Education/Health/Culture
Hot News: 'ม.หอการค้าไทย' จับมือ 'รพ.พญาไท-เปาโล' เสริมศักยภาพผ่านหลักสูตร“4D”//'วอล์ลสตรีท' นำร่องห้องเรียนเสมือนจริง //'โกลด์แอปพลิเคชั่นแจ้งสิทธิสูงวัย'//แนะศึกษา 'เครื่องสำอาง' ก่อนใช้ // 'เตือน' หลีกเลี่ยงทานเห็ด-ดื่มสุรา
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ม.หอการค้าไทย' จับมือ 'รพ.พญาไท-เปาโล'
เสริมศักยภาพผ่านหลักสูตร“4D”
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจและบริการของไทยไปอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเฉพาะด้านดิจิทัล ล่าสุดร่วมกับเครือรพ.พญาไท-เปาโล พัฒนาหลักสูตร 4D ประกอบด้วย Disruptive Business Trend, Design Thinking, Digital Transformation, และ Digital Business Canvas ที่มีการเรียนรู้ผ่าน Hybrid Learning Platform ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบใหม่ที่ผสมผสานจุดแข็งของการเรียนรู้ในห้องเรียน กับ Digital Learning สู่การขับเคลื่อนองค์กรให้ทันต่อ Disruption อย่างยั่งยืน โดยคณาจารย์หลักสูตร MBA Online ถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ความสามารถทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้กับบุคลากรในเครือโรงพยาบาลเบื้องต้น 200 คน เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถของบุคลากร ทุกระดับ เข้าถึงองค์ความรู้ที่กว้างไกล ทันสมัย ทันเหตุการณ์ เพื่อการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และลงมือทำ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
อัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือรพ.พญาไท-เปาโล กล่าวว่า โครงการ Hybrid Learning นี้จะเป็นโครงการนำร่องของ Center of Interactive Learning หรือ CIL (ซีล) ศูนย์รวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่บุคลากร สามารถถ่ายทอดความรู้ ด้วยการสื่อสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามนโยบายเครือรพ.พญาไท-เปาโล เป็นการต่อยอดความรู้ในมิติใหม่ ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ทุกระดับ เข้าถึงองค์ความรู้ที่กว้างไกล ทันสมัย ทันเหตุการณ์ เพื่อการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และลงมือทำ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองศาสตราจารย์ ดร. เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ของเราเป็นที่แรกของประเทศไทย รูปแบบการเรียนการสอนตอบสนองในหลากหลายอาชีพ มีรูปแบบเฉพาะเป็น Digital Learning ซึ่งสามารถเรียนที่ใดก็ได้บนโลกใบนี้ไม่ว่าจะอยู่ประเทศอะไรก็ตาม โดยเฉพาะ MBA ที่มีมาถึง 24 รุ่น บ่มเพาะบุคลากรกว่า 1,000 คน ครั้งนี้เราให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยได้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถเชิงนวัตกรรมให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล เตรียมความพร้อมของบุคลากรในการพัฒนาประเทศไทยสู่ Trade & Service 4.0 ที่สำคัญส่งเสริมการผลิตบุคลากรให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาด โดยเน้นให้มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับมาตรฐานสากลเพื่อนำไปสู่การสร้างงานและสร้างคุณค่าในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลทั้งในกลุ่มบุคลากรที่ทำงานอยู่ในภาคธุรกิจและบริการของประเทศไทย

Go To Lead


'วอล์ลสตรีท' นำร่องห้องเรียนเสมือนจริง
วอล์ลสตรีทอิงลิซ ประเทศไทย สถาบันการสอนภาษาอังกฤษชั้นนำสำหรับนักเรียนนักศึกษา และผู้ใหญ่ เปิดโลกประสบการณ์ดิจิตอลจำลองห้องเรียนเสมือนจริง ภายใต้คอนเซ็ปที่ชัดเจน สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ให้สถาบันไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนภาษา แต่เป็น "English Learning and Lifestyle Center" หรือแหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีสไตล์ เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้อย่างเต็มกำลัง
โอฬาร พิรินทรางกูร ซีอีโอ วอล์ลสตรีทอิงลิช ประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเรียนภาษาอังกฤษของคนรุ่นใหม่ จึงได้จำลองห้องเรียนจริงมาไว้ที่บูธประชาสัมพันธ์ ตอนนี้นำร่องก่อน 2 สาขา คือ ที่ เซ็นทรัลพระราม 2 และที่เซ็นทรัลเวสเกต เพื่อให้คนที่สนใจได้เห็นบรรยากาศการเรียนเสมือนจริง และได้สัมผัสวิธีการเรียนที่ทันสมัยด้วยตนเอง เรามองว่าการเรียนภาษาอังกฤษทีจะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุดคือ การที่ผู้เรียนได้เรียนผ่านประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งหลังจากทดลองแนวคิดนี้ เพียงเดือนกว่าๆ ก็มีคนสนใจมากยิ่งขึ้น เดินเข้าบูธเพื่อมาสอบถามข้อมูลและตัดสินใจสำหรับการลงเรียนในโปรแกรมต่างๆ มากขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ วอล์ลสตรีทอิงลิชเอง ยังได้มีไอเดียในเรื่องการเปิดโลกประสบการณ์ดิติตอลที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการเรียนสำหรับผู้ที่ตัดสินใจเรียนกับเรา ด้วยการพัฒนาโปรแกรม MyStudy ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตามการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง ทุกที่ทุกเวลา สามารถจองคลาสเรียน เช็คตารางเรียน ดูประวัติการเรียนของตนเองผ่านระบบมือถือ เพื่อวางแผนการจัดการในการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ง่าย สะดวก ตรงตามระดับชั้น ซึ่งเหมาะกับไลฟ์ไสล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ส่วนใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษกับวอล์ลสตรีทอิงลิช ก็สามารถไปทีบูธประชาสัมพันธ์ของเราได้ หรือ เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที wallstreetenglish.in.th หรือ โทร 1211

Go To Lead


'โกลด์แอปพลิเคชั่นแจ้งสิทธิสูงวัย'
นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ผส.ได้จัดทำโกลด์แอปพลิเคชั่น (Gold by DOP) เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้สูงอายุ โกลด์แอปพลิเคชั่นเป็นแอพพ์ที่สื่อสารเรื่องสิทธิของผู้สูงอายุ เช่น การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี ลดหย่อนค่าโดยสาร สิทธิในการเดินทางด้วยสภาพแวดล้อมที่ออกแบบเพื่อคนทั้งมวลหรือยูนิเวอร์แซลดีไซน์ สิทธิการได้รับการช่วยเหลือเมื่อถูกทอดทิ้ง หรืออยู่ในภาวะยากลำบาก รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนต่างๆ รวมถึงข้อมูลสายด่วนของหน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ แอพพ์ดังกล่าวไม่เฉพาะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ แต่ลูกหลานก็สามารถโหลดไปใช้เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุได้
นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ได้รับรู้ เช่น การเชิญชวนให้ร่วมบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เชิญชวนให้ไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิต่างๆ ที่ผู้สูงอายุพึงได้รับก็จะสื่อสารข้อมูลให้ทราบแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการนำเสนอบทความดีที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ การออกกำลังกาย โดยแอพพ์ได้เชื่อมต่อกับเลข 13 หลักของทุกคน หากคีย์ข้อมูลเข้าไปก็จะทราบว่าผู้สูงอายุคนนั้นๆ กรณีที่ประสบปัญหาก็สามารถคีย์ข้อมูลประสานทาง ผส.เพื่อจัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์เข้าไปดูแลได้ทันที รวมทั้งอนาคตก็อาจจะสามารถเชื่อมโยงกับกรมบัญชีกลางได้ ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือเงินสงคราะห์ไม่ต้องจับต้องตัวเงินเพื่อความโปร่งใส

Go To Lead


แนะศึกษา 'เครื่องสำอาง' ก่อนใช้
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพผิวของตัวเอง แต่อาจขาดความเข้าใจรวมถึงศึกษาข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถ่องแท้ ทำให้หลงเชื่อคำโฆษณาจากสื่อ หรือคนดังที่มาแนะนำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังส่วนใหญ่เป็นเวชสำอาง ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียน เพียงแต่ใช้วิธีจดแจ้ง ระบุสถานที่ผลิตและรายละเอียดที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด จากนั้นผลิตและวางขายได้ ซึ่งข้อมูลจาก อย.แจ้งว่ามีข้อมูลกว่าร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งทางอินเตอร์เน็ต หรือ e-Submission มีการผลิตที่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ดังนั้นการจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องศึกษาให้ดีอย่างถ่องแท้
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวพรรณที่ใช้ประจำอาจเกิดการแพ้ขึ้นได้ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่เป็นสาเหตุกลไกในการเกิดผื่นและลักษณะพื้นฐานผิวของแต่ละบุคคล การแพ้ผลิตภัณฑ์หรือเวชสำอาง อาจเกิดผื่นผิวหนังอักเสบแบ่งเป็น การระคายเคืองอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง การแพ้ส่วนมากจะมีอาการคันก่อนอาการอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ระยะเวลาหนึ่งแล้ว อาจเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีหลังการใช้ อาการที่พบร่วมด้วยเช่น ตุ่มแดง ผื่นแดงในบริเวณที่ใช้ผลิตภัณฑ์ หากใช้ต่อไปอีกอาการจะมากขึ้น การเกิดผื่นลมพิษจะเกิดอาการในเวลาสั้นๆ หลังการใช้ จากนั้นมักมีอาการบวมแดงร่วมกับการคัน ระยะเวลาเกิดผื่นค่อนข้างรวดเร็ว และหากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป

Go To Lead


'เตือน' หลีกเลี่ยงทานเห็ด-ดื่มสุรา
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และหลังฝนตกจะมีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติจำนวนมาก ประชาชนมักเก็บมาขายหรือนำมาปรุงอาหารรับประทานในครอบครัว ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นประจำ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนนิยมรับประทาน แต่เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 5 พ.ค. 2561 ได้รับรายงานผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษ จำนวน 94 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ส่วนข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2560) เฉพาะในช่วงหน้าฝนของทุกปี (พ.ค.-ก.ย.) พบผู้ป่วยปีละประมาณ 1,000 ราย หรือประมาณร้อยละ 80 ของผู้ป่วยตลอดทั้งปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ (อายุ 45 ปีขึ้นไป) ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
เห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว หรือไข่ห่าน ที่สามารถรับประทานได้ แต่แตกต่างกันคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า ส่วนเห็ดอีกชนิด คือ เห็ดหมวกจีน จะเป็นเห็ดที่คล้ายกับเห็ดโคนขนาดเล็ก ทั้งนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้ สำหรับอาการหลังรับประทานเห็ดพิษแล้ว จะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน การช่วยเหลือในเบื้องต้นคือ กระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียนโดย ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ล้วงคอให้อาเจียน หรือดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกงแล้วล้วงคอให้อาเจียนออกมา (วิธีนี้ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี) จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการรับประทานเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย (หากยังเหลืออยู่) และควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิตได้
ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงาก ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนหรือดอกตูม ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายไข่ มารับประทาน เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเห็ดมีพิษหรือไม่ เพราะลักษณะดอกตูมภายนอกจะเหมือนกัน ที่สำคัญหากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดร่วมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com