|
|
|
EKH เปิดบริการ 3 โปรเจคใหม่ ด้านสุขภาพ รพ.บลูม
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) ผู้ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569) ของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 318.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.33 ล้านบาท หรือ 5.05% เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 303.30 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 56.27 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลคูน พระราม 2 และจำนวนผู้เข้ารับบริการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเอกชัย รวมถึงผู้เข้ารับบริการของศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก EKI-IVF ที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้บริการ 3 โครงการใหม่ คือ โรงพยาบาลบลูม สถานพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต (Mental Health) ขนาด 50 เตียง ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยตั้งเป้ารายได้เบื้องต้นที่ 70-100 ล้านบาทในปี 2569 นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดอาคาร C ของโรงพยาบาลเอกชัย ซึ่งเป็นอาคารส่วนขยายขนาด 60 เตียง เพื่อรองรับปริมาณผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์ทั่วไปที่เพิ่มมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยให้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น และโรงพยาบาลคูน วัฒนแพทย์ จังหวัดกระบี่ ขนาด 33 เตียง เน้นการรักษาและการดูแลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโรงพยาบาลคูน พระราม 2 สู่ทำเลที่มีศักยภาพ
Go To Lead
|
โรงพยาบาลพระรามเก้า ทำรายได้โตสวนกระแสวิกฤต +4.1%
นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 184.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.2% กำไรต่อหุ้น 0.23 บาท และ EBITDA 306.9 ล้านบาท หรือ 23.6% ของรายได้รวม โดยกำไรที่ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเร่งลงทุนเชิงกลยุทธ์ในหลายด้านเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว ทั้งการเสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง การทำตลาดและประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศ ตลอดจนการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการและยกระดับขีดความสามารถด้านการรักษา อาทิ การปรับปรุงหอผู้ป่วยใน การเปิดให้บริการ หน่วยบริการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis: APD) เพื่อเพิ่มทางเลือกและยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคไต รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง เช่น da Vinci Robotic Surgery สะท้อนผ่านโครงสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) เติบโต 4.7% ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 9.5% และรายได้จากกลุ่มบริษัทคู่สัญญาเติบโต 20.2% ซึ่งเป็นการสร้างฐานกำไรในอนาคตเมื่อจำนวน Case Mix ใหม่เข้ามา อีกทั้งพื้นที่ให้บริการที่ยังรองรับผู้ป่วยได้อีกมาก ยังเอื้อต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรในระยะถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายสาขาใหม่ในระยะอันใกล้
รายได้ที่ทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1 ผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโต 9.5% ในช่วง Low Season รวมถึงการเติบโตของกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) ที่เติบโต 4.7% และบริษัทคู่สัญญาที่เติบโต 20.2% เป็น 3 สัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ PR9 เดินมาถูกทาง การลงทุนในไตรมาสแรกถือเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติและการรักษาโรคซับซ้อนในระยะยาว และจะเริ่มสะท้อนผลชัดเจนมากขึ้นในรายได้และกำไรช่วงไตรมาสที่เหลือของปี เมื่อเข้าสู่ High Season ของผู้ป่วยต่างชาติ นายแพทย์เสถียร กล่าวและว่า
ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางของ PR9 อาทิ สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต สถาบันหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์ศัลยกรรม และศูนย์กระดูกและข้อ ประกอบกับการลงทุนต่อเนื่องในเทคโนโลยีระดับสูง เช่น การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery da Vinci) และศูนย์ฟอกไตพรีเมี่ยม รวมถึงแผนการลงทุนในศูนย์สวนหลอดเลือดและรังสีร่วมรักษา (Vascular and Interventional Suite) และการเพิ่มจำนวนห้องให้บริการ ICU-CCU เป็นจุดแข็งหลักที่ดึงดูดผู้ป่วยโรคซับซ้อนทั้งในและต่างประเทศ
Go To Lead
|
เตรียมเปิด 'ร.ร.นานาชาติ' ในภูเก็ต รับกระแสความต้องการที่เติบโตนอกกรุงเทพฯ
Mr. Daniel Lewis กรรมการผู้จัดการของ NLCS International และ นายณรุจ จิรายุส กรรมการผู้จัดการของ VLC Group และ NLCS Phuket ร่วมลงนามในข้อตกลงพัฒนาโรงเรียนนานาชาติ NLCS Phuket โดยนำรูปแบบการศึกษาของหนึ่งในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในสหราชอาณาจักรมาสู่ตลาดการศึกษานานาชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศไทย โดยโรงเรียนนานาชาติ NLCS Phuket จะเปิดสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยได้รับการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนพรีเมียมแบบสหศึกษาทั้งแบบไป-กลับและแบบประจำ โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่เชิงทะเล หนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยที่เติบโตเร็วที่สุดของภูเก็ต โรงเรียนแห่งนี้มีเป้าหมายรองรับทั้งครอบครัวชาวไทย ชาวต่างชาติ และครอบครัวนานาชาติที่มองหาการศึกษาระบบอังกฤษที่มีมาตรฐานเข้มข้นในภูเก็ต พร้อมทั้งมีระบบโรงเรียนประจำสำหรับนักเรียนจากทั่วประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบ
Daniel Lewis กรรมการผู้จัดการของ NLCS International กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการมอบการศึกษาที่ที่ส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น ที่ให้คุณค่าด้านความเป็นตัวตนของนักเรียนทุกคน พร้อมปลูกฝังความรักในการเรียนรู้อย่างแท้จริง สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อที่มีชื่อเสียงติดอยู่หน้าโรงเรียนเท่านั้น แต่จุดแข็งของ NLCS อยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนในเครือ คุณภาพและความลึกซึ้งของการสนับสนุนทางด้านวิชาการ และความเชื่อร่วมกันของเราที่ว่า นักเรียนที่มีความสุขและมั่นใจ คือผู้ที่พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต ระบบโรงเรียนประจำจะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NLCS Phuket ซึ่งเปิดโอกาสให้ครอบครัวสามารถเข้าถึงการศึกษาของ NLCS ได้ โดยไม่จำเป็นต้องส่งบุตรหลานไปเรียนต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมศักยภาพของภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้นักเรียนได้อยู่ใกล้ครอบครัว ประเทศบ้านเกิด และศูนย์กลางการเดินทางสำคัญของเอเชียมากยิ่งขึ้น
โรงเรียนนานาชาติ North London Collegiate School Phuket มีกำหนดเปิดทำการในไตรมาส 3 ปี 2571 คาดว่าจะเปิดรับนักเรียนได้ประมาณ 1,000 คนในช่วงเริ่มต้น และมีศักยภาพในการขยายรองรับนักเรียนได้ถึงประมาณ 1,500 คนในอนาคต สิ่งอำนวยความสะดวกที่วางแผนไว้ประกอบด้วยหอพักนักเรียน พื้นที่แยกสำหรับระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สระว่ายน้ำขนาด 50 เมตร โรงยิมกีฬา สนามเทนนิสในร่ม และสนามฟุตบอล
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการศึกษานานาชาติในประเทศไทยที่เริ่มขยายตัวออกนอกกรุงเทพมหานคร โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย (Kasikorn Research Centre) คาดการณ์ว่า ในปี 2568 ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยจะเติบโต 9.7% ขณะที่จำนวนนักเรียนนานาชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.3% รายงานดังกล่าวยังระบุว่า โรงเรียนนานาชาติมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มเติมไปยังต่างจังหวัด โดยภูเก็ตถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคนี้
Go To Lead
|
ศธ.ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง สลช.อนุโลมแต่งชุดลำลอง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองนักเรียน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกสอบถามมากคือ แนวทางการแต่งกายและการจัดกิจกรรมลูกเสือเนตรนารี ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับนโยบายลดภาระค่าใช้จ่าย และไม่ขัดต่อระเบียบของสถานศึกษา โดยกรณีเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารีนั้น ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบหลักของกิจการลูกเสือ อย่างไรก็ตาม จากข้อกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ได้แจ้งแนวปฏิบัติให้สถานศึกษาสามารถใช้ดุลยพินิจผ่อนปรนได้ โดยอนุโลมให้นักเรียนสวมเครื่องแต่งกายชุดลำลองร่วมกับผ้าผูกคอและหมวกลูกเสือแทนเครื่องแบบเต็มรูปแบบ ส่วนกิจกรรมเชิงพิธีการต่าง ๆ จะเน้นการจัดเฉพาะกองเกียรติยศของโรงเรียนเท่านั้นซึ่งจะมีเด็กในกองเกียรติยศประมาณ 30 คน
ด้านนายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่เลขาธิการ สลช. กล่าวว่า แนวทางการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ มีดังนี้ 1.การแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ทุกประเภทสามารถใช้เครื่องแบบลำลอง เช่น ชุดนักเรียน ชุดพลศึกษา หรือชุดอื่น ๆ ตามที่สถานศึกษากำหนด ร่วมกับผ้าผูกคอลูกเสือและหมวกของลูกเสือตามประเภทนั้น ๆ ในการฝึกอบรมและการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีตามหลักสูตร ทั้งในและนอกสถานศึกษา รวมถึงการอยู่ค่ายแรมคืน โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการผ่อนปรนเพื่อความเหมาะสม มิใช่การยกเลิกเครื่องแบบลูกเสือ โดยให้ผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน ผู้กำกับกองลูกเสือ ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางการแต่งกายให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความพร้อมของผู้ปกครอง การไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้เรียนและครอบครัว การรักษาระเบียบวินัยและภาพลักษณ์ของกิจการลูกเสือ 2. การแต่งเครื่องแบบในโอกาสสำคัญ การเข้าร่วมงานรัฐพิธี เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือพิธีการสำคัญทางการลูกเสือ เช่น วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ให้ใช้เครื่องแบบลูกเสือตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2510) โดยสถานศึกษาอาจพิจารณามอบหมายตัวแทนลูกเสือ เนตรนารี เข้าร่วมงานตามความเหมาะสม ซึ่งการดำเนินการทั้ง 2 ข้อนี้ ให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ จนกว่าร่างกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือ พ.ศ.
. มีผลบังคับใช้
Go To Lead
|
'จุฬาฯ' เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคีองค์กรสุขภาพระดับโลก เปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากล หรือ Master of Science in Global Laboratory Leadership Program (ChulaGLLP) หลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทที่มุ่งผลิตผู้นำห้องปฏิบัติการสุขภาพยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health ซึ่งเชื่อมโยงสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ดร.นพ. สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานร่วม พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและสนับสนุนหลักสูตร ผศ.ดร.ทนพ.เทวิน เทนคำเนาว์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ในนาม 5 ส่วนงานที่ร่วมพัฒนาหลักสูตร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์
หลักสูตร ChulaGLLP พัฒนาโดยความร่วมมือของคณะสหเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) ผ่านศูนย์ความร่วมมือไทยสหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข (Thailand MOPHU.S. CDC Collaboration, TUC) กรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อบูรณาการศักยภาพของทั้งสององค์กรในการพัฒนาการเรียนการสอน การฝึกอบรม และสมรรถนะของนิสิตและบุคลากรสหวิชาชีพสุขภาพ
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเปิดหลักสูตร ChulaGLLP ไม่ใช่เพียงการเปิดหลักสูตรใหม่ แต่เป็น การเปิดแพลตฟอร์มใหม่ในการพัฒนาภาวะผู้นำ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกปัจจุบัน พร้อมเน้นว่า ห้องปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกัน การตรวจจับ การเฝ้าระวัง การเตรียมพร้อม และการตอบโต้ต่อวิกฤตสุขภาพ และอนาคตของระบบห้องปฏิบัติการขึ้นอยู่กับคุณภาพของภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการ ChulaGLLP สะท้อนพันธกิจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาผู้นำ และรับใช้สังคมในระดับสากล หลักสูตรนี้เป็นหมุดหมายสำคัญทางวิชาการในฐานะ หลักสูตรปริญญาโทหลักสูตรแรกของโลกที่สอดคล้องกับกรอบสมรรถนะของ Global Laboratory Leadership Programme (GLLP) ซึ่งพัฒนาโดยองค์การอนามัยโลกและภาคีองค์กรสุขภาพระดับโลก เมื่อเราลงทุนในผู้นำห้องปฏิบัติการ เรากำลังลงทุนในระบบสุขภาพที่เข้มแข็งขึ้น สังคมที่ปลอดภัยขึ้น และอนาคตที่มีสุขภาวะยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
Go To Lead
|
มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ เปิดรับสมัครนักศึกษาแพทย์จากประเทศไทย
คุณ Kevin Romao ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของ SGU กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (St. Georges University: SGU) ประเทศเกรเนดา หมู่เกาะเวสต์อินดีส ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่จากประเทศไทยสำหรับภาคการศึกษาเดือนสิงหาคม 2569 นี้ โดยรอบการรับสมัครนี้ออกแบบมาให้สอดคล้องกับปฏิทินการศึกษาของประเทศไทย ช่วยให้นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเว้นช่วงก่อนเริ่มเรียนต่อ (Gap Year)
สำหรับนักเรียนไทย จังหวะเวลาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของเส้นทางอาชีพแพทย์ ภาคการศึกษาเดือนสิงหาคมถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถก้าวเข้าสู่หลักสูตรแพทย์ได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษาจากระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากคุณวุฒิทางการศึกษา และจากที่ SGU สามารถส่งบัณฑิตคว้าตำแหน่งแพทย์ประจำบ้านในสหรัฐฯ ได้อย่างต่อเนื่องก็สะท้อนถึงโอกาสในเส้นทางอาชีพระดับนานาชาติสำหรับนักศึกษาจากเอเชียด้วย
เพื่อสนับสนุนนักศึกษาจากหลากหลายชาติ SGU ยังมีทางเลือกด้านความช่วยเหลือทางการเงินและทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษานานาชาติ เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อในต่างประเทศ Kevin กล่าวเพิ่มเติมว่า SGU มีทุนการศึกษาตามผลการเรียน (merit-based) หลายประเภท เช่น SGU Medical Scholar Award สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนโดดเด่นจากนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาแพทย์ในระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรและเส้นทางการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ สามารถเยี่ยมชม เว็บไซต์ของ SGU ได้ คุณ Kevin กล่าวในที่สุด
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|