Education/Health
Hot News: OnDemand ตอกย้ำบทบาท “พาร์ตเนอร์เคียงข้างนักเรียน”
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
OnDemand ตอกย้ำบทบาท
“พาร์ตเนอร์เคียงข้างนักเรียน”
OnDemand สถาบันกวดวิชาชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำบทบาทในฐานะ “Supporter” และ “Partner” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างนักเรียนไทยตลอดเส้นทางการศึกษา หลังดำเนินงานและสนับสนุนนักเรียนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การสอบเข้าโรงเรียนชั้นนำ การแนะแนววางแผนการเรียน ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในหลากหลายบริบท หนึ่งในแนวทางสำคัญของ OnDemand คือการทำให้การสนับสนุนด้านการศึกษาเข้าถึงนักเรียนได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ ผ่าน Success Design Forum (SDF) งานมหกรรมแนะแนวการศึกษาที่จัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ อาทิ หาดใหญ่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับระบบ TCAS เทรนด์อาชีพแห่งอนาคต ตลอดจนการวางแผนการเรียนในรูปแบบ Personalised Roadmap ที่เหมาะกับเป้าหมายและความต้องการของแต่ละคน
นอกจากนี้ OnDemand ยังเดินหน้าสนับสนุนนักเรียนผ่านโครงการต่าง ๆ ตลอดทั้งปี อาทิ “ทุนนางฟ้า” ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี Dekซิ่วClub คอมมูนิตี้สำหรับนักเรียนเด็กซิ่วที่มีทั้งการให้คำปรึกษา กิจกรรม และ Restart Scholarship ที่มอบส่วนลดค่าเรียนสูงสุด 50% รวมถึง “ทุนเปลี่ยนชีวิต” โครงการทุนเรียนฟรี 100% เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมปลายและเด็กซิ่วที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั้งยัง นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่าน “eggspace” (Learning OS) ฟีเจอร์ล่าสุดบนแอป Learn Anywhere ซึ่งนำเทคโนโลยีและอัลกอริธึมอัจฉริยะมาช่วยออกแบบเส้นทางการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้นักเรียนสามารถวางแผนและพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเองมากยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี OnDemand จึงมุ่งพัฒนาการสนับสนุนนักเรียนในหลายมิติ ตั้งแต่การเตรียมตัวสอบและแนะแนว ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการนำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนไทยสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายทางการศึกษาได้อย่างมั่นใจ และรู้ว่าตลอดเส้นทางยังมีผู้ที่พร้อมให้คำแนะนำและสนับสนุนอยู่เคียงข้าง

Go To Lead


กลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า
เปิดตัว “Denla Pre-College”
กลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า ประกาศก้าวสำคัญสู่อีกขั้นของการพัฒนาการศึกษาไทย ด้วยการจัดตั้ง “Denla Pre-College” โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายระดับนานาชาติสำหรับนักเรียนเกรด 10 ถึงเกรด 12 (Grade 10 – Grade 12) ภายใต้แนวคิดหลัก “Future by Design: ออกแบบอนาคต พร้อมก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ” เพื่อมุ่งเน้นการวางรากฐานทางวิชาการและทักษะรอบด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก้าวสู่หลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ
Denla Pre-College ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ระบบการเรียนรู้ยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยในปีแรกเปิดสอน 2 เส้นทางการเรียนรู้เฉพาะทาง ได้แก่ STEM Pathway สำหรับผู้ที่มุ่งเน้นสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และการแพทย์ ควบคู่ไปกับ Business & Social Science Pathway สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งหลักสูตรทั้งหมดจะผสมผสานการใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอนประมาณ 60% ถ่ายทอดโดยคณาจารย์ชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือทางวิชาการกับสถาบัน KOSEN และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อนำคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับมหาวิทยาลัยมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้สถานที่และห้องปฏิบัติการจริงของมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างประสบการณ์จริง กลยุทธ์ธุรกิจ
จุดเด่นสำคัญอีกประการคือการบูรณาการหลักสูตรเตรียมสอบมาตรฐาน ทั้ง SAT, IELTS, TOEFL และข้อสอบมาตรฐานอื่น ๆ สอดแทรกลงในตารางเรียนปกติ เพื่อช่วยลดภาระการเรียนกวดวิชาเพิ่มเติมภายนอก ทั้งยังเน้นการดูแลอย่างใกล้ชิดผ่านห้องเรียนขนาดเล็กจำกัดเพียง 24 คนต่อห้อง โดยมีครูที่ปรึกษาประจำห้อง 2 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนวศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่พร้อมให้คำปรึกษารายบุคคล (1-on-1) เพื่อวางแผนพัฒนาพอร์ตโฟลิโอ และเตรียมความพร้อมทุกกระบวนการสู่มหาวิทยาลัยในฝัน พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมมือกับ a-chieve ธุรกิจเพื่อสังคม ที่เชี่ยวชาญในการแนะแนวอาชีพและออกแบบเส้นทางชีวิตให้กับเด็กมัธยม มาร่วมจัดเวิร์กช็อปสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการค้นหาตัวเองและสายอาชีพที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมทั้งด้านทักษะอนาคตและสุขภาวะที่ดีของผู้เรียน (Student Well-being) อย่างรอบด้าน โดยมีช่วงเวลาที่ช่วยให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเองและเตรียมตัวในการสมัครเรียนถึง 72 ชั่วโมงต่อปี
สำหรับการรับสมัครนักเรียนระดับ Grade 10 ปีการศึกษา 2027 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 โดยจัดสอบข้อเขียนในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 สอบสัมภาษณ์วันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 และเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคม 2570 ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้มอบสิทธิพิเศษ Founding Year Benefit ส่วนลดค่าเล่าเรียน 20% พร้อมทุนการศึกษาวิชาการสูงสุด 50% และ ทุนการศึกษาความสามารถพิเศษสูงสุด 30% สำหรับนักเรียนที่เข้าเรียนในปีการศึกษาแรก จนจบหลักสูตร พร้อมเงื่อนไขพิเศษสำหรับศิษย์เก่ากลุ่มโรงเรียนเด่นหล้าและนักเรียนจาก DLTS

Go To Lead


ผนึก 15 มหาวิทยาลัย
เปิดตัว UHC Consortium
ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร เปิดตัวความร่วมมือในการจัดตั้ง University Holding Company Consortium หรือ UHC Consortium ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังของสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง และบริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรวมพลังทั้งด้านเงินทุน ขีดความสามารถ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อผลักดันงานวิจัยฐานเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการเติบโตของธุรกิจ โดยตั้งเป้าสร้างบริษัท Deep Tech Spin-off 100 บริษัท บริษัทที่มีความพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ 5 บริษัท และบริษัทยูนิคอร์น 1 บริษัท ภายในปี พ.ศ. 2575
การรวมกลุ่ม University Holding Company (UHC) ในรูปแบบ Consortium จะช่วยเสริมศักยภาพและช่วยให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจที่แต่ละมหาวิทยาลัยอาจทำได้ยากหากดำเนินการเพียงลำพัง ตัวอย่างเช่น การร่วมลงทุนในบริษัทเดียวกันของหลายมหาวิทยาลัยจะเอื้อต่อการทดสอบการใช้งานหรือการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์ รวมถึงช่วยให้เครือข่ายสามารถร่วมกันคัดกรองเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนภายนอกมากขึ้น และเมื่อบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมลงทุนและเทคโนโลยีได้รับการใช้งานจริงในประเทศ จะช่วยสร้างผลงานอ้างอิงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศและขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โดยมีเป้าหมายปลายทางคือการทำให้ธุรกิจจากงานวิจัยไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล และเมื่อธุรกิจเหล่านี้เติบโต ผลประโยชน์จะย้อนกลับมาสู่ประเทศและประชาชนในรูปของการเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีต้นทุนลดลง

Go To Lead


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รุกตลาดยุโรป
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและยกระดับสมุนไพรไทยสู่เวทีสากล โดยได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก นำโดยเอกอัครราชทูตฯ เข้าร่วมแสดงผลงานในงานเทศกาลวัฒนธรรมและสินค้านานาชาติ The Nations’ Fair (Taut? mug?) ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2026 ณ ใจกลางกรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย เพื่อเปิดตลาดและขยายการรับรู้นวัตกรรมสมุนไพรต้นแบบจากการวิจัยในกลุ่มประเทศบอลติกภายในงาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้นำผลงานการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านสมุนไพรไทย ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรม (Prototype) ตลอดจนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้มาตรฐานและมีความโดดเด่น มาจัดแสดงแก่ผู้เข้าชมงาน ร่วมกับสินค้าอัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างกว้างขวาง
การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังคณะผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เข้าร่วมการเสวนาและเจรจาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเครือข่ายพันธมิตรและกลุ่มผู้ประกอบการ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของหน่วยงานภาครัฐไทยในการใช้การทูตเชิงเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์เป็นสะพานเชื่อมต่อภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศ พร้อมตอกย้ำศักยภาพงานวิจัยไทยในการผลักดันสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอย่างยั่งยืน

Go To Lead


ผลักดัน 'Wellness Hub Thailand: The Land of Life'
นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 8 (บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก, บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท, บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BDMS Wellness Clinic ในฐานะผู้สนับสนุนงานการประชุมสุดยอดผู้นำเวลเนสโลก Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) เวทีการประชุมของผู้นำอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสุขภาพระดับนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในวาระครบรอบ 20 ปีของการประชุม ณ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2569 พร้อมกันนี้ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ยังเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนของการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพฝ่ายประเทศไทย ซึ่งดำเนินการโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ครอบคลุมการสนับสนุนกิจกรรมสำคัญตลอดการประชุม อาทิ พื้นที่นำเสนอศักยภาพด้านการแพทย์เชิงป้องกันของไทย และการนำเสนอเส้นทางประสบการณ์สุขภาพ เพื่อถ่ายทอดศักยภาพด้านการแพทย์เชิงป้องกันและ Scientific Wellness ของไทยสู่ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก
โดยรายงานล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในปี 2024 เศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ย 7.9% ต่อปีในช่วงปี 2023–2024 สูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP โลก โดยคาดว่าจะยังคงขยายตัวเฉลี่ยปีละ 7.6% และมีมูลค่าแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกำลังก้าวขึ้นเป็นทิศทางสำคัญของโลก สุขภาพ ท่ามกลางการเติบโตนี้ ประเทศไทยกำลังแสดงศักยภาพที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมเวลเนสระดับนานาชาติ โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 หรือเติบโต 10.1% สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ส่งผลให้ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจสุขภาพอยู่ในอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และอันดับ 24 จาก 218 ประเทศทั่วโลก การเติบโตดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงมูลค่าทางธุรกิจ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การให้ความสำคัญกับการป้องกันก่อนป่วยอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้สุขภาพไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของประเทศ แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าและการเติบโตในระยะยาว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com