Education/Health
Hot News: 'รพ.ศุขเวช ' เร่งขยายเพิ่ม 50 สาขา ดูแลผู้สูงอายุกว่า 1,000 เตียง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'รพ.ศุขเวช ' เร่งขยายเพิ่ม 50 สาขา
ดูแลผู้สูงอายุกว่า 1,000 เตียง
นายเจษฎา ณ ปลอด กรรมการบริษัท นวศรี การแพทย์ จำกัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศุขเวช เปิดเผยว่า การให้บริการของโรงพยาบาลการก้าวสู่ปีที่ 29 ถือเป็นความสำเร็จและการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจเวลเนสและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาให้บริการจำนวน 13 แห่ง กว่า 250 เตียง และมีเป้าหมายจะขยายเป็น 50 สาขาจำนวน 1,000 เตียง ภายใน 5 ปี เนื่องจากมีความพร้อมทั้งบุคลากรและบริการต่าง ๆ ของบริษัทในเครือ ซึ่งสามารถรองรับกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันธุรกิจเวลเนสและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นบริการมีความสำคัญต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ จึงมั่นใจว่าธุรกิจในเครือโรงพยาบาลศุขเวชจะสามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีบริการต่าง ๆ อย่างครบวงจร
กว่า 60 แห่งทั่วประเทศใช้บริการดังกล่าว และบริการ ALL CARE เป็นบริการส่งนักบริบาลไปดูแลผู้สูงอายุและคนไข้ติดเตียงถึงบ้าน
นอกจากธุรกิจดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุแล้ว บริษัทฯ ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่สามารถรองรับตลาดเวลเนสได้เป็นอย่างดี เช่น บริการ Life Diag เป็นธุรกิจห้องปฏิบัติการและตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ สำหรับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งธุรกิจ AFFINOME ซึ่งเป็นในผู้พัฒนาชุดตรวจคัดกรองโรคอัลไซเมอร์จากน้ำลาย รวมทั้งผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับผู้สูงอายุทุกชนิด นอกจากนี้แล้วยังมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด PETCH NAVA HOPE CARE ที่ให้บริการแบบ VIP ทั้งยังมีธุรกิจรีสอร์ทและเวลเนสสำหรับผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติ YAJAI BEACH RESORT อยู่ที่หาดจ้าวหลาว จังหวัดจันทบุรี และมีโรงเรียนกรุงเทพอินเตอร์การบริบาล สำหรับผลิตผู้ช่วยพยาบาลและผู้ดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยรวมทั้งบริการต่าง ๆ ของโรงพยาบาล อีกบริการหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีคือ GOLDEN CARE TRAVEL เป็นบริการท่องเที่ยวต่างประเทศสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว ภายใต้การดูแลของทีมสุขภาพของโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเดินทางทั้งก่อนและหลังการเดินทาง

Go To Lead


'โรงพยาบาลพระรามเก้า'
ฉลองครบรอบ 34 ปี
โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี เปิดแคมเปญโปรสุขภาพครั้งใหญ่แห่งปี ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “SELF-CARE IS HEALTHCARE” ชวนทุกสายสปอร์ตและคนรักสุขภาพมาเช็กความฟิต ก่อนออกไปสนุกกับทุกกิจกรรม ด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพและโปรแกรมคัดกรองโรคเฉพาะทางกว่า 70 รายการ ลดสูงสุดกว่า 60% ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท แคมเปญนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ออกแบบแพ็กเกจตรวจสุขภาพให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ชื่นชอบ และช่วงวัยของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจ Active, Fit, Firm, Smart, Strong, Premium, Preventive หรือ Special สำหรับผู้หญิงและผู้ชายในช่วงอายุ 30+, 40+ และ 50+ ครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจเชิงลึก และการคัดกรองโรคสำคัญ เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคมะเร็ง โรคสมอง และโรคกระดูก เพื่อช่วยค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายวิ่งมาราธอน ไตรกีฬา ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ดำน้ำ กอล์ฟ ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน หรือสายฟิตเนส การมีร่างกายที่แข็งแรงและรู้เท่าทันสุขภาพของตัวเอง คือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ เพราะเมื่อร่างกายพร้อม คุณก็พร้อมสนุกกับทุกกิจกรรม ออกกำลังกายได้อย่างเต็มศักยภาพ ท้าทายทุกขีดจำกัด และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เพราะทุกสนามเริ่มต้นจากร่างกายที่พร้อม และทุกเป้าหมายสำเร็จได้…เมื่อสุขภาพแข็งแรง พิเศษ! ซื้อแพ็กเกจตามยอดที่กำหนด รับของที่ระลึกครบรอบ 34 ปี เช่น PR9 Gift Voucher, กระบอกน้ำ, ร่มกอล์ฟ CAT9 และกระเป๋าฟิตเนส CAT9 ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล
ซื้อแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ www.praram9.com หรือที่เคาน์เตอร์จำหน่ายแพ็กเกจ อาคาร A ชั้น 2 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 สามารถเข้ารับบริการได้ถึง 31 พฤษภาคม 2570 (ช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค.69 ไม่สามารถใช้บริการได้) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1270 หรือ LINE Official: @praram9hospital ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด

Go To Lead


'กรมอนามัย' ชู “เด็กเกิดน้อย
แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ 380,000 คน ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate: TFR) อยู่ที่ประมาณ 1.0 คนต่อสตรี 1 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 อย่างมาก สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” เนื่องจากมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 และมีแนวโน้มก้าวสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society)” ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง มาจากหลายสาเหตุ ทั้งภาระค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงในการทำงาน การแต่งงานช้า และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจมีบุตร และหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป จะกระทบต่อกำลังแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงระบบสวัสดิการและบริการสาธารณสุขในระยะยาว
“การสร้างประชากรไทยให้ได้คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ กรมอนามัยจึงเร่งดำเนินการสร้าง “เด็กคุณภาพ” ให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม และขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามแนวคิด Nurturing Care Framework หรือการดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่รอบด้าน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า วิกฤตประชากรของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องจำนวนเด็กเกิดน้อย แต่เป็นเรื่องของการสร้าง “ทุนมนุษย์คุณภาพ” เพื่อรองรับอนาคตของประเทศหากเด็กมีสุขภาพดี มีพัฒนาการสมวัย ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม และเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น เด็กจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในอีก 20-30 ปีข้างหน้า การแก้ปัญหาประชากรเกิดน้อยไม่สามารถอาศัยมาตรการด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา แรงงาน และสวัสดิการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตร และทำให้คนรุ่นใหม่สามารถตัดสินใจสร้างครอบครัวได้อย่างมั่นใจ

Go To Lead


นักศึกษาสาขาวิชา JBC
ศรีปทุม โชว์ศักยภาพ
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ (JBC) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Chiba Tourism Presentation Competition” ขึ้น ซึ่งถือเป็นกิจกรรมปิดท้ายของรายวิชาการนำเสนอทางธุรกิจภาษาญี่ปุ่น โดยงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกวดทักษะทางภาษาทั่วไป แต่เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงผลสำเร็จขั้นสูงทางการศึกษาของหลักสูตร JBC ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้วิเคราะห์ทรัพยากรการท่องเที่ยวของท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น และนำเสนอแผนธุรกิจที่นำไปปฏิบัติได้จริงสู่สังคม
ที่มาและภาพรวมการแข่งขัน: การตั้งเป้าสู่ “ภาษาญี่ปุ่นธุรกิจที่มีชีวิต” นอกห้องเรียนการแข่งขันในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในวิชา “JBC433: ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการนำเสนอทางธุรกิจ” โดยมีทีมที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกทั้งหมด 9 ทีม (รวม 40 คน) ขึ้นสู่เวทีรอบชิงชนะเลิศ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของจังหวัดชิบะ โดยจัดขึ้นในรูปแบบการนำเสนอกลุ่ม ซึ่งนักศึกษาได้ถ่ายทอดแนวคิดที่สร้างสรรค์และมีตรรกะทางธุรกิจที่น่าดึงดูดใจทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับภาคเอกชนญี่ปุ่น: ได้รับการสนับสนุนพิเศษจาก Mani Mani (Thailand) Co., Ltd.ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบจากบริษัท Mani Mani (Thailand) Co., Ltd. ผู้นำด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่น โดยในวันงานได้รับเกียรติจาก คุณเคนอิจิ วาตานาเบะ (Mr. Kenichi WATANABE) กรรมการผู้จัดการ และคุณมิซึกิ อิโต (Ms. Mizuki ITO) เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินพิเศษ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในมุมมองของมืออาชีพ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้มอบเกียรติบัตรและเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะ รวมถึงมอบของที่ระลึกคาแรคเตอร์ประจำจังหวัดชิบะ “ชิบะคุง (CHI-BA+KUN)” ให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมงานทุกคน ซึ่งสร้างแรงบันาลใจเป็นอย่างมากยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกนักศึกษาที่ประสงค์จะเข้าร่วม “โครงการศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ (Chiba Prefecture Tourism Study Program)” ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสินค้าพื้นเมืองจังหวัดชิบะ (Chiba Prefectural Tourism & Local Products Association) โดยมีบริษัท Mani Mani (Thailand) Co., Ltd. เป็นผู้ประสานงานในประเทศไทย ซึ่งในสัปดาห์หน้า วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม มีกำหนดการจัดสอบสัมภาษณ์สำหรับนักศึกษา 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสาร แนะนำการท่องเที่ยว

Go To Lead


'บริติช เคานซิล'
เปิดรับสมัครทุนประจำปี 2569
มร.แดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน Connections Through Culture (CTC) ประจำปี 2569 สนับสนุนความร่วมมือด้านความคิดสร้างสรรค์แบบทวิภาคี การแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม และความร่วมมือระยะยาวระหว่างองค์กรสร้างสรรค์ ในสหราชอาณาจักรและ 35 ประเทศที่เข้าร่วมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยในปีนี้ได้มีการขยายขอบเขตการให้ทุนเพิ่มขึ้น ให้ครอบคลุมทุนสำหรับงานเบียนนาเล่ สาขาทัศนศิลป์ และหรือทุนสำหรับงานเบียนนาเล่และเทศกาลด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบ และแฟชั่น ซึ่งการขยายขอบเขตของโครงการในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดแพลตฟอร์มสนับสนุนแบบครบวงจร ด้านการแสดงออกทางศิลปะในหลากหลายแขนง ตั้งแต่ทัศนศิลป์และดนตรี ไปจนถึงวรรณกรรม ศิลปะการแสดง สถาปัตยกรรม การออกแบบ และภาพยนตร์
“โครงการทุน Connections Through Culture ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ที่สอดรับกับพันธกิจของบริติช เคานซิล ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ และยังเป็นหนึ่งในช่องทางสร้างความร่วมมือระยะยาวที่มีความหมายระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร ผ่านการเปิดโอกาสให้ศิลปินและบุคลากรด้านงานสร้างสรรค์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นจริง ท่องเที่ยวไทย สำหรับการเปิดรับสมัครในรอบปี 2569 นี้ บริติช เคานซิล เปิดกว้างสำหรับศิลปิน บุคลากรด้านงานสร้างสรรค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ตลอดจนองค์กร เครือข่ายความคิดสร้างสรรค์ เทศกาล และงานเบียนนาเล่ต่าง ๆ โดยโครงการที่มีสิทธิ์รับทุนจะต้องแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วยผู้ร่วมงานอย่างน้อยหนึ่งรายจากสหราชอาณาจักร และพันธมิตรอีกหนึ่งรายที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่เข้าร่วมโครงการ” มร.แดนนี่ กล่าว

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com