|
|
BAAC Family LINE Of FUNcial
ธ.ก.ส. 'เผย'ทิศทางการพัฒนา BAAC Family LINE Of FUNcial ภายใต้แนวคิด Everyday Companion: ให้ชีวิตง่าย เหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ เพื่อยกระดับ LINE OA : BAAC Family ให้เป็นมากกว่าช่องทางการสื่อสาร ชวนผู้ใช้งาน SAVE พร้อมช่วย SAFE ฉ่ำ ENGAGE สุด USEFUL พร้อมเป็นพื้นที่ในการเชื่อมโยงข้อมูล ข่าวสาร บริการทางการเงิน สิทธิประโยชน์ ความรู้ และคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของประชาชน พร้อมอยู่เคียงข้างและเติบโตไปกับประชาชนในทุกช่วงชีวิต
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เดินหน้ายกระดับ Line Official BAAC Family สู่ LINE Of FUNcial เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารของธนาคารให้ก้าวสู่การเป็น One Stop Service Platform ที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ บริการทางการเงิน สิทธิประโยชน์ และบริการดิจิทัลของธนาคารไว้ในที่เดียว ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ และใช้บริการต่าง ๆ ของธนาคารได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนบทบาทของ BAAC Family จากช่องทางที่ประชาชนเข้ามารับข้อมูล ไปสู่การเป็น เพื่อน ที่ช่วยแนะนำ เตือนภัย และสนับสนุนการตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญ โดยคำว่า FUNcial เป็นการผสานแนวคิดเรื่องความสนุก (Fun) และการเงิน (Financial) เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้เรื่องการเงินและภัยไซเบอร์ที่อาจดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถเข้าถึงง่าย เรียนรู้ได้อย่างสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ เพื่อขยายการสื่อสารแนวคิดดังกล่าวไปยังประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ธ.ก.ส. ได้ชวน PERSES บอยกรุ๊ป T-Pop จาก GMM Music มาร่วมเป็น Friend of BAAC Family เพื่อนที่จะช่วยเปิดประตูสู่ข้อมูล ข่าวสาร และคุณค่าที่มากกว่าความสนุก พร้อมเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาทำความรู้จักและใช้ บริการ LINE Official BAAC Family ในชีวิตประจำวัน ทั้งการให้ความรู้ด้านการเงิน การป้องกันภัยไซเบอร์ และบริการที่เป็นประโยชน์ ด้วยภาษาที่เป็นมิตร เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน พร้อมตอกย้ำบทบาทของ BAAC Family ในฐานะเพื่อนที่พร้อมเติบโตและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงชีวิต โดยภายใต้แนวคิด Everyday Companion : ให้ชีวิตง่าย เหมือนมีเพื่อนอยู่ข้างๆ ธ.ก.ส. พร้อมชวนผู้ใช้งาน SAVE พร้อมช่วย SAFE ฉ่ำ ENGAGE ให้ทุกคนแบบสุด USEFUL ได้แก่
"ชวน SAVE" กับข่าวสารผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยจัดการทางการเงิน บริการบันทึกรายรับ-รายจ่าย และบริการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของบัญชีผ่าน BAAC Connect
"ช่วย SAFE" จากมิจฉาชีพ ด้วยฟีเจอร์เตือนภัยมิจฉาชีพ ที่พัฒนาร่วมกับกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกและถูกต้อง สามารถเช็กข่าวจริงและข่าวปลอม (News Feed) ตลอดจนเช็กเบอร์โทรศัพท์ เลขบัญชีธนาคารทหรือเว็บไซต์ในแชทของ BAAC Family (Check on Chat)
"ฉ่ำ ENGAGE" กับกิจกรรม "BAAC Family สัมผัสรัก สะสมใจ ปี 2" ให้ลูกค้าสามารถร่วมสนุกผ่านฟีเจอร์บน BAAC Family อาทิ การดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ฟรี หรือการตรวจเช็กสภาพอากาศรายวัน เพื่อสะสมใจ และแลกรับของรางวัล
"สุด USEFUL" กับบริการตรวจเช็กสภาพอากาศ ที่สามารถแสดงผลการพยากรณ์อากาศได้ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อให้คุณวางแผนการทำงานหรือดูแลผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนสามารถติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรผ่านบริการตรวจราคาพืชผลทางการเกษตรอีกด้วย
สามารถติดตาม Friend of BAAC Family ผ่านบทบาทของ Perses ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และติดตามข้อมูลข่าวสาร ผลิตภัณฑ์และบริการของ ธ.ก.ส. ได้ทาง LINE Official: BAAC Family, Facebook: ธกส BAAC Thailand, TikTok / Instagram / X: @baacthailand, เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555
Go To Lead
|
K WEALTH กสิกรไทย- 4 ผู้นำทองคำไทย เปิด ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร บน K PLUS
ผู้บริหาร K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทองคำไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับการซื้อ-ขายเพื่อทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง สร้างสมดุลให้กับพอร์ตลงทุน และรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังบริหารทองคำแยกจากสินทรัพย์ประเภทอื่น ทำให้ไม่เห็นภาพรวมว่าทองคำที่ถือครองอยู่มีสัดส่วนและบทบาทต่อพอร์ตการลงทุนและเป้าหมายทางการเงินของตนเอง จากแนวคิดดังกล่าว K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย จึงเปิดตัว ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร (Gold Investment Portal) บน K PLUS ร่วมกับ 4 ผู้นำธุรกิจทองคำของไทย ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng), MTS Gold (แม่ทองสุก), ออโรร่า (AURORA) และวายแอลจี (YLG)* เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนทองคำผ่านผู้ให้บริการที่หลากหลาย พร้อมเชื่อมต่อการซื้อ-ขาย การสะสม และการติดตามการลงทุนทองคำเข้ากับบริการทางการเงินและการบริหารความมั่งคั่งบน K PLUSแพลตฟอร์มดังกล่าวออกแบบมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ของนักลงทุนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการซื้อ-ขายทองคำเพื่อสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Gold Trader) ผู้ที่ต้องการทยอยสะสมทองคำอย่างมีเป้าหมาย (Gold Accumulator) หรือผู้ที่ต้องการถือครองทองคำจริงเพื่อรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว (Gold Holder) โดยมุ่งให้นักลงทุนสามารถเลือกวิธีลงทุนและถือครองทองคำที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง
นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% หรือทองคำ 96.5% ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการลงทุนโดยอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก และผู้ที่ต้องการสะสมทองคำตามราคาภายในประเทศ โดยสามารถลงทุนเป็นเงินบาท เริ่มต้นเพียง 500 บาท หรือลงทุนเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ผ่านบัญชี K PLUS Global Savings เริ่มต้นเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือต้องการบริหารเงินลงทุนหลายสกุล ทั้งนี้ ควรพิจารณาความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย
นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถเลือกสะสมและซื้อ-ขายทองคำในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก ทั้งยังสามารถถอนทองคำแท่งจริงเพื่อการถือครองและเก็บรักษาด้วยตนเอง โดยเลือกรับทองคำแท่งได้ที่ร้านของผู้ให้บริการหรือผ่านบริการจัดส่งตามเงื่อนไขที่กำหนด
ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำบน K PLUS จึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางซื้อ-ขายทองคำ แต่เป็นอีกก้าวของการเชื่อมทองคำเข้ากับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม (Holistic Wealth Management) โดยช่วยให้นักลงทุนติดตามการถือครองทองคำควบคู่กับกองทุนรวม หุ้น และสินทรัพย์การลงทุนอื่นบน K PLUS เพื่อมองเห็นบทบาทและสัดส่วนทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น และนำข้อมูลมาประกอบการทบทวนการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
6 จุดเด่นของ ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร บน K PLUS เพิ่มทางเลือกการลงทุนผ่าน 4 ผู้นำอุตสาหกรรมทองคำไทย ลงทุนทองคำกับฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng), MTS Gold (แม่ทองสุก), ออโรร่า (AURORA) หรือวายแอลจี (YLG)* พร้อมเลือกทองคำ 99.99% มาตรฐานสากล หรือทองคำ 96.5% มาตรฐานไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์และรูปแบบการลงทุนที่ตรงกับความต้องการ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมลงทุนได้ทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มต้นเพียง 500 บาท หรือ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและการบริหารเงินหลายสกุลเชื่อมการลงทุนทองคำกับการบริหารเงินและสภาพคล่อง: ผู้ลงทุนสามารถทยอยสะสมเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านบัญชี K PLUS Global Savings** พร้อมรับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขระหว่างรอจังหวะลงทุน ช่วยเชื่อมการบริหารสภาพคล่อง เงินสกุลต่างประเทศ และโอกาสลงทุนทองคำไว้ด้วยกัน เลือกรูปแบบการถือครองทองคำได้ตามความต้องการ: สะสมหรือซื้อ-ขายทองคำในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก หรือถอนทองคำแท่งจริงเพื่อการเก็บรักษาด้วยตนเอง โดยเลือกรับทองคำแท่งได้ที่ร้านของผู้ให้บริการหรือผ่านบริการจัดส่งตามเงื่อนไขที่กำหนด
มองเห็นบทบาททองคำในพอร์ตการลงทุนโดยรวม: ติดตามการถือครองทองคำควบคู่กับกองทุนรวม หุ้น และสินทรัพย์การลงทุนอื่นบน K PLUS ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นสัดส่วนทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น และใช้ประกอบการประเมินการกระจายความเสี่ยงและการจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุน
ต่อยอดบทวิเคราะห์สู่แนวทางตัดสินใจลงทุนอย่างมีหลักการ: ติดตามบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH ผ่าน KBank Live ครอบคลุมทั้งทิศทางราคาทองคำ ปัจจัยเศรษฐกิจ ค่าเงิน และแนวทางบริหารพอร์ตการลงทุน เช่น สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อราคาทองคำปรับตัวแรง หรือการประเมินบทบาทของทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลช่วยให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบด้าน
*การซื้อ-ขายทองคำกับ วายแอลจี (YLG) เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
*ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.kasikornbank.com/k_goldplus
**บัญชีเงินฝากมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นไปตามประกาศธนาคาร ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_globalsavings
*ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งคำสั่งระหว่างผู้ลงทุนกับร้านทองฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng), MTS Gold (แม่ทองสุก),ออโรร่า (AURORA), วายแอลจี (YLG)*
*สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng) โทร. 02 112 2222 หรือแอดไลน์ @hshsocial / Call Center MTS (แม่ทองสุก) โทร. 02 770 7777 กด 1 หรือแอดไลน์ @mtsgold / Call Center ออโรร่า เทรดดิ้ง (AURORA) โทร. 02 1788 9999 กด 9 หรือแอดไลน์ @allgold / Call Center วายแอลจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (YLG) โทร. 02 687 9888 หรือแอดไลน์ @ylgcorporation
Go To Lead
|
'กรุงศรี' ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AIงาน Krungsri Tech Day 2026
มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าพร้อมสร้างโอกาสเติบโตในอนาคต
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรีเชื่อว่าคุณค่าของเทคโนโลยีไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำมาใช้ได้จริงและเหมาะสม เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งการดำเนินชีวิตและวิธีการดำเนินธุรกิจ สิ่งสำคัญคือการนำ AI มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลจริง ควบคู่กับการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลและองค์กร ด้วยเหตุนี้ Krungsri Tech Day 2026 จึงเป็นเวทีที่รวบรวมความรู้ มุมมองใหม่ ประสบการณ์จริง และโซลูชันจากกรุงศรีและพันธมิตร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดในการทำงานและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ ไอคลิกนิวส์ www.iclicknews.com ว่า กรุงศรีลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมปีละหลายร้อยล้านบาท เพิ่มขึ้นทุกปี มีทีมงานหลายทีมทำงาน และคอยเฝ้าระวังระบบความปลอดภัยลูกค้าของแบงก์ มีการสลับทีมงานดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง กรุงศรีมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าตามคำมั่นสัญญา ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน เป็นสำคัญ โดยกลุ่มงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลทำหน้าที่เป็น Value Creator และ Business Partner ที่สนับสนุนทุกฝ่ายงานของกรุงศรีในการนำศักยภาพของเทคโนโลยี รวมไปถึง AI มาสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน และธุรกิจ พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่สู่ตลาด ตลอดจนยกระดับการดำเนินงานและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ และเพื่อขับเคลื่อนทิศทางดังกล่าว กรุงศรีมุ่งดำเนินงานผ่าน 3 แนวทางสำคัญที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อผ่านบริการดิจิทัลและ Open Ecosystem การขับเคลื่อนองค์กรด้วย Data และ AI เพิ่มผลิตภาพและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ และการวางรากฐานเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และพร้อมรองรับอนาคต
เชื่อมต่อบริการดิจิทัล สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ กรุงศรีมุ่งเน้นหลัก Customer-First ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาบริการดิจิทัล ยกระดับประสบการณ์บริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงเวลาผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ทุกการใช้งานเป็นเรื่องง่าย สะดวก และไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด ONE Connected Experience ลูกค้าสามารถเริ่มต้นใช้บริการจากจุดเดียว โดยระบบเบื้องหลังเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อลดความซับซ้อนในการใช้บริการ พร้อมรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เพื่อให้บริการด้วยแนวคิดดังกล่าว กรุงศรีได้ดำเนินการโดยรวมบริการไว้ใน One Krungsri App ซึ่งรวบรวมแอปพลิเคชันของกรุงศรีและบริษัทในเครือไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนั้น กรุงศรียังมุ่งขยายการเชื่อมต่อทางดิจิทัลและความร่วมมือกับพันธมิตรผ่าน Open Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย พร้อมนำ AI มาสนับสนุนการพัฒนาบริการดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ขยายศักยภาพ AI สู่การใช้งานทั่วทั้งองค์กร ขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ภายใต้แนวคิด Think Big, Start Small, Scale Fast โดยเชื่อว่าการสร้างคุณค่าจาก AI ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการผสานบุคลากร กระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ กรุงศรีจึงมุ่งวางรากฐานด้านข้อมูลและ AI ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร เพื่อรองรับการพัฒนาและขยายการใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ดังกล่าวคือ แพลตฟอร์มกลางขององค์กร 2 ส่วนที่ทำงานเสริมกัน ได้แก่ Unified Data Platform แพลตฟอร์มข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลทั่วทั้งองค์กรให้เชื่อถือได้และพร้อมต่อยอดสู่ AI และ AI Kitchen ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI กลางขององค์กรที่มุ่งเปลี่ยนจากการพัฒนาโซลูชัน AI แบบแยกส่วนในแต่ละหน่วยงาน ไปสู่การสร้างความสามารถและบริการ AI ส่วนกลางที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ ช่องทาง และสายงานธุรกิจ ภายใต้กรอบการกำกับดูแล ความมั่นคงปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน และเร่งการสร้างคุณค่าทางธุรกิจจาก AI ในระดับองค์กร
ระยะยาว กรุงศรีตั้งเป้าหมายให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของขีดความสามารถหลักทางธุรกิจ และถูกผสานอยู่ในกระบวนการทำงานสำคัญทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่การให้บริการลูกค้า การพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงงานปฏิบัติการต่างๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การตัดสินใจ และประสบการณ์ลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกรุงศรีและบริษัทในเครือ
สร้างรากฐานเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับอนาคต ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี กระบวนการทำงาน และศักยภาพบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตและรองรับการขยายการใช้งาน AI ในระดับองค์กรโดยมี Jupiter Program เป็นหนึ่งในโครงการต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มระบบ Core Banking และสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีให้ทันสมัย ลดความซับซ้อนของระบบ พร้อมทั้งนำระบบอัตโนมัติและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของบุคลากรและยกระดับกระบวนการพัฒนาระบบ เช่น การพัฒนากรอบการทำงาน AI สำหรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (AI in SDLC) ภายใต้แนวทางที่ยังคงมีมนุษย์กำกับดูแล รวมถึงการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลและบูรณาการระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
Krungsri Tech Day 2026 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า ภายใต้แนวคิด Simplifying Life, Shifting Business with Al เปลี่ยนชีวิตให้ง่าย สร้างธุรกิจให้ไกลด้วย AI ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Accenture, AWS, Cisco, HPE, IBM, Kyndryl, NTT DATA Thailand, Dynatrace, G-Able, MFEC, Microsoft, YIPINTSOI NEXT Co., Ltd., Adobe, Atlassian, Bluebik Group PLC., Cohesity (Thailand), Nutanix, Palo Alto Networks, PALO IT และ Red Hat เพื่อเปิดมุมมองและถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์ใช้ AI ผ่านเวทีเสวนาและนำเสนอแนวทางการใช้งานจริง ตลอดจนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเทคโนโลยี ทดลองใช้โซลูชัน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง AI & Technology Exhibition, Workshop และ Business Clinic เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กรกรุงศรีขอขอบคุณพันธมิตรและผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Krungsri Tech Day 2026 เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อนำศักยภาพของ AI มาสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการ และพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นางสาวสายสุนีย์ กล่าว
Go To Lead
|
SME D Bank โปร Double Plus+หนุนเอสเอ็มอี มหกรรมการเงิน เชียงใหม่
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมงาน มหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 21 หรือ MONEY EXPO 2026 CHIANGMAI ณ บูธ SME D Bank เลขที่ D4 ภายใน เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 จัดโปรโมชันสุดพิเศษ Double Plus+ เติมทุนคู่ช่วยพัฒนา เสริมแกร่งธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเหนือ ได้แก่ พลัสที่ 1. สินเชื่อดอกเบี้ยสุดถูก เพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนสบายนานสูงสุด 10 ปี นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย เดินหน้าธุรกิจลื่นไหล และพิเศษ เพียง 50 สิทธิ์ต่อวัน เมื่อยื่นขอสินเชื่อภายในงาน ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.5% มาก่อน มีสิทธิ์ก่อน และ พลัสที่ 2. รับฟรี โปรแกรมพัฒนาธุรกิจครบวงจร จาก แพลตฟอร์ม DX by SME D Bank
นอกจากนั้น มีกิจกรรมเล่นเกม ลุ้นรับของรางวัลมากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
Go To Lead
|
SAM ย้ำชาวเหนือเป็นหนี้เสียต่ำแสน รีบใช้สิทธิ์! ลดเงินต้น 50%
ร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ก่อนหมดเขตสิ้นปี 69 นี้
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ย้ำประชาชนจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นหนี้เสีย (NPL) วงเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และค้างชำระเกิน 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รีบใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ก่อนมาตรการ "จ่าย ปิด จบ" ลดเงินต้นทันที 50% จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 นี้ โดยผู้สนใจสามารถเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้เสียจากเจ้าหน้าที่ SAM ได้โดยตรงในงาน มหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 21 (MONEY EXPO 2026 CHIANGMAI) ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต บูทหมายเลข D3 ตลอดทั้ง 3 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียรวมทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาท โดยหนี้ที่อยู่ในความดูแลของ SAM ได้แก่ หนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ (ส่วนต่างหรือยอดหนี้ส่วนที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน) ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเลือกมาตรการช่วยเหลือ แบบไม่มีดอกเบี้ย ได้ 2 ทางเลือก ได้แก่ มาตรการที่ 1 "จ่าย ปิด จบ" ลดเงินต้นทันที 50% หากชำระภายใน 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่าย 50% ของเงินต้นหรือจ่ายเพียง 5,000 บาท ก็ปิดจบหนี้ได้ทันที โดยมาตรการนี้มีระยะเวลาจำกัดและจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการปิดบัญชีด้วยยอดชำระที่ต่ำลงเพื่อลดภาระทางการเงินภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน อย่างไรก็ตาม หากไม่พร้อมชำระเป็นก้อน ก็สามารถเลือก มาตรการที่ 2 "ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด" ลดเงินต้นทันที 30% ผ่อนชำระได้ถึง 30 มิถุนายน 2572 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่ายเพียง 7,000 บาทหรือจ่ายเพียง 70% ของเงินต้น ระยะเวลาผ่อนชำระ 32 เดือนหากนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ หรือคิดเป็น 219 บาท/เดือนเท่านั้น เมื่อชำระหนี้ครบตามเงื่อนไข ลูกหนี้จะได้รับการปรับปรุงสถานะในรายงานเครดิตบูโร ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต และกลับมาวางแผนชีวิตทางการเงินได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ได้ถึง 4 ช่องทาง ได้แก่ 1) แอปพลิเคชัน SAM+ 2) Line OA เพียง แอดไลน์ @samsocialamc สะดวก ปลอดภัย สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากตรวจสอบสิทธิ์และยืนยันตัวตน โดยสแกนบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าตามขั้นตอน เลือกแผนชำระเงิน ลงนามสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงชำระเงินตามแผนที่เลือกและปิดจบบัญชีหนี้ 3) เว็บไซต์ SAM www.sam.or.th และสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานผ่านระบบออนไลน์ หรือต้องการปรึกษาเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมได้ที่ SAM Contact Center โทร 1443 กด 6
ส่วนผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ สามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านโครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM สำหรับหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เป็นหนี้เสียเกิน 120 วัน และหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียง 3-5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือ แอด ID Line @debtclinicbysam และ SAM Contact Center โทร 1443 กด 1
Go To Lead
|
ออมสิน-Top ท้องถิ่น ปั้น SME ไทย....สู่ตลาด Modern Trade
นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ร่วมเปิดโครงการ GSB x Tops ท้องถิ่น Business Matching ขึ้นสู่ Modern Trade เปิดบ้าน Tops ท้องถิ่น คัดสรรของดี SME 4 ภาค ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสิน บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (Tops ท้องถิ่น) และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และ Startup ไทยให้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยง ทุน ความรู้ และตลาด เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร โดยมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
โดยภายใต้โครงการ ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสินค้า มาตรฐานการผลิต และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับทีมจัดซื้อของ Tops ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ ตลอดจนได้รับคำปรึกษาด้านสินเชื่อและบริการทางการเงินจากธนาคารออมสิน เพื่อเสริมความพร้อมในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ธนาคารได้ร่วมมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมเยี่ยมชมบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น G บริเวณหน้า Tops FOOD HALL
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|