Finance/Stock
Hot News: 'หนุน' e-Wallet ยุคดิจิทัล
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'หนุน' e-Wallet ยุคดิจิทัล
KBank จับมือ PTT ลอนช์ e-Wallet ตอบสนองผู้บริโภคยุคดิจิทัล รับสังคมไร้เงินสด เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย ชำระค่าสินค้าและบริการ สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าปลีก ดีเดย์บริการ ไตรมาส 4
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาบริการยุคใหม่ ธนาคารกสิกรไทย ได้นำความเชี่ยวชาญจากการพัฒนาแอปพลิเคชัน K PLUS ซึ่งเป็นแอปที่มีลูกค้าไว้วางใจและใช้บริการมากถึง 8.4 ล้านราย มาเป็นแนวทางในการวางโครงสร้างการพัฒนาแอปพลิเคชัน PTT e-Wallet ใน 2 ด้าน ดังนี้
1. ออกแบบประสบการณ์การใช้งาน โดยมีโจทย์ตั้งต้นจาก ปตท. ที่มีความเข้าใจในลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้แอป PTT e-Wallet ใช้งานง่าย และ ปลอดภัย ช่วยให้ลูกค้าของ ปตท. สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของ ปตท. ได้อย่างครบถ้วน
2. ออกแบบโครงสร้างวอลเล็ต ที่ตอบโจทย์ความต้องการของ ปตท. ได้แก่ เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับแอป K PLUS ช่วยให้ลูกค้าที่ใช้แอป K PLUS สามารถสมัครใช้งาน PTT e-Wallet ได้ง่าย ๆ ด้วยการยืนยันตัวตน (KYC) และสามารถโอนเงินเข้าวอลเล็ตได้ทันที สร้างระบบการเก็บข้อมูลแบบเดียวกับแอป K PLUS ช่วยรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมาก ภายใต้ความปลอดภัยระดับโลก และออกแบบระบบให้ API สามารถเชื่อมต่อกับพันธมิตรอื่น ๆ เพิ่มโอกาสในการสร้างสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ร้านค้าอื่น ๆ ภายในสถานีบริการ รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมในการนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายและชำระค่าสินค้าผ่านวอลเล็ตได้ในอนาคต
นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นวัตกรรมการเงินในยุคดิจิทัลสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มการใช้เงินสดลดลง ปตท. จึงปรับทัพธุรกิจค้าปลีก ด้วยการนำเทคโนโลยีด้านการเงินมาพัฒนา PTT e-Wallet รองรับกับวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภค โดย ปตท. เป็นบริษัทน้ำมันรายแรกในประเทศที่พัฒนาระบบนี้เพื่อตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติมากขึ้น ทั้งความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว และความปลอดภัยด้วย
PTT e-Wallet ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคได้มีช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ณ สถานีบริการน้ำมันและร้านค้าปลีก ปตท. ได้แก่ ร้านคาเฟ่ อเมซอน เท็กซัส ชิคเก้น แด๊ดดี้โด ฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ฟิตออโต้ และร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สามารถตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้ นอกจากนี้ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากการสะสมแต้ม PTT Blue Card การค้นหาร้านค้าที่ใกล้เคียง และโปรโมชั่นจากร้านค้าต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด โดยจะสามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ Application หรือใช้ผ่านรูปแบบบัตรก็ได้ นอกจากนี้ ด้วยจำนวนสาขาของสถานีบริการน้ำมัน และร้านค้า ปตท. ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและความสะดวกเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดให้ร้านค้าย่อยและชุมชนได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นช่องทางในการเสนอสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภค เพื่อเติบโตร่วมกับ ปตท. อีกด้วย
“ปตท. นอกจากจะมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ยังมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเชื่อมั่นว่าในโลกปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในแง่ของการสร้างความรวดเร็ว สะดวกสบาย ความปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ PTT e-Wallet จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของ ปตท. ในการต่อยอดเทคโนโลยี สร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมรับมือต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวจิราพร กล่าว

Go To Lead


โครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ปี 6
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า โครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ปี 6 ภายใต้ Concept SMEs Startup Wow! “ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง” เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเฟ้นหาสุดยอด SMEs Startup คนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี นำเสนอแนวคิดธุรกิจที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง ชิงรางวัลเป็นเงินทุนประเดิมจากธนาคารออมสิน มูลค่ารวมสูงถึงกว่า 3 ล้านบาท โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนประเดิมสูงถึง 1 ล้านบาท วัตถุประสงค์ของโครงการประกวด เพื่อให้เป็นเวทีสำหรับสนับสนุนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าเป็น SMEs หรือ Startup แม้แต่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เราต้องการที่จะประชาสัมพันธ์ให้รู้ในวงกว้างว่าการเข้าร่วมโครงการนี้จะสร้างโอกาสในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการได้รับเงินทุนไปต่อยอดธุรกิจ โอกาสในการได้รับความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจจากองค์ความรู้ที่จะได้จากกูรูธุรกิจ รวมไปถึงโอกาสในการศึกษาดูงานต่างประเทศ การได้พันธมิตรธุรกิจจากการจัดบิสนิเนส แมทชิ่ง ไปจนถึงการร่วมลงทุนผ่าน VC (Venture Capital) ของธนาคารออมสิน และพร้อมที่จะสนับสนุนด้านบริการสินเชื่อของธนาคารอย่างเต็มที่ จึงอยากเชิญชวนผู้ที่มีแนวความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือในรูปของธุรกิจบริการส่งผลงานเข้ามาประกวดกับธนาคารออมสิน ซึ่งผลงานธุรกิจที่มีความ WOW ของท่านอาจเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับกิจกรรม road show เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ เชิญชวน SMEs Startup นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เข้าร่วมโครงการประกวดฯ กำหนดการเดินสายระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม–17 กรกฎาคม ดังนี้ กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย งาน Startup Thailand ครั้งที่ 18 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, งานประชุมหอการค้าภาคกลางและตะวันออก ภาควิชาออกแบบ ผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โรงแรม ดิเอมเมอรัล, งานแสดงผลงานนักศึกษาภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เอ็มควอเทีย , ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา Startupมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) หลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการ (MBA) วิชาอินโนเวชั่น, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตรังสิต) (BUSEM) คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหาร, งาน Thailand startup week (Hubba สีลม) งาน Thai Ecosystem Workshop, วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ.วิภาวดี) หลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (นางเลิ้ง) คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ / บริหาร / ศิลปศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (ศาลายา) และยังได้จัดขบวน Troop ในย่านชุมชน เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร สยามสแควร์ ถนนสีลม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ภาคตะวันออก ประกอบด้วยวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค), วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี, วิทยาลัยอาชีวศึกษาศรีราชา, วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีราชาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น, วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น, สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, CO-Working Space: Jump Space Coffee Talk กิจกรรมเชิญ Maker club / Startup, ตลาดโต้รุ่งขอนแก่น + ตลาดต้นตาล ภาคเหนือ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ วิทยาเขตเจ็ดยอด, งานลานนาเอ็กซ์โป, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สัมมนาสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นผู้ประกอบการ, มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์น เชียงใหม่ คณะบริหารธุรกิจ ศิลปกรรมศาสาตร์ วิศวกรรมศาสตร์, อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กิจกรรม Maker Club / Startup ภาคใต้ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ, วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา, วิทยาลัยการอาชีพหลวงประธานราษฎร์นิกรผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูล หรือดาวน์โหลดเอกสารการสมัคร หรือติดตามความเคลื่อนไหวโครงการประกวดได้ที่ www.gsb100tomillion.com หรือwww.facebook.com/gsb100tomillion ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 092 247 0426-8

Go To Lead


กรุงศรี 'ชี้'ค่าเงินบาทอ่อนค่า
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นับเป็นการตรึงดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 25 ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าและซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 32.83 ต่อดอลลาร์ ภายหลังการลงมติ 5 ต่อ 1 โดยมี 1 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยและมีกรรมการ 1 ท่านลาประชุม นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทกลับทิศทางจากที่เคยแข็งค่าก่อนหน้านี้ เป็นอ่อนค่าลง 0.9% หลังมีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราเร่งกว่าที่คาดไว้
คณะกรรมการกนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องและสูงกว่าที่ประเมินไว้ และมีมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ในประเทศ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงกว่าที่ประเมินไว้และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงและการขยายตัวเศรษฐกิจยังไม่ได้ส่งผลดีต่อรายได้ครัวเรือนอย่างทั่วถึง คณะกรรมการกนง. กล่าวย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ เช่น นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของของจีดีพีเป็น 4.4% จากเดิม 4.1% โดยปรับคาดการณ์การเติบโตของภาคส่งออกที่ 9.0% จาก 7.0% คณะกรรมการกนง. มีกำหนดการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า กนง.มีความเห็นเป็นเชิงบวกมากขึ้น และยังย้ำว่าการตัดสินใจด้านนโยบายใดๆ จะขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี เชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในภูมิภาคจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากในกรณีภาวะเงินไหลออกทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน จากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่า กนง.น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1.75% ก่อนสิ้นปีนี้

Go To Lead



ทีเอ็มบี เพิ่มมูลค่าตลอดซัพพลายเชนให้ลูกค้าธุรกิจ
ด้วย TMB Supply Chain Financing
ในกระบวนการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวธุรกิจของเราเพียงอย่างเดียว ความแข็งแกร่ง สภาพ คล่อง และประสิทธิภาพการบริหารงานของซัพพลายเชน ซึ่งรวมทั้งคู่ค้า ซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ หรือตัวแทนขายของให้เรานั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเสริมและยกระดับให้ ธุรกิจทั้งซัพพลายเชนให้เติบโตไปด้วยกัน โดยไม่มีจังหวะสะดุดหยุดชะงัก
นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีได้ศึกษาและให้บริการด้าน ซัพพลายเชนมาตั้งแต่ปี 2552 โดยพบว่าการขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือสภาพคล่องเป็นปัญหาที่พบได้ในเชนธุรกิจ ในตัวอย่างที่ ผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) ของซัพพลายเชน คือ โรงงานผลิตเครื่องดื่ม คู่ค้าฝั่งแรกคือ ซัพพลายเออร์ มีความต้องการเงินทุนสำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อผลิตสินค้าป้อนขายให้กับร้านโรงงงานผลิตเครื่องดื่ม ขณะที่คู่ค้าใน อีกฝั่งหนึ่ง หรือ ดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ก็ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อสินค้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) มาสต็อกไว้สำหรับขายสร้างรายได้ ทีเอ็มบีจึงเข้ามาช่วยบริหาร ธุรกรรมการเงินให้กับทั้งซัพพลายเชน ภายใต้โซลูชั่นที่เรียกว่า TMB Supply Chain Financing
"ปัจจุบันซัพพลายเชนในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 8 ล้านล้านบาท โดยมูลค่าซัพพลายเชนที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านซัพพลายเชนโปรแกรมของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาทเท่านั้น ทีเอ็มบีมองเห็นโอกาส จึงได้เข้ามาช่วยทางผู้ผลิตรายใหญ่ในการวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อ-ขายสินค้าจริงที่มีอยู่ในระบบ เพื่อพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อ ซัพพลายเชน และการทำธุรกรรมการเงินแบบดิจิทัลให้กับคู่ค้าอย่างเหมาะสม ซึ่งปกติทั้งซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ ที่เป็นธุรกิจแบบเอสเอ็มอี อาจประสบปัญหาเรื่องการเข้า ถึงแหล่งทุนได้ หรือขาดสภาพคล่องในการหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยี แต่ข้อมูลการซื้อ-ขายดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงศักยภาพของทั้งซัพพลาย เออร์ และดีลเลอร์ในเชน ทำให้สามารถได้รับวงเงินหมุนเวียนไปดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตได้ตามต้องการด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ และเมื่อคู่ค้าแข็งแกร่งเติบ โต ยอดขายของผู้ผลิตรายใหญ่ก็จะเติบโตสอดคล้องกันไป" นายรัชกร กล่าวเสริม
ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้การสนับสนุน Supply Chain Solution ในหลากหลายอุตสาหกรรม และมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมการเกษตร ฯลฯ และล่าสุด ทีเอ็มบีได้รับ รางวัลยอดเยี่ยมด้านการบริหารเงินและเงินทุนหมุนเวียน - ภาครัฐ (Best in Treasury and Working Capital - Public Sector Award) จาก THE Asset นิตยสารด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำของเอเซีย ถือเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศและความมุ่งมั่นให้ลูกค้าธุรกิจ เพราะ ลูกค้าธุรกิจของทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า (Get MORE with TMB) ผ่านทางโซลูชันด้านซัพพลายเชนอย่างครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับภาครัฐ
การที่ทีเอ็มบีเข้าไปมีส่วนบุกเบิกและเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อภาครัฐเข้าด้วยกันทั้งซัพพลายเชนคือ ถือเป็นความตั้งใจของ ทีเอ็มบีที่มองการทำธุรกิจ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โดยต้องการจะผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างให้กับภาครัฐเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ขานรับนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศ ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่การ e-Bidding เพื่อรองรับการทำคำสั่งซื้อ-ขาย และทำธุรกรรมธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นไปโดยสะดวกอีกด้วย
นายรัชกร ยังเผยอีกว่า การเปลี่ยนข้อมูลจากกองเอกสารเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ยังทำให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างสามารถใช้ Data ไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เช่น ใช้ในการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง รวมทั้งใช้วางแผนขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพสูงสุด และพร้อมที่จะเติบโตต่อเนื่องตามแรง หนุนของนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
"ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้บริการสินเชื่อด้าน Buyer Financing คิดเป็นสัดส่วน 70% ของทั้งจำนวนลูกค้าและวงเงิน ปัจจุบันเรากำลังจะเพิ่มในส่วนของ Supplier Financing มาก ขึ้น ทั้งนี้ การให้บริการสินเชื่อทั้งซัพพลายเชนจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ผลิตรายใหญ่ต้องเห็นความสำคัญของโซลูชั่นด้วยว่า สามารถทำให้ธุรกิจของเขาและของคู่ค้า มียอดขายที่เติบโต และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงได้ โดยทีเอ็มบีพร้อมนำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic) เพื่อให้วงเงินที่เหมาะสม ภายใต้ดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล เพื่อสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดทั้งซัพพลายเชน" นายรัชกร กล่าวสรุป

www.tmbbank.com/home

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com