Finance/share
Hot News: กองทรัสต์ ‘หนุน’ธุรกิจเอสเอ็มอี
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กองทรัสต์ ‘หนุน’ธุรกิจเอสเอ็มอี
กองทรัสต์ ‘หนุน’ธุรกิจเอสเอ็มอีก้าวไกลไปด้วยกัน สยาม อัลฟ่า เอคควิตี้ (SAE) ที่ปรึกษาลงทุน” “กรุงศรี ฟินโนเวต” “แคสแมท” “กลุ่มบริษัท KTBST Group” และ “POEMS Ventures กลุ่มหลักทรัพย์ฟิลลิป” ร่วมลงทุนใน “แอพแมน” ผู้นำด้าน Insurtech มูลค่ากว่า 139 ล้านบาท ในรอบ Series A
นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เปิดเผยว่า กรุงศรี ฟินโนเวต ผู้นำด้านการสนับสนุนและลงทุนในเทคโนโลยีนวัตกรรมและสตาร์ทอัพทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค มุ่งขยายอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ผ่านการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เรื่องของสุขภาพและการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่สำคัญของโลกดังนั้นสตาร์ทอัพในกลุ่ม Insurtech หรือเทคโนโลยีในด้านประกันเป็นกลุ่มที่น่าจับตามอง ขณะเดียวกันการลงทุนใน Insurtech จะช่วยต่อยอดธุรกิจด้านประกันของกรุงศรีให้แข็งแกร่งขึ้น การลงทุนในครั้งนี้จึงก่อให้เกิดพลังความร่วมมือที่ส่งเสริมกัน ทำให้กรุงศรีเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลด้านประกันภัยที่ดีที่สุดจาก AppMan ได้ก่อนใคร นำมาซึ่งการบรรลุเป้าหมายที่จะทำให้ลูกค้าของกรุงศรีได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด”
“กรุงศรีจะนำดิจิทัลแพลตฟอร์มของ AppMan เข้ามาปรับใช้ในทุกช่องทางการขายประกันเพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจ ขณะเดียวกันกรุงศรีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ MUFG สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกที่มีเครือข่ายอยู่ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จะช่วยสนับสนุนให้ AppMan สามารถขยายตลาดการให้บริการไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย” นายแซม กล่าว
ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การร่วมทุนในครั้งนี้เราไปในนามของบริษัท แคสแมท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น ทั้งนี้ Casmatt เป็นบริษัทที่ดำเนินการด้านการสร้างและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการทำงานของบริษัทที่อยู่ในกลุ่มด้วยกันซึ่งเป็นธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ทั้งนี้ มั่นใจในศักยภาพของ AppMan ที่จะเข้ามาเสริมทัพเทคโนโลยีของ Casmatt ในทุกด้าน อาทิ IT Solution ,Digital Marketing ให้แข็งแกรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการนำมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจประกันชีวิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และขยายธุรกิจประกันชีวิตให้เติบโตขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายด้านการเป็นผู้นำด้าน Digital Insurance Broker ของบริษัทฯ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ส่วน นายกิติวัจน์ อักรังษี ตัวแทนผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท KTBST Group กล่าวว่า “ทางกลุ่มบริษัท KTBST Group เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมการเงิน โดยมี Appman หนึ่งในผู้เล่นหลักที่ร่วมผลักดัน Digital Transformation แก่อุตสาหกรรมประกันภัย มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการใช้ Deep tech เช่น เทคโนโลยี OCR สำหรับอ่านข้อความในไฟล์ภาพหรือเอกสาร หรือ Chatbot ที่ให้ประสบการณ์ไร้รอยต่อในการซื้อประกัน ในการลงทุนกับ Appman รอบนี้ เราจึงเชื่อมั่นว่านอกจากจะสร้างความเติบโตในด้านมูลค่าของการลงทุนแล้ว เรายังได้พันธมิตรคนสำคัญที่สร้างความรับรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้และต่อยอดกับธุรกิจในกลุ่มของ KTBST Groupได้เป็นอย่างดี”
นายลุกซ์ ลิม ตัวแทนผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท PhillipCapital Group ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “พื้นที่วงการประกันภัยอยู่ในจุดสุกงอม เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทแทน บริษัทอินชัวร์เทค (InsurTech) ที่พร้อมสร้างระบบ Software as a Service (SaaS) สำหรับกลุ่มเป้าหมายอย่าง B2B2C อย่าง AppMan ซึ่งมีความพร้อมและแข็งแกร่งสำหรับตลาดดังกล่าว เทคโนโลยีจาก AppMan ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในเรื่องการดึงลูกค้าให้หันมาสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ แทนคู่แข่ง และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของ AppMan ยังเป็นที่น่าสนใจ ที่เราคาดหวังว่าจะดึงดูดลูกค้าให้สนใจเพิ่มเติม”
นายธนภูมิ เจริญศิริ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แอพแมน จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้นำทางด้านสถาบันการเงินและการลงทุน และ ธุรกิจประกันภัย ผมมั่นใจอย่างยิ่งความร่วมมือนี้จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ ต่อธุรกิจ จากการนำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของผู้ร่วมลงทุนมาร่วมกันพัฒนาศักยภาพ รองรับการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ AppMan ยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัย สามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ Digital Face to Face การขายประกันภัยในรูปแบบที่ง่ายและสะดวกขึ้น พร้อมเป็นตัวช่วยบริษัทประกันภัยที่เผชิญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม และ AppMan Optical Character Recognition (OCR) นวัตกรรมใหม่โดยคนไทย ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือแปลงไฟล์ภาพเอกสาร ให้กลายเป็นไฟล์ข้อความตัวอักษร เป็นโซลูชั่นมีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาด ตามมาตรฐาน Banking Grade Security, CSA- Star Level2, ISO / IEC27001 : 2013 เพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้าของคุณ รวมถึงการก้าวสู่อันดับ 1 ด้าน Insurtech AppMan ก้าวไปพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Software as a Service (SaaS) ที่เข้าถึงการใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว ไร้ขีดจำกัดในการใช้งานจากทุกแพลตฟอร์มดิจิทัลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบควบคู่ไปกับขยายโอกาสทางธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งบริษัทฯจัดตั้งสำนักงานเพิ่มเติมในเวียดนามและอินโดนีเซียแล้ว

Go To Lead


ไทยพาณิชย์ 'จ่าย'ปันผลประจำปี 2563 หุ้นละ 2.30 บาท
สรุปการประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2563 ซึ่งจะประชุมในวันที่ 8 เมษายน 2564 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับบริษัทตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564
การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,818 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 28.1 ของกำไรสุทธิประจำปี 2563 ตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่ธนาคารสามารถจ่ายได้ตามหนังสือเวียนของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ธปท.ฝนส.(23)ว.1236/2563 เรื่องนโยบายการจ่ายเงินปันผลเพื่อเสริมสร้างเงินกองทุนสำหรับรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจ่ายเงินปันผลประจำปี 2563 ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของปี 2563 และต้องไม่เกินอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2562 ด้วย ทั้งนี้ ให้คำนวณอัตราการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร อนึ่ง ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 เป็นจำนวน 6.25 บาทต่อหุ้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 21,245 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 28.1 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร หรือร้อยละ 52.5 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม

Go To Lead


ธ.ก.ส. ชวน “แชะ&แชร์” กับสื่ออัตลักษณ์ ลุ้นรับรางวัลพิเศษ
นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรม “แชะ&แชร์” กับ ธ.ก.ส. โดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพของคุณคู่กับสื่อประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของ ธ.ก.ส. ชุด “ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย สู่สังคมที่ภาคภูมิ” ตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ รถไฟฟ้า BTS ป้ายโฆษณาด้านหน้าสาขา ธ.ก.ส. ที่มีอยู่กว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ และป้าย LED เป็นต้น จากนั้นโพสต์บน Facebook ของตัวท่านเอง ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ และติดแฮชแท็ก #ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ พร้อมเขียนข้อความ 1 ประโยคที่อยากบอกกับ ธ.ก.ส.ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไขจะมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล กระเป๋าน้องหอมจังหรือร่มลายสุดพิเศษ จำนวนรวม 50 รางวัล มูลค่ารวม 12,500 บาท ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2564ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ทางหน้า Facebook Page ธกส BAAC Thailand
สื่อประชาสัมพันธ์ ธ.ก.ส. ชุด “ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย สู่สังคมที่ภาคภูมิ” เป็นการสื่อสาร อัตลักษณ์ ธ.ก.ส. สู่สาธารณชน เพื่อสะท้อนถึงสิ่งที่ ธ.ก.ส. ทำอยู่ และยังคงมุ่งมั่นทำต่อไป เพื่อสร้าง Better Life คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชนบท Better Community ชุมชนที่ดีและเข้มแข็งขึ้น และ Better Pride สร้างความภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับระบบ

Go To Lead


ซิตี้แบงก์ เผย 6 กองทุนเด่นฝ่าวิกฤต
นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังดำเนินอยู่ทั่วโลก ทำให้ภาพรวมของตลาดการลงทุนทำให้ยังคงมีความท้าทายสูง อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอาจยังคงสร้างความวิตกให้กับนักลงทุน แต่ในทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นก็จะมีโอกาสรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งซิตี้แบงก์ในฐานะสถาบันทางการเงินระดับโลกที่มีบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งจะมาแนะการลงทุนที่น่าสนใจอันสอดคล้องไปกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมี 6 กองทุนเด่นที่น่าจับตามองมาช่วยตอบโจทย์การลงทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ประกอบด้วย กองทุนรวมตราสารทุน JPMorgan Pacific Equity Fund ที่เน้นปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่โดนเด่นในประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เช่น การลงทุนบริษัทที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และอื่น ๆ ที่มีโอกาสในการเติบโตและการทำกำไรสนับสนุน
กองทุนรวมตราสารทุน AB Sustainable Global Thematic ที่ทำกำไรจากการลงทุนในบริษัทที่จะได้รับผลประโยชน์จากผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้น 3 ธีมหลัก ได้แก่ การลงทุนบริษัทที่เกี่ยวกับสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม และเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม กองทุนรวมตราสารทุน Schroder ISF Global Climate Change ที่เน้นการลงทุนในบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์และสามารถรับมือกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เน้นลงทุนในกลุ่มพลังงานใหม่ หรือกลุ่มที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจากภูมิอากาศ ได้แก่ พลังงานสะอาด (Clean Energy) กลุ่มที่เกี่ยวกับการก่อสร้างหรือผลิตชิ้นส่วนที่ช่วยลดโลกร้อน (Energy Efficiency) กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประสิทธิภาพ (Environmental Resources) บริษัทที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาโลกร้อน (Low-Carbon Leader) และกลุ่มธุรกิจการขนส่งแบบยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับรถไฟฟ้า (Sustainable Transport) กองทุนรวมตราสารหนี้ PIMCO GIS Global High Yield Bond Fund โดยลงทุนในตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงที่ออกโดยบริษัทชั้นนำในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่สร้างผลตอบแทนสูงกว่าตลาดตราสารหนี้ทั่วไปแต่ความผันผวนที่ต่ำกว่าตราสารทุน? กองทุนรวมแบบผสม Allianz Income & Growth ที่แบ่งการลงทุนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หุ้น ตราสารหนี้ และหุ้นกู้แปลงสภาพ กองทุนรวม Thematic Allianz Thematica ที่จัดสรรการลงทุนตามประเภทอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ Mega Trends ที่มีโอกาสการเติบโตสูงในอนาคต โดยเลือกหุ้นและธีมการลงทุน 5- 7 ธีมที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว เช่น การจัดการน้ำและทรัพยากร อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ปัญญาประดิษฐ์ และอื่น ๆ
ซิตี้โกลด์พร้อมนำเสนอการบริการความมั่งคั่งในการกระจายการลงทุนได้ทั่วโลกกว่า 200 กองทุน จากพาร์ทเนอร์ทางการเงินที่หลากหลายกับ 5 บลจ.ในประเทศและ 13 บลจ.ต่างประเทศ โดยมีความหลากหลายของกองทุนทั้งประเภทของสินทรัพย์ และภูมิภาคของการลงทุน ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลแบงก์กิ้ง เพื่อประสบการณ์การลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สนใจสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิตี้โกลด์ กรุณาติดต่อธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย โทร. 0-2081-0999 หรือ www.citibank.co.th/th/citigold รวมถึงเพิ่ม Citi Thailand เป็นเพื่อนทาง LINE

Go To Lead


กรุงไทย ปิดสาขาอ่างทองชั่วคราว ย้ำ“ไม่พบ”พนักงานติดเชื้อ
ธนาคารกรุงไทย แจ้งปิดสาขาอ่างทองชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 -28 กุมภาพันธ์ หลังได้รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้บริการลงทะเบียนเราชนะกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ที่จุดบริการบริเวณโรงจอดรถด้านหลังอาคารที่ทำการสาขาอ่างทอง ที่ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในการเปิดรับลงทะเบียนเราชนะ ธนาคารจัดให้มีจุดคัดกรองโควิด-19 ในทุกจุดบริการ ให้พนักงานและลูกค้าสวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมจัดเว้นระยะห่างในระหว่างการรอรับบริการ โดยพบว่า ณ จุดคัดกรอง ของจุดบริการสาขาอ่างทอง ซึ่งดำเนินการคัดกรองโดยอสม. และเจ้าหน้าที่อำเภอ โดยลูกค้าคนดังกล่าว ไม่มีไข้ และไม่มีอาการใดๆ หลังได้รับแจ้งธนาคารได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยทันที ตามแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ จึงให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที ผลการตรวจ ไม่พบพนักงานติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ธนาคารให้พนักงาน Quarantine เพื่อสังเกตดูอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยสับเปลี่ยนพนักงานชุดใหม่ให้บริการแทน :ซึ่งพนักงานไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากธนาคารได้ทำประกันคุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 ให้พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงานในโครงการเราชนะ โดยในระหว่างปิดทำการสาขาอ่างทอง ลูกค้าสามารถใช้บริการสาขาใกล้เคียงได้แก่ สาขาป่าโมก สาขาโพธิ์ทอง และสาขาวิเศษชัยชาญ ทั้งนี้ ธนาคารให้ความสำคัญอย่างมากกับสวัสดิภาพของพนักงาน และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของทางราชการ มีการประเมินความเสี่ยงของพนักงานทุกวัน และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด พร้อมทั้งตระหนักถึงหน้าที่และภารกิจที่ต้องดูแลลูกค้าและคนไทยโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงมาตรการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม

Go To Lead


'ออมสิน' ปิดสาขาหันคา จ. ชัยนาท 1 วัน พบพนักงานติดเชื้อโควิด-19
ธนาคารออมสินได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ว่ามีพนักงานของธนาคาร จำนวน 2 ราย ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งธนาคารได้ให้พนักงานเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว และได้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 1. ปิดสาขาหันคา จ.ชัยนาท 1 วัน ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อทำความสะอาด ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่และบริเวณธนาคารออมสินสาขาหันคา ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ของธนาคาร และแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 2. แต่งตั้งพนักงานทำการแทนไปช่วยปฏิบัติงานชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ และจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 มีนาคม 2564 3. พนักงานและลูกจ้างทุกคนที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับพนักงานดังกล่าว ได้เข้ารับการตรวจเชื้อแล้ว ซึ่งผลออกมาเป็นลบ แต่ให้กักตัวและปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work From Home) เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 10 มีนาคม 2564
ธนาคารออมสิน มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน ตลอดจนประชาชนเป็นสำคัญ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 อาทิ ตรวจวัดอุณหภูมิ มีฉากกั้น การเว้นระยะห่าง และมีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมได้กำชับให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com