e-Market
Go to www.supersafenano.com
Hot News: 'คิซ ชู' ชิงเค้กตลาด Carbonated drink//'แอมเวย์' ดันอาร์ทิสทรีโตทะลุ 2,200 ล้าน//'ดีวานา' เล็งขึ้นเบอร์หนึ่งสปาเครื่องหอม//
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
LINE MAN 'คุย' ผู้ใช้งานพุ่งกว่า 1 ล้านคน
นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า LINE MAN บริการผู้ช่วยในชีวิตประจำวันของคนไทย ฉลองความสำเร็จครบรอบ 2 ปี มีผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือนด้วยยอดสั่งซื้อยอดเติบโตกว่า 489% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้วยแพลตฟอร์มที่มอบความสะดวกและครบวงจรสำหรับความต้องการในชีวิตประจำวันผ่านบริการทั้ง 5 ของ LINE MAN ได้แก่ 1.บริการสั่งอาหาร (Food delivery) 2. บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger) 3. บริการซื้อของสะดวกซื้อ (Convenience Goods) 4. บริการส่งพัสดุ (Postal/Parcel) และ 5. บริการเรียกรถแท็กซี่ (Taxi)
"ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านโซเชี่ยลมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย" กล่าวโดย นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย "จากผลสำรวจของ PWC ทำให้เห็นว่าการซื้อขายสินค้าผ่านโซเชี่ยลมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 51 จาก 3.1 พันล้านดอลล่าของมูลค่าตลาดรวมอีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้จำนวนผู้ใช้บริการการซื้อขายสินค้าผ่านโซเชี่ยลในประเทศไทยยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสามเท่า ในการที่จะรับมือกับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์อาจเจอปัญหาที่ยุ่งยากไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อรับ-ส่งของ หรือการรับ-ส่งของในเฉพาะช่วงเวลาที่จำกัด แม้กระทั่งระบบการติดตามสิ่งของที่ส่งก็อาจจะทำให้เป็นเรื่องที่วุ่นวายพอสมควร แต่ บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger) และ บริการส่งพัสดุ (Postal/Parcel) จะสามารถช่วยปัญหาเหล่านี้ได้ และช่วยทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถเน้นในเรื่องการทำธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger) เป็นบริการแบบเร่งด่วนภายวันเดียวในเขตกรุงเทพฯ สำหรับทั้งการใช้งานแบบส่วนตัวหรือแบบธุรกิจ (พ่อค้า-แม่ค้า ออนไลน์) มีการเติบโตกว่า 7 เท่า ต่อปี จากสองปีที่ผ่านมา LINE MAN (Messenger) มีระยะทางการรับ-ส่งสิ่งของไปแล้วมากกว่า 14 ล้านกิโลเมตร หรือเท่ากับเดินทางไปกลับดวงจันทร์ 18 รอบ บริการส่งพัสดุ (Postal/Parcel) ให้บริการทุกวันตลอด 24 ขั่วโมงและครบคลุมทั่วประเทศ เป็นบริการที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางธุรกิจ ตั้งแต่เปิดให้บริการมา LINE MAN (Postal/Parcel) ช่วยประหยัดเวลาเดินทางของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไปแล้วกว่า 300,000 ชั่วโมง
"จากผลวิเคราะห์ของธนาคารกสิกรไทยในปีพ.ศ. 2560 แสดงให้เห็นว่าการบริการส่งอาหารมีเพียง 7% ของตลาดร้านอาหารทั้งหมดที่มีสูงถึง 397,000 ล้านบาท ตลาดการส่งอาหารมีมาหลายปีแล้วแล้วแต่ยังมีจำนวนร้านอาหารไม่มากพอ LINE ได้มองเห็นโอกาสในการขยายและสร้างฐานใหม่ของการบริการส่งอาหารสตรีทฟู้ดที่ซึ่งเป็นสัดส่วนร้านอาหารที่คนไทยนิยมทานมากที่สุดแต่ยังไม่มีใครมาตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยตรงนี้ การที่มีบริการสั่งซื้ออาหาร (Food delivery) จาก LINE MAN เป็นการช่วยเอื้อประโยชน์ต่อทั้งเจ้าของธุรกิจร้านอาหารและผู้บริโภค สำหรับเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่อาจจะต้องเจอปัญหาในด้านของสถานที่ที่มีจำกัดการบริหารค่าใช้จ่ายของบุคลากรและทุนทรัพย์ และที่สำคัญ ไม่คิดค่าคอมมิชชั่นจากร้านอาหารและถ้ามองจากมุมมองของลูกค้า การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านอาจจะใช้เวลามากเมื่อต้องเจอกับจรจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ หรือการหาที่จอดรถก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักที่มักเกิดขึ้น บริการสั่งอาหาร (Food delivery) ของ LINE MAN เป็นบริการที่มาช่วยเติมเต็มและแก้ไขปัญหาพวกนี้ให้กับเจ้าของธุรกิจร้านอาหารและให้ผู้บริโภค"
บริการสั่งอาหาร (Food delivery) ครองแชมป์อันดับ 1 ปัจุบันมีให้บริการสั่งซื้ออาหาร จากร้านอาหารและสตรีทฟู้ดกว่า 40,000 ร้านทั่วกรุงเทพฯ หรือมีจำนวนร้านอาหารสูงกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด (ประมาณ 4,000 ร้าน) และเกี๊ยวซ่าเป็นเมนูที่มีผู้สั่งซื้อมากที่สุดด้วยยอดส่งมาแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น เพิ่มรายได้ให้กับร้าน Kinza Gyoza มาแล้วกว่า 100 เท่า บริการซื้อของสะดวกซื้อ (Convenience Goods) จัดส่งสินค้าจาก 7-Eleven ถึงหน้าบ้านตลอด 24 ชั่วโมง รายการยอดนิยมที่คนสั่งซื้อมากที่สุด คือน้ำแข็งและโซดา พิสูจน์ได้ว่า LINE MAN ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเวลากลางคืนระหว่าง เช่น ช่วงฤดูการแข่งขันฟุตบอลและปาร์ตี้ต่างๆ
"ปัจุบันมีแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่เพียง 6 แอพฯ ซึ่งทำให้ปัญหาที่ผู้บริโภคต้องเผชิญยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรถในเวลาเร่งด่วน หรือเวลาที่ฝนตก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ LINE เกิดบริการเรียกรถแท็กซี่ (Taxi) ขึ้น ถึงแม้ว่าเราเพิ่งเริ่มให้บริการเพียงไม่กี่เดือน ก็เห็นได้ถึงความเติบโตที่รวดเร็วพร้อมกับผลตอบรับที่ดีจากผู้เรียกใช้บริการ เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการให้ตัวเลือกกับผู้บริโภคย่อมเ ป็นสิ่งที่ดี" นายอริยะกล่าว

Go To Lead


'คิซ ชู' ชิงเค้กตลาด Carbonated drink
นางสาวนริศรา กุลปิยะวาจา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชบาบางกอก จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ ชบา เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทปิดยอดรวมทั้งหมดที่ 2,300 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 60% ในประเทศ 40% และคาดว่าปีนี้จะสามารถขยับขึ้นเป็นประมาณ 2,700 ล้านบาท จากการพัฒนาสินค้าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ซึ่งเห็นได้จากรสชาติที่หลากหลายของน้ำผลไม้แบรนด์ชบาที่มีเอกลักษณ์แตกต่างไม่เหมือนใครในตลาด เช่น น้ำมะม่วงเสาวรส หรือน้ำมะพร้าวผสมช็อคโกแลต และเพื่อตอกย้ำในคุณภาพพร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ปีนี้ชบาฯ จึงได้แตกไลน์สินค้าเซ็กเมนต์ใหม่คือ น้ำผลไม้สปาร์คกลิ้ง คิซ (Qizz) เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มเครื่องดื่ม Carbonated drink ที่มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 40% ในปีที่ผ่านมา
"น้ำผลไม้สปาร์คกลิ้ง คิซ เป็นสินค้าเซ็กเมนต์ใหม่ล่าสุด ผ่านกระบวนการอัดก๊าซ Carbonat ดึงเอาความแตกต่างของทั้ง 2 สิ่ง ได้แก่ คุณประโยชน์จากน้ำผลไม้แท้ ผสานกับความซาบซ่าสนุกสนานอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าได้รสสัมผัสที่หลากหลาย พร้อมคุณประโยชน์ของน้ำผลไม้แท้ และความแปลกใหม่แบบไม่ซ้ำซากจำเจ มีให้เลือกถึง 5 รสชาติ ได้แก่ QizzOrange, QizzGrapefruit, QizzApple, QizzBlackcurrant และ QizzLemon ขนาดบรรจุ 230 มล. ราคาเพียงกระป๋องละ 15 บาท ในแพคเกจสีสดใส รองรับกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบในรสชาติที่แตกต่าง ต้องการความสดชื่นซาบซ่าในแบบใหม่ แต่ยังคงประโยชน์ของน้ำผลไม้ เหมือนคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการปาร์ตี้ สนุกสนาน" นางสาวนริศรา กล่าว
สำรหับผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้สปาร์คกลิ้ง คิซ นวัตกรรมน้ำผลไม้แบบใหม่ ผ่านกระบวนการผลิตน้ำผลไม้ในระบบปิด ปลอดเชื้อ มาตรฐาน GMP, HACCP, ISO9001, ISO22000 และ FSSC 22000 โดยเลือกใช้น้ำ RO (Reverse Osmosis) ในกระบวนผลิต เพื่อเข้าเครื่องอัดก๊าซมาตรฐานยุโรปทำให้ฟองของ sparkling ออกมาเนียนละเอียด ผ่านการบรรจุในรูปแบบกระป๋องและถือเป็นรายแรกในกลุ่มของ Sparkling juice ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่บรรจุในขวดแก้ว ทำให้มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก สามารถเก็บรักษาความเย็น และคงความซ่าได้ดี ไม่ว่าจะดื่มโดยตรงจากกระป๋องหรือผสมกับเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ชื่นชอบ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคมนี้ ในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ

Go To Lead


'แอมเวย์' ดันอาร์ทิสทรีโตทะลุ 2,200 ล้าน
นางรัตนา ชาญนราผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจโดยยูโรมอนิเตอร์ ปี 2560 ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าระดับพรีเมี่ยมมีมูลค่ารวมกว่า 16,010 ล้านบาท ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น มีความกังวลเรื่องผิวที่หลากหลาย และต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  "ปีนี้เทรนด์เพอร์เซอนัลไลซ์ หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคลกำลังมาแรง ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเองและตอบสนองความต้องการเฉพาะของตนเองได้อย่างตรงจุด ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะบุคคลภายในขั้นตอนเดียว อาร์ทิสทรีค้นพบว่า ผู้หญิงกว่า 97% มีความกังวลเรื่องปัญหาผิวมากกว่าหนึ่งปัญหา นอกจากนั้น แต่ละปัญหาผิวยังเชื่อมโยงให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา เช่น ผิวที่ขาดน้ำ นอกจากจะดูแห้งกร้านไม่สดใสแล้ว ยังทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกได้อีกด้วย ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวเพียงปัญหาเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป" นางรัตนากล่าวเสริม
  สำหรับกลยุทธ์การตลาด อาร์ทิสทรีเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ในแคมเปญ 'ผิวเพอร์เฟ็คท์ ซีเล็กต์ได้' เพื่อเน้นให้ผู้บริโภคเห็นว่า วันนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ให้ทุกคนเลือกใช้ให้ตรงกับปัญหาเฉพาะของผิวตัวเองมากที่สุด เพื่อผิวสวย เพอร์เฟ็คท์ในแบบที่ตัวเองต้องการ ซึ่งอาร์ทิสทรี ซิกเนเจอร์ ซีเล็กต์ เพอร์เซอนัลไลซ์ ซีรัม เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 26 มิถุนายนนี้ ซึ่งแอมเวย์มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยตั้งเป้ายอดขาย 250 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายรวมของอาร์ทิสทรีสิ้นปีนี้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 2,200 บาทอย่างแน่นอน และรักษาตำแหน่งแชมป์เป็นแบรนด์เครื่องสำอางพรีเมียมที่มียอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย จากการสำรวจโดยยูโรมอนิเตอร์ปี 2560

Go To Lead


'เดอะ พิซซ่า คอมปะนี' เน้นพิซซ่า-พาสต้าสดใหม่
นางกัญญา เรืองประทีปแสง ประธานฝ่ายการเงิน บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ และร้านไอศกรีมแดรี่ควีน เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทยที่มีรากฐานมายาวนานทั้งตราสินค้า และรูปแบบที่เป็นสากล สินค้าเป็นที่นิยมและชื่นชอบของประชาชนทั่วประเทศ ทำให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง และสามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ยังมีระบบการบริหารจัดการธุรกิจที่สร้างความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการสร้างยอดขาย การรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการให้บริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ และร้านไอศกรีมแดรี่ควีน จะต้องมีคุณสมบัติประกอบด้วย 1.มีเงินคงเหลือในบัญชีเพียงพอ 2.มีที่พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ประกอบกิจการ 3.ดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง 4.ไม่ประกอบธุรกิจร้านอาหารอื่น ๆ ยกเว้นเป็นผู้ประกอบการเดิมของไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป 5.มีความเข้าใจในตลาดและกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ 6.มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานสำคัญ ๆ ในพื้นที่
กลยุทธ์หลักในครึ่งปีหลังของร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี จะเน้นเรื่องความสดใหม่ของพิซซ่าและพาสต้า และราคาที่คุ้มค่าตลอดทั้งปี พร้อมตั้งเป้าจะเปิดสาขาให้ได้ 100 สาขาทั่วประเทศในปีนี้ โดยจะแบ่งเป็นธุรกิจแฟรนไชส์จำนวน 50 สาขา ร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ จะเน้นการสร้างแบรนด์ผ่านรูปแบบร้านที่ทันสมัย ด้วยการปรับปรุงร้านเดิม เน้นความสนุกสนาน สีสันโดดเด่น ส่งเสริมบรรยากาศการทานไอศกรีม รวมทั้งการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อรักษาคุณภาพของไอศกรีม เน้นการเพิ่มจำนวนลูกค้า ทั้งจากลูกค้าเดิมด้วยการเพิ่มความถี่ และการยึดครองความเป็นเจ้าตลาดบิงซูที่จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เชื่อมั่นว่าจะสร้างกระแสและเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มได้ นอกจากนี้ยังเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มลูกค้า ครอบครัว และเด็กๆ ให้เห็นว่าสเวนเซ่นส์เป็นร้านที่เต็มไปด้วยความสุขในทุกเทศกาล และมีการพัฒนาระบบการสร้าง Brand loyalty ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาอัพเกรดระบบ ทำการสื่อสารการตลาดด้วยช่องทางที่ทันสมัยเหล่านี้ เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับร้านไอศกรีมแดรี่ควีน มีกลยุทธ์หลักคือ 1. สร้างความแข็งแกร่งในฐานธุรกิจลูกค้ากลุ่มเดิมด้วย สินค้าใหม่ที่โดนใจคนไทย 2.ขยายธุรกิจไปยังช่องทางใหม่ๆ ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม 3.สร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ ด้วยการเพิ่มความรู้ความสามารถในการทำธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกันในวันนี้ ถือเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้สนใจหรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยากมีธุรกิจเพิ่มขึ้น ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ และยังมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และด้วยบริการทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เชื่อมั่นว่าจะช่วยผู้ประกอบการในการแบ่งเบาเงินลงทุน และภาระดอกเบี้ยได้เป็นอย่างดี

Go To Lead


Go To Lead


e-MARKET CLICK
“ไก่ทอด 9 ชิ้น 199 บาท”
เคเอฟซี กลัววันอังคารจะน้อยใจ เพราะคนไม่ค่อยพูดถึงซักเท่าไหร่ เลยขอจัดโปรโมชั่นยิ่งใหญ่ให้ทุกคนรอคอยวันอังคาร ด้วยเซ็ตไก่ทอด 9 ชิ้น เพียง 199 บาท เท่านั้น เอาใจคนรักไก่ทอดให้อิ่มสุดฟินสุดและคุ้มค่าแบบสุดๆ ไปเลย เซ็ตไก่ทอด 9 ชิ้น ประกอบด้วย ไก่ทอด 5 ชิ้น วิงซ์แซ่บ 3 ชิ้น และนักเก็ตส์อีก 1 ชุด (3 ชิ้น) จากราคาปกติ 333 บาท ลดพิเศษเพียง 199 บาท ทุกวันอังคารเฉพาะวันที่ 12 มิ.ย. , 19 มิ.ย. , 26 มิ.ย. , 3 ก.ค. และ 10 ก.ค.61 จำกัด 1 ชุด ต่อ 1 ท่านเท่านั้นจำกัด 1 ชุด ต่อ 1 ท่านเท่านั้น
'บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ นิวทริชั่นบาร์'
บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ นิวทริชั่นบาร์ ธัญพืชอบกรอบผสมถั่วและผลไม้อบแห้งชนิดแท่ง อาหารว่างระหว่างมื้อมีส่วนผสมจากผัก ผลไม้ และธัญพืชรวม 33 ชนิด หรือไฟโตฟู้ด 33 และมีคุณค่าทางโภชนาการทั้งโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ ซึ่งให้พลังงานแท่งละ 120 กิโลแคลอรี และปราศจากโคเลสเตอรอล อร่อยระหว่างมื้อได้ง่ายๆ สะดวกทุกที่ทุกเวลา 1 กล่องบรรจุ 7 แท่ง ราคาสมาชิก 560 บาท ราคาขายปลีก 700 บาท
'แบลคมอร์ส วิตามินอี'
บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ล่าสุด แบลคมอร์ส วิตามินอี ครีม ประกอบด้วยแบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามินอี ครีม ลาโนลิน ผสานคุณค่าของวิตามินอีบริสุทธิ์และลาโนลิน พร้อมด้วยน้ำมันสกัดจากผลอโวคาโดและเมล็ดแอพลิคอทมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามินอี ครีม สกิน แบริเออร์ ผสานคุณค่าน้ำมันสกัดจากพืชพรรณนานาชนิด แบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามินอี ครีม เฟิร์ม แอนด์ สมูท วิตามินอีจากธรรมชาติ ผสานสารสกัดจากซากุระตะวันตก และแบลคมอร์ส เนเชอรัล วิตามินอี ครีม สกิน ไบร์ท ผสานคุณค่าจากสารสกัดรากชะเอมเทศ สาหร่ายวากาเมะ ช่วยปรับสีผิวให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เร่งฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสีย
Go To Top

[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com