Finance/Stock
Hot News: แบงก์ 'หนุน' Start Up //LH Bank เงินฝากประจำพิเศษ 12 เดือน ดอกเบี้ยสูง 1.88%
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์ 'หนุน' Start Up
บีคอน วีซี บริษัทเงินร่วมลงทุน KBank ประกาศเป็นผู้ลงทุนหลักรอบ Seed ของฮอร์แกไนซ์ ผู้นำตลาดแพลตฟอร์มการบริหารจัดการพื้นที่เช่าในประเทศไทย ขยายฐานลูกค้าตลอดจนเพิ่มบริการใหม่ ๆ ยกระดับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สู่ยุคดิจิตอล 4.0
นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด เปิดเผยว่า บีคอน วีซี ได้ลงทุนรอบ Seed ในบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด (Horganice) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการพื้นที่เช่า เช่น อพาร์ทเม้นท์ หอพัก แผงเช่าในตลาด ซึ่งการลงทุนครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ฮอร์แกไนซ์เพื่อใช้พัฒนาเทคโนโลยีให้มีความสามารถและก้าวหน้าขึ้นแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างฮอร์แกไนซ์กับทางธนาคารกสิกรไทย ในการขยายฐานบริการของฮอร์แกไนซ์ในกลุ่มลูกค้าของธนาคาร รวมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าฮอร์แกไนซ์ อาทิ ระบบการชำระเงิน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของฮอร์แกไนซ์ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการมีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การลงทุนในฮอร์แกไนซ์ครั้งนี้นับเป็นการลงทุนโดยตรงครั้งที่ 7 และเป็นการลงทุนในรอบ Seed ครั้งแรกของบีคอน วีซี โดยที่ผ่านมาได้ทำการลงทุนใน Jitta สตาร์ทอัพสัญชาติไทยด้านเทคโนโลยีการบริหารการลงทุน (Wealthtech) รวมถึง InstReM สตาร์ทอัพชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านบริการโอนเงินระหว่างประเทศ และ Grab ยูนิคอร์นสตาร์ทอัพด้านบริการการขนส่ง (Ride hailing) และบริการทางการเงิน (Fintech)
นายธนวิชญ์ ต้นกันยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับธนาคารกสิกรไทยที่ดีเสมอมา และรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือในทำงานร่วมกันหลายโครงการเพื่อสร้างคุณค่าต่อลูกค้าทั้งสองฝ่าย พันธกิจของเราคือการนำการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลในยุคใหม่ และทำให้ทั้งผู้เช่าและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีความกังวลใจ เม็ดเงินลงทุนจากบีคอนวีซีในรอบนี้จะช่วยให้ทีมเราสามารถก้าวเดินต่อและทำตามคำมั่นสัญญาและเดินเข้าใกล้พันธกิจของเรามากยี่งขึ้น
ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยซึ่งเป็นผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง จะช่วยให้ฮอร์แกไนซ์สามารถนำเสนอบริการด้านการเงินให้กับผู้เช่า ผู้ดูแล และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำงานร่วมกับทางธนาคารในส่วนของการชำระเงิน (จ่ายบิล) และการให้สินเชื่อไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการนำองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปให้บริการกลุ่มธุรกิจ SME ทั่วประเทศไทยอีกด้วย
ปัจจุบันบริษัทให้บริการกับอสังหาริมทรัพย์กว่า 3,000 อาคาร ครอบคลุมมากกว่า 130,000 ห้องในเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย บริษัทได้ก่อตั้งขึ้นโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และเคยได้รับรางวัลจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น รางวัลชนะเลิศการประกวดนำเสนอแผนธุรกิจจากงาน Startup Thailand จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2560 ฮอร์แกไนซ์เริ่มต้นธุรกิจจากการให้บริการซอฟต์แวร์การบริหารจัดการหอพักมหาวิทยาลัยแก่เจ้าของหอพัก ก่อนที่จะขยายธุรกิจและการให้บริการไปถึงโซลูชั่นส์ฮาร์ดแวร์ Internet of Things (IoT) ตลอดจนลูกค้ากลุ่มหอพัก โรงพยาบาล และตลาดห้องเช่า

Go To Lead


SMEdb เป้าสินเชื่อ 5.72 หมื่นล้าน
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 5.72 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านสาขา 3.5 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 2.2 หมื่นล้านบาทจะเป็นการปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการรถม้าเติมทุน วงเงิน 2.22 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีรถม้าเติมทุน 600 คัน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 พันคันในต้นปี 2563
เฉลี่ยรถม้าเติมทุน 1 คันจะมีพนักงานสินเชื่อ 2 คน โดยได้ตั้งเป้าหมายให้ปล่อยกู้ได้คนละ 4ล้านบาทต่อเดือน รวม 1 คันจะปล่อยกู้ได้ 8 ล้านบาทต่อเดือน และประเมินว่ารถม้าเติมทุนจะเข้าถึง 7.25 พันตำบลทั่วไทยในปีหน้า เน้นปล่อยกู้เอสเอ็มอีรายเล็กไม่เกิน 7 แสนบาทต่อราย โดยผลดำเนินงานของรถม้าเติมทุนช่วงเดือน ส.ค. - ธ.ค. 2561 สามารถปล่อยสินเชื่อได้รวมกันกว่า 4 พันล้านบาท

Go To Lead


LH Bank เงินฝากประจำพิเศษ 12 เดือน ดอกเบี้ยสูง 1.88%
นายนพคุณ ทอดสนิท ผู้ช่วยสายงานกิจการสาขา ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.88% ต่อปี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรที่กำลังมองหาเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูง ยอดเงินฝากเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ยทุกเดือน โดยธนาคารจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันให้อัตโนมัติเพื่อเป็นการอำนวยความความสะดวกให้กับลูกค้าได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และเป็นทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเงินฝากประจำ ที่ต้องการออมเงินอย่างมั่นคง โดยได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าเงินฝากประจำทั่วไป
ลูกค้าที่สนใจสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ ยอดเงินฝากในโครงการครบ 5,000 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LH Bank ทุกสาขา หรือ Call Center 1327 หรือ www.lhbank.co.th

Go To Lead


เอเชีย พลัส 'หนุน' ALL เข้าตลาด MAI
บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำหุ้น บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตแบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน ของ ALL เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดกรอบระยะเวลาการนำเสนอข้อมูลนักลงทุน (โรดโชว์) ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป ก่อนที่จะมีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.79 ของจำนวนหุ้นหลัง IPO หากพิจารณาจากจุดแข็งของ ALL จะเห็นได้ว่า กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise และ High Rise ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ เดอะ วิชั่น โดยเป็นโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทเองและภายใต้กิจการร่วมค้าอีก 3 บริษัท คือ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ - ฮูซิเออร์ สุขุมวิท 50 จำกัด (ALL Hoosiers) เพื่อพัฒนาโครงการ The Excel Hideaway Sukhumvit 50 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด (AHJ Ekkamai) เพื่อพัฒนาโครงการ Impression Ekkamai ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise และบริษัท เอจี ทองหล่อ 12 จำกัด (AG Thonglor) เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมแบบ High Rise ย่านทองหล่อ
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D) ธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จภายใต้ชื่อ “Rise Venture” ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไรส์ เอสเตท จำกัด และธุรกิจให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ดำเนินงานภายใต้บริษัท ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด (ALL Prop) เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 – 2561 นั้น กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม จำนวน 420 ล้านบาท, 714 ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท ตามลำดับ และในช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 11 ล้านบาท, 81 ล้านบาท และ 343 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งจากอัตราการเติบโตของบริษัทฯ แสดงถึงสถานะทางการเงินและการเติบโตของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด

Go To Lead


เคทีซี- 5 ธุรกิจออนไลน์ เจาะลึกธุรกิจE-Com
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่าน มาเติบโตก้าวกระโดด ช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนให้ภาคเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยแรงส่งจากเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียที่ทำให้โลกเล็กลง ข้อมูล การสื่อสารและโอกาสที่ดี เกิดการแลกเปลี่ยนแบบไร้ขีดจำกัด ในส่วนของเคทีซีเองการเปิดช่องทางธุรกิจสู่ช่องทางออนไลน์ถือว่าไปได้ดี มียอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงต่อเนื่องมาตลอด เปรียบเทียบปี 2561 กับปี 2560 เติบโตประมาณ 30% โดย 5 หมวดสินค้าที่มีการใช้จ่ายผ่านออนไลน์สูงสุด ได้แก่ หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า / เครื่องสำอาง / เสื้อผ้าแฟชั่น / สินค้าตกแต่งภาย ในบ้าน / สินค้าแม่และเด็ก นอกจากนี้ยังมีสมาชิกบัตรเครดิตรายใหม่ๆ เข้ามาใช้จ่ายออนไลน์ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 จากพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่สมาชิกหันมาสนใจและคุ้นเคยกับการค้นหาข้อมูลและทำรายการใช้จ่ายต่างๆ ผ่านออนไลน์ด้วยตนเองมากขึ้น เคทีซีจึงสรรหาสิทธิประโยชน์ มอบให้ลูกค้า
นางพิทยากล่าวว่า แม้ว่าวันนี้การซื้อของออนไลน์จะเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังมีความกังวลในการใช้บริการออนไลน์ ดังนั้น สิ่งที่อยาก ฝากถึงผู้บริโภคเมื่อจะใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดีไวซ์ต่างๆ ในการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์หรือทำธุรกรรมทางการเงินคือ 1. ตรวจสอบรายละเอียดสินค้าที่สั่งซื้อและจำนวนเงินให้ ถูกต้องก่อนการชำระ 2. เลือกวิธีการชำระที่ปลอดภัยและพิจารณาสิทธิพิเศษเพื่อประโยชน์ในการชำระ เช่น การชำระผ่านบัตรเครดิต จะได้รับเครดิตในการชำระประมาณ 45-55 วัน หรือ ได้รับคะแนนสะสม หรือใช้คะแนนสะสมแลกเป็นส่วนลดราคาสินค้า หรือใช้โค้ดส่วนลดราคาสินค้า 3. ควรพิมพ์ URL ด้วยตัวเอง ไม่ใช้ลิงค์เชื่อมโยงที่มากับอีเมลหรือในเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ระบบการโอนเงินชำระออนไลน์ 4. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอปฯ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ลงบนอุปกรณ์ที่ใช้งานธนาคารออนไลน์ 5. ไม่เก็บเอกสารหรือข้อมูล สำคัญไว้ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เช่น เลขบัตรประชาชน เลขที่บัญชีเงินฝาก เบอร์โทรศัพท์มือถือ รหัสผ่านต่างๆ 6. ไม่ทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตสาธารณะ แต่หากจำเป็นให้ เปลี่ยนรหัสผ่านหลังจากใช้งานทันที 7. แจ้งเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินทันทีและขอคำแนะนำการใช้งานที่ปลอดภัย หากได้รับรหัสผ่านชั่วคราวโดยไม่ได้ส่งคำสั่งโอนเงิน หรือได้รับข้อความ หรือได้คลิกลิงค์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมต้องสงสัยหรือให้ข้อมูลในเว็บไซต์ปลอมไปแล้ว 8. ไม่ใช้รหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดาหรือวันเดือนปีเกิด 9. จำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมผ่าน ธนาคารออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีถูกมิจฉาชีพขโมยรหัส 10. ควรออกจากระบบ (Logout) ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน”

Go To Lead


กรุงศรี ตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจบิ๊ก'โต' 8 %
นายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ปีนี้ตั้งเป้าสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) มีอัตราการเติบโตที่ 6.2% หรือมาอยู่ที่ 689,000 ล้านบาท จากปี 61 อยู่ที่ 649,000 ล้านบาท หรือโต 5.6% จากปี 60 ในขณะที่ด้านเงินฝากตั้งเป้าโต 10.1% มาอยู่ที่ 287,000 ล้านบาท จากปี 61 อยู่ที่ 268,000 ล้านบาท หรือโต 2.9% จากปี 60 โดยธนาคารจะเปลี่ยนจากการเน้นให้สินเชื่อเพียงอย่างเดียว มาเป็นการให้คำแนะนำและนำเสนอบริการทางการเงินที่ครบวงจร (total solutions) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารจะมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของกรุงศรีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละขนาด
นางเมธินี จงสฤษดิ์หวัง ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กล่าวว่า การเติบโตสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ ปี 62 ตั้งเป้าโต 8% จาก 378,000 ล้านบาท ปี 61 มาอยู่ที่ 408,000 ล้านบาท ในขณะที่เงินฝากโต 19% จาก 77,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 91,000 ล้านบาท โดยด้านการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่มีทิศทางเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Hospitality เช่น โรงพยาบาลและโรงแรม ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยต่ำและสภาพคล่องที่ยังสูงอยู่ ในขณะที่ธุรกิจ SME ยังเติบโตได้ แต่ต้องเลือกธุรกิจที่ดี และมีแนวโน้มที่จะโตได้ โดยในส่วนของเงินฝาก ที่ผ่านมาธนาคารจะเน้นที่รายย่อย แต่ปัจจุบันจะหันมาเน้นที่รายใหญ่มากขึ้น เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ ปัจจุบัน ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่อยู่ที่ 12-13% ถ้าเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด และด้านสัดส่วนรายได้ของธนาคารในส่วนรายได้ที่มาจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากปัจจุบันอยู่ที่ 70:30 ตั้งเป้าภายใน 2 ปี มาเป็น 60:40 ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการให้บริการจากเดิมที่เน้นการให้สินเชื่อเป็นหลัก มาเป็นเหมือนพันธมิตรคู่คิด (Thought partner) และนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินที่เหมาะสมให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งความร่วมมือกับ MUFG ทำให้ธนาคารสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการเงินระดับโลกที่ทันสมัย ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มี ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในปี 62 ธนาคารมีแนวทางในการดูแลลูกค้า 3 ด้าน คือ 1. สนับสนุนการให้สินเชื่อเพื่อการเติบโตและการขยายธุรกิจด้วยบริการครบทุกรูปแบบ 2. ให้บริการโซลูชั่นทางการเงินแบบครบวงจรเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจและช่วงการเติบโตของธุรกิจของลูกค้า รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับ MUFG และ 3. พัฒนาบริการที่มีประสิทธิภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทันทีผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์ม รวมทั้งนวัตกรรมการเงินเพื่อบริหารสภาพคล่องที่ช่วยในการดำเนินงานและบริหารความเสี่ยงให้กับลูกค้าธุรกิจ

Go To Lead


--> [ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com