Insurance
Go to  i click
Hot News: เทเวศประกันภัย ชู “EV Plus” ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เทเวศประกันภัย ชู “EV Plus”
ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า
นางเอมอร จิรเสาวภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการเดินทาง เทเวศประกันภัยจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดย EV Plus ได้รับการออกแบบให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของตนเอง EV Plus ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ โดยแผนประกันภัย EV 2+, EV 3+, EV 2++ และ EV 3++ ให้ความคุ้มครองกรณีความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบก ตามขอบเขต เงื่อนไข และทุนประกันภัยที่กำหนดในแต่ละแผน เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้อย่างมั่นใจ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มเสนอขายตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าแบบคุ้มครองเฉพาะภัย EV Plus ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของเทเวศประกันภัยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เทเวศประกันภัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสม พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและประโยชน์ของการประกันภัยอย่างชัดเจน EV Plus จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของบริษัทเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า EV Plus สามารถสอบถามรายละเอียดได้ผ่านทุกช่องทางการให้บริการของเทเวศประกันภัย ทั้ง Call Center โทร. 1291 โบรกเกอร์ประกันภัย ตัวแทนประกันภัย ตลอดจนสาขาและจุดบริการของบริษัทฯ ทั่วประเทศ

Go To Lead


“ทิพยประกันภัย” ชวนลูกค้าเปิดโลกความสุขใหม่ กับ TIPSOL สิทธิพิเศษดี ๆ ที่อยากให้คุณได้ใช้ 7 ก.ย. นี้
0
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวแนวคิดและมิติใหม่ในการดูแลลูกค้า พร้อมเผยโฉม “TIPSOL” จักรวาลแห่งความสุขที่รวบรวมสิทธิพิเศษและเรื่องราวดี ๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าทิพยประกันภัยได้เลือกใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
ครั้งนี้ ทิพยประกันภัยตั้งใจขยับจากการดูแลลูกค้าเฉพาะในวันที่ต้องการความคุ้มครอง สู่การส่งมอบความใส่ใจในทุก ๆ วัน ผ่านสิทธิพิเศษและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เที่ยว ช้อป สุขภาพ หรือไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งความคุ้มค่าและความสุขจากการเป็นลูกค้าทิพยประกันภัย
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตา คือ การเปิดตัวผู้บริหารสายงานความสุข ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์และส่งต่อประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า สะท้อนความตั้งใจของทิพยประกันภัยที่อยากให้คำว่า “ดูแล” ไม่ได้หมายถึงเพียงเรื่องความคุ้มครอง แต่รวมถึงการดูแลความสุขและสิทธิประโยชน์ในทุกช่วงเวลาของชีวิต TIPSOL จะมีอะไรให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกและใช้สิทธิพิเศษกันบ้าง? พร้อมทำความรู้จักกับผู้บริหารสายงานความสุขคนแรกของทิพยประกันภัยได้ในวันที่ 7 กันยายน 2569 นี้

Go To Lead


-->
“TVI GUARANTEE” ยกระดับมาตรฐานงานซ่อม
นางสาวภาณินี เทพนรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินไหม บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ลูกค้าไม่ได้วัดคุณภาพของบริษัทประกันจากวันที่ซื้อกรมธรรม์ แต่จะประเมินจากวันที่ต้องใช้บริการจริง เราจึงให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนหลังการเคลม ตั้งแต่การคัดเลือกอู่ การตรวจสอบอะไหล่ ไปจนถึงการส่งมอบรถคืนลูกค้า เพราะเราเชื่อว่าความไว้วางใจเกิดจากประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจริง มั่นใจกับอู่คุณภาพบนมาตรฐาน Thaivivat Guarantee ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เล็งเห็นว่าอู่ซ่อมถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันภัย จึงพัฒนาเครือข่ายอู่มาตรฐาน “Thaivivat Guarantee” เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า โดยอู่ที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการประเมินศักยภาพในการซ่อมรถยนต์หลากหลายรุ่น รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถที่ได้รับความเสียหายหนักจากอุทกภัยหรือเหตุไม่คาดฝันอื่น ๆ ตลอดจนมาตรฐานการเสนอราคา การบริหารระยะเวลาการซ่อม และการดำเนินงานตามข้อตกลงด้านการให้บริการ (SLA) โดยอู่ที่ผ่านเกณฑ์ของบริษัทฯ จะได้รับป้ายรับรอง “Thaivivat Guarantee” สำหรับการขยายเครือข่ายในระยะแรก ประกันภัยไทยวิวัฒน์กำลังดำเนินการคัดเลือกอู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และเตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทยต่อไป
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของอะไหล่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของงานซ่อม จึงจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอะไหล่ (TVI Quality Control Center -QCC) บนพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. ภายในนิคมอุตสาหกรรม Rangsit Fortune Estate (RPE II) เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอะไหล่ทุกชิ้นอย่างเข้มงวดก่อนจัดส่งแก่อู่ในเครือ ครอบคลุมทั้งอะไหล่แท้ อะไหล่เทียบเคียง (Aftermarket) และอะไหล่ OEM ตามข้อกำหนดของไทยวิวัฒน์ อาทิ ชิ้นส่วนตัวถัง (Body Parts): ตรวจสอบทางกายภาพ จุดยึด และงานสี ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยเสียหาย ระบบไฟส่องสว่าง: ตรวจสอบสภาพและประสิทธิภาพการใช้งานของดวงไฟทุกดวง อะไหล่เทียบเคียงและ OEM: คัดสรรเฉพาะแบรนด์ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลทุกชิ้น ส่วนหลักที่ต้องใช้ในการซ่อมจะถูกบันทึกภาพและเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ หากพบชิ้นส่วนใดเสียหายหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน บริษัทฯ จะดำเนินการปฏิเสธสินค้าและส่งคืนผู้จำหน่ายในทันที ก่อนที่จะถูกส่งไปยังอู่ซ่อม ปัจจุบัน TVI Quality Control Center ได้ตรวจสอบอะไหล่ไปแล้วกว่า 100,000 รายการ และสามารถคัดกรองอะไหล่ที่ไม่ผ่านมาตรฐานออกไปกว่า 4,000 รายการ สะท้อนถึงความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทางของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ อะไหล่ทุกชิ้นที่เข้าสู่กระบวนการของบริษัทจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนจัดส่งแก่อู่ซ่อม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์อย่าง SCGJWD เพื่อการรักษาคุณภาพของอะไหล่ในระหว่างจัดส่งสู่อู่ซ่อมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด
มาตรฐานใหม่ของงานซ่อม ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มั่นใจทุกการเคลม การพัฒนาเครือข่ายอู่คุณภาพและระบบตรวจสอบอะไหล่ คือสองกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงกันตลอดกระบวนการซ่อม ตั้งแต่การคัดเลือกอู่ การควบคุมคุณภาพอะไหล่ การบริหารจัดการงานซ่อม ไปจนถึงการส่งมอบรถคืนลูกค้าอย่างมีมาตรฐาน สิ่งที่ลูกค้าได้รับจึงไม่ใช่เพียงการเข้าซ่อมกับอู่ในเครือข่าย แต่คือความมั่นใจว่ารถทุกคันได้รับการดูแลจากอู่ที่ผ่านการรับรอง ใช้อะไหล่ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และดำเนินการภายใต้กระบวนการที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ประกันภัยไทยวิวัฒน์เชื่อว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าไม่ได้เกิดจากคำโฆษณา แต่เกิดจากการพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานงานซ่อมของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และส่งมอบประสบการณ์หลังการเคลมที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน เพราะสำหรับประกันภัยไทยวิวัฒน์ “การประกันภัยที่ดี ไม่ได้มีหน้าที่เพียงชดเชยค่าสินไหม แต่มีหน้าที่ดูแลให้รถของลูกค้าได้รับการซ่อมอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และพร้อมกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ” ภายใต้แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังทุกบริการของไทยวิวัฒน์ “คิดเผื่อ...เพื่อทุกชีวิต” www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ Call Center โทร. 1231

Go To Lead


วิริยะประกันภัย 'หนุน'กิจกรรม “Run For Life ครั้งที่ 25” จ.เชียงใหม่
นางลัดดา โพธิตุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 5,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางวรวรรณ จินดาศิลป์ ผู้จัดการสาขาเชียงใหม่ เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนกิจกรรม “Run For Life วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมจะนำไปจัดซื้อรถวีลแชร์ให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลที่ขาดแคลน ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมออกบูธแจกยาดมและพัดสปริง เพื่อเพิ่มความสดชื่นและช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
สำหรับ กิจกรรม “Run For Life วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ทุกก้าว...คือการดูแลชีวิต” โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน (THAI FA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของชมรมบริษัทประกันวินาศภัยเชียงใหม่ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานและภาคธุรกิจประกันวินาศภัย ตลอดจนเป็นการรวบรวมทุนเพื่อจัดกิจกรรมคืนสู่สังคมต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีแก่บุคลากร โดยหวังให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัทฯ ในการร่วมสนับสนุนกิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างสังคมที่แข็งแรงและยั่งยืนสืบต่อไป

Go To Lead


'กรุงเทพประกันภัย'มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์
ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีนางวรนุช ผิวสอาด เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายรณรงค์หาทุน สภาสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้

Go To Lead


คปภ. ออกแนวปฏิบัติสื่อสารประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล “อะไรทำได้–อะไรต้องมีใบอนุญาต”
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อดิจิทัล โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนใช้ค้นหาและรับข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัย ขณะเดียวกันมีอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากให้ความสนใจเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาประกันภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของประชาชน สำนักงาน คปภ. จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยดังกล่าว อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาพบว่าการเผยแพร่เนื้อหาบางลักษณะอาจเข้าข่ายเป็นการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันภัย ซึ่งถือเป็นการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย รวมถึงพบเนื้อหาบางส่วนที่ไม่ถูกต้อง เกินความจริง หรืออาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด สำนักงาน คปภ. จึงจัดทำแนวปฏิบัตินี้ขึ้นเพื่อสร้างความชัดเจนว่า การสื่อสารในลักษณะใดสามารถดำเนินการได้ และการกระทำในลักษณะใดจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตก่อนดำเนินการ
สำหรับการเผยแพร่เนื้อหาที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ได้แก่ การให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประกันภัย หลักการพื้นฐาน ความสำคัญ และประโยชน์ของการประกันภัย การอธิบายคำศัพท์หรือแนวคิดด้านการประกันภัย การเผยแพร่ข้อมูลสถิติ ผลการวิจัย หรือข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การอธิบายสิทธิและหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย ตลอดจนการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะและเงื่อนไขทั่วไปของผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย โดยไม่มีการตีความหรือแสดงความเห็นว่าผลิตภัณฑ์ใดดีกว่าหรือเหมาะสมกว่า รวมถึงสามารถแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตนเองเป็นผู้เอาประกันภัยได้ แต่ต้องระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวและมิได้เป็นคำแนะนำสำหรับบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม หากเป็นการชักชวน ชี้ช่อง แนะนำ จัดการ หรือกระทำเพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือวิเคราะห์ ให้คำปรึกษา หรือเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เพื่อระบุว่าผลิตภัณฑ์ ทุนประกันภัย เบี้ยประกันภัย หรือ ความคุ้มครองใดเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ โดยมุ่งหวังได้รับค่าตอบแทนที่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยหรือเบี้ยประกันภัย ถือเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยก่อนดำเนินการ
นอกจากนี้กรณีที่อินฟลูเอนเซอร์หรือบุคคลซึ่งไม่ได้รับใบอนุญาตได้รับการว่าจ้างจากบริษัทประกันภัยหรือผู้เสนอขายให้เผยแพร่โฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันภัย จะต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มดำเนินการ โดยเนื้อหา (content) ที่จะทำการเผยแพร่ต้องได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทประกันภัยหรือผู้เสนอขายก่อนทุกครั้ง และสัญญายังต้องกำหนดหน้าที่ ขอบเขตเนื้อหา รูปแบบสื่อ แพลตฟอร์ม รวมทั้งค่าตอบแทนที่ต้องไม่แปรผันตามจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยหรือเบี้ยประกันภัย หากมีการเพิ่มเติมความคิดเห็นหรือประสบการณ์ส่วนตัว หรือมีการแก้ไขเนื้อหา ต้องได้รับการอนุมัติก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง พร้อมเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเป็นโฆษณาที่ได้รับการว่าจ้างหรือได้รับการสนับสนุน ระบุชื่อผู้ว่าจ้าง และเปิดเผยสถานะการมีหรือไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัยในทุกเนื้อหาที่เผยแพร่ โดยการเปิดเผยข้อมูลต้องเห็นหรือรับทราบได้อย่างชัดเจนและเหมาะสมกับรูปแบบของสื่อ
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เผยแพร่เนื้อหาควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนเผยแพร่ นำเสนอข้อมูลอย่างเป็นธรรมและสมดุล ทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด เงื่อนไข และข้อยกเว้นที่สำคัญ พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนศึกษารายละเอียดกรมธรรม์ประกันภัยและปรึกษาผู้ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ โดยควรงดเว้นการสร้างความตื่นกลัวหรือใช้ความวิตกกังวลมากระตุ้นการซื้อ การสร้างแรงกดดันด้านเวลาอย่างไม่สมเหตุสมผล การกล่าวอ้างผลตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์เกินความจริง ตลอดจนการสร้างยอดการมีส่วนร่วมปลอม และภายหลังเผยแพร่แล้ว ผู้เผยแพร่ยังต้องติดตามความถูกต้องของเนื้อหาและส่วนแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง หากพบข้อมูลไม่ถูกต้อง ขัดต่อกฎหมาย ลิงก์หลอกลวง หรือข้อมูลที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ต้องดำเนินการแก้ไขหรือระงับการเผยแพร่โดยเร็ว นอกจากนี้ แนวปฏิบัติยังได้มีการอธิบายเกี่ยวกับกรณีการชักชวน แนะนำ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. ได้ตรวจสอบพบบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ TikTok โพสต์ข้อความและวิดีโอสาธารณะโฆษณาแนะนำให้ซื้อ แชร์ลิงก์ช่องทางสมัคร รวมถึงให้ข้อมูลขั้นตอนการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยของบริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย แนวปฏิบัติฉบับนี้จึงได้เน้นย้ำข้อห้ามดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน และอาจส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย เกิดความยุ่งยากในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และมีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงและไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและต่อธุรกิจประกันภัยในวงกว้าง
แนวปฏิบัติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้การสื่อสารเรื่องประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัลเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาด้านการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์สำนักงาน คปภ. และสามารถศึกษารายละเอียด “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com