Finance/Stock
Hot News: แบงก์กรุงเทพ จีน 'บุก' ตลาดดิจิทัล
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์กรุงเทพ จีน 'บุก' ตลาดดิจิทัล
แบงก์กรุงเทพ จีน เดินหน้าขยายสินเชื่อ เจาะกลุ่มพลังงาน อาหาร บริการ ดิจิทัล เกมมิ่ง 'เผย'ลูกค้าหลักนักธุรกิจจีน ไทย และอาเซียน มั่นใจสินเชื่อปีนี้ เติบโต 20 % มูลค่าสินเชื่อ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายต่อพงศ์ จรุงเจริญเวชช์ บิสซิเนส เดเวลล็อปเมนท์ ดิวิชั่น เมเนเจอร์ ธนาคารกรุงเทพฯ จีน สำนักงานใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknes.com)ว่า การปล่อยสินเชื่อของแบงก์ในจีน ลูกค้าหลักของเรา คือ นักธุรกิจจีน นักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในจีน และนักธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งในอาเซียน อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น
สัดส่วนลูกค้าจีน 40 % ลูกค้าไทย 30 % และอาเซียน 25 % ปีนี้เราจะขยายตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีนักธุรกิจจีนเข้าไปลงทุนในอาเซียนมากขึ้น รวมทั้งนักธุรกิจในอาเซียน เข้ามาลงทุนในจีนเพิ่มเช่นกัน
"ธุรกิจที่เราปล่อยสินเชื่อนั้น ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน โซล่า อาหาร เกษตรกรรม บริการ ดิจิทัล เกมมิ่ง หุ่นยนต์ และ App ต่างๆ" นายต่อพงศ์ กล่าว
สำหรับธุรกิจดิจิทัล ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ารายย่อย คนไทยที่เข้ามาลงทุนในจีนเพิ่มขึ้น ด้านการแข่งขันธุรกิจแบงก์ในจีน มีการแข่งขันสูง แบงก์เราจะเน้นลูกค้าคอเปอร์เรทเป็นหลัก
นายสุวัชชัย ทรงวานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กิจการธนาคารต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ และประธานเจ้าหน้าที่บริการ ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) กล่าวว่า ธุรกิจหลักของแบงก์ คือ การปล่อยสินเชื่อ บริการเงินฝาก ถอน ธุรกรรมทั่วไป ธุรกรรมระหว่างประเทศ ต่อไปจะเพิ่มบริการใหม่ๆ อาทิ เทรดไฟแนนซ หรือธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศมากขึ้น หลังจากที่จีนมีนโยบายเลิกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ส่งผลกระทบเล็กน้อย
สำหรับยอดสินเชื่อปีนี้ ในจีน รวม 5 สาขา มีอัตราการเติบโต 15-20 % เทียบกับปีที่ผ่านมา เติบโต 5-6 % แบ่งเป็น โครงการที่ขยายเพิ่มและลูกค้าใหม่ มูลค่าสินเชื่อปีนี้ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรามีลูกค้าในภูมิภาคนี้มาก เพื่อกระจายความเสี่ยง ปัจจุบันแบงก์กรุงเทพ ในจีน มีทั้งหมด 5 สาขา สำนักงานใหญ่ ในนครเซี่ยงไฮ้
"ส่วนกรณีปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เชื่อว่ากระทบเศรษฐกิจจีนบ้าง เพราะลูกค้าผู้ประกอบการจีนส่วนใหญ่ ปรับตัวหันมาผลิตสินค้าจำหน่ายในประเทศมากขึ้น 70-80 % และส่งออกค่อนข้างน้อย อาทิ กลุ่มประเทศในยุโรป และอาเซ๊ยน ทำให้ธุรกิจในจีนเติบโตดี และคาดว่า GDP ปีนี้จะขยายตัว 6.7 -6.8 %" นายสุวัชชัย กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


EXIM BANK 'เตือน'ระวังภัยอาชญากรไซเบอร์
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า 2-3 ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ได้รับความเสียหายจากอาชญากรไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการตรวจพบรายการโอนเงินที่ถูกปลอมแปลงผู้รับหรือบัญชีผู้รับมากขึ้น โดยรูปแบบที่พบ อาทิ การถูกเจาะเข้าระบบอีเมลโดยแฮกเกอร์ (Hacker) เพื่อปลอมแปลงเป็นผู้ขายสินค้าในต่างประเทศติดต่อกับผู้นำเข้าไทยทางอีเมล โดยผู้นำเข้าไทยไม่รู้ตัวเลยว่าตนกำลังติดต่อกับแฮกเกอร์ หรือถูกเจาะระบบอีเมลเพื่อรอจังหวะการทำธุรกรรม แล้วจึงสวมรอยเป็นคู่ค้าปลอมแปลงคำสั่งโอนเงินในเอกสารการซื้อขาย หรือแจ้งขอเปลี่ยนบัญชีผู้รับโอนเงินเป็นบัญชีของแฮกเกอร์แทน ขณะที่อีเมลของผู้ประกอบการไทยถูกบล็อกไม่ให้ติดต่อกับผู้ขายในต่างประเทศได้โดยตรง กว่าผู้ประกอบการไทยจะรู้ตัวก็สูญเงินไปแล้ว และโอกาสที่จะติดตามเงินคืนเป็นไปได้ยากมาก ภัยอาชญากรไซเบอร์เกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้า โดยเฉพาะ SMEs เนื่องจากสามารถเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ง่ายกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีระบบการป้องกันดีกว่า และมักจะเกิดขึ้นเมื่อยอดสั่งซื้อสินค้าไม่สูงมาก ประมาณ 5,000-50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน
EXIM BANK ตรวจพบพิรุธในเอกสารเรียกเก็บและคำสั่งโอนเงิน และสามารถช่วยเหลือลูกค้าให้รอดพ้นจากความเสียหายจากภัยอาชญากรไซเบอร์ได้จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินค้าจากผู้ขายในเอเชีย อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อินเดีย ไต้หวัน และจีน ข้อพิรุธที่ตรวจพบในเอกสารการซื้อขายสินค้าที่ถูกปลอมแปลงขึ้นใหม่ อาทิ การระบุให้โอนเงินไปประเทศอื่น เมืองอื่น หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของคู่ค้า การแจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการโอนเงินหรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ซึ่งหากไม่สามารถตรวจพบพิรุธหรือระงับการโอนเงินได้ทัน เมื่อเงินถูกโอนเข้าบัญชีของแฮกเกอร์ โอกาสที่จะติดตามเงินคืนเป็นไปได้ยาก แนวทางป้องกันนอกจากการสังเกตข้อพิรุธข้างต้นแล้ว ผู้ประกอบการไทยควรติดต่อกับคู่ค้าผ่านช่องทางอื่นๆ นอกจากทางอีเมลด้วย อาทิ โทรศัพท์ โทรสาร เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังติดต่อกับคู่ค้าที่แท้จริงและคำสั่งโอนเงินที่ได้รับนั้นถูกต้อง ขณะเดียวกัน ควรต้องดูแลอีเมลให้มีรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะๆ ในการเช็กอีเมลควรดูตำแหน่ง URL ให้ดี หากพบความผิดปกติไม่ควรใส่รหัสผ่าน ไม่ควรใช้อีเมลของบริษัทลงทะเบียนเว็บไซต์สาธารณะและเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ อีเมลที่ใช้ติดต่อคู่ค้าหรือการเจรจาธุรกิจที่สำคัญควรแยกออกจากอีเมลที่ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และไม่ประมาทหรือละเลยความปกติใดๆ ที่พบในระหว่างการติดต่อธุรกิจ การติดต่อค้าขายทางออนไลน์ปัจจุบันมักใช้อีเมล เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นภัยใกล้ตัวที่ผู้ประกอบการไทยอาจไม่ทันระวังว่า กำลังติดต่อกับคู่ค้าตัวจริงหรือแฮกเกอร์ที่เข้ามาจู่โจมในระบบและรอจังหวะปลอมแปลงคำสั่งโอนเงินชำระค่าสินค้า ทางออกของผู้ประกอบการไทยคือ ติดต่อกับคู่ค้าผ่านช่องทางอื่นเพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง และติดตามข้อมูลข่าวสารในโลกการค้ายุคใหม่อยู่เสมอหรือปรึกษาสถาบันการเงิน อาทิ EXIM BANK เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียในการค้าขายระหว่างประเทศ

Go To Lead


บัตรเครดิตทีเอ็มบี อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี
บัตรเครดิตทีเอ็มบี มอบโปรโมชั่นพิเศษ สุขภาพดีบัตรเครดิตทีเอ็มบีจัดให้รับเงินคืนสูงสุด 2,800 บาท เมื่อใช้จ่ายที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ยกเว้น โรงพยาบาลและคลินิกความงาม โรงพยาบาลและคลินิกรักษาสัตว์ เพียงมียอดใช้จ่ายครบตามที่กำหนด ยอดใช้จ่าย/เซลล์สลิปตั้งแต่ 10,000-39,999 บาท รับเงินคืน 100 บาท/สิทธิ์ ยอดใช้จ่าย/เซลล์สลิปตั้งแต่ 40,000-69,999 บาท รับเงินคืน 600 บาท/สิทธิ์ ยอดใช้จ่าย/เซลล์สลิปตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป รับเงินคืน 1,400 บาท/สิทธิ์ จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน/เดือน รวมสูงสุด 2 สิทธิ์/ท่าน ตลอดรายการ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ทาง SMS พิมพ์ TMBHL (ไม่ต้องเว้นวรรค) ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 ข้อความละ3บาท
โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้ – 31 ตุลาคม 2561 ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดและเงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ติดตามข่าวสารและกิจกรรมจากบัตรเครดิตทีเอ็มบีได้ที่ TMB Contact Center โทร. 1558 หรือ www.tmbbank.com/promotion

Go To Lead


ก.ล.ต. 'เผย' ผู้ประกอบธุรกิจ Financial.org ไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต. รายงานว่า ได้รับข้อมูลเบาะแสจากผู้ลงทุน เว็บไซต์ชื่อ Financial.org มีข้อความแสดงถึงการชักชวนประชาชนให้ไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ก.ล.ต. ขอแจ้ง ให้ทราบว่า Financial.org ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแต่อย่างใด จึงขอ ให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวัง หากถูกชักชวนให้ลงทุน เนื่องจากอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
ก.ล.ต. ขอให้ผู้ลงทุนหรือประชาชนทั่วไปที่ได้รับการติดต่อชักชวนให้ลงทุนในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าอัตราผลตอบแทนจะน่าสนใจเพียงใด ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าผู้ชักชวนเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยสามารถตรวจ สอบได้ที่หัวข้อ License Check หรือดูรายชื่อของนิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่หัวข้อ Investor Alert List บนเว็บไซต์ www.sec.or.th นอกจากนี้ ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดติดต่อ Help Center โทร. 1207 เพื่อ ก.ล.ต. จะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com