Education/Health
Hot News: “นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่ Healthcare Ecosystem
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
“นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่
Healthcare Ecosystem
รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัทฯ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลนครธนก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจให้ทุกคนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่สะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการดูแลเชิงป้องกันและการรักษาโรคยากซับซ้อน เพื่อให้คนในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ยังได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่วางใจได้ แนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตเคียงข้างชุมชนเข้าสู่ปีที่ 30 และนำไปสู่การวางยุทธศาสตร์สู่การเป็น พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพ ที่ยกระดับมาตรฐานการดูแลในทุกโครงการ พร้อมดูแลแบบองค์รวมผ่านทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลที่ต่อเนื่องในทุกช่วงวัย การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาล แต่คือการออกแบบระบบสุขภาพแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตระยะยาว เพื่อให้ผู้รับบริการไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา
"ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทถูกพัฒนาให้เป็น Healthcare Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรก คือ โรงพยาบาลนครธน ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคยากซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่วนที่สอง คือ โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย-กาญจนาภิเษก) ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงบริการสู่ชุมชน และเตรียมรองรับผู้ประกันตนในปี 2570 และส่วนที่สาม คือ “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” (Nakornthon Long Life Center by Chersery Home) โครงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569" รศ.ญาณเดช กล่าว
ด้าน พญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า โรดแมปในปี 2569 ตั้งเป้าหมายการเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโรงพยาบาลนครธน 2 การเปิดตัว “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” และการขยายหอพักผู้ป่วยในแบบ VIP เพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยปัจจุบันมีฐานหลักจากกลุ่ม Expat จีนและพม่า และมีแผนขยายสู่ตลาดใหม่อย่างบังกลาเทศ ในด้านการตลาด นครธนได้ปรับกลยุทธ์สู่ Digital Health อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพมากขึ้น โรงพยาบาลจึงมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านการพัฒนาช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ทั้งการซื้อโปรแกรมสุขภาพออนไลน์ การนัดหมายล่วงหน้า และบริการ Telemedicine ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา ควบคู่กับการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและเหมาะกับคนรุ่นใหม่ เช่น วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน

Go To Lead


'รพ.วิมุต' ยกระดับการดูแลสุขภาพเต้านม
ด้วยความเข้าใจ
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า รพ.วิมุต ตระหนักว่าโรคเกี่ยวกับเต้านม ถือเป็นการเจ็บป่วยที่กระทบต่อสภาพจิตใจ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว สิ่งที่พบซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ผู้ป่วยมาพบแพทย์ช้ากว่าที่ควร ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าต้องตรวจ แต่เพราะไม่มีพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและสบายใจมากพอที่จะเข้าไปปรึกษาหากยังไม่มีอาการรุนแรง ซึ่งนี่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่การคัดกรอง ซึ่งจะทำให้เราสามารถตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกและรักษาโรคได้ทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ รพ.วิมุต จึงตั้งใจออกแบบการดูแลสุขภาพเต้านม โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการดูแล ‘ความรู้สึก’ ของผู้หญิงควบคู่ไปกับการรักษาที่ทำให้ผู้หญิงกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจโดยเลือกวิธีที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกรณี เราออกแบบทุกขั้นตอนการดูแลสุขภาพเต้านม ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย จนถึงการรักษา ให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ภายใต้การดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวคือโมเดล Multidisciplinary Care ของรพ.วิมุต ที่เน้นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของทีมแพทย์สหสาขาวิชา ทั้งศัลยแพทย์เต้านม แพทย์รังสี จิตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกำหนดอาหาร และพยาบาลวิชาชีพ เพื่อวางแผน รักษา และติดตามอาการของผู้ป่วยร่วมกันในทุกขั้นตอน เพราะโรคเต้านมไม่ใช่โรคที่รักษาได้ด้วยศัลยแพทย์เพียงคนเดียว แต่ต้องการความเชี่ยวชาญที่ทำงานบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา ศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา มะเร็งเต้านม โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า โรงพยาบาลวิมุตให้บริการดูแลสุขภาพเต้านมแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัย ได้แก่ เอกซเรย์เต้านม (Mammogram) อัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound) การตรวจเต้านมด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Breast MRI) รวมถึงหัตถการวินิจฉัยที่มีความแม่นยำสูง รวมทั้งมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกระยะ ตั้งแต่การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery) ไปจนถึงการผ่าตัดเต้านมออกในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การตัดเต้านมทั้งหมด (Simple Mastectomy) การผ่าตัดเก็บผิวหนังเต้านมไว้ (Skin-sparing Mastectomy) การผ่าตัดเก็บหัวนมและลานนมไว้ (Nipple-sparing Mastectomy) และการผ่าตัดเก็บลานนมไว้ (Areola-sparing Mastectomy) ตลอดจนการสร้างเต้านมใหม่ทั้งแบบทันทีและภายหลังการรักษา โดยสามารถเลือกได้ทั้งการใช้วัสดุเสริมเต้านมและการใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง นอกจากนี้ ยังมีการดูแลด้านศัลยกรรมตกแต่งและฟื้นฟูรูปร่างเต้านมอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปทรงเต้านม การสร้างหัวนมใหม่ การฉีดไขมันตนเอง รวมถึงการผ่าตัดประเมินและรักษาต่อมน้ำเหลืองรักแร้ด้วยการตัดต่อมน้ำเหลืองด่านแรก (Sentinel Lymph Node Biopsy; SLNB) และการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Axillary Lymph Node Dissection; ALND) ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

Go To Lead


คุรุสภาพุ่งเป้าถอดรหัส “ครูต้นแบบ”
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาเชิงรุกด้วยการยกระดับการบริหารจัดการองค์ความรู้ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พร้อมนำผลงานของครูต้นแบบและผู้ได้รับรางวัลจากคุรุสภามาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันทั่วประเทศ ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้จัดประชุมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการองค์ความรู้ เพื่อร่วมวิเคราะห์ คัดเลือก และสังเคราะห์ผลงานคุณภาพจากรางวัลต่าง ๆ ของคุรุสภา อาทิ รางวัลผลงานวิจัยคุรุสภา รางวัลหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม รางวัลครูผู้สอนดีเด่น รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น และรางวัลคุรุสภา โดยปีงบประมาณ 2569 มีผลงานที่ผ่านการรวบรวมจำนวน 93 ผลงาน และเตรียมคัดเลือกไม่น้อยกว่า 80 ผลงาน เพื่อนำมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ต้นแบบ ถ่ายทอดสู่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
สำหรับองค์ความรู้ดังกล่าวจะได้รับการสังเคราะห์เป็น 11 กลุ่มองค์ความรู้สำคัญ ครอบคลุมการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การศึกษาปฐมวัย การอ่านและการเขียน การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การปฏิรูปโรงเรียน ทักษะชีวิต การเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม และการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อให้ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทักษะที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้คุรุสภาให้ความสำคัญกับการต่อยอดผลงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณค่า ทั้งการยกย่องเชิดชูเกียรติครูด้วยการมอบรางวัล และสนับสนุนผลักดันให้ผลงานเหล่านั้นกลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอด แลกเปลี่ยนและขยายผลสู่ครูทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของผลงานเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิค และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ผ่านเวทีประชุมวิชาการของคุรุสภาและสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ การพัฒนาวิชาชีพครูเชิงรุกและการบริหารจัดการองค์ความรู้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพวิชาชีพครู โดยที่ผ่านมาการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา KSP Webinarผ่าน คุรุแพลตฟอร์ม (Khuru Platform) มีผู้เข้าร่วมรับฟังแล้วกว่า 607,431 คน สะท้อนถึงความตื่นตัวของครูในการพัฒนาตนเอง

Go To Lead


เปิดตัว 12 ทัพเด็กไทย
ลุยโอลิมปิกวิชาการ 2569
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ศธ. พร้อมด้วย มูลนิธิ สอวน. และ สสวท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไทย ร่วมแถงข่าวเปิดตัวผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 12 สาขาวิชา แสดงความพร้อมของเยาวชนไทยก่อนการแข่งขันในเวทีโลก โดยได้เน้นย้ำนโยบายการศึกษาที่ให้โอกาสและบ่มเพาะผู้เรียนตามศักยภาพ ซึ่งมีความสำคัญในการพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงของประเทศ ให้ประเทศพร้อมรับมือกับโลกที่ผันผวน และยืนยันว่าโอลิมปิกวิชาการ เป็นโครงการที่กระตุ้นให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองต่อไปได้ทัดเทียมกับนานาประเทศ พร้อมปิดท้ายด้วยการอวยพรให้เยาวชนไทยคว้าชัยกลับมาและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปหลังจบการแข่งขัน
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. ได้เน้นย้ำความพร้อมของผู้แทนประเทศไทยฯ และยืนยันว่า สสวท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศ ให้ครอบคลุมสำหรับนักเรียนทุกกลุ่ม และยังคงพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนรู้และพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณเบื้องหลังผู้มีส่วนสนับสนุนโครงการนี้มาโดยตลอด รวมถึงการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ผู้แทนประเทศไทยฯ ได้รับการพัฒนา ให้เป็นผู้นำทางการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และกลับมาเป็นกำลังของประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2569 มีผู้แทนประเทศไทยทั้ง 12 สาขาวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และโครงการ Asian Science Camp รวมจำนวน 61 คน โอลิมปิกวิชาการไม่ได้สิ้นสุดที่เหรียญทอง แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทย และเป็นจุดเริ่มของการบ่มเพาะกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาติ ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นแรงใจให้กับผู้แทนประเทศไทย ได้มุ่งมั่น สร้างสรรค์ แก้ปัญหา บนเวทีโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ผลการแข่งขัน และร่วมส่งแรงใจเชียร์อย่างใกล้ชิดได้ผ่านทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สสวท.

Go To Lead


สธ. ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขไทยสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา Healthcare Leadership toward Net Zero MOPH และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขไทยสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ โดยบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมในการรณรงค์ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำและนำมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel-SAF) เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero MOPH โดยภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วของหน่วยงานและสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับผล กระทบด้านสุขภาพจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำ และการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero MOPH
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ รวมถึงภาคธุรกิจและองค์กรทั่วโลก ต่างมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด เช่นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนหรือ SAF ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการบินในการสร้างระบบนิเวศเพื่อผลิต SAF นั้น เราเริ่มต้นตั้งแต่ต้นทาง ทั้งเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการรณรงค์ ‘ไม่ทอดซ้ำ’ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ก่อนต่อยอดสู่โครงการ ‘Fry to Fly’ เชิญชวนให้นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการผลิต SAF ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีของความร่วมมือนี้ พลังความร่วมมือระหว่างภาคสาธารณสุขและบางจากฯ จะสามารถสร้างโมเดลการจัดการสิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้จริง ช่วยปกป้องสุขภาพของคนไทย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนร่วมกัน

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com