|
|
'EtonHouse' ชู 3 ภาษาที่พร้อมสำหรับอนาคตสู่ประเทศไทย
นาย Ng Yi-Xian ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม EtonHouse International Education Group กล่าวว่า กลุ่มการศึกษานานาชาติ EtonHouse International Education Group ได้ขยายการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดตัว โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ (Middleton International School Bangkok: MISB) ส่วนหนึ่งของเครือ EtonHouse Group ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการจัดการศึกษาคุณภาพสูงใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย ตะวันออกกลาง และภูฏาน โดย MISB เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่มีมาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา ควบคู่ไปกับการผสานบริบทและวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ปรัชญาการเรียนการสอนของโรงเรียนมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการและการดูแลสุขภาวะของผู้เรียน โดยยึดแนวทางการเรียนรู้แบบสืบค้นเป็นหลัก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจแนวคิดทางการศึกษาจาก Reggio Emilia
ทั้งนี้ โรงเรียนได้รับการสนับสนุนด้วยกรอบหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ International Primary Curriculum (สหราชอาณาจักร), Singapore Mathematics, Cambridge IGCSE และ International A-Levels นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถเข้าร่วม EtonHouse Global Classrooms เพื่อเชื่อมต่อกับนักเรียนและครอบครัวจากโรงเรียนในเครือทั่วโลก ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนระยะสั้นและระยะยาว การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทางวัฒนธรรม และโครงการความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ด้วยจุดเด่นของหลักสูตรสามภาษาที่ออกแบบอย่างรอบด้าน โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์การเรียนรู้แบบเข้มข้นในภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาจีนกลาง หลักสูตรดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางความคิดและความเข้าใจทางวัฒนธรรม ช่วยเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถปรับตัวและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังคงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการศึกษานานาชาติที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโรงเรียนนานาชาติกว่า 100 แห่งเปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากครอบครัวชาวต่างชาติและผู้ปกครองชาวไทยที่มีมุมมองระดับสากลและมองหาเส้นทางการศึกษาที่หลากหลาย โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ จึงตอบสนองบริบทดังกล่าว ด้วยการนำเสนอหลักสูตรนานาชาติที่มีมาตรฐานสูงและเข้าถึงได้ พร้อมทั้งการสร้างความเชื่อมโยงข้ามวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพื่อปลูกฝังทักษะการปรับตัว ความเห็นอกเห็นใจ และความเป็นพลเมืองโลกให้แก่นักเรียนทุกคน
MISB เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery 1 ถึง Grade 4 และมีแผนขยายระดับชั้นอย่างต่อเนื่องจนรองรับนักเรียนอายุไม่เกิน 18 ปี
Go To Lead
|
Brighton College กำหนดการจัดงาน Open House
Brighton College Bangkok Vibhavadi ประกาศเปิดตัวโครงการทุนการศึกษาประจำปี 2026 พร้อมทั้งจัดงาน Open House เพื่อเชิญชวนครอบครัวที่สนใจมาสัมผัสประสบการณ์โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับการปลูกฝังคุณธรรม ความมั่นใจ และความใฝ่รู้ โดย Brighton College Bangkok Vibhavadi เปิดรับสมัครนักเรียนที่มีความสามารถเพื่อรับทุนการศึกษา 3 ประเภท ได้แก่ ทุนวิชาการ ทุนดนตรี และทุนกีฬา โดยแต่ละทุนออกแบบมาเพื่อยกย่องและสนับสนุนความสามารถและศักยภาพที่โดดเด่น โดยเปิดรับสมัครผู้สมัครภายนอกที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ Year 9 (เข้าหลักสูตร IGCSE) และ Year 11 (เข้าหลักสูตร A Level) การพิจารณาทุนจะอิงจากผลการประเมินในวัน Scholarship Day วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2026 ผู้ที่ได้รับทุนจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 5%40%
สำหรับทุนแบ่งเป็น ทุนดนตรี เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ Year 4 ถึง Year 11 โดยมอบทุนจำนวน 2 ทุนต่อระดับ (Upper Key Stage 2 Key Stage 5) ผู้สมัครต้องแสดงความเป็นเลิศทางดนตรีที่ได้รับการรับรองโดย ABRSM, Trinity หรือใบรับรองเทียบเท่า ทุนกีฬา เปิดรับสมัครนักเรียน Year 4 ถึง Year 11 สำหรับผู้ที่แข่งขันกีฬาในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติในกีฬาอย่างน้อย 1 ชนิดการประเมินทุนการศึกษาทุกประเภทจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2026 สำหรับผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น
นอกจากนี้ Brighton College Bangkok Vibhavadi ขอเชิญครอบครัวที่สนใจเข้าร่วมงาน Open House เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา ผู้เข้าร่วมงานจะได้เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย พบปะครูผู้สอนที่มีความเป็นเลิศ และค้นพบแนวทางของโรงเรียนในการส่งเสริมนักเรียนทุกคนให้เป็นผู้ที่มั่นใจ ใฝ่รู้ และมีเมตตา ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม และวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2026
Go To Lead
|
จุฬาฯ เปิดตัว ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์
ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัม คือการควบคุมสมบัติและสถานะของอนุภาคตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งปัจจุบันหลักการทางควอนตัมได้เข้ามามีบทบาทและถูกใช้เป็น แกนหลักในเทคโนโลยีที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเรียบร้อยแล้ว อาทิ สมาร์ทโฟน โซล่าเซลล์ หรือเครื่อง MRI ที่ใช้ในการแพทย์ ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ผนวกกับการมาของควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computers) เทคโนโลยีขั้นกว่าที่ใช้งานหลักการทางควอนตัมในระดับสูงสุด เพื่อมาใช้คำนวณแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถถอดการเข้ารหัสทางดิจิตอลในปัจจุบันได้ ซึ่งการมาของ ควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบเศรษฐกิจระดับโลก
"จุฬาฯ ได้ก่อตั้งศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ หรือ Siam Quantum Square (SQ?) ขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาการและเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงนักวิจัย กับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ของประเทศ ที่ผ่านมา ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีควอนตัมไปใช้จริงในภาคส่วนต่าง ๆ โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย ชั้นนำทั่วโลก เช่น การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย EPFL จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ CERN เพื่อศึกษาการนำไปใช้ของ Quantum AI ในฟิสิกส์พลังงานสูง (high energy physics) เพื่อพัฒนาวิธีการจำลองการเกิดของอนุภาคพลังงานสูง อันนำไปสู่ความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับธรรมชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" ศ.ดร.ประณัฐ กล่าว
นอกจากนี้ ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ ยังได้พัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เกี่ยวกับ ด้านเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง โดยมุ่งเน้นทั้งทางด้านตัวทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ ผู้เรียนสำหรับการมาถึงตลาดงานทางด้านควอนตัมทั่วโลก โดยทางศูนย์ฯ ยังเตรียมร่วมมือหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรกับมหาวิทยาลัย Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST) ประเทศเกาหลี และสถาบันวิจัย National Institute for Materials Science (NIMS) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งพร้อมร่วมมือกับ IBM บันฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจ ไทยในการเข้าสู่ยุคควอนตัม
Go To Lead
|
|
ไทยเตรียมปรับ มาตรฐานความหวานใหม่
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ กรมอนามัยจึงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย หวานปกติ เท่ากับหวาน 50%เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและการสื่อสารเชิงนโยบายให้เกิดผลในระดับประเทศ กรมอนามัยขอเชิญชวนประชาชนร่วมเปิดใจ ทดลอง และเลือกเครื่องดื่มที่หวานน้อยลง เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มชงทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพคนไทยอย่างยั่งยืน กรมอนามัยกับภาคีเครือข่ายมีแผนเปิดตัวแคมเปญ หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50% อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนนโยบายด้านโภชนาการที่สำคัญในระดับประเทศ ขอให้ประชาชนติดตามรายละเอียดการดำเนินงาน และโปรโมชั่นดีๆจากแบรนด์เครื่องดื่มแต่ละแบรนด์ หวานปกติ
กำลังเปลี่ยนไป เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงระบบระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้มีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มชงหลายรายที่เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนนโยบายร่วมกับกรมอนามัย รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมกาแฟไทย และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ การปรับมาตรฐานความหวานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการตัดความหวาน แต่เป็นการปรับ ความคุ้นชิน ของคนไทยสู่ความพอดี เพื่อให้ยังคงความอร่อย สามารถดื่มได้ตามปกติ และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยไม่ได้ไปปรับเลี่ยนสูตรเครื่องดื่มของแต่ละแบรนด์ แต่เพียงลดระดับความหวานที่เป็นปกติลงครึ่งนึงเท่านั้น ซึ่งก็เท่ากับสูตรหวาน 50% ที่แต่ละแบรนด์มีอยู่แล้ว
Go To Lead
|
ไวทัลไลฟ์ เปิดตัว Longevity Ecosystem
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยว่า Longevity Ecosystem เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรชั้นนำด้านการท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อมอบการดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อตั้งแต่โรงพยาบาลถึงชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดี กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยึดมั่นในพันธกิจการส่งมอบการดูแลสุขภาพระดับโลก ที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในเอเชีย โดยโรงพยาบาลฯ สร้างชื่อเสียงขึ้นมาจากการรักษาโรคและเป็นที่พึ่งในยามที่ผู้คนเจ็บป่วย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้คนไม่ต้องการระบบสุขภาพที่รอให้ ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีอยู่เสมอ นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีคิดของคนในปัจจุบันเกี่ยวกับสุขภาพ ที่สถาบันทางการแพทย์ต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้
นภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า โมเดลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรนี้ มีความสำคัญไม่ใช่แค่กับวงการสุขภาพ แต่กับโลกธุรกิจโดยรวม โดยข้อมูล เศรษฐกิจแห่งความร่วมมือ (Collaboration Economy) พบว่า เกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกในปัจจุบัน มาจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจและพันธมิตร โดย 73% ขององค์กรชั้นนำ ได้วางกลยุทธ์ด้านพันธมิตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักทางธุรกิจ จากข้อมูลยังพบว่า องค์กรจำนวนมากสร้างรายได้ถึง 30-60% จากพันธมิตรและความร่วมมือ ดังนั้นโอกาสทางธุรกิจที่มาจากพันธมิตร จึงมีอัตราความสำเร็จในการปิดการขายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับช่องทางการตลาดและการขายอื่น ๆ
ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า ตลาดไลฟ์สไตล์เพื่อการมีอายุยืนยาวคาดว่าจะเติบโตจาก 58.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เป็น 183.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือโอกาสสำคัญของโมเดลนี้ เพราะเป็นตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และประเทศไทยยังเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|