|
|
orbix INVEST 'บุก'ตลาดคริปโต
orbix INVEST รุกตลาดคริปโต ลอนช์Asset Allocation X-Series 3 กลยุทธ์บริหารพอร์ตรับมือความผันผวน OBX-EXPLORE: กลยุทธ์ผู้เริ่มต้น เน้นจัดสรรสัดส่วนใน Stablecoin เป็นหลัก แต่สร้างผลตอบแทนดีกว่า จาก BTC, Gold backed token และ ETH
ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด (orbix INVEST) เปิดเผยว่า ปัจจุบันความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงสูงกว่าตลาดหุ้นประมาณ 3-4 เท่า โดยข้อมูลจาก S&P Global และ Bloomberg เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชี้ให้เห็นว่า Bitcoin มีค่าความผันผวนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45-55% เทียบกับ ดัชนี S&P 500 ที่มีความผันผวนอยู่เพียง 12-15% เท่านั้น นอกจากนี้ การปรับฐานของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีระดับ 20-30% ยังคงเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนต้องเผชิญ ดังนั้น แม้สินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin จะมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว แต่การปรับฐานแรงระหว่างทางมักส่งผลให้พอร์ตลงทุนขาดทุนหนัก และกระทบต่อพฤติกรรมการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนรายย่อย จากข้อมูลตลาดสะท้อนชัดเจนว่าการถือครองแบบ Buy and Hold เพียงอย่างเดียวอาจทำให้พอร์ตเผชิญความเสี่ยงจากการปรับฐานระดับสูง ขณะที่การบริหารจัดสรรสินทรัพย์เชิงรุกสามารถช่วยบริหารความเสี่ยงด้านการขาดทุน และเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
orbix INVEST จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "Asset Allocation X-Series" ระบบช่วยปรับพอร์ตการลงทุน (System-assisted portfolio management) ที่จะช่วยปรับสัดส่วนการลงทุนตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างมีวินัย ลดผลกระทบจากปัจจัยด้านอารมณ์ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจ ด้วยกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ ให้นักลงทุนเลือกได้ตามความต้องการ ได้แก่
OBX-EXPLORE: กลยุทธ์สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง เน้นจัดสรรสัดส่วนใน Stablecoin เป็นหลัก แต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าได้จาก BTC, Gold backed token และ ETH
OBX-EXPAND: กลยุทธ์เน้นการเติบโตแบบสมดุล ผสมผสานการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่อย่าง BTC, ETH, Gold backed token และ Stablecoin ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่ดี
OBX-EXTREME: กลยุทธ์เชิงรุกสำหรับผู้ที่รับความผันผวนได้สูง มุ่งเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูงสุดจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เพื่อเกาะเทรนด์การเติบโตในช่วงขาขึ้นอย่างเต็มกำลัง แต่มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน
ดร.ธนภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบช่วยปรับพอร์ตการลงทุน (System-assisted Rebalancing) มีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบจากพฤติกรรม ซื้อแพง-ขายถูก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามศักยภาพของสินทรัพย์ โดยระบบจะช่วยปรับสัดส่วนการลงทุนตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างมีวินัย และตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ orbix INVEST ตั้งเป้าให้การบริหารพอร์ตแบบ Asset Allocation ซึ่งเดิมเข้าถึงได้เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่หรือระดับสถาบัน เปิดกว้างสู่นักลงทุนทั่วไป ผ่านเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) และผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Asset Allocation X-Series ได้ที่ www.orbixinvest.com
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด (orbix INVEST) เป็นบริษัทในเครือบริษัท ออร์บิกซ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดยธนาคารกสิกรไทย โดย orbix INVEST ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล Digital Asset Fund Manager
Go To Lead
|
|
กรุงศรีมุ่งเสริมความแข็งแกร่ง SME ต่อยอดกลยุทธ์ 3GO หนุนธุรกิจสู้เศรษฐกิจผันผวน
นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าธุรกิจ SME คือรากฐานของเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า SME เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงต่อความผันผวน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจทั้งในเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายในประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการจำนวนมาก กรุงศรีจึงได้ให้ความช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการ SME ให้สามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ คุณสู้ เราช่วย มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ช่วยเหลือลูกค้า SME ภายใต้วงเงินสินเชื่อรวมกว่า 38,500 ล้านบาท"
เรายังคงเชื่อมั่นว่า การเติบโตที่แข็งแกร่งของ SME ไทยคือกุญแจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย การดำเนินงานในปีนี้ กรุงศรีจึงยังคงเฝ้าติดตามและให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการSME เป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง ที่ธนาคารจะให้ความสำคัญและเร่งผลักดันเพื่อช่วยให้ธุรกิจ SME ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยสามารถอยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน โซลูชันทางการเงิน เทคโนโลยีดิจิทัล และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ
นอกจากการให้ความช่วยเหลือและการส่งทีมช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ในปี 2569 กรุงศรีจะยังคงเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ 3GO โดยเร่งขยายผลโซลูชันและบริการต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสทางการค้าได้อย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้แก่ GO Green สนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามกรอบของ ESG GO Digital มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลให้ครอบคลุมและครบวงจร และ GO Beyondสนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หนึ่งในโซลูชันสำคัญคือ สินเชื่อธุรกิจเพื่อการปรับตัว (Krungsri SME Transformation Loan) ซึ่งสนับสนุนการลงทุนเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถปรับตัวและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยครอบคลุมการลงทุนเพื่อการปรับตัวในหลายมิติ ทั้งการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Digital Technology) รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต (Innovation) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านบริการ Krungsri Biz Online โดยในปีที่ผ่านมามียอดการทำธุรกรรมเติบโต12% และมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 14% อีกทั้งโซลูชันการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจ เช่น Krungsri EDC Plus และ Krungsri Mung Mee SHOP ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมามียอดการทำธุรกรรมเติบโตถึง 24.9% ในด้านการสร้างโอกาสทางธุรกิจ กรุงศรีได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Krungsri Business Link ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจของกรุงศรีและ MUFG โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 9,400 บริษัท ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาคู่ค้าทางธุรกิจและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน ผ่านโครงการ Krungsri ESG Awards เป็นปีที่ 4 และ Krungsri ESG Academy ปีที่ 3 ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 5 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าผู้ประกอบการ SME ต้องบริหารธุรกิจภายใต้ความไม่แน่นอนมากกว่าที่เคย ทั้งความผันผวนของต้นทุนพลังงานและแหล่งวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ระยะเวลาการส่งมอบ อุปสงค์ที่อาจชะลอตัวลง ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งล้วนส่งผลต่อกระแสเงินสดและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยกรุงศรีพร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทย ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งด้านการสนับสนุนทางการเงินและสภาพคล่อง การให้คำปรึกษาและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร พร้อมมุ่งสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เอื้อต่อการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง วางรากฐานมั่นคง และเตรียมความพร้อมรับมือทุกความท้าทาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว นางสาวดวงกมล กล่าว
Go To Lead
|
Krungthai CIO ชี้ตลาดการเงินโลกยังผันผวน 'แนะ'รอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่-ทองคำบริหารความเสี่ยง
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2569 ว่า ตลาดการเงินโลก ยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของตลาดหุ้นในบางภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชีย สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง แม้ปัจจัยพื้นฐานยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี ตลาดหุ้นยุโรป เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายจากทั้งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและกระแสเงินทุนไหลออก โดยตลาดหุ้นจีน ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก จากแรงกดดันของราคาพลังงานและภาวะ Risk-off ของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่บางตลาดในเอเชียยังเผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า
ด้านกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนระยะสั้น เน้นการบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่น ทั้งการทยอยขายทำกำไรในสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว และการรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงแรง เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของการลงทุน (Margin of Safety) พร้อมคัดเลือกการลงทุน (Selective Buy) ในกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสอดคล้องกับแนวโน้มระยะกลาง โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Technology และ Semiconductor ที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ขณะที่ธีม Power Bottleneck ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังเป็นโอกาสเชิงโครงสร้าง นอกจากนี้ กลุ่ม Healthcare ยังคงเป็น Defensive Growth ภายในพอร์ต ขณะเดียวกัน การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนอาจเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ยังมีบทบาทช่วยกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
Go To Lead
|
แตะจ่าย รถไฟฟ้า MRT ด้วยบัตรกรุงศรี เดบิต-Krungsri Boarding Card รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาท ทุกเดือน
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต หรือบัตร Krungsri Boarding Card เพียงแตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT ด้วยบัตรกรุงศรี เดบิต หรือบัตร Krungsri Boarding Card รับฟรี Starbucks e-Coupon ทุกเดือน โดยกดรับสิทธิ์ได้ที่ krungsri app เมนู สิทธิประโยชน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 31 ธันวาคม 2569 ตามรายละเอียด ดังนี้ ลูกค้าที่แตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT เป็นครั้งแรก รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาทลูกค้าที่แตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT ครบ 10 วันต่อเดือน รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาททุกเดือน
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/th/promotions/cards/hot-promotion/mrt-get-free-starbucks-e-coupon
Go To Lead
|
ทีทีบี-กองทัพอากาศ ปั้นโค้ชปลดหนี้ในหน่วยงานทหาร เสริมสร้างเครือข่ายความรู้การเงิน สู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
นายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารเครือข่ายสาขา ทีทีบี เปิดเผยว่า โครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายด้านการเงินแก่หน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ" ซึ่งกองทัพอากาศโดยกรมกำลังพลทหารอากาศจัดขึ้น โดยมีพลอากาศเอก ไวพจน์ เกิงฝาก รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการทางการเงินแก่กำลังพลและผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ เพื่อให้ตัวแทนดังกล่าวสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และขยายผลการให้ความรู้ด้านการเงินในระดับหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องหนี้ การจัดลำดับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบให้กับกำลังพลภายในหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตและพัฒนาศักยภาพกำลังพลให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารที่มุ่งมั่นสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย
ทีทีบียังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องผ่านโซลูชัน "รวบหนี้" พร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม รวมถึงบริการให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลผ่านโค้ชปลดหนี้ เพื่อให้กำลังพลกองทัพอากาศ สามารถบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดภาระผ่อนชำระหนี้สินต่อเดือนน้อยลง เสริมสภาพคล่อง มีเงินเหลือสำหรับออมไว้ใช้จ่ายในเรื่องจำเป็น และเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ตามหลักการวางแผนทางการเงิน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นต่อไป
Go To Lead
|
SME D Bank คว้ารางวัล Innovative Customer Experience
Awardนำนวัตกรรมยกระดับมอบบริการ ดีเยี่ยม แก่เอสเอ็มอีไทย
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank รับมอบรางวัล Innovative Customer Experience Award จาก Zanroo บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการเทคโนโลยี Social Listening และ Data Analytics โดยจะมอบรางวัลดังกล่าวให้แก่องค์กรหรือแบรนด์ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริการดูแลลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งความรวดเร็ว น่าเชื่อถือ สม่ำเสมอ ลดขั้นตอน ตลอดจนสร้างประสบการณ์ที่ดี และความพึงพอใจจากบริการที่ราบรื่น ซึ่งบริการของ SME D Bank มีความโดดเด่น ยึด ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นำนวัตกรรมมายกระดับขับเคลื่อนการให้บริการลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสมกับยุคดิจิทัล ด้วยการใช้เทคโนโลยี เช่น Social Monitoring และ Chatbot มาอำนวยความสะดวก ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกช่องทางติดต่อ ช่วยให้ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงบริการต่าง ๆ ทั้งด้านการเงิน หรือด้านการพัฒนา ได้สะดวกสบาย รวมถึง สามารถตอบข้อสงสัยและคำถามต่างๆ ได้ครบถ้วน ตลอด 24 ชม.
สำหรับการได้รับรางวัลดังกล่าว สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรของ SME D Bank ที่ประกอบด้วย S-M-E-D-S (Synergy-Morality-Efficiency-Development-Service Excellence) โดยเฉพาะ S ตัวท้าย ที่พนักงานทุกคนของ SME D Bank มุ่งมั่นมอบ บริการที่เป็นเลิศ แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยหัวใจ โดยมีเป้าหมายหนึ่งเดียวที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวสู่ความสำเร็จอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|