Greennist
Hot News: สศก. พัฒนาพร้อมปรับปรุงเว็บไซต์ รองรับการใช้งานได้ทุกอุปกรณ์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

สศก. พัฒนาพร้อมปรับปรุงเว็บไซต์
รองรับการใช้งานได้ทุกอุปกรณ์
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ในปี 2569 ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ส่งมอบบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum: IM) ของประเทศไทย ให้แก่รองเลขาธิการ OECD อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนที่ 5 ของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดย สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8–10 เมษายน 2569 เลขาธิการ สศก. ได้มอบหมาย ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการ สศก. ในฐานะ Head of Mission ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) ของ OECD ให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรและเข้าร่วมการประชุม Agricultural Policy in Southeast Asia ภายใต้กรอบ OECD ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งจัดโดย The Agricultural Incentives Consortium เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 5 องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก (World Bank) สถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (IFPRI) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างอเมริกา (IDB) และ OECD เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และแนวทางนวัตกรรมในการติดตามและประเมินนโยบายภาคเกษตร ตลอดจนหารือเกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายด้านนโยบายภาคเกษตรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในการประชุมดังกล่าว ฝ่ายไทยได้ร่วมอภิปรายในประเด็นแนวทางเชิงนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทย ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตร มาตรการและแนวทางที่ภาครัฐนำมาใช้ในการบริหารจัดการปัญหา รวมถึงผลสัมฤทธิ์และผลตอบรับที่เกิดขึ้น ตลอดจนความท้าทายและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในฐานะประเทศผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD (Accession Candidate Country) และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรระหว่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคเกษตรของไทยในระยะต่อไป
สำหรับการดำเนินงานของ สศก. ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคำสั่งที่ 681/2568 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานการดำเนินการของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการของไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา สศก. ได้เข้าร่วมการประชุมภายใต้กรอบ COAG ของ OECD มากกว่า 25 การประชุม ในช่วงปี 2567–2568 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ นโยบายการเกษตรและตลาด การวัดรอยเท้าคาร์บอน ความมั่นคงทางอาหาร ปัญหาการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ตลอดจนประเด็นด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม
เลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการปรับมาตรฐานเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร การเข้าถึงฐานข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ตลอดจนการได้รับคำปรึกษาและความช่วยเหลือทางวิชาการจาก OECD อย่างไรก็ตาม การเข้าเป็นภาคีตราสารทางกฎหมายบางฉบับอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในบางสาขาแต่ประเทศไทยยังสามารถจัดทำข้อสงวนในบางกิจการ รวมถึงเจรจาขอจัดทำข้อสงวนอื่น ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์การสื่อสารการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างความตระหนักรู้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป

Go To Lead


ชาวสันกำแพงไอเดียเจ๋ง เดินหน้า “ตลาดใบไม้แลกไข่” ลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชนและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว การแก้ไขจึงไม่อาจเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสรรค์และได้รับความสนใจ คือ “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการรณรงค์ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ากับวิถีชีวิตชุมชนได้อย่างลงตัว ไอเดียที่ทำได้ง่ายจากความร่วมมือของอำเภอสันกำแพง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ที่มีฟาร์มไก่ไข่ในพื้นที่ จึงชวนชาวบ้านนำ “ใบไม้แห้ง” มาแลก “ไข่ไก่สด” ช่วยลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 โดยนำใบไม้ไปทำปุ๋ยหมักแจกจ่ายให้ชุมชน อีกทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน
"ตลาดนัดใบไม้แลกไข่" เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวสันกำแพง จัดขึ้นทุกวันพุธ เวลา 09.30 - 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ถึง 27 พฤษภาคม 2569 ภายใต้สโลแกน "สันกำแพงเราไม่เผา เอาเศษใบไม้มาแลกไข่ หมอกควัน ไฟป่าห่างไกล หายใจโล่งกันทุกคน" แม้กิจกรรมจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แล้ว แต่บรรยากาศยังคงคึกคัก ชาวสันกำแพงต่างนำใบไม้แห้งที่รวบรวมจากบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา มาต่อคิวแลกไข่ไก่กันตั้งแต่เช้า โดยนำใบไม้แห้ง 2 กิโลกรัม แลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง ในหนึ่งวันสามารถแลกได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม (10 ฟอง) ต่อคน
งานนี้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง ได้ร่วมกันเปิดตลาดนัดใบไม้แลกไข่ และทำกิจกรรมแปรรูปใบไม้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการผลิตจานจากใบไม้ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอรับหน้าที่ดำเนินการ ก่อนแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ในภาคการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและฟื้นฟูบำรุงดินในระยะยาว เสียงจากชาวสันกำแพง สะท้อนตรงกันว่า กิจกรรมนี้ “ได้มากกว่าที่คิด” ไม่เพียงช่วยลดการเผาในชุมชน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจากไข่ไก่ที่นำไปประกอบอาหาร หลายคนบอกว่าอยากให้มีต่อเนื่องต่อไป ใบไม้แห้งที่เคยรอวันถูกเผา วันนี้กำลังเปลี่ยนเป็นพลังเล็กๆ ของชุมชน ทั้งช่วยลดฝุ่น PM2.5 ลดมลพิษในอากาศ และสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com