Finance/share
Hot News: แบงก์ 'หนุน' ธุรกิจไทยก้าวสู่ เศรษฐกิจ 'คาร์บอน' ต่ำ
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์ 'หนุน' ธุรกิจไทยก้าวสู่
เศรษฐกิจ 'คาร์บอน' ต่ำ
ทีทีบี 'หนุน'ภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชูบทบาท Strategic Partner พร้อมเคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน (Transition) โดยมุ่งผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริงผ่านโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากกลุ่มโรงแรมสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพันธมิตรใน Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง
นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีทีบี เปิดเผยว่า ทีทีบีเดินหน้าส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทางการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การป้องกันผลกระทบในอนาคต ไปจนถึงการสนับสนุนโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านของลูกค้าในระยะยาว และในปี 2569 ทีทีบีมุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับกฎระเบียบและมาตรการสิ่งแวดล้อมระดับโลก รวมถึงพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ตลอดจน Thailand Taxonomy ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงและโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
จากการประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับทิศทางอุตสาหกรรม ทีทีบีได้จัดกลุ่มและวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจของลูกค้าอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยวางกลยุทธ์ผ่านแนวคิดที่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืนอย่างชัดเจน ได้แก่
1. ประเมินความเสี่ยง (Assess): ประเมินผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ ๆ ด้านสภาพภูมิอากาศที่มีต่อลูกค้าในพอร์ต โดยมุ่งเน้นในจุดที่เกิดผลกระทบจริงแบบรายอุตสาหกรรม ทำให้ธนาคารสามารถโฟกัสทรัพยากรไปในจุดที่สำคัญที่สุดได้ และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
2. วิเคราะห์เชิงลึก (Analyze): วิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้สามารถออกแบบคำแนะนำและโซลูชันที่สอดคล้องกับบริบทธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน จึงมีความต้องการการเปลี่ยนผ่านพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยในแต่ละกระบวนการ และอาจจะมีกระบวนการลดคาร์บอนที่ ไม่เหมือนกัน
3. ป้องกันและเตรียมความพร้อม (Prevent): ทีทีบีมุ่งสร้างความพร้อมให้กับภาคธุรกิจผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านโซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขความท้าทายด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน เช่น การประเมินและคำนวณ Carbon Footprint ให้ลูกค้ารู้สถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองก่อนวางแผนลดอย่างจริงจัง หรือสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อหาทางออก
4. ส่งมอบโซลูชันตอบโจทย์ (Provide): ทีทีบีได้พัฒนาโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Loan) ที่ออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมโดยเฉพาะ และปีนี้ได้ขยายผลไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) ตลอดซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันได้ปล่อยสินเชื่อสีเขียวและสีฟ้า (Green and Blue Loans) ไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านบาท สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน มากกว่า 5,000 ล้านบาท รวมถึง Green Loan and Sustainability Linked-loan for Hotel, Solar Rooftop Solution และโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดต้นทุนทางธุรกิจ และการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์กร
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของทีทีบีในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม คือการยกระดับการวัดผลสำเร็จจากที่ตลาดมองตัวเลขเชิงปริมาณ เช่น ยอดการปล่อยสินเชื่อสีเขียว หรือจำนวนครั้งในการออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม มาสู่การวัด “ความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง” (Effective Impact) โดยนำปัจจัยผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาคำนวณร่วมกับกลยุทธ์พอร์ตสินเชื่อ พร้อมทั้งทำการวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบด้าน เพื่อให้เห็นภาพรวมของพอร์ตชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การการเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายที่สุด
“ทีทีบีมุ่งทำงานร่วมกับลูกค้าในแต่ละภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าทีทีบีไม่ได้มองความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเพียงเทรนด์หรือภารกิจตามกระแส แต่คือหนึ่งพันธกิจสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้าง Make REAL Change เปลี่ยนเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายกมลพันธ์ กล่าว #ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

Go To Lead


กสิกรไทย – SCGP 'ชู'นวัตกรรมกระดาษรีไซเคิล 100% จัด EARTH JUMP 2026 ลดวัสดุใช้แล้ว พร้อมส่งต่อสร้างประโยชน์สู่สังคม
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ SCGP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนแนวทางของกสิกรไทยที่มุ่งผสานความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน โดย EARTH JUMP 2026 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากการจัดงาน ตั้งแต่การสนับสนุนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การลด Single-use Waste ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ นอกจากนี้ ธนาคารได้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดด้วยคาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้โครงการนำร่อง Carbon Credit Tokenization Pilot Program ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การได้รับการรับรองเป็น Net Zero Event ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) กล่าวว่า SCGP ยินดีอย่างยิ่งที่เป็นพันธมิตรของธนาคารกสิกรไทยในการนำโซลูชันกระดาษมาประยุกต์ใช้กับงานนิทรรศการ โดยผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการออกแบบงานอย่างใส่ใจตั้งแต่ต้น สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้พร้อมกัน โดยหลังเสร็จสิ้นงานโครงสร้างบูทและอุปกรณ์ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ SCGP ได้ส่งต่อให้แก่โรงเรียนในโครงการ SCGP Low Carbon School ได้แก่ โรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม โรงเรียนวัดหุบกระทิง และโรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย (โทกุหลาบทิพย์ประชาสรรค์) ในจังหวัดราชบุรี เพื่อนำไปใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์และสื่อการเรียนรู้ ขณะที่วัสดุส่วนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อแปรรูปกลับเป็นวัตถุดิบใหม่ในระบบของ SCGP สอดคล้องกับแนวทาง Zero Waste และช่วยให้ทรัพยากรได้รับการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ความร่วมมือระหว่างกสิกรไทยและ SCGP ใน EARTH JUMP 2026 สะท้อนการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเลือกใช้ การจัดการ ไปจนถึงการส่งต่อและหมุนเวียนทรัพยากรหลังจบงาน เพื่อสร้างคุณค่าทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

Go To Lead


ดอกแรง…ติดสปีด เปิดบัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน
กับกรุงศรี รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.20% ต่อปี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ออกผลิตภัณฑ์ “เงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน” อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.20% ต่อปี หนึ่งทางเลือกในการออมเงิน ท่ามกลางความผันผวนของตลาด การันตีผลตอบแทน รับดอกเบี้ยเมื่อฝากครบกำหนดระยะเวลาฝาก 11 เดือน ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท สำหรับยอดเงินฝากน้อยกว่า 10 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 1.10% ต่อปี และยอดเงินฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
พิเศษ สำหรับลูกค้าที่มียอดเงินฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาท จะได้รับสถานะ KRUNGSRI EXCLUSIVE และลูกค้าที่มียอดเงินฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาท จะได้รับสถานะ KRUNGSRI PRIME พร้อมสิทธิประโยชน์และบริการต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่
https://www.krungsri.com/th/promotions/personal/td-special-11m

Go To Lead


ไทยพาณิชย์ 'หนุน' สินเชื่อ 1,745 ล้านบาท กลุ่มเดอะไนน์โซเทล
ขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรม-การท่องเที่ยวไทยเติบโตแข็งแกร่ง
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนสินเชื่อจำนวน 1,745 ล้านบาท แก่ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม Renaissance Pattaya Resort & Spa โดยมี นายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ นายรังสรรค์ องค์สรณะคม Head of Corporate Banking 3 นายกฤษฎา มหาดำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด และ นางวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด ร่วมประกาศความสำเร็จของการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้ โดยความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเดอะไนน์โซเทลในการยกระดับศักยภาพการให้บริการ และเสริมขีดความสามารถในการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โรงแรม Renaissance Pattaya Resort & Spa มีแผน Renovate โรงแรมเดิมจำนวน 257 ห้องพักเพื่อยกระดับโรงแรมให้มีความสวยงามและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และขยายการลงทุนสร้างส่วนต่อขยายเป็น Luxury Pool Villa จำนวน 20 หลัง (ขนาด 150-440 ตารางเมตร) รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น และ Onsen & Club House ภายในโรงแรม เพื่อรองรับกับกลุ่มลูกค้าระดับบนและกลุ่มครอบครัวที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง นอกจากนี้กลุ่มฯ ยังมีแผนขยายการลงทุนในอนาคตไปสู่โครงการโรงแรมแห่งใหม่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ อาทิ จังหวัดภูเก็ต และเกาะสมุย สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีต่อภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์เป็นสถาบันการเงินที่มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

Go To Lead


BAM เข้าร่วม Singapore Convention Week 2026
เปิดมุมมอง AI ยกระดับบริหารหนี้ สู่อนาคตระงับข้อพิพาทเป็นธรรม-ยั่งยืน
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) และบริษัท ไทยเมดิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (TMC) เข้าร่วมการประชุม Singapore Convention Week 2026 เวทีนานาชาติด้านการไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการระงับข้อพิพาท จัดโดยกระทรวงกฎหมายสิงคโปร์ (MinLaw) โดยทางคณะผู้แทนของทั้ง 3 องค์กร ได้เข้าร่วมการเสวนา “Trust as the New Currency: Values in a Tech-Driven World” ซึ่งสะท้อนว่าในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นความเชื่อมั่นจะยิ่งกลายเป็นสกุลเงินสำคัญของโลกธุรกิจ พร้อมเข้าร่วม Workshop “The AI-Enabled Mediation: Innovation, Ethics and Access to Justice, and the Future of Dispute Resolution” ที่นำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการไกล่เกลี่ย การบริหารข้อพิพาท และการเข้าถึงความยุติธรรม ควบคู่กับการกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ
นอกจากนี้ คณะผู้แทนทั้ง 3 องค์กรได้เข้าเยี่ยมคารวะ นางวรพรรณี ดำรงมณี เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อพิพาท ปัญหาหนี้สิน และบริบททางเศรษฐกิจและการเงินของสิงคโปร์ รวมถึงศึกษาดูงาน Credit Counselling Singapore (CCS) เพื่อเรียนรู้แนวทางให้คำปรึกษาและบริหารหนี้ผ่าน Debt Management Programme (DMP) ซึ่งช่วยปรับแผนชำระหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถของลูกหนี้ ลดโอกาสเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และสนับสนุนการฟื้นฟูสถานะทางการเงินอย่างยั่งยืน
นางทองอุไร ลิ้มปิติ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน การเรียนรู้จากองค์กรและเวทีระดับโลกจะช่วยให้ BAM นำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศมาพัฒนาการกำกับดูแล การคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสีย การสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกค้า พร้อมยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้ BAM เห็นภาพระบบนิเวศการระงับข้อพิพาทและการบริหารหนี้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การไกล่เกลี่ย การช่วยเหลือลูกหนี้ ไปจนถึงทิศทาง The AI-Enabled Mediation: Innovation, Ethics and Access to Justice, and the Future of Dispute Resolution ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดการวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้ การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ การบริหารข้อร้องเรียน และการออกแบบกลไกช่วยเหลือลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมยิ่งขึ้น องค์ความรู้ที่ได้รับจะสนับสนุน Digital Transformation ของ BAM ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ (Responsible Technology) ควบคู่กับการสร้าง Trust และการบริหารหนี้ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างทางออกทางการเงินที่เหมาะสมและยั่งยืน ต่อยอดสู่เป้าหมายการเป็น “Trusted Resolution Partner” ที่ได้รับความไว้วางใจจากทุกภาคส่วน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com