Education/Health/Culture
Hot News: 'แอนดรูว์ บิ๊กส์' เปิด ABC – Andrewbiggs.com //ชู 'อีเทรนนิ่ง' อบรมครูอาชีวะ//จองสิทธิ 'ฉีดวัคซีนฟรี' 7กลุ่มเสี่ยง//รณรงค์ 'ถุงยาง' หลังพบซิฟิลิส-หนองในเพิ่ม
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'แอนดรูว์ บิ๊กส์' เปิด ABC – Andrewbiggs.com
แอนดรูว์ บิ๊กส์ นักเขียน นักประพันธ์ และผู้ก่อตั้งสถาบันสอนภาษา Andrew Biggs Academy เปิดตัวคลังความรู้ภาษาอังกฤษ ABC – Andrewbiggs.com เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษแบบครบวงจร ที่เปิดโอกาสให้เลือกเรียนได้ทั้งจากสื่อการเรียนรู้จากคลิปวิดีโอมากกว่า 1,000 ตอน และการสอนแบบตัวต่อตัว (Live Online) ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับคนไทยที่ต้องการฝึกฝน ฟื้นฟู ทักษะภาษาอังกฤษ เรียนได้ไม่จำกัดอายุตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงผู้สูงวัย ด้วยค่าสมัครเพียงปีละ 3,999 บาท หรือ 11 บาทต่อวัน วิดีโอการสอนภาษาอังกฤษ (Video on demand) ประกอบด้วยด้วยคลิปวิดีโอภาษาอังกฤษมากมายทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและนักเรียน ที่สามารถเข้าไปเลือกเรียนแบบเป็นคอร์ส หรือจะเลือกฝึกเนื้อหาที่สนใจก็ได้ ทั้งคอร์สสำหรับเด็กเล็ก นักเรียน วัยรุ่น คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ได้แก่ ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกเรียน การสนทนาภาษาอังกฤษ ไวยากรณ์ และแนะนำการทำข้อสอบสำหรับ GAT-PAT, IELTS, TOEFL และ TOEIC ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ และ ภาษาอังกฤษสำหรับงานด้านบริการโรงแรม ร้านอาหารและ อื่น ๆ
สำหรับการเรียนแบบตัวต่อตัว (Live online learning) จะเป็นการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัว ในเวลา 25 นาที โดยผู้สอนที่เชี่ยวชาญและเป็นผู้มีคุณวุฒิที่มีความสามารถในการสอนเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกคอร์ส เวลาที่สะดวก กับผู้สอนท่านใดก็ได้ ทั้งนี้ จากรายงานของ Global Digital Report 2019 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า 57 ล้านคน โดยมีผู้ใช้ผ่านช่องทางต่างๆ เฉลี่ยวันละ 9.11 ชั่วโมง โดย 3.44 ชั่วโมงใช้เพื่อการดูโทรทัศน์ ซึ่งรวมถึง การเลือกชม video-on- วิดีโอสอนภาษาอังกฤษในเว็บไซต์นี้ แอนดรูว์ จะเป็นผู้สอนด้วยตัวเองในสไตล์ สนุก เข้าใจได้ง่ายๆ ทีเป็นเอกลักษณ์ของเขา ควบคู่ไปกับติวเตอร์ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เคยผ่านการทำงานกับนักเรียนไทย และมีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความท้าทายนี้

Go To Lead


ชู 'อีเทรนนิ่ง' อบรมครูอาชีวะ
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ออกหนังสือเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ โดยกำหนดให้นับชั่วโมงการอบรมและพัฒนานั้น สอศ.จะแจ้งไปยังวิทยาลัยต่างๆ ว่านอกจากการเข้ารับการอบรมตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือคูปองพัฒนาครูแล้ว ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ครูสามารถอบรมพัฒนาตนเอง และเก็บชั่วโมงมานับเป็นชั่วโมงพัฒนาได้ เช่น การเข้ารับอบรมในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย หรือองค์กรต่างๆ จัดขึ้น ซึ่งต้องมีหัวข้อ และประเด็นครบตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด
นอกจากนี้ สอศ.กำลังขยายช่องทางใหม่ คือการอบรมผ่านระบบอีเทรนนิ่ง หรือผ่านระบบออนไลน์ ที่โต้ตอบกันในกิจกรรมต่างๆ และประเมินหลังการอบรมได้ โดย สอศ.ส่วนกลางจะรวบรวมหลักสูตรการอบรมต่างๆ ไว้ พร้อมสนับสนุนให้วิทยาลัยทั้งรัฐ และเอกชนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จัดทำหลักสูตร และรวบรวมไว้ในระบบอีเทรนนิ่ง เพื่อให้ครูอาชีวะรัฐ และเอกชน เข้ามาลงทะเบียนอบรม หากแต่ละวิทยาลัยผลิตหลักสูตรได้ 10 บทเรียน จะทำให้มี 400-500 บทเรียน ขณะเดียวกันจะรณรงค์ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งของรัฐ และเอกชนทั่วประเทศ ใช้ระบบนี้ เพราะครูเอกชนต้องนำผลการอบรมพัฒนาไปเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

Go To Lead


จองสิทธิ 'ฉีดวัคซีนฟรี' 7กลุ่มเสี่ยง
นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร (สปสช.เขต 13 กทม.) เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงสุดคือ 810.07 ต่อประชากรแสนคน ในประชากรกลุ่มเสี่ยงอาจมีภาวะรุนแรงได้ ที่ผ่านมา สปสช.ได้จัดเตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อบริการให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษาพยาบาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยในปีนี้ พื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำนวน 220,000 โดส ซึ่งประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง คลินิกชุมชนอบอุ่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ตั้งแต่บัดนี้
นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและมั่นใจได้ว่าจะได้รับวัคซีนแน่นอนเมื่อเข้ารับบริการยังหน่วยบริการ ปีนี้ สปสช.เขต 13 กทม.ได้พัฒนาระบบเพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถจองสิทธิรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผ่านระบบออนไลน์ โดยลงทะเบียนได้ 2 รูปแบบ 1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับข้อความสั้น (SMS) จำนวน 100,000 ราย สามารถกดยืนยันจองสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ทันที โดยระบบจะบันทึกข้อมูล และ 2.ผ่านระบบลงทะเบียนของ สปสช.เขต 13 กทม.ตามลิงก์ https://bkkapp.nhso.go.th/public/vaccine/ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สายด่วน สปสช.1330 ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงสามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด 4.ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรค ธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีอาการ) และ 7.โรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม (กก.) หรือ ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กก.ต่อตารางเมตร (ตร.ม.)

Go To Lead


รณรงค์ 'ถุงยาง' หลังพบซิฟิลิส-หนองในเพิ่ม
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้กำชับกรมควบคุมโรค และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ รณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ โรคหนองใน โรคซิฟิลิส อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชาชนทุกคนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ทำให้มีการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าคนทั่วไป 5-9 เท่า การใช้ถุงยางอนามัยจะสามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนักในการ ป้องกันตนเองและคู่ให้ปลอด ภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ รวมทั้งส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรค รับผิดชอบต่อคู่และสังคม
ทั้งนี้ สำนักระบาดวิทยา รายงานว่าในปี 2562 ตั้งแต่ 1 มกราคม-4 มิถุนายน พบผู้ป่วยโรคซิฟิลิส 3,752 ราย โรคหนองใน 3,940 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 15-24 ปี และกลุ่มอายุ 25-34 ปี

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com