Finance/share
Hot News: กรุงไทย เที่ยวด้วยกัน ผ่าน APP "เป๋าตัง"
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กรุงไทย เที่ยวด้วยกัน
ผ่าน APP "เป๋าตัง"
กรุงไทย ร่วมมือททท. หนุน เที่ยวปันสุข รัฐทุ่มงบ 22,400 ล้านบาท กระตุ้นท่องเที่ยว www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เริ่ม 15 ก.ค. รับสิทธิ์ส่วนลดที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และรับเงินเที่ยว อี-เวาเชอร์ ผ่านApp"เป๋าตัง" สูงสุด 3,000 บาท
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนลงไปในระดับฐานราก ที่ผ่านมา ธนาคารร่วมดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศมาโดยตลอดเช่นกัน โดยในครั้งนี้ “เราเที่ยวด้วยกัน” และ “กำลังใจ” ธนาคารได้พัฒนาแพลตฟอร์มการลงทะเบียนและการชำระเงินแบบดิจิทัลผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนกับผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ยืนยันว่าระบบลงทะเบียนไม่ล่ม เนื่องจากกรุงไทยพัฒนาให้สามารถรองรับการเข้าถึงได้กว่า 1.6 แสนทรานเซ็กชันต่อวินาที
ส่วนในรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ ก็มีการอัพเดทและแก้ไขบางอย่างเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้ที่จะลงทะเบียน “www.เราเที่ยวด้วยกัน.com” เพิ่มเติมอีกด้วย เริ่มจาก
1. ชื่อเว็บไซต์คือ “www.เราเที่ยวด้วยกัน.com” ลงทะเบียนเที่ยวปันสุขเพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดที่พัก ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน และเงินเที่ยวอี-เวาเชอร์นั้น ต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารที่ต้องการเข้าร่วมโครงการนี้ ทางการเปิดให้มาลงบทะเบียนในเว็บไซต์ดังกล่าวได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป ส่วนประชาชนทั่วไป เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ในวันที่ 15 ก.ค. 2563 ตามลำดับ
2. รายละเอียดโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” หน้าเว็บไซต์ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่เป็นการเปลี่ยนชื่อใหม่ จากการรวมเอา 2 แพ็คเกจเดิม คือ “เราไปเที่ยวกัน” และ “เที่ยวปันสุข” มาไว้เป็นแพ็คเกจเดียวกัน ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียน “www.เราเที่ยวด้วยกัน.com” คือ ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และกำลังวางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด โดยรัฐสนับสนุนค่าโรงแรมให้ 40% ต่อคืน แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน สูงสุดจองได้ไม่เกิน 5 คืน รวมทั้งจะได้รับ อี-เวาเชอร์ 600 บาทต่อคืน ผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" สูงสุดไม่เกิน 5 คืน หรือไม่เกิน 3,000 บาท และยังจะได้รับสิทธิ์รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน ในอัตรา 40% แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง และมีการปรับการรับสิทธิ์เพิ่มเติม คือ จากเดิมให้ 1 สิทธิ์ส่วนลด ต่อ 1 คน แต่ปรับใหม่เป็นให้สิทธิ์ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 2 ใบ เพื่อที่อำนวยความสะดวกให้ปนะชาชนเดินทางพร้อมกันเป็นคู่ได้
ส่วนการรับสิทธิ์ส่วนลดตั๋วเครื่องบินนั้น จะเป็นในลักษณะให้ประชาชนจ่ายค่าตั๋วทั้งหมดไปก่อน แล้วรัฐจะโอนส่วนลดให้ภายหลัง จำนวนไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง ซึ่งประชาชนสามารถทำเรื่องขอเงินคืนได้โดยกดคลิกที่เมนู "คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 40%" *หมายเหตุ: รถเช่าและรถโดยสารไม่ประจำทางที่ก่อนหน้านี้รัฐจะช่วยสนับสนุนด้วยนั้น ล่าสุด..รัฐยกเลิกการสนับสนุนรถเช่าและรถโดยสารดังกล่าว เนื่องจากตรวจสอบการเดินทางข้ามจังหวัดไม่ได้ โดยรัฐจะสนับสนุนช่วยจ่ายเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินเพียงอย่างเดียว
3. วิธีลงทะเบียนเที่ยวปันสุข ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เริ่มจากเข้าเว็บไซต์ “www.เราเที่ยวด้วยกัน.com” จากนั้นก็กรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อน แล้วจะได้รับ Promotion Code มา จากนั้นนำโค้ดที่ได้มาไปใช้ในการจองที่พักโรงแรมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งระบบจะเชื่อมเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของโรงแรมที่ประชาชนต้องการจองห้องพัก โดยมีให้เลือกถึง 5 ล้านคืน(รูมไนท์) โดย 1 คน 1 สิทธิ์ จองได้สูงสุดไม่เกิน 5 คืน เมื่อจองเสร็จก็จ่ายค่าที่พักให้โรงแรม 60% ด้วยบัตรเครดิต QR Code หรือ พร้อมเพย์ และจากนั้นรัฐบาลสนับสนุนจ่ายค่าห้องพักให้ 40% โอนตรงให้ทางโรงแรม แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน ส่วนประชาชนก็จ่ายจริงเพียง 60% โดยการจองห้องพักต้องจองล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง
4. เงื่อนไขการรับ “ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน" ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ โดยรัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 1,000 บาท จากราคาตั๋วที่สายการบินเสนอราคาค่าตั๋วเครื่องบินอยู่ที่ราว 2,500 บาท(ไป-กลับ) ที่มีตั๋วทั้งหมดราว 2 ล้านใบ โดยรัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินในลักษณะที่ให้ประชาชนออกค่าใช้จ่ายซื้อตั๋วเดินทางไปก่อน แล้วรัฐจะจ่ายคืนให้ ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อ 1 ที่นั่ง โดยหลังจากซื้อตั๋วเองแล้วสามารถไปทำเรื่องขอเงินคืนได้ในเว็บไซต์นี้เช่นกัน กดคลิกที่เมนู "คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน40%" ทั้งมีการปรับสิทธิ์ใหม่ให้เพิ่มเติมด้วย จากเดิมกำหนดไว้ว่าหากประชาชนจองห้องพัก 1 ห้อง จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดตั๋วเครื่องบินเพียง 1 ใบ แต่ล่าสุดปรับสิทธิ์เพิ่มใหม่ เป็นจองห้องพัก 1 ห้องจะได้รับสิทธิ์ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 2 ใบ เพื่อให้เดินท่องเที่ยวได้พร้อมกันได้เป็นคู่
5. รอรับเงิน 3,000 บาทเข้าแอพฯ "เป๋าตังค์" หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการจองดังกล่าวแล้ว ในวันที่ออกเดินทางท่องเที่ยวจริง นักท่องเที่ยวจะได้รับเงินเที่ยวในลักษณะบัตรกำนัลดิจิทัล หรือ อี-เวาเชอร์ ผ่านแอพฯ "เป๋าตัง" จำนวน 600 บาทต่อคืน (สูงสุดได้ 5 คืน หรือได้เงินไม่เกิน 3,000 บาท) เพื่อนำไปใช้เป็นค่าอาหาร ค่าใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยว ลักษณะการใช้จ่ายก็คือ รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ โดยดำเนินการในรูปแบบร่วมจ่าย (Co-pay) โดยประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถชำระค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการผ่านแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" โดยระบบจะหักเงินในส่วนที่รัฐสนับสนุน 40% ไม่เกิน 600 บาทต่อวัน ส่วนประชาชนจ่ายจริง (ค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว) ในส่วนที่เหลือเพียง 60% โดยสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดชำระเงินให้สถานประกอบการผ่านแอพฯ "ถุงเงิน" ซึ่งสถานประกอบการต่างๆ จะต้องมีแอพฯ นี้ไว้บริการให้นักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอาท์ เวลา 23.59 น. เท่านั้น หากใช้เงินจำนวนนั้นๆ ไม่หมด จะไม่สามารถนำไปใช้ต่อที่จังหวัดอื่นๆ ได้ (ต้องใช้ในจังหวัดที่ไปเที่ยวเท่านั้น) และระบบจะยึดเงินส่วนที่เหลือกลับคืนทันที
6. โครงการ “กำลังใจ”ส่วนโครงการ “กำลังใจ” ผู้มีสิทธิ์ก็คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน จะได้รับสิทธิ์ เที่ยวฟรี 100% ผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย แพ็คเกจนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน ให้ใช้สิทธิ์ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ โดยวิธีการลงทะเบียนในโครงการ "กำลังใจ" นั้นมีข่าวว่าอาจจะให้ลงทะเบียนในแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง และติดตามความคืบหน้าต่อไป

Go To Lead


กรุงศรี คอนซูมเมอร์-ซีพีเอ็น โปรแรง ผ่อนสินค้าไอทีแบรนด์ดัง 0%
นายเกลน ริชาร์ด แนกกลิส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายงานเครือข่ายการขายและฝ่ายการตลาดธุรกิจผ่อนชำระ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นตัวแทนบัตรเครดิตและบัตรผ่อนชำระในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น จัดโปรแรงแห่งปี ‘0% Extreme IT Fair’ มอบสิทธิผ่อนสมาร์ทโฟนรุ่นฮิต และสินค้าไอทีแบรนด์ดัง 0% นานสูงสุด 24 เดือน สำหรับสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และบัตรเซ็นทรัลเดอะวันเฟิร์สช้อยส์ หรือนานสูงสุด 10 เดือน สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี และบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 7,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าไอทีจากแบรนด์และร้านค้ากลุ่มไอทีชั้นนำ อาทิ True Move H, ASUS, Acer, Studio 7, Banana IT, iStudio, by Copperwired , iStudio by SPVI, JIB, IT City, Big Camera, World Camera เป็นต้น ณ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล 32 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด) รายละเอียดเพิ่มเติม www.firstchoice.co.th/th/CPN

Go To Lead


EXIM BANK 'ตั้ง'ผู้อำนวยดูแลฝ่ายบริหารหนี้
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แต่งตั้งนายคชาพจณ์ ชณสุสญฏ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารหนี้ ดูแลงานบริหารหนี้และทรัพย์สินของธนาคาร รวมถึงการประเมินราคาทรัพย์สิน การติดตามเร่งรัดและแก้ไขรายการหนี้ที่มีปัญหา และการดูแลระบบข้อมูลลูกค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารงานของธนาคารและนำเสนอต่อสาธารณชนและหน่วยงานภายนอก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป
นายคชาพจณ์จบการศึกษาปริญญาโท สาขาการเงิน และปริญญาตรี สาขาการเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เคยเป็นผู้อำนวยการ กลุ่มงานบริหารสินทรัพย์พิเศษ สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) และ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ พาณิชย์ธนกิจขนาดกลาง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ก่อนจะเข้าร่วมงานกับ EXIM BANK

Go To Lead


ลด 'เงิน'นำส่งเข้ากองทุนสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 0.125% ต่อปี
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์นำเสนอผ่านกระทรวงการคลัง ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จากเดิมนำส่ง 0.25% ต่อปี ลดลงเหลือ 0.125% ต่อปี ของยอดเงินฝากที่ได้รับจากประชาชน เป็นระยะเวลา 2 ปี ในปี 2563 และ 2564 เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มบทบาทในการสนับสนุนภาคธุรกิจและภาคประชาชน ให้มีต้นทุนทางการเงินหรือภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดลง เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผ่อนปรนให้ธนาคารพาณิชย์ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% ต่อปี ลดลงเหลือ 0.23% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อลดต้นทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในการนำไป ลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ และหลังจากนี้หากประกาศกระทรวงการคลังในเรื่องดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้แล้ว ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน และเป็นธนาคารบ้านของคนไทย พร้อมที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง ในไตรมาสที่ 3 เพื่อช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันของธนาคารสามารถลดภาระหนี้เงินต้นคงเหลือได้เร็วขึ้น ส่วนผู้กู้รายใหม่ ก็จะมีโอกาสได้รับวงเงินกู้ที่สูงขึ้นด้วยรายได้สุทธิจำนวนเท่าเดิม
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธอส. ปัจจุบันประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) อยู่ที่ 6.150% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) อยู่ที่ 5.750% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) อยู่ที่ 5.900% ต่อปี

Go To Lead


บัตรเครดิต KTC-อลิอันซ์ อยุธยา' มอบความสุขด้วยเครดิตเงินคืนให้ลูกค้า
บัตรเครดิต KTC ร่วมมือกับ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย มอบความสุขพร้อม รับความคุ้มครองให้ลูกค้าคนสำคัญ เมื่อชำระเบี้ยกันชีวิต หรือเบี้ยประกันภัยทุกประเภท ทั้งเบี้ย ปีแรก และปี ต่ออายุ (ยกเว้นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิต ลิงค์) ผ่านบัตรเครดิต KTC รับสิทธิประโยชน์ 2 ชั้น ชั้นที่ 1 รับ เครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท สูงสุด 1,000 บาท ต่อเดือน ตลอดรายการ ชั้นที่ 2 แลก คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนได้ถึง 13% ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2563
ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด ผู้ให้บริการ บัตรเครดิต KTC กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่ม เติมได้ที่ https://bit.ly/FBktc

Go To Lead


KBank x BLACKPINK ดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปี
ธนาคารกสิกรไทย ชวนคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจออมเงินอย่างสม่ำเสมอและออมเงินเพื่อเป้าหมาย รับเงินก้อนใหญ่ในอนาคต ด้วยบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปีขึ้นอยู่กับวงเงินฝาก เป็นดอกเบี้ยปลอดภาษี ออมง่าย เพียงฝากเงินขั้นต่ำเดือนละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฝากเท่ากันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 24 เดือน และสมัครบริการนำฝากเงินอัตโนมัติด้วยการหักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับกระเป๋าพร้อมสายคล้องมือ KBank x BLACKPINK ฟรี 1 ใบ ทันทีที่สาขาบัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ดังกล่าว มีเงื่อนไขวงเงินฝากต่อเดือนและอัตราดอกเบี้ยต่อปี ดังนี้ ฝาก 500-9,999 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.35% และฝาก 10,000-25,000 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.50% โดยลูกค้าที่มีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถเปิดบัญชีได้ในชื่อตนเอง เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ส่วนพ่อหรือแม่ที่ต้องการเปิดบัญชีให้ลูกที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถเปิดบัญชีในชื่อลูกได้ โดยใช้เอกสารประกอบการเปิดบัญชี คือ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของพ่อหรือแม่ ทะเบียนบ้านฉบับจริง และ บัตรประจำตัวประชาชนของลูกหรือสูติบัตรตัวจริง
บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ KBank x BLACKPINK สามารถเปิดบัญชีได้แล้วตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2563 ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888 กด 02 หรือคลิก https://kbank.co/2VkgyWR

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com