BKIH กำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้าน BKI 'โกย'รายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้าน
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร
บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท
กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI
เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.)
มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท
สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ
จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท
และในงวดสุดท้ายของปี 2568
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท
รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท
โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4
ของกำไรสุทธิต่อหุ้น
ส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.)
มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท
และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับ
ประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย
กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็ง
แกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3
และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม
โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท
และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง
Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง
จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard &
Poors (S&P)
สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569
สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5
ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า
โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่า
จะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0
จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7
(ข้อมูลจาก สศช.)
เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่
วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง
ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ
สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน
รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย
นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น
แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์
และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประ
กันภัยทรัพย์สินมากขึ้น
ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน
แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง
แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเ
ดียวกับตลาดโลกโดยรวม
ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ
โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้
ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์
(Medical Inflation)
เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่
องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย
และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่าง
สหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย
เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโ
ซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง
ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม
จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแน
วโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค
เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัว
เรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้
ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่
อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์
ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้
จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0
ของรัฐบาล
ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวล
งจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระ
ทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง
หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา
เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระท
บจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น
และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่
วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk)
จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก
รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ
อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน
มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือคว
ามรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม
หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน
เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
อาจต้องหยุดชะงัก
และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ
Year of Fast and Flexible Mindset
ปีแห่งการตอบสนองความต้องการของลูกค้า คู่ค้า
และกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
จากที่บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง
ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่นผ่านการพัฒนาผลิตภั
ณฑ์ที่หลากหลายสอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่
พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569
กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4%
โดยบริษัทฯ
มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่
ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast
and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว
และยืดหยุ่นมากขึ้น
เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม
และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า
ทั้งด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม
พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า
ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีแ
ละนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้
เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน
ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยในการ
รับประกันภัยและความสมเหตุสมผลทางธุรกิจ
เพื่อรักษาระดับผลกำไรจากการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไ
ด้อย่างทันท่วงที โดยบริษัทฯ
ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมและจรรยาบรรณ
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย
ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ บริการ
และกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน
ต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
Go To Lead
|