Finance/share
Hot News: K Research 'ชี้' ท่องเที่ยว ฟื้นตัว Q4
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
K Research 'ชี้'
ท่องเที่ยว ฟื้นตัว Q4
KResearch 'ชี้'เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว ครึ่งปีหลัง การปรับลดเที่ยวบิน จะกระทบธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกจะช่วยหนุนการฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้าย คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มMICE เที่ยวไทยทั้งปี 2569 ประมาณ 30 ล้านคน
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด KResearch เปิดเผยกับ ไอคลิกนิวส์ www.iclicknews.com ว่า ครึ่งปีหลังจะเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่กระทบภาคธุรกิจชัดเจนขึ้น แม้มีสัญญาณบวกแต่กว่าสถานการณ์จะเป็นปกติยังต้องใช้เวลา โดยการผลิตสินค้าส่วนใหญ่จะแผ่วลง (YoY) หลักๆ จากการแบกรับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ผลจากภาษีสหรัฐฯ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) หดตัวเป็นปีที่ 4 ที่ -0.5% ขณะเดียวกัน
การปรับลดเที่ยวบินที่ยังเกิดขึ้น จะกระทบธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ก่อนที่การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกจะช่วยหนุนการฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้าย โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านคน แม้ยังมีโอกาสเพิ่มได้ แต่ยังต่ำกว่าระดับ 33 ล้านคนในปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากจีน อาจไม่พอชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลส่วนใหญ่ที่ลดลง
"สำหรับตลาดนักท่องเที่ยว MICE คาดว่าจะเข้ามาในช่วงจัดประชุมสัมมนาปลายปีนี้ ตัวเลขกลุ่มนี้ประมาณ 5 % ของกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยรวม ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย"นางสาวเกวลิน กล่าว
นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/2569 และทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ ในขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจยังอยู่ที่ความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งอิหร่านจะได้ข้อยุติ แต่ราคาพลังงานโลกยังคงไม่ลดลงเร็วมากนัก ทำให้การส่งผ่านต้นทุนราคาผู้ผลิตไปยังตะกร้าสินค้าผู้บริโภคจะยังคงมีต่อเนื่อง โดยจะยังเห็นเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวสูงสุดในไตรมาส 3-4 ของปี
นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัวอย่างจำกัด โดยแม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะปรับตัวเลขประมาณการสินเชื่อทั้งปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -0.7% มาเป็นการขยายตัวเล็กน้อยที่ราว 0.5% แต่ก็เป็นการสะท้อนแรงส่งจากการเติบโตของสินเชื่อที่ขับเคลื่อนจากสินเชื่อภาครัฐ และธุรกิจรายใหญ่ มากกว่ารายย่อย นอกจากนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามเพิ่มเติมสำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ ต้นทุนการระดมทุนที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง และประเด็นความสำเร็จในการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นกู้ ตลอดจนปัญหาเอ็นพีแอลของระบบธนาคารไทยที่ปัจจุบันอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้และบริหารจัดการหนี้เชิงรุกในการประคองภาพรวมเอ็นพีแอลไม่ให้ถดถอยลงเร็ว
แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะคงประมาณการจีดีพีปี 2569 ไว้ที่ 2.0% แต่มองว่าจีดีพีน่าจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ไม่ลดลงเร็ว จะทำให้เงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังเร่งตัวขึ้นต่อ ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 3.1% ขณะที่ กนง.น่าจะรอติดตามสถานการณ์และเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ส่วนทิศทางค่าเงินบาท อาจอ่อนค่าลงจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ปิดสิ้นปี 2569 ที่ 32.80 บาท จากประมาณ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในปัจจุบัน

Go To Lead


BAM- มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ MOU พลิก NPA 33 ไร่ เดินหน้า “โครงการ พัฒนาพื้นที่สีเขียวต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่าง BAM และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการระหว่างภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดย BAM ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน หรือ ESG และ CSR in Process ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ โครงการยังสอดคล้องกับนโยบาย “ความดี 5 ประการ” ของ BAM คือ ดีต่อประเทศ ดีต่อสังคม ดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้ถือหุ้น และดีต่อพนักงาน อีกทั้ง มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นต้นแบบของการ ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ และเกิดคุณค่าร่วมต่อทุกภาคส่วนในระยะยาว รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ และสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยน “พื้นที่ว่าง” ให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM มีวิสัยทัศน์ที่มุ่งก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน Value Creator” อย่างเต็มรูปแบบ
โดยเชื่อว่าการบริหารทรัพย์ในปัจจุบันต้องสร้างทั้งผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบ วกต่อสังคม การพัฒนาพื้นที่สีเขียวดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำทรัพย์ NPA มาพัฒนาเพิ่มคุณค่าในทุกมิติ โดยโครงการบนพื้นที่ 33 ไร่ ในตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญนั้น แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ 31 ไร่ จะได้รับการฟื้นฟูตามแนวทางปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ ด้วยไม้ท้องถิ่น 20 ชนิด รวมจำนวน 3,600 ต้น ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและพัฒนาเป็นพื้นที่ สีเขียว เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และพัฒนาเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 29.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และพื้นที่อีก 2 ไร่ สำหรับการใช้ประโยชน์ของชุมชนเชิงเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่กว่า 6,390 คน ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน อาทิ ตลาดสินค้าเกษตรและพื้นที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การเพาะกล้าไม้ การปลูก และการดูแลรักษาพื้นที่ในระยะยาว โดยรูปแบบการพัฒนาจะดำเนินการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
“การลงทุนลักษณะนี้ไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพของสินทรัพย์ และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ทั้งยังเป็นการวางรากฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในอนาคต โดย BAM มีเป้าหมายต่อยอดสู่การพัฒนาสินทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Asset Portfolio) ในวงกว้างต่อไป และอีกหนึ่งความสำคัญของโครงการ คือการเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างผืนป่าดงใหญ่และ สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของพื้นที่สีเขียว เสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว” ดร.รักษ์ กล่าว
หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิแม้ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี โดยมุ่งเน้นการทำงานด้านการฟื้นฟูผืนป่าควบคู่กับการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ซึ่งในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขยายผลการดำเนินงาน โดยนำความรู้เรื่องการฟื้นฟูดูแลป่าดอยตุงไปสู่ป่าชุมชนใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตำบลสร้างถ่อน้อยแห่งนี้ เป็นหนึ่งในชุมชนที่ดูแลป่าชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่อง มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพื้นฐานการประกอบอาชีพที่สามารถ ต่อยอดได้อีกมาก และสิ่งสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกป่าเพียงอย่างเดียวแต่คือการปลูกคนเข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างงานสร้างอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ควบคู่กันไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งเป็นภารกิจที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาโดยตลอด สำหรับแนวทางการดำเนินงาน โครงการจะมุ่งพัฒนาพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกไม้เศรษฐกิจท้องถิ่นแบบเลียนแบบธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษา ดูงานในอนาคต ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับ BAM ในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ที่สมดุลในทุกมิติ และสามารถต่อยอดสู่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต

Go To Lead


กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ 'ชี้'เงินบาทอ่อนค่าลง หลังกนง.ประกาศคงดอกเบี้ย
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี จากการประชุม กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.3% ในปีนี้ และ 1.8% ในปี 2570 ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยี และ AI มาตรการภาครัฐในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลายตัวลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจ SMEs ยังคงปรับตัวได้จำกัดและเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ภาคครัวเรือนส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% ในปี 2569 และ 1.4% ในปี 2570 โดย กนง. กล่าวถึงสถานการณ์สินเชื่อในภาพรวมว่า มีอัตราการขยายตัวในระดับต่ำ โดยสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง
กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงอยู่ที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน หลังการประกาศคงดอกเบี้ย โดย กนง. ระบุว่าอัตราแลกเปลี่ยนยังมีความผันผวน และเงินบาทอ่อนค่า สะท้อนการปรับท่าทีด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
การประชุมครั้งถัดไปของ กนง. จะมีขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งจากท่าทีของคณะกรรมการฯ ในวันนี้ไม่มีสิ่งที่เหนือความคาดหมาย คณะกรรมการฯ ระบุว่า ภายใต้กรอบนโยบายที่มุ่งรักษาเสถียรภาพด้านราคา สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่คณะกรรมการฯ จะยังคงติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ กรุงศรียังคงมุมมองว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญและส่งผลต่อทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ

Go To Lead


SME DBANK 'หนุน' ใช้ AI ช่วยธุรกิจ “เอสเอ็มอี”
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากนโยบาย ONE MIND ที่ตนมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมเน้นเรื่องการส่งเสริมการใช้ AI ให้มากขึ้นในทุกกลุ่มระบบอุตสาหกรรม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญความท้าทายในการเพิ่มผลิตภาพ ทั้งเรื่องต้นทุนธุรกิจสูง ต้องการเพิ่มความรู้สมัยใหม่ แต่ไม่มีเงินทุนที่จะเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยี และยังถูกบีบบังคับด้วยกฎกติกาการค้ายุคใหม่ที่ต้องปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว หากยิ่งปล่อยนานวันศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกับผู้ประกอบการรายใหญ่ และระหว่างเอสเอ็มอีไทยกับคู่แข่งจากต่างประเทศจะยิ่งฉีกห่าง จึงต้องสนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจให้แข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ เช่น ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล ลูกค้าและตลาดได้อย่างแม่นยำ ตนได้มอบนโยบายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)หรือ SME D Bank ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับองค์กรโดยใช้เทคโนโลยี AI มาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงบริการสินเชื่อ
นายวราวุธ กล่าวว่า ทาง นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank รายงานมาว่า ธพว.ได้นำนโยบายของตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ด้วยการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (DATA) และ AI ผ่านการยกระดับกระบวนการการทำงาน พร้อมเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยให้สามารถให้บริการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างยืดหยุ่น และรวดเร็ว เช่น มีระบบ Early Warning System (EWS) ติดตามดูแลสถานะของลูกค้าธนาคารอย่างใกล้ชิด จัดโปรแกรม Digital Data Intelligence Bootcamp 2026 (DDI Bootcamp) สร้างบุคลากรสำคัญขององค์กรที่มีทักษะการใช้ AI ระดับสูง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงรุก
ธพว.ดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอียกระดับธุรกิจด้วย AI เน้นด้านการเพิ่มรายได้ขยายตลาด และการบริหารต้นทุนธุรกิจ ด้วยการใช้เครื่องมือ AI ผ่านจะจัดกิจกรรม Onsite เติมทักษะความรู้ด้าน AI ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างต่อเนื่อง โดย ธพว.ได้ดำเนินไปแล้วมากกว่า 20 ครั้ง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,500 ราย และคาดปีนี้ จะช่วยยกระดับเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 2,500 ราย ธพว. ยังมีการสอนผ่าน E-Learning เรียนรู้ได้เองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ทุกเวลา ด้วย “DX Platform” (dx.smebank.co.th) ที่มีหลักสูตรเรื่อง AI ให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง เช่น หลักสูตร Prompt Engineering with GitHub Copilot by Microsoft Thailand , หลักสูตร Microsoft 365 Copilot
ที่สำคัญ ธนาคารได้จัดเตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นำไปใช้ลงทุนด้านเทคโนโลยีเครื่องจักร นวัตกรรม ช่วยเพิ่มศักยภาพ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถแจ้งความประสงค์ เข้ารับบริการต่างๆ ได้ผ่านสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

Go To Lead


"ธ.ก.ส. จัดโปรพิเศษบุกระยอง ร่วมงาน Thailand Smart Money
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) พร้อมนำเสนอโปรโมชันสุดพิเศษและบริการทางการเงินครบวงจรให้บริการประชาชนในงาน Thailand Smart Money ระยอง ครั้งที่ 9 เช่น ? โปรโมชันด้านผลิตภัณฑ์เงินฝาก – สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. เงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ประกอบด้วย สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ ทุกเดือน 20 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน 10 ล้านบาท จำนวน 24 ครั้ง ฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ย หน่วยละ 0.25 บาท ? พิเศษเฉพาะในงาน เมื่อฝากสลากฯ ชุดกระพ้อมเงินหรือกระพ้อมทอง o ตั้งแต่ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 99,900 บาท รับสิทธิ์จุ่มอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 จุ่ม o ตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุดมังแมว 1 ชุด ครบเซต o ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,900 บาท รับสายคล้องโทรศัพท์ 1 ชิ้น o ตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 4,999,900 บาท รับหมอนอิง จำนวน 1 ใบ o ตั้งแต่ 5,000,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 9,999,900 บาท รับอาร์ตทอย ชุด Agri Animal 1 ชุด (จำนวน 8 ตัว) o ตั้งแต่ 10,000,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าล้อลาก ขนาด 20 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรเดบิตเพชรน้ำหนึ่ง และฝากเงินตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับหมอนผ้าห่มคละสี หรือเมื่อสมัครบัตรเดบิตพลอยไพฑูรย์ และฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ตามเงื่อนไข รับเลย ตุ๊กตาน้องหอมจัง ? พิเศษ! โปรโมชัน Top up สำหรับลูกค้าใหม่ที่มียอดธุรกรรมภายในบูธ ประกอบด้วย o ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 499,999 บาท รับของที่ระลึกสุดพิเศษ หมอนปลาทู ขนาด 50 เซนติเมตร o ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 999,999 บาท รับลำโพง BAAC o ยอดธุรกรรมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป รับชุดแก้ว BAAC (เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) ? ในด้านผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการออมเงินที่มาพร้อมความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ที่จัดโปรโมชันพิเศษมานำเสนอ ประกอบด้วย o เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส เพิ่มรัก3 12/10 อัตราการส่งชำระ 1,500 บาทต่อเดือนขึ้นไป และ ส่งชำระงวดแรกอย่างน้อย 12 เดือน (อย่างน้อยสุทธิ 17,280 ต่อปี) รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ o เมื่อสมัครกรมธรรม์ ธกส Hug(ฮัก) 10/5 อัตราการส่งชำระ 20,000 บาทต่อปีขึ้นไป รับพัดลม Imarflex ขนาด 16 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องต่อกรมธรรม์ o สมัครกรมธรรม์ ธกส รักคุณ อัตราการส่งชำระตั้งแต่ 199 บาทขึ้นไป รับกระเป๋าพับได้ (Shopping Bag) จำนวน 1 ใบ หรืออัตราการส่งชำระ 1,197 บาทต่อปี รับกระเป๋าผ้าแคนวาส BAAC Life จำนวน 1 ใบ
? สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อ พบกับสินเชื่อที่หลากหลาย เช่น o สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. ที่เป็นสมาชิก ฌกส. อสม. วงเงินกู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท (นับรวมวงเงินกู้เดิมโครงการสินเชื่อเงินด่วนคนดีและโครงการสินเชื่อเงินด่วนกึ่งแสน) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 0.50 ต่อเดือน o สินเชื่อเคหะเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับข้าราชการและพนักงานองค์กรในหน่วยงานที่มี MOU กับ ธ.ก.ส. วงเงินกู้ขั้นสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อสัญญา และไม่เกิน 3 สัญญาต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5 ปีแรก เพียงร้อยละ 2.99 ต่อปี o สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรที่มีอายุ 50 ปี (นับแบบปีชนปี) เตรียมชีวิตก่อนเกษียณเข้าสู่วิถีเกษตรแบบยุคใหม่ วงเงินกู้สูงสุด 8 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรก MRR - 2 ต่อปี
ภายในงาน ธ.ก.ส. ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าแกลมเกษตรสุดพรีเมียมจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. กว่า 80 รายการ มาจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจได้เลือกช็อปอย่างเต็มที่ เช่น o ข้าวโพดมัมมี่ (freeze dried) จากศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ที่นำข้าวโพดหวานมายกระดับเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยกระบวนการ freeze dried สามารถรักษาคุณค่าทางสารอาหาร ทั้งรสชาติ สี กลิ่น เก็บรักษาไว้ได้นานถึง 25 ปี โดยไม่ใส่สารกันบูด รวมทั้งมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จนได้มาตรฐาน A-Product o โจ๊กข้าวหอมภูเขาไฟ จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. บุรีรัมย์ จำกัด โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิแท้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ที่ผลิตจากภูมิปัญญาและเต็มไปด้วยคุณภาพจากแหล่งปลูกข้าวบุรีรัมย์ อิ่มง่ายใน 2 นาที เพียงใส่น้ำร้อน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิต เร่งรีบ แต่ยังได้รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร o ข้าวหอมมะลิพร้อมทาน ตรา “อุ่นอิ่ม” 7 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวหอมนิล ข้าว กข 43 และข้าวกล้อง กข 43 ซึ่งผลิตโดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อ การตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครปฐม จำกัด o ปลากระพงอบกระวาน จากวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำเค็ม จังหวัดจันทบุรี ที่นำวัตถุดิบพื้นถิ่นมาพัฒนาด้วยนวัตกรรมการแปรรูป คงความสดใหม่ของเนื้อปลากระพง และความหอมของ “กระวาน” สมุนไพร GI ประจำจังหวัด สรรพคุณช่วยขับลมและเจริญอาหาร บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก พร้อมรับประทานได้ทันที
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษลุ้นรับของที่ระลึกอีกมากมายจาก ธ.ก.ส. แล้วพบกันที่บูธ ธ.ก.ส. ในงาน Thailand Smart Money ระยอง ครั้งที่ 9 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายนนี้ และสำหรับผู้ที่สนใจชิมและช็อปผลิตภัณฑ์แกลมเกษตรของลูกค้า ธ.ก.ส. สามารถเลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพ ได้โดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน BAAC Matching คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th

Go To Lead


EXIM BANK โปรแรงผู้ส่งออก งาน Thailand Smart Money ครั้งที่ 9
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จัดเต็ม บริการทางการเงิน พร้อมโปรโมชันพิเศษ ในงาน Thailand Smart Money ระยอง ครั้งที่ 9 ระหว่างวันศุกร์ที่ 26-วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง หมายเลขบูท 2D ภายใต้แนวคิด “Export Co-pilot เคียงข้าง ช่วยเหลือธุรกิจไทย ส่งออกมั่นใจทุกสถานการณ์ และเชื่อมโอกาสธุรกิจไทยไปไกลทั่วโลก”
โปรโมชันพิเศษ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยก้าวผ่านทุกความท้าทาย เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สินเชื่อ EXIM Expand Shield เพิ่มสภาพคล่องพร้อมความคุ้มครองกรณีผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ชำระค่าสินค้า อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.59% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาท คุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาท • สินเชื่อ Soft Loan พลิกฟื้น SMEs ไทย เงินทุนเสริมสภาพคล่องเคียงข้างผู้ประกอบการไทยรับมือความผันผวนการค้าโลก อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.00% ต่อปี ใน 2 ปีแรก วงเงินสินเชื่อสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี พิเศษ! วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ใช้เพียงผู้บริหารหลักและหนังสือค้ำประกัน บสย. • สินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon Financing สนับสนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนค่าไฟโหดเป็นโหมดพลังงานสะอาด อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.00% ต่อปี ใน 2 ปีแรก วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาท เบิกกู้สูงสุด 90% ของเงินทุน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี พิเศษ! รับสิทธิในการขึ้นทะเบียนและรับรองคาร์บอนเครดิต สำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER)
พิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนภายในงาน รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้ 1. ส่วนลด อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ใน 6 เดือนแรก นับจากวันที่ลงนามสัญญา หรือ 2. ส่วนลด ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) 0.25% ของวงเงินกู้ สำหรับวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยเงื่อนไขการขอรับสิทธิประโยชน์ ผู้ประกอบการต้องได้รับอนุมัติสินเชื่อภายใต้ Product Program ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการลงทะเบียนขอรับสิทธิประโยชน์กับ EXIM BANK ผู้ประกอบการสามารถขอรับคำปรึกษาและบริการทางการเงินแบบ On-site ได้ในงาน ก่อนปักหมุดบุกตลาดส่งออกกับ Export Co-pilot Team หรือลงทะเบียนปรึกษา Online ได้ที่ https://forms.office.com/r/PyvMXdMR6m

Go To Lead


ออมสิน x NIA ยกระดับสตาร์ตอัปไทยสู่เวทีสากล จัด “National
Pitching: Startup Thailand League 2026”
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขัน “National Pitching: Startup Thailand League 2026” ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) เพื่อเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ได้มาร่วมประชันไอเดียธุรกิจและนวัตกรรม ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมด้านเทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะช่วยยกระดับของสตาร์ตอัปไทยสู่เวทีระดับสากล ซึ่งมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นประธานจัดงาน และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัล
ทั้งนี้ นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมมอบรางวัลแก่สุดยอดทีมผู้ชนะการแข่งขันด้วย โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ ทีม Luxene จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลงาน"นวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่นชีวภาพ เพื่อ อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน“ ด้วยจุดเด่นด้านการลดต้นทุนน้ำมันหล่อลื่นชีวภาพ จากน้ำมันปาล์มไทยสกัด รักษาเสถียรภาพน้ำมันหล่อลื่นนานถึง 8 ชั่วโมง จากน้ำมันท้องตลาดทำได้เพียง 1-6 ชั่วโมง โดยธนาคารออมสินเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนโครงการฯ เพื่อมุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ตลอดจนช่วยบ่มเพาะทักษะเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต และปูทางสู่ความสำเร็จให้แก่สตาร์ตอัปรุ่นใหม่ ภายใต้บทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมดูแลคนไทยในทุกช่วงวัย ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com