Greennist
Hot News: ซีพีเอฟ-พันธมิตร 'หนุน'นักเรียนเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันปีที่18 // 'ดัน' เกษตรกรก้าวข้ามสู่ยุค 4.0
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

ซีพีเอฟ-พันธมิตร 'หนุน'นักเรียนเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันปีที่ 18
นายชาญชัย หีบสัมฤทิธิ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โครงการฯนี้มุ่งลดภาวะทุพโภชนาการของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องจากพนักงานของซีพีเอฟเพื่อให้มีผลผลิตไข่ไก่คุณภาพสำหรับปรุงเป็นอาหารกลางวัน ทั้งยังได้ฝึกฝนด้านการบริหารจากการทำงานจริง ตลอดจนโรงเรียนมีการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดการบูรณาการกิจกรรมสู่การเรียนการสอน ที่ผ่านมาพบว่าหลายโรงเรียนสามารถขยายผลความสำเร็จสู่กิจกรรมและโครงการอื่น อาทิ โครงการเลี้ยงปลา และปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งเป็นการผลิตอาหารกลางวันเพิ่มเติมจากฝีมือของนักเรียนเอง และผลผลิตจากโครงการยังเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนในการได้บริโภคไข่ไก่สดในราคาที่เหมาะสม ขณะที่การเลี้ยงไก่ไข่ก็ยังกลายเป็นอาชีพทางเลือกของนักเรียนและผู้ปกครอง ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางนักเรียนมีรูปแบบการดำเนินการ โดย JCC-B ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงเรียนพร้อมอุปกรณ์การเลี้ยง พันธุ์ไก่ไข่ อาหาร และยาสัตว์ในการเลี้ยงรุ่นแรก ด้านกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้เสนอรายชื่อโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ ส่วนมูลนิธิพัฒนาชนบทฯ บริหารจัดการโครงการและงบประมาณ คัดเลือกโรงเรียนที่จะดำเนินโครงการ จัดทำแผนการดำเนินงาน ติดตามและรายงานผล โดยมีซีพีเอฟ ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคนิควิชาการและการจัดการ และเข้าดูแลให้คำปรึกษาแก่อาจารย์และนักเรียนผู้ดูแลโครงการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด
นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางนักเรียน จากความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงการเพื่อเยาวชนที่น่าชื่นชม เนื่องจากมีการดำเนินการในรูปแบบที่สนับสนุนให้โรงเรียนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และทำให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีจากการได้รับประทานไข่ไก่สดคุณภาพดีที่พวกเขาช่วยกันดูแลเอง ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังมีเงินกองทุนที่สามารถนำไปบริหารจัดการโครงการฯได้อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลพบว่าโรงเรียนที่ร่วมโครงการฯที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และนำรูปแบบไปขยายในเครือข่ายของโรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม นายมิจิโนบุ ซึงาตะ ประธานคณะกรรมการหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ส่วนการศึกษาฝ่ายความช่วยเหลือสังคม กล่าวว่า การร่วมสนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนี้ เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของ JCC-B ที่ต้องการจัดทำโครงการเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ (72 พรรษา) ในปีพ.ศ. 2543 จึงเกิดเป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายขยายโครงการฯ ปีละ 5-8 โรงเรียน และสนับสนุนงบประมาณดำเนินการโรงเรียนละ 200,000-300,000 บาท ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา JCC-B สนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 23,925,000 บาท ในโรงเรียน 112 แห่ง ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย แบ่งเป็นโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 75 แห่ง ภาคเหนือ 23 แห่ง ภาคกลาง 10 แห่ง ภาคตะวันออก 2 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับนักเรียนกว่า 32,000 คน และครูกว่า 800 คน

Go To Lead


'ดัน' เกษตรกรก้าวข้ามสู่ยุค 4.0
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมรายได้เกษตรกร สะท้อนจากดัชนีรายได้เกษตรกร ในรอบ 10 เดือน ปี 2560 (ม.ค.-ต.ค. 2560) อยู่ที่ระดับ 156.50 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค. 2559) ร้อยละ 7.98 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.69 โดยสินค้าสำคัญที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ยางพารา และผลไม้ ภาพรวมรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนมาตรการภาคการเกษตรต่างๆ ตามนโยบาย ยกกระดาษ A4 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกระตุ้นความเป็นอยู่ของเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก สะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ โครงการส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่โดยใช้ รูปแบบประชารัฐ การจัดทำแผนบริหารการผลิตการตลาดข้าวครบวงจร เกษตรแบบแปลงใหญ่ และการปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามแผนที่ Agri-Map ซึ่งก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการเพาะปลูกในภาคเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของสินค้าเกษตร
แนวโน้มดัชนีรายได้เกษตรกรทั้งปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2559 เป็นผลจากผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญที่เพิ่มขึ้น อาทิ ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับประรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ นอกจากมาตรการต่างๆ ที่ได้กล่าวในเบื้องต้น แผนการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพในปีนี้ได้ส่งผลให้การเพาะปลูกทำได้มากขึ้นและยังมีน้ำต้นทุนเหลือมากพอสำหรับการทำเกษตรในฤดูแล้งปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ภาคเกษตรในปีหน้ายังคงขยายต่อเนื่อง

Go To Lead


รุกแผนปฏิบัติการเกษตรอินทรีย์ 'ขอนแก่น'
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการขับเคลื่อนเพื่อดำเนินงานโครงการเกษตรอินทรีย์ ตามนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของจังหวัดขอนแก่น ได้มีการประชุมคณะทำงานพัฒนาเกษตรอินทรีย์จังหวัด ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น มีการคัดเลือกพื้นที่บูรณาการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ ตำบลหนองแวงโสกพระ อำเภอพล และ ตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน เนื่องจากเกษตรกรมีความพร้อมที่จะทำเกษตรอินทรีย์มากที่สุด สำหรับแผนปฏิบัติการได้แบ่งเกษตรกรเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขั้น 1 คือ กลุ่มริเริ่มใหม่ กลุ่มขั้น 2 คือ กลุ่มที่พร้อมยกระดับ และกลุ่มขั้น 3 คือ กลุ่มที่ได้รับการรับรองเกษตรอินทรีย์แล้ว โดยมีกิจกรรมต่างๆ สำหรับแต่ละกลุ่มดังนี้ กลุ่มขั้น 1 กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกษตรกร จำนวน 5 กลุ่ม 1,000 ราย โดยกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ร่วมบูรณาการ กิจกรรมส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตเกษตรอินทรีย์ จำนวน 225 ราย โดยกรมการข้าว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมพัฒนาที่ดิน และ กิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้/แปลงต้นแบบเกษตรอินทรีย์ จำนวน 15 ราย พื้นที่ 75 ไร่ โดยกรมวิชาการเกษตร กลุ่มขั้น 2,3 กิจกรรมการตรวจรับรองแหล่งผลิตอินทรีย์ จำนวน 269 แปลง 900 ไร่ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด และกรมวิชาการเกษตร
กลุ่มขั้น 1,2,3 มีกิจกรรมสร้างความเข้มแข็ง ประกอบด้วย กิจกรรมสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยกรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด กิจกรรมประชาสัมพันธ์ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด กิจกรรมบริการโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และเกษตรกร และ กิจกรรมผลิตปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศสนับสนุนแปลงต้นแบบการเกษตรเครือข่าย โดยกรมวิชาการเกษตร กิจกรรมฝึกอบรมและเสริมสร้างความรู้ด้านการผลิตพืชอินทรีย์ให้แก่นักเรียน Q-School กิจกรรมก่อสร้างโรงเรือนปลูกพืชระบบน๊อคดาวส์ในโรงเรียน และ กิจกรรมจัดมหกรรมไดโน่สินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนของดีเมืองขอนแก่น โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด แนวทางการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ทางจังหวัดขอนแก่นได้กำหนดแนวทาง ดังนี้ 1) เชื่อมโยงกับห้างค้าปลีก (Modern Trade) ที่มีศูนย์กระจายสินค้าในจังหวัด 2) เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลภายในจังหวัดที่อยู่ภายใต้โครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย และ 3) เชื่อมโยงกับโครงการตลาดประชารัฐไทยช่วยไทย เช่น ตลาดประชารัฐ Green Market ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ ตลาดประชารัฐของดีจังหวัด ตลาดประชารัฐ Modern Trade ตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส. ตลาดประชารัฐต้องชม และตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อรองรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้มีตลาดที่แน่นอนและเป็นตลาดเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพมีมูลค่าสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ผลิตและผู้บริโภคดีขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จะได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดในการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com