Insurance
Go to  i click
Hot News: ประกัน 'บุก'ตลาดท่องเที่ยว
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ประกัน 'บุก'ตลาดท่องเที่ยว
เที่ยวไทยกันเถอะ! “เมืองไทยประกันภัย” ต่อยอดแคมเปญ เชื่อแป้ง 2 ออกประกันรถยนต์ 2+ 3+ CARE และ TA ปันสุข ประกันเดินทางที่มาพร้อมค่ารักษาพยาบาลจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ททท.เปิดตัวกิจกรรมการแข่งขัน “Amazing ไทยเท่ Competition 2020”
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)หรือ MTI เปิดเผยว่า หลังจากที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ที่ประตูแห่งการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แป้งคิดว่าคงมีหลายคนที่วางแผนขับรถพาครอบครัว รวมถึงยกแก๊งเพื่อนไปเที่ยวจังหวัดต่างๆ เมืองไทยประกันภัยจึงออกแบบประกันตัวใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนได้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความมั่นใจ และมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ใครเดินทางไปที่ไหนบ้าง ส่งภาพความสุขมาแชร์กับพวกเราที่เมืองไทยประกันภัย
เตรียมให้พร้อมก่อนสตาร์ต! เพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศหลังจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 “เมืองไทยประกันภัย” ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เพื่อให้คุณอุ่นใจในการใช้รถ และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย
ประกันรถยนต์ 2+ 3+ CARE ประกันภัยที่เข้าใจคนใช้รถมากกว่าใคร มาพร้อมบริการอัดแน่น ตั้งแต่รถใช้ระหว่างรอซ่อม บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน เงินชดเชยปลอบขวัญกรณีรถชน (สูงสุด 3 ครั้ง/ปี) ความคุ้มครองเมื่อถูกขโมยทรัพย์สินภายในรถยนต์ (สูงสุด 10,000 บาท/ปี) และแถมยังคุ้มครองอายุรถถึง 20 ปี
ประกันเดินทาง TA ปันสุข (ภายในประเทศ) มีให้เลือก 2 แบบ คือ แผนการเดินทางรายเดี่ยว และแผนการเดินทางแบบกลุ่ม มาพร้อมเบี้ยสุดคุ้ม จ่ายหลักสิบ รับความคุ้มครองหลักแสน! รับเงินชดเชยเมื่อถูกยกเลิกการเดินทางสูงสุด 15,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ พิเศษ! ค่ารักษาพยาบาลจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2563) เพื่อให้คุณเที่ยวสนุกแบบไม่มีอะไรขวางกั้น call center 1484 และร่วมสัมผัสประสบการณ์ “#เชื่อแป้ง #เชื่อเมืองไทยประกันภัย” ได้แล้ววันนี้ที่ www.muangthaiinsurance.com , เฟสบุ๊ค: เมืองไทยประกันภัย Muang Thai Insurance – MTI , อินสตาแกรม: @muangthai.insurance , LINE OA : @mtifriend (https://lin.ee/7n1HGjc)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กรีนซีซั่นหน้าฝนปีนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ทุกคนรอคอย หลังจากต้อง stay home, work from home กันมานาน ททท. จัดแคมเปญพิเศษ “We miss the rain” ชวนเที่ยวหน้าฝนกับ 60 สถานที่เที่ยวหน้าฝนที่ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นที่ที่คิดถึงและอยากไปที่สุดในหน้าฝนนี้ ตัวอย่างเช่น 1. บ้านป่าบงเปียง จ.เชียงใหม่ 2.นาขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ จ.น่าน 3.นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน จ.เชียงใหม่ 4.ไร่ชาลุงเดช จ.เชียงใหม่ และ 5.ไร่ชา 2000 จ.เชียงใหม่ ฯลฯ ททท. ร่วมกับพันธมิตรมอบข้อเสนอพิเศษให้คนไทยเที่ยวให้ฉ่ำใจตลอดหน้าฝนนี้ อาทิเช่น สายการบินไทยสมายล์ มอบโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาพิเศษ “Rainy Me & My Gang” เริ่มต้นเพียง 1,250 บาทต่อเที่ยวบิน สำหรับเส้นทาง เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนราธิวาส สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ลุ้นรับ Voucher ที่พักจากโรงแรมในเครือ Blu Monkey Phuket กว่า 60 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท พร้อมบินอุ่นใจ ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยขั้นสูง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 1– 15 กรกฎาคม 2563 เท่านั้น เดินทาง 16 กรกฎาคม 2563 – 15 กันยายน 2563 นี้
Grab มอบส่วนลดการเดินทาง 60% สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ Just Grab และ Grab Car เพียงใส่โค้ด TATRAINY, ASAP มอบส่วนลดรถเช่า 30% เพียงใส่โค้ด 60WHP, BUDGET เช่ารถในราคาพิเศษ เริ่มต้น 800 บาท เพียงใส่โค้ด TATBUD20, OASIS SPA มอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวซื้อ SPA Package ผ่านโครงการฯ ในราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 2,548 บาท จากราคาปกติ 5,900 บาท
"เมืองไทยประกันภัย มอบส่วนลดพิเศษเบี้ยประกันภัย 15% สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัย และเมื่อครบ 400 บาท ขึ้นไปรับ Gift card จาก Tesco Lotus มูลค่า 100 บาท Cigna ประกันภัย มอบสิทธิพิเศษ ประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษา 5,000 บาท/อุบัติเหตุ นาน 3 เดือน ฟรี! เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแคมเปญ We miss the rain" นายยุทธศักดิ์ กล่าว

Go To Lead


เจนเนอราลี่ เปิดตัว "เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1394
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงสานต่อพันธกิจ Life-time partner ตอกย้ำความเติบโตที่แข็งแรงและยั่งยืน ด้วยการมอบประสบการณ์บริการให้ลูกค้าพึงพอใจกับบริการใหม่ “เจนเนอราลี่แคร์ เซ็นเตอร์ 1394” พร้อมให้บริการลูกค้าเจนเนอราลี่ให้ดียิ่งขึ้น สะดวก รวดเร็ว จดจำง่าย ครบจบในเลขหมายเดียวด้วยระบบการจัดการข้อมูลลูกค้า SINGLE-VIEW OF CUSTOMER บนระบบ CRM ใหม่ สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วน แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลกรมธรรม์ ประวัติการชำระเบี้ย การเคลม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ จึงเป็นบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันที่ 1 กรกฎาคมนี้
จากช่องทางการขายที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ จำนวนลูกค้าเจนเนอราลี่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ส่งผลให้ปริมาณสายที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์เจนเนอราลี่ให้บริการลูกค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปริมาณสายตั้งแต่มกราคม 2563 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% ในแต่ละเดือน และจาก แนวทางการบริหารประสบการณ์ลูกค้าในปีนี้ เราได้ปรับศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ให้พร้อมรับบริการมากขึ้น ทั้งการเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายโทรศัพท์ และปรับปรุงระบบโทรศัพท์อัตโนมัติให้สามารถรองรับคู่สายได้มากยิ่งขึ้น เราพร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ รับฟังเสียงด้วยความเข้าใจ และให้บริการด้วยความรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกันเพื่อมอบการให้บริการลูกค้าเจนเนอราลี่อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้ายังสามารถเลือกรับบริการด้านกรมธรรม์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ กับ ตัวแทนเจนเนอราลี่ (Live Agent) หรือผ่านช่องทางที่ลูกค้าสะดวกในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นทางการโทรผ่าน Generali Care Center 1394 หรือช่องทางดิจิทัลต่างๆ อาทิ แอปพลิเคชัน Generali 365 แชทบอท (Chatbot) ที่ให้บริการแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องทาง Line: GeneraliThailand และ Facebook: Generali Thailand ได้ด้วยเช่นกัน "เจนเนอราลี่ แคร์ เซ็นเตอร์ 1394" พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคมนี้ เป็นต้นไป โดยเวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.30-17.00 น.

Go To Lead


ไทยประกันชีวิต ต่อยอดแนวคิดEco-Health System
นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากแนวคิดการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง และการสร้างความสุขด้วยการเติมเต็มคุณค่าชีวิตให้กับลูกค้าและคนไทยไทยประกันชีวิตจึงวางแนวทางการสร้าง Eco-Health System เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีอย่างครบวงจร
ในปี 2563ไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ไทยดอทรัน จำกัดจัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบVirtual Run เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดยจัดเป็นซีรีย์พิเศษ “Run To The World 2020”กิจกรรมวิ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงานวิ่งมาราธอนระดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสนามแข่งขันในต่างประเทศ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัย (PhysicalDistancing) เป็นพิเศษ ซึ่งผู้สมัครวิ่งสามารถกำหนดเป้าหมาย สถานที่ และเวลาวิ่งได้เองตามความต้องการและความสะดวก
โดยกิจกรรมRun To The World 2020มีการออกแบบเสื้อวิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของมาราธอนระดับโลกให้เลือกถึง 12 แบบ จาก 6 เมืองใหญ่ ได้แก่ Tokyo, Boston, London, Berlin, Chicago และ New York ผู้สมัครสามารถเลือกวิ่งได้ทั้งแบบที่กำหนดระยะทางเป้าหมายเองหรือแบบสัญญาว่าจะวิ่ง ในระยะทาง10 กิโลเมตรและเมื่อภารกิจการวิ่งสำเร็จ สามารถแชร์ผลการวิ่งที่แสดงผ่าน Application ที่เชื่อมต่อกับนาฬิกาหรือสมาร์ทโฟนไปยังhttps://vr.thai.run/world2020 เพื่อยืนยันผลการวิ่ง โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://race.thai.run/world2020หรือเพจ ThaiRunฮับความสุขนักวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2563
กิจกรรม Virtual Run ดังกล่าว นอกจากผู้สมัครจะได้วิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว รายได้ส่วนหนึ่งจากการสมัครจะนำไปสมทบทุนโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก”ที่ไทยประกันชีวิตร่วมกับมูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ และโรงพยาบาลสมิติเวช ระดมทุนผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจที่ยากไร้ให้ได้รับโอกาสในการรักษา ซึ่งกิจกรรม Virtual Run 2019 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถนำรายได้สมทบทุนโครงการฯ เป็นจำนวนเงิน500,000 บาท
“สำหรับผู้สมัครวิ่งในกิจกรรมVirtual Run: Run To The World 2020ในปีนี้ นอกจากจะมีเสื้อวิ่งหลากหลายสไตล์ให้เลือกแล้ว ยังสามารถเลือกวิ่งแบบกำหนดระยะทางเป้าหมายหรือวิ่งตามระยะที่สัญญาไว้ โดยสามารถวิ่งที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือวิ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพในเชิงป้องกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง เสมือนเป็นภูมิคุ้มกันจากโรคร้ายแรงหรือโรคระบาดแล้ว ยังช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและผ่อนคลายและทุกคนที่สมัครวิ่งยังได้รับความสุขใจในฐานะ “ผู้ให้” ที่มีส่วนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมอีกด้วย” นางดวงเดือน กล่าว

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทร เปิดตัวแคมเปญ “ปล้น”
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต เปิดเผยว่า พร้อมเดินหน้าดูแลสุขภาพลูกค้าแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “OCEAN LIFE Love Your Health รักเริ่มต้นที่สุขภาพคุณ” ส่งความปรารถนาดี สร้าง Mindset ใหม่ให้ทุกคนหันมารักตนเอง ถึงแม้วิกฤตโรคระบาดในปัจจุบันจะคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 แสนคน แต่ยังมีความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่า และหลายคนอาจมองข้าม นั่นคือโรคร้ายอย่างมะเร็ง และโรคสมอง มีสถิติคร่าชีวิตคนไทยและทั่วโลกสูงมากจนโรคระบาดล่าสุดยังเทียบไม่ได้ จากสถิติขององค์การอนามัยโลก WHO พบว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 9.6 ล้านคน เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับสองของโลก* ซึ่งความน่ากลัวของมะเร็งนอกจากความยากในการรักษา ก็คือค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งสร้างผลกระทบทางด้านการเงินให้กับผู้ป่วย และอาจเดือดร้อนถึงครอบครัวได้ ด้วยเหตุนี้เอง OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จึงได้ชวน “มาริโอ้ เมาเร่อ” Brand Ambassador และ “โอชิ” Brand Mascot มาเตือนคนไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับโรคร้ายอย่างมะเร็ง และโรคสมอง ในแคมเปญโฆษณาชุด “ปล้น” ภายใต้แนวคิด “เป็นมะเร็ง(หรือโรคสมอง)ก็เหมือนโดนปล้น” โดยมีคาแรคเตอร์ใหม่ คือนายมะเร็ง และนายโรคสมอง ที่เป็นโจรเข้ามาปล้นบ้านโดยเจ้าของบ้านไม่รู้ตัว ไม่ว่าอายุน้อยอายุมากก็มีโอกาสโดนปล้น และเมื่อเป็นแล้วสิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาลที่ต้องเสียไป ซึ่งอาจทำให้หมดตัวหมดเงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิต และอาจลุกลามสร้างผลกระทบและความเดือดร้อนไปถึงครอบครัว เหมือนถูกปล้นจากมะเร็งและโรคสมองนั่นเอง
ดังนั้น ถ้าไม่อยากโดนมะเร็งและโรคสมองปล้น OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แนะนำแบบประกัน ซีไอ ซูเปอร์ โพรเทค (CI SUPER PROTECT) ที่เน้นความคุ้มครองโรคร้ายที่คนทำงานกลัว คือ มะเร็ง และโรคสมอง ช่วยดูแลคุณให้มั่นใจได้ว่าโรคร้ายจะไม่ทำให้การใช้ชีวิต หรือการทำงานของคุณสะดุด ที่สำคัญจะช่วยปกป้องคุณไม่ให้ถูกโรคร้ายปล้นจนหมดตัว ให้ความคุ้มครองเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายรับ 100 % ของทุนประกันเท่ากันทุกโรค** หรือกรณีเสียชีวิต รับ 100% ของทุนประกัน เบี้ยประกันภัยไม่สูญเปล่า กรณีไม่เป็นโรคและอยู่จนครบสัญญารับ 100% ของทุนประกัน จ่ายเบี้ยประกันภัยคงที่ 10 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ รับความคุ้มครองจนถึงอายุ 90 ปี หากเริ่มทำตอนอายุน้อยจะยิ่งคุ้มค่าด้วยส่วนต่างเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 59%*** ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 300% ตลอดอายุสัญญา**** เบี้ยประกันใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน รับฟรี บริการ Best Doctors พร้อมแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่าน OCEAN CLUB APP สะสม OCHI COIN ได้ง่าย ๆ ยิ่งสุขภาพดียิ่งได้แต้มผ่านการเดิน นอน วิ่ง ขี่จักรยาน
พิเศษสุด!! สำหรับลูกค้า 20 ท่านแรก ที่ชำระเบี้ยประกันภัย 100,000 บาท ขึ้นไป รับฟรีนาฬิกา Garmin Instinct มูลค่า 11,500 บาท นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์และมีเบี้ยประกันภัย 30,000 บาทขึ้นไป จะได้สิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพดีมีรางวัล Healthy Reward ให้คนสุขภาพดีส่งผลตรวจสุขภาพ รับ Cashback Voucher สูงสุด 50,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก!! https://bit.ly/3gnCyZl หรือสอบถามข้อมูลได้ที่โทร 0 2207 8888 หรือติดต่อตัวแทนไทยสมุทรประกันชีวิต และสาขาทั่วประเทศ พร้อมติดตามรับชมสื่อโฆษณา แคมเปญ “ปล้น” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ และ Out of Home Media หรือติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทาง facebook fanpage : OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต และ Line : @oceanlife

Go To Lead


ประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กาฬสินธุ์
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการคปภ.) เปิดเผยว่า โครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) สำหรับการประกันภัย ข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2563 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 เห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 โดยกำหนดพื้นที่เป้า หมายสูงสุด 45.7 ล้านไร่ ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 2,910.39 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการ ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูการผลิต 2563 โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 3 ล้านไร่ วงเงินให้การสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 313.98 ล้านบาท
นายชนะพล มหาวงษ์ รองเลขาธิการด้านกฏหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (รองเลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เพื่อ พบปะเกษตรกรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นับเป็นครั้งที่ 4 ของโครงการฯ ในปีนี้ ซึ่งจัด 5 ครั้ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี ตาก กาฬสินธุ์ และ พัทลุง ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเกษตรกรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า ในปีที่ผ่านมา จังหวัดกาฬสินธุ์ มี พื้นที่ปลูกข้าวนาปี จำนวน 1,484,224 ไร่ เป็นอันดับ 14 ของประเทศ โดยมีการทำประกันภัยข้าวนาปี จำนวน 733,311 ไร่ คิดเป็น 49.41% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของอัตราการทำประกันภัยทั้งประเทศ อยู่ที่ 49.79% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีทั่วประเทศ ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 57,086,460 ไร่ ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงเลือกจังหวัดกาฬสินธุ์ ในการลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อ ให้เกษตรกรได้รับความรู้ความเข้าใจและใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วถึง
รองเลขาธิการคปภ. กล่าวด้วยว่า การประกันภัยข้าวนาปี ในปีนี้มีความพิเศษที่รูปแบบกรมธรรม์ประกันภัย มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. อัตราเบี้ยประกันภัย (ไม่รวม อากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในส่วนความคุ้มครองพื้นฐาน (ส่วนที่ 1) อยู่ที่ 97 บาทต่อไร่ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยรัฐบาลอุดหนุน 58 บาทต่อไร่ และ ธ.ก.ส. อุดหนุนอีก 39 บาทต่อไร่ ดังนั้นเกษตรกรในกลุ่มนี้ จะได้รับประกันภัยฟรี ส่วนเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่ต้องการซื้อประกันภัยเพิ่ม จะจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตามพื้นที่ความเสี่ยงภัย (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยพื้นที่ ความเสี่ยงต่ำ (พื้นที่สีเขียว) จ่ายเบี้ยประกันภัย 58 บาทต่อไร่ รัฐบาลจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเกษตรกรในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ (พื้นที่สีเขียว) ได้รับประกันภัยฟรี ส่วนพื้นที่ความเสี่ยง ปานกลาง (พื้นที่สีเหลือง) จ่ายเบี้ยประกันภัย 210 บาทต่อไร่ รัฐบาลอุดหนุน 58 บาทต่อไร่ เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกันภัยเอง 152 บาทต่อไร่ และพื้นที่ความเสี่ยงสูง (พื้นที่สีแดง) จ่ายเบี้ยประกันภัย 230 บาทต่อไร่ รัฐบาลอุดหนุน 58 บาทต่อไร่ เกษตรกรจะจ่ายเบี้ยประกันภัยเอง 172 บาทต่อไร่ โดยกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีจะให้ความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ และภัยจากช้างป่า รวม ถึงความคุ้มครองจากภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด

Go To Lead


'อาคเนย์-โออาร์' เปิด “อาคเนย์ Station” รับวิถีชีวิตใหม่
นางภฤตยา สัจจศิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักภายใต้บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคตามแบบฉบับชีวิตวิถีใหม่ (Next Normal) ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการวางแผนทางการเงินมากขึ้น พร้อมมุ่งหาที่ปรึกษาด้านการเงินที่เข้าใจความ ต้องการของลูกค้า และเข้าถึงได้ง่าย จึงเกิดเป็น “อาคเนย์ Station” ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน ที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ให้ทุกความสุขเป็นไปได้” กับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนที่ให้บริการปรึกษาทางการเงินแบบครบวงจรแก่ลูกค้า ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ใกล้บ้านคุณ “ในภาวะที่ผู้คนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งในแง่สุขภาพร่างกายและจิตใจ การใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความมั่นคงทางการเงิน อาคเนย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน ประกันและการเงิน จึงขอเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการวางแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับช่องทางบริการให้ตัวแทนประกันของบริษัทฯ ได้มี พื้นที่พบกับลูกค้า เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ อบรมให้แก่ผู้ที่สนใจแบบง่ายๆ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของบริษัทฯ ที่มุ่งส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและสร้างความสุขได้ตามความต้อง การ
นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า ตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ที่มุ่งให้ธุรกิจและ สังคมเติบโตไปด้วยกัน สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีบริการ คู่ค้า และคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่ตรงตามความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนได้รับประโยชน์ และอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดย โออาร์ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญทางการเงิน (Financial Solutions) ของอาคเนย์ ที่มีความพร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร ตลอดจนประสบการณ์กว่า 70 ปี จึงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ร่วมกันเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินด้านบริการประกันและการเงิน ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของทำเล ความสะดวกสบาย มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมายจากการเข้าใช้บริการ สำหรับ “อาคเนย์ Station” สาขาแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาเจริญราษฎร์ กรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 90 ตารางเมตร เพียบพร้อมด้วยบริการให้คำปรึกษา แนะนำ และอบรม ด้านการเงินและประกัน จากที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันและการเงินของอาคเนย์ ขณะเดียวกัน ยังเป็น One Stop Service ที่ให้บริการขาย ซื้อ เคลม จ่าย ต่ออายุกรมธรรม์ จบในที่เดียว ภายใต้มาตรฐาน บริการคุณภาพ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 -19.00น. นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการยังมีโอกาสได้รับส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายจากแอปพลิเคชั่น S Plus+ และบัตร PTT Blue Card
ปัจจุบันอาคเนย์มีบริการขายหลากหลายช่องทาง โดยตัวแทนยังเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ผ่านการขยายธุรกิจในรูปแบบสำนักงานตัวแทนทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มช่องทางการขายผ่านแพ ลตฟอร์ม “อาคเนย์ออนไลน์” อำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันที่ใช่ ใช้งานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว พร้อมรับความคุ้มครองทันที ทั้งประกันออมทรัพย์ บำนาญ ลดหย่อนภาษี ประกันภัย อุบัติเหตุส่วนบุคคลต่างๆ ภายใต้สโลแกน “อาคเนย์ออนไลน์ ง่ายๆ แค่คลิก” หรือ สามารถนัดหมายตัวแทนผ่านระบบนัดหมายออนไลน์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนด้านการเงินทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ในการนัดหมาย เลือกตัวแทนในระบบ และเวลาที่ต้องการ เพื่อขอรับคำปรึกษาหรือเลือกซื้อประกันที่ต้องการได้ทุกที่ทั่วไทย

Go To Lead


TIC ไทยประกันภัย ลอนช์ประกันภัยไข้เลือด “เบี้ยวันละไม่ถึง 1 บาท”
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาที่มากับหน้าฝนอย่างโรคไข้เลือดออก โดยรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มิ.ย. 63) ว่าปี 2563 ในขณะนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมถึง 18,568 ราย และมียอดผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 11 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยมากที่สุดคืออายุ 5-14 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี และอายุแรกเกิด-4 ปี ตามลำดับ คนไทยควรมีหลักประกันที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาประหยัด ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ความเสี่ยงโรคไข้เลือดออกที่มาจากยุงลายจึงเพิ่มขึ้นสูงมาก เราจึงออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยไข้เลือด ออก หรือประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter ให้ครอบคลุมคุ้มค่า พร้อมจ่ายสินไหมล่วงหน้าทันทีเมื่อตรวจพบ ด้วยความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท* ในราคาเบี้ยเริ่มต้นหลักร้อยต่อปี เฉลี่ยรายวันไม่ถึง 1 บาท และไม่ว่าอาชีพไหนก็สามารถซื้อได้
นอกจากการเตรียมความพร้อมด้วยการหาตัวช่วยดูแลค่ารักษาจากโรคไข้เลือดออกอย่าง ประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter จาก TIC ไทยประกันภัยแล้ว การหลีกเลี่ยงโรคไข้เลือดออกที่ควรป้องกันคือการหมั่นดูแล ความสะอาดรอบบ้าน โดยเริ่มง่าย ๆ ที่การจัดบ้านให้โปร่งโล่ง เปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่มีน้ำขังทุก 7 วัน ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ และคอยกำจัดลูกน้ำไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนําโรคไข้เลือด ออก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมประกันภัยไข้เลือดออก หรือ ประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของทาง TIC ไทยประกันภัย ได้ที่เว็บไซต์พี่ช้างออนไลน์ สามารถติดตามข่าวสาร TIC ไทยประกันภัย ได้ที่ Facebook พี่ช้างไทยประกันภัย , LINE (ติดต่อซื้อประกันภัย) @Pchang, Call Center โทร. 02-613-0123 (ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง), แจ้งอุบัติเหตุสายด่วน โทร. 1309

Go To Lead


'อลิอันซ์ อยุธยา-บัตรเครดิต KTC' มอบความสุขด้วยเครดิตเงินคืนให้ลูกค้า
อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย ร่วมมือกับบัตรเครดิต KTCมอบความสุขพร้อมรับความคุ้มครองให้ลูกค้าคนสำคัญ เมื่อชำระเบี้ยกันชีวิต หรือเบี้ยประกันภัยทุกประเภท ทั้งเบี้ย ปีแรก และปีต่ออายุ (ยกเว้นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิต ลิงค์) ผ่านบัตรเครดิต KTC รับสิทธิประโยชน์ 2 ชั้น ชั้นที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท สูงสุด 1,000 บาท ต่อเดือน ตลอดรายการ ชั้นที่ 2 แลก คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนได้ถึง 13% ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 63 เท่านั้น
ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด ผู้ให้บริการ บัตรเครดิต KTC กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/FBktc

Go To Lead


--> [ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com