Auto
Hot News: บ๊อช'เผย' กลุ่มธุรกิจหลากหลาย'ช่วย'คงยอดขายระดับสูง
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
บ๊อช'เผย' กลุ่มธุรกิจหลากหลาย'ช่วย'คงยอดขายระดับสูง
ดร. โวคมาร์ เดนเนอร์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบ๊อช นำเสนอตัวเลขผลประกอบการเบื้องต้น เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยและยอดการผลิตรถยนต์ที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านอื่น ๆ ของบ๊อช แต่ด้วยความหลากหลายทางธุรกิจ ส่งผลให้บ๊อชยังสามารถขยายฐานธุรกิจที่มีอยู่ พร้อมทั้งพัฒนาธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายเช่นนี้ บริษัทยังคงลงทุนต่อเนื่องในด้านที่ธุรกิจมีการเติบโตสูง ปีนี้ บ๊อช มีแผนลงทุนกว่า 1 พันล้านยูโร เพื่อพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกันสำหรับอนาคตข้างหน้า “ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม บริษัทมีบทบาทในการช่วยกำหนดทิศทางไปสู่ทางเลือกใหม่แห่งการขับเคลื่อน พร้อมกับสร้างโอกาสทางธุรกิจของเรา ปีพ.ศ. 2562 บ๊อช ทำกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ราว 3 พันล้านยูโร ส่งผลให้อัตราส่วนกำไร EBIT ต่ำกว่าร้อยละ 4 เล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากภาคการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ถดถอย โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างจีนและอินเดีย อีกทั้งสัดส่วนการใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ลดลง จากการปรับต้นทุนทางโครงสร้าง (โดยเฉพาะในตลาดเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน) รวมถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของโครงการที่คาดว่าจะมีความสำคัญในอนาคต สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปีนี้ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายๆ บริษัท โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และตลาดวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งรวมถึงบ๊อชด้วย” ศ.สเตฟาน อเซนเคียชเบาเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและรองประธานกรรมการของบ๊อช กล่าว “อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจและภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อบ๊อช เราจะผลักดันให้เติบโตแข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวมให้ได้อีกครั้งในปี 2563 นี้” เขากล่าวเสริมพร้อมเน้นย้ำว่า บ๊อชจะยังคงพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อผลกำไร พร้อมกับปรับกำลังการผลิตให้เหมาะสม บ๊อช วางภาพอนาคตแห่งการขับเคลื่อนไว้อย่างชัดเจน รวมถึงวางแนวทางสู่ทางเลือกใหม่ได้อย่างประสบผลสำเร็จด้วย “ระบบการขับเคลื่อนแห่งอนาคตจะไม่เป็นเพียงระบบที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและเป็นระบบอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบที่เชื่อมต่อและปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคนได้” ดร.เดนเนอร์กล่าวพร้อมเสริมว่า การที่บ๊อช มีธุรกิจที่หลากหลาย ทำให้บริษัทมีความพร้อมมากกว่าบริษัทอื่นในการรองรับการพัฒนาและรับมือกับสภาวการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
ดร. เดนเนอร์ กล่าวว่า ให้ตระหนักถึงเส้นทางที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคตนั้น จะมาพร้อมกับความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์เช่นกัน ประการแรกคือ ประเด็นโต้แย้งที่ไม่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับรถยนต์กับสภาพการจราจรที่แน่นขนัด ประการที่สองคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ยังต้องอาศัยระยะเวลาในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง โดย ดร.เดนเนอร์เน้นย้ำถึง “ขั้นตอนการทำงาน โดยเฉพาะขั้นตอนพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (electromobility) ไม่ใช่สิ่งที่จะทำสำเร็จในชั่วเวลาข้ามคืน” ประการที่สามคือ สภาวะทางเศรษฐกิจที่บีบคั้นให้เกิดการปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรม ซึ่งบ๊อชคาดว่าปริมาณการผลิตยานยนต์ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2563 จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และในปีนี้ บริษัทคาดการณ์ว่า การผลิตจะปรับตัวลดลงอีกร้อยละ 2.6 เหลือ 89 ล้านคันทั่วโลก หรือน้อยกว่าที่ผลิตในปีพ.ศ. 2560 เกือบ 10 ล้านคัน นอกจากนี้ บ๊อช ยังคาดว่าการผลิตจะยังคงอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี และคาดว่าปริมาณการผลิตยานยนต์ทั่วโลกจะไม่เพิ่มขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2568 บริษัทตั้งเป้าที่จะปรับโครงสร้างด้านต้นทุนและแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงกำลังการผลิตที่เกินความต้องการในภาคอุตสาหกรรม โดยจะใช้แนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและเป็นที่ยอมรับในทางสากล ดร.เดนเนอร์กล่าวว่า “เราบรรลุข้อตกลงเรื่องนี้ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bamberg, Schwieberdingen และ Stuttgart-Feuerbach” เป้าหมายของการดำเนินงานครั้งนี้ ก็เพื่อแนะนำแนวทางและเปิดโอกาสให้พนักงานแต่ละบุคคล ได้ก้าวหน้า รวมทั้งรักษาบุคลากรและทักษะความชำนาญเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com