Finance/share
Hot News: สมาชิก “เคทีซี พราว” ปลดหนี้ กว่า 5 แสน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
สมาชิก “เคทีซี พราว”
ปลดหนี้ กว่า 5 แสน
เคทีซี 'เผย' สมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” โชคดีคว้ารางวัลเคลียร์หนี้สินเชื่อเกลี้ยงกว่า 5 แสนบาท พร้อมคลิปวีดีโอเรื่องราวพรรณนิภา “ผู้ไม่ยอมแพ้ชีวิตและใช้วินัยนำโชค” หวังกระตุ้นสมาชิกลงทะเบียนร่วมโครงการ “เคลียร์หนี้เกลี้ยง”
นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล "เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เคลียร์หนี้เกลี้ยง” กว่า 70,000 รายแล้ว เคทีซีได้เพิ่มจำนวนรางวัลเป็น 600 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านบาท เพื่อให้สมาชิกได้รับโอกาสมากขึ้นในการลุ้นรับการปลดภาระหนี้ตลอดปี โดย รางวัลที่ 1 รับการเคลียร์หนี้เต็มจำนวนของยอดสินเชื่อคงค้าง จำนวน 12 รางวัล (จับรางวัล 12 รอบๆ ละ 1 รางวัล) รางวัลที่ 2 รับการลดหนี้ 10% ของยอดสินเชื่อคงค้าง จำนวน 588 รางวัล (จับรางวัล 12 รอบๆ ละ 49 รางวัล)”
สมาชิกที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญฯ ได้ง่ายๆ เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์แค่ครั้งเดียว ผ่านเว็บไซต์ www.ktc.co.th/cleardebt2022 หรือช่องทาง SMS พิมพ์ OK ตามด้วยหมายเลขบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” 16 หลัก ส่งไปที่ 081-364-5000 โดยแบ่งเป็น 2 สิทธิ์คือ สิทธิ์ใช้ดี รับ 1 สิทธิ์ จากยอดการใช้งานบัตรทุกๆ 2,000 บาท และต้องคงค้างอย่างน้อย 15 วันติดต่อกันทุกวันนับจากวันที่มียอดการใช้งานบัตร (ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์) สิทธิ์จ่ายดี รับ 1 สิทธิ์ต่อรอบการจับรางวัล สำหรับสมาชิกที่มีการชำระหนี้ตรงตามเงื่อนไข คือชำระไม่น้อยกว่ายอดเรียกเก็บขั้นต่ำและชำระภายในวันครบกำหนดชำระเงินในรอบนั้นๆ
“ล่าสุดเคทีซีได้ผลิตคลิปวีดีโอชุดที่ 3 เพื่อนำเสนอเรื่องราวของ คุณพรรณนิภา พิพัฒน์วนิชชากุล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเคลียร์หนี้เต็มจำนวน มูลค่ากว่า 5 แสนบาท ผู้ไม่ยอมแพ้ชีวิตและให้ความสำคัญกับวินัยในการชำระมาโดยตลอด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต โดยสามารถคลิกชมคลิปวีดีโอได้ที่ https://ktc.today/PROUD-ClearDebt-RealLife ด้วยหวังว่าเรื่องราวของคุณพรรณนิภาจะช่วยจุดประกายในการใช้ชีวิตให้กับคนไทย และเชิญชวนให้สมาชิกร่วมรับสิทธิลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดีของโครงการเคลียร์หนี้” นางสาวพิชามน กล่าว
สำหรับผู้กำลังมองหาสินเชื่อบัตรกดเงินสดที่ครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน รูด-โอน-กด-ผ่อน สามารถสมัครสมาชิก “เคทีซี พราว มาสเตอร์การ์ด” ได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขา หรือคลิก https://ktc.today/KTC-PROUD พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุด 0.92% ต่อเดือน ผ่อนได้นานถึง 36 เดือน และสิทธิพิเศษมากมาย
เมื่อสมัครวันนี้-31 ธันวาคม 2565 อาทิ รับส่วนลดเมื่อสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ชั้นนำ รับส่วนลดรวมสูงสุด 1,450 บาท เมื่อช้อป ออนไลน์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ รับเงินคืน 70 บาท ผ่านแอปฯ “KTC Mobile” เมื่อชำระค่าสินค้าตั้งแต่ 500 บาทต่อรายการ สมัครสมาชิกสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน (มอเตอร์ไซค์)” คลิก https://ktc.today/PBerm-Apply สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 กด 0 กด 2"

Go To Lead


“K PAY LATER” ธนาคารแรก ช่วยคนตัวเล็กเข้าถึงสินเชื่อ
ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวบริการ “K PAY LATER” เป็นครั้งแรกของธนาคารไทยที่ให้จับจ่ายใช้สอยสินค้าในชีวิตประจำวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปตอนนี้จ่ายตอนนู้น” ช่วยคนตัวเล็กที่ช็อตให้มีวงเงินสำรองในการซื้อสินค้าและอุปโภคบริโภคเพื่อการดำรงชีวิต และเพิ่มโอกาสให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ถูกกฎหมายและเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ ค้าขายรายย่อย หรืออาชีพรับจ้าง ที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้ ก็สมัครได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองผ่าน K PLUS หลังอนุมัติสามารถนำวงเงินไปช้อปได้ทันทีที่ร้านค้ามากกว่าแสนร้านค้าทั่วประเทศ “K PAY LATER” เป็นสินเชื่อบุคคลที่ให้วงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาในคอนเซ็ปต์ ช้อปตอนนี้จ่ายตอนนู้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าคนตัวเล็กที่ช็อต ให้มีวงเงินสำรอง ซึ่งสมัครง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้และไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูงสุด 20,000 บาท เป็นวงเงินหมุนเวียนที่ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งแต่ต้องไม่เกินวงเงิน ถ้าไม่ใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ย ยอดซื้อขั้นต่ำ 50 บาท ก็สามารถผ่อนชำระได้ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 11 บาท โดยกำหนดระยะเวลาผ่อนได้นานสุด 5 เดือน แต่ไม่สามารถเบิกถอนหรือนำวงเงินไปแลกออกมาเป็นเงินสดได้ นอกจากนี้หากลูกค้าที่มีการใช้วงเงินอย่างต่อเนื่องและชำระคืนตรงเวลา ทางธนาคารจะพิจารณาเพิ่มวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีโอกาสในการใช้บริการอื่น ๆ ของธนาคารต่อไปในอนาคต
ลูกค้าที่สมัครใช้บริการ “K PAY LATER” แล้ว สามารถนำวงเงินที่ได้ไปใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ง่าย ๆ เพียงแค่ “สแกน กด จ่าย” ผ่าน K PLUS ที่ร้านค้า และเลือกชำระด้วย “K PAY LATER” โดยสามารถเลือกระยะเวลาที่ต้องการผ่อนชำระได้ 1, 3, และ 5 เดือน โดยในปัจจุบันมีร้านค้าที่สามารถชำระด้วย “K PAY LATER” ครอบคลุมหลากหลายประเภท ทั้งห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์สำหรับบ้าน และร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอที จำนวนมากกว่าแสนร้านค้าทั่วประเทศ อาทิ Tops Max Value Big C Makro Central Lawson Family Mart CJ Express IKEA ดูโฮม บุญถาวร Jaymart IT CITY BANANA IT และร้านค้าที่มีเครื่องรูดบัตรของธนาคารกสิกรไทย ผู้ที่สนใจสินเชื่อ “K PAY LATER” สามารถสมัครง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่าน K PLUS ซึ่งจะรู้ผลอนุมัติได้ทันทีภายใน 3 คลิก สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 หรือดูรายละเอียดที่ https://kbank.co/3SdRtJd

Go To Lead


กรุงศรี-แบล็คร็อค 'หนุน'การลงทุนกองทุนหุ้นนอกตลาด
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของนโยบายการปรับดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อซึ่งมีผลต่อตลาดหุ้น กรุงศรีมองว่าการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Private Equity เป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน ซึ่งจะช่วยเสริมการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหากเราดูตัวเลขสถิติย้อนหลังที่ทางกรุงศรีและแบล็คร็อคเห็นสอดคล้องกันคือโดยส่วนมากสินทรัพย์ทางเลือกจะให้ผลตอบแทนที่ผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะหุ้น และมีค่าความสัมพันธ์ (Correlation) ต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์แบบเดิม นั่นหมายความว่าหากนักลงทุนสามารถเติมสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาในพอร์ตการลงทุนจะมีโอกาสลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ บลจ. กรุงศรี จึงได้เลือกนำเสนอกองทุนที่จะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนใน Private Equity คุณภาพสูง ภายใต้ชื่อ กรุงศรีไพรเวทแคปปิตอลระยะยาว-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KFLTPC-UI) เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุน ที่สำคัญกองทุนนี้จะลงทุนผ่าน BlackRock Long Term Private Capital, SCSp ซึ่งเป็นกองทุนหลักของแบล็คร็อค พันธมิตรระดับโลกของกรุงศรี ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การลงทุนใน Private Equity มาอย่างยาวนานมาบริหารกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลัก ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2562 สามารถทำผลตอบแทนสะสมได้สูงถึง 1.52 เท่าของเงินลงทุน และในปีนี้ ท่ามกลางตลาดหุ้นที่ผันผวน กองทุนหลักทำผลตอบแทนในไตรมาสแรก ได้ -0.53% นับว่าทำได้ดีกว่าผลตอบแทนของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ. กรุงศรี) กล่าวว่า กองทุนเปิดกรุงศรีไพรเวทแคปปิตอลระยะยาว-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KFLTPC-UI) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก BlackRock Long Term Private Capital, SCSp ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนจากการคัดเลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยตรงและการเข้าไปมีอำนาจควบคุมหรือร่วมควบคุมในโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทในฐานะ ‘Active owner’ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสร้างมูลค่าของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นด้วยทีมงานที่แข็งแกร่งของแบล็คร็อคที่เชี่ยวชาญในการค้นหาบริษัท การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก และการระดมแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท รวมทั้งมีพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้คำปรึกษากับทีมผู้บริหารของบริษัทที่ลงทุน พอร์ตเป้าหมายของกองทุนคือการลงทุนใน 10-15 บริษัทที่มีศักยภาพในกลุ่มอุตสาหกรรม Consumer, Financial Services, Technology, Media and Telecom, Healthcare, Industrials และ Business Services โดยจะเน้นที่อเมริกาและยุโรปเป็นหลัก”
กองทุนเปิดกรุงศรีไพรเวทแคปปิตอลระยะยาว-ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ KFLTPC-UI ถือเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของ กลต.ได้ร่วมลงทุนใน Private Equity ไปพร้อมกับนักลงทุนสถาบันเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 25 ก.ค. – 8 ส.ค. 65 นี้ ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 1 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงศรี จำกัด โทร. 02-657-5757 เว็บไซต์ www.krungsriasset.com หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา

Go To Lead


'ตั้ง' อิสระ CEO รุกธุรกิจสินเชื่อที่ดิน
ธนาคารออมสิน รายงานว่า ตามที่ธนาคารออมสิน ร่วมกับ บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “มีที่มีเงิน จำกัด” เพื่อทำธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรม โดยความคืบหน้าล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายอิสระ วงศ์รุ่ง ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) และนายอนุรักษ์ เสงี่ยมจิตร ดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารธุรกิจ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป เพื่อเร่งดำเนินการเปิดบริษัท มีที่ มีเงิน ให้บริการสินเชื่อที่ดินและขายฝากภายในเดือนตุลาคม 2565 ตามเป้าหมาย
นายอิสระ วงศ์รุ่ง เคยร่วมงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และธุรกิจ Non Bank มามากกว่า 30 ปี มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานลูกค้าของหลากหลายประเภทธุรกิจ ทั้งที่เป็นลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs โดยก่อนหน้าได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.มีที่มีเงิน นายอิสระ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล และนายอนุรักษ์ เสงี่ยมจิตร ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานบริหารหนี้และกฎหมาย บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เกิดจากความตั้งใจของธนาคารออมสิน ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรม โดยที่ภาครัฐได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อย และคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการให้บริการสินเชื่อที่ดินและขายฝาก เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการไถ่ถอนหนี้จำนองที่ดินและการขายฝากที่มีดอกเบี้ยค่อนข้างสูง โดยรูปแบบเป็นการร่วมทุนกับองค์กรที่มีภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 แห่ง ประกอบด้วย บมจ.ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และ บมจ.บางจากฯ โดยมีธนาคารออมสินถือหุ้นในสัดส่วน 49% บมจ.ทิพยฯ 31% และบางจากฯ 20%

Go To Lead


“SCB 10X” ตั้ง มุขยา (ใต้) CEO ดันผู้นำอาเซียนลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล
บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ประกาศแต่งตั้ง นางมุขยา (ใต้) พานิช ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 เพื่อรับภารกิจสำคัญในการเป็นหัวเรือใหญ่ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ “Moonshot Mission” มุ่งเน้นสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด และนำพา SCB 10X ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการลงทุนร่วมสร้าง และการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นางมุขยาจะยังคงดำรงตำแหน่ง Chief Venture and Investment Officer พร้อมไปกับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โครงสร้างบริหารจัดการใหม่นี้ ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการ บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด โดยจะช่วยสนับสนุนภารกิจขององค์กร อีกทั้งยังได้เสริมทัพทีมผู้บริหารระดับสูงแต่งตั้ง นางสาวไพลิน (พาย) วิชากูล ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) เพื่อรับผิดชอบด้านการลงทุน (Portfolio and Venture Management) การวางกลยุทธ์องค์กร (Strategic Planning) บุคคล และสื่อสารองค์กร (People & Branding) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management ) เพื่อให้การบริหารงานมีความต่อเนื่องบรรลุเป้าประสงค์ตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้ และรองรับบริบทใหม่แห่งโลกการเงินอนาคต
ภายใต้ภารกิจ “Moonshot Mission” SCB 10X มุ่งเน้นสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ผ่านการลงทุนในบริษัทเทคคอมพานี และสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทั่วโลก (Venture Capital) รวมถึงการลงทุนร่วมสร้าง (Venture Building) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งโลกอนาคต ได้แก่ บล็อกเชน และ Disruptive Technology ที่เกิดขึ้นในรูปแบบใหม่ๆ เช่น Metaverse, Web 3.0 และ Deep Tech นอกจากนี้ SCB 10X ยังมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสนับสนุน และร่วมสร้างยูนิคอร์นให้เกิดขึ้น และร่วมผลักดันให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางคอมมูนิตี้ด้าน Disruptive Technology โดย SCB 10X มีเป้าหมายสำคัญในการก้าวสู่ผู้นำด้านการลงทุน และการร่วมสร้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นางมุขยา (ใต้) พานิช เข้าร่วมงานกับ SCB 10X ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กรในปี 2563 ในตำแหน่ง Chief Venture and Investment Officer ก่อนได้รับความไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ควบคู่ไปกับ Chief Venture and Investment Officer โดยตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงานกับ SCB 10X นางมุขยาได้บริหารทีม Venture Capital จนทำให้ SCB 10X ได้รับรางวัลและการจัดอันดับจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ได้แก่ อันดับที่ 2 ของกลุ่ม Global CVC ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน Fintech และอันดับที่ 8 จาก CVC ทั่วโลก จากรายงาน “CB Insights State of Fintech Global 2021” ซึ่งสำรวจและจัดอันดับโดย CB Insights และรางวัล Top Female Decision Makers ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก DealStreetAsia เป็นต้น นับเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่มากไปด้วยประสบการณ์ของนางมุขยาได้เป็นอย่างดี ก่อนร่วมงานกับ SCB 10X นางมุขยามีประสบการณ์คร่ำหวอดในแวดวง Tech Startup และการลงทุนด้านเทคโนโลยีกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ในซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley), นิวยอร์ก และสิงคโปร์ กว่า 20 ปี อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี ทั้งบริษัทเอกชน และบริษัทมหาชน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software), อินเทอร์เน็ตและสื่อ (Internet/Media) รวมถึงด้านวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics), ฟินเทค (FinTech) และบล็อกเชน (Blockchain) ด้านการศึกษา นางมุขยามีประวัติการศึกษาในด้านวิศวกรรมศาสตร์และการบริหารธุรกิจ ได้รับทุน King's Scholarship จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทเกียรตินิยมด้านวิศวกรรมศาสตร์และคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัย MIT และจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
SCB 10X ภายใต้การบริหารงานของนางมุขยา พร้อมเดินหน้าขยายทีมเปิดรับ Talents ด้านการลงทุน และการร่วมสร้างหลายตำแหน่ง เพื่อก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านการลงทุนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ SCB 10X สามารถศึกษาละเอียดได้ที่ www.scb10x.com/careers

Go To Lead


ทีทีบี ชวนช้อปสุดคุ้มที่ Watsons รับเครดิตเงินคืน 5%
บัตรเครดิต ทีทีบี ร่วมกับ Watsons จัดแคมเปญ “ช้อปสุดคุ้มที่ Watsons” มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ทีทีบี บัตรเครดิต ทีเอ็มบี และบัตรเครดิต ธนชาต เมื่อช้อปที่ Watsons ทุกสาขา หรือช้อปผ่านทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน (ยกเว้น e-Wallet ไม่ร่วมรายการ) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2565 ดังนี้ สิทธิพิเศษ 1: รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อมียอดใช้จ่าย 1,500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 80 บาท โดยจำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 240 บาท / บัญชีบัตรหลัก / ตลอดรายการส่งเสริมการขาย ลงทะเบียนรับสิทธิ์เพียงครั้งเดียวใช้ได้ตลอดรายการผ่านแอป ttb touch หรือ พิมพ์ TWS ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 สำหรับบัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ
สิทธิพิเศษ 2: แลกคะแนนสะสมทุก ๆ 1,000 คะแนน รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม โดยบัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อินฟินิท และ ทีทีบี รีเซิร์ฟ ซิกเนเจอร์ รับเครดิตเงินคืน 120 บาท บัตรเครดิต ทีทีบี บัตรเครดิต ทีเอ็มบี และบัตรเครดิต ธนชาต ประเภทที่มีคะแนนสะสม รับเครดิตเงินคืน 100 บาท จำกัดการแลกคะแนนสะสมสูงสุด 15,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก / ตลอดรายการส่งเสริมการขาย และมียอดใช้จ่ายขึ้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป/ เซลล์สลิป ลงทะเบียนทุกครั้งที่ร่วมรายการ พิมพ์ PWS ตามด้วยทุก ๆ 1,000 คะแนนหรือไม่เกินยอดใช้จ่าย เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 ttb contact center 1428 หรือ www.ttbbank.com

Go To Lead


ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินผู้ลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในปี 2562 – 2564 นายปาล ได้แนะนำให้ลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากและนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุน รวมทั้งให้ลูกค้าสมัครแอปพลิเคชันธนาคารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) โดยใช้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และอีเมลส่วนตัวของนายปาล และต่อมามีการแสดงตนเป็นลูกค้าเพื่อขอรหัสแอปพลิเคชันและทำรายการซื้อขายสับเปลี่ยนกองทุนของลูกค้า รวมทั้งเพื่อยืนยันรายการขายกองทุนทางโทรศัพท์ และโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปเป็นของตนเอง ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 5,000,000 บาท นอกจากนี้ ได้เปิดบัญชีกองทุนใหม่ในชื่อลูกค้าเพื่อสร้างผลงาน เปิดบัญชีเงินฝากใหม่และเปลี่ยนที่อยู่ลูกค้าเป็นของตนเองเพื่อรับของสมนาคุณ โดยลูกค้าไม่ทราบและไม่ยินยอม
ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายปาลไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยเป็นการกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และเป็นการแสวงหาประโยชน์จากผู้ลงทุน โดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2** และกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของนายปาลเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2565 การพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาของ ก.ล.ต. ด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบ ความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการสมัครใช้บริการทางการเงินและการลงทุน โดยการระบุที่อยู่ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ต้องเป็นของตนเองเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้างหรือลักลอบทำธุรกรรมโดยปราศจากการรับรู้ของผู้ลงทุน และควรหมั่นตรวจสอบยอดเงินลงทุนในกองทุนรวมและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหาย กรณีมีข้อสงสัยควรติดต่อบริษัทผู้ให้บริการ หรือสอบถามได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร. 1207 หรือเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com