ASEAN News
Hot News: 'ซีพีเอฟ' พิทักษ์สิทธิมนุษยชนมาตรฐานสากล ดูแลพนักงานปลอดภัย COVID
http://www.tviclick.com
Home Page iClick News.com
Home
Print this webpage
Print
English Version
English
ลอรีอัล 'ลงทุน'สตาร์ทอัพสวิส พัฒนาเทคโนโลยีประหยัดน้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม
บาร์บารา ลาเวอร์นอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ลอรีอัล มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมความงามเพื่อความยั่งยืนที่ดีที่สุด และเป็นแนวหน้าด้าน Beauty Tech ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำที่เป็นจุดเด่นของโจซา เข้ากับความรู้ด้านความงาม ข้อมูล เทคโนโลยี และการสร้างประสบการณ์แบบเพอร์เซอนัลไลเซชั่นของลอรีอัล เราจะร่วมกันคิดค้นประสบการณ์ความงามใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภคของเรา พร้อมกับปกป้องทรัพยากรน้ำที่มีค่าและจำเป็นยิ่ง
แอมมิน อับดุลลา และ ลุค แอมเกวิร์ด ผู้ร่วมก่อตั้ง โจซา กล่าวว่า เรารู้สึกตื้นเต้นที่ได้พัฒนาการเป็นพาร์ทเนอร์กับลอรีอัลลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น การเป็นผู้นำด้านการวิจัยและการพัฒนาด้านความงาม “Beauty Tech” และแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของลอรีอัล จะช่วยส่งเสริมแผนการทำงานของเราในด้านเทคโนโลยีน้ำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก การเสริมสร้างความร่วมมือนี้ จะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างนวัตกรรมที่จะเป็นเทคโนโลยีน้ำที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ในร้านซาลอนและที่บ้านด้วยคุณภาพสูงสุด
ลอรีอัล กรุ๊ปประกาศลงทุนในโจซา (Gjosa) บริษัทสตาร์ทอัพด้านสิ่งแวดล้อมจากสวิสเซอร์แลนด์ โดยเข้าถือหุ้นส่วนน้อยผ่านกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการพัฒนาธุรกิจของลอรีอัล Business Opportunities for L’Or?al Development (BOLD)โจซาเป็นบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดน้ำ โดยลอรีอัลได้ร่วมงานกับโจซาตั้งแต่ปี 2015 เพื่อคิดค้นเทคโนโลยีประหยัดน้ำที่ล้างแชมพูอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อในปี 2018 ลอรีอัล และโจซา ได้ประกาศการพัฒนาหัวฝักบัวที่สามารถล้างแชมพูด้วยน้ำเพียง 1.5 ลิตร (แทนการใช้น้ำ 8 ลิตร ตามปกติ) และในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลอรีอัล และ โจซา ได้นำเสนอ L’Or?al Water Saver ซึ่งเป็นระบบน้ำเพื่อการดูแลเส้นผมที่คำนึงถึงความยั่งยืน สำหรับใช้กับร้านซาลอนและสำหรับใช้ในบ้าน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BOLD Business Opportunities สำหรับ L’Ore?al Development: www.lorealboldventures.com

Go To Lead


'ซีพีเอฟ' พิทักษ์สิทธิมนุษยชนมาตรฐานสากล ดูแลพนักงานปลอดภัย COVID
นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเคารพในสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติที่ดีด้านแรงงาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซีพีเอฟได้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานอย่างเต็มที่ ไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยตระหนักดีว่า พนักงานทุกคนเป็นฟันเฟืองสำคัญของบริษัทในการผลิตอาหารคุณภาพปลอดภัยได้โดยไม่หยุดชะงัก จึงระดมทุกสรรพกำลังในการสื่อสารผ่านสื่อทุกรูปแบบและทุกช่องทางให้พนักงานทุกคนได้เข้าถึงและเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาตรการและแนวปฏิบัติในการป้องกันโรค รวมถึงการดูแลสุขภาพตนเองมาอย่างต่อเนื่อง ซีพีเอฟ ได้จัดทำบทเรียนออนไลน์ เป็นภาษาต่างๆ รวมทั้งกัมพูชา และเมียนมาเกี่ยวกับการระบาด โควิด-19 เพื่อเสริมความรู้พนักงานทุกคน ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ แนวปฏิบัติตนในการป้องกัน รวมถึงมาตรการต่างๆ ของบริษัทเพื่อให้มั่นใจกับพนักงานว่าบริษัทฯ ให้ความสำคัญและยกระดับมาตรการป้องกันโรคในระดับสูงสุด เพื่อให้พนักงานทุกคนได้ทำงานและใช้ชีวิตปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี กระตุ้นให้พนักงานทุกคนเฝ้าระวัง ช่วยเหลือและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่รู้ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรหากเกิดความเสี่ยง
ซีพีเอฟ ร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (มูลนิธิ LPN) คอยให้ความช่วยเหลือพนักงานทุกคน โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นชาวกัมพูชาและชาวเมียนมาได้สอบถามหรือเสนอแนะผ่าน ศูนย์ Labour Voices Hotline by LPN ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ รับสายได้ทุกภาษาไม่ว่าไทย เมียนมา และกัมพูชา ขณะเดียวกัน มูลนิธิ LPN ยังร่วมกับซีพีเอฟ เดินหน้าจัดอบรมในหลักสูตรด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยพื้นฐานให้แก่พนักงานในสถานประกอบการซีพีเอฟทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้มูลนิธิฯ จะจัดอบรมในรูปแบบการอบรมออนไลน์ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค โดยมีการเพิ่มข้อมูลข่าวสารและส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชน มูลนิธิ LPN ยังได้สื่อสารข้อมูลผ่านช่องทางสื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ให้ความรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ แก่กลุ่มพี่น้องแรงงานต่างชาติ เผยแพร่ด้วยภาษากัมพูชา และภาษาเมียนมา เพื่อให้ทั้งแรงงานต่างชาติในประเทศไทยและครอบครัวแรงงานที่อยู่ในต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย รวมถึงมาตรการดูแลพนักงานของบริษัทเอกชนของไทย เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับแรงงานต่างชาติและครอบครัว ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ซีพีเอฟ ได้เดินหน้าส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงอาหารคุณภาพและปลอดภัยกับแรงงานต่างชาติที่เป็นพนักงานของบริษัททุกคน โดยสนับสนุนอาหารให้แก่เพื่อนพนักงานที่ต้องเฝ้าระวัง พนักงานต่างชาติที่ให้ความร่วมมืออยู่ในสถานที่พักไม่เดินทางกลับต่างประเทศ เป็นต้น และร่วมมอบอาหารพร้อมทานและอาหารให้แก่มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ภายใต้ “โครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19”เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานต่างชาติที่ต้องหยุดงานและกักตัวในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดในระลอกที่ผ่านมา

Go To Lead


[ENGLISH] 
  --  
iClickNews.com