Finance/share
Hot News: กรุงศรี- AEL ขยาย ช่องทาง 'รับชำระเงิน'
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
กรุงศรี- AEL ขยาย
ช่องทาง 'รับชำระเงิน'
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จับมือ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จำกัด (AEL) ขยายช่องทางการรับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศไทย ผ่านบริการ Krungsri EDC ช่วยให้ร้านค้า ผู้ประกอบการไทย รับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส จากสมาชิกบัตรทั้งในไทยและต่างประเทศ
นางสาวนิลวรรณ จีระบุญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกรรมการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขยายศักยภาพและเพิ่มโอกาสการเติบโตให้ร้านค้าผู้ประกอบการที่ใช้บริการ Krungsri EDC ทั่วประเทศ โดยสามารถรับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส และรองรับลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงสมาชิกบัตรทั้งจากประเทศไทยและทั่วโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงศรี ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสด เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบการรับชำระเงินแบบดิจิทัลของไทย"
นายอุสมาน อารีฟ รองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Network Services ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า "ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สำคัญสำหรับสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ความร่วมมือกับกรุงศรีในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ในการขยายเครือข่ายการรับบัตรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยมุ่งขยายการรับบัตรให้ครอบคลุมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้จ่ายด้านการช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว การเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถรับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น จะช่วยเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายแก่สมาชิกบัตร พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงและรองรับสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั้งจากประเทศไทยและทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น"
สิทธิพิเศษสำหรับร้านค้าที่สนใจสมัคร Krungsri EDC Plus (เครื่อง EDC พร้อม QR Krungsri Mung-Mee SHOP) ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 และมียอดรับเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท ต่อเดือน 3 เดือนติดต่อกัน รับเงินคืนสูงสุด 800 บาท*
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungsri Merchant Care โทร. 02-626-2626 กด 2 หรือเว็บไซต์ https://www.krungsri.com/th/promotions/personal/apply-edc-plus-get-cashback*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

Go To Lead


'ศูนย์วิจัยกสิกรไทย' ประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0%
ดร. ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569 และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่คาดว่าแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยมองว่าสถานการณ์ได้ผ่านช่วงที่กดดันมากที่สุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 2.0% โดยเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงจากแรงส่งของการส่งออกที่แผ่วลงหลังเร่งตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่การบริโภคยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแรง แม้ในไตรมาส 3/2569 จะได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ด้านการลงทุนภาคเอกชนคาดว่า ยังขยายตัวในระดับสูงจาก FDI อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดผลบวกต่อ GDP และกดดันดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดให้อ่อนแอลง ด้านความเสี่ยง ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ความเสี่ยงจากเอลนีโญ่และมาตรการการค้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้า
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.00% จนถึงสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระยะนี้ เป็นเพราะปัจจัยจากฝั่งเงินดอลลาร์ฯ ทำให้ในช่วงที่เหลือของปียังต้องติดตามสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ด้านแนวโน้มสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คาดว่าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะประคองแรงส่งเหนือ 5.0% YoY ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในภาพรวมปี 2569 ไว้ที่ 0.5% YoY เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายถึงเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับสินเชื่อรายย่อยที่ยังอยู่ในกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP (Debt Deleveraging) ด้านคุณภาพสินเชื่อ สัดส่วนเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.76% ต่อสินเชื่อรวม ณ
สิ้นไตรมาส 2/2569 เข้าหากรอบคาดการณ์ที่ 2.80-3.00% ณ สิ้นปี 2569 แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลให้สัดส่วนหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ไหลกลับมาเป็นเอ็นพีแอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น
ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของมูลค่านำเข้ารถยนต์ทั้งหมดของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้ง BEV และรถยนต์ไฮบริด โดยใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับจากการนำเข้าสู่การผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี การกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศและการกำกับติดตามการดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของมาตรการในระยะยาว หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยหนุนให้ปริมาณการผลิตรถยนต์ของไทยพลิกกลับมาขยายตัวได้ในปี 2570 จากที่คาดว่าจะหดตัวประมาณ 1.8% ในปี 2569

Go To Lead


ทีทีบี ตอกย้ำบทบาทพันธมิตร ยกระดับชีวิตการเงินมนุษย์เงินเดือนทั่วประเทศ
'ชู' Financial Well-being Solutions ครบวงจร รับมือความท้าทายโลก
นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญความท้าทายทางการเงินมากขึ้น ขณะที่ความเชื่อและความเป็นจริงด้านการเงินยังคงมีช่องว่างอยู่มาก ทีทีบีจึงมุ่งดูแลลูกค้ามนุษย์เงินเดือนอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้พนักงานมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกกลุ่ม จากผลสำรวจ ttb financial health check มนุษย์เงินเดือนทั่วประเทศพบว่ามนุษย์เงินเดือนยังมีความเปราะบางด้านการเงินโดย 80% ยังขาดความคุ้มครองที่เพียงพอ 54% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินรองรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่ 82% มีภาระหนี้ และ 65% จ่ายหนี้เพียงขั้นต่ำ สะท้อนถึงความจำเป็นในการที่ต้องได้รับองค์ความรู้และเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ที่ผ่านมา ทีทีบีได้ดูแลมนุษย์เงินเดือนกลุ่มประคองชีวิตและกลุ่มสร้างตัวให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ลูกค้าได้รับการตรวจสุขภาพทางการเงิน ttb financial health check ไปแล้วกว่า 144,000 ราย อบรมความรู้ทางการเงินเกือบ 10,000 ราย และได้รับความคุ้มครองพื้นฐานผ่านบัญชีเงินฝาก ทีทีบี ออลล์ฟรี ที่มีประกันอุบัติเหตุมากกว่า 2.3 ล้านราย
สำหรับปี 2569 ทีทีบีเตรียมขยายการดูแลสู่กลุ่มพนักงานที่กำลังสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้พนักงานสามารถเก็บเงิน 1 ล้านบาทแรก ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความสำเร็จทางการเงิน โดยในงานได้สะท้อนแนวคิดการวางแผนทางการเงินที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ทั้งความคุ้มครองสุขภาพและต่อยอดความมั่งคั่ง ผ่านโซลูชัน Protect & Beyond โดยเริ่มให้พนักงานเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งด้วยประกันชีวิต "ทีทีบี ยูเอส มัลติ-แอสเซต อินเด็กซ์ พรินซิเพิล โพรเทค 15/5" ที่ช่วยบริหารเงินให้เติบโตด้วยนวัตกรรม AI พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษี คุ้มครองเงินต้น ควบคู่ไปกับความคุ้มครองสุขภาพ "ทีทีบี เหมา เหมา อัลตร้า แคร์" ที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนในการซื้อความคุ้มครองเพิ่มจากสวัสดิการที่มีอยู่ และชำระเบี้ยได้ถูกลง ลูกค้ายังได้รับเอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ "ttb superior" เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการก้าวสู่ "เงินล้านแรก" ไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่กว่า ผ่านโซลูชันและประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งสิทธิประโยชน์การออมผ่าน บัญชีดิจิทัล ttb ME save ที่มอบดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ttb absolute รับคะแนน X2 เพิ่มในหมวดท่องเที่ยวและร้านอาหารนอกเหนือจากหมวดออนไลน์ และสิทธิ์ใช้ห้องรับรองสนามบินฟรี 2 ครั้ง/ปี การบริหารความมั่งคั่งผ่าน My Wealth บนแอป ttb touch พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ด้วย Superior Privilege อาทิ ของขวัญวันเกิด สิทธิ์ชมภาพยนตร์ SF ฟรี รวมถึงบริการล้างรถและล้างเครื่องปรับอากาศฟรี
ขณะเดียวกัน ทีทีบียังให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ผ่าน ttb reserve ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งด้านการสร้างความมั่งคั่ง การวางแผนส่งต่อทรัพย์สินสู่คนรุ่นถัดไป การวางแผนทางการเงินของครอบครัว และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าระดับบนอย่างครบวงจร ภายในงานยังมีการเสวนาพิเศษหัวข้อ "AI กับอนาคตตลาดแรงงาน อวสานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเวลาเกษียณมาเร็วกว่าที่คิด" โดยนายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี และ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ Reallink และ Siametrics Consulting ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางตลาดแรงงาน การปรับตัวขององค์กร และการเตรียมความพร้อมของคนทำงานในยุค AI นางณัฐวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ทีทีบีเชื่อว่าความมั่นคงทางการเงินของพนักงานไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จองค์กร เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างทั้งองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อร่วมสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้มนุษย์เงินเดือนในทุกมิติ และส่งมอบการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน"

Go To Lead


SME D Bank 'ชู' “FRANCHISE Day” 24-25 ก.ย.69
ยกขบวนแฟรนไชส์ดังให้เลือกลงทุน สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 3% ยื่นกู้ได้ทันที
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนและเริ่มต้นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งผู้ประกอบการ และประชาชน เนื่องจากมีแม่แบบของกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากเจ้าของแบรนด์ หรือ “แฟรนไชส์ซอร์” (Franchisor) ให้ดำเนินตามได้ทันที ช่วยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีบทบาทสำคัญ ช่วยขยายการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมจัดมหกรรม “SME D Bank FRANCHISE Day : เลือกแฟรนไชส์ที่ใช่ มีเงินทุนเตรียมให้พร้อม” ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เวลา 08.30- 15.30 น. ณ ชั้น 1 อาคารสำนักงานใหญ่ SME D Bank (ติด BTS สถานีอารีย์ ทางออกที่ 2) ระดมธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพชื่อดังมากกว่า 20 แบรนด์ ทั้งประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และบริการ มาให้ผู้สนใจได้เลือกเจรจาลงทุนธุรกิจ พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงาน เช่น กาแฟอินทนิล, ชาตันหยง , Tops , ก๋วยเตี๋ยวราเมง, ร่ำรวยเย็นตาโฟ, เจ๊หุยสุกี้โบราณ, ข้าวมันไก่ห่าวซือ, ไอศกรีมปังปิ้ง เจปัง, DOU – โต้ว นํ้าเต้าหู้, ขนมบ้านอุ๋ม , Laundrybar , MATH TALENT, CAT CARWASH และ WASHENJOY เป็นต้น
ที่สำคัญ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงิน สำหรับลงทุนแฟรนไชส์ ยื่นกู้ภายในงานได้ทันที ด้วย “สินเชื่อเถ้าแก่แฟรนไชส์” (ภายใต้โครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME” และ “ สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”) รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน นอกจากนั้น มีบริการ “Franchise Corner” ให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว เพื่อแนะนำการวางแผนลงทุนแฟรนไชส์อย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้ง พิเศษในวันที่ 25 กันยายน 2569 พบกับกิจกรรม เสวนาพิเศษ “เปิดสูตรสำเร็จธุรกิจแฟรนไชส์” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และ Special Talk “อนาคตธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า” โดยคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ กูรูด้านธุรกิจแฟรนไชส์
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งสำหรับร่วมกิจกรรมเสวนา เพียงสแกน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1357

Go To Lead


SAM เปิดโอกาสทองคนอยากมีบ้าน-นักลงทุน
ขนทรัพย์ NPA คุณภาพทั่วประเทศออกประมูล
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM นำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) บนทำเลทองทั่วประเทศ ออกประมูลให้กับผู้สนใจที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและนักลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ รวม 94 รายการ มูลค่ารวมกว่า 380 ล้านบาท ทั้งที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย รวมถึงทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน เช่น โรงงาน/โกดัง ห้องชุดพาณิชยกรรม อพาร์ตเมนต์ และสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนดอีกด้วย
ครั้งที่17.1 จำนวน 93 รายการ มูลค่า 335 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 15 ก.ย. 69 วันประมูล 22 ก.ย. 69 ครั้งที่17.2 จำนวน 1 รายการ มูลค่า 45 ล้านบาท วันลงทะเบียน วันนี้ - 30 ก.ย. 69 วันประมูล 7 ต.ค. 69 รวม 94 รายการ มูลค่า 380 ล้านบาท
ตัวอย่างทรัพย์เด่น 1) CL0010 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 53.17 ตร.ม. โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชดา 36 สูง 7 ชั้น ถ.รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ห้างเมเจอร์รัชโยธิน และแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.72 ลบ.หรือ 32,462 บาทต่อตร.ม. 2) 3A0751 บ้านแฝด เนื้อที่ 36.8 ตร.ม. โครงการ พฤกษาวิลเลจ 27 ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ใกล้วัดทิพพาวาส นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง วัดสุทธาโภชน์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.43 ล้านบาท 3) 8Z5734 บ้านเดี่ยว เนื้อที่ 79.9 ตร.ว. โครงการ บ้านราชธานี ถ.เลียบคลองหลวงฝั่งตะวันตก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ใกล้สนามกอล์ฟอัลไพน์ วัดหัตถสารเกษตร และโรงเรียน หัตถสารเกษตรวิทยาคาร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.60 ล้านบาท 4) 3A0533 อพาร์ทเมนท์ 3 ชั้น 40 ห้องพัก เนื้อที่ 238.4 ตร.ว. ถ.รพช.โกรกกราก-วัดกำพร้า (4017) ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใกล้โรงเรียนวัดสามัคคีศรัทธาราม วัดโกรกกราก และโรงเรียนเทศบาลวัดโกรกกราก ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 8.27 ล้านบาท
5) SL0127 อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นพร้อมชั้นลอย 2 คูหาติดกัน ผนังภายในเปิดถึงกัน เนื้อที่ 30.2 ตร.ว. โครงการ พิมานชล 2 ถ.รอบบึงแก่นนคร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ใกล้ศาลเจ้าแม่สองนาง วัดศรีธาตุ วัดหนองแวง อารามหลวง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.90 ล้านบาท 6) 4T0284 อาคารพาณิชย์ 2.5 ชั้น 4 คูหาติดกัน เนื้อที่ 55.2 ตร.ว. โครงการ ตลาดวิชิตสิน ทำเลดี ติดถนน 2 ด้าน ถ.อรุณประเสริฐ (ทล.202) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ใกล้โรงพยาบาลอำนาจเจริญ สวนสาธารณะมิ่งมงคล และที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 9.12 ล้านบาท 7) SL0240 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เนื้อที่ 16.8 ตร.ม. โครงการ เดอะบีช เซ็นเตอร์ กะตะ ภูเก็ต ถ.เหมือนใจอุทิศ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ใกล้สำนักงานเทศบาลตำบลกะรน กะตะ ไนท์มาเก็ตและตลาดสดแม่สมจิตต์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 7.75ล้านบาท 8) 3A1200 โรงงาน/โกดัง 2 ชั้น เนื้อที่ 5 ไร่ 77 ตร.ว. ถ.เลี่ยงเมืองเชียงใหม่รอบนอก (ทล.121) ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ วัดไชยมงคล(วัดป่ากล้วย) วัดป่างิ้ว ตลาดนัดบ้านป่างิ้ว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 45.22 ล้านบาท
ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่ "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท" เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com