Auto
Hot News: ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน 'เผย'สเปกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ไลฟ์ไวร์
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน 'เผย'สเปกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ไลฟ์ไวร์
นายแมตต์ ลาวาทิช ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เปิดเผยว่า นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนทั้งร่างกายและจิตวิญญาณถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน? มาโดยตลอด และการเดินทางบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ของเราครั้งนี้ ก็คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโอกาส ทั้งเพื่อนักขี่มอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันและนักขี่หน้าใหม่ในทุกระดับอายุและทุกวิถีชีวิต อัตราเร่งแรงเร้าใจ: ไลฟ์ไวร์สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.5 วินาที ด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้า H-D Revelation? จึงมอบแรงบิดได้เต็ม 100% ในทันทีที่บิดคันเร่ง และคงแรงบิดแบบเต็มร้อยได้ทุกเวลาที่ต้องการ ขับขี่ง่ายสไตล์ Twist-and-go: เนื่องจากระบบไฟฟ้าไม่ต้องใช้คลัทช์และการเปลี่ยนเกียร์ ทำให้ไลฟ์ไวร์เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ง่ายต่อการขับขี่สำหรับมือใหม่ มาพร้อมระบบชาร์จอัตโนมัติเมื่อผู้ขับเบรกเพื่อสร้างพลังงานสำหรับนำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะประจุไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเขตเมืองใหญ่ที่ต้องหยุดรถและออกตัวบ่อยครั้ง เชื่อมต่อด้วย H-D? Connect: ไลฟ์ไวร์ติดตั้งระบบ H-D? Connect ซึ่งเชื่อมต่อนักขี่เข้ากับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน่วยควบคุมเทเลแมติกส์บนคลื่นความถี่แอลทีอี (LTE-enabled Telematics Control Unit) พร้อมการเชื่อมต่อและบริการคลาวด์ด้วยแอปพลิเคชั่นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน? ด้วยระบบ H-D? Connect นี้ ข้อมูลการขับขี่จะถูกเก็บรวบรวมและส่งต่อไปยังแอปพลิเคชั่น เพื่อนำเสนอชุดข้อมูลในสมาร์ทโฟน ซึ่งครอบคลุมข้อมูลด้านต่าง ๆ ได้แก่: สถานะของมอเตอร์ไซค์: ระบบ H-D? Connect จะบอกสถานะแบตเตอรี่และระยะทางที่เดินทางไปถึงได้จากที่ตำแหน่งตั้งหากมีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง ซึ่งช่วยให้นักขี่สามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จไฟ ทั้งระดับการชาร์จและเวลาสำหรับการชาร์จเต็ม นักขี่ยังสามารถค้นหาสถานีจุดชาร์จไฟจากฟังก์ชั่นการค้นหา ซึ่งติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานในแอปพลิเคชั่น H-D App สัญญาณเตือนการรบกวนและแจ้งตำแหน่งยานพาหนะ: ระบบ H-D? Connect จะระบุตำแหน่งที่จอดของไลฟ์ไวร์และสามารถส่งสัญญาณเตือนมายังสมาร์ทโฟนหากตัวรถถูกรบกวนหรือถูกเคลื่อนย้าย ทั้งยังมีฟังก์ชั่นติดตามการโจรกรรมผ่านเครือข่ายดาวเทียมจีพีเอส เพื่อมอบความอุ่นใจให้สามารถติดตามตำแหน่งของมอเตอร์ไซค์ได้ตลอดเวลา (ฟังก์ชั่นนี้ใช้ได้เฉพาะบางประเทศที่มีกฎหมายรองรับ) ระบบเตือนความจำและการแจ้งเตือน: แอปพลิเคชั่นมีบริการแจ้งเตือนการเข้ารับบริการที่ใกล้จะมาถึง รวมถึงการแจ้งเตือนกำหนดการบำรุงรักษาอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีการเตือนความจำเกี่ยวกับตารางการรับบริการแบบอัตโนมัติ
ประสิทธิภาพและระยะทางการขับขี่ที่ปรับปรุงขึ้นเพื่อการเดินทางในเมือง: ด้วยการชาร์จไฟเพียงหนึ่งครั้ง ไลฟ์ไวร์สามารถขับขี่เป็นระยะทางไกลถึง 110 ไมล์บนถนนทางเรียบ ประสิทธิภาพการควบคุมและการบังคับ: แชสซีของไลฟ์ไวร์ได้รับการออกแบบให้สามารถควบคุมได้อย่างคล่องตัว ทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจของการเดินทางในเขตเมือง และมอบความเร้าใจในการเดินทางบนเส้นทางที่คดเคี้ยว ระบบส่งกำลังไฟฟ้า H-D Revelation ติดตั้งในส่วนล่างของตัวรถเพื่อลดระดับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลงและช่วยให้สามารถควบคุมการทรงตัวได้ดีขึ้นในทุกระดับความเร็ว ทั้งยังทำให้ควบคุมตัวรถได้ง่ายขึ้นในขณะหยุดรถ นอกจากนี้ ยังติดตั้งเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยม ทั้ง Electronic Chassis Control ซึ่งกำหนดเป็นค่ามาตรฐาน รวมถึงระบบเบรกป้องกันล้อล็อกขณะเข้าโค้ง (Cornering-enhanced Anti-lock Braking System) และระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control) โดยระบบต่าง ๆ ควบคุมด้วยไฟฟ้าและเครื่องวัดแรงเฉื่อยรุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึงเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ป้องกันการเบรกจนล้อล็อกตาย (ABS) ที่ทันสมัย เสียงเครื่องยนต์แบบฉบับฮาร์ลีย์-เดวิดสันและการสั่นระะดับต่ำสุด: ด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้า H-D Revelationของไลฟ์ไวร์ ทำให้เกิดการสั่น ความร้อน และเสียงรบกวนในระดับต่ำสุด เพื่อมอบความรู้สึกสบายในการขับขี่ ทั้งยังถูกออกแบบให้มีเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ทั้งในขณะเร่งเครื่องและรักษาระดับความเร็ว โดยรูปแบบเสียงแห่งอนาคตนี้แสดงถึงระบบไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างราบรื่นของไลฟ์ไวร์อย่างชัดเจน

Go To Lead


ดีเดย์ขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้
นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ) เปิดเผยถึงการปรับค่าโดยสารรถสาธารณะหมวด 1-4 ตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งระบบกลาง โดยมีผลในวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า ช่วงที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการคำนวนค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมติแต่อย่างใด มติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกลางฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทส่วนกรณีรถที่ซื้อมาเข้าร่วมแผนการปฏิรูปมีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี และมีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อนค่าโดยสาร 12 บาท ส่วนของรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท หลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย รวมทั้งพิจารณาให้ปรับราคารถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้อนุมัติให้รถหมวดดังกล่าวปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 10 % โดยมีผล 21 ม.ค.62 เช่นเดียวกัน
ค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.ที่จะปรับขึ้น 21 ม.ค.นี้ รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย เป็น 8 บาทตลอดสาย ,รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท ส่วนรถโดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารใช้ทางด่วนจะมีการเก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติอีก 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 10 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาทต่อคนต่อเที่ยวขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com