Finance/Stock
Hot News: เศรษฐกิจโลกชะลอ 'เตือน' 'ส่งออก-ท่องเที่ยว' ปรับตัว
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เศรษฐกิจโลกชะลอ 'เตือน'
'ส่งออก-ท่องเที่ยว' ปรับตัว
เกจิวงการเงิน TMB Analytics, KBank, KKP 'ชี้' เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ปีหน้าขยายตัว 3.6-3.8 %สงครามการค้าจีน VS สหรัฐ ส่งผลกระทบส่งออก ยานยนต์ สินค้าเกษตร ท่องเที่ยว ต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ 'เผย' เงินบาทแข็งค่าต้นปี 2562 ความเสี่ยงโลกกดดัน แนะ'ชู'เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ สู้ความผันผวนโลก
นายนริศ สถาเพ็ญเดชา Head of TMB Analytics ธนาคารทหารไทย เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ (www.iclicknews.com) ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ผลจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา การกีดกันทางการค้า ส่งผลให้ส่งออกสินค้าบางเซ็กเตอร์ไม่เติบโต อาทิ ส่งออก ยานยนต์ สินค้าเกษตร และท่องเที่ยว เป็นต้น
โดยเฉพาะท่องเที่ยวไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากจีนลดลง เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ทำให้นักท่องเที่ยวยังไม่กล้าเดินท่องเที่ยวต่างประเทศ
นางสาวพีรพรรณ สุวรรณรัตน์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะชะลอตัวต่อเนื่อง ผลกระทบจากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ การเงินเข้มงวด สภาพคล่องลดลง คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าขยายตัว 3.6 % ลดลงเมื่อเทียบกับปีนี้ ขยายตัว 3.8 % สำหรับผลกระทบประเทศไทย ส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว ประเทศในเอเชีย แปซิฟิก ทั้งญี่ปุ่น จีน โดนผลกระทบมาก
"ท่องเที่ยว 18 % ของมูลค่าการค้า ปีหน้าท่องเที่ยวจะแย่ลง" นางสาวพีรพรรณ กล่าว
นางสาววรัณธร ภู่ทอง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า นักลงทุนกังวลเรื่องสินทรัพย์เสี่ยง ต้นปีหน้า ค่าเงินบาทจะแข็งค่า เนื่องจากความเสี่ยงโลกและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันให้เงินบาทปรับค่าขึ้น แต่ประเทศไทยได้ผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่น อย่างเงินรูเปียร์ รูปีย์ของอินเดีย มีการปรับค่าเงินลดลงอย่างรุนแรง
"ภาพรวมของประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาด Emerging Market ยังขยายตัวได้และมีเสถียรภาพ บัญชีเงินสะพัดเกินดุล ไตรมาสแรกของปีหน้า คาดว่าแบงก์ชาติจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เงินทุนจะไหลกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง" นางสาววรัณธร กล่าว
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้างานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยจะไปทางไหน ในขณะที่ประชากรจะลดลงในอนาคต ดังนั้น การเติบโตของทั้งประเทศเติบโตไม่ได้ ถ้าเรามองประเทศเป็นเครื่องจักรเครื่องหนึ่งที่ใส่วัตถุดิบเข้าไปคือแรงงานกับทุน เครื่องจักรนี้จะมีวัตถุดิบน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะจากวันนี้ประชากรวัยทำงานเราจะลดลง ถ้าเราทำงานไปแบบเดิม ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์แบบเดิม การเติบโตก็จะแย่ลงไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพราะวัตถุดิบที่ใส่ไปน้อยลง แล้วที่ใส่ลงไปก็มีปัญหาด้านคุณภาพอีก แล้วเราจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ ก็ต้องลดบทบาทของรัฐ และทำให้การใช้ทรัพยากรมีคุณค่ามีประโยชน์มากขึ้น
"ความท้าทายของเศรษฐกิจไทย คือ เรื่องเทคโนโลยี ทั้งรูปแบบธุรกิจและรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่คำถาม คือ เรามีทรัพยากร เรามีความพร้อมในแง่ของสถาบัน ในแง่ของคุณภาพของคน เพียงพอหรือไม่" ดร.พิพัฒน์ กล่าว

Go To Lead


ออมสิน-ธ.ก.ส. ขายสลากออมสินพิเศษ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การเปิดรับฝากสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 510 วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ คาดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นการส่งเสริมการออมช่วงส่งท้ายปลายปี อีกทั้งผลตอบแทนสลากชุดนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีรางวัลสลากสูงสุด 5 ล้านบาท และมีแคมเปญ ออมสินดับเบิลเปย์ให้รางวัลพิเศษรถยนต์ 216 คัน สลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 510 จะเปิดรับฝากหน่วยละ 100 บาท ออกทุกวันที่ 1 ของเดือน จำนวน 60 ครั้ง รางวัลที่ 1 มูลค่าเงินรางวัล 5 ล้านบาท หมุน 3 ครั้ง รางวัลที่ 2 มูลค่าเงินรางวัล 1 แสนบาท หมุน 5 ครั้ง รางวัลที่ 3 มูลค่าเงินรางวัล 1หมื่นบาท หมุน 5 ครั้ง เป็นต้น
สำหรับสลากออมสินพิเศษครบ 5 ปี จะได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 4 บาท ฝากครบ 4 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 2.50 บาท ฝากครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 4 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 1.50 บาท ฝากครบ 2 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 0.75 บาท ฝากครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 2 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และฝากครบ 3 เดือนแต่ไม่ถึง 1 ปี ไม่ได้รับดอกเบี้ย โดยเมื่อคิดเป็นผลตอบแทนขั้นต่าเฉลี่ยต่อปีแล้ว หากฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท จะได้ 0.80% ฝาก 1 ล้านบาท จะได้ 1.52% ฝาก 10 ล้านบาท จะได้ 1.592% ฝาก 100 ล้านบาท จะได้ 1.602% ฝาก 1,000 ล้านบาท จะได้ 1.75%
แคมเปญ ออมสินดับเบิลเปย์ แจกรถเพิ่ม 216 คัน โดยผู้ลุ้นรับของรางวัลนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด โดยถือสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 510 พร้อมมีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกเป็นบัญชีคู่โอนและ ณ วันออกรางวัลต้องมียอดคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท, ใช้บริการมายโม และจะต้องไม่เป็นบัญชีร่วมหรือบัญชีนิติบุคคล มีรางวัลสูงสุดคือ รถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นอี 350 จำนวน 2 รางวัล เชื่อคนจะสนใจมาก เพราะดูจากสลากออมสินพิเศษ 5 ปีงวดที่ผ่านมา เปิดขายหมดอย่างรวดเร็วภายใน 20 วัน เป้าหมายขยายสินเชื่อในปี 2562 คาดว่าจะเติบโต 4-6% หรือเติบโต 1-1.5 เท่าของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปัจจุบันมีฐานสินเชื่อ 2.1 ล้านล้านบาท และเงินฝาก 2.3 ล้านล้านบาท โดนธนาคารได้เร่งระดมเงินฝากเพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นในปีหน้า จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ รวมทั้งยังเน้นการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีที่มีรายได้ 20-30 ล้านบาท

Go To Lead


ยูโอบี ครีเอท 3 สาขาใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้า
นายเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคารคือลูกค้าที่มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของยูโอบี มากกว่า 100,000 บาท และบุคคลที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคารที่มีรายได้มากกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเจ้าของกิจการ/ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง และกลุ่ม คนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพซึ่งกลุ่มเป้าหมายของธนาคารแต่ละกลุ่มก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน กลุ่มครอบครัวจะให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูบุตรมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนกลุ่มเจ้าของกิจการหรือผู้ที่มีความ มั่งคั่งสูงมองหาผู้ช่วยในการวางแผนและออมเงินเพื่อลงทุนอย่างชาญฉลาด ในขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพมองหาความสำเร็จในหน้าที่การงานและมีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง
กลยุทธ์ด้านการบริหารพื้นที่ต่ออีกว่า “สาขาธนาคารในอดีตจะมีรูปแบบการใช้พื้นที่แบ่งเป็น 70 เปอร์เซ็นต์สำหรับส่วนที่เป็นเคาน์เตอร์เบิกถอนโอนจ่าย 30 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านการเงิน แต่ ด้วยกลยุทธ์สาขาแบบใหม่นี้ เราทำการสลับสัดส่วนการใช้พื้นที่เป็น 70 เปอร์เซ็นต์พื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านการเงิน และอีก 30 เปอร์เซ็นต์เป็นเคาน์เตอร์ฝากถอนโอนจ่าย เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ ลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน และยกระดับประสบการณ์ระหว่างการมาธนาคารของลูกค้าให้ดีขึ้น สาขาต้นแบบสำหรับกลุ่มครอบครัวธนาคารยูโอบี(ไทย) เลือกโลเคชั่นที่เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ซึ่งเป็นศูนย์การ ค้าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านจัดสรร และคอนโดขึ้นใหม่กว่า 130 แห่ง นับว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของครอบครัวรุ่นใหม่ ภายในสาขาตกแต่งด้วยบรรยากาศอบอุ่นเสมือนอยู่บ้านพร้อมตกแต่งด้วยKids’ Corner ที่คอยดูแล คนในครอบครัวระหว่างที่ใช้บริการอีกด้วย
สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพธนาคารยูโอบียังมีสาขาที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ สุขุมวิท101กับคอมมิวนิตี้แห่งใหม่ 101The Third Place โดยจัดสรรพื้นที่ในการต่อยอดไอเดียให้สามารถ พูดคุยสังสรรค์หรือเป็นห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับการระดมความคิดได้อย่างอิสระและที่นี่ยังมียูโอบีบิสซิเนส เซ็นเตอร์ ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจเพื่อต่อยอดความฝันในการเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ หรือต้องการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจโดยการนำดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในธุรกิจ ธนาคารยังจะมีโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพThe FinLab "Smart Business Transformation" Program ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการจับคู่สตาร์ทอัพเข้ากับกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีความต้องการต่อยอดธุรกิจด้วยเทคโนโลยีแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอส เอ็มอีในตลาดปัจจุบันที่ยูโอบีบิสซิเนส เซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในทรูดิจิทัลพาร์ค @ 101 The Third Place ลูกค้ากลุ่มเจ้าของกิจการหรือผู้ที่มีความมั่งคั่งสูงธนาคารยูโอบี (ไทย) เลือกไอคอนสยามเป็นสาขาFlagship สำหรับยูโอบีพริวิเลจแบงก์กิ้งภายในสาขาจะเพิ่มพื้นที่รับรองลูกค้าตกแต่งแบบโมเดิร์นลักซ์ชูรี่พร้อมด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินแห่งชาติพร้อมยังมีเจ้าหน้าที่มีผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์ทำงานร่วมกับInvestment Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทั้งในตลาดเงินและตลาดทุนเพื่อวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธการลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์โดยใช้ปรัชญาสำคัญของUOB ที่เรียกว่าUOB Smart Risk Concept การลงทุนอย่างชาญฉลาดเริ่มจากการเข้าใจความเสี่ยง ธนาคารยูโอบี สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ สำหรับกลุ่มครอบครัวและธนาคารยูโอบีสาขาไอคอนสยามสำหรับกลุ่มเจ้าของกิจการหรือผู้มีความมั่งคั่งสูงเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.30น. – 19.30 น. และสาขา 101The third place สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการช่วงต้นปี 2562

Go To Lead


กรุงศรี 'ชี้'เงินบาท 32.70-33.00 บาท
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.00 ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 32.83 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย 6.1 พันล้านบาท และซื้อพันธบัตร 1.15 หมื่นล้านบาท ด้านเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเงินยูโรและเงินเยน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง หลังตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีปรับตัวลดลงต่ำกว่าพันธบัตรอายุ 2 ปี สร้าง ความกังวลว่าเส้นอัตราผลตอบแทนแบบพลิกกลับ (Inverted Yield Curve) อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญความท้าทายและเข้าสู่ภาวะถดถอยในที่สุด ตลาดจะติดตามกระแสข่าวประเด็น Brexit หลังเกิดความสับสนมากขึ้นเมื่อนายกรัฐมนตรีเมย์ของ สหราชอาณาจักรตัดสินใจเลื่อนการลงมติข้อตกลงการออกจากสหภาพยุโรปในรัฐสภา ซึ่งเราคาดว่าจะสร้างความผันผวนต่อค่าเงินปอนด์ต่อไป ส่วน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ และยอดค้าปลีกจะอยู่ในความสนใจเช่นกัน หลังการจ้างงานและค่าจ้างเดือนพฤศจิกายนอ่อนแอกว่าคาด แม้ตลาดคาดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18-19 ธันวาคม แต่ความไม่แน่นอนสำหรับแนวโน้มระยะถัดไปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงปลายวัฎจักรและ สหรัฐฯ อาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการ ชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นได้ สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ว่าเงินดอลลาร์จะมีทิศทางอ่อนค่าลงในปี 2562
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธปท.เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเป็นผลจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการทั้งในภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต ทั้งนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี จุดสนใจของนักลงทุนจะอยู่ที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งเราคาดว่า กนง. จะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.75% จาก 1.50% โดยเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เพื่อดูแลความเสี่ยงด้านเสถียรภาพซึ่งอาจเกิดจากการตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นเวลานานเกินไปขณะที่เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับการปรับขึ้น ดอกเบี้ยจากระดับต่ำ อย่างไรก็ดี เรายอมรับว่าความเสี่ยงต่อการเติบโตของไทยจากภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงแนวโน้มตลาดการเงินที่ผันผวนสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดซึ่งสนับสนุนแนวทางการ ปรับสมดุลนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Go To Lead


ธ.ก.ส. เครดิตเรตติ้ง สูงสุดที่ 'AAA' / 'Stable' 5 ปีต่อเนื่อง
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ ธ.ก.ส. โดยคง อันดับ เครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long - Term Rating) อยู่ที่ระดับ 'AAA (tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ 'Stable' และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short - Term Rating) ที่ 'F1+(tha)' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งเป็นอันดับเครดิตที่สูงสุดสำหรับการจัดอันดับเครดิตในประเทศ สะท้อนถึงระดับความสามารถสูงสุดในการชำระหนี้ได้ตรงตามกำหนด และมีความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อ ธ.ก.ส. ในด้านการลดต้นทุนทางการเงิน เพื่อนำไปใช้สนับสนุนภาคการเกษตรของประเทศได้เพิ่มขึ้น ในการจัดอันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. นั้น ฟิทช์ระบุว่า มีปัจจัยสนับสนุนมาจากบทบาทสำคัญในเชิงนโยบายต่อรัฐบาลตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งของธนาคารและการที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด จึงมีสถานะทางกฎหมายเป็นธนาคารของรัฐที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า จะเป็น การเพิ่มเงินทุนให้กับธนาคาร และยังมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคาร หากมีความจําเป็นในอนาคต อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ ธ.ก.ส. ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งส่งผลดีต่อการยกระดับและพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน
นายอภิรมย์ กล่าวว่า การที่ฟิทช์ได้จัดอันดับเครดิตของธนาคารในระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 นั้น เนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุน ธ.ก.ส. อย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งการจัดอันดับเครดิตนี้ สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีระบบและได้นำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนทางการเงิน และยังมีมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินที่ทันสมัย ภายใต้เกณฑ์การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตร โดยการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรสู่ภาคการเกษตรที่ยั่งยืน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com