Finance/Stock
Hot News: 'บัตรเครดิต' แข่งดุ เจาะไลฟ์สไตล์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'บัตรเครดิต' แข่งดุ เจาะไลฟ์สไตล์
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์ฯ (UnionPay International) แบรนด์ชำระเงินระดับโลก 'เร่ง'ขยายฐานผู้ถือบัตรในประเทศไทย เจาะกลุ่มไลฟสไตล์ ผู้ชอบทานอาหาร 'จับมือ' พันธมิตร Wongnai รวมถึงขยายเครือข่ายร้านอาหารชั้นนำในการมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นหลากหลาย เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่าย และสร้างการรับรู้แบรนด์ต่อเนื่อง TMB บัตรเครดิตใหม่ ฟรีค่ารูดในต่างประเทศ-ช้อป Online ผิดมีคืนเงิน
นายเจิ้ง ผิงฟู ผู้จัดการประจำประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า การขยายเครือข่ายร้านค้าและสิทธิประโยชน์ในหมวดอาหารเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยูเนี่ยนเพย์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับความคุ้มค่า ในปี 2562 ยูเนี่ยนเพย์ได้จับมือกับ Wongnai หนึ่งในแพลตฟอร์มด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของไทย เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมอบส่วนลด 15% เมื่อซื้อดีลร้านอาหารใน Bangkok Restaurant Week 2019
"ปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแบ่งธีมเป็น 3 งาน โดยธีมที่สองของปีซึ่งเปิดให้ซื้อดีลได้ระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม จะรวมเมนูสุดพิเศษจากร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบหลักของไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Local Produce” รวมทั้งมอบส่วนลดสูงสุดถึง 20% ที่ร้านอาหารชื่อดังบน Wongnai ถึง 50 ร้าน" ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย กล่าว
ยูเนี่ยนเพย์ ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านอาหารชั้นนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นจุดขายมอบส่วนลดทันทีเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร ไม่ต้องแลกแต้ม เช่น Zen, Maisen, S&P และ Vanilla
ปัจจุบัน ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรได้ที่ร้านอาหารชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Bar B Q Plaza, On The Table – Tokyo Cafe, AKA, The Pizza Company, Sizzler, Swensen’s, Burger King, BreadTalk, The Coffee Club และ Nara Thai Cuisine เป็นต้น
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) ดูแลธุรกิจในต่างประเทศทั้งหมดของเครือยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ด้วยจำนวนผู้ถือบัตรกว่า 7,500 ล้านคน และเครือข่ายธนาคารพันธมิตรใน 52 ประเทศและเขตการปกครอง บริการที่ครอบคลุมร้านค้ากว่า 55 ล้านแห่ง และตู้เอทีเอ็มประมาณ 3 ล้านจุดใน 174 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์ถือเป็นเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกที่มีฐานผู้ถือบัตรที่ใหญ่ที่สุด และเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก
ด้วยบริการที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกและบริการด้านการชำระเงินหลากหลายที่ได้รับมาตรฐานสากล ยูเนี่ยนเพย์มุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชั่นด้านการชำระเงินที่มีคุณภาพ และปลอดภัยสูงสุด รวมถึงเหมาะกับความต้องการของแต่ละตลาดท้องถิ่น เพื่อมอบทางเลือกและความสะดวกสบายในการชำระเงินให้กับทั้งผู้บริโภคและธุรกิจ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริการของยูเนี่ยนเพย์ครอบคุลมตู้เอทีเอ็ม จุดชำระเงิน และมีฐานลูกค้าผู้ใช้บัตรอยู่ใน 10 ประเทศ สำหรับในประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายร่วมกับเครือข่ายธนาคารพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารแห่งประเทศจีน, ธนาคารไอซีบีซี ไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และบริษัทบัตรกรุงไทย
นายจเร เจียรธนะกานนท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทย หรือ TMB กล่าวว่า ธนาคารเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ TMB ABSOLUTE ที่ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Affluent ผู้มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป (หรือมีสินทรัพย์ลงทุน เงินฝาก และอื่นๆ 2 ล้านบาทขึ้นไป) โดยจับพฤติกรรมของลูกค้าที่ส่วนใหญ่ใช้จ่ายหมวดช้อปปิ้งออนไลน์ การท่องเที่ยว จนได้จุดเด่นของบัตรใหม่ 3 ข้อ ได้แก่ ฟรีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% เช่น การรูดบัตรจ่ายเงินในต่างประเทศ หรือซื้อสินค้าออนไลน์เป็นสกุลเงินต่างประเทศ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรทางออนไลน์ได้คะแนนสะสม 2 เท่า โดยยอดใช้จ่ายทุกๆ 10 บาท ได้ 1 คะแนน *ยกเว้นการจ่ายในบางหมวด เช่น การใช้จ่ายหรือเติมเงินผ่านทาง e-wallet, Direct debit หรือ Bill payment และรายการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อใช้บัตรนี้ซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไป ถ้าสินค้าหายหรือได้รับของไม่ตรงสเปค สามารถรับเงินชดเชยสูงสุด 5,000 บาท/ครั้ง (หรือ 10,000 บาท/ปี) ทั้งนี้ปี 2561 ตลาดการใช้จ่ายใน eCommerce ของไทยอยู่ที่ 860,000 ล้านบาท เติบโต 14% ซึ่งการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มบนเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ที่ 204,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% ด้านการท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวต่างประเทศ เฉลี่ย 3.9 ทริปต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่อยู่ 2.7 ทริปต่อปี
อย่างไรก็ตามปี 2562 นี้คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายท่องเที่ยวต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ล้านบาท เติบโต 4-6% และมูลค่ารวมการใช้จ่ายบัตรผ่านหมวดร้านอาหารจะอยู่ที่ 48,000 ล้านบาท เติบโต 12% ทางธนาคารคาดว่าสิ้นปี 2562 จะมีฐานลูกค้าบัตรเครดิตรวม 1 ล้านใบ จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าอยู่ 800,000 ใบ ทั้งนี้จะมาจากยอดบัตรใหม่ 200,000 ใบ ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ TMB ABSOLUTE ราว 40,000 ใบ (ภายใน 1 ปีแรกหลังเปิดตัว)การเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มบนจะเพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรของธนาคารให้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 6,000 บาทต่อคนต่อบัตรต่อเดือน หลังจากนี้ทางธนาคารมีแผนออกบัตรเครดิตใบใหม่เจาะฐานลูกค้าธนาคารผ่านการเชิญเท่านั้น ปัจจุบันฐานลูกค้าบัตรเครดิตของ TMB 50% เป็นผู้มีรายได้ 15,000-50,000 บาทต่อเดือน และอีกราว 50% เป็นฐานลูกค้ากลุ่มบนที่มีรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมาทางธนาคารยังไม่มีผลิตภัณฑ์ตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้มากนัก จึงเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ให้ตรงกับเซคเมนท์ลูกค้า เพื่อแข่งขันกับบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ ในตลาดที่ลงมาแข่งขันในลูกค้ากลุ่มนี้ แต่ละปีลูกค้าบัตรเครดิตและเดบิต เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรในสกุลเงินต่างประเทศต้องเสียค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2-2.5% (คนไทยจ่ายส่วนนี้ปีละ 3,600 ล้านบาท) แม้แลกเงินสดไปก็ยังมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน เมื่อ TMB ออกมาฟรีค่าธรรมเนียมส่วนนี้ แต่ยังได้แต้มจากบัตรเครดิตไปแลกของได้อีก ถือว่าแข่งขันนี้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้น แต่อย่าลืมว่าลูกค้าที่ไปรูดบัตรในต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับราคากลางบนเว็บไซด์ของ Swithing อย่าง VISA Master Card ฯลฯ อยู่ดีซึ่งบางวันอัตราแลกเปลี่ยนนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามตลาด

Go To Lead


ดีป้า-วีซ่า 'หนุน' เมืองอัจฉริยะไร้เงินสด
ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยว่าการลงนาม หนังสือแสดงเจตจำนงในการร่วมกันพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมุ่งเน้นในด้าน เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) สำหรับเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด ในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาสังคมไร้เงินสด ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย และร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบที่นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเจริญเติบโตให้กับผู้ประกอบการไทยแล้ว ยังจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมได้อย่างยั่งยืน
สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า วีซ่า มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับดีป้าในการผลักดันพัฒนาให้เกิดเมืองอัจฉริยะขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยพร้อมนำความเชี่ยวชาญในด้านการชำระเงินรูปแบบดิจิตอล และเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลกมาประยุกต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำเทคโนโลยีคอนแทคเลส (Contactless) ผนวกเข้ากับ IoT เพื่อยกระดับการชำระเงินในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่เชื่อมโยง ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ให้บริการและผู้บริโภคในหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ ลอนดอน ซิดนีย์ นิวยอร์ค และสิงคโปร์ นอกจากนั้นในฐานะผู้นำด้านการชำระเงินรูปแบบดิจิตอลระดับโลก วีซ่ายังพร้อมนำนวัตกรรมล่าสุดมาต่อยอดเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การวิเคราะห์ข้อมูล และอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการค้าข้ามพรมแดน ทั้งในรูปแบบโมบายคอมเมิร์ซ (eCommerce) และเอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce) สำหรับผู้บริโภคชาวไทย ธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืนในยุคดิจิตอล ให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการใช้จ่ายอย่างยั่งยืนด้วยการออกแบบแนวทางที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ประชาชน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีมีบทบาทเป็นอย่างมากในการยกระดับการใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น และสิ่งที่วีซ่าคำนึงเสมอก็คือ ความปลอดภัยทางด้านการเงิน เพราะการใช้จ่ายที่สะดวกขึ้นย่อมต้องปลอดภัยขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ดีป้า เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย การร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ประโยชน์ทั้งการยกระดับการใช้จ่าย และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

Go To Lead


กสิกรไทย-ออฟฟิศเมท'เปิด'แฟรนไชส์
นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเริ่มต้นทำธุรกิจหรือการทำธุรกิจให้อยู่รอดเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันจากคู่แข่งใหม่ ๆ ดังนั้นการปรับตัวของธุรกิจเพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจึงมีความสำคัญ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยก็มีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีธุรกิจที่มั่นคงและสามารถเติบโตต่อไปได้ ทั้งยังส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเห็นได้จากกว่า 60 แบรนด์แฟรนไชส์ที่ธนาคารคัดสรรมาแล้วว่าเป็นแบรนด์ที่มีมาตรฐานดี มีความมั่นคงสูง และอยู่ในตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้ โดยยอดสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์คงค้างของธนาคารล่าสุดอยู่ที่ 2,520 ล้านบาท ออฟฟิศเมทเป็นธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแนวทางจากการเป็นเพียงผู้ขายอุปกรณ์เครื่องเขียนสำนักงานทั่วไปมาเป็นการเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ เน้นทำธุรกิจแบบ B2B จนสามารถสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาด B2B ได้อย่างแท้จริง จนขยายสู่การเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการที่ธนาคารร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการจัดอบรมให้ความรู้ สนับสนุน และส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถมีแบรนด์แฟรนไชส์ที่มีคุณภาพของตัวเอง โดยออฟฟิศเมทก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการจนสามารถเปิดแบรนด์แฟรนไชส์ออฟฟิศเมทพลัสได้
ออฟฟิศเมท พลัส (OfficeMate Plus+) เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นลูกค้ากลุ่มคนทำธุรกิจขนาดเล็กและผู้ค้าออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก ซึ่งที่ร้านออฟฟิศเมท พลัสมีสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ ทั้งยังมี OfficeMate x Kerry Express ให้บริการส่งพัสดุด่วนถึงลูกค้าด้วย โดยผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนแฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัสสามารถขอสินเชื่อเพื่อเปิดกิจการ ปรับปรุงกิจการ และรีไฟแนนซ์ได้สูงสุดถึง 333% ของมูลค่าหลักประกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อน และหากสมัครเป็นแพ็คเกจทั้งสินเชื่อและบริการจัดการด้านการเงินจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม เช่น ส่วนลดค่าธรรมเนียมการกู้ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ส่วนลดค่าธรรมเนียมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (EDC/ K PLUS SHOP/ Payroll) เพิ่มอีกด้วย ทั้งนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยกู้แฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัสเอาไว้ที่ 150 ล้านบาทภายในสิ้นปี
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดค้าปลีกอุปกรณ์สำนักงานมีแนวโน้มสดใส คาดการณ์มูลค่าตลาดเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานปี 2562 มีมูลค่าสูงถึง 56,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยปีละ 7% ไปจนถึงปี 2566 นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคหันมานิยมการช้อปปิ้งออนไลน์ และการมองหา Supplier ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าแบบ One-Stop Solutions ทำให้ออฟฟิศเมทปรับตัวอย่างเต็มรูปแบบสู่การเป็นผู้นำตลาด B2B Solutions ที่เน้นจุดเด่นการบริการลูกค้าในช่องทางการขายที่มีทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Omni-Channel)

Go To Lead


ธ.ไทยเครดิตฯ แนะพ่อค้าแม่ค้ายุค 4.0
นายวิศรุต ฝอดสูงเนิน ผู้จัดการฝ่ายการบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยเครดิตฯ วิทยากรให้ความรู้ในโครงการฯ มีคำแนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงการขายออนไลน์ว่า “พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้จักวางแผนการเงิน และรักษาเครดิตดีของตัวเองไว้ เพราะเครดิตบูโรคือประวัติวินัยทางการเงินของตัวเรา ที่สถาบันการเงินจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการอนุมัติให้สินเชื่อกู้ยืม นอกจากนี้เรื่องของการออมเงินจะนำไปสู่การวางแผนทางการเงินในอนาคต ซึ่งสูตรง่ายๆ ของการออมคือ หักเงิน 40% จากรายได้ทั้งหมดมาเป็นเงินออม แต่ต้องไม่น้อยกว่า 10% และปัจจุบันโลกพัฒนาสู่ยุค 4.0 เข้าสู่สังคมไร้เงินสด ที่ร้านค้าต่างๆ ควรจะมี QR Code ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้แม้ไม่มีเงินสด รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ”
ด้านพ่อค้าแม่ค้าในตลาดถนอมมิตร ที่ได้เข้าร่วมอบรมในโครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียร ซีซั่น 3 อย่าง แววจินดา ติ้วทอง แม่ค้าขายขนมไทยโบราณ เผยความรู้สึกที่ได้เข้าอบรมในครั้งนี้ว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยทำบันทึก รายรับ – รายจ่าย แต่หลังจากนี้ไปจะเริ่มทำตามในสิ่งที่ธนาคารให้ความรู้มา เพราะที่ผ่านมาจะดูจากของที่ขายว่าขายหมดหรือไม่ และในทุกวันๆ จะแบ่งเงินที่จะใช้เป็นทุนในการขายของวันต่อไปแยกออกมา ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปฝากธนาคารทุกวัน เพราะตัวเองเป็นคนให้ความสำคัญกับการออมเงินมาก หากวันใดที่เราจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน อย่างน้อยเราก็มีเงินออมนี้นำมาใช้ได้ทันที หรือหากในอนาคตต้องการกู้ยืมจากธนาคาร บัญชีเงินออมนี้จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินของเรา”
พัชรพร คงฉิม แม่ค้าขายเสื้อผ้า กล่าวว่า สิ่งที่ธนาคารให้ความรู้ในวันนี้ โดยเฉพาะเรื่องการทำบันทึก รายรับ – รายจ่าย แม้ว่าตัวเองจะทำอยู่แล้ว แต่นับจากนี้ต้องบันทึกให้ละเอียดมากขึ้น แยกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน และจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องการออม ที่ควรมีการซื้อประกันต่างๆ ไว้ด้วย เพราะที่ผ่านมาตัวเองจะ ออมเงินด้วยการนำเงินกำไรที่ขายได้ฝากธนาคารไว้ทุกเดือน รวมถึงซื้อสลากเงินออมเพราะได้ทั้งการออมเงินและลุ้นโชค

Go To Lead


ธ.ก.ส.เตรียมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 6,000 ล้าน
นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และโรงงานน้ำตาลทรายดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจรปี 2562 ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ กำหนดวงเงินให้กู้ปีละ 2,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคล และวิสาหกิจชุมชน นำไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การปรับพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ การพัฒนาแหล่งน้ำในไร่อ้อย การจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ รถตัดอ้อยรถคีบอ้อยเครื่องตัดอ้อยแร๊พเตอร์เครื่องสางใบอ้อยเครื่องอัดใบอ้อย เป็นต้น โดยมีโรงงานน้ำตาลที่เข้าร่วมเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยและรัฐบาลเป็นผู้รับภาระส่วนต่างของดอกเบี้ยในโครงการ ยกเว้นกรณีขอสนับสนุนสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตรประเภทรถบรรทุกหรือรถแทรกเตอร์ จะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อปีทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ แก้ไขการขาดแคลนแรงงาน และลดปัญหาการเผาอ้อย รวมทั้งยังช่วยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถมีเครื่องจักรกลการเกษตรใช้ในแปลงไร่อ้อยของตนเองช่วยในการเพิ่มผลผลิตลดต้นทุนในระยะยาว
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยหรือกลุ่มชาวไร่อ้อยอื่นๆที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกอ้อย กับสำนักบริหารอ้อยและน้ำตาลทรายโดยสามารถยื่นใบสมัครได้ที่โรงงานน้ำตาลที่ตนเองส่งอ้อย เมื่อผ่านขั้นตอนการสมัครและได้รับความยินยอมจากโรงงานน้ำตาลในการค้ำประกันแล้วสามารถขอสนับสนุนสินเชื่อผ่านคณะทำงานตามที่ สอน. กำหนด วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 29 ล้านบาทตามประเภทและวัตถุประสงค์การกู้ของเกษตรกร โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ปี 2562 – 2564จะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการเผาอ้อยได้ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีไม่เพียงพอ รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกอ้อยให้เป็นแปลงใหญ่และเหมาะสมกับการใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตรช่วยลดระยะเวลาในการปลูกและการเก็บเกี่ยว เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนได้ในระยะยาว ทั้งนี้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่โรงงานน้ำตาลที่ท่านส่งอ้อยเข้าโรงงาน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ โทร.02 558 6100 ต่อ 8170

Go To Lead


ซัมมิท แคปปิตอล เปิดชำระเงินอัจฉริยะ
นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวระบบ Collection System นับเป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเพิ่มศักยภาพการบริการของ ซัมมิท แคปปิตอล ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเสริมประสิทธิภาพด้านการชำระเงินของลูกค้าทุกคนได้เพียงปลายนิ้ว ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงบริการทางอินเทอร์เน็ตและการเงินต่างๆ ทางโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา บริษัทฯ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ ซัมมิท แคปปิตอล ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การให้บริการด้านสินเชื่อในยุคดิจิทัล 4.0 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากระบบผู้ช่วยอัจฉริยะแจ้งเตือนการชำระเงินแล้ว ซัมมิท แคปปิตอล ยังเน้นการพัฒนาในระบบ Mobility Technology อาทิ Summit Smart System หรือการรับส่งใบสมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Credit Scoring System หรือการคัดกรองคุณภาพลูกค้า ทำให้เกิดความแม่นยำในการประมวลผลและวิเคราะห์คุณภาพของลูกค้า ที่สามารถอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว หรือภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ซัมมิท แคปปิตอล เติบโตสู่การเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ได้อย่างยั่งยืน ลูกค้าซัมมิท แคปปิตอล สามารถสอบถามข้อมูลการชำระเงินได้ผ่าน 3 ช่องทางที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
1. ช่องทาง โทรศัพท์ ในกรณีลูกค้าไม่ได้รับใบแจ้งการชำระเงินก่อนวันชำระเงิน สามารถนำบัตรชำระเงินที่ได้รับในวันสมัครเพื่อใช้ในการชำระเงินทุกครั้งโดยไม่ต้องรอใบแจ้งค่างวด (เฉพาะลูกค้าที่ชำระตรงวัน - เวลาที่กำหนดเท่านั้น) หรือติดต่อที่เบอร์ 02 107 2222 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 – 17.30 น ยกเว้นวันหยุด และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อขอใบแจ้งยอดใหม่ หรือขอทราบจำนวนเงินที่ต้องชำระเงินในงวดนั้นๆ
2. ช่องทาง SMS หากลูกค้าไม่สามารถจำยอดชำระได้ สามารถส่ง SMS มาที่ 4712800 โดยระบุรหัสบริการที่ต้องการ เลขที่สัญญา 13 หลัก และเลขที่บัตรประชาชน 4 ตัวสุดท้าย และส่งมาให้บริษัทฯ จะมี SMS ตอบกลับให้ลูกค้า ทั้งนี้เฉพาะกรณีที่ลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ที่เคยแจ้งไว้กับบริษัทฯเท่านั้น3. ช่องทาง ออนไลน์
ลูกค้าสามารถสมัครเข้า ซัมมิท แคปปิตอล ออนไลน์ได้ที่http://www.summitcapital.co.th เพื่อตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลส่วนตัวได้ทันที ปีนี้ ซัมมิท แคปปิตอล ยังเตรียมเปิดตัวระบบอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการแก่ลูกค้าให้ดีขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

Go To Lead


EXIM BANK ตั้งผู้บริหาร
EXIM BANK แต่งตั้งนางสาวประเสริฐจิต ศรีนิลทา เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนายอภิรัฐ แสงธงทอง เป็นผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรับประกันการส่งออกและการลงทุน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แต่งตั้งนางสาวประเสริฐจิต ศรีนิลทา เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดูแลงานสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพให้สามารถเริ่มต้นหรือขยายการดำเนินธุรกิจส่งออกให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และนายอภิรัฐ แสงธงทอง เป็นผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรับประกันการส่งออกและการลงทุน ดูแลงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการตลาดบริการประกันการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ โดยขยายความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร รวมทั้งการให้ความรู้ด้านการรับประกันแก่ผู้ประกอบการไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
นางสาวประเสริฐจิตจบการศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมงานกับ EXIM BANK ตั้งแต่ปี 2538 เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ 2 เมื่อปี 2553 และ 2557 ตามลำดับ
นายอภิรัฐจบการศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา ซิตี้ รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าร่วมงานกับ EXIM BANK ตั้งแต่ปี 2539 เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการฝ่ายรับประกันการส่งออกเมื่อปี 2553 และ 2556 ตามลำดับ

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com