Education/Health
Hot News: เมดพาร์คชูจุดยืน ‘โรงพยาบาลรักษาโรคยากซับซ้อน’
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เมดพาร์คชูจุดยืน
‘โรงพยาบาลรักษาโรคยากซับซ้อน’
พราว ปธานวนิช Associate Chief Administrative Officer และ Innovation Division Director โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า โรงพยาบาลเมดพาร์ค ได้รับรางวัล The Most Impactful มีการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ทั้งภาคธุรกิจ นวัตกรรม และสังคม โดยประเมินจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ความต่อเนื่องของโครงการ และศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง สามารถจับต้องได้ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน สะท้อนถึงมาตรฐานการคัดเลือกที่เข้มข้นของเวที Future Trends Awards การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเชิดชูเกียรติยศขององค์กร หากยังสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งสร้างคุณค่าต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของเมดพาร์คในฐานะองค์กรด้านการแพทย์ที่พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่เปิดให้บริการ เมดพาร์คมุ่งดำเนินงานด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลเมดพาร์ค มีจุดยืนอย่างแน่วแน่ในการเป็น ‘โรงพยาบาลรักษาโรคยากซับซ้อน’ และเป็น Flagship Hospital รับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ทั่วประเทศ มารักษาต่อ ด้วยศักยภาพความพร้อมเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งขยายบทบาทขององค์กรไปสู่การสร้างผลกระทบในเชิงสังคมที่กว้างขวาง ผ่านโครงการเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ ชุมชน เทคโนโลยี และการให้บริการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อสังคมในภาพรวม ไม่ใช่แค่การพัฒนาธุรกิจเฉพาะด้านเท่านั้น โดยหนึ่งในผลงานสำคัญที่นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณารางวัลอย่างรอบด้าน คือ โครงการ “Save Doctors, Save People, Save Thailand” โดยมุ่งดูแลบุคลากรทางการแพทย์อย่างยั่งยืน และส่งผลเชิงบวกต่อการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันของประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ เมดพาร์คยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการให้บริการ เพื่อลดช่องว่างของบริการด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ป่วยและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ นัดหมายแพทย์ และระบบตรวจสุขภาพเชิงลึกได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนริเริ่มนำแพลตฟอร์มที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Go To Lead


“HANN” ตั้งเป้าเติบโต 10-13%
เพิ่มรายได้ลูกค้าประกัน
นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN เปิดเผยว่า บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เนชั่นแนล โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร และโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ มีผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้รวม 466.76 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 21.96 ล้านบาท คิดอัตราเติบโตเป็น 3 % เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 21.18 ล้านบาท ผนการดำเนินงานในปี 2569 นี้ บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตของรายได้และผลกำไร อย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-13% โดยบริษัทวางแผนการตลาดเพื่อขยาย 3 ตลาดสำคัญคือ 1.กลุ่มลูกค้าประกัน 2.กลุ่มลูกค้าสวัสดิการของรัฐ คือ โครงการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"บริษัทจะเน้นการทำงานเชิงรุก อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มลูกค้าประกันชีวิต และบริษัทประกันภัย ชั้นนำต่างๆ 3. ลูกค้าเงินสด ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทย และ ประเทศสปป.ลาว บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้าง เครือข่าย สร้างสัมพันธภาพ และขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในพื้นที่มากขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ กิจกรรมแนะนำเยี่ยมชมโรงพยาบาลในเครือให้แก่เจ้าหน้าที่ตัวแทนประกัน นอกจากนี้ยังขยายไปถึง ตัวแทนในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงของรพ.มากขึ้น ได้แก่พื้นที่จังหวัดนครพนม และฝั่งสะหวันนะเขต สปป. ลาว ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีจำนวนของผู้เข้ารับบริการรักษาในกลุ่มลูกค้าประกัน เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวและว่า
บริษัทฯ ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายสู่ตลาดผู้สูงวัยและผู้ชาย เตรียมเปิดตัวศูนย์สุขภาพผู้ชาย โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพ เฉพาะทางสำหรับผู้ชายแห่งแรกของ จังหวัดยโสธร เพื่อการให้บริการ ปัญหาด้านสุขภาพเฉพาะทางของผู้ชายอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และสุขภาพทางเพศ ชูจุดเด่นการดูแลสุขภาพชายแบบองค์รวม (Holistic Men Care) พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ให้บริการครอบคลุมและเข้าใจผู้เข้ารับบริการมากที่สุด ต่อยอดรองรับกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ ภาคอีสาน และ สปป.ลาว เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้

Go To Lead


'บำรุงราษฎร์' ก้าวสู่อันดับ 96 โลก
Newsweek นิตยสารและเว็บไซต์ข่าวชั้นนำ ร่วมกับ Statista บริษัทสำรวจวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านตลาดและผู้บริโภคเชิงลึกที่น่าเชื่อถือระดับโลกของประเทศเยอรมนี ได้ประกาศผลการจัดอันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2569 (World’s Best Hospitals 2026) จำนวน 250 อันดับ ผ่านทาง www.newsweek.com โดยมีโรงพยาบาลกว่า 2,530 แห่ง ใน 32 ประเทศทั่วโลกเข้ารับการประเมิน โดยมีผลประกาศและใจความสำคัญว่า
บำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับที่ 96 จาก 250 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งขยับขึ้นจากอันดับที่ 100 ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเป็นไปตามเป้าหมายที่โรงพยาบาลฯ ได้ตั้งไว้
บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลของไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ 100 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
บำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 (2021-2026) ด้วยคะแนน 80% ในขณะที่โรงพยาบาลที่ได้รับการจัดอันดับที่ 2 ได้คะแนน 87.80% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในคุณภาพของการรักษา การจัดอันดับของ Newsweek และ Statista ได้รับการยอมรับในระดับสากลถึงความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับที่สำคัญในครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขอถือโอกาสนี้มอบคำชื่นชมและคำขอบคุณให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และพนักงานฝ่ายสนับสนุนทุกคนสำหรับความเชี่ยวชาญ ความเห็นอกเห็นใจ และความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการดูแลผู้ป่วยอย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของชื่อเสียงระดับโลกของบำรุงราษฎร์ สิ่งที่น่าสังเกตคือหลักเกณฑ์การประเมินในปี 2569 นั้นมีความเข้มข้นมากกว่าปีก่อน ๆ โดยเพิ่มน้ำหนักตัวชี้วัดด้านคุณภาพของโรงพยาบาล เพิ่มเกณฑ์การรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย ประสบการณ์อันน่าประทับใจของผู้ป่วย รวมถึงกรอบการประเมิน PROMs ที่ละเอียดรัดกุมกว่าเดิม แม้ว่ามาตรฐานจะสูงขึ้น แต่เรายังคงสามารถพัฒนาอันดับของเราให้ดีขึ้นได้จากอันดับ 182 สู่ 134 สู่ 100 และล่าสุด 96 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน รวมถึงเป็นภาพสะท้อนของความไว้วางใจจากประชาคมการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของโลก

Go To Lead


สัตวแพทย์ จุฬาฯ
อันดับ 1 ของไทย TOP 10 เอเชีย
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งเนื่องในโอกาสที่คณะครบรอบ 91 ปี ด้วยการได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย อันดับ 9 ของเอเชีย และอันดับ 34 ของโลก ด้านความเข้มแข็งของงานวิจัยสาขาสัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary Research Integrity) จากการจัดอันดับโดย SCImago Institutions Ranking (Sector: Universities) ประจำปี 2026
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่โดดเด่นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ การได้รับการอ้างอิงในระดับสูง ตลอดจนความร่วมมือด้านวิจัยและวิชาการกับเครือข่ายนักวิจัยทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบต่อวงการสัตวแพทยศาสตร์และสังคมในระดับสากล
สำหรับเกณฑ์การจัดอันดับของ SCImago ประเมินจากตัวชี้วัดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ Research (50%) วัดความเข้มแข็งของผลงานวิจัยและการอ้างอิง Innovation (30%) วัดศักยภาพด้านนวัตกรรมและการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด Societal Impact (20%) วัดการมีส่วนร่วมและการรับรู้ในระดับสาธารณะ การได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าของโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้เพื่อสังคมอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ

Go To Lead


เปิดตัว “British Council IELTS Ambassador”
บริติช เคานซิล (British Council) เปิดตัว British Council IELTS Ambassador กลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่จะร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมถ่ายทอดแนวทางการเตรียมสอบ IELTS ที่จะเปิดโอกาสไปสู่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและโอกาสในการทำงาน โดยเนื้อหาที่อ้างอิงจากประสบการณ์จริง รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัวสอบ IELTS จะถูกเผยแพร่บนช่องทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมต่าง ๆ ของบริติช เคานซิล ในยุคดิจิทัลที่ผู้เรียนและผู้เตรียมสอบภาษาอังกฤษหันมาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านคอนเทนต์ออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น องค์กรด้านการเรียนภาษาจึงต้องปรับบทบาทสู่การเป็นผู้ออกแบบอีโคซิสเต็มการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เครื่องมือที่เหมาะสม และประสบการณ์จริงเข้าไว้ด้วยกัน
บริติช เคานซิล จึงได้นำเสนอแนวทางการเตรียมสอบ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการสอบ IELTS ผ่านคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เข้าใจผู้เรียนยุคใหม่ อย่าง “British Council IELTS Ambassador” ได้แก่ อ้อ–ทรัพย์มณี สุมะนัสชัย ออม–จิรภัค พรหมศรี ก๊อง–จิรภัทร บุญมี และ ไนซ์–กัญจนพร รวมครบุรี จะร่วมสร้างสรรค์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย บอกเล่าประสบการณ์การเตรียมตัวก่อนลงสนามสอบ รวมถึงร่วมแบ่งปันเทคนิคการทำข้อสอบอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนยุคใหม ผู้สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์การเตรียมสอบจาก British Council IELTS Ambassador ที่จะมาอัปเดตเทคนิคและสาระน่ารู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ IELTS British Council Thailand

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com