Greennist
Hot News: สศก. 'เผย' ความมั่นคงอาหารไทย เกณฑ์ดี-มั่นคง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

กลับบ้าน...มาสร้างความมั่นคง “ศิริรัตน์ ยั่งยืน” เลี้ยงหมูด้วยหัวใจ
จากชีวิตต่างแดนในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ สู่ชีวิตเรียบง่ายในบ้านเกิดจังหวัดเชียงใหม่ “ศิริรัตน์ ยั่งยืน” วัย 39 ปี เลือกกลับมาเริ่มต้นอาชีพใหม่ ด้วยความเชื่อว่า “ความมั่นคงที่แท้จริง คือการได้อยู่กับครอบครัว และมีอาชีพที่เติบโตได้จริง”ศิริรัตน์ และสามี-ยุระนันท์ สีก่ำ ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศกว่า 5 ปี เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ก่อนตัดสินใจกลับบ้าน หลังจากพ่อ-อินทรัตน์ ยั่งยืน และน้องสาว ศิริลักษณ์ ยั่งยืน ชวนมาร่วมเลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟ ซึ่งครอบครัวทำอยู่ก่อนแล้วและเห็นผลสำเร็จชัดเจน ทั้งในแง่รายได้ที่สม่ำเสมอ และการมีผู้เชี่ยวชาญคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด ปี พ.ศ. 2564 เธอตัดสินใจลงทุนสร้างฟาร์มเลี้ยงหมูขุน 2 โรงเรือน ความจุ 1,700 ตัว โดยมีน้องสาวช่วยดูแลด้านเทคนิควิธีการในช่วงแรก ส่วนเธอรับผิดชอบด้านบริหารจัดการทั้งหมด ตั้งแต่บัญชี การให้อาหาร การดูแลฟาร์ม ไปจนถึงการวางแผนการเลี้ยงในแต่ละรุ่น
ผลการเลี้ยงในสองรุ่นแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้เธอมีกำลังใจขยายกิจการเพิ่มเติม ด้วยการซื้อฟาร์มข้างเคียงเพิ่มอีก 850 ตัว และอยู่ระหว่างพัฒนาฟาร์มเข้าสู่ระบบ Smart Farm เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในระยะยาว
“มีคำหนึ่งที่น้องพูดแล้วเราจำมาถึงวันนี้ คือ ‘ซีพีเอฟเขาไม่ปล่อยให้เกษตรกรลำบาก’ เราเห็นจากการทำงานจริง ไม่ใช่แค่คำพูด เพราะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอด ตั้งแต่การเลี้ยง เทคโนโลยี ไปจนถึงการบริหารต้นทุน ทำให้ผลผลิตดี น้ำหนักจับออกดี ผลตอบแทนก็ดีขึ้นตามไปด้วย” ศิริรัตน์เล่า
ศิริรัตน์อธิบายว่า สำหรับเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับเกษตรกร ไม่ใช่แค่สัญญาทางธุรกิจ แต่คือการเป็น “เกษตรกรคู่ชีวิตทางอาชีพ” ที่เลือกเดินไปด้วยกันในระยะยาว บนความสมัครใจและความไว้วางใจ บริษัทไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพัง เพราะมีระบบ ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดคอยสนับสนุน เมื่อเกษตรกรอยู่ได้อย่างมั่นคง ห่วงโซ่อาหารก็แข็งแรงไปด้วยกัน เธอเชื่อมั่นในแนวคิด “Win-Win” ระหว่างบริษัทกับเกษตรกร เพราะรูปแบบความร่วมมือที่ยั่งยืน คือการเติบโตไปด้วยกันของทั้งสองฝ่าย
“อาชีพนี้ทำให้เราได้อยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว มีเวลา มีรายได้ที่สม่ำเสมอ และรู้ว่ามีคนเดินเคียงข้าง ภูมิใจที่ได้ทำอาชีพที่มั่นคง ดูแลครอบครัวได้ และสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไปได้” ศิริรัตน์กล่าวด้วยรอยยิ้ม ทุกวันนี้ “ศิริรัตน์ฟาร์ม” จึงไม่ใช่แค่ฟาร์มหมู แต่เป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่เลือกกลับมาสร้างรากฐานชีวิตบนบ้านเกิด และพิสูจน์ว่า… ความมั่นคง ไม่ได้อยู่ไกล แต่อยู่ตรงที่เรากล้ากลับมาเริ่มต้น

Go To Lead


สศก. 'เผย' ความมั่นคงอาหารไทย เกณฑ์ดี-มั่นคง
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงอาหารของประเทศไทยในปี 2568 ว่ายังคงอยู่ในเกณฑ์ดีและมีความมั่นคง โดยผลการวิเคราะห์ยืนยันว่าทุกจังหวัดทั่วประเทศมีปริมาณสารอาหารที่จำเป็นเพียงพอต่อการบริโภค ซึ่งในคราวการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงอาหารตลอดห่วงโซ่ ครั้งที่ 1/2569 มีนายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นประธานการประชุม ทาง สศก. ได้วิเคราะห์ข้อมูลจาก ปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด โดยครอบคลุมสินค้าเกษตร 3 กลุ่มหลัก รวม 706 ชนิด แบ่งเป็นกลุ่มพืช 516 ชนิด ปศุสัตว์ 24 ชนิด และประมง 166 ชนิด โดยครอบคลุมทั้งสินค้าอัตลักษณ์และสินค้า GI ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยจำนวนเกษตรกร เนื้อที่เพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ปริมาณผลผลิตรายปีและรายเดือน รวมถึงการกระจายผลผลิตทั้งภายในและนอกจังหวัด ซึ่งผลการวิเคราะห์ความมีอยู่ของสารอาหาร (Nutrient Availability) โดยคำนวณจากปริมาณผลผลิตส่วนที่บริโภคได้เทียบกับปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อคนต่อวันตามฉลากโภชนาการ (Thai RDI) ยืนยันว่าในปี 2568 ทุกจังหวัดในประเทศไทยมีปริมาณสารอาหารอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ ข้อมูลนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดทำแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การบริหารจัดการความมั่นคงอาหารระดับพื้นที่ และการวางแผนโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและยกระดับศักยภาพเกษตรกร
อัตราการพึ่งพาตนเอง (Self-Sufficiency Ratio: SSR) ระดับจังหวัด ปี 2568 สศก. ได้วิเคราะห์สินค้าเกษตรสำคัญ 103 ชนิด ครอบคลุม 76 จังหวัด พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตเพื่อบริโภคภายในอย่างเข้มแข็ง โดยมี สินค้า 15 ชนิดที่มีอัตราพึ่งพาตนเองสูงที่สุด (ค่า SSR มากกว่า 100) เรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ข้าวเจ้า สุกร ปลานิล ไก่เนื้อ โคเนื้อ ไข่ไก่ มันสำปะหลังโรงงาน ปลาดุก กุ้งขาวแวนนาไม อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ข้าวเหนียว น้ำนมวัวดิบ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ ข้อมูล SSR จะสะท้อนถึงความเพียงพอของผลผลิตในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปใช้จัดทำ โซนนิ่ง (Zoning) วางแผนการผลิต ลดการนำเข้า และกำหนดนโยบายภาคเกษตรได้ตรงจุด โดยเฉพาะสินค้าที่มีค่า SSR สูงในบางจังหวัดแต่ต่ำในบางพื้นที่ เช่น โคเนื้อ ที่แสดงให้เห็นว่าบางพื้นที่มีการผลิตไม่เพียงพอและจำเป็นต้องมีการกระจายสินค้าจากจังหวัดข้างเคียงที่มีผลผลิตเกินความต้องการ
ส่วนของผลการดำเนินงานที่สำคัญของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านความมั่นคงอาหาร ปีงบประมาณ 2568 ได้มีการขับเคลื่อนผ่านโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ โครงการ เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farming) ที่เน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีแม่นยำ การบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานและพัฒนาระบบเตือนภัย ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเชิงรุก (Agri-Map) เพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงมาตรการ การจัดการปัญหาจากสภาพภูมิอากาศ ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การเผชิญเหตุโดยสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์และเรือตรวจการณ์ และการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรจากภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ส่วนร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571-2575) ให้ความสำคัญกับการบูรณาการงานระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตในระดับต้นน้ำจนกระทั่งถึงการบริโภคในระดับปลายน้ำ โดยการยกระดับการบูรณาการข้อมูลระบบอาหาร การเพิ่มภูมิคุ้มกันและผลิตภาพการผลิตให้กับเกษตรกรในต้นน้ำของห่วงโซ่อาหาร การยกระดับกลางน้ำของระบบอาหารด้วยการแปรรูปมูลค่าสูง โลจิสติกส์และอาหารอนาคต และการยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับทั้งในประเทศและส่งออก รวมถึงการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร และการเพิ่มความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรรายย่อย/วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs)/ท้องถิ่น และส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เกิดความรอบรู้และนำไปสู่การบริโภคเพื่อโภชนาการอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร สร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของระบบอาหารไทยในระยะต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com