Finance/share
Hot News: แบงก์ 'บุก'สินเชื่อกรีน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์ 'บุก'สินเชื่อกรีน
กสิกรไทยจับมือหัวเว่ย มุ่งสร้างสังคมสีเขียว รับกระแสกรีนที่กำลังเติบโต ร่วมกันสนับสนุน Green ecosystem แบบครบวงจร ทั้งผู้รับเหมาติดตั้ง เจ้าของบ้าน และเจ้าของธุรกิจ ด้วยสินเชื่อสีเขียว หวังให้มีบ้านติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ 30,000 หลังคาเรือน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 265,000 ตัน ภายใน 1 ปี พร้อมช่วยลดบิลค่าไฟฟ้าให้ผู้ติดตั้ง
นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยเปิดโครงการ GO GREEN Together ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและหลังคาโซลาร์เซลล์ ทำให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในปี 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าตลาดหลังคาโซลาร์เซลล์ภาคธุรกิจ มีการติดตั้งเพิ่มขึ้น 125.9 เมกะวัตต์ เติบโต 54.2% จากปีก่อน รวมถึงในภาคครัวเรือนก็เติบโตขึ้นจากโครงการบ้านใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และผู้บริโภคก็ให้ความสนใจมากขึ้น จากกระแสรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มของค่าไฟที่สูงขึ้น
สำหรับความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยและหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดดิจิทัลพาวเวอร์ และมีเครือข่ายผู้ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง เป็นการร่วมมือกันสนับสนุน Green ecosystem ที่จะส่งมอบทั้งด้านการเงินและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้แก่ผู้ใช้งานครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือ ผู้รับเหมาติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เจ้าของบ้าน และเจ้าของธุรกิจ เพื่อชวนให้ทุกคนมาร่วมกันรักษ์โลกและได้ประโยชน์จากการลดค่าไฟฟ้า โดยบ้านหนึ่งหลังจะลดค่าไฟได้ประมาณ 36,500 บาทต่อปี เมื่อติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ 5 kW
ด้าน นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย ในการส่งเสริมสร้างสังคมสีเขียวในประเทศไทย ด้วยจุดแข็งของหัวเว่ยในด้านการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะพลังงานดิจิทัล บวกกับความเป็นผู้นำด้านการเงินของธนาคารกสิกรไทย จะช่วยส่งมอบโซลูชันทางการเงินรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว โดยจะกระตุ้นตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคที่สนใจการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน ด้วยข้อเสนอหรือการผ่อนชำระพิเศษของธนาคารกสิกรไทย
นอกจากนั้น หัวเว่ยยินดีที่จะร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในโครงการอื่นๆ สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เพื่อสร้างกรณีตัวอย่างให้มากขึ้นในตลาด โดยหัวเว่ยจะผลักดันให้ผู้ติดตั้งระบบทั่วประเทศร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยและศูนย์การค้าต่างๆ ในการจัดงานโรดโชว์เพื่อช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจเรื่องโซลูชันโซลาร์เซลล์สำหรับใช้ในภาคครัวเรือนของหัวเว่ย และโครงการ “GO GREEN Together” ของธนาคารกสิกรไทยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังร่วมกับพาร์ทเนอร์รายต่างๆ เพื่อส่งมอบการฝึกอบรมทางเทคโนโลยีทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ในทุกสัปดาห์ ช่วยให้วิศวกรไฟฟ้าสามารถเรียนรู้ทักษะด้านการดีไซน์ การติดตั้ง และการบำรุงรักษาจนเกิดความเชี่ยวชาญ ช่วยให้ได้รับโอกาสหน้าที่การงานใหม่ๆ นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังจะช่วยหัวเว่ยในการฝึกอบรมพาร์ทเนอร์ให้มีความเข้าใจในเรื่องการเงิน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถหาแหล่งเงินทุนได้
ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนในประเทศไทยที่หันมาติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเทรนด์ตลาดบ่งชี้ว่าน่าจะมีการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์มากถึง 80,000 ครัวเรือนภายในปี 2565 เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ ทั้งนี้อัตราเฉลี่ยของระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period) ในการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 5 ปี โดยเจ้าของบ้านที่ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ยังสามารถเลือกข้อเสนอพิเศษจากธนาคารกสิกรไทยที่ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้านลงไปได้เป็นอย่างมากแล้ว ผู้ติดตั้งยังจะได้รับโซลูชันอินเวอร์เตอร์ที่มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ มีความเสถียรจากหัวเว่ย และสามารถดูข้อมูลกระแสไฟฟ้าผ่านมือถือได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยสนับสนุนเรื่องการพัฒนาคาร์บอนต่ำในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ หัวเว่ยยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการแบบ E2E ลงกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีประสิทธิภาพเท่ากัน และยังมีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 2.7 เท่า โดยหัวเว่ยได้ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาบริการเชิงนวัตกรรมด้านดิจิทัลพาวเวอร์ ทำให้สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา ช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงไปได้ถึง 230 ล้านตัน
นายพิพิธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวเพื่อสร้าง Green ecosystem มีรายละเอียดดังนี้
1. ผู้รับเหมาติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์: สนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้หมุนเวียนและเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจ เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถรับงานได้อย่างคล่องตัวไม่สะดุด นอกจากนี้ธนาคารจะให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อแก่ผู้รับเหมาที่ดำเนินธุรกิจลงทุนติดตั้งโซลลาร์เซลล์บนอาคารและจำหน่ายไฟฟ้าระยะยาวในราคาประหยัดให้แก่เจ้าของอาคาร
2. เจ้าของบ้าน: สนับสนุนสินเชื่อบ้านเพื่อติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ โปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
3. เจ้าของธุรกิจ: สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ โปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 8 ปี
ผู้รับเหมาติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ เจ้าของบ้านและเจ้าของธุรกิจที่สนใจ สามารถสมัครใช้บริการได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือผู้ดูแลความสัมพันธ์ หรือ K-Contact Center 02-888-8888 ความร่วมมือในวันนี้เป็นโครงการที่ธนาคารกสิกรไทยและหัวเว่ยจะร่วมกันผลักดันให้เกิด Green Ecosystem ส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น และเพื่อการลดคาร์บอนเป็นศูนย์ตามเป้าหมายของประเทศ สำหรับความร่วมมือในวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้มีบ้านติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ 30,000 หลังใน 1 ปี ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 265,000 ตัน หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ 33 ล้านต้น

Go To Lead


ทีทีบี บริการลูกค้าที่จองรถ-นำรถเข้าศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 9,000 บาท
บัตรเครดิต ทีทีบี มอบสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้า เมื่อจองรถหรือนำรถเข้าศูนย์ ณ ศูนย์บริการของผู้แทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ได้แก่ อาวดี้ เลกซัส บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ วอลโว่ โดยจัดเต็ม 2 สิทธิพิเศษสุดพรีเมียม ได้แก่ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 9,000 บาท และแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2565 สิทธิพิเศษพรีเมียม 1 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 9,000 บาท (เงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด) ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ พิมพ์ EU เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 บัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ สามารถรับเครดิตเงินคืนได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน
สิทธิพิเศษพรีเมียม 2 : แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% โดยบัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อินฟินิท และทีทีบี รีเซิร์ฟ ซิกเนเจอร์ ใช้คะแนนสะสมทีทีบี รีวอร์ด พลัส เท่ายอดใช้จ่ายแลกรับเครดิตเงินคืน 12% สำหรับบัตรเครดิตทีทีบี ทีเอ็มบี และธนชาต ประเภทที่มีคะแนนสะสม ทีทีบี รีวอร์ด พลัส ใช้คะแนนสะสมเท่ายอดใช้จ่ายแลกรับเครดิตเงินคืน 10% โดยจำกัดการใช้คะแนนสะสมสูงสุด 200,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก ตลอดรายการส่งเสริมการขาย ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ทุกครั้งที่ทำการแลกคะแนน พิมพ์ EP ตามด้วยคะแนนที่ใช้แลกไม่รวมจุดทศนิยม เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ttb contact center 1428

Go To Lead


CIMB Thai ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์
นายเพา จาตกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบริหารเงิน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังธนาคารได้รับรางวัลธนาคารยอดเยี่ยม และผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมด้านตราสารอนุพันธ์ ตราสารที่มีความซับซ้อน Best Structured Product House, Best Bank for Investment Solutions ในด้านต่างๆ เช่น Equity, Rates, Credit และ FX, Best Structured Investment and Financing Solutions จากหลากหลาย asset class ได้แก่ Equity, Rates, Credit และ Fund, และรางวัลอื่น ๆ รวม 34 รางวัล อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จาก The Asset Triple A จึงตอบแทนลูกค้า ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์สู้ตลาดผันผวน เอาใจนักลงทุนทุกระดับความเสี่ยง ได้แก่ หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง Maxi Flexi ESG และ KIKO BASKET อ้างอิงราคาหุ้นใน SET50 ปีนี้นับเป็นอีกปีที่ความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงหรือทีมที่มีชื่อเรียกคุ้นหูว่าทีม Structured Product ของธนาคารประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในการนำเสนอตราสารอนุพันธ์ ตราสารที่มีความซับซ้อน แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีการเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นสิบเท่าตัว มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า High Net Worth และ Ultra High Net Worth การเป็นผู้บุกเบิกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การรักษามาตรฐาน และเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านตราสารอนุพันธ์ให้โดดเด่น ถูกใจผู้ลงทุน ให้ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ธนาคารจึงมุ่งพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง” นายเพา
นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน ผู้บริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์การเงินและที่ปรึกษา Equity Derivatives ธุรกิจบริหารเงิน และผู้บริหารการขายลูกค้าบุคคลธนกิจ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดการลงทุนมีความผันผวนสูง ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มครองเงินต้นได้รับความสนใจจากนักลงทุนสูงขึ้น ต่างปรับพอร์ตถือครองเพิ่มเติมเพื่อความสบายใจ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอถึงแม้จะไม่หวือหวาแต่ก็ปลอดภัย สอดคล้องกับการลงทุนใน Maxi Flexi ESG ซึ่งเป็นการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่มีการปรับสัดส่วนการลงทุนอัตโนมัติอย่างมีวินัย ภายใต้กลยุทธ์การบริหารที่โดดเด่นแบบ Rule-based Framework เข้าถึงสินทรัพย์ทั่วโลกทั้งพันธบัตรและหุ้น นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของดัชนี (Index) เองตลอดเวลา อีกทั้งยังมีผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นของดัชนี Citi Flexi Beta ESG USD VT5 ซึ่งมีการออกแบบการลงทุนพิเศษเฉพาะที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของความมั่งคั่งที่ควรมีเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและมั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปยังอยู่ครบทั้งยังได้สนับสนุนให้เกิดสิ่งดี ๆ และเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลที่ดี เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ ‘สบายใจ’ อีกทั้งแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทถือได้ว่าเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่อยู่ในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพราะนอกจากจะได้ผลตอบแทนบนสินทรัพย์ที่ลงทุนแล้ว ยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนอีกต่อจากอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงต่อเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ Maxi Flexi ESG สามารถออกแบบให้คุ้มครองเงินต้นในรูปเงินบาท หรือ ดอลลาร์สหรัฐ ตามความต้องการของนักลงทุน คุ้มครองเงินต้น 100% มีผลตอบแทนขั้นต่ำจ่ายรายปี โอกาสรับผลตอบแทน 3 - 6% ต่อปี”
นางสาววรภร ธรศุภภากร Head, Structured Product Distribution และ Head, Private Wealth Strategy ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 15.00% ต่อปี KIKO BASKET อายุ 6 เดือน อ้างอิงราคาหุ้นใน SET50 หนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมตระกูล CIMB ELN เพราะธนาคารยังเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยยังเป็นที่น่าสนใจและมีโอกาสเข้าลงทุนในช่วงที่เหมาะสม ด้วยเครื่องมือการลงทุนที่มีหลากหลายของธนาคาร ซึ่ง CIMB ELN โดดเด่นผลตอบแทนสูง จ่ายผลตอบแทนรายเดือน พร้อมของสมนาคุณเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด วันนี้ถึง 31 พ.ค. 2565 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และเงื่อนไขการลงทุนได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ทุกสาขา หรือ โทร 02-638-8277 คำเตือน หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงสูง มีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง ทำความเข้าใจ เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Go To Lead


ก.ล.ต.เปิดรับฟังความเห็นหลักปรับปรุงหลักเกณฑ์ประกอบธุรกิจอื่น
ผู้บริหาร ก.ล.ต. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีการปรับตัวเพื่อสนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้ลงทุน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ โดยแนวทางประการหนึ่งคือการขยายการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือจากธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งอาจมีมูลค่าที่สูง หรือมีความเสี่ยงสูง หรืออาจเป็นธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ที่อาจมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อฐานะการเงิน ระบบการให้บริการในธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนและความเชื่อมั่นในตลาดทุน ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามเกณฑ์ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้เลยหากเข้าเงื่อนไข ขณะที่การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) ต้องได้รับอนุญาตก่อน จึงเริ่มประกอบธุรกิจได้ ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยหลักการในการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ในการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 ทั้งนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ประกาศที่ปรับปรุงให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกันยิ่งขึ้น รวมทั้งป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้า และความเชื่อมั่นของตลาดทุนโดยรวม และปรับลดจำนวนประกาศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามโครงการ Regulatory Guillotine โดยกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถประกอบธุรกิจอื่นได้เฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่บริษัทได้รับใบอนุญาต และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้
(1) หากการประกอบธุรกิจอื่นมีมูลค่าเงินลงทุนไม่สูง มีระบบงานและเงินกองทุนรองรับตามที่กำหนด สามารถทำได้เป็นการทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน
(2) หากการประกอบธุรกิจอื่นมีมูลค่าเงินลงทุนที่สูงตามที่หลักเกณฑ์กำหนด แบ่งออกเป็น 2 ระดับตามความมีนัยสำคัญ ได้แก่ กรณีแรก อนุญาตเป็นการทั่วไป โดยมีเงื่อนไข ให้บริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแจ้งข้อมูลการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อ ก.ล.ต. ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ และกรณีที่สอง ซึ่งระดับความมีนัยสำคัญสูงกว่า บริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขออนุญาตคณะกรรมการกำกับตลาดทุนก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=805 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: thanatip

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com