Finance/Stock
Hot News: TMB 'ชู'แคมเปญใหม่ "บัญชีทีเอ็มบีเท่านั้นที่ให้คุณมากกว่า//แบงก์ 'ผุด' Block Chain สกัด Hacker เจาะข้อมูล //บัตรเครดิตกรุงศรี ปรับแบรนด์เปิดเกมรุกตลาด // ธ.ก.ส. 'รุก'โครงการธนาคารต้นไม้และฝายชะลอน้ำ จ.ชุมพร
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์ 'ผุด' Block Chain
สกัด Hacker เจาะข้อมูล
แบงก์ชาตินำทัพ 18 แบงก์ จัดตั้ง Block Chain Community นวัตกรรมการเงินโฉมใหม่ ศูนย์รวมบิ๊ก ดาต้าแบงก์ 'หวัง'สกัดเหล่า Hacker ทั่วโลก เจาะข้อมูลลูกค้า ใช้ธุรกรรมการเงินผ่านดิจิทัลแบงก์ 'ธนชาต' มั่นใจพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างเกราะป้องกันการล้วงข้อมูลลูกค้า
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) ว่า ธนาคารมีการร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ บริหารจัดการเทคโนโลยี และระบบดิจิทัล เพื่อป้องกันการล้วงข้อมูลจาก Hacker
พันธมิตรของเรามีความเชี่ยวชาญ ด้านนวัตกรรมการเงิน เทคโนโลยี ที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้า ที่มาใช้ธุรกรรมการเงินดิจิทัล
"ส่วนเรื่อง Block Chain Community คงต้องติดตามความคืบหน้าของแบงก์ชาติต่อไป" นายสมเจต กล่าว
นายพงศธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน แบงก์ชาติ กล่าวว่า Block Chain เป็นเทคโนโลยีที่มาแรง เป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูล ที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และเป็นระบบที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้
ขณะนี้ทางแบงก์ชาติ ได้มีการร่วมมือกับ 18 แบงก์ ในการจัดตั้ง Block Chain Community ขึ้นมา บริหารจัดการข้อมูลของแบงก์ในประเทศไทย การร่วมมือกันครั้งนี้ เพื่อเฉลี่ยการลงทุนในการจัดตั้งขึ้นมา เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ ในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์กับแบงก์
"นอกจากนี้ทางแบงก์ชาติ อยากให้เทคโนโลยีใหม่ๆที่เกิดขึ้น ให้ชาวบ้านได้ใช้เร็วๆ ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าเร็วขึ้น" นายพงศธวัช กล่าว
ปัจจุบันนวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทย ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าในเอเชีย อาทิ Promt Pay, QR Code โดยเฉพาะ QR Code ได้รับการยอมรับจากร้านค้าปลีก SMEs ประชาชนทั่วไปมากขึ้น และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ ต่อไปการขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ ผู้ใช้จะมีจำนวนมากขึ้น
นายพงศธวัช กล่าวต่อว่า ในประเทศไทยมีการใช้ Mobile Banking จำนวน 30 กว่าล้านราย ค่าธรรมเนียม 0 % แบงก์หลายแห่งมีผู้ใช้ธุรกรรมการเงินผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เนื่องจากสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปแบงก์

Go To Lead


ทีเอ็มบี คว้า Wealth Management Platform of the Year
นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าด้วยรูปแบบการให้บริการของ TMB Advisory การให้บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุน ด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ และเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์การลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุน ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันที่ลูกค้าจะยิ้มรับกับโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีนั้น สอดคล้องกับคุณสมบัติสำคัญที่จะได้รับรางวัล Wealth Management Platform of the Year เรามุ่งมั่นกับแนวคิดสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงแหล่งทุนและบรรลุเป้าหมายที่ “ใช่” สำหรับผู้นั้นจริงๆ เปรียบได้กับการเพิ่มบทบาทความเป็นที่ปรึกษาทางการเงินขั้นสูง ด้วยเป้าหมายทำให้ทั้งองค์กรและลูกค้าเติบโตและมั่งคั่งทางการเงินไปด้วยกัน
“เราฉีกกฎเกณฑ์ความเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจากที่อื่นๆ โดยสิ้นเชิง เพราะ TMB Advisory ทำงานบนความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย เอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง ดังนั้น ทุกผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินจะต้องตอบสนองไลฟ์สไตล์ทางการเงินที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ ทั้งยังสร้างความมั่นใจด้วยคำแนะนำและเครื่องมือระดับโปรเฟสชั่นนัล ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ลงทุนต่างก็มีเป้าหมายที่จะทำให้ทรัพย์สินของตัวเองงอกเงย และลูกค้าก็มีสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ดังนั้น TMB Advisory จึงเข้ามาเป็นผู้ช่วยมืออาชีพระหว่างทางที่พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เลือกสรรกองทุนที่ดีที่สุด และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย เพื่อทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งอย่างที่ต้องการ”
นางสาวมิ่งขวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความแตกต่างที่ TMB Advisory นำเสนอกับนักลงทุนทั้งมือเก่าและมือใหม่เริ่มลงทุนนั้น ได้แก่ การคัดสรรกองทุนตัวท็อปจาก 8 บลจ.ชั้นนำ จากทุกประเภทสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ครบ จบในที่เดียว ลูกค้าลงทุนสะดวกกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปหลายที่ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ามากขึ้นด้วยคำแนะนำจัดสรรสัดส่วนพอร์ตการลงทุนตามสภาวะตลาด โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อคิดกลยุทธ์สำหรับจัดสรรสัดส่วนพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) ตามสภาวะตลาด ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนระยะยาว ซึ่งถือเป็นจุดขายของการเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการลงทุนของทีเอ็มบี นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ TMB Advisory จะมีเปิดตัวบริการใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย TMB Auto Smart Port บริการพอร์ตกองทุนอัตโนมัติ ที่ช่วยจัดสรรสัดส่วนการลงทุนตามความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้ ปรับเปลี่ยนและกระจายความผันผวนให้อัตโนมัติตามสภาวะตลาด เพื่อประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืนในการบริหารผลตอบแทนและความเสี่ยง ช่วยสร้างความมั่นใจเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วกว่า
และที่สำคัญที่สุด TMB Advisory ยังสร้างช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่าด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญผ่านหลากหลายช่องทาง ให้บริการแบบไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ง่าย สะดวก ทั้งการรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวด้านการลงทุนที่สาขาธนาคารที่ให้บริการ หรือ โทรปรึกษาเรื่องซื้อ-ขายกองทุนได้ง่ายๆ ผ่าน TMB Investment Line โทร 1558 กด #9 อัปเดตอินไซต์กองทุนตัวท็อปและรับข้อมูลข่าวสารการลงทุนได้ฟรีผ่าน TMB Advisory Website หรือ อัปเดตข่าวสารทันสถานการณ์ตลาดทุกวันผ่าน Line @TMBadvisory นอกจากนั้น ลูกค้ายังสามารถซื้อ-ขายกองทุน และติดตามความเคลื่อนไหวการลงทุนผ่าน TMB TOUCH Mobile App ได้อีกด้วย”
“ถึงแม้ว่า TMB Advisory จะประสบความสำเร็จและภาคภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับจาก Asian Banking & Finance Awards 2018 แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่ปรึกษาให้ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้ามากขึ้น โดยเตรียมทำวิจัยและลงพื้นที่เจาะลึกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมทั้งปรับโครงสร้างบุคลากร เพราะเรามุ่งที่จะให้ลูกค้า “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ความโดดเด่นและรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างของ TMB Advisory สู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง” นางสาวมิ่งขวัญ กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


บัตรเครดิตกรุงศรี ปรับแบรนด์เปิดเกมรุกตลาด
นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยในงานเปิดตัวแคมเปญสื่อสารแบรนด์ใหม่ "บัตรเครดิตกรุงศรี…ที่สุด…ทุกสิ่ง" ที่จัดขึ้นที่ มาย คิทเช่น ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ว่า "วัตถุประสงค์หลักในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ คือ เพื่อให้แบรนด์บัตรเครดิตกรุงศรี เป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงและใช้จ่ายเป็นบัตรหลัก ทั้งสำหรับกลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นวัยทำงานที่อายุราว 35-45 ปี และเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มเติม เพราะจากการวิจัยตลาดของเรา เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าแม้บัตรเครดิตกรุงศรี จะมีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านบัญชี และมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย แต่ภาพลักษณ์ที่ลูกค้าจดจำยังไม่ชัดเจนนัก เราจึงต้องการปรับภาพลักษณ์ให้โดดเด่นขึ้น โดยเน้นสื่อสารถึงจุดเด่นของบัตรเครดิตกรุงศรี ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างตอบโจทย์ ทั้งกลุ่มลูกค้าพรีเมียม กลุ่มไลฟ์สไตล์เฉพาะด้าน ไปจนถึงกลุ่มบัตรโคแบรนด์ รวมทั้งยังมอบสิทธิประโยชน์ และโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่อง กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์เฉพาะด้านแบบต่างๆ ได้แบบรู้ใจ ทันใจ และโดนใจ จึงเป็นที่มาของแนวคิด "บัตรเครดิตกรุงศรี…ที่สุด…ทุกสิ่ง" ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการสื่อสารแบรนด์ใหม่ของเรา" แคมเปญสื่อสารแบรนด์ "บัตรเครดิตกรุงศรี…ที่สุด…ทุกสิ่ง" มุ่งเน้นการสื่อสารแบรนด์ผ่านหนังโฆษณาออนไลน์ 3 เรื่อง (http://bit.ly/2McQo4Z) โดยแต่ละเรื่องจะนำเสนอความเป็นที่สุด ในแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องที่สุดของการให้ ที่สุดของความชอบ และที่สุดของการเดินทาง เพื่อสื่อถึงจุดเด่นของบัตรเครดิตกรุงศรี ที่สามารถเติมเต็มที่สุดแห่งประสบการณ์ที่หลากหลายในสไตล์ของแต่ละคน ผ่านสื่อดิจิตอลและสื่อโซเชียล มีเดีย รวมทั้งสื่อโฆษณา Out-of-home ต่าง ๆ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อการตลาดของบัตรเครดิตกรุงศรี รวมถึงสื่อที่สาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยา เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน อายุ 20 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มลูกค้าเดิมของบัตรเครดิตกรุงศรี รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้จาก www.krungsricard.com และช่องทาง โซเชียลมีเดีย ต่างๆ ของบัตรเครดิตกรุงศรี
"นอกจากแคมเปญสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บัตรเครดิตกรุงศรี ยังมีแผนจะรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยจะปรับทั้งผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น และบริการ เพื่อมอบประสบการณ์แบบที่สุด…ทุกสิ่ง ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง ในส่วนของผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต จะมีการปรับสิทธิประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์ ทั้งในกลุ่มพรีเมียม และกลุ่มลูกค้าแมส ให้ใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับบัตรที่มีสิทธิประโยชน์หลักสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตน ยกตัวอย่างเช่น การปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่หรูหราหรือบัตรกรุงศรี เจซีบี แพลทินัมที่มอบสิทธิประโยชน์ใหม่ กินอะไรก็ได้เครดิตเงินคืน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย รวมทั้งยังมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์บัตรโคแบรนด์ใหม่ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะส่งเสริมการขายเพิ่มเติม โดยมีแผนจะนำเสนอบัตรเครดิตกรุงศรีในกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสมกับลูกค้า เพิ่มเติมเป็นบัตรใบที่สองให้กับกลุ่มลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตกรุงศรีเป็นบัตรหลักอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มจำนวนบัตรใหม่อีกทางหนึ่ง" นายสมหวัง กล่าว
ส่วนของโปรโมชั่นและบริการบริษัทฯ มีแผนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น และบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น บริการออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น UCHOOSE (ยูชูส) ซึ่งจะเป็นช่องทางหลักให้ลูกค้าทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ตรวจสอบข้อมูลบัญชี แลกคะแนน แลกรับอี คูปอง เพื่อเป็นส่วนลดหรือรับสินค้า ณ จุดขาย, การเปิดตัวบริการแชทบอทใหม่ผ่าน Facebook Messenger ของบัตรเครดิตกรุงศรีในช่วงเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้บริการตอบคำถาม ให้ข้อมูล คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชั่นต่างๆแบบเรียลไทม์ทันใจ ตลอด 24 ชั่วโมง การนำ Big Data ร่วมกับเทคโนโลยี Machine Learning และ Geolocation มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก เพื่อช่วยนำเสนอโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาด ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และตรงกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ในเวลาที่เหมาะสม  และการสร้างสรรค์โปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดในกลุ่มกิน ช้อป เที่ยว ที่เป็นกลุ่มการใช้จ่ายยอดนิยม เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตกรุงศรี เป็นบัตรหลักในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ชำระค่าน้ำมัน รับประทานอาหารนอกบ้าน จับจ่ายสินค้าต่างๆ และนำเสนอแคมเปญส่งเสริมการขายกับร้านค้าออนไลน์มากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในชีวิตประจำวันและผ่านทางออนไลน์ โดยบริษัทคาดว่า ด้วยสิทธิประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์บัตรที่มอบความคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง และหลากหลายของบัตรเครดิตกรุงศรี รวมถึงบริการที่สะดวกสบาย รวดเร็ว จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ให้เติบโต เป็นจำนวนลูกค้าทั้งหมด 2.2 ล้านบัญชี และเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรใหม่สิ้นปีนี้

Go To Lead


ธ.ก.ส. 'รุก'โครงการธนาคารต้นไม้และฝายชะลอน้ำ จ.ชุมพร
นายศรายุทธ ธรเสนา ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. และธนาคารต้นไม้ระดับประเทศ ร่วมนำเสนอโครงการธนาคารต้นไม้ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าและสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างฐานการออมเงินรูปแบบใหม่ให้กับเกษตรกร และยังช่วยสร้างอาชีพและรายได้จากการนำไม้และวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับต้นไม้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการออกกฎหมายเพื่อใช้ต้นไม้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนให้ชุมชนรวมตัวปลูกต้นไม้ภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้ทั่วประเทศแล้วจำนวน 6,804 ชุมชน มีเกษตรกรร่วมปลูกต้นไม้ 115,185 ราย มีต้นไม้ปลูกเพิ่มขึ้นในประเทศกว่า 11.8 ล้านต้น โดยในจังหวัดชุมพร มีชุมชนปลูกต้นไม้รวม 111 ชุมชน
ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนให้ชุมชนรวมตัวปลูกต้นไม้ภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้ทั่วประเทศแล้วจำนวน 6,804 ชุมชน มีเกษตรกรร่วมปลูกต้นไม้ 115,185 ราย มีต้นไม้ปลูกเพิ่มขึ้นในประเทศกว่า 11.8 ล้านต้น โดยในจังหวัดชุมพร มีชุมชนปลูกต้นไม้รวม 111 ชุมชน นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังได้สนับสนุนการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อเป็นแก้มลิงในการกักเก็บน้ำมาใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร และช่วยแก้ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในช่วงน้ำท่วมและฝนแล้ง สำหรับฝายชะลอน้ำที่ ธ.ก.ส.ร่วมสนับสนุนทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 6,095 แห่ง แบ่งเป็น ฝายขนาดใหญ่ 8 แห่ง ฝายขนาดกลาง 1,217 แห่ง และฝายขนาดเล็ก 4,870 แห่ง จำนวนเงินที่ร่วมสนับสนุนกว่า 135 ล้านบาท โดยในจังหวัดชุมพร มีจำนวนฝายทั้งสิ้น 34 แห่ง แบ่งเป็น ฝายขนาดใหญ่ 1 แห่ง ฝายขนาดกลาง 3 แห่ง และฝายขนาดเล็ก 30 แห่ง จำนวนเงินที่ร่วมสนับสนุนกว่า 5.7 ล้านบาท

Go To Lead


TMB 'ชู'แคมเปญใหม่ "บัญชีทีเอ็มบีเท่านั้นที่ให้คุณมากกว่า"
นายรูว์ ไฮซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ด้วยปรัชญาของทีเอ็มบี ภายใต้แนวคิด Make THE Difference เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์และการบริการทางการเงินผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นหลัก โดยสินค้าและบริการทางการเงินต่างๆนั้นต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ผ่านการใช้งานที่ง่าย และสะดวกสบาย ทำให้สามารถใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลของทีเอ็มบีตลอดครึ่งปีที่ผ่านมานั้นถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เรามีกลุ่มลูกค้าที่ใช้บัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (TMB All Free) คู่กับ ทีเอ็มบี โน ฟิกซ์ (TMB No Fixed) เป็นประจำเพิ่มขึ้น 49% ซึ่งก็ได้ส่งผลให้อัตราการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ของทีเอ็มบี เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ได้แก่ ลูกค้าที่มีทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) เพิ่มขึ้น 63% แตะยอด 1.5 ล้านดาวน์โหลด ส่งผลให้ปริมาณการทำธุรกรรมโดยรวมเติบโตขึ้น 129% หรือกว่าเกือบ 12 ล้านครั้งต่อเดือนของการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน ซึ่งในการนี้โปรแกรมสะสมคะแนนที่มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับลูกค้าหรือที่เรียกว่าทีเอ็มบี ว้าว (TMB WOW) ก็ได้ส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้วกว่า 85 ล้าน WOW และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ยังมีตัวเลขบ่งชี้ชัดเจนว่า ลูกค้าผู้ใช้งานทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) ผู้สะสมคะแนนว้าว (WOW) และเคยแลกของรางวัล มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและผลิตภัณฑ์อื่นๆของธนาคารเพิ่มขึ้นอีกด้วย"
"เราพบว่าปริมาณลูกค้าที่มาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของทีเอ็มบีมากกว่าหนึ่งผลิตภัณฑ์นั้นมีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางบัญชีต่างๆมากขึ้น ที่เราเน้นเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า (Get MORE) เราจึงได้ชูแคมเปญ Everyday Everyone Get MORE with TMB" หรือ "บัญชีทีเอ็มบีเท่านั้นที่ให้คุณได้มากกว่า" ซึ่งเป้าหมายระยะยาวคือ การขยายฐานลูกค้าที่ใช้ทีเอ็มบีเป็นประจำเพิ่มขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์และประโยชน์สูงสุดจากการใช้ และ การออม กับ ทีเอ็มบี
นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวเสริมว่า "Everyday Everyone Get MORE with TMBคือสิ่งที่เราทำมาตลอด เพียงครั้งนี้เราพยายามให้มันชัดเจนขึ้น ให้ลูกค้าได้ตระหนักถึงสิทธิประโยชน์ทางบัญชีของตัวเองให้ดีขึ้น ในรูปแบบที่ง่ายขึ้น ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทีเอ็มบีใช้ Music Marketing มาเป็นรูปแบบการทำการตลาดเพื่อสร้างความแตกต่าง และมุ่งเจาะกลุ่มเป้ามายไปที่คนรุ่นใหม่ สื่อสารผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เป็นหลัก 30% สื่อโทรทัศน์ 30% และสื่ออื่นๆ อีก 40% เป็นรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะรูปแบบการรับรู้ ของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งก็มั่นใจว่าการสร้างการรับรู้ด้วยการกระตุ้นเตือนให้เห็นถึงสิทธิประโยชน์ เช่นนี้ลูกค้าจะเข้าใจทันทีและคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ทางบัญชีของตัวเองได้ดีขึ้น"
สิ่งที่ลูกค้าทีเอ็มบีจะได้มากกว่าในทุกๆ วัน มีอาทิ ลูกค้าทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (TMB All Free) บัญชีที่ให้ทำธุรกรรมฟรีในทุกช่องทาง ทำให้ลูกค้าประหยัดค่าธรรมเนียมและยังได้รับว้าว (WOW) ทุกการทำธุรกรรมตามปกติ ลูกค้าทีเอ็มบี โน ฟิกซ์ (TMB No Fixed) บัญชีเพื่อออม ถอนได้ ดอกสูง 1.6% ไม่มีค่ารักษาบัญชี ไม่กำหนดระยะเวลาฝาก ซึ่งเรายังเชื่อว่าเป็นบัญชีเพื่อเก็บเพื่อออมที่ดีที่สุดในตลาดขณะนี้ ในขณะที่ทีเอ็มบี ว้าว (TMB WOW) Gamification Platformล่าสุดก็ได้รับรางวัล Mobile Banking Initiative of The Year - Thailand จาก Asian Banking & Finance Retail Banking Award 2018 นับเป็นรางวัลที่เราได้รับตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัวเลย ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าที่ได้รับ WOW point ไปแล้วกว่า 85 ล้าน WOW ปริมาณการนำ WOW มาแลกของรางวัลก็เพิ่มขึ้นทุกๆ ไตรมาส นอกจากนี้ WOW ยังทำให้มี Active User บน Mobile Platform เพิ่มขึ้นอีกกว่า 67% ซึ่งยืนยันว่า TMB WOW เป็น Loyalty Program Platform ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้ามากที่สุดในขณะนี้ นอกจากนี้ ยังมีทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) แอปพลิเคชันบนมือถือที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายแม้แต่ผู้พิการทางสายตาก็ยอมรับว่าทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) เป็นโมบาย แอปพลิเคชันที่เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายและครอบคลุมที่สุด เรียกได้ว่าลูกค้าทีเอ็มบีสามารถทำรายการต่างๆ ได้โดยแทบไม่ต้องไปที่สาขาอีกแล้ว ทั้งรายการปกติ เช่น ฝาก โอน จ่าย แลกของรางวัล ซื้อ-ขายกองทุน และรวมถึงสมัครบัตรเครดิต สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล และรวมถึงเรื่องการเปิดบัญชี ด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้
"ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาให้ลูกค้าเข้าใจถึงประโยชน์ของบัญชีเงินฝากแต่ละชนิดที่ได้มากกว่าจริง รวมถึงบริการอื่นๆ ที่มั่นใจว่าเมื่อมาเป็นลูกค้าทีเอ็มบีแล้วจะมีความสุข สนุกสนานกับประโยชน์ที่ได้มากกว่าในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการ "เลือกใช้ เลือกออม" ผ่านบัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (TMB All Free) ทีเอ็มบี โน ฟิกซ์ (TMB No Fixed) ให้การทำธุรกรรมการเงินเป็นเรื่องง่ายบน ทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) ทุกเรื่องเงิน ครบ จบ ในทัชเดียว และลูกค้าบุคคลจะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นไปอีกกับ ทีเอ็มบี ว้าว (TMB WOW) โปรแกรมสะสมคะแนน WOW จากการทำธุรกรรมเพื่อแลกรับของรางวัลที่หลากหลาย ภายใต้คอนเซปต์ "ยิ่งใช้ ยิ่งว้าว" ด้วยรูปแบบ Gamification ยกระดับการทำธุรกรรมทางธนาคารให้มีสีสันมากขึ้นทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินไม่เป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป" นางสาวมิ่งขวัญ กล่าว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com