Education/Health/Culture
Hot News: 'ศธ.' เล็งสร้างโรงเรียนอีลิท //'กศน.' พัฒนาหลักสูตรออนไลน์//'รพ.สงฆ์' ตั้งคลินิกเลิกสูบบุหรี่ เขตปลอดบุหรี่ 100%//สธ.ไฟเขียวคลินิก "กัญชาทางการแพทย์"
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ศธ.' เล็งสร้างโรงเรียนอีลิท
รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเน้นย้ำเรื่องพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งในเรื่องการรับนักเรียนเข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2563 นั้น เบื้องต้น รมว.ศธ. อยากสร้างโรงเรียนอีลิท (Elite) ที่มีแต่เด็กเก่ง เด็กหัวกะทิเข้าเรียน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ กพฐ. ที่เสนอให้มีโรงเรียนที่รับนักเรียนโดยการสอบเข้า 100% เพื่อคัดกรองเด็กเก่งเข้าเรียน แต่แนวคิดดังกล่าวยังมีนักวิชาการบางกลุ่มมองว่า เป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมให้มากขึ้น ดังนั้น จึงต้องหารือกับผู้เกี่ยวข้องให้รอบด้านก่อน ซึ่งขณะนี้มีเวลาเหลืออีกครึ่งปีหากข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นชอบ โรงเรียนที่จะรับนักเรียนโดยใช้วิธีสอบเข้า 100% ยังสามารถเตรียมความพร้อมได้ทันแน่นอน

Go To Lead


'กศน.' พัฒนาหลักสูตรออนไลน์
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ขั้นพื้นฐานสู่ภาคอาชีวศึกษา เปิดโครงการค่ายอบรมพัฒนาบุคลิกภาพผู้เรียน เป็นส่วนหนึ่งของการปรับภาพลักษณ์ของผู้เรียน กศน.ซึ่งมีการเรียนรู้ในมิติที่แตกต่าง ที่ผ่านมามีการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพเรียน จบแล้วมีงานทำ การพัฒนาบุคลิกภาพเป็นเครื่องมือที่สำคัญของบุคคลที่จะต้องเกี่ยวข้องในการทำงาน การพบปะเมื่อแรกเห็นจะเกิดความประทับใจกัน ยังต้องอาศัยทั้งทักษะ การวางตัว และการรักษาภาพลักษณ์อย่างมืออาชีพ การพัฒนาบุคลิกภาพ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทั้งนี้ นอกจากการเรียนในระบบ กศน.ตามปกติแล้ว ยังพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ให้ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เรียน กศน.สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความถนัด
นอกจากนี้ ได้พัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษให้ผู้เรียน กศน.พูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา รวมถึงส่งเสริมให้เรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เป็นภาษาที่ 3 ด้วย ผู้เรียน กศน.เป็นกำลังที่สำคัญของประเทศ ขอให้ตั้งใจเรียนเรียนวิชาชีพได้มากและหลากหลาย ศธ.รับงานจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาจำนวนมาก เพื่อจะมาพัฒนาการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ต่อไปจะรวบรวมคนที่เรียน กศน.แล้วประสบความสำเร็จมาเป็นตัวอย่างดังนั้น ขอให้มั่นใจ พัฒนาตัวเองให้ดี

Go To Lead


'รพ.สงฆ์' ตั้งคลินิกเลิกสูบบุหรี่ เขตปลอดบุหรี่ 100%
นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูลของโรงพยาบาลสงฆ์ พบว่า พระสงฆ์สามเณรที่อาพาธ จำนวน 59,000 รูป ในจำนวนนี้มีประวัติการสูบบุหรี่ ประมาณ 18,000 รูป หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของพระสงฆ์สามเณรที่อาพาธ โดยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ซึ่งทำให้มรณภาพ เช่น โรคมะเร็งปอด ถุงลมปอดโป่งพอง วัณโรคปอด มะเร็งตับ เส้นเลือดในสมองตีบ เป็นต้น ทั้งนี้ การสูบบุหรี่เป็นปัญหาสังคมและสุขภาพ ควันบุหรี่ในอากาศเกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ แอมโมเนีย ฟอร์มาลดีไฮด์และสารก่อมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่ผู้ได้รับควันบุหรี่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 30 และควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมาภายหลังจากการดูดควันบุหรี่เข้าปอด
นายแพทย์ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ของกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้มีการคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตามประกาศกระทรวง สถานที่ราชการทุกแห่งต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% และเป็นสถานที่ให้การรักษาผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ โรงพยาบาลสงฆ์ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งโครงการคลินิกเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา โดยบูรณาการการรักษาจากสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงดำเนินการในเชิงรุกต่างๆ เช่น จัดนิทรรศการรณรงค์เลิกสูบบุหรี่โลก การออกหน่วยให้ความรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ ที่วัดโรงเรียนพระปริยัติธรรม และรับสมัครพระสงฆ์สามเณรเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมามีพระภิกษุสามเณรที่เข้าร่วมโครงการประมาณร้อยละ 10 สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ทั้งนี้โครงการคลินิกเลิกสูบบุหรี่ของโรงพยาบาลสงฆ์กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานคือ ต้องไม่มีพระสงฆ์สามเณรสูบบุหรี่และโรงพยาบาลสงฆ์เป็นเขตปลอดบุหรี่ 100%

Go To Lead


สธ.ไฟเขียวคลินิก "กัญชาทางการแพทย์"
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อโรงพยาบาลได้รับสารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรมแล้ว จะเปิดให้บริการตามความพร้อมของโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในรายชื่อที่ต้องใช้สารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ โดยบุคลากรทางการแพทย์ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรที่ผ่านการอบรม พร้อมให้การดูแลประชาชนให้เข้าถึงการใช้สารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์อย่างปลอดภัย สร้างโอกาสทางการรักษา สร้างเศรษฐกิจและรายได้ประชาชนมีกลไกการดำเนินงานที่รัดกุมตามกฎหมาย โดยให้โรงพยาบาลตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคลินิก จัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลรักษา ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาสำหรับแพทย์ แพทย์แผนไทยและสหวิชาชีพ
ในการรับบริการโรงพยาบาลจะคัดกรองโรคและอาการตามเกณฑ์ข้อบ่งใช้ เมื่อเข้าเกณฑ์จะส่งต่อคลินิกกัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาล 12 แห่ง ได้แก่ รพ.ลำปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ รพ.สระบุรี รพ.ราชบุรี รพ.ระยอง รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.บุรีรัมย์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และในเดือน ก.ย.สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย 7 แห่งจะได้รับน้ำมันกัญชาสูตรตำรับแพทย์แผนไทย ได้แก่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ รพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ และ รพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com