Education/Health/Culture
Hot News: ทปอ. ชู 3ยุทธศาสตร์ ป้อนตลาดอุตสาหกรรม//'ศธ.' เดินหน้าห้องเรียนภาษาจีน //เตือน “คาวาซากิ” ไม่ควรมองข้าม //ไฟเขียววัคซีน ‘ฮิบ’ให้เด็กไทย
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ทปอ. ชู 3ยุทธศาสตร์ ป้อนตลาดอุตสาหกรรม
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พร้อมด้วยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เข้าพบประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม พร้อมเตรียม 3 ยุทธศาสตร์เพื่อการขับเคลื่อน ได้แก่ ยุทธศาสตร์การสอดแทรกการเรียนการสอนด้านทักษะแรงงานและผู้ประกอบการ ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมกับสถาบันอุดมศึกษาแบบคู่ขนาน และยุทธศาสตร์ดำเนินโครงการความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนด้านอุตสาหกรรม
โดยหลังจากนี้การผลิตบัณฑิตในแต่ละสาขา มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อจัดทำหลักสูตรที่ผสมผสานความเป็นวิชาชีพ เพื่อให้เป็นใบเบิกทางการเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะต้องไม่เพียงแค่ทำหน้าที่สอนนักศึกษาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมด้วยการนำโจทย์หรือปัญหามาต่อยอดการพัฒนาสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์และเกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ หากยุทธศาสตร์และความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นได้เร็วและจริง มั่นใจว่าจะช่วยให้หลายๆภาคบรรลุเป้าหมายที่ตนเองต้องการ พร้อมเป็นแนวทางที่ดีในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศได้ในระยะยาว นอกจากนี้ จากกรณีที่เกี่ยวกับบางองค์กรธุรกิจและภาคเอกชนระบุเจาะจงไม่รับบัณฑิตจากบางมหาวิทยาลัยนั้น ความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบัณฑิตในทุกสถาบันการศึกษาให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทปอ.ยังจะได้มีการนำนวัตกรรมชั้นยอดจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมาร่วมจัดแสดงในกิจกรรม University Expo 2018 มหกรรมอุดมศึกษา พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 โดยนวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมได้เห็นถึงคุณภาพของนักศึกษาและบัณฑิตของทุกมหาวิทยาลัยในด้านการคิด ประดิษฐ์ และต่อยอดสิ่งที่เป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคม ช่วงระหว่างวันที่ 2 – 4 มีนาคมนี้ ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

Go To Lead


'ศธ.' เดินหน้าห้องเรียนภาษาจีน
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน โดยมีกรอบแนวคิดที่จะให้สร้างห้องเรียนภาษาจีนขึ้นเหมือนกับที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินโครงการห้องเรียนกีฬาและห้องเรียนดนตรีมาแล้วจนได้รับความชื่นชมจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นโครงการที่ดี ดังนั้นเมื่อ ศธ.ได้ผลักดันการยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาระดับหนึ่งแล้วก็ต้องการที่จะเดินหน้าโครงการห้องเรียน
นอกจากนี้ มอบหมายให้คณะทำงานชุดดังกล่าวจัดทำแผนรายละเอียดการดำเนินโครงการห้องเรียนภาษาจีนว่ามีรูปแบบการเป็นห้องเรียนภาษาจีนในลักษณะไหนได้บ้าง แต่แนวคิดเบื้องต้นต้องการให้การทำห้องเรีนภาษาจีนไม่ใช่แค่การสอนพูดภาษาจีนเท่านั้น แต่จะใช้การเรียนภาษาจีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาหลัก คือ ทุกวิชาจะต้องจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาจีนเหมือนเป็นการเรียนแบบสองภาษา โดยคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่เด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน เพราะตนมองว่าควรเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กน่าจะมีความเหมาะสม อย่างไรก็ตามจะลุยเรื่องภาษาจีนอย่างจริงจังหลังจากที่เราเริ่มเดินหน้ายกระดับภาษาอังกฤษไปแล้ว และคาดว่าจะเริ่มโครงการห้องเรียนภาษาจีนได้ในภาคที่1/2561

Go To Lead


เตือน “คาวาซากิ” ไม่ควรมองข้าม
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคคาวาซากิ เป็นโรคในเด็กเล็ก มีไข้สูงหลายวัน ทานยาลดไข้ไม่ค่อยลด ตาแดงเรื่อโดยไม่ค่อยมีขี้ตา ลิ้นแดงคล้ายผลสตรอเบอรี ริมฝีปากแดงแห้งแตก มือเท้าบวม มีผื่นตามตัว อย่ารอช้ารีบพบแพทย์ทันที เพราะถึงแม้ว่าอาการของโรคจะสงบไปได้เอง แต่มีภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่หัวใจ และหลอดเลือดที่หัวใจมักมีการอักเสบ แต่มักไม่รุนแรงที่หลอดเลือดพบภาวะแทรกซ้อนได้บ่อย จะมีอันตรายที่หลอดเลือดหัวใจซึ่งอาจโป่งพอง อุดตัน ทำให้หัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงได้ อันตรายถึงชีวิตได้
สำหรับโรคโรคคาวาซากิมักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พบบ่อยในช่วงอายุ 1-2 ปี ข้อมูลของเราคล้ายกับในต่างประเทศที่กว่าร้อยละ 95 จะมีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง และพบว่าในเด็กที่อายุน้อยๆ และเพศชาย จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าเด็กโตๆ หรือผู้หญิง ภาวะแทรกซ้อนอาจรุนแรงตั้งแต่วันแรกๆ ของโรค มีช็อก เสียชีวิตได้ แต่พบน้อย ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ ต้องตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยเครื่องตรวจ Echocardiogram ว่ามีหลอดเลือดหัวใจผิดปกติหรือไม่ เพราะถ้าผิดปกติ จะมีโอกาสเกิดการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ เสียชีวิตเฉียบพลันได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ

Go To Lead


ไฟเขียววัคซีน ‘ฮิบ’ให้เด็กไทย
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยกล่าวว่า คณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบให้บรรจุวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย "ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี (Haemophilus influenzae type b)" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ฮิบ" ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับเด็กไทย แม้โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ พบการป่วยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ปีละประมาณ 200 ราย แต่มีความรุนแรงสูง อัตราการป่วยตายร้อยละ 10
ทั้งนี้ วัคซีนฮิบในรูปแบบวัคซีนรวม 1 เข็ม ป้องกันได้ 5 โรค คือ คอตีบ- บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTwP-HB-Hib) ฉีด 3 ครั้ง ในเด็กอายุ 2, 4 และ 6 เดือน จะทำให้เด็กไทยที่เกิดใหม่ปีละ 7 แสนคน ปลอดภัยจากโรคฮิบ ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกได้บรรจุและให้บริการวัคซีนฮิบมานานแล้ว พบว่ามีความปลอดภัย ช่วยลดการป่วยและตายได้มาก คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบในหลักการให้นำวัคซีนรวมฯ 5 โรคดังกล่าวมาใช้ ทั้งนี้จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการให้รวดเร็วขึ้นตามขั้นตอนและกระบวนการ คาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการในต้นปีงบประมาณ 2562 นี้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามการดำเนินงานโครงการวาระแห่งชาติด้านวัคซีน การจัดตั้งหน่วยผลิตวัคซีนและชีววัตถุเพื่อการพึ่งตนเองและการสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ แผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการสร้างความมั่นคงและการพึ่งตนเองด้านวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงผลการประเมินการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ และได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการความร่วมมือในการสนับสนุนการใช้ระบบเตรียมเอกสารตำรับยาแผนปัจจุบัน NVIFDA ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน กับ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ใช้ในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบ eCTD ต่อไป
   

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com