Finance/share
Hot News: วีซ่า 'ชี้' ผู้บริโภค ฮิตใช้จ่ายไร้เงินสด
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
วีซ่า 'ชี้' ผู้บริโภค
ฮิตใช้จ่ายไร้เงินสด
วีซ่าผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ได้เผยถึงผลการสำรวจที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนด้านอุปนิสัยและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทย ในยุคที่สังคมทั่วโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่ “นิว นอร์มอล” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” โดยผลการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย1 โดยวีซ่า
นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า วีซ่า ทำการสำรวจในครั้งนี้ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยอย่างทันท่วงที ถ่องแท้ และชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกฝ่ายกำลังปรับตัวเข้าสู่ “นิวนอร์มอล” นอกจากนี้เราเชื่อว่าความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความก้าวหน้า ดังนั้นเราประสงค์ที่จะแบ่งปันข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้เพื่อช่วยอีโคซิสเท็มและธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยเพื่อให้สามารถปรับตัวและเปิดรับสภาพที่เป็นจริงแบบใหม่ และท้ายที่สุดความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ถูกต้องได้
แม้ว่าประชากรทั่วโลกมีความกังวลในเรื่องสุขภาพร่างกาย กระนั้นก็ยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกกลับมีความกังวลด้านสุขภาพทางการเงินมากกว่า โดย 4 ใน 5 (79 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเห็นพ้องว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้พวกเขาจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตัวในเชิงรุกมากขึ้นกับการวางแผนด้านการเงิน เปรียบเทียบกับอีกครึ่งหนึ่งโดยประมาณ (53 เปอร์เซ็นต์) ที่บ่งชี้ถึงความกังวลของพวกเขาในเรื่องการเจ็บป่วย
"ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากเริ่มจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการซื้อสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้นในอนาคต จากผลการสำรวจ 67 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาน่าจะมีการซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเป็นจำนวนเกือบเท่าตัวของนักช้อปทั่วโลก (35 เปอร์เซ็นต์) และค่อนข้างจะมากกว่าค่าเฉลี่ย (47 เปอร์เซ็นต์) สำหรับนักช้อปในแถบเอเชียแปซิฟิก"
เมื่อพูดถึงประสบการณ์การช้อปปิ้ง มากกว่าครึ่ง (54 เปอร์เซ็นต์) ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย กล่าวว่า การช้อปปิ้งออนไลน์ให้ประสบการณ์ที่ดีมากกว่าการช้อปปิ้ง ณ ร้านค้าแบบเดิม เปรียบเทียบกับข้อมูล 46 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 37 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก
การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าการเสริมสร้างนิสัยการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดกำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก โดย 61 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างชาวไทย กล่าวว่า พวกเขาชอบที่จะชำระด้วยวิธีที่ไม่ใช้เงินสดมากกว่า ในทำนองเดียวกัน 58 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก และ 64 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างทั่วโลก กล่าวว่า พวกเขาก็ชอบวิธีการชำระแบบไร้เงินสดมากกว่า
แนวโน้มด้านการชำระเงินของผู้คนทั่วโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดูจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก โดยผู้บริโภคชาวไทย (69 เปอร์เซ็นต์) เอเชียแปซิฟิก (75 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (66 เปอร์เซ็นต์) เลือกที่จะใช้วิธีการชำระแบบไร้เงินสดหลังจากสถานการณ์ในปัจจุบันสิ้นสุดลง มีเพียง 1 ใน 4 (24 เปอร์เซ็นต์) ของผู้บริโภคชาวไทย เปิดเผยว่า พวกเขาจะกลับไปชำระด้วยเงินสดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (17 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (20 เปอร์เซ็นต์) โดยผู้บริโภคที่เหลือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยังคงเลือกชำระเงินด้วยวิธีแบบใหม่นี้หรือกลับไปใช้วิธีการแบบเดิม นั่นคือ 14 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคทั่วโลก ตามมาด้วยผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก (8 เปอร์เซ็นต์) และประเทศไทย (7 เปอร์เซ็นต์)
ผู้บริโภคยังมีความคำนึงในเรื่องของราคามากขึ้นด้วย โดยเกือบ 4 ใน 5 (78 เปอร์เซ็นต์) ของคนไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องราคามากยิ่งขึ้น เทียบกับผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก (59 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (53 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนั้นผู้บริโภคชาวไทยยังให้ความสนใจกับสินค้าลดราคา โดย 65 เปอร์เซ็นต์จะพุ่งความสนใจไปที่สินค้าปรับราคาลง เปรียบเทียบกับผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก (45 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (41 เปอร์เซ็นต์) ส่วนการวางแผนทางด้านการเงินก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ โดย 79 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยเชื่อว่ายามนี้พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัวและให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการด้านการเงินของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างในเอเชียแปซิฟิก (74 เปอร์เซ็นต์) และทั่วโลก (70 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ
“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลการสำรวจนี้จะช่วยจุดประกายไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งบทสนทนา และผลักดันความร่วมมือภายในอุตสาหกรรมการชำระเงิน และภาคส่วนอื่นๆ ในประเทศไทยในระหว่างที่พวกเราทุกคนกำลังปรับตัวเองและช่วยเหลือผู้บริโภคปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอลอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ วีซ่าจะยังคงใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดโซลูชั่น นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และใช้ความสามารถของเครือข่ายระดับโลกของเราให้เกิดประโยชน์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและอย่างยั่งยืน” นายสุริพงษ์ กล่าว

Go To Lead


TMB ALL FREE ช่วยคุณจ่ายค่ารักษาพยาบาลฟรี
บัญชี TMB ALL FREE มาตรฐานใหม่ (new normal) ของบัญชีธนาคารที่ทุกคนควรมี เพราะให้ฟรี ความคุ้มครอง ช่วยคุณจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เบิกค่ารักษาได้ไม่จำกัดครั้ง สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในยามที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อชีวิตการเงินที่ดีของคนไทย และยังให้ ฟรี คุ้ม ครบ ทุกอย่าง จบในบัญชีเดียวในสถานการณ์แบบนี้ ทีเอ็มบี ห่วงใยและพร้อมจะอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกคนให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน จึงชวนมาตั้งรับเชิงรุก เพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้น เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการใช้จ่ายอย่างประหยัดมีวินัยทางการเงิน และรู้จักบริหารความเสี่ยงมีความคุ้มครองที่เพียงพอ ซึ่งบัญชี TMB ALL FREE ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่บัญชีธนาคารทั่วไป ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นในยามเกิดวิกฤติ
นอกจากนี้ บัญชี TMB ALL FREE ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ให้มากกว่าบัญชีทั่วไป เพื่อให้ลูกค้า “ใช้ฟรี-คุ้ม-ครบ” ใช้ในไทย ฟรี ค่าธรรมเนียม กด โอน จ่าย เติม ทุกธนาคาร ทั่วไทย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ใช้รูดต่างประเทศ ฟรี ค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน 2.5% เรทถูก ไม่มีชาร์จ ใช้ได้ทุกสกุลเงิน ทั่วโลก ใช้ช้อปออนไลน์ ฟรี ประกันช้อปออนไลน์ ได้ของ ผิดสเปก สูญหาย เสียหาย เคลมได้ จ่ายตามจริงสูงสุด 5,000 บาท/ครั้ง ใช้บัตรเดบิต ออลล์ฟรี ตามเงื่อนไข ยังได้คะแนน WOW สะสมใช้แลกของสิทธิพิเศษ หรือ ใช้แทนเงินสด มูลค่า 1 WOW = 1 บาท ใช้ซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทั่วโลกผู้สนใจสามารถติดต่อเปิดบัญชี TMB ALL FREE ได้ที่ธนาคาร ทีเอ็มบี ทุกสาขา สำหรับลูกค้าทีเอ็มบีปัจจุบัน สามารถเปิดบัญชีผ่านโมบายแอปพลิเคชัน TOUCH ได้ทันที ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tmbbank.com/allfree

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com