Greennist
Hot News: ปุ๋ยสั่งตัด 'ช่วย'เกษตรกรลดต้นทุน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English

ปุ๋ยสั่งตัด 'ช่วย'เกษตรกรลดต้นทุน
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการและมีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำมาตรการประชารัฐเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร ซึ่งดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2563 โดยมีเป้าหมายสถาบันเกษตรกร 500 แห่งทั่วประเทศ วงเงิน 3,600 ล้านบาท ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชที่มีอยู่ในดินของแต่ละพื้นที่ ให้การสนับสนุนสินเชื่อจากแหล่งเงินทุน ธ.ก.ส. สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่สถาบันเกษตรกรในการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดจำหน่ายให้กับสมาชิกสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรทั่วไป ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต (ค่าปุ๋ยเคมี) ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์ดินและปุ๋ยจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร
สศก. ได้ติดตามและประเมินผลโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร พบว่า มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 202 แห่ง (ร้อยละ 40.4 ของเป้าหมาย) จำนวนสถาบันเกษตรกรได้ขอรับสนับสนุนเงินกู้ 5 แห่ง วงเงิน 18.32 ล้านบาท (ร้อยละ 0.51 ของวงเงิน) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดให้กับเกษตรกร ทั้งนี้ พบว่า สถาบันเกษตรกรส่วนใหญ่มีเงินทุนการดำเนินงานอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่เห็นว่าช่วยลดต้นทุน เกษตรกรได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพ และมีความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยผสมเอง จากการติดตามข้อมูล กลุ่มปรับปรุงคุณภาพไม้ผลบ้านทุ่งสงคราม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบว่า ได้รับสนับสนุนสินเชื่อ 336,540 บาท มีจำนวนสมาชิก 33 ราย ทดลองใช้ปุ๋ยสั่งตัดในไม้ผล/ไม้ยืนต้น เฉลี่ยรายละ 4 ไร่ ได้นำผลการตรวจดิน และผสมแม่ปุ๋ยตามตารางผสมปุ๋ยที่ได้รับจากกรมวิชาการเกษตร ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงถึงร้อยละ 30 รวมทั้งพืชมีลำต้นที่แข็งแรง และลดการระบาดของโรค สำหรับสหกรณ์การเกษตรสามชุก จำกัด อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับสินเชื่อวงเงิน 10 ล้านบาท ใช้ในการจัดหาแม่ปุ๋ย ดำเนินการผลิตปุ๋ยผสมตามสูตรที่สมาชิกสั่งซื้อ และจำหน่ายให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเฉลี่ยกระสอบละ 40 - 90 บาท ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 29 เช่นกัน

Go To Lead


สำรวจแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตาก - เลย
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดเลย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ โดยสถานการณ์การผลิตและการตลาด ปี 2562 (ปีเพาะปลูก 2561/62 ) ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า จังหวัดตาก มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 553,954 ไร่ ผลผลิต 404,896 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 1.95 และร้อยละ 1.23 ตามลำดับ จังหวัดเลย มีเนื้อที่เพาะปลูก 527,756 ไร่ ผลผลิต 371,201 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 0.25 และร้อยละ 2.38 ตามลำดับ โดยทั้งเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาในปีที่ผ่านมาจูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูก ประกอบกับภาครัฐดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ตามแนวทางการตลาดนำการผลิต ด้านราคาที่เกษตรกรขายได้ ทั้ง 2 จังหวัด อยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคา ณ 20 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า จังหวัดตาก ความชื้น 14.5% ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.37 บาท และความชื้นเกิน 14.5% กิโลกรัมละ 7.27 บาท จังหวัดเลย ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.05 บาท และความชื้นเกิน 14.5% กิโลกรัมละ 6.06 บาท
สำหรับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 2 หลังนา (พฤศจิกายน 2561 - กุมภาพันธ์ 2562) ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดเลย พร้อมจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2562 โดยคาดว่าราคาที่เกษตรกรขายได้มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินงานโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิต รัฐควรมีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาข้าวโพดภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดตากและเลย ซึ่งมีแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ และ สปป.ลาว ทั้งนี้ ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ด่านศุลกากร ฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อออกลาดตระเวนในบริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง และเตือนผู้ประกอบการห้ามลักลอบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาภายในประเทศอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com