Auto
Hot News: แอ็กซอลตา โมบิลิตี้ โค้ทติ้งส์ (Axalta Mobility Coatings)
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
แอ็กซอลตา โมบิลิตี้ โค้ทติ้งส์ (Axalta Mobility Coatings)
นายฮาดิ อวาดา (Hadi Awada) รองประธานอาวุโส สีพ่นรถยนต์กลุ่มโมบิลิตี้ ระดับโลก เปิดเผยว่า วิวัฒนาการยานยนต์ได้สร้างโอกาสมหาศาลแก่ OEMs แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาเปลี่ยนผันสู่การออกแบบรถและการผลิตให้เหมาะสมด้วย จากความเชี่ยวชาญกว่า 150 ปี พร้อมการดำเนินธุรกิจแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นในการสนับสนุน ตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต จากการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น แอ็กซอลตา โมบิลิตี้ โค้ทติ้งส์ (Axalta Mobility Coatings) ดำเนินงานด้วยการนำประสบการณ์และนวัตกรรมที่ดีที่สุดมาใช้ร่วมกันใน 3 รูปแบบ ได้แก่ โซลูชั่นหลัก โซลูชั่นที่ก้าวล้ำ และนวัตกรรมล้ำหน้าเฉพาะแอ็กซอลตา โซลูชั่นหลัก ประกอบด้วยสีจริงทับหน้าเบสโค้ทและสีเคลียร์โค้ทของแอ็กซอลตาที่ดีที่สุด ให้สีที่สวยงามควบคู่ไปกับไพรเมอร์ อิเล็กโทรโค้ท และการใช้สีฝุ่นสำหรับปกป้องพื้นผิวหน้า โซลูชั่นที่ก้าวล้ำ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์และการใช้งานสำหรับกลุ่มใหญ่ปริมาณมากที่มีการเจาะจงใช้ ทั้งเป็นสีทูโทน และการใช้สีดิจิทัล ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่เสริมประสิทธิภาพ LiDAR และเรดาร์ การทนต่อความร้อน จากพอร์ตกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั้งสำหรับรถอีเลคทริคและส่วนตัวประกอบ ส่วนนวัตกรรมล้ำหน้าเฉพาะจากแอ็กซอลตา คือการให้บริการและให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและนอกห้องพ่น รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ พัฒนากระบวนการ ต้นทุน ไปจนถึงการปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์ และปัญหาต่าง ๆ
แอ็กซอลตา (NYSE: AXTA) ผู้นำสีพ่นรถยนต์ระดับโลกทั้งสีน้ำและสีฝุ่น ประกาศชื่อแบรนด์ใหม่ แอ็กซอลตา โมบิลิตี้ โค้ทติ้งส์ (Axalta Mobility Coatings) เป็นการเปลี่ยนแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเพื่อการขนส่ง เพื่อตอบสนองความต้องการด้าน รถอิเล็กทรอนิกส์ (e-mobility) และความต้องการด้านสีที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า OEMs ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เจ้าของเรือเดินสมุทร และผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ปัจจุบัน สีพ่นเพื่อยานพาหนะด้านการขนส่ง ทั้งสีน้ำและสีฝุ่น นอกจากให้สีที่สวยงาม ยังเพิ่มการปกป้องให้มีความทนทานการกัดกร่อน เมื่ออุตสาหกรรมมีการพัฒนาไปมากขึ้น ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์เพื่อสาธารณะ รถยนต์ไร้คนขับ ก็ย่อมต้องการสีที่มีนวัตกรรมก้าวล้ำ เหมาะกับการใช้งานเหล่านั้น ทั้งในแง่สีสันความสวยงาม คงทน การมองเห็น การติดตาม ความปลอดภัย นวัตกรรมเฉพาะแอ็กซอลตา ตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกขั้นตอนการใช้งานบนเส้นทางแห่งยานยนต์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แอ็กซอลตา โมบิลิตี้ โค้ทติ้งส์ (Axalta Mobility Coatings) ได้ที่ www.axalta.co.th

Go To Lead


Maybank Kim Eng Research 'ชี้'รถยนต์ EVขายดีกว่ารถยนต์ ICEV ปี 2578
Maybank Kim Eng Research (“MKE Research”) เปิดเผยรายงานบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยระบุว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) ตั้งเป้ายอดขายเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICEV) ในอาเซียนภายในปี 2573 และแซงหน้า ICEV จากปี 2578 เป็นต้นไป การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอยู่ที่ 4% ในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ด้วยตลาดของกลุ่มขับเคลื่อน 4 ล้อ (4W) อยู่ที่ 40 ล้านคัน และกลุ่มขับเคลื่อน 2 ล้อ (2W) อยู่ที่ 220 ล้านคัน ตามลำดับ คาดว่า EV จะเติบโตขึ้น 5 เท่า เป็น 20% ภายในปี 2568 โดยประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียถือเป็นตลาด 4W ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในแง่ของยอดขาย โดยครองส่วนแบ่งตลาด 75% ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน ส่วนในกลุ่ม 2W ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียมีส่วนแบ่งตลาดที่สูงถึง 99% ในแง่ของยอดขาย Liaw Thong Jung รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ของ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มาเลเซีย กล่าวว่า “ไทย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ยังคงนำหน้ากลุ่ม ในแง่ของการพัฒนานโยบายที่เป็นมิตรกับ EV ในทางกลับกัน ผู้บริโภคชาวมาเลเซียค่อนข้างให้ความสำคัญเรื่องของราคา และนิยมรถยนต์ประจำชาติ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ชอบรถจักรยานยนต์มากกว่า โดยการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงในสองประเทศดังกล่าวนี้ยังมีส่วนทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมากกว่าอีกด้วย และในภูมิภาคอาเซียน เราคาดว่ารถยนต์ขับเคลื่อน 2W จะออกมาเร็วกว่ากลุ่ม 4W” เขากล่าวเสริม
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับ EV ในอาเซียน ได้แก่ ต้นทุนที่ลดลง ความชอบของผู้บริโภค สำหรับไลฟ์สไตล์ที่เน้นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ตลาดยานยนต์ในอาเซียนยังคงให้ความสำคัญกับ ICEV เป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้ EV ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่า 1% ในตอนนี้ สิงคโปร์ : เรามองว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มองการณ์ไกลมากที่สุดและเร็วที่สุดในการรองรับ e-mobility โดยประเทศมุ่งมั่นที่จะยุติการผลิต ICEV ภายในปี 2583 ไทย : ประเทศไทยกำลังเร่งการนำ EV มาใช้ โดยย่นระยะเวลาคาดการณ์ล่วงหน้า (การผลิตและการใช้งานในประเทศ) ให้เร็วขึ้น 5 ปีจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของอาเซียนภายในปี 2568 อินโดนีเซีย : อินโดนีเซียมีนโยบาย EV ที่ชัดเจนและเป็น FDI ที่สนับสนุน EV โดยประเทศได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะยุติการผลิต ICEV ภายในปี 2578 โดยมีปริมาณนิกเกิลสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ เวียดนาม : Vinfast ผู้ผลิต EV ที่สำคัญของเวียดนาม (ผลิตยานยนต์ สกูตเตอร์ รถบัส) พร้อมที่จะส่งออกรุ่นต่างๆ ไปทั่วโลก
ความท้าทายที่จะมาขัดขวางการเร่งนำ EV มาใช้ ได้แก่ ราคาที่จับต้องได้ ระยะเวลาในการชาร์จ ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมใช้งานของสถานีชาร์จ รวมถึงตัวเลือกต่างๆ ของรถยนต์ EV ในรุ่นต่างๆ นโยบายของรัฐบาลในรูปแบบของสิ่งจูงใจสามารถสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงด้านราคา EV ให้สามารถจับต้องได้ ในขณะเดียวกัน บริษัทผู้รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ต้องเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ในแง่ของความน่าเชื่อถือของแบตเตอรี่และเทคโนโลยี ในบรรดานโยบายและสิ่งจูงใจที่รัฐบาลสามารถพิจารณาเพื่อเพิ่มความต้องการให้กับ EV ได้แก่ แรงจูงใจทางการเงินที่เกิดขึ้นประจำ เช่น ภาษีน้ำมันหรือราคาไฟฟ้าแบบไดนามิก สิ่งจูงใจทางการคลังแบบครั้งเดียว เช่น การยกเว้นภาษีหรือการกำหนดราคาคาร์บอน และสิ่งจูงใจที่ไม่ใช่การคลัง เช่น การเรียกเก็บเงินค่าโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงช่องทางพิเศษ ที่จอดรถฟรี การยกเว้นค่าผ่านทางและการเข้าถึงเขตการปล่อยมลพิษต่ำ ดังนั้น เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เทรนด์ EV กำลังมา อาเซียนควรมองไปที่การดึงดูดการลงทุน EV ของจีนและการร่วมเป็นหุ้นส่วน EV ที่มีศักยภาพ ซึ่งจีนมีโมเดล EV ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว พร้อมห่วงโซ่คุณค่าที่สมบูรณ์และบริษัท EV ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ซึ่งอาเซียนสามารถเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนพวงมาลัยขวาให้กับจีนได้อีกด้วย

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com