกันจะรับรู้ยอดขาย เบี้ยประกันภัยและรายได้จากการเข้าซื้อกิจการ ที เจ เอ็น เข้ามาทันที ตั้งแต่ไตรมาส 3/62 โดย ที เจ เอ็น มีรายได้ประมาณ 5 ล้านบาท และกำไรสุทธิราว 1 ล้านบาทในปี 61 อีก ทั้งยังอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการในธุรกิจที่เอื้อกับประกันภัยต่อเนื่อง คาดเห็นความ ชัดเจนในไตรมาส 3/62 รวมถึงมองโอกาสรุกธุรกิจประกันภัยบ้านเพิ่มเติมอีก โดยอยู่ ระหว่างมองหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน คาดเห็นความชัดเจนในปีนี้ บริษัทมีแผนเพิ่ม สภาพคล่องในตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้ามาถือหุ้นในบริษัท หลังจากเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเตรียมเสนอเข้าที่ ประชุมคณะกรรมการบริษัทภายในปีนี้

Go To Lead


ดี มันนี่-แอกซ่าประกันภัย'ชู'ประกันภัยอุบัติเหตุฟรี
นายโคลด เซนย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดี มันนี่เป็นผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศที่คอยบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ด้วยบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวต่างประเทศที่พำนักหรือทำงานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ส่งเงินกลับบ้านในทุกเดือน และยังต้องแบกรับภาระในการเป็นผู้ดูแลสวัสดิภาพของสมาชิกครอบครัวที่อยู่ทางบ้านเกิด แต่ทว่าพวกเขาเองหลายๆ คนกลับไม่ได้รับความคุ้มครองจากที่ทำงานในกรณีที่อุบัติเหตุที่แบบไม่ทันคาดคิด เช่น อุบัติเหตุจากการทำงานหรืออุบัติเหตุจากการเดินทาง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้หรือชีวิตคความเป็นอยู่ต่อครอบครัวเขา จากการศึกษาวิเคราะห์ในกลุ่มลูกค้าทำให้ดี มันนี่ได้ร่วมมือกับบมจ. แอกซ่าประกันภัย ในการนำเสนอสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากประกันภัยอุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองวงเงินตั้งแต่ 25,000 - 50,000 บาท และสามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้ได้ง่ายเพียงลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและทำธุรกรรมทุกเดือน เพื่อรับความคุ้มครองประกันภัย อุบัติเหตุในแต่ละเดือน โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
“การดำเนินการตามหลักพันธกิจของเราในฐานะบริษัทประกันภัยคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ใหม่และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ รวมถึงแนวทางการนำเสนอ และการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับดี มันนี่ ทำให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่มีความคุ้มครองจากการประกันภัย ทั้งนี้เพื่อให้การประกันภัยเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตพวกเขาให้ดีขึ้น” นายโคลด กล่าว
รัศเมฆ ศรีเศรษฐี กรรมการผู้จัดการ ดี มันนี่ กล่าวว่า จำนวนประชากรชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นกลุ่มประชากรที่มักเข้าไม่ถึงบริการด้านการเงิน การธนาคาร การโอนเงินและการประกันภัย ดังนั้น ดี มันนี่จึงมุ่งหวังให้ลูกค้าสามารถเข้าการบริการด้านการโอนเงินที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังสามารถเข้าถึงการคุ้มครองผ่านการทำประกันภัยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบมจ. แอกซ่าเพื่อมอบความคุ้มครองให้แก่ลูกค้าของเรา ซึ่งจะช่วยทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลูกค้าที่ลงทะเบียนและโอนเงินในทุก ๆ เดือนกับดี มันนี่จะได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากการประกันภัยอุบัติเหตุเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยความคุ้มครองจะครอบคลุมการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ รวมถึงอุบัติเหตุจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 50,000 บาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ท่านควรศึกษาและทำความเข้าใจในรายละเอียดและข้อยกเว้นจากกรมธรรม์ประกันภัยฉบับเต็มเพิ่มเติม

Go To Lead


คปภ. 'หนุน' InsurTech 2019
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของธุรกิจประกันภัยในยุคดิจิทัลมีความละเอียดและซับซ้อน จึงต้องหาวิธีการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านการประกันภัยด้วยการบริหารจัดการที่ดีและที่สำคัญต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยเห็นได้จากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 มีการจัดตั้ง Center of InsurTech, Thailand (CIT) เพื่อให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลกลางแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีประกันภัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Start-Up ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดในการนำธุรกิจประกันภัยเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยี และการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวถือเป็นกลไกที่สำคัญในการทำให้เกิดนวัตกรรมประกันภัยใหม่ๆ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ที่ดีและอยู่ใจกลางภูมิภาคมีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม และสามารถเชื่อมต่อไปยัง กลุ่มประเทศข้างเคียง อันมีฐานประชากรรวมกันกว่า 230 ล้านคน ได้โดยสะดวก รวมถึงมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมระหว่างกัน ดังนั้นบทบาทของศูนย์ CIT ในอนาคตจึงจะไม่สามารถ จำกัดอยู่ในบริบทภายในประเทศเท่านั้น โดยสำนักงาน คปภ. มีแผนที่จะยกระดับศูนย์ CIT ให้เป็นหน่วยงานสำคัญที่จะขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านการประกันภัยให้กับประเทศในกลุ่ม CLMV+T เพื่อจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น InsurTech Startup Hub เชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคธุรกิจ Startup และ Tech firms ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อ สร้าง ecosystem ให้บริษัทประกันภัย และ InsurTech ทั้งหลายได้มีเครื่องมือ และโอกาสในการทำงานต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการบริการใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม อาทิ การ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีประกันภัยระดับชาติ (National InsurTech Infrastructure) เพื่อรองรับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (AI & Big Data) การบริการผ่านช่องทางใหม่ (New Channel) และการแบ่งปันและทำงานร่วมกัน (Open API & Collaboration) รวมทั้งการจัดตั้ง One stop service เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำให้ แก่บริษัทประกันภัย และ Startup ในทุกมิติ รวมถึงเป็น mentor ทั้งก่อนและหลังการเข้าทดสอบ Sandbox รวมถึงเป็นผู้ช่วยในการจับคู่ธุรกิจ (Business matching) สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างทบทวนกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ และ Startup ต่างๆ สามารถขับเคลื่อนพัฒนานวัต กรรมได้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในวงจรการสร้างสรรค์นวัตกรรม ประกอบไปด้วยความต้องการที่จะทดสอบไอเดียใหม่ จนกระทั่งสามารถนำออกสู่ตลาด วัด ผลตอบรับ และนำมาปรับปรุงสินค้าและบริการ สำนักงาน คปภ. จึงได้ริเริ่มการเตรียมความพร้อมให้หน่วยงานภายในสามารถกำกับดูแลกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่เข้มข้น หรือย่อหย่อนจนเกินไป เพื่อเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถรับเอาเทคโนโลยี นวัตกรรม และความรู้ใหม่ๆ จากทั่วโลกเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโมเมนตัมใน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีภารกิจที่สำคัญ คือ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาธุรกิจประกันภัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นั่นคือ ระบบฐานข้อมูลกลาง ด้านการประกันภัย (IBS) รวมถึงขยายขอบเขต Insurance Regulatory Sandbox เปิดโอกาสให้ Startup หรือ Techfirm ทำงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เล่นให้ มากขึ้น และจะสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยมี Sandbox ของตนเอง หรือเรียกว่า Own Sandbox รวมไปถึงการพัฒนาระบบ OIC Gateway ที่เป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงข้อมูลของ อุตสาหกรรมประกันภัย ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงาน คปภ. บริษัทประกัน และประชาชน ผ่าน Open API เพื่อให้การเชื่อมโยงและบริการข้อมูลมีความสะดวกและปลอดภัย ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมประกันภัยใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้ด้วยความรวดเร็ว พัฒนาระบบสารสนเทศสนับสนุนงานด้านคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย (Insured Right Protection Management System) จัดทำมาตรฐานกลางสำหรับการเขียนโปรแกรมผ่าน Web Service / Web Application / Mobile Application และพัฒนา Software จัดทำระบบตลาดกลาง สำหรับการขายกรมธรรม์ ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Insurance Market) รวมทั้งพัฒนาระบบการขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (I-SERFF) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรตลอดเวลา รวมไปถึงการยกระดับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมา ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และบริการประชาชน มีการจัดอบรมสัมมนารวมรวบพลังความคิดและการวิเคราะห์ในมิติต่างๆ ในด้านการประกันภัย ด้านเทคโนโลยี หรือ InsurTech อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้นำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการประกันภัย ในเชิงรุก และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อ เป็นการต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประกันภัยอย่างยั่งยืน

Go To Lead


เจนเนอราลี่ 'บุก'ตลาดยูนิตลิงค์
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสร้างทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงนอกจาก เงินฝาก “เจนเนอราลี่” จึงได้ร่วมกับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Link) รูปแบบใหม่ “เคเคเจน เวลท์ อินเวสท์ ลิงค์” แบบชำระ เบี้ยประกันภัยครั้งเดียว (KKGEN Wealth Invest Link (SP)) และ “เคเคเจน เวลท์ โพรเทค ลิงค์” แบบชำระเบี้ยประกันภัย 3 ปี (KKGEN Wealth Protect Link (3P)) เหมาะสำหรับ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการอิสระในการวางแผนการลงทุนและรับผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมกับรับความคุ้มครองชีวิต โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ เป็นอย่างดี ทั้งด้านผลตอบแทนการลงทุนและด้านความคุ้มครอง อีกทั้งมีกลยุทธ์ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นั่นคือ เคเคเจน เวลท์ อินเวสท์ ลิงค์ แบบชำระเบี้ย ประกันภัยครั้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นผลตอบแทนสูง โดยมีความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 150% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระครั้งเดียว (ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เอาประกันภัย ณ ปี กรมธรรม์ที่เสียชีวิต) ส่วน เคเคเจน เวลท์ โพรเทค ลิงค์ แบบชำระเบี้ยประกันภัย 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นความคุ้มครองควบคู่การลงทุน และต้องการแบ่งชำระเบี้ยประกันภัยเป็น รายงวด มีความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 5 เท่า ของเบี้ยประกันภัยหลักรายปี (ขึ้นอยู่กับอายุของผู้เอาประกันภัย ณ ปีกรมธรรม์ที่เสียชีวิต) นอกจากนี้จุดเด่นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจ และแข่งขันกับตลาดได้นั่นคือ ความยืดหยุ่นในการจัดสรรเงินลงทุนในระดับสูง ทำให้ลูกค้ามีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
“การเปิดตัวประกันชีวิตแบบประกันยูนิตลิงค์นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของไลน์ยูนิตลิงค์ที่ขายผ่านธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับ การลงทุน และมีความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ รองรับสภาวะตลาดที่หลากหลาย ขณะเดียวกันด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เองที่พัฒนามาเพื่อ ลูกค้าของธนาคารฯ โดยเฉพาะ น่าจะทำให้ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการวางแผนการเงินให้มั่งคั่งควบคู่กับรับความคุ้มครองชีวิตได้เป็นอย่างดี” นายบัณฑิต กล่าว
ด้านนายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ Unit link ทั้งสองแบบนี้มีโอกาสเติบ โตสูง เนื่องจากตอบโจทย์ลูกค้าของธนาคารฯ ที่สนใจการลงทุนอย่างมืออาชีพ เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ เคเคเจน เวลท์ อินเวสท์ ลิงค์ แบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวและ เคเคเจน เวลท์ โพรเทค ลิงค์ แบบชำระเบี้ยประกันภัย 3 ปี จะสามารถเติบโตได้ดีเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลูกค้าของธนาคารฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีเงินฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ตลอดจนลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูงและมีความสนใจในการลงทุนอยู่แล้ว โดยผลิตภัณฑ์นี้ จะทำหน้าที่ทั้งสร้างและปกป้องความมั่งคั่ง อีกทั้งช่วยกระจายการลงทุนเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้ โดยลูกค้าสามารถเลือกลงทุนในหลากหลายกองทุนจากบลจ.ชั้นนำที่ คัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่ากองทุนรวมในประเทศหรือต่างประเทศ ตามระดับความเสี่ยงที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มหรือลดการลงทุนในเวลาที่เหมาะสมได้ https://bit.ly/2XqE4EH

Go To Lead


ไทยประกันชีวิต 'ตั้งเป้า'เบี้ยประกันรับปีแรก 19,000 ล้าน
นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Life Operation Officer บมจ.ไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าจะยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ และผลกระทบจากเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว โดยเฉพาะผู้มีรายได้ประจำหรือกลุ่มเกษตรกร อย่างไรก็ตามคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตในปี 2562 มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับรวมประมาณ 5% เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทในปี 2562 ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับปีแรกอยู่ที่ 19,000 ล้านบาท เติบโต 15% แบ่งเป็น ช่องทางตัวแทน 13,000 ล้านบาท และช่องทาง Non-Agent 6,000 ล้านบาท โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีเบี้ยประกันรับปีแรกอยู่ที่ 5,981 ล้านบาท เบี้ยประกันรับปีต่อไป 24,624 ล้านบาท เบี้ยประกันชำระครั้งเดียว 4,001 ล้านบาท และเบี้ยประกันรับรวม 34,606 ล้านบาท เติบโต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
"ครึ่งปีหลัง บริษัทจะมุ่งขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก คือ กลุ่มระดับบน หรือ High Net Worth และการพัฒนาแบบประกันใหม่ ตามแนวคิดทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าอย่างครบรอบด้าน อาทิ แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง แบบประกันเพื่อการวางแผนมรดก เป็นต้น รวมถึงการรีครูทตัวแทนใหม่ ทั้งในรูปแบบการรีครูทผ่านกิจกรรมต่างๆ และ Online Recruitment โดยสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เผยแพร่ผ่านสื่อ Online ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม รวมถึงจัดทำสปอตวิทยุ และ Banner Ad"นายสวัสดิ์ กล่าว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com