|
|
|
'รพ.วิมุต' รุกเปิด 3 ศูนย์ความเป็นเลิศ
นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่โรงพยาบาลวิมุตเร่งลงทุนและปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจสุขภาพอย่างจริงจัง ด้วยการเปิด 3 ศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Centers) ได้แก่ ศูนย์สุขภาพปอด เพื่อรับมือโรคทางเดินหายใจจาก PM2.5 และภูมิแพ้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด เพื่อรองรับภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และศูนย์กระดูกและข้อ เพื่อดูแลปัญหากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ จากทั้งวัยทำงานและสังคมผู้สูงอายุ การเปิดศูนย์เหล่านี้สะท้อนทิศทางของวิมุตในการยกระดับการรักษาเฉพาะทาง ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ
สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลวิมุตยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเตรียมเปิด ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ เพื่อตอบโจทย์โรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการกิน ความเครียด และวิถีชีวิตคนเมือง ควบคู่กับการเปิด ศูนย์สมอง ที่ให้ความสำคัญกับโรคระบบประสาทซึ่งพบมากขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเปิด ศูนย์สุขภาพสตรี ที่ออกแบบการดูแลให้เข้าใจผู้หญิงในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การดูแลสุขภาพภายใน การฟื้นฟูสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการดูแลด้านความงามและคุณภาพชีวิต ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาที่มีประสบการณ์ ศูนย์เฉพาะทางเหล่านี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของโรงพยาบาลวิมุตในการพัฒนาบริการสุขภาพให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประชากรไทย โดยมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้ใช้บริการ ระบบสุขภาพ และการเติบโตของธุรกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ โรงพยาบาลวิมุตย้ำว่า การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันและดูแลโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
Go To Lead
|
'บำรุงราษฎร์' ยกระดับบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เดินหน้าสานต่อโครงการเพื่อสังคม จัดหาและส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมมูลค่า 50,834,000 บาท ให้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรี, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง จ.อุดรธานี, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม และ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จ.พิจิตร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่ซับซ้อน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นโครงการภายใต้โครงการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมทำประโยชน์เพื่อชุมชนและสังคม โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีความมุ่งมั่นในการแบ่งปันองค์ความรู้และทรัพยากรทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยได้ทำการจัดหาและส่งมอบเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณอรภรรณ บัวม่วง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงิน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และคณะผู้บริหาร เป็นตัวแทนส่งมอบ ในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งจะช่วยให้โรงพยาบาลชุมชนสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ ลดความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในตัวเมืองซึ่งมีระยะทางไกลและสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ประชาชน
Go To Lead
|
|
อย. FoSTAT เปิดตัว Smart Kids with Good Health
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) เพื่อขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรู้ด้านอาหารและโภชนาการแก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรม Smart Kids with Good Health มุ่งส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย ปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี วางรากฐานการดูแลสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเรียน และต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคต
กระทรวงสาธารณสุขขับเคลื่อนนโยบาย รอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต โดยยึดหลัก 3 รู้ อยู่รอด คือ รอบรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ตระหนักรู้สถานะสุขภาพของตนเอง และรอบรู้วิธีแก้ปัญหาสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน การประกาศความร่วมมือระหว่าง อย. และ FoSTAT ในวันนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะ (Life Skills for Wellbeing) ของเยาวชนไทย ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารและโภชนาการที่ถูกต้อง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ถ่ายทอดต่อ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการบริโภคอย่างมีความรู้ มีความรับผิดชอบ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียน อย.น้อย อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่เยาวชนไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินกิจกรรม Smart Kids with Good Health นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรม อย.น้อย ในโรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนนำไปสู่การพัฒนาเป็นนักสื่อสารผลิตภัณฑ์สุขภาพรุ่นใหม่
Go To Lead
|
|
DPU พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์แนวใหม่
รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU ได้พัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและระบบสุขภาพ โดยออกแบบหลักสูตรให้อยู่บนมาตรฐานวิชาชีพการพยาบาลอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นใน 5 สาขาหลักทางคลินิก ได้แก่ การพยาบาลเด็ก, การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ, การพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์, การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต และการพยาบาลสุขภาพชุมชน พร้อมมุ่งเน้นการปลุกศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถเติบโตเป็นพยาบาลมืออาชีพในโลกยุคใหม่ เปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การส่งเสริมด้าน Wellness
DPU ไม่เพียงต้องการผลิตพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ เก่งในการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างพยาบาลที่มองเห็นสุขภาพในมิติของการป้องกัน การส่งเสริม และการสร้างสมดุลในชีวิตอย่างยั่งยืน รวมถึงมีความกล้าคิด กล้าลงมือทำ และสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบอาชีพได้หลากหลายรูปแบบ อันเป็นหัวใจของการพัฒนาศักยภาพ (Potential Development) ของนักศึกษาแต่ละคน รศ.ดร.ดรุณี กล่าว
โครงสร้างหลักสูตรจัดให้มีการเรียนรู้อย่างเข้มข้น ควบคู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง สู่สถานการณ์จริงในชุมชนและสถานพยาบาลที่เป็นพันธมิตรกับ DPU อาทิ โรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ และสถานประกอบการด้าน Wellness เพื่อเปิดมุมมองด้านการทำงานและการประกอบธุรกิจสุขภาพ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มี Growth Mindset มีความมั่นใจ คิดเป็นระบบ และไม่กลัวความท้าทาย สามารถนำศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการพยาบาลในอนาคต และ ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ของวิชาชีพพยาบาลไทยให้พร้อมใช้งานได้จริงในตลาดแรงงาน ทั้งนี้ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU เปิดรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่เข้าสู่วิชาชีพการพยาบาล โดยมีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความตั้งใจและมีศักยภาพในการเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณภาพในอนาคต ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้ที่วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU www.dpu.ac.th/th/college-of-nursing
Go To Lead
|
อักษร เอ็ดดูเคชั่น พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล
ตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการมุ่งมั่นนี้ส่งผลให้แพลตฟอร์ม Aksorn On-Learn ของอักษรได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากครูทั่วประเทศ เห็นได้จากจำนวนโรงเรียนที่เข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม Aksorn On-Learn ที่มีมากกว่า 3 หมื่นแห่ง* มีครูทั่วประเทศเข้าใช้บริการสื่อดิจิทัลมากถึง 429,247 คน และเข้าใช้บริการมากกว่า 2.1 ล้านครั้งต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าครูไทยมีความตื่นตัวด้านดิจิทัล พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้อักษรยังมีการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากกว่า 100 คน ที่ทุ่มเทในการพัฒนาแพลตฟอร์มและสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อให้ครูไทยมีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดและใช้ได้จริงในห้องเรียน ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่อนาคต
อักษรจึงได้พัฒนา Aksorn On-Learn แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่รวบรวมสื่อดิจิทัลไว้มากกว่า 20,000 ชิ้น ให้ครูสามารถนำสื่อการเรียนรู้เหล่านี้ไปปรับใช้ในห้องเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์ที่หลากหลาย ส่งผลให้ยอดการเข้าใช้บริการใน Aksorn On-Learn เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากสถิติปี 2568 พบว่ามีครูระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าใช้สื่อการเรียนรู้บนแพลตฟอร์ม Aksorn On-Learn มากขึ้นถึง 406,230 ครั้ง โดยมี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ได้แก่ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพิ่มขึ้น 137,318 ครั้ง เติบโต 312% วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 136,152 ครั้ง เติบโต 169% ภาษาไทย เพิ่มขึ้น 52,326 ครั้ง เติบโต 114%
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|