|
|
โครงการประกวด Clip Online รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 17
ไอคลิก จับมือพันธมิตร เทคโนกรีน ชมรม DIGITAL REPORTER และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม จัดโครงการประกวด Clip Online รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 17 นำเสนอคอนเซปต์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชนหัวข้อ ปลูกต้นไม้ สู้วิกฤตซูเปอร์ เอลนีโญ ความยาว 1 นาที ระยะเวลาส่งเริ่มตั้งแต่วันนี้ 30 พฤศจิกายน 2569 พิจารณาจากยอด click Like มากที่สุด เป็นผู้ชนะ
กฤติกา นพรัตน์ Digital Director บริษัท ไอคลิก จำกัด ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ www.iclicknews.com, www.iclickmag.com, TVICLICK เปิดเผยว่ากระแสเทคโนโลยีดิจิทัล AI เติบโต กระจายไปสู่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ภาครัฐบาลและภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ทางหนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม www.iclicknews.com หนังสือพิมพ์ออนไลน์ 2 ภาษา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ฉบับแรกของประเทศไทย www.iclickmag.com และwww.tviclick.com มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และงานวิจัย ได้จัดโครงการประกวด Clip Online รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 17 โดยนำเสนอคอนเซปต์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชนหัวข้อ ปลูกต้นไม้ สู้วิกฤตซูเปอร์ เอลนีโญ ความยาว 1 นาที
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชน มีทักษะในการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต AI อย่างมีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม
2. เพื่อเสริมสร้างให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยี AI ในการค้นคว้าข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
3. เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่มีการพัฒนาการสร้างสรรค์การใช้สื่อออนไลน์ AI ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
4. เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฝ่าวิกฤตซูเปอร์ เอลนีโญ ในชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
รายละเอียดโครงการ
ระยะเวลา 4 เดือน : เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน เดือนธันวาคม 2569
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นการส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชนไทยมีทักษะในการเรียนรู้ ใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต AI อย่างมีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม
2. เป็นการส่งเสริมให้ให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยี AI ในการค้นคว้าข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
3. เป็นการรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่มีการพัฒนาการสร้างสรรค์การใช้สื่อออนไลน์ AI, Social Media ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
4. เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัว ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม ฝ่าวิกฤตซูเปอร์ เอลนีโญ ในชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
หลักเกณฑ์การส่ง Clip ประกวด
1.Clip ความยาว 1 นาที
2.วิธีส่ง Clip โดยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ด้วยการส่ง clip Up Load ใน Social Media ของตัวเอง แล้ว share link มาที่ www.facebook.com/iclicklive/event
3.ระยะเวลาส่งเริ่มตั้งแต่วันนี้ 30 พฤศจิกายน 2569 พิจารณาจากยอด click Like มากที่สุด เป็นผู้ชนะ
ประกาศผลการตัดสิน คัดเหลือ 2 Clip TV Online ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ประกาศผลตัดสิน วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2569 ประกาศในหนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com)
บริษัท ไอคลิก จำกัด 274 ซอยแก้วเงินทอง 2 แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 โทร. +(66) 02 410 0309, 081 813 1274 โทรสาร : +(66) 02 410 0309
Go To Lead
|
|
กรมอนามัย Kick off ตักพอดี กินให้เกลี้ยง เลี่ยง Food Waste
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดและร่วม Kick off แคมเปญ ตักพอดี กินให้เกลี้ยง เลี่ยง Food Waste ว่า ปัญหาขยะอาหารไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการสูญเสียทรัพยากรหรือการจัดการขยะ แต่ยังเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะ โรงอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจัดเตรียมและบริโภคอาหารจำนวนมาก และสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ขยายผลไปยังครัวเรือน ชุมชน และสถานประกอบการได้ การลดขยะอาหารต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผนจัดซื้อ การเตรียมและปรุงอาหาร การตักอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการบริโภคอย่างรู้คุณค่า เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
กรมอนามัยจึงรณรงค์แคมเปญ ตักพอดี กินให้เกลี้ยง เลี่ยง Food Waste มุ่งสร้างความรู้ ความตระหนัก และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผ่าน 3 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ ตักพอดี ลดอาหารเหลือตั้งแต่ต้นทาง กินให้เกลี้ยง บริโภคอาหารอย่างรู้คุณค่า และ เลี่ยง Food Waste ลดขยะอาหารและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับการขับเคลื่อนแคมเปญ กรมอนามัยได้มอบป้ายรับรอง โรงอาหารต้นแบบด้านการลดและป้องกันการเกิดขยะอาหาร ให้แก่โรงอาหารกรมอนามัย พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่โรงอาหารต้นแบบด้านการลดและป้องกันการเกิดขยะอาหาร 6 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลนาดูน จังหวัดมหาสารคาม โรงแรมบุราส่าหรี รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต บริษัท กังสดาลไนท์ จำกัด บริษัท สเตชั่นริช จำกัด จังหวัดขอนแก่น บริษัท แพนดอร่าโพรดักชั่น จำกัด กรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
Go To Lead
|
|
'ราชวิถี' เตือน โรคเบอร์เกอร์
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเบอร์เกอร์ (Buergers Disease) หรือ Thromboangiitis Obliterans (TAO) เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบที่พบไม่บ่อย โดยมักส่งผลต่อหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำขนาดเล็กถึงขนาดกลางบริเวณแขนและขา ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมือและเท้า หากโรครุนแรงอาจเกิดเนื้อตายและนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะได้ โรคเบอร์เกอร์เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสูบบุหรี่และการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการใช้ยาสูบ เนื่องจากการใช้ยาสูบต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการดำเนินของโรคและการขาดเลือดของอวัยวะที่รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการเลิกบุหรี่และการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละราย
นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวต่อว่า โรคเบอร์เกอร์ อาการในระยะแรกอาจไม่จำเพาะและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรสังเกตความผิดปกติ เช่น นิ้วมือหรือนิ้วเท้าเย็น ชา เสียวซ่า ปวดขณะเดินหรือใช้งาน รวมถึงการเปลี่ยนสีของนิ้วมือหรือนิ้วเท้า หากมีภาวะขาดเลือดรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดแม้ขณะพัก หรือเกิดแผลบริเวณปลายมือปลายเท้าที่หายช้าและติดเชื้อได้ การได้รับการตรวจประเมินตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญ โดยแพทย์จะพิจารณาจากประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจระบบหลอดเลือดร่วมกับการแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียงกัน
Go To Lead
|
|
รพ.วิชัยยุทธ จับมือ Baby&Mom พร้อมก่อนตั้งครรภ์
นพ.คณินท์ ชะนะกุล ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ กล่าวว่า โรงพยาบาลวิชัยยุทธ จับมือบริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Baby&Mom ผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์และการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ พร้อมเชิญชวนคู่สมรสและครอบครัวที่วางแผนมีบุตรเข้าร่วมกิจกรรม ก้าวแรกสู่การเป็นแม่อย่างมั่นใจ ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ตอกย้ำว่าการเตรียมความพร้อมควรเริ่มตั้งแต่วางแผนมีบุตร โดยไม่ต้องรอจนตั้งครรภ์หรือประสบปัญหาด้านภาวะเจริญพันธุ์ ในนามของโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ขอขอบคุณ Baby&Mom ที่มาร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์ในการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพคุณแม่ รวมถึงผู้ที่วางแผนมีบุตรและผู้มีบุตรยาก โดยโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นคุณแม่อย่างมีคุณภาพ และจัดกิจกรรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ และการดูแลบุตร โดยทีมสูตินรีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้มาตรฐานการดูแลระดับสากลที่โรงพยาบาลยึดถือและปฏิบัติมาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้คุณแม่และครอบครัวได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกช่วงของการตั้งครรภ์
นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับโรงพยาบาลวิชัยยุทธถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Baby&Mom ในการยกระดับการสื่อสารความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กับบุคลากรทางการแพทย์ ท่ามกลางความท้าทายจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงและการเข้าสู่สังคมสูงวัย การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไม่ควรมุ่งเฉพาะการเพิ่มจำนวนการเกิด แต่ต้องสนับสนุนให้ผู้ที่ตัดสินใจมีบุตรได้รับความรู้และการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อวางรากฐานสุขภาพที่ดีให้แก่แม่ ลูก และครอบครัว การทำให้ทุกการเกิดเป็นการเกิดอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน Baby&Mom พร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่ผู้หญิงและครอบครัว พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ และสถาบันทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมที่ดูแลผู้หญิงตลอดเส้นทางความเป็นแม่ ตั้งแต่การวางแผนมีบุตร การตั้งครรภ์ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพหลังคลอด
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด และประชาชนทั่วไป สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ก้าวแรกสู่การเป็นแม่อย่างมั่นใจ ในหัวข้อ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 13.0016.00 น. ณ ห้องประชุมวิชัยยุทธ ชั้น 22 อาคารศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ ถนนเศรษฐศิริ (ซอยเศรษฐศิริ 1) ใกล้ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
Go To Lead
|
'Hachette Learning' แต่งตั้ง SE-ED จำหน่ายชุดแบบประเมิน Advancing Primary
Hachette Learning ประกาศแต่งตั้ง SE-ED เป็นผู้จัดจำหน่ายชุดแบบประเมิน Advancing Primary ในประเทศไทย ครอบคลุม Advancing Primary Reading (APR), Advancing Primary Maths (APM) และ Advancing Primary Science (APS) เพื่อขยายการเข้าถึงเครื่องมือประเมินผลที่สอดคล้องกับหลักสูตร Cambridge Primary ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ โดยชุดแบบประเมิน Advancing Primary สอดคล้องกับหลักสูตร Cambridge Primary Curriculum และได้รับการออกแบบเป็นแบบทดสอบรายภาคเรียน เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถติดตามผลสัมฤทธิ์และความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง พร้อมนำข้อมูลจากการประเมินไปใช้ประกอบการวางแผนและพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการประเมินผลและประสบการณ์ด้านการศึกษาระดับนานาชาติของ Hachette Learning เข้ากับความเข้าใจตลาดการศึกษาไทยและเครือข่ายการทำงานกับสถานศึกษาของ SE-ED เพื่อขยายโอกาสให้โรงเรียนสามารถเข้าถึงเครื่องมือประเมินผลที่มีคุณภาพ พร้อมได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากทีมงานในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร Cambridge International SE-ED จะทำหน้าที่ส่งเสริมและจัดจำหน่ายชุดแบบประเมิน Advancing Primary Reading, Advancing Primary Maths และ Advancing Primary Science ของ Hachette Learning ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศไทย
ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ Hachette Learning สามารถเข้าถึงโรงเรียนในประเทศไทยได้ครอบคลุมและหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งโรงเรียน Cambridge โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสองภาษา และโรงเรียนในระบบการศึกษาไทยที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร Cambridge International ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากทีมงานของ SE-ED ทั้งในด้านการเลือกใช้และการนำเครื่องมือประเมินผลของ Hachette Learning ไปใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน นอกจากนี้ SE-ED จะร่วมส่งเสริมและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการประเมินผลอื่น ๆ จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Hachette Learning เพิ่มเติม นอกเหนือจากข้อตกลงการจัดจำหน่ายชุด Advancing Primary
นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า SE-ED มุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาไทย ด้วยการนำทรัพยากรการเรียนรู้และโซลูชันทางการศึกษาที่มีคุณภาพมาสู่โรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ความร่วมมือที่ขยายตัวขึ้นกับ Hachette Learning ในครั้งนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการประเมินผลในระดับสากล เข้ากับความเข้าใจของ SE-ED ที่มีต่อความต้องการของโรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาในประเทศไทย เราไม่ได้มองเพียงการนำเครื่องมือประเมินผลมาสู่โรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องการทำงานร่วมกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ครูสามารถนำข้อมูลจากการประเมินมาใช้ทำความเข้าใจความก้าวหน้าของผู้เรียน และต่อยอดสู่การพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ SE-ED ในการพัฒนาบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันการศึกษาที่โรงเรียนทั่วประเทศไว้วางใจ
Go To Lead
|
|
สพฐ. วางกรอบธรรมาภิบาล AI สู่การศึกษาไทย
นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หารือเชิงนโยบายกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และหน่วยงานภาคี เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อน ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการศึกษา พร้อมเตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 6 หน่วยงาน มุ่งวางกรอบการใช้ AI ในสถานศึกษาอย่างปลอดภัย โปร่งใส เป็นธรรม และมีจริยธรรม ควบคู่กับการบูรณาการการทำงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนและภาระของสถานศึกษา ซึ่งการนำ AI มาใช้ในการศึกษาจำเป็นต้องเดินควบคู่กับการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านจริยธรรม ความปลอดภัย การคุ้มครองสิทธิ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม เพื่อให้ครู ผู้บริหาร และสถานศึกษาสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับแนวทางขับเคลื่อน โครงการธรรมาภิบาลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมในการศึกษาไทย จะดำเนินการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร AI & Digital Ethics จำนวน 9 โมดูล รวม 20 ชั่วโมง สำหรับครูและผู้เรียน การจัดทำคู่มือกรอบธรรมาภิบาล AI สำหรับสถานศึกษา ครอบคลุมแนวทาง 7 ด้าน ภายใต้หลัก รู้ประเมินพัฒนา การผลักดันศูนย์ส่งเสริมธรรมาภิบาลและมาตรฐานจริยธรรม AI เพื่อเป็นกลไกกลางด้านองค์ความรู้และมาตรฐาน และการพัฒนา AI Playground & Governance Sandbox เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมและประเมินความเสี่ยงก่อนนำไปใช้ในวงกว้าง
ในปี 2569 มีเป้าหมายขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่าย 100 แห่ง พัฒนาครูแกนนำ 100 คน สร้างเครือข่ายครูมากกว่า 1,000 คน และเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 3,000 คน ก่อนต่อยอดในปี 2570 ด้วยการพัฒนา AI Ethics Coach จำนวน 150 คน ครอบคลุม 72 จังหวัด และ 62 เขตพื้นที่การศึกษา พร้อมพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ 100 แห่ง ให้สามารถจัดทำนโยบายการใช้ AI ระดับสถานศึกษา (School AI Policy) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การลดภาระและความซ้ำซ้อนของสถานศึกษา โดยหน่วยงานภาคีจะบูรณาการทีมงาน องค์ความรู้ และทรัพยากรร่วมกัน ลดการจัดโครงการหรือกิจกรรมแยกส่วนในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน และเชื่อมโยงแนวทางด้านธรรมาภิบาล AI เข้ากับงานที่สถานศึกษาดำเนินการอยู่ เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มภาระแก่ครูและโรงเรียนโดยไม่จำเป็น
Go To Lead
|
[ENGLISH]
|