|
|
เมดพาร์คชูจุดยืน โรงพยาบาลรักษาโรคยากซับซ้อน
พราว ปธานวนิช Associate Chief Administrative Officer และ Innovation Division Director โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า โรงพยาบาลเมดพาร์ค ได้รับรางวัล The Most Impactful มีการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ทั้งภาคธุรกิจ นวัตกรรม และสังคม โดยประเมินจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ความต่อเนื่องของโครงการ และศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง สามารถจับต้องได้ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน สะท้อนถึงมาตรฐานการคัดเลือกที่เข้มข้นของเวที Future Trends Awards การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเชิดชูเกียรติยศขององค์กร หากยังสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งสร้างคุณค่าต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของเมดพาร์คในฐานะองค์กรด้านการแพทย์ที่พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่เปิดให้บริการ เมดพาร์คมุ่งดำเนินงานด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลเมดพาร์ค มีจุดยืนอย่างแน่วแน่ในการเป็น โรงพยาบาลรักษาโรคยากซับซ้อน และเป็น Flagship Hospital รับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ทั่วประเทศ มารักษาต่อ ด้วยศักยภาพความพร้อมเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งขยายบทบาทขององค์กรไปสู่การสร้างผลกระทบในเชิงสังคมที่กว้างขวาง ผ่านโครงการเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ ชุมชน เทคโนโลยี และการให้บริการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อสังคมในภาพรวม ไม่ใช่แค่การพัฒนาธุรกิจเฉพาะด้านเท่านั้น โดยหนึ่งในผลงานสำคัญที่นำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณารางวัลอย่างรอบด้าน คือ โครงการ Save Doctors, Save People, Save Thailand โดยมุ่งดูแลบุคลากรทางการแพทย์อย่างยั่งยืน และส่งผลเชิงบวกต่อการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันของประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ เมดพาร์คยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการให้บริการ เพื่อลดช่องว่างของบริการด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ป่วยและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ นัดหมายแพทย์ และระบบตรวจสุขภาพเชิงลึกได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนริเริ่มนำแพลตฟอร์มที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Go To Lead
|
HANN ตั้งเป้าเติบโต 10-13% เพิ่มรายได้ลูกค้าประกัน
นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN เปิดเผยว่า บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เนชั่นแนล โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร และโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ มีผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีรายได้รวม 466.76 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 21.96 ล้านบาท คิดอัตราเติบโตเป็น 3 % เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 21.18 ล้านบาท ผนการดำเนินงานในปี 2569 นี้ บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตของรายได้และผลกำไร อย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-13% โดยบริษัทวางแผนการตลาดเพื่อขยาย 3 ตลาดสำคัญคือ 1.กลุ่มลูกค้าประกัน 2.กลุ่มลูกค้าสวัสดิการของรัฐ คือ โครงการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"บริษัทจะเน้นการทำงานเชิงรุก อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มลูกค้าประกันชีวิต และบริษัทประกันภัย ชั้นนำต่างๆ 3. ลูกค้าเงินสด ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทย และ ประเทศสปป.ลาว บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้าง เครือข่าย สร้างสัมพันธภาพ และขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในพื้นที่มากขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ กิจกรรมแนะนำเยี่ยมชมโรงพยาบาลในเครือให้แก่เจ้าหน้าที่ตัวแทนประกัน นอกจากนี้ยังขยายไปถึง ตัวแทนในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงของรพ.มากขึ้น ได้แก่พื้นที่จังหวัดนครพนม และฝั่งสะหวันนะเขต สปป. ลาว ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีจำนวนของผู้เข้ารับบริการรักษาในกลุ่มลูกค้าประกัน เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวและว่า
บริษัทฯ ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายสู่ตลาดผู้สูงวัยและผู้ชาย เตรียมเปิดตัวศูนย์สุขภาพผู้ชาย โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพ เฉพาะทางสำหรับผู้ชายแห่งแรกของ จังหวัดยโสธร เพื่อการให้บริการ ปัญหาด้านสุขภาพเฉพาะทางของผู้ชายอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และสุขภาพทางเพศ ชูจุดเด่นการดูแลสุขภาพชายแบบองค์รวม (Holistic Men Care) พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ให้บริการครอบคลุมและเข้าใจผู้เข้ารับบริการมากที่สุด ต่อยอดรองรับกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ ภาคอีสาน และ สปป.ลาว เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้
Go To Lead
|
|
'บำรุงราษฎร์' ก้าวสู่อันดับ 96 โลก
Newsweek นิตยสารและเว็บไซต์ข่าวชั้นนำ ร่วมกับ Statista บริษัทสำรวจวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านตลาดและผู้บริโภคเชิงลึกที่น่าเชื่อถือระดับโลกของประเทศเยอรมนี ได้ประกาศผลการจัดอันดับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2569 (Worlds Best Hospitals 2026) จำนวน 250 อันดับ ผ่านทาง www.newsweek.com โดยมีโรงพยาบาลกว่า 2,530 แห่ง ใน 32 ประเทศทั่วโลกเข้ารับการประเมิน โดยมีผลประกาศและใจความสำคัญว่า
บำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับที่ 96 จาก 250 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งขยับขึ้นจากอันดับที่ 100 ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเป็นไปตามเป้าหมายที่โรงพยาบาลฯ ได้ตั้งไว้
บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลของไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ 100 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
บำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 (2021-2026) ด้วยคะแนน 80% ในขณะที่โรงพยาบาลที่ได้รับการจัดอันดับที่ 2 ได้คะแนน 87.80% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในคุณภาพของการรักษา การจัดอันดับของ Newsweek และ Statista ได้รับการยอมรับในระดับสากลถึงความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับที่สำคัญในครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขอถือโอกาสนี้มอบคำชื่นชมและคำขอบคุณให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และพนักงานฝ่ายสนับสนุนทุกคนสำหรับความเชี่ยวชาญ ความเห็นอกเห็นใจ และความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการดูแลผู้ป่วยอย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของชื่อเสียงระดับโลกของบำรุงราษฎร์ สิ่งที่น่าสังเกตคือหลักเกณฑ์การประเมินในปี 2569 นั้นมีความเข้มข้นมากกว่าปีก่อน ๆ โดยเพิ่มน้ำหนักตัวชี้วัดด้านคุณภาพของโรงพยาบาล เพิ่มเกณฑ์การรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย ประสบการณ์อันน่าประทับใจของผู้ป่วย รวมถึงกรอบการประเมิน PROMs ที่ละเอียดรัดกุมกว่าเดิม แม้ว่ามาตรฐานจะสูงขึ้น แต่เรายังคงสามารถพัฒนาอันดับของเราให้ดีขึ้นได้จากอันดับ 182 สู่ 134 สู่ 100 และล่าสุด 96 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน รวมถึงเป็นภาพสะท้อนของความไว้วางใจจากประชาคมการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของโลก
Go To Lead
|
สัตวแพทย์ จุฬาฯ อันดับ 1 ของไทย TOP 10 เอเชีย
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งเนื่องในโอกาสที่คณะครบรอบ 91 ปี ด้วยการได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย อันดับ 9 ของเอเชีย และอันดับ 34 ของโลก ด้านความเข้มแข็งของงานวิจัยสาขาสัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary Research Integrity) จากการจัดอันดับโดย SCImago Institutions Ranking (Sector: Universities) ประจำปี 2026
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่โดดเด่นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ การได้รับการอ้างอิงในระดับสูง ตลอดจนความร่วมมือด้านวิจัยและวิชาการกับเครือข่ายนักวิจัยทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบต่อวงการสัตวแพทยศาสตร์และสังคมในระดับสากล
สำหรับเกณฑ์การจัดอันดับของ SCImago ประเมินจากตัวชี้วัดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ Research (50%) วัดความเข้มแข็งของผลงานวิจัยและการอ้างอิง Innovation (30%) วัดศักยภาพด้านนวัตกรรมและการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด Societal Impact (20%) วัดการมีส่วนร่วมและการรับรู้ในระดับสาธารณะ การได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าของโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้เพื่อสังคมอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ
Go To Lead
|
|
เปิดตัว British Council IELTS Ambassador
บริติช เคานซิล (British Council) เปิดตัว British Council IELTS Ambassador กลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่จะร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมถ่ายทอดแนวทางการเตรียมสอบ IELTS ที่จะเปิดโอกาสไปสู่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและโอกาสในการทำงาน โดยเนื้อหาที่อ้างอิงจากประสบการณ์จริง รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัวสอบ IELTS จะถูกเผยแพร่บนช่องทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมต่าง ๆ ของบริติช เคานซิล ในยุคดิจิทัลที่ผู้เรียนและผู้เตรียมสอบภาษาอังกฤษหันมาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านคอนเทนต์ออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น องค์กรด้านการเรียนภาษาจึงต้องปรับบทบาทสู่การเป็นผู้ออกแบบอีโคซิสเต็มการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เครื่องมือที่เหมาะสม และประสบการณ์จริงเข้าไว้ด้วยกัน
บริติช เคานซิล จึงได้นำเสนอแนวทางการเตรียมสอบ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการสอบ IELTS ผ่านคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เข้าใจผู้เรียนยุคใหม่ อย่าง British Council IELTS Ambassador ได้แก่ อ้อทรัพย์มณี สุมะนัสชัย ออมจิรภัค พรหมศรี ก๊องจิรภัทร บุญมี และ ไนซ์กัญจนพร รวมครบุรี จะร่วมสร้างสรรค์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย บอกเล่าประสบการณ์การเตรียมตัวก่อนลงสนามสอบ รวมถึงร่วมแบ่งปันเทคนิคการทำข้อสอบอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนยุคใหม ผู้สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์การเตรียมสอบจาก British Council IELTS Ambassador ที่จะมาอัปเดตเทคนิคและสาระน่ารู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ IELTS British Council Thailand
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|