e-Commerce/SMEs
Hot News: แผนน้ำ 'อีอีซี' ต้องเพียงพอใช้งาน
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
สสว.'หนุน' สหกรณ์ไทย 4.0” รับ New Normal
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุค 4.0 เพื่อขับเคลื่อนปฎิบัติการ “พลิกโฉมสหกรณ์ไทยสู่ยุค 4.0” มุ่งสร้างการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงยุคเทคโนโลยีดิจิทัล แก่สหกรณ์และสมาชิก สหกรณ์ไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถ สร้างเสริมศักยภาพ สู่กระบวนการต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของสหกรณ์ และแนวทางโมเดลทางธุรกิจใหม่สู่ยุค 4.0 ที่สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยได้รวมกระบวนการเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์ การศึกษาดูงาน บรรยายหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกิจการที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจใหม่ รวมถึงเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาเครือข่ายระหว่างสหกรณ์และภาคีที่เกี่ยวข้อง สหกรณ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดจะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพัฒนาเชิงลึกเพื่อพัฒนาองค์กรเฉพาะด้านต่อไป เฟสแรกนี้ กิจกรรมเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์ได้รับผลตอบรับดีมาก มีสหกรณ์กว่า 200 แห่ง รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายตื่นตัวสมัครเข้าร่วมเรียนรู้ ผ่านแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดีย (เฟสบุ๊ค ไลฟ์) ทางเพจโครงการ coop 4.0 มียอดวิวเข้าชมการอบรมมากกว่า 10,000 วิว ผ่านการถ่ายทอดจาก 6 วิทยากรระดับแนวหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ยุค 4.0 นำโดย อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย กูรูด้านการตลาดชื่อดัง, ผศ.ธเนศ ศิริกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจ, นายสุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย (อ.แมท) ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์, ดร.อภิวัฒน์ จ่าตา (ทิดเป้) พิธีกรด้านการเกษตรชื่อดังดีกรี ด็อกเตอร์, นายอรุษ นวราช เจ้าของสวนสามพรานโมเดล และ ผศ.ดร.อัจฉรา เกษสุวรรณ อาจารย์สายพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรและการตลาดเกษตร สำหรับสมาชิกสหกรณ์ได้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ตามที่ได้กำหนด ครบตามเงื่อนไขจะมีสิทธิรับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัล SMART COOP 4.0 อันเป็นรางวัลเพื่อความภูมิใจ ของสหกรณ์คุณภาพที่เข้าร่วมโครงการกับ สสว.
ด้าน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า ทีเส็บมีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมในภาคบริการด้านธุรกิจที่สำคัญซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ ในส่วนความร่วมมือโครงการนี้ ทีเส็บจะช่วยวิเคราะห์ความต้องการของตลาด จุดเด่นจุดด้อยของสหกรณ์ โดยจะมุ่งเน้นกลุ่มสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจภาคการผลิต การค้า บริการ และภาคธุรกิจการเกษตร ตลอดจนช่วยพัฒนาในด้านที่สามารถเชื่อมโยงให้สหกรณ์นำศักยภาพที่มีในชุมชนเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นสหกรณ์ที่สามารถรองรับธุรกิจไมซ์ นักเดินทางไมซ์ การจัดงาน จัดประชุมและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต เลือกใช้เครื่องสำอางให้สวยอย่างปลอดภัย ตามสไตล์แพทย์ผิวหนัง

Go To Lead


แผนน้ำ 'อีอีซี' ต้องเพียงพอใช้งาน
พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนงานภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก เพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในช่วงปี 2563-2580 มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่โครงการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล กำหนดแผนงานเริ่มก่อสร้างปี พ.ศ.2565-2566 โดยตั้งเป้าผลิต น้ำจืดขั้นต่ำ 2 แสนล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นอกจากนี้ ได้สั่งการ สทนช. แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อเร่งรัด ติดตามโครงการขนาดใหญ่ และโครงการสำคัญ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว รวมถึงเร่งรัดโครงการที่สนับสนุนอีอีซีเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำ และการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ หลังวิกฤติโควิด-19ด้วย
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช. จัดทำแผนการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 38 โครงการ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ถึง 872 ล้าน ลบ.ม. โดยได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว 16 โครงการ เมื่อเสร็จตามแผนงานก่อสร้าง ปี 2565 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น 253.6 ล้าน ลบ.ม.และอีก 22 โครงการ มีแผนงานตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป โดยในที่ประชุม มีโครงการสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อน 17 โครงการ ใน 7 กลุ่มโครงการ ได้แก่ 1.โครงการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล กำหนดแผนงานเริ่มก่อสร้าง ปี 65-66 2.โครงการพัฒนากลุ่มบ่อน้ำบาดาลสำหรับอุตสาหกรรม 12 ล้าน ลบ.ม.

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com