e-Commerce/SMEs
Hot News: เอ็ม พี กรุ๊ป ทุ่มกว่า 100 ล้าน'ผุด'ศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร//e Bay-DITP 'หนุน' อี-คอมเมิร์ซระดับโลก //
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
เอ็ม พี กรุ๊ป ทุ่มกว่า 100 ล้าน'ผุด'ศูนย์สุข ภาพครบวงจร
นายฤทธิชัย ศรีวิจารย์ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม พี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัท เอ็ม พี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เราทำธุรกิจในการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มากว่า 17 ปี และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีห้องปฏิบัติการการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัยและแม่นยำด้านการตรวจวิเคราะห์ในระยะเริ่มต้น เพื่อสามารถป้องกันโรคร้ายไม่ให้ลุกลาม และเพิ่ม โอกาสในการรักษาได้อย่างทันท่วงที บริษัทฯ จึงได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลชั้นนำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์จากเรา นอกจากนี้เยังมีศูนย์แล็บเคลื่อนที่เพื่อบริการตรวจร่าง กายให้กับบริษัทเอกชนในราคาพิเศษ ที่มีความแตกต่างจากการตรวจแบบเดิมๆ และเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์การแพทย์
นางสาวนทพร บุญบุบผา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม พี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมมากมาย ตั้งแต่เรื่อง Plat form อาทิเช่น นวัตกรรมด้าน Plat form POCT เพื่อนำเสนอ fast track สำหรับการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคหัวใจเฉียบพลันหรือตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เพียงแค่ 17นาที, เครื่องตรวจหา Vitamin D ที่มีความแม่นยำ ซึ่งสามารถตรวจได้ถึง อนุพันธ์ของ Vitamin D ที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยกำลังเผชิญกับโรคไต,เครื่องตรวจหาความเสี่ยงของโรคมะเร็งครบทุก marker เมื่อเทียบกับเครื่องในกลุ่มเดียวกัน, นวัตกรรมที่ตรวจหาวัณโรคหรือโรคมะเร็งปาก มดลูกในระดับ gene, โรคโลหิตจาง (Thalassemia Alpha I) ในระดับ gene หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในระดับ gene ได้สูงสุดถึง 26 ชนิด ใน 1 คน ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้ห้องปฏิบัติ การทำงานได้ง่ายและสะดวก ทำให้ได้ผลการทดสอบที่ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว และสามารถวินิจฉัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้จ่ายยาให้ผู้ป่วยได้เร็วขึ้นทั้งหมดนี้หมายถึงความเร็วในการรอดชีวิตของผู้ป่วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันโรคก่อนที่จะเกิดขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน"
และภาพรวมของธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์ในไทยมีการเติบโตต่อเนื่องและมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากทุกวันนี้เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุพฤติกรรมการใส่ใจเรื่องสุขภาพเปลี่ยนไปมากผู้บริโภคหันมาให้ ความสำคัญในการแลสุขภาพตัวเอง เช่น การนำอุปกรณ์ทางการแพทย์เบื้องต้นมาไว้ใช้ดูแลตัวเองที่บ้าน ทำให้สัดส่วนของตลาดกลุ่มนี้สูงขึ้นตามลำดับ และขณะเดียวกันตลาดที่เป็นโรงพยาบาลก็สรรหาอุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์ที่ถูกต้องและแม่นยำ มีความทันสมัยเข้ามาใช้ในโรงพยาบาลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเช่นกัน บริษัทฯ มองเห็นช่องทางการเติบโตจึงมีแผนรุกตลาดออนไลน์ให้เข้าถึงกลุ่ม ลูกค้าบุคคลให้มากขึ้น โดยได้เตรียมนำเข้าสินค้าในกลุ่มผู้สูงอายุเข้ามาจำหน่าย อาทิเช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาลพร้อมแอพพลิเคชั่นในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ให้สามารถควบคุมสภาวะน้ำตาลได้ ตรงตามเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังสามารถที่จะดูแลตัวเองและสื่อสารกับแพทย์ผู้รักษาได้ตลอดเวลา นอกจากนี้เรายังมีแผนขยายตลาดเชิงรุกจับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่มองเห็นความสำคัญของ การดูแลสุขภาพด้วย"
นายฤทธิชัย ศรีวิจารย์ กล่าวเสริมว่า "ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขาย อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่องและปัจจุบันบริษัทยังคงสามารถรักษามาตรฐานการเติบโตของธุรกิจได้มากกว่า 18% โดยบริษัทมี แผนที่จะลงทุนงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร โดยเราจะเพิ่มการให้บริการทุกด้านเกี่ยวกับ wellness Center ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์เพื่อสุขภาพทั้งในส่วนออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการนำเข้าสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับห้องปฏิบัติการ เพื่อเสริมการเติบโตและตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้านอุปกรณ์การแพทย์ในไทย"

Go To Lead


e Bay-DITP 'หนุน' อี-คอมเมิร์ซระดับโลก
นายบุญพันธุ์ บุญประยูร ผู้จัดการประจำประเทศไทยของอีเบย์ เปิดเผยว่า “อีเบย์ได้จัดโครงการ “จับคู่ธุรกิจ จับคู่ความสำเร็จ” (eBay B2B2C Business Matching & Workshop) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ส่งออกได้ขยายธุรกิจ เจาะตลาดค้าปลีกออนไลน์บนอีเบย์ซึ่งมีฐานผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยเปิดเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและบริษัทผู้ช่วยพัฒนาธุรกิจ (eBay Enabler) ซึ่งให้บริการโปรแกรมอี-แคตตาล็อก (e-Catalog) ที่ช่วยสร้างรายการสินค้า (Listing) บนอีเบย์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบบบริหารสต็อกและจัดการขนส่งโลจิสติกส์แบบค้าปลีก ทั้งยังมีผู้ขายอีเบย์ (Resellers) ช่วยทำการขายและดูแลลูกค้ารายย่อยให้ จึงเพิ่มโอกาสขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจัดการธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่ไม่คุ้นเคยด้วยตัวเอง แต่ให้มือโปรฯ อย่างบริษัทผู้ช่วยพัฒนาธุรกิจ (eBay Enabler) และผู้ขายอีเบย์ (Resellers) เป็นกำลังหนุนช่วยผลักดันการเติบโต
อีเบย์ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทย กระตุ้นการเติบโตของภาคการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยให้เข้าถึงผู้ซื้อกว่า 170 ล้านคนจากนานาประเทศทั่วโลก

Go To Lead


กรมพัฒน์ฯ 'คุย' แผนยุทธศาสตร์อี-คอมเมิร์ซ
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมฯ ได้จัดทำ “แผนยุทธศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สร้างธุรกิจไทย” (e-Commerce for Thai SMEs) ขึ้นให้สอดรับกับแผนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (2560 - 2564) โดยได้กำหนดเป้าหมายที่จะเป็น “ศูนย์กลางการพัฒนาสู่ช่องทางอี-คอมเมิร์ซ” เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เอสเอ็มอีและชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามแผนยุทธศาสตร์ฯ กรมฯ จะเน้นการพัฒนาสู่ความสำเร็จแบ่งเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการพัฒนาคน (Human) ได้แก่ การจัดอบรมให้ความรู้การพัฒนาเข้าสู่ช่องทางและสร้างกลยุทธ์สู่ความสำเร็จอี-คอมเมิร์ซ” “2) ด้านการกระตุ้นการใช้อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce Booster) การจัดกิจกรรมกระตุ้นการซื้อขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ ด้วยการจัดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเข้าสู่การค้าออนไลน์ กิจกรรมเผยแพร่ร้านค้าออนไลน์ที่ ได้รับเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือจากกรมฯ และ 3) ด้านการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (Ecosystem) เน้นการส่งเสริมพัฒนาด้านการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ เนื่องจากเป็นองค์ประกอบหลักที่จะส่งผลต่อการขยายตัว และการเติบโตในภาพรวมของการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ กรมฯ เตรียมเปิดโครงการอี-คอมเมิร์ซบิ๊กแบง (e-Commerce Big Bang) โดยใช้มาตรการ 3e พัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ได้แก่ e-Marketplace : ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมสินค้าของเอสเอ็มอีและชุมชนเข้าสู่ร้านค้าออนไลน์และเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีศักยภาพทางการตลาด และขยายร้านค้าชุมชนสู่การเป็นศูนย์กลางสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ในตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกความต้องการบริโภคของชุมชน
“e-Logistic การขนส่ง-กระจายสินค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เทคโนโลยีสร้างศูนย์รวมผู้ให้บริการ โลจิสติกส์ขนส่งและกระจายสินค้าในท้องถิ่น เช่น รถบรรทุกขนาดเล็กรับจ้าง รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถโดยสารประจำทางท้องถิ่น และเชื่อมโยงกับร้านค้าชุมชนให้เป็นศูนย์กระจายสินค้า รับฝากการขนส่งสินค้าให้แก่เอสเอ็มอีและชุมชน ส่งผลต่อการสร้างการเติบโตของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในท้องถิ่น ประหยัดต้นทุนและเวลาการขนส่งอย่างเหมาะสม และ e-Portal ศูนย์อำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจครบวงจร / ศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเมื่อสภาพแวดล้อม (Ecosystem) มีความเหมาะสมในการประกอบธุรกิจย่อมส่งผลต่อการประกอบธุรกิจผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่เอสเอ็มอีและชุมชนอย่างทั่วถึง”
“เบื้องต้น กรมฯ ได้ดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เอสเอ็มอี ภายใต้เครื่องหมาย DBD Registered และ DBD Verified จำนวนกว่า 30,000 เว็บไซต์ อีกทั้ง ได้ต่อยอดการพัฒนาการค้าออนไลน์ให้เข้าสู่มาตรฐานและสามารถขยายตลาดระดับประเทศ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 54,000 ล้านบาทต่อปี และยังดำเนินการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก โดยการพัฒนาร้านค้าชุมชนให้เป็นร้านค้าชุมชนไฮบริด จำนวน 2,000 ร้านค้า คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 3,600 ล้านบาทต่อปี รวมเป้าหมายการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 57,600 ล้านบาทต่อปี ในปี 2559 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย มีมูลค่ารวม 2.5 ล้านล้านบาท โดยคาดว่ามูลค่าอี-คอมเมิร์ซไทย จะมีอัตราการขยายตัว ร้อยละ 100 ในปี 2564 หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวแบบขั้นบันไดที่สูง และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะเป็นธุรกิจดาวเด่นที่น่าจับตามองตลอดทศวรรษนี้

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com