Finance/Stock
Hot News: แบงก์ 'บุก'ตลาดค้า Online
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แบงก์ 'บุก'ตลาดค้า Online
กสิกรไทยจับมือช้อปปี้ พัฒนาโซลูชั่นการเงิน ครั้งแรกบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้ ตอบโจทย์การเติบโตตลาดอีคอมเมิร์ซ “เงินกู้ธุรกิจออนไลน์” ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องมีหลักประกัน ให้ร้านค้าบนช้อปปี้ ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ลูกค้าที่ช้อปบนช้อปปี้ และจ่ายด้วยบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังในรูปแบบ “Better Together” ร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อนำศักยภาพของธนาคารกสิกรไทยที่เป็นผู้นำทางด้านดิจิทัล แบงกิ้ง และมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการโซลูชั่นทางด้านการเงินอย่างครบวงจร และตอบโจทย์ทุกกลุ่มความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นผู้ขายและผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ ไปผสานกับพันธมิตรขนาดใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนหลากหลายกลุ่ม เพื่อสร้างโซลูชั่นหรือแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุคปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทยและช้อปปี้ในวันนี้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้กับตลาดอีคอมเมิร์ซโดยในปีที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 14%
“ภายใต้ความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทย และช้อปปี้นี้ ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบครบวงจร ผ่านศูนย์รวมโซลูชั่น MADHUB ให้กับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการติดอาวุธ และขยายโอกาสให้กับธุรกิจด้วยหลากหลายวิธีการ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยมีความใกล้ชิด และเข้าใจในความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างดี โดยโซลูชั่นที่นำเสนอนั้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการสถาบันการเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้สำคัญในการประกอบธุรกิจออนไลน์ ตลอดจนคำแนะนำ หลักสูตร และดีลพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ”
นางสาวนวียา วงศ์กิดาการ Product Manager ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แคมเปญนี้ เป็นโซลูชั่นที่ดี ไม่ใช้เอกสาร ไม่ใช้หลักประกัน และดอกเบี้ยพิเศษ เราเพิ่มเงินลงทุนให้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ รัองรับการเติบโตของธุรกิจ ด้วยสินเชื่อพิเศษ MRR + 1.75 ต่ำสุด เมื่อเทียบกับแคมเปญอื่น
นายเทอเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ เปิดเผยว่า “ช้อปปี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการด้านอีคอมเมิร์ซเจ้าแรก ในการให้บริการเงินกู้ธุรกิจออนไลน์เพื่อร้านค้าบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้เป็นครั้งแรก สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังโดยมีจุดมุ่งหมายคือการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ขายและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย ในการผนวกบริการสินเชื่อดิจิตอลของธนาคารกสิกรไทย หรือ “เงินกู้ธุรกิจออนไลน์” เข้ากับแพลตฟอร์มของช้อปปี้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ขายช้อปปี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายเพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้ขายช้อปปี้ต่อยอดธุรกิจในโลกออนไลน์ได้อย่างไร้กังวล”
ความร่วมมือระหว่างกันจะส่งผลให้ผู้ขายและผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ได้รับประโยชน์ ดังนี้ โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจาก “เงินกู้ธุรกิจออนไลน์” (MADFUND) ของร้านค้าบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้ ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องมีหลักประกัน สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS คัดกรองผู้รับสินเชื่อจากข้อมูลรายได้ และพฤติกรรมการค้าขายอื่น ๆ ประกอบกัน ให้ผู้ขายขยายธุรกิจอย่างมั่นใจด้วยวงเงินอนุมัติสูงสุดถึง 600,000 บาท โอกาสสำหรับร้านค้าบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้ในการใช้บริการ MADHUB ศูนย์รวมโซลูชั่นครบวงจรของคนกล้าฝันค้าออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการทำธุรกิจ โดยรวบรวมตัวช่วยที่จำเป็นสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไว้ให้ความช่วยเหลือในการทำธุรกิจ เช่น คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการ หลักสูตร พื้นที่ให้คำปรึกษา และอบรม สัมมนา ดีลส่วนลดพิเศษที่จะช่วยให้การทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น ฯลฯจากความร่วมมือนี้ ในฐานะที่ธนาคารกสิกรไทยเป็นพันธมิตรหลักรายสำคัญ (Hero Partner) ผู้ซื้อที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษกว่าจ่ายด้วยบัตรอื่น ๆ ที่จะทำให้การซื้อของสนุก และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น โดยจะได้รับส่วนลด และ Shopee Coins เพิ่มขึ้นพิเศษจากโปรโมชั่นปกติที่ให้ในช่วงโปรโมชั่นประจำเดือนแต่ละเดือน
“ช้อปปี้เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างช้อปปี้ และธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้ขายออนไลน์และผู้ประกอบการในประเทศไทย พร้อมช่วยให้สามารถปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายเทอเรนซ์ กล่าวเสริม

Go To Lead


TMB TOUCH เน้นทำธุรกรรมครบจบ
นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารกลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลาง ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีมุ่งมั่นพัฒนา TMB TOUCH อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้เป็นโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชันที่เข้าถึงความต้องการและตรงใจลูกค้ามากที่สุด โดยเฉพาะการเดินหน้าปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ให้สามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เข้ากับการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ในยุคดิจิทัล แต่ยังคงทรงพลังและมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อผสานกับแนวคิด GET MORE with TMB ให้ลูกค้าธนาคารสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของทีเอ็มบีได้มากที่สุด สะดวกที่สุด โดยสามารถทำทุกอย่างได้เพียงแค่ปลายนิ้ว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมีเวลาออกไปใช้ชีวิตได้มากยิ่งขึ้น ล่าสุดกับการเปิดตัวรูปแบบของการให้บริการที่เพิ่มขึ้นของแอป TMB TOUCH เพื่อต่อยอดความสำเร็จในการเป็นธนาคารแรกของไทยที่ให้บริการซื้อประกันชีวิตผ่านโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชัน โดยลูกค้าสามารถซื้อ ประกันชีวิตไลฟ์ เซฟเว่อร์ 15/9 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามเบี้ยประกันภัยที่ต้องการ ภายในทุนประกันภัยที่ธนาคารกำหนด ไม่เสียเวลาในการเดินทาง และไม่ต้องกรอกหรือเตรียมเอกสารให้ยุ่งยาก นอกจากนั้นแอป TMB TOUCH ยังเป็นโมบายแอปที่ให้ลูกค้าใหม่สามารถเปิดพอร์ตลงทุนได้โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นที่สาขา โดยสามารถเลือกเปิดพอร์ตการลงทุน (Open New Portfolio) ทั้งการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป (Fund by Fund) และรวมถึง TMB Smart Port บริการจัดพอร์ตกองทุนครบวงจรที่มีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลและปรับสัดส่วนการลงทุนให้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าสามารถไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้น
ด้วยปรัชญา Make THE Difference ของทีเอ็มบี ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจในความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกและสำเร็จตามเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงเพิ่มบริการการตั้งเป้าหมายการออมเงิน (Savings Goals) สำหรับบัญชีทีเอ็มบี โน ฟิกซ์ (TMB NO FIXED) บนทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตั้งเป้าหมายในการเก็บออมผ่านบัญชี เริ่มจากกำหนดชื่อเป้าหมายของตน เช่น ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซื้อบ้าน ซื้อรถ เตรียมจ่ายค่าเทอมลูก เป็นต้น เมื่อเก็บเงินตามเป้าหมายที่กำหนด จากนั้นจะมีการย้ายเงินจากบัญชี TMB NO FIXED เข้าไปยังเป้าหมายที่ลูกค้าตั้งไว้ ซึ่งบริการวางแผนการออมนั้นจะแสดงยอดเงินการเก็บออมของแต่ละเป้าหมาย หรือแสดงข้อมูลการเก็บเงินเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามผลการเก็บเงินที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้นั่นเอง ทีเอ็มบี ทัช ยังสร้างความปลอดภัยและความสะดวกแก่ลูกค้ามากขึ้นด้วยรูปแบบบริการตั้งค่าการใส่รหัสผ่านเพื่อยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยลูกค้าสามารถตั้งค่าแอป TMB TOUCH ให้ขึ้นใส่รหัสผ่านหรือไม่ใส่ก็ได้ สำหรับการทำธุรกรรม โอนเงิน จ่ายบิล เติมเงิน ไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ ปรับเปลี่ยนเพดานมูลค่าการทำธุรกรรมทางการเงินได้อิสระ อีกทั้งยังทำการเปลี่ยนแปลงชื่อเมนูจาก “วงเงินทำธุรกรรมต่อวัน (Daily Limit)” ในเมนูตั้งค่าเป็นชื่อใหม่คือ “ตั้งค่าการทำธุรกรรม (Transaction)” ซึ่งจะมีการแบ่งเมนูย่อยภายใน เป็นการตั้งค่าวงเงินทำธุรกรรมต่อวัน และตั้งค่าทำธุรกรรมโดยไม่ใช้รหัสผ่าน
และเมื่อการสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญ ทีเอ็มบีจึงเร่งพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัย ด้วยการปรับปรุงบริการ TMB ID ในการยืนยันตัวตนผ่าน TMB Contact Center 1558 ซึ่งบริการนี้จะสร้างความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาตอบคำถามส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่ เพียงลูกค้าเลือกเมนูขอรับบริการ ระบบจะส่งข้อมูลไปที่แอป TMB TOUCH เพื่อให้ท่านยืนยันตัวตน เมื่อกดยืนยันตัวตนแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ หรือเข้าระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อทำรายการด้วยตนเอง (Self-service) ต่อไป โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล อายัดบัตรเครดิต การสมัครบริการหรือยกเลิกบริการพร้อมเพย์ (PromptPay) และบริการอื่นๆอีกมากมายผ่าน TMB Contact Center 1558 พร้อมทั้งปรับปรุงหน้าจอ TMB ID ในหน้าอนุมัติตัวตน ให้รองรับการทำรายการต่างๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาขั้นตอนการอนุมัติรายการได้เอง ไม่เพียงเท่านั้นทีเอ็มบี ยังมุ่งมั่นเพิ่มเติมและปรับปรุงฟังก์ชันของ TMB TOUCH ให้สามารถตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น ไม่ว่าลูกค้าจะทัชกับบริการใดของทีเอ็มบี ก็พร้อมให้ลูกค้าได้มากกว่าด้วยแอป TMB TOUCH ทั้งฟังก์ชันที่เกี่ยวกับบัตรเดบิต (Debit Card) และบัตรเครดิต (Credit Card) รวมทั้งการเพิ่มบริการขอออกบัตร TMB WAVE บนจาก TMB TOUCH การปรับปรุงหน้าจอออกบัตรเดบิต การปรับปรุงฟังก์ชันการจ่ายบิลและเติมเงิน อาทิ การแสดงข้อมูลผู้ให้บริการจ่ายบิล การปรับปรุงดีไซน์สลิปการทำธุรกรรมโอนเงิน เติมเงิน จ่ายบิล และ E-Donation พร้อมทั้งปรับปรุงหน้าจอเลือกโปรโมชั่นสำหรับการโอนเงินไปยังต่างประเทศ

Go To Lead


ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัวบริการ BeDigiPass
นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เปิดตัวบริการ BeDigiPass ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างบัตรประจำตัวแบบดิจิทัล (Pass) เพื่อใช้ระบุตัวตนของผู้ถือบัตรได้เหมือนบัตรประจำตัวปกติ โดยล่าสุดธนาคารได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดตัวบริการ KMUTT Mod D Pass เพื่อใช้เทคโนโลยีนี้สำหรับบัตรนักศึกษา และบัตรประจำตัวบุคลากรทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มใช้ระบบบัตรดิจิทัลนี้ในปีการศึกษา 2562 เทคโนโลยีนี้จะช่วยยืนยันตัวตนและมีข้อมูลเฉพาะตัวของเจ้าของบัตร ปัจจุบันมีหลายองค์กรนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เช่น การออกบัตรแบบดิจิทัลสำหรับขึ้นเครื่องบิน ธนาคารจึงเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่สามารถนำมาพัฒนาให้เป็น Total Solution ที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้อย่างครบวงจร เช่น มหาวิทยาลัย ที่สามารถต่อยอดไปเป็นแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานด้านต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์การเป็น Digital University อย่างครบวงจร บริการ BeDigiPass จะสร้างบัตรดิจิทัลขึ้นมาให้สำหรับเจ้าของบัตรแต่ละคนโดยบัตรจะเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ เป็นช่องทางเสริมใช้แทนบัตรพลาสติก ซึ่งช่วยให้พกพาไปใช้งานในที่ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การระบุตัวตนของเจ้าของบัตรผ่าน Digital ID ซึ่งจะมี QR Code ที่สามารถใช้สแกนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้ารับบริการในสถานที่ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้ และรับข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัย โดยการแจ้งเตือนผ่านระบบ พร้อมระบบการชำระเงินผ่านบริการ mBanking เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายเงินภายในมหาวิทยาลัยได้โดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสดอีกด้วย
โดยในอนาคต KMUTT Mod D จะสามารถให้บริการนักศึกษาในการเชื่อมต่อกับข้อมูลการลงทะเบียนเรียน เช่น การตรวจสอบข้อมูลรายวิชาและตารางเรียน ตารางสอบ แสดงผลการเรียน การยืนยันตัวตนในการเข้าเรียน เข้าสอบ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้ KMUTT Mod D ยังสามารถใช้ยืนยันตัวตนในการเข้ารับบริการอิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษาและบุคลากร การขอเอกสารสำคัญทางการศึกษาพร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมการขอเอกสารและอื่นๆ ได้ในทันที บริการนี้สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งสามารถใช้แอปพลิเคชันร่วมกับบัตรดิจิทัลอื่นๆ ได้ด้วย เมื่อดาวน์โหลดบัตรเข้ามาแล้วก็จะเริ่มใช้งานได้ทันที อีกทั้งแอปพลิเคชันมีขนาดเล็ก จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อความเร็วในการประมวลผลของตัวเครื่อง รวมถึงสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยสามารถกำหนด PIN ในการเข้าใช้งานได้ เพื่อป้องกันบุคคลอื่นนำไปใช้งาน ืมหาวิทยาลัยถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ธนาคารให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการใช้บริการทางการเงินหลากหลาย ทั้งเงินฝาก กองทุน และบริการจัดการเงินสด ทั้งยังเป็นโอกาสในเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ธนาคารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่อันจะพัฒนาไปสู่การเป็นฐานลูกค้าสำคัญของธนาคารในอนาคตด้วย ดังนั้น ธนาคารจึงเห็นว่าบริการต่างๆ ที่นำเสนอให้กับมหาวิทยาลัยควรต้องสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากบริการทางการเงินตามปกติเท่านั้น และมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถทำความเข้าใจความต้องการ และพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

Go To Lead


SME D Bank เปิดประมูลทรัพย์ NPAทั่วประเทศ โปรแรงลดสูง 60%
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank จับมือพันธมิตร Startupธุรกิจ Smart Living ได้แก่ทองหล่อ Salon Delivery, Fixzy, Knock Door และ Home Prise เชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs และนักลงทุนทั่วประเทศ ร่วมงาน “SME D Property สินทรัพย์ D ที่ SME D Bank”มหกรรมเปิดประมูลขายทรัพย์ NPA ล็อตใหม่ทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 9:00-16:00 น. ณ Co -Working Space ชั้น 1 อาคาร SME D Bank Towerถนนพหลโยธิน(ติด BTS อารีย์) โดย เวลา 9.00 -12.00 นพบกับบรรยายพิเศษ หัวข้อ "อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทยในยุค 4.0" จาก ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ที่จะมาวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางและทำเลอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนตลาดบ้านมือสองและเสวนาหัวข้อ "เจาะลึกฮวงจุ้ยอสังหาริมทรัพย์" จากกูรูชื่อดัง อาจารย์มาโน ชประภาษานนท์ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยชี้แนะวิธีปรับฮวงจุ้ยให้บ้านรับทรัพย์เปิดประตูรับโชคพร้อมเผยเคล็ดไม่ลับการเลือกที่ดินมงคลเสริมธุรกิจให้ปังและเวลา 13.00-16.30 น. พบกับ งานมหกรรมเปิดประมูลทรัพย์ NPA ทั่วประเทศ จากSME D Bank จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี ราคาประมูลเริ่มต้นลดสูงสุดถึง 60% พร้อมรับการยกเว้นค่าภาษีอากรและการยกเว้น ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ห้ามพลาด ฟรี! สำหรับผู้ร่วมงาน รับสิทธิพิเศษมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท จากธุรกิจ Startup Smart Livingอาทิ บริการตัดผมฟรี 10 สิทธิ์จากปกติราคา1,000 บาทต่อราย, ส่วนลด ค่าบริการเรียกใช้ช่างซ่อมบ้าน 10 - 50%, ฟรีค่าบริการเรียกใช้แม่บ้านออนไลน์ 20 สิทธิ์ และยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่สนใจสั่งซื้อสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์-สินค้าตกแต่งบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ สำหรับผู้ลงทะเบียนประมูลซื้อทรัพย์ของธนาคารภายในงานมีสิทธิ์ร่วมลุ้น ฟรี ค่าบริการออกแบบภายในด้วยดีไซเนอร์มืออาชีพ จำนวน 10 สิทธิ์ มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่https://bit.ly/2ntBjSwสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการ โทร.062-783-5599,02-265-3775,หรือฝ่ายบริหารสินทรัพย์2 (NPA) โทร.085-980-7926 และ 02-265-4716 -7 หรือ Call Center 1357

Go To Lead


“จีเอสบี ยูนิเวอร์ซิตี้ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ” ปีที่ 4
นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน จีเอสบี ยูนิเวอร์ซิตี้ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ทีมนักกีฬากอล์ฟจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในกีฬากอล์ฟ ได้มีโอกาสฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพในด้านกีฬากอล์ฟ โดยทางธนาคารออมสินเน้นการสนับสนุนด้านกีฬากับเยาวชนไทย ภายใต้นโยบาย ‘ส่งเสริมกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ’ โดยมองว่าการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดให้แก่วงการกีฬากอล์ฟของประเทศไทย ด้วยการยกระดับวงการกีฬากอล์ฟไทยให้ก้าวไกลและสามารถสร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับและจดจำในการแข่งขันกอล์ฟมาตรฐานระดับสากลต่อไป
นายกันต์พจน์ กิตติรัฐศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีซีที มีเดีย จำกัด ผู้จัดตั้งโครงการ จีเอสบี ยูนิเวอร์ซิตี้ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เยาวชนไทยเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้เยาวชนจะมีคุณภาพได้นั้นก็มาจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ครอบครัว สภาพแวดล้อมของสังคม รวมไปถึงกีฬาล้วนแต่เป็นสิ่งที่กำหนดคุณภาพให้กับเยาวชน และสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้กีฬาพัฒนาคนเพื่อให้คนมาพัฒนาชาติ การจัดทำโครงการครั้งนี้มีความมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพของเยาวชน จึงได้จัดการแข่งขันให้กับนักกอล์ฟไทยระดับอุดมศึกษาของประเทศ เพื่อให้เยาวชนได้แสดงความสามารถพัฒนาศักยภาพ สร้างประสบการณ์ และเพิ่มทักษะในเกมกอล์ฟ รวมไปถึงได้เข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนท์มาตรฐานที่เพื่อก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งในการสานต่อโครงการในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ เยาวชนที่มีฝันอยากมุ่งสู่เส้นทางของวงการกอล์ฟไทยหรือเป็นนักกอล์ฟทีมชาติ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไป โดยในปีนี้ยังคงมี กิจกรรมโรดโชว์ เพื่อนำกีฬากอล์ฟเข้าไปให้น้องๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยได้ร่วมสนุก และรับทราบข่าวสารการแข่งขันกอล์ฟระดับมหาวิทยาลัย
รูปแบบการแข่งขัน จีเอสบี ยูนิเวอร์ซิตี้ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ 2019 (U-League) เริ่มด้วยการแข่ง Match Qualify & Reranking การแข่งขันในรอบคัดเลือกจะใช้การแข่งระบบสโตรคเพลย์ 1 วันพาร์ 72 แล้วนำสกอร์ของนักกีฬาที่ดีที่สุด 3 คนในทีมมารวมกันเพื่อจัดอันดับ ไปแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มต่อไป รอบแบ่งกลุ่ม แบ่งเป็นการแข่งแบบโฟร์ซัมและโฟร์บอล การแข่งแบบโฟร์ซัม ทีมส่งตัวแทนทีมละ 2 คน (แบบผลัดกันตี) แข่งกับทีมอื่นในสายเดียวกันจนครบทุกทีม แต่ละทีมใช้ลูกฝ่ายละหนึ่งลูก การแข่งแบบโฟร์บอล ทีมส่งตัวแทนทีมละ 2 คน แต่ละคนตีลูกกอล์ฟคนละลูกจนจบหลุม เลือกผลการเล่นของผู้เล่นที่ดีที่สุดมา 1 คนเพื่อมาเปรียบเทียบกับทีมคู่แข่งเพื่อหาผลแพ้ชนะในหลุมนั้น รอบรองชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่างทีมที่มีคะแนนดีที่สุด 2 อันดับจากการเก็บคะแนนของแต่ละสาย อันดับ 1 ของสายเอ แข่งกับอันดับ 2 ของสายบี และอันดับ 1 ของสายบี แข่งกับอันดับ 2 ของสายเอ ใช้ระบบ Individual Match Play จับคู่แต่ละทีมที่เข้ารอบมาแข่งขันกันแบบตัวต่อตัว จนครบ 4 คู่ รอบชิงชนะเลิศ ใช้ระบบ Individual Match Play จับคู่ทีมที่ชนะรอบรองชนะเลิศทั้ง 2 ทีมมาแข่งขันกันแบบตัวต่อตัวจนครบและจับคู่ทีมที่แพ้รอบรองชนะเลิศทั้ง 2 ทีมมาแข่งขันกันแบบตัวต่อตัว การคิดสกอร์ทีมที่ชนะ เมื่อเล่นจนจบทั้ง 4 คู่ ทีมใดที่มีจำนวนผู้เล่นที่ชนะเยอะกว่าถือว่าเป็นทีมที่ชนะในแมตช์นั้น กรณีที่มีจำนวนผู้เล่นที่ชนะเท่ากัน จะตัดสินโดยการเล่นซัดเดนเดธเพลย์ออฟที่หลุม 18 โดยทั้ง 2 ทีมเลือกตัวแทนทีมละ 1 คนแข่งขันกันแบบแมตช์เพลย์ ผู้เล่นคนใดที่ทำสกอร์ได้ดีกว่าถือว่าเป็นผู้ชนะในแมตช์นั้นทันที การแข่งขันในครั้งนี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนมกราคม 2563 โดยในปีนี้มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 10 มหาวิทยาลัย การแข่งขันจะจัดขึ้นทั้งหมด 44 แมตช์ โดยไม่มีทีมใดที่ต้องตกรอบไปก่อน

Go To Lead


ธ.ก.ส. “BAAC Charity Run 2019@Bangkhen”
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่รักสุขภาพทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งเลียบคลอง ทะลุอุโมงค์” ในงาน “BAAC Charity Run 2019@Bangkhen” เนื่องในโอกาสวันสถาปนา ธ.ก.ส. ครบรอบปีที่ 53 ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน โดยรายได้จากการจัดงานและค่าสมัครทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย นำไปร่วมสมทบทุน “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและโรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานแห่งการให้ ร่วมสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีสู่สังคมไทย จัดโดยชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ธ.ก.ส. การวิ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และประเภท Mini Marathon 10 กิโลเมตร ค่าสมัครคนละ 500 บาท ประเภท VIP คนละ 1,000 บาท โดยเพศชายแบ่งเป็น 7 กลุ่ม คือ อายุต่ำกว่าหรือเท่ากับ 15 ปี อายุ 16-29 ปี อายุ 30-39 ปี อายุ 40-49 ปี อายุ 50-59 ปี อายุ 60-69 ปี และอายุ 70 ปีขึ้นไป และเพศหญิงแบ่งเป็น 6 กลุ่ม คือ อายุต่ำกว่าหรือเท่ากับ 15 ปี อายุ 16-29 ปี อายุ 30-39 ปี อายุ 40-49 ปี อายุ 50-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป รับสมัครเพียง 3,000 คน
โดยประเภท Mini Marathon เริ่มปล่อยตัวเวลา 05.00 น. มีเส้นทางวิ่งเริ่มจาก ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ผ่านถนนประเสริฐมนูกิจ-ถนนลาดปลาเค้า-ถนนเลียบคลองบางบัว-อุโมงค์บางบัว-ถนนพหลโยธิน และประเภท Fun Run ปล่อยตัวเวลา 05.20 น. เส้นทางวิ่งเริ่มจาก ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ผ่านถนนประเสริฐมนูกิจ-ถนนเลียบคลอง บางบัว-อุโมงค์บางบัว-ถนนพหลโยธิน ซึ่งผู้สมัครทุกท่านจะได้รับเสื้อวิ่ง ส่วนผู้ชนะในแต่ละกลุ่มอายุลำดับที่ 1-5 จะได้รับถ้วยรางวัลและผู้เข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญที่ระลึก แถมยังได้ร่วมลุ้นรับของที่ระลึกจาก ธ.ก.ส. อีกมากมาย ผู้ที่สนใจสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.jogandjoy.com ตั้งแต่บัดนี้ถึง 15 ตุลาคม 2562

Go To Lead


ยูเมะพลัส "ส่งต่อ...ความห่วงใย" ปี 7
นายฮิโตชิ โยโกฮามา ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ระดมทุนสนับสนุนงานวิจัยและรักษาโรคมะเร็งแก่ผู้ด้อยโอกาสผ่านทางสภากาชาดไทย ในกิจกรรม ยูเมะพลัส “ส่งต่อ...ความห่วงใย” ปี 7 (Umay+ “PAY IT FORWARD” 7) งานนี้มีดาราศิลปิน แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทอง และ แพร์ พิชชาภา พันธุมจินดา นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรม DIY WORKSHOP กระเป๋า Umay+ Premium ร่วมตกแต่งลวดลายกระเป๋าด้วยตัวเอง จึงอยากเชิญชวนแฟนๆ ละครทุกท่านร่วมกิจกรรมและส่งต่อการให้ไปกับงานครั้งนี้ พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ตน่ารักๆจาก อาตง พิไล ที่งานนี้เลิกเฝ้าเก๊ะ ชวนแฟนๆมารวมพลังกันส่งต่อการให้
ร่วมสมทบทุนได้ง่าย ๆ ด้วยการเป็นเจ้าของกระเป๋า Umay+ Premium เพียงบริจาคเงิน 100 บาท หรือ สแกน QR Code บริจาคเงิน 100 บาท รับกระเป๋า Umay+ Premium ภายในงาน (ช้อปแล้วได้แชะ ได้กอด นักแสดงอีกด้วย) มาร่วมอิ่มบุญ อิ่มใจ ไปด้วยกัน
อนึ่ง 6 ปีที่ผ่านมา บิรษัทได้ร่วมระดมเงินบริจาค ผ่านสภากาชาดไทย รวมทั้งสิ้น 55 ล้านบาท

Go To Lead


ตั้ง “ขัตติยา” นั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่
KBank ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ และที่ปรึกษาแก่คณะจัดการ โดยที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ได้มีมติอนุมัติ แต่งตั้ง “นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย” กรรมการและกรรมการผู้จัดการ เป็น “กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” ของธนาคารฯ แทน นายบัณฑูร ล่ำซำ ที่ครบกำหนดตามสัญญา นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารฯ ยังได้แต่งตั้งให้ นายบัณฑูร ล่ำซำ ดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ ประเภทกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร” ทั้งยังดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษาแก่คณะจัดการ” โดยมีผลตั้งแต่ถัดจากวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปี 2563 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กรรมการ และ CEO คนใหม่ ได้ทำงานร่วมกับ KBank ตั้งแต่ปี 2530 ในฝ่ายสินเชื่อการเกษตรและการผลิต รวมถึงส่วนงานอื่น ๆ อาทิ ฝ่ายกิจการวาณิชธนกิจ, ฝ่ายบริหารการตลาดและเครดิต, ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การ, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ, รองกรรมการผู้จัดการ, รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส กระทั่งดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เมื่อปี 2559 ส่วนการศึกษา คุณขัตติยา จบการศึกษาจาก BBA- การตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, M.B.A Finance and Investment University of Texas at Austin และนักเรียนทุนธนาคารกสิกรไทย U.S.A

Go To Lead


กรุงศรี 'ชี้'บาทซื้อขาย 30.30-30.60
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.30-30.60 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.38 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 ปีครั้งใหม่ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย 1.6 พันล้านบาท และ 2.2 พันล้านบาท ตามลำดับ ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากตลาดมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และคาดว่า Brexit อาจได้ข้อสรุปเพื่อเปิดทางให้สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างราบรื่น กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ กระแสข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน Brexit รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตุรกีและซีเรีย ทั้งนี้ เราประเมินว่านักลงทุนจะยังคงรอรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นหลังจีนระบุว่าต้องการจัดการเจรจาอีกรอบภายในสิ้นเดือนนี้ก่อนที่จะลงนามในข้อตกลงการค้า ขณะที่การประชุมสุดยอดระหว่างอียูกับสหราชอาณาจักรในวันที่ 17-18 ต.ค. จะเพิ่มความผันผวนให้กับค่าเงินปอนด์ต่อไป
ปัจจัยภายในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า เศรษฐกิจไม่ได้เกิดภาวะถดถอยหรือวิกฤติ แต่เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่ขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินที่เหลืออยู่จะนำมาใช้หากจำเป็นและอัตราดอกเบี้ยนโยบายสามารถจะลดลงต่ำกว่าระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้ อย่างไรก็ดี ทางการกล่าวว่าดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำมากในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ส่วนประเด็นการแข็งค่าของเงินบาท ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งเตรียมออกมาตรการชุดใหม่เพื่อดูแลการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งจะครอบคลุมถึงการสร้างสมดุลระหว่างเงินไหลเข้าออก การผ่อนคลายให้ผู้ส่งออกไม่ต้องเร่งนำเงินรายได้เข้ามาในประเทศ การดูแลกระแสเงินที่เกิดจากการซื้อขายทองคำไม่ให้กระทบค่าเงิน มาตรการปรับโครงสร้างการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดผ่านการประสานกับรัฐบาลเพื่อให้การลงทุนโครงการขนาดใหญ่เป็นไปตามแผนซึ่งจะช่วยสนับสนุนการนำเข้าและลดการเกินดุล ในภาวะเช่นนี้ เรามองว่านักลงทุนจะใช้ความระมัดระวังมากขึ้นโดยทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com