Finance/share
Hot News: 'แบงก์' บุกตลาดประกัน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'แบงก์' บุกตลาดประกัน
ธนาคารธนชาต-พรูเด็นเชียล ออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ “แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค” (Happy Life Protect) เพิ่มทางเลือกการบริหารเงินยุคใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง เตรียมความพร้อมสร้างสุขให้ชีวิตหลังเกษียณ จ่ายเบี้ยคงที่เพียง 10 ปี คุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุ 99 ปี และครอบคลุม 5 โรคร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตคนไทย ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริงให้สังคมไทย
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร ผู้อำนวยการอาวุโส – พัฒนาผลิตภัณฑ์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราตั้งใจที่จะยกระดับธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ร่วมกันกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในรูปแบบใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยหัวใจสำคัญของการจับมือร่วมเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ คือ การยกระดับชีวิตทางการเงินของลูกค้าให้ดีขึ้น (Financial Well-being) อย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่ามันคือรากฐานที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้
ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ “แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค” (Happy Life Protect) เพิ่มทางเลือกการบริหารเงินยุคใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง เตรียมความพร้อมสร้างสุขให้ชีวิตหลังเกษียณ จ่ายเบี้ยคงที่เพียง 10 ปี คุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุ 99 ปี และครอบคลุม 5 โรคร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตคนไทย ย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารธนชาตและพรูเด็นเชียล ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริงให้สังคมไทย
นายอามัน คาพัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานช่องทางการจัดจำหน่ายบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมกันครั้งนี้ เป็นการนำเอาความเข้าใจ และการเข้าถึงลูกค้าในประเทศไทยของธนาคารธนชาต ผนวกกับความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านประกันชีวิตและสุขภาพ ของพรูเด็นเชียล เพื่อให้ลูกค้าคนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ครอบคลุมการให้ความคุ้มครองครอบครัวและคนที่รัก ทั้งนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารธนชาตในการช่วยยกระดับชีวิตทางการเงินให้กับลูกค้า”
ประกันชีวิต “แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค” (Happy Life Protect) เป็นประกันชีวิตที่ช่วยวางแผนอนาคตระยะยาวที่มั่นคง จ่ายเบี้ยประกันคงที่ระยะสั้น 10 ปี ให้ความคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงยาวนานถึงอายุ 99 ปี โดยคุ้มครอง 5 โรคร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตคนไทย ได้แก่ 1) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด 2) โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน 3) โรคไตวายเรื้อรัง 4) โรคมะเร็งระยะลุกลาม และ 5) ภาวะโคม่า รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 50 ปี สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ที่สำคัญแผนนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ถือกรมธรรม์มีความยืดหยุ่นในการถอนเงินปันผลสะสมบางส่วนออกมาเพื่อใช้หลังเกษียณ (ถอนได้ตั้งแต่อายุครบ 60 ปีขึ้นไป) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นเจ้าของธุรกิจ กลุ่มลูกค้ารายบุคคล หรือครอบครัวที่มั่งคั่ง (Upper Affluent & High Net Worth)
ด้วยข้อตกลงจากการรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีและธนชาตที่ประกาศเมื่อปลายปี 2562 พรูเด็นเชียลได้ตกลงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านประกันชีวิต เพื่อเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร โดยธนาคารและพรูเด็นเชียล ตั้งเป้านำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ากว่า 10 ล้านคนของทีเอ็มบีและธนชาต ด้วยพันธกิจเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตลูกค้า ด้วยการเข้าใจและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงเพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินของลูกค้าให้ดีขึ้น (Financial Well-being) ทีเอ็มบีและธนชาตจึงได้คัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสนับสนุนให้ลูกค้าตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลิตภัณฑ์ “แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค” พร้อมนำเสนอขายแล้ววันนี้ที่ธนาคารธนชาตทุกสาขา และสาขาร่วมของทีเอ็มบีและธนชาต (Co-Location) ทั้ง 52 สาขาที่เปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ

Go To Lead


“เคทีซี พี่เบิ้ม” บุกตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ เน้นคนไม่ท้อ
นางสาวเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการ – ธุรกิจสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถว่า “เคทีซีได้มองหาโอกาสทางธุรกิจที่จะ เพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ให้กับบริษัทฯ และเพื่อให้ตอบโจทย์กับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงฉับไว จึงได้สร้างทีมเล็กๆ ขึ้นมาทำงานในลักษณะเดียวกับสตาร์ทอัพ โดยรวมตัวคน 6 คนจากหน่วยงานหลักต่างๆ ของเคทีซี ตามแผนกลยุทธ์การเป็นองค์กรคล่องตัว (Agile Organization) ด้วยเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ของสินเชื่อ เป็นทางออกให้กับคนไทยสู้ชีวิตที่อยากเติมเต็มความฝัน ความต้องการ และมีทรัพย์สินรถ ยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ปลอดภาระเป็นของตนเอง แต่ขาดโอกาสด้านการเงิน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกต้องได้ ซึ่งมีสัดส่วนจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ทำให้เราเกิดความสนใจและเริ่ม ศึกษาโมเดลธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นแบรนด์ “เคทีซี พี่เบิ้ม” กับแนวคิด “ทางเลือกคนไม่ท้อ” และนับเป็นก้าวสำคัญของเคทีซีที่หันมารุกธุรกิจสินเชื่อแบบมีทะเบียนรถเป็น ประกันเป็นครั้งแรก จากแนวคิดข้างต้น เราได้สร้างจุดเด่นและความแตกต่างในการทำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ โดยใช้หลักการ “Digital Twin” คือ การนำเทคโนโลยีผสมผสานการทำงานของคนในการให้บริการสิน เชื่อ เพื่อช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อมี ความง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience) ด้วยการรับสมัครสินเชื่อผ่านระบบแอปพลิเคชัน บนแท็ปเลต (Tablet) เจ้า หน้าที่เคทีซีจึงสามารถไปทำรายการสินเชื่อให้กับลูกค้าได้ถึงที่หมาย โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปที่สาขา และลูกค้าจะทราบผลการอนุมัติ พร้อมรับเงินโอนเข้าบัญชีทันทีภายในระยะเวลาทำรายการเพียง 2 ชั่วโมง”
“ภาพรวมการทำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็น ประกันมีจำนวนกว่า 3,392,032 บัญชี และมียอดสินเชื่อคงค้างในระบบถึง 137,637 ล้านบาท อีกทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจและมาตรการข้อบังคับต่างๆ ในฐานะผู้เข้ามาเริ่มทำธุรกิจ ถือว่ามีความท้าทายสูงในการ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมนี้ แต่ด้วยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลในหลายมิติ และการติดตามทำความเข้าใจกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในเชิงลึกอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้าง การทำธุรกิจ และระบบการบริหารจัดการด้านปฏิบัติการและเครือข่ายที่เป็นจุดแข็งของเคทีซี เชื่อว่าจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตอันใกล้ โดย คาดว่าสิ้นปี 2564 จะมีพอร์ตสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท” นางสาวธิดา บุณยเลขา ผู้จัดการอาวุโส – ธุรกิจสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” กล่าวถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจว่า “เคทีซี พี่เบิ้มใช้จุดแข็งเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายของเคทีซีในการรุกตลาด โดยมุ่งเน้นให้บริการรับ สมัครและอนุมัติสินเชื่อถึงที่ หรือ พี่เบิ้ม ดิลิเวอรี่ แทนที่จะใช้โมเดลการขยายสาขาอย่างผู้ประกอบการรายอื่น เราจึงสามารถทำรายการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้าได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือตามจุดนัด พบที่ลูกค้าสะดวก ไม่เว้นวันหยุด โดยลูกค้าสามารถทราบผลการอนุมัติและได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทันทีภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ สำหรับแผนการตลาดในระยะเริ่มแรกนี้ จะเน้นเข้าถึง สมาชิกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายไปในหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาค ควบคู่ไปกับการสรรหาพันธมิตรธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการขอสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” โดยล่าสุดได้ ร่วมกับ “ลาล่ามูฟ” เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ในเครือข่ายของลาลามูฟ ประเทศไทย สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและสินเชื่อเงินสดได้สะดวกรวดเร็ว เพียง ใช้ข้อมูลการรับงานจากลาล่ามูฟยื่นสมัครสินเชื่อ แทนสลิปเงินเดือนและเอกสารทางการเงิน โดยได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม และจะขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรธุรกิจอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป สิ่งที่ โดดเด่นของสินเชื่อทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม” คือ การทำทุกอย่างให้ง่ายและลดภาระความยุ่งยากของลูกค้าในการเข้าถึงสินเชื่อให้มากที่สุด ด้วย 3 จุดแข็งที่แตกต่างจากตลาด คือ วงเงินใหญ่สูงสุดถึง 700,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้นเพียง 0.98% ต่อเดือน หรือเท่ากับ 21% ต่อปีแบบลดต้นลดดอก อนุมัติถึงที่ รู้ผลใน 2 ชั่วโมง พร้อมรับเงินทันที เอกสารไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือนหรือทะเบียนการค้า นอกจากนี้ ผู้ขอสินเชื่อยังสามารถนำรถไปใช้ต่อได้ทันที โดยที่ชีวิตไม่สะดุด”
นายวรพงศ วงษ์กะพันธ์ ผู้จัดการ – ธุรกิจสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายและรายละเอียดของสินเชื่อว่า “กลุ่มลูกค้า “เคทีซี พี่เบิ้ม” คือ คนทุกกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ มีสัญชาติไทย อายุ 20-65 ปี รายได้ตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป ประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน สำหรับเจ้าของกิจการ พ่อค้า แม่ค้า ต้องดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และต้องเป็นเจ้าของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่มีทะเบียนเล่มเป็นชื่อของผู้ขอสินเชื่อ โดยสามารถสมัครขอสินเชื่อได้ผ่านช่องทางศูนย์บริการลูกค้า “เคทีซี ทัช” (KTC Touch) ทุกสาขา หรือ พี่เบิ้ม ดิลิเวอรี่ โทรศัพท์ 02 123 5300” “สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ “เคทีซี พี่เบิ้ม” สำหรับผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ ไม่จำกัดอายุรถ วงเงินอนุมัติสูงสุด 700,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 21% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องใช้ทะเบียนรถเล่มจริงที่มีชื่อตนเองเป็นเจ้าของยื่นสมัคร พร้อมนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ “เคทีซี พี่เบิ้ม” สำหรับผู้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ไม่จำกัดอายุรถ วงเงินสูงสุด 150,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน ผู้ขอสินเชื่อจะต้องใช้ทะเบียนรถจักรยานยนต์เล่มจริงที่มีชื่อผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของรถยื่นสมัครสินเชื่อ พร้อม นำรถจักรยานยนต์เข้าตรวจสภาพ

Go To Lead


Kept แอปเก็บเงินแนวใหม่ สมัครง่าย สะดวกกว่าเดิม
Kept by krungsri นวัตกรรมบริหารเงินแพลตฟอร์มใหม่ ชวนลูกค้าเริ่มเก็บออมเงินผ่านแอปพลิเคชั่น Kept สมัครได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิมด้วยการเพิ่มช่องทางการยืนยันตัวตนผ่าน Krungsri i-Confirm ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ สมัครแล้วโอนเงินเข้าบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท ภายใน 7 วัน จะได้รับบัตรกำนัล e-Coupon สตาร์บัคส์ มูลค่า 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2563 ผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ เมื่อสมัคร Kept พร้อมกรอกรหัสแนะนำเพื่อน (Referral code) จะได้รับเงินเสมือนเงินขวัญถุงไปเริ่มออม 50 บาท โอนเข้าบัญชี Kept ภายใน 15 วัน นับจากวันสมัครสำเร็จ แถมลูกค้าที่ชวนเพื่อนสมัคร หรือเจ้าของรหัส สามารถแชร์รหัสแนะนำเพื่อนได้ไม่จำกัดจำนวน โดยมีสิทธิ์ได้รับเงินสูงสุดไม่เกิน 500 บาท ต่อคน ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้เท่านั้น
Kept แอปเก็บเงินแนวใหม่ที่ช่วยให้เงินงอกเงยโดยอัตโนมัติ ตามแนวคิด small change for BIG FUTURE #ปรับนิดชีวิตเปลี่ยน ที่ทำงานแบบ 1 กระเป๋า 2 กระปุก มาพร้อมฟีเจอร์แอบเก็บเล็กผสมน้อยจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันตามไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในแบบสังคมไร้เงินสด แอบเก็บทุกครั้งที่โอนเงินออก/จ่ายผ่าน QR Code หากแอบเก็บครบ 10 ครั้งต่อเดือน มีดอกเบี้ยโบนัสให้ในเดือนถัดไปให้อีกด้วย หรือจะใช้ฟีเจอร์สั่งเก็บเงินให้แบบมีวินัย และหากมีเงินก้อนก็สามารถโอนเข้ามาเก็บเพื่อรับดอกเบี้ยสูงสุด 1.8%* ต่อปี ถอนได้โดยไม่มีเงื่อนไข สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Kept help center 02-296-6299 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.keptbykrungsri.com

Go To Lead


ทีเอ็มบี-ธนชาต จัดใหญ่มอบเครดิตเงินคืน 10%
บัตรเครดิตทีเอ็มบี และบัตรเครดิตธนชาต เอาใจลูกค้าสายช้อป สายแฟชั่น เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรที่ร้านยูนิโคล่ (UNIQLO) ทุกสาขา หรือ ยูนิโคล่ ออนไลน์ (UNIQLO Online) ผ่านทางเว็บไซต์ www.uniqlo.com/th/store รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อมียอดใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน – 10 ตุลาคม 2563 โดยลูกค้าบัตรเครดิตทีเอ็มบี ลงทะเบียน SMS พิมพ์ TMBUQ ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 บัตรเครดิตธนชาต และบัตรเครดิตนครหลวงไทย ลงทะเบียน SMS พิมพ์ TUQ ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่ 4712066
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Center โทร. 1558 สำหรับบัตรเครดิตทีเอ็มบี หรือ โทร 1770 กด 0 กด 2 สำหรับบัตรเครดิตธนชาตและบัตรเครดิตนครหลวงไทย

Go To Lead


เปิดบัญชีกรุงศรีออมทรัพย์ มีแต่ได้ ออนไลน์ รับฟรี Starbucks e-Coupon
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ชวนเปิดบัญชีออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์ เปิดง่าย ไม่ต้องไปสาขา ไม่มียอดขั้นต่ำในการเปิดบัญชี รับดอกเบี้ยเป็นประจำทุกเดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี (จำกัดยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท) และสะดวกสบายกับการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่าน KMA โดยไม่จำเป็นต้องมีสมุดบัญชีหรือบัตรเดบิต เบิกถอนเงินฟรี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง วันนี้ – 30 มิ.ย. 2564 รวมทั้งสามารถทำธุรกรรมถอนเงินผ่านบริการกดเงินไม่ใช้บัตร (Krungsri Cardless) และยังสามารถแลกรับโปรโมชั่น Krungsri Gift เมื่อทำธุรกรรมฝาก-ถอน-โอน-จ่าย ครบ 4 ประเภทในแต่ละเดือน
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มีแต่ได้ ออนไลน์ และมียอดเงินฝากขั้นต่ำ 50,000 บาท รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 200 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 สนใจเปิดบัญชีออนไลน์ได้แล้วที่ KMA (Krungsri Mobile App) สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน KMA ผ่านทาง App Store หรือ Google Play ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3gVwNSr หรือ www.krungsri.com

Go To Lead


ออมสิน ลอนช์ออกพันธบัตรเพื่อสังคมมูลค่า 1 หมื่นล้าน ปี 64
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ตามนโยบายที่ต้องการเป็นธนาคารเพื่อสังคมของออมสิน ธนาคารได้เตรียมแผนออกพันธบัตรเพื่อสังคมในปี 2564 เพื่อสร้างตลาดตราสารหนี้ให้ได้รับความนิยมในวงกว้าง และให้นักลงทุนสถาบันรายเล็กสามารถเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น โดยในปีแรกคาดว่า จะออกพันธบัตรเพื่อสังคมวงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท "ขณะนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมออกตราสารหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินจะดำเนินการเอง โดยไม่ให้กระทรวงการคลังเข้ามาค้ำประกัน เนื่องจาก ธนาคารออมสินมีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง โดยช่วงเวลาที่จะออกมานั้น ต้องพิจารณาประกอบกับอัตราดอกเบี้ยในช่วงนั้นๆ ด้วย แต่ตั้งเป้าจะออกมาในปี 2564”
ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้มีการออกพันธบัตรออมทรัพย์แล้ว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนในปี 2563 ธนาคารออมสินจะเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 6.8 พันล้านบาท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทยที่มีการออกพันธบัตรประเภทนี้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้คัดเลือกธนาคารออมสินให้เป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย สำหรับพันธบัตรดังกล่าว มีจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 5 ปี วงเงิน 1 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.02% ต่อปี รุ่น 10 ปี วงเงิน 2.8 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.64% ต่อปี และรุ่น 15 ปี วงเงิน 3 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.90% ต่อปี ซึ่งกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย พันธบัตรดังกล่าวได้เปิดให้นักลงทุนแสดงความจำนงแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2563 และปัจจุบันมีนักลงทุนยื่นความประสงค์ครบตามจำนวนแล้ว ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 22 ก.ย.2563 นี้ และจะเรียกนักลงทุนที่ยื่นความประสงค์มาจองซื้อในวันดังกล่าว
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวว่า การออกพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติครั้งนี้ เป็นการออกพันธบัตรเพื่อรีไฟแนนซ์(Refinance) การลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยทั้งประเภท เช่า เช่าซื้อ และซื้อ ที่มีระดับราคาที่รับภาระได้ เป็นการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 11 การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์มีความยั่งยืนและประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ซึ่งจะมีประชาชนประมาณ 13,569 ครัวเรือน หรือประมาณ 54,000 คน ได้รับประโยชน์จากการออกพันธบัตรในครั้งนี้ ซึ่งการออกพันธบัตรเพื่อสังคมในครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย ทำให้การออกพันธบัตรเป็นไปตามมาตรฐานสากลของInternational

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com