|
|
'เข้ม' Travel Rule สินทรัพย์ดิจิทัล สะกัดฟอกเงิน-อาชญากรรมเทคโนโลยี
ก.ล.ต. เดินหน้าออกหลักเกณฑ์ การจัดให้มีการบริหารและจัดการความเสี่ยงTravel Rule สินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ให้ถูกใช้เป็นทางผ่านในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า การออกหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับความสามารถในการสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
โดยมีบทบาทหน้าที่ในการดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่กำหนด รวมทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (FATF) เพิ่มความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในระยะยาว
ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับ ปปง. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ เมื่อเดือนมีนาคม เมษายน 2569 และร่างประกาศ เมื่อเดือนมิถุนายน กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศที่เสนอ จึงได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล* โดยมีสาระสำคัญดังนี้
(1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล
(2) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม (counterparty VASP) และตัวกลางของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Intermediary Digital Asset Operator) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดให้มีตัวกลางอยู่ในเส้นทางการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) กรณีโอน/รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ self-hosted wallet
(3) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน ประกอบกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ counterparty VASP ที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator)
(4) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี ต้องจัดเก็บไว้ในลักษณะที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที
หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีเวลาในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบงานสำหรับการรับส่งข้อมูลและการตรวจสอบธุรกรรมตามหลักเกณฑ์ใหม่
หมายเหตุ:* ประกาศที่เกี่ยวข้อง 1 ฉบับ ได้แก่ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 9/2569 เรื่อง การจัดให้มีการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันการใช้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ลงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569
Go To Lead
|
กสิกรไทย- 6 พันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ เปิดโครงการ "Roadmap for Growth"
หนุนองค์ความรู้ เร่งศักยภาพ ให้ผู้ประกอบการไทย "ทำเป็น อยู่รอด เติบโต"
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายของการแข่งขันในตลาดโลกที่ผันผวน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงผนึกกำลังกับธนาคารกสิกรไทย ผสานเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าเข้ากับศักยภาพทางการเงิน เพื่อปลดล็อกทุกข้อจำกัด พร้อมยกระดับผู้ประกอบการไทยให้คว้าโอกาสและเติบโตบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าฯ เน้น Big Brother พี่ช่วยน้อง เราไม่ได้เพียงเชื่อมผู้ประกอบการกับตลาด แต่ต้องการเชื่อมเขาทั้ง Value Chain ไปสู่ โอกาสใหม่ ทั้งคู่ค้า ช่องทาง และการเติบโต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส.อ.ท. ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ The New Chapter of Thai Industries โดยขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 5I ยกระดับ SME ให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงสู่ตลาดโลก และเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน AI Transformation, China Business Survival และ Green Industry Transition Plus พร้อมผนึก KBank เดินหน้าสู่ Roadmap for Growth อย่างเป็นรูปธรรม
ยกระดับการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดเผยว่า depa พร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ แนะนำแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยมาตรการส่งเสริมต่างๆ ของ depa โดยเชื่อว่า ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจ เข้าถึง และเริ่มต้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ความท้าทายของธุรกิจวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเข้าถึงเงินทุน แต่คือการปรับตัวและเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ NIA และธนาคารกสิกรไทยจึงร่วมกันเชื่อม นวัตกรรม กับ โอกาสในการเติบโต เพื่อเสริมศักยภาพ ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ให้เติบโต แข่งขันได้ และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
นางสาวอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล กรรมการบริหารเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันความยั่งยืนในการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องไกลตัว ธุรกิจจะแข่งขันได้นอกจากสินค้ามีคุณภาพและคุ้มค่า ยังต้องควบคู่ไปกับความยั่งยืน ThaiCBN พร้อมที่จะเชื่อมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคการเงิน โดยความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
ธนาคารกสิกรไทยเชื่อว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการในยุคใหม่ต้องมากกว่าการให้เงินทุน แต่ร่วมเป็นพันธมิตรที่ออกแบบเส้นทางการเติบโต เชื่อมต่อผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริง และติดตามผลลัพธ์ร่วมกับลูกค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทย ทำเป็น อยู่รอด และเติบโต
Go To Lead
|
ธ.ก.ส. จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกครบ 60 ปี
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกครบ 60 ปี ธ.ก.ส. ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนารถบพิตร ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้มีการจัดตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตรและการพัฒนาภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน เมื่อ พ.ศ.2509 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสานต่อการส่งเสริมพัฒนาด้านการเกษตรอันเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ และเพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของทั้ง 2 พระองค์ให้เป็นที่ประจักษ์
เหรียญกษาปณ์ดังกล่าว เป็นโลหะสีขาวคิวโปรนิกเกิล ลักษณะเป็นรูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.2 เซนติเมตร ประเภทธรรมดา ด้านหน้าเป็นพระรูปพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังเป็นข้อความ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และโลโก้ ธ.ก.ส. ราคาหน้าเหรียญ 20 บาท จำนวนที่จัดทำ 250,000 เหรียญ ในส่วนของ ธ.ก.ส. ได้สิทธิ์ขอจ่ายแลกจำนวน 100,000 เหรียญ เพื่อส่งมอบเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส. ให้แก่ บุคลากรของธนาคารทั่วประเทศ หัวหน้ากลุ่มเกษตรกร รวมถึง ผู้มีอุปการคุณในการสนับสนุนการดำเนินงานและกิจกรรมต่าง ๆ ของธนาคาร โดยเหรียญอีกส่วนหนึ่งกรมธนารักษ์จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปแลกซื้อหรือสั่งจองในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
Go To Lead
|
BAM-Krungsri Securities Financial Day
ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์เติบโต สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบัน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร และทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations: IR) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าร่วมกิจกรรม Krungsri Securities Financial Day ซึ่งจัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสื่อสารข้อมูลทิศทางการดำเนินธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักลงทุนสถาบันชั้นนำ สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินงานของ BAM ในระยะต่อไป ภายในกิจกรรม BAM ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์และการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรองรับโอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ BAM ยังได้อัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture: JV) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการต่อยอดธุรกิจและสร้างโอกาสการเติบโต โดยปัจจุบัน BAM มีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนรวม 3 แห่ง และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ 1 แห่งภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว ซึ่งการหารือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร BAM และนักลงทุนสถาบันได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งในประเด็นผลการดำเนินงาน แนวโน้มอุตสาหกรรม ทิศทางธุรกิจ ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน ตลอดจนโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใส และให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
การเข้าร่วมกิจกรรม Krungsri Securities Financial Day นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ BAM ได้สื่อสารทิศทางและศักยภาพของบริษัทกับกลุ่มนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้รับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากภาคตลาดทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต และมองว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่าง BAM และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) จะช่วยเปิดโอกาสการต่อยอดความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยง BAM กับนักลงทุนและตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ BAM ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การแสวงหาโอกาสและพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|