|
|
กสิกรไทย 9 เดือน กำไร 40,635 ล้าน
ธนาคารกสิกรไทย 'เผย'ผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 40,635 ล้านบาท เดินหน้ามุ่งเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับกลยุทธ์ ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวยังคงไม่กระจายตัวทั่วถึง (K-Shaped Recovery) โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักร AI (Artificial Intelligence) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนในกลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และภาคครัวเรือนยังเผชิญข้อจำกัดจากค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 คาดว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคต่อเนื่องของภาครัฐอาจช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้บางส่วน อย่างไรก็ดี ผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ยังมีจำกัด เนื่องจากภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณมากขึ้น ส่งผลให้การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทำได้จำกัดกว่าช่วงที่ผ่านมา ขณะที่กำลังซื้อของภาคครัวเรือนยังมีความเปราะบางและเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานในตลาดโลกและต้นทุนการผลิตในส่วนอื่นทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับกลยุทธ์ ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการให้ความสำคัญกับการเป็นธนาคารที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อลูกค้า และพร้อมเคียงข้างเพื่อก้าวผ่านความท้าทายภายใต้บริบททางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยธนาคารยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 12,720 ล้านบาท ลดลงจำนวน 527 ล้านบาท หรือ 3.98% ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากภาวะตลาดที่มีความผันผวน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่มีจำนวน 9,841 ล้านบาท ลดลงจำนวน 550 ล้านบาท หรือ 5.29% เกิดจากภาวะตลาดในไตรมาสนี้ และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 31,602 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,892 ล้านบาท ลดลงจำนวน 858 ล้านบาท หรือ 4.14% สะท้อนผลจากการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 41.75% นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจำนวน 10,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 310 ล้านบาท หรือ 3.09% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 177.90% สูงขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 173.90% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ผลการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2569 เปรียบเทียบกับงวด 9 เดือน ปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,348 ล้านบาท หรือ 3.43% ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจะมีจำนวน 39,311 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 94,992 ล้านบาท ลดลงจำนวน 9,247 ล้านบาท หรือ 8.87% จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมทั้งธนาคารมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้อัตราส่วนผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ 2.89% แต่ธนาคารสามารถชดเชยได้จากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่มีจำนวน 51,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 9,185 ล้านบาท หรือ 21.51% จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า การจัดการกองทุน การลงทุน และการบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 59,922 ล้านบาท ลดลงจำนวน 1,899 ล้านบาท หรือ 3.07% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 40.79% โดยธนาคารบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่องในหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงกระบวนการทำงาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รวมถึง AI (Artificial Intelligence) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและเสริมสร้างขีดความสามารถของธนาคารในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายตามปัจจัยฤดูกาลของการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองฯ จำนวน 30,171 ล้านบาท ตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้สำรองฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสามารถรองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ โดยมีอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.60% สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินเรื่องอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยปี 2569 ที่ 1.40% - 1.60% ตามที่ธนาคารได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,614,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 55,768 ล้านบาท หรือ 1.22% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนใหญ่เกิดจากเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของธนาคารภายใต้การมุ่งเน้นขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ผ่านแนวทางการพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วยผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้เหมาะสม และเงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการลงทุนตามการคาดการณ์ภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจากการบริหารสภาพคล่องของธนาคาร ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ 3.18% ซึ่งยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 177.90% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 19.77%
Go To Lead
|
|
ธนาคารกรุงเทพ 'โกย'กำไรสุทธิ 9 เดือน 69จำนวน 29,981 ล้าน
ไตรมาส 3 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่ยังเติบโตดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังคงอ่อนแอ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มภาระค่าครองชีพและต้นทุนของภาคธุรกิจ สำหรับภาคบริการได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นทำให้ภาครัฐมีข้อจำกัดในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านนโยบายการคลัง ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมได้กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ
ท่ามกลางบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากอุทกภัยและปรากฏการณ์เอลนีโญ ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างในฐานะ เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน โดยยังคงมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจ ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีส่วนสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย อาทิ โครงการ SMEs Credit Boost เพื่อสร้างโอกาสให้ SME พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2569 จำนวน 29,981 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.47 ทั้งนี้
การขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์จากกิจกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 4.6 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 48.2 สำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 13.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,692,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่า ด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 322.1 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการ ตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 จำนวน 3,221,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 83.6 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.5 ร้อยละ 17.1 และร้อยละ 17.1 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
Go To Lead
|
EXIM BANK 'เผย' 9 เดือนแรกปี 2569 เดินหน้าเติมสภาพคล่อง รับมือโลกการค้าใหม่
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า EXIM BANK มุ่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและเสริมสภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ และการสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาล โดยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตในโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 40,734 ล้านบาท ยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละช่วงของการเติบโต อาทิ สินเชื่อเพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ สินเชื่อเติมทุนเสริมแกร่งธุรกิจไทย และ EXIM Ready Trade Credit เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน EXIM BANK เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการให้สินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 87,330 ล้านบาท คิดเป็น 48.63% ของยอดคงค้างรวม เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
EXIM BANK ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ยังร่วมกับธนาคารโลกและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project) โดย EXIM BANK ได้รับเงินกู้จากธนาคารโลกวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Companies: ESCOs) ที่ผ่านเกณฑ์ สำหรับลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ ด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างโอกาสทางการค้า EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการกระจายตลาด การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศที่มีศักยภาพ มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 28,157 ล้านบาท และวงเงินอนุมัติใหม่ 7,684 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านการชำระเงิน ความผันผวนของตลาด และความเสี่ยงจากประเทศคู่ค้า โดยมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 140,985 ล้านบาท ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น ไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งเกิดอุทกภัยในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ของประเทศ EXIM BANK ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ผ่านการบรรเทาภาระหนี้และเสริมสภาพคล่อง อาทิ การขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินและวงเงินกู้ระยะสั้นสูงสุด 210 วัน การเปลี่ยนหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาวโดยผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี การขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ระยะยาวได้สูงสุด 7 ปี การพักชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี และการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิม วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท และล่าสุดได้ออกมาตรการ เติมเงินฉุกเฉิน เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่อง ฟื้นฟูกิจการ และกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านคุณภาพสินทรัพย์และความมั่นคงทางการเงิน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการดูแลลูกค้าเชิงรุก โดยมีอัตราสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.29% และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 237.87% สะท้อนฐานะทางการเงินที่มั่นคง ขณะเดียวกัน EXIM BANK ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การบริหารภาระหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจ และการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและพร้อมเติบโตได้ในระยะต่อไป
นายชลัช กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 และระยะต่อไปว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก EXIM BANK มุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ร่วมสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยมุ่งสร้างความแตกต่างใน 3 มิติสำคัญ มิติแรก การสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้เศรษฐกิจไทย โดย EXIM BANK จะมุ่งเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนการต่อยอดโมเดลธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงธุรกิจ Franchise เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้จากต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการไทย มิติที่สอง การเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยรับมือกับความท้าทาย โดย EXIM BANK พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และความเสี่ยงทางการค้า ผ่านมาตรการทางการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง มิติที่สาม การเปลี่ยนความท้าทายด้าน ESG ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ โดย EXIM BANK พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวตามกติกาการค้าโลก ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด EXIM BANK จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ EXIM2X ตลอดจนการขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผู้ส่งออกรายใหม่ เสริมศักยภาพผู้ส่งออกเดิม และขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
Go To Lead
|
ธ.ก.ส. มอบถุงยังชีพพร้อมมาตรการ'ช่วย'ผู้ประสบอุทกภัย ราชบุรี-กาญจนบุรี
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้สาขาในพื้นที่ประสบภัยจัดถุงยังชีพ ประกอบด้วยเครื่องอุปโภค-บริโภค และน้ำดื่มตรา ธ.ก.ส. เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชน เกษตรกร และลูกค้า ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยเมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายณรงค์ สวรรค์โพธิ์พันธุ์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ให้กำลังใจพนักงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนที่ให้ธนาคารช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ณ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ยังได้มีมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี
สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง
Go To Lead
|
BAM INVESTMENT & PROPERTY AUCTION SUMMIT 2026
เปิดโอกาสนักลงทุนคว้าทรัพย์ศักยภาพทั่วประเทศ ลดสูงสุด 45% ลุ้นรับทองคำหนัก 10 บาท
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า การจัดมหกรรมประมูลครั้งนี้ เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ให้แก่ผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสขยายธุรกิจ และนักลงทุนที่เล็งเห็นศักยภาพของสินทรัพย์ในอนาคต โดย BAM มุ่งนำทรัพย์สินคุณภาพกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ และขับเคลื่อนสินทรัพย์ให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังจัดเวทีเสวนาพิเศษ THE GREAT ASSET OPPORTUNITY หัวข้อ อสังหาฯ ไทยในวันที่ตลาดเปลี่ยน เปิดโอกาสสะสมสินทรัพย์คุณภาพ สร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดย คุณชัชวาลย์ วัฒนะโชติ (KIM Property Live) พร้อมการเสวนา THE SMART PROPERTY PLAY หัวข้อ กลยุทธ์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM เพื่อถ่ายทอดมุมมองตลาดอสังหาริมทรัพย์และแนวทางสร้างโอกาสการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์
BAM เชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งล้วนมีโอกาสในการสร้างคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ที่ดินที่สามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจ หรือสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนในระยะยาว มหกรรมประมูลครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำทรัพย์ออกสู่ตลาด แต่คือการเชื่อมโยงโอกาสให้สินทรัพย์กลับมาสร้างประโยชน์แก่ผู้ซื้อ นักลงทุน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าว
BAM จัดสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมประมูล ด้วยการคัดสรรทรัพย์สินมูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมส่วนลดสูงสุด 45% และกิจกรรม TOP SPENDER มอบทองคำหนัก 10 บาท สำหรับผู้ชนะการประมูลที่มียอดซื้อรวมสูงสุดตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างแรงจูงใจให้แก่นักลงทุนที่มองหาโอกาสในการขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ โดยเปิดให้ลงทะเบียนและยื่นซองประมูลแบบ Walk-in ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ปิดรับซองเวลา 14.45 น. และเริ่มเปิดซองเสนอราคาพร้อมประกาศผลผู้ชนะการประมูลตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน BAM INVESTMENT & PROPERTY AUCTION SUMMIT 2026 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-267-1900 ต่อ 2835 , 2838 พร้อมศึกษารายละเอียดทรัพย์สินและเงื่อนไขการประมูลผ่าน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ของ BAM เพื่อร่วมค้นหาโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญ และเปลี่ยนสินทรัพย์ศักยภาพให้เป็นความมั่งคั่งในอนาคต
Go To Lead
|
|
กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ 'ชี้'เงินบาทเคลื่อนไหวระดับ 33.78 บาท/ดอลลาร์
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับ 33.78 บาท/ดอลลาร์ หลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี ที่ประชุม กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งอย่างต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI แต่อัตราการเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพและผลดียังคงกระจุกตัว โดย กนง. คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจาก 2.3% และ 1.8% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนมิถุนายน โดยมีแรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชนยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ตลาดแรงงานและกำลังซื้อยังคงมีความเปราะบาง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มคาดว่าคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 32 ล้านคนในปีนี้จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% และ 1.3% ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงช่วงต้นปีหน้าจากราคาพลังงานและปรากฏการณ์เอลนีโญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% และ 1.3% ตามลำดับ โดยภาพรวมของสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SME ยังหดตัวต่อเนื่องในหลายกลุ่มธุรกิจ
การประชุมครั้งถัดไปของ กนง. จะจัดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งจากการแถลงผลการประชุมในวันนี้สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังอย่างชัดเจน โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าแม้ กนง. ยังคงสนับสนุนการใช้มาตรการแบบเฉพาะจุด แต่ในขณะเดียวกันได้ระบุว่าจะติดตามผลกระทบของภาวะดอกเบี้ยต่ำต่อเสถียรภาพในระยะยาวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า กนง. ให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นระยะเวลานานเกินไป ทั้งนี้ จากภาพรวมทั้งหมดกรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ยังคงคาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งหน้า
Go To Lead
|
'หนุน' SMEs ไทย ขยายธุรกิจสู่ตลาดฮาลาลโลก ผ่านงาน Bangkok Halal Expo 2026
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า SME D BANK เปิดโอกาส SMEs ไทย ขยายธุรกิจสู่ตลาดฮาลาลโลก ผ่านงาน Bangkok Halal Expo 2026
ชวนผู้ประกอบการไทยค้นพบตลาดใหม่ เชื่อมต่อคู่ค้าระดับนานาชาติ และอัปเดตเทรนด์ธุรกิจฮาลาล ระหว่างวันที่ 24ธันวาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ตลาดฮาลาลนับเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ การท่องเที่ยว แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติได้
Bangkok Halal Expo 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ เปิดตลาดใหม่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อจากหลากหลายประเทศ
3 โอกาสสำคัญที่ SMEs ไทยไม่ควรพลาด
พบคู่ค้าใหม่ เชื่อมต่อธุรกิจทั่วโลก (Business Networking)
เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ขยายตลาด เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อนานาชาติ (Market Expansion)
สร้างโอกาสให้ SMEs ไทยได้เรียนรู้ความต้องการของตลาดฮาลาล และเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ซื้อและคู่ค้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาช่องทางจำหน่ายและการขยายตลาดส่งออก
อัปเดตเทรนด์ ต่อยอดธุรกิจแห่งอนาคต (Trends & Innovation)
ค้นพบสินค้า นวัตกรรม และแนวโน้มอุตสาหกรรมฮาลาลในหลากหลายสาขา ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ความงาม สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เชื่อมโยง 3 เวทีสำคัญของอุตสาหกรรมฮาลาล
อีกหนึ่งความน่าสนใจของการจัดงานครั้งนี้ คือการจัดงาน Bangkok Halal Expo 2026 ควบคู่กับ Thailand Halal Assembly 2026 และ ASEAN Halal Forum 2026 ซึ่งช่วยเชื่อมโยงมิติด้านการค้า องค์ความรู้ มาตรฐาน และเครือข่ายความร่วมมือของอุตสาหกรรมฮาลาลไว้ภายในช่วงเวลาเดียวกัน
การเข้าร่วมงานจึงไม่ใช่เพียงโอกาสในการค้นพบสินค้าและบริการ แต่ยังเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้เปิดมุมมองทางธุรกิจ เรียนรู้ทิศทางตลาด และเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดฮาลาลระดับโลก
ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs เจ้าของธุรกิจ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้สนใจร่วมค้นพบโอกาสทางธุรกิจในงาน Bangkok Halal Expo 2026
รายละเอียดการจัดงาน
วันที่: 24 ธันวาคม 2569
เวลา: 10.0018.00 น.
สถานที่: ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมแสดงสินค้า:
https://bangkokhalalexpo.com/contactform/
ลงทะเบียนเข้าชมงาน:
https://evcnx.co/5CDTV
ข้อมูลเพิ่มเติม:
https://bangkokhalalexpo.com/
Go To Lead
|
SAM 'ชู'ทรัพย์ NPA ทำเลศักยภาพเพื่ออยู่อาศัย-ต่อยอดธุรกิจ
เปิดประมูล 85 รายการทั่วประเทศ มูลค่ารวมกว่า 353 ล้านบาท
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และนักลงทุน เลือกซื้อทรัพย์สินรอการขาย (NPA) บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ผ่านการประมูลรวม 85 รายการ มูลค่ารวมกว่า 353 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย ตลอดจนโรงงาน/โกดัง อาคารสำนักงาน และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ สำหรับผู้ที่ต้องการขยายธุรกิจ โดยไฮไลท์สำคัญครั้งนี้เป็น CL0247 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 21.96 ตร.ม. โครงการ เอลลิโอ สุขุมวิท 64 ถ.สุขุมวิท (ทล.3) แขวงพระโขนงฝั่งใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ที่จอดรถ ลิฟท์โดยสาร 2 ชุด สระว่ายน้ำ ฟิตเนส กล้องวงจรปิด คีย์การ์ดและพนักงานรักษาความปลอดภัย ทรัพย์ตั้งอยู่ในซอยที่มีเชื่อมออกได้หลายทาง ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางด่วนบูรพาวิถี ห่างจากสถานีปุณณวิถีและสถานีอุดมสุข รถไฟฟ้าสายสีเขียว ประมาณ 700 ม. ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.37 ลบ. หรือ 62,477 บาทต่อ ตร.ม.เท่านั้น
นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนด
ครั้งที่ 20.1 จำนวน 82 รายการ มูลค่า 271 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 30 ต.ค. 69 วันประมูล 6 พ.ย. 69
ครั้งที่ 20.2 จำนวน 3 รายการ มูลค่า 82 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 17 พ.ย. 69 วันประมูล 24 พ.ย. 69
รวม 85 รายการ มูลค่า 353 ล้านบาท
ตัวอย่างทรัพย์เด่น
1) BL0134 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 5 ไร่ 65.1 ตร.ว. ถ.สายพุนพิน-หนองขรี (ทล.4153) ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารโกดังชั้นเดียว บ้านพักอาศัยชั้นเดียว ใกล้โรงเรียนวัดสระพัง วัดสระพัง และสหกรณ์โคอ๊อฟสุราษฏร์ธานี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 21.33 ล้านบาท
2) SL0238 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา เนื้อที่ 67 ตร.ว. ถ.ศุขประยูร (ทล.315) ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอมตะ สำนักงานเทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ วัดดอนดำรงธรรม ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 10.81 ล้านบาท
3) CL0348 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 72.09 ตร.ม. โครงการบ้านเงินหมื่น ถ.หมื่นเงิน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ใกล้หาดป่าตอง โรงพยาบาลป่าตอง ห้างเซ็นทรัล ป่าตองและห้างจังซีลอน ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.91 ลบ.หรือ 54,266 บาทต่อ ตร.ม.เท่านั้น
4) LL0087 ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 27 ไร่ 65 ตร.ว. ถ.บ้านเขวาน้อย-บ้านโคกก่อ ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ใกล้วัดป่าบ้านค่าย-สมศรี โรงเรียนบ้านสมศรี และโรงเรียนบ้านโคกก่อ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.20 ล้านบาท
5) TL0964 ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 20.4 ตร.ว. โครงการเอสซี วิลเลจ (ปลวกแดง-วังตาผิน 3) ถ.ปลวกแดง-วังตาผิน ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ใกล้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงปลวกแดง และโรงพยาบาลกรุงเทพปลวกแดง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.50 ล้านบาท
ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Contact Center 1443 กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่ "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท" เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|