e-Commerce/SMEs
Hot News: 'ผุด' โครงการบ่มเพาะ Edtech Startups
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
'ผุด' โครงการบ่มเพาะ Edtech Startups
นายกระทิง พูนผล ผู้ก่อตั้งกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก และ ดิสรัปท์ เทคโนโลยี เวนเจอร์ เปิดเผยว่า StormBreaker Venture เป็นโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านการศึกษา ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะปฏิวัติการศึกษาไทยโดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการศึกษาในยุคดิจิทัล โดยโครงการนี้ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ตอบโจทย์โลกการทำงานในยุค Digital Disruption และเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้คนไทยทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการเรียนรู้ให้กับคนไทยกว่า 1 ล้านคนภายในปี 2563 ซึ่งใน 4 เดือนที่ผ่านมาสามารถเปลี่ยนการเรียนรู้ของผู้เรียนไทยกว่า 150,000 คน ทั้งนี้ ทางโครงการ ฯ เตรียมพร้อมสร้าง Edtech Startups ไทยสู่ระดับพันล้านภายใน 5 ปี เพื่อมุ่งสู่ Edtech Ecosystem อันดับ top ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดการลงทุนใน Edtech ถือว่าเป็นเทรนด์ที่นักลงทุนกำลังจับตามอง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยดูได้จากตัวเลขจากการลงทุนทั่วโลกของ VC ใน Edtech นั้นมีมากกว่า $9.52 billion USD หรือประมาณ 297,980 ล้านบาท ซึ่งมาจาก Edtech Startups กว่า 813 ตัว คิดเป็นการเติบโตกว่า 30%
คาดว่าในปี 2563 การลงทุนใน Edtech Startups ทั่วโลก จะมีมากกว่า 10 billion USD หรือประมาณ 313,005 ล้านบาทซึ่งในส่วนของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะมีมากกว่า 4,695 ล้านบาท และในประเทศไทยคาดว่าจะคิดเป็นประมาณ 156 - 313 ล้านบาท โดยในอนาคต แนวโน้มของ Edtech ยังคงโฟกัสไปที่ตลาดใหญ่ ๆ เช่น ภาษาอังกฤษหรือการฝึกอบรมด้านภาษา, Professional Reskilling, Personalized Learning Pathway, Career Accelerator และจะเริ่มมีการนำเทคโนโลยีระดับสูงที่มีความซับซ้อน (Deep Tech) มาใช้งาน เช่น AI (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์ และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning), Mixed Reality และ IoT รวมถึงเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับกระบวนการคิด (Cognitive Learning) มาใช้ใน Edtech Startups รุ่นใหม่ ๆ ซึ่ง Edtech Ecosystem ไทยยังคงอยู่ในขั้นเริ่มตั้งไข่ แต่คาดว่าภายในปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 100%
นางสาวจันทนารักษ์ ถือแก้ว กรรมการผู้จัดการ โครงการ StormBreaker Venture กล่าวว่า StormBreaker Venture Demo Day 2019 Batch 1 เป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องจาก Education Disruption เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จก้าวแรกในการบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านการศึกษาครั้งแรกในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้สุดยอด Edtech Startups 4 ทีมสุดท้าย นำโดยทีม Vonder ผู้บุกเบิกการทำแชทบอทด้านการศึกษาที่สามารถเข้าถึงนักเรียนทั่วประเทศ 70,000 คน และพนักงานองค์กรอีก 30,000 คน, ทีม Voxy ระบบปฏิบัติการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างการเรียนรู้ใหม่ด้านภาษาอังกฤษ, ทีม insKru ผนึกกำลังครูทั่วประเทศพลิกโฉมการเรียนการสอนไทย กระจายไอเดียการสอนสู่ครู เพื่อต่อยอดสู่นักเรียน 50,000 คน และทีม OpenDurian “เปิด-ดู-เรียน” ผู้นำด้านการศึกษาออนไลน์ที่มียอดขายกว่า 49 ล้านบาท ตั้งเป้าเตรียมสร้าง talent ไทย 500,000 คน รับมือกับ Digital Disruption “Edtech Startup 4 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก ถือเป็น 4 ทีมนำร่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการศึกษา 4 ด้านคือ การเรียนรู้และพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (STEM and Coding for All) การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การทำงานของคุณครูไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Teacher of The Future) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในยุคดิจิทัล (Reskilling Professionals) เพื่อรับมือกับการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Disruption) ที่จะเกิดขึ้น และด้านสุดท้าย การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ (English For All) โดยนำเทคโนโลยีหรือเทคนิควิธีการสอนรูปแบบใหม่มาใช้เพื่อให้เด็กไทยมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้ง 4 ด้านข้างต้น ล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสตาร์ทอัพด้าน Edtech ของไทย โดยเชื่อมั่นว่า Edtech Startup จะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ผลักดันให้ระบบการศึกษาไทยได้พัฒนาและยกระดับทัดเทียมนานาประเทศ โครงการ StormBreaker เปิดรับ Edtech Startup เข้าสู่ Batch 2 โดยเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 17 พฤษภาคม 2562 นี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.disruptignite.com/accelerator/edtech-accelerator หรือสอบถามรายละเอียดที่อีเมล์ all@disruptignite.com

Go To Lead


“ไทยสตาร์ แพคเกจจิ้ง อวอร์ด 2019”
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value) โดยอาศัยการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่นและสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ทั้งในด้านของรูปแบบสินค้าที่ต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และในด้านของการหีบห่อ หรือ “บรรจุภัณฑ์” ที่ต้องมีความโดดเด่น ดึงดูดใจผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อสินค้าเร็วขึ้น รวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าให้ดีขึ้น เพื่อสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความแตกต่างเป็นที่จดจำ และสื่อสารเอกลักษณ์สู่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ การสร้างจิตวิทยาด้านคุณค่าต่อผู้บริโภค รวมไปถึงการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและช่วยให้เกิดยอดจำหน่ายที่สูงมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น กสอ. โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thailand Industrial Design Center : Thai-IDC) จึงได้ร่วมมือกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย (TPA) สถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) และสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดบรรจุภัณฑ์ไทยขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ได้ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและเป็นการส่งเสริมให้นักออกแบบได้มีการพัฒนา ยกระดับมาตรฐานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยสู่สากล และเพื่อให้ได้ตัวแทนผลงานบรรจุภัณฑ์ไปประกวดในนามตัวแทนประเทศไทย ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก
สำหรับการประกวดบรรจุภัณฑ์ไทย ครั้งที่ 42 ประจำปี พ.ศ. 2562 นี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “บรรจุภัณฑ์ เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Packaging)” โดยแบ่งประเภทของการประกวดออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. นักเรียน – นักศึกษา 2. บริษัท – ผู้ประกอบการ – หน่วยงาน 3. นักออกแบบอิสระ โดยนักเรียน – นักศึกษาและนักออกแบบอิสระ จะต้องผลิตผลงานต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ทั้งต้นแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการจัดจำหน่าย (Consumer Package) และต้นแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Transportation Package) ส่งเข้าประกวด ชิงรางวัลที่ 1, 2, 3 และรางวัลชมเชย 5 รางวัล รวมมูลค่า 255,000 บาท และในส่วนของ บริษัท – ผู้ประกอบการ – หน่วยงาน ให้ส่งผลงานที่มีวางจำหน่ายแล้วในท้องตลาดเข้าประกวด ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ประเภทย่อย ตามวัตถุประสงค์ของบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. บรรจุภัณฑ์เพื่อการจัดจำหน่าย (Consumer Package) 2. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Transportation Package) 3. บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Package) 4. สื่อและบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งเสริมการขาย (Point of Purchase: POP) และ 5. วัสดุบรรจุภัณฑ์และองค์ประกอบ (Packaging Material and Components: PMC) โดยจะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตร ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้ง 3 ประเภทหลัก ยังมีรางวัลพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานร่วมดำเนินการ ได้แก่ สถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (GS1 Thailand) ซึ่งสนับสนุนรางวัลการออกแบบบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 34,000 บาท และสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (TIPMSE) ให้การสนับสนุนรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่า 30,000 บาท ขณะเดียวกัน กสอ. ยังมอบรางวัลพิเศษให้กับผลงานบรรจุภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว และได้คะแนนรวมสูงสุด เพื่อรับรางวัลพิเศษ (ThaiStar President’s Award) จำนวน 1 รางวัล นักออกแบบรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ และบุคคลที่สนใจ สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการ ThaiStar Packaging Awards ภายใต้หัวข้อ “บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Packaging) โดยสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ถึงวันที่ 19 เมษายน 2562 และประกาศผลการตัดสินในวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) กล้วยน้ำไท กรุงเทพฯ ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมด จะมีสิทธิ์ส่งเข้าประกวดในระดับภูมิภาคเอเชีย (AsiaStar Awards) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในการจัดประกวดรางวัลบรรจุภัณฑ์นานาชาติในเดือนกันยายน 2562 ต่อไป ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซอยตรีมิตร ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 061 423 4926/ 0 2391 5176 หรือ เว็บไซต์ www.dip.go.th

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com