|
|
|
'มทร.ธัญบุรี' เปิดหลักสูตร Integrative True Aesthetic Science
คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร Integrative True Aesthetic Science หลักสูตร Non-Degree ด้านวิทยาศาสตร์ความงามเชิงบูรณาการ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการดูแลความงามอย่างเป็นระบบ โดยผสานองค์ความรู้ด้าน Skin Science การประเมินและวิเคราะห์สภาพผิวด้วยเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการฝึกปฏิบัติและเรียนรู้จากบริบทจริง
หลักสูตรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานโครงสร้างและสภาวะของผิว การวิเคราะห์ปัญหาความงาม การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในการประเมินสภาพผิว ตลอดจนการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผน และออกแบบแนวทางการดูแลความงามเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Aesthetic Care เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการประยุกต์ใช้ในงานด้านความงามได้อย่างเหมาะสม การเรียนรู้ตลอดหลักสูตรเน้นรูปแบบ Case-based Learning, Hands-on Practice และ Work-integrated Learning (WIL) เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงฝึกการคิดวิเคราะห์จากกรณีศึกษาและสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง
หลักสูตรมีระยะเวลารวม 147 ชั่วโมง ครอบคลุม 9 Learning Modules ได้แก่ Foundation, Radiance Recovery, Acne Destination, Pigmentation & Melasma, Fresh & Fatigue Face, Collagen Age Reverse, Skin Surface Rejuvenation, Solar Lentigo Reverse และ Final Assessment & WIL หนึ่งในจุดเด่นของหลักสูตรคือการประยุกต์ใช้ AI-assisted Skin Analysis และเทคโนโลยีวิเคราะห์ผิวสมัยใหม่ เพื่อประกอบการประเมินและติดตามสภาพผิว ช่วยให้ผู้เรียนเห็นกระบวนการดูแลตั้งแต่ การประเมิน วิเคราะห์ วางแผน ดูแล และติดตามผล รวมทั้งเข้าใจการใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
กำหนดการอบรม : 15 พฤศจิกายน 7 ธันวาคม 2569ขยายเวลารับสมัคร: ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 หรือจนกว่าจำนวนผู้สมัครจะครบตามกำหนด
Go To Lead
|
|
'หัวเฉียว' จับมือภาคียกระดับสมุนไพรสู่มาตรฐานทางการแพทย์
นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบันเค อะโกร-อินโนเวท ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย และจังหวัดน่าน เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาพืชยาที่มีศักยภาพในจังหวัด ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้ทางการแพทย์ พร้อมต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ จองฝังเข็ม จากพืชยาในพื้นที่ สู่มาตรฐานวัตถุดิบทางการแพทย์ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนจีน รวมถึงข้อกำหนดด้านคุณภาพวัตถุดิบพืชยาของคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาห่วงโซ่พืชยาของสถาบันเค อะโกร-อินโนเวท เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาพืชยาที่มีศักยภาพในจังหวัดน่าน ให้มีคุณภาพและความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กำหนด และเพิ่มโอกาสในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทางการแพทย์ในอนาคต เพิ่มมูลค่าพืชยา สร้างโอกาสให้เกษตรกรและชุมชนนอกจากทางการแพทย์ ความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดน่าน โดยศึกษาตั้งแต่การคัดเลือกชนิดพืช การเพาะปลูก การควบคุมคุณภาพ ตลอดจนแนวทางพัฒนาให้เป็นวัตถุดิบที่มีมาตรฐานและมีตลาดรองรับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่
คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและกระทรวงสาธารณสุข และเปิดให้บริการประชาชนมาเป็นเวลากว่า 31 ปี โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบพืชยาที่นำมาใช้ทางการแพทย์ ความร่วมมือกับสถาบันเค อะโกร-อินโนเวทในครั้งนี้ จึงเป็นการนำประสบการณ์ด้านการแพทย์มาทำงานร่วมกับองค์ความรู้ด้านการเกษตร เพื่อค้นหาศักยภาพของพืชยาไทยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อระบบสุขภาพ เกษตรกร และชุมชน ของจังหวัดน่าน ทั้งนี้ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและกระทรวงสาธารณสุข และให้บริการประชาชนด้านการแพทย์แผนจีนมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานของวัตถุดิบพืชยาที่ใช้ทางการแพทย์
Go To Lead
|
|
กรมอนามัย ชวนเด็กปิดเทอม ลดจอ เพิ่มขยับ
นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงปิดภาคเรียนเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามคำแนะนำเพียง ร้อยละ 20.7 กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน ร่วมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการใช้เวลาหน้าจอ เพิ่มกิจกรรมทางกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโตสมวัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้ การมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ และกระดูก ลดความเสี่ยงโรคอ้วน และโรค NCDs อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด ส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพ เพิ่มสมาธิ และส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก และเยาวชน
ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน พร้อมลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและจำกัดเวลาการใช้หน้าจอเพื่อความบันเทิง โดยผู้ปกครองควรชวนบุตรหลานร่วมทำกิจกรรม เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ทั้งนี้ กรมอนามัยขอเชิญชวนผู้ปกครอง โรงเรียน ชุมชน และทุกภาคส่วน ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนในช่วงปิดภาคเรียน สนับสนุนให้เด็ก ลดจอ เพิ่มขยับ และใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กไทยเติบโตสมวัย มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี พัฒนาทักษะชีวิตและความสัมพันธ์กับผู้อื่น พร้อมก้าวสู่การเปิดภาคเรียนใหม่อย่างมีคุณภาพ
Go To Lead
|
|
พบ 'RSV' ป่วยสะสมแล้วกว่าแปดพันราย
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสาวิตรี พรานพนัส หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพและประธานคณะจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนแก่สตรีตั้งครรภ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าอาร์เอสวีเป็นโรคที่สำคัญในทารกโดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของการคลอดเพราะช่วงนี้มีความเปราะบางสูง ภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ อาร์เอสวีเป็นโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อซึ่งทำให้เกิดอาการที่ทางเดินหายใจส่วนล่างได้มาก เป็นสาเหตุทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลรวมทั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนกับการหายใจรุนแรง
การติดเชื้ออาร์เอสวี มักทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือเกิดปอดอักเสบซึ่งบางทีต้องเข้ารักษาในไอซียู โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าหนึ่งปีจะพบได้บ่อย ซึ่งการระบาดของอาร์เอสวีเกิดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าอาร์เอสวี เป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ทำให้เกิดการนอนโรงพยาบาลของเด็กทั่วโลกกว่า 33 ล้านรายต่อปี และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กประมาณ 100,000 รายต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะฉะนั้นเราถึงบอกว่าเด็กอายุช่วง 6 เดือนแรกเป็นช่วงที่เปราะบางต่อการติดเชื้ออาร์เอสวี ถ้าดูสาเหตุของการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็ก อาร์เอสวีถือว่าเป็นอันดับสองรองจากมาเลเรีย สำหรับอาร์เอสวีในประเทศไทยนั้น โอกาสการติดเชื้อและทำให้เกิดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ 1.75 แพทย์หญิงสาวิตรีกล่าว
ด้าน นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของโรคอาร์เอสวีคือตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นต้นมา ถือเป็นช่วงสูงสุดของอาร์เอสวีในประเทศไทย อาจเป็นเรื่องของฝนหรือสภาพอากาศ อย่างที่ทราบกันดีว่าอาร์เอสวีจะมาพร้อมกับช่วงที่เป็นฤดูฝน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่พบในขณะนี้เป็นเด็ก แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 4 ปี เป็นกลุ่มที่เจอมากที่สุด รองลงมาคือ 5-9 ปี และมาพบอีกทีในกลุ่มผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปี ในแง่ของความรุนแรงโดยเฉพาะน้องๆ เด็กเล็กหลายรายต้องนอนโรงพยาบาลโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่าสองปีี ซึ่งมีโอกาสเป็นหนักและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับการป้องกันโรคอาร์เอสวีสำหรับทารกปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์คือการใช้วัคซีนให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้ว โดยสูตินรีแพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องของการรับวัคซีนป้องกันอาร์เอสวี
วัคซีนตัวนี้จะไปกระตุ้นภูมิให้กับคุณแม่เพื่อสร้างภูมิต้านทานไปทำลายเชื้อไวรัสอาร์เอสวีที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณแม่ หลังจากนั้นจะส่งผ่านภูมิต้านทานนี้ไปสู่ลูกในครรภ์ผ่านทางรก ดังนั้นหลังจากเด็กคลอดออกมาแล้วโดยเฉพาะในช่วงหกเดือนแรกหลังจากคลอดออกมาก็จะได้รับภูมิต้านทาน ในช่วงที่เด็กเล็กมากๆ หรือช่วงที่เป็นทารก หลอดลมยังไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานก็ยังไม่ดี เพราะฉะนั้น การที่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีนที่คุณแม่ได้รับไป ก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาร์เอสวีลงได้ นายแพทย์วีรวัฒน์ กล่าวสรุป
Go To Lead
|
|
'โนโว' เปิดตัวทางเลือกใหม่ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว ประเทศไทย กล่าวว่า โนโว เปิดตัวทางเลือกการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงในประเทศไทยสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สำหรับทางเลือกใหม่ในการรักษานี้โนโว ขอเชิญชวนผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้มองไปไกลกว่าเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด ในการปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ การรักษาแบบใหม่นี้มุ่งจัดการกับกลุ่มอาการหัวใจไตเมแทบอลิก (CKM syndrome) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโนโวในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับโรคที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยหลายล้านคน
ในปี 2568 ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 10.6 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 25631 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคนี้จำนวนมาก รวมถึงครอบครัว ยังไม่ทราบว่าเบาหวานมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือ โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในกลุ่มผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 22 โรคไตเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากถึงร้อยละ 403 และเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะไตวายระยะสุดท้ายในประเทศไทย4 โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน พบมากในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร่วมอื่น ๆ อีกด้วย
โนโว เป็นผู้นำในการดูแลโรคเบาหวานมานานกว่าหนึ่งร้อยปี และเราตระหนักดีว่าเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เร่งด่วนที่สุดในยุคปัจจุบัน ในประเทศไทย โรคนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มอาการ CKM ซึ่งเป็นโรคที่สร้างภาระหนักต่อครอบครัวและต่อระบบสาธารณสุขไทย ที่โนโว จุดมุ่งหมายของเราคือ สุขภาพดีที่ยั่งยืนเริ่มต้น ณ ตอนนี้ ซึ่งหมายถึงการส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มมองโรคเบาหวานไปไกลกว่าเพียงระดับน้ำตาลในเลือด และพูดคุยอย่างเปิดเผยกับแพทย์เกี่ยวกับภาวะสุขภาพแบบองค์รวมของตนเอง รวมถึงสุขภาพของหัวใจและไต เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับชุมชนผู้เที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิทยาศาสตร์ สร้างความตระหนักรู้ และทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วย และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น นายจิฮาน กล่าว
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|