Education/Health
Hot News: Ecosystem พัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ สู่ ม.ปลายครั้งแรก!
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
Ecosystem
พัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ สู่ ม.ปลายครั้งแรก!
ทรู คลิกไลฟ์ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการศึกษา จับมือสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย (Research Institute for Languages and Cultures of Asia: RILCA) มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง มุ่งยกระดับหลักสูตร สื่อการเรียนรู้ งานวิจัย ตลอดจนองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญเชิงวิชาการเข้ากับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อน Learning Ecosystem ที่บูรณาการหลักสูตร เครื่องมือ ครู ผู้เรียน และสถานศึกษาไว้ในระบบเดียวกัน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่กับการเสริมความพร้อมให้โรงเรียนไทยก้าวทันโลกอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม เครื่องมือและแหล่งข้อมูลการแปล
ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับกรอบการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญ โดยเริ่มจากการพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 เตรียมนำมาใช้ในปีการศึกษา 2570 พร้อมขยายผลอีก 4 หลักสูตรของทรู คลิกไลฟ์ ได้แก่ ภาษาจีน เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ โรโบติกส์ และดนตรี โดยปรับเนื้อหาการเรียนการสอนให้ทันสมัย สอดรับกับบริบทโลก รวมถึงมาตรฐานระดับนานาชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนผ่านผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดลในบทบาทกรรมการและที่ปรึกษาด้านวิชาการ ตลอดจนร่วมกันสร้างสรรค์สื่อการเรียน การสอน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ระหว่างบุคลากร และการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อเสริมศักยภาพครู ออกแบบกระบวนการศึกษาที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยพัฒนาทักษะพร้อมขีดความสามารถที่จำเป็นต่ออนาคตอย่างยั่งยืน

Go To Lead


สอศ. จับมือ NOZATO เปิดทางเด็กอาชีวะฝึกงานถึงญี่ปุ่น
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมร่วมกับบริษัทNOZATO Electrical Engineering & Construction Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น บริษัทวิศวกรรมชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และบริษัท ไทย โนซาโตะ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจด้านวิศวกรรมไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อยกระดับการผลิตกำลังคนสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ โดย สอศ. จะร่วมกับบริษัทในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียน นักศึกษาผ่านการฝึกงานและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมทางการศึกษา เครื่องมือ อุปกรณ์ และทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ เพื่อยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ พัฒนาและการรับรองมาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพและการรับรองคุณวุฒิหรือสมรรถนะวิชาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและมาตรฐานด้านสมรรถนะและคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ส่งเสริมการวิจัย การพัฒนานวัตกรรม ความร่วมมือทางวิชาการ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนการดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เริ่มโครงการฝึกอบรมด้านเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นเป็นรุ่นแรก โดยจะคัดเลือกนักเรียน นักศึกษาเข้ารับการฝึกปฏิบัติ ณ วิทยาลัยเทคนิคและสถานประกอบการของบริษัทโนซาโตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งจะมีการจัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น ชุดทดลองระบบควบคุมไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาของไทยควบคู่กันไป ซึ่งจะมีการขยายผลไปสู่การสนับสนุนการสอบรับคุณวุฒิวิชาชีพทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นในระยะต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอาชีวศึกษาไทยได้พัฒนาทักษะวิชาชีพตามมาตรฐานสากล และสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพต่อไป คู่มือและสารคดีการท่องเที่ยว

Go To Lead


SAFE คาดอุตสาหกรรม IVF แนวโน้มดี –
นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 29 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 173 ล้านบาท ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 63 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 347 ล้านบาท ประกันสุขภาพ ปัจจุบันแนวโน้มอุตสาหกรรม (IVF/ICSI) ในประเทศไทยยังเติบโตได้ดี จากการที่ภาครัฐสนับสนุนการมีบุตรเพิ่มขึ้น โดยอุดหนุนการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ระดับตํ่า และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เตรียมรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะการผสมเทียม (IUI only) จำนวน 134 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และสนับสนุนให้สถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองสามารถเข้าร่วมระบบเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ช่วยให้บริษัทฯ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่จากนโยบายของรัฐ และมีโอกาสสร้างการรับรู้รายได้ที่มากขึ้น
ทั้งนี้ SAFE วางกลยุทธ์เชิงรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มุ่งให้บริการรักษาในระดับบน โดยคาดการณ์ว่าเมื่อการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมและการปลดล็อกกฎหมายอุ้มบุญในอนาคต จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ถึง 2-3 เท่าตัว บริษัทฯ เตรียมความพร้อมทางเทคโนโลยีการแพทย์ให้บริการการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ รณรงค์ให้กลุ่มคู่รักเพศเดียวกันเข้ามาฝากไข่ (Egg Freezing) และแช่แข็งอสุจิไว้ (Sperm Freezing) เพื่อถนอมเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุด ในระหว่างที่รอข้อกฎหมายลูกด้านเทคโนโลยีเจริญพันธุ์เปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ ขณะที่เป้าหมายของ SAFE ไม่ใช่แค่เพิ่มเปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์ แต่คือการสร้าง SAFE Space ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ยังมีความหวัง ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คนโสด หรือ LGBTQ+ ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการสร้างครอบครัวของตัวเอง และมากไปกว่านั้นอยากให้ SAFE เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจว่าเบื้องหลังการตัดสินใจมีลูก ไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการดูแลด้วยความเข้าใจ

Go To Lead


'ไทยนครินทร์'
โชว์ศักยภาพ ‘ศูนย์ปลูกถ่ายไต’
รศ.นพ.ณัฐพล อาภรณ์สุจริตกุล ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ศูนย์ปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลไทยนครินทร์ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญทางการแพทย์ จากการดำเนินงานของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้แก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังพร้อมกันจำนวน 2 ราย จากผู้บริจาคภาวะสมองตายเพียง 1 ราย (1 Donor) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ครอบคลุมทุกมิติ ตอกย้ำมาตรฐานการดูแลรักษาที่เทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำ โรงพยาบาลและศูนย์บำบัด การดำเนินการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะในครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจที่มีความท้าทายและต้องอาศัยความพร้อมขั้นสูง ด้วยทีมผ่าตัดเพียง 1 ทีม โดยอาศัยการประสานงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนของการรับส่งมอบอวัยวะ การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ ตลอดจนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ อายุรแพทย์โรคไต, ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ, วิสัญญีแพทย์, พยาบาลห้องผ่าตัด และทีมดูแลผู้ป่วยวิกฤต โดยทีมศัลยแพทย์สามารถดำเนินการผ่าตัดได้เรียบร้อย ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 40 นาที
“เบื้องหลังความสำเร็จของการปลูกถ่ายอวัยวะนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ทักษะในห้องผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพร้อมของระบบบริหารจัดการ การเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดอย่างรอบด้าน เพราะ ‘หนึ่งการให้… สามารถส่งต่อโอกาสและความหวังให้กับอีกหลายชีวิต’ การที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ นวัตกรรม และห้องผ่าตัดมาตรฐานสูง ทำให้เราสามารถรองรับการดูแลเคสปลูกถ่ายอวัยวะที่ซับซ้อนและแข่งกับเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.นพ.ณัฐพล กล่าว

Go To Lead


'บริติช เคานซิล'
ยกระดับทักษะภาษาอังกฤษในประเทศไทย
มร.แดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า บริติช เคานซิล ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์การเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติหน้าที่ ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาในประเทศไทย (Pre-service English Language Teacher Education) ซึ่งผลการวิจัยได้สะท้อนประเด็นสำคัญที่ควรค่าแก่การใส่ใจหลายประการ อาทิ นักศึกษาครูฝึกสอนจำนวนมากระบุว่า ได้รับโอกาสค่อนข้างจำกัดในการฝึกสอนในห้องเรียนจริงก่อนสำเร็จการศึกษา ขณะที่บางส่วนระบุถึงความยากลำบากในการนำทักษะเชิงทฤษฎีไปปรับใช้ในการสอนจริงน โดยงานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการสื่อการเรียนการสอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงโอกาสในการเข้าสังเกตการณ์การสอนที่มีประสิทธิภาพในชั้นเรียน ตลอดจนต้องการทำความเข้าใจบริบทและข้อจำกัดที่แท้จริงของระบบโรงเรียนรัฐบาลไทยให้มากขึ้น รวมไปถึงอีกหนึ่งข้อสำคัญที่มักถูกมองข้าม คือ ความสำคัญของการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอสำหรับตัวครูผู้สอนเอง เพื่อให้เหล่าครูผู้สอนมีความมั่นใจ และมีศักยภาพที่จะส่งต่อความรู้ไปให้แก่นักเรียน
ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในรายงานฉบับนี้คือ ครูบรรจุใหม่ส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา โดยเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 97.8) มีความเชื่อว่า การจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวตลอดชั่วโมงเรียน แต่งานวิจัยสำคัญเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการเรียนการสอนระบุเด่นชัดว่า การถ่ายทอดเนื้อหาโดยใช้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วย ส่งผลสัมฤทธิ์ที่ดีกว่าสำหรับนักเรียน เพราะช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีกว่า ครูจึงควรใช้ภาษาไทยร่วมด้วยในชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อช่วยนำทางและอธิบายเนื้อหาพื้นฐาน วิธีการนี้จะช่วยให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรม ที่กระตุ้นให้เด็กพูดคุยและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างสนุกสนาน
ด้าน ดร.ศุภฤธัย สุมนวิริยะ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้จัดทำรายงานวิจัยฉบับนี้ ระบุว่า ความท้าทายของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (Educational Inequality) ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจำนวนมากยังต้องการการสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาความรู้และทักษะการสอน ตลอดจนการเข้าถึงทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้ การสนับสนุนดังกล่าวไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยเปิดโอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคตอีกด้วย

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com