Greennist
Hot News: สศก. ชูศาสตร์พระราชา 'หนุน'ความมั่นคงอาหารเวทีโลก CFS
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

สศก. ชูศาสตร์พระราชา 'หนุน'ความมั่นคงอาหารเวทีโลก CFS
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานด้านระบบนิเวศเกษตรและนวัตกรรมอื่นๆ ในการปรับเปลี่ยนระบบอาหารและการเกษตรให้มีความยั่งยืน และการส่งเสริมบทบาทสตรีในชนบทกับความมั่งคงอาหารและโภชนาการ ซึ่งประธาน CFS (Mr. Mario ARVELO) ได้เน้นความสำคัญด้านสิทธิของคนในการได้รับอาหารอย่างเพียงพอ (The Right to Food) ด้วยการส่งเสริมให้ใช้ระบบการเกษตรแบบครอบครัว (Family Farming) ซึ่งเป็นระบบการทำการเกษตรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานการผลิตอาหารที่ยั่งยืน มีการจัดการสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังคงรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไว้ ไทยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” มาปรับใช้ อาทิ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ ซึ่งไทยมีโครงการที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (Center of Excellence on Soil Research in Asia: CESRA) เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรอย่างยั่งยืน รักษาระบบนิเวศน์ และสร้างรายได้ ความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเกษตรกรไทย รัฐบาลไทย มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความอดอยากหิวโหยและปรับปรุงภาวะโภชนาการมาโดยตลอด โดยมีการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น โครงการอาหารกลางวัน โครงการนมโรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)
นอกจากนี้ ที่ประชุม CFS ได้มีมติรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ นายธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทย ประจำ FAO/IFD/WFP กรุงโรม ดำรงตำแหน่งประธาน (Chairperson of CFS) ในสมัยต่อไป ต่อจาก Mr. Mario Arvelo (ผู้แทนจากประเทศโดมินิกันรีพับลิก) โดยมีวาระการทำงาน 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2562- 18 ตุลาคม 2564 การประชุม CFS นับเป็นเวทีประชุมระหว่างประเทศและระหว่างรัฐบาลของประเทศสมาชิก เพื่อหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ รวมถึงติดตามสถานการณ์ นโยบาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีของประเทศสมาชิก ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแบบสมัครใจ ซึ่งไทยสามารถนำมาปรับใช้ในการกำหนดนโยบายความมั่นคงด้านอาหารและยุทธศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ โดยปัจจุบัน สมาชิกของ CFS ประกอบด้วยประเทศสมาชิกของ UN, FAO, IFAD และ WFP รวมถึงภาคประชาสังคม ซึ่งจะมีจัดประชุมเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี

Go To Lead


'แนะ'ปลูกพืชทางเลือกทดแทน ขอนแก่น
นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ปลูกข้าวในชั้นความเหมาะสมต่างๆ (Agri-Map) จำนวน 5.67 ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ที่มีความเหมาะสมมาก (S1) และเหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการปลูกข้าว 2.39 ล้านไร่ เกษตรกรปลูกข้าวเหนียวนาปีได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 3,582 บาท/ไร่/ปี ข้าวหอมมะลิได้ผลตอบแทนสุทธิ เฉลี่ย 2,544 บาท/ไร่/ปี ในขณะที่พื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) และไม่เหมาะสม (N) สำหรับการปลูกข้าว มีจำนวน 3.28 ล้านไร่ เกษตรกรปลูกข้าวเหนียวนาปี ได้ผลตอบแทนสุทธิ (ขาดทุน) เฉลี่ย - 871 บาท/ไร่/ปี ข้าวหอมมะลิได้ผลตอบแทนสุทธิ (ขาดทุน) เฉลี่ย -1,502 บาท/ไร่/ปี หากพิจารณาถึงพืชทางเลือกที่จะปรับเปลี่ยนในพื้นที่ปลูกข้าวพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3, N) ตามแผนที่ความเหมาะสม ของดิน (Zoning) ในจังหวัดขอนแก่น พบว่า พืชทางเลือกที่เหมาะสมให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง ในหลายชนิด เช่น อ้อยโรงงาน ต้นทุนนับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 5,454 บาท/ไร่ อายุการผลิต 12 เดือน โดยเกษตรกรเริ่มปลูกในเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีถัดไปช่วงโรงงานน้ำตาลเปิดหีบรับซื้อประมาณ ปลายเดือนพฤศจิกายน - เมษายนของทุกปี ได้ผลผลิตเฉลี่ย 9.37 ตัน/ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 750 - 850 บาท/กก. ผลตอบแทนสุทธิ 2,139 บาท/ไร่/ปี
มันสำปะหลังโรงงาน ต้นทุนนับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 6,283 บาท/ไร่ อายุการผลิตประมาณ 9 - 12 เดือน โดยปลูกในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน และ สิงหาคม - กันยายน โดยเกษตรกรนิยมเก็บเกี่ยวช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนของปีถัดไป ได้ผลผลิตเฉลี่ย 3,127 กก./ไร่ ราคาที่เกษตรกรขายได้ 1-2 บาท/กก. ผลตอบแทนสุทธิ 1,592 บาท/ไร่/ปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 (ฤดูฝน) ต้นทุนนับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว เฉลี่ย 4,075 บาท/ไร่ อายุการผลิต 4 - 5 เดือน โดยปลูกในเดือนเมษายน - มิถุนายน และเก็บเกี่ยวช่วงเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน ผลผลิตเฉลี่ย 1,166 กิโลกรัม/ไร่ เกษตรกรขายผลผลิตเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฝักสดได้ในราคา 3 - 4 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนสุทธิ 451 บาท/ไร่/ปี ถั่วลิสงรุ่น 2 (ฤดูแล้ง) ต้นทุนนับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว เฉลี่ย 7,454 บาท/ไร่ อายุการผลิตประมาณ 3 เดือน นิยมปลูกในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน - พฤษภาคม ผลผลิตเฉลี่ย 356 กิโลกรัม/ไร่ ขายได้ในราคา 20-30 บาท/กก. ผลตอบแทนสุทธิ 1,841 บาท/ไร่/ปี ถั่วเหลืองรุ่น 2 (ฤดูแล้ง) ต้นทุนนับตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว เฉลี่ย 2,107 บาท/ไร่ อายุการผลิตประมาณ 3 เดือน นิยมปลูกในเดือนธันวาคม - มกราคม เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน - พฤษภาคม ผลผลิตเฉลี่ย 247 กิโลกรัม/ไร่ ขายได้ในราคา 10 - 20 บาท/กก. ผลตอบแทนสุทธิ 1,622 บาท/ไร่/ปี
สำหรับสินค้าทางเลือกดังกล่าว เกษตรกรในจังหวัดมีตลาดรองรับแน่นอน โดยอ้อยโรงงาน มีโรงงานผลิตน้ำตาลในจังหวัด 2 แห่งเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร คือโรงงานน้ำตาลมิตรผล และโรงงานน้ำตาลขอนแก่น มันสำปะหลังโรงงาน มีลานมันรับซื้อทั้งมันสดและมันเส้นจากเกษตรกร ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง และ ถั่วลิสง มีร้านค้าเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในท้องที่ อีกทั้งมีพ่อค้าไปรับซื้อผลผลิตที่ไร่นาเพื่อนำไปขายหรือนำไปแปรรูปต่ออีกทางนี้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพืชผักที่เป็นพืชทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อสร้างรายได้ อาทิ ผักกาดหัว (ฤดูหนาว) ผักบุ้งจีน ต้นหอม ผักกาดหอม และการเลี้ยงจิ้งหรีด โดยเกษตรกรจะขายผักให้กับสหกรณ์การเกษตร หรือขายส่งให้กับพ่อค้าที่ตลาดค้าส่งผักในจังหวัด สำหรับจิ้งหรีด เกษตรกรขายปลีกและขายส่งให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อผลผลิตที่ฟาร์ม ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจข้อมูลพืชทางเลือกในจังหวัดขอนแก่น สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 โทร 043 261 513 หรือ zone4@oae.go.th

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com